<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>World Environment Day &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/world-environment-day/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 15:31:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>World Environment Day &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อน “Central Group Love the Earth” ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ ฟื้นฟูป่า สร้างสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/central-group-love-the-earth-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 15:31:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CENTEL]]></category>
		<category><![CDATA[Hug The Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Now For Climate]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮักโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42246</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คนในวงกว้าง กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ เดินหน้าลงมือทำ จัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมสนับสนุน โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ผ่านแคมเปญ “Now For Climate” ที่ชวนทุกภาคส่วนร่วมลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ เข้าร่วมในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เดินหน้าขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญ “Central Group Love the Earth” ผ่านการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาชุมชน และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50,000 ไร่ และลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2030 คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/central-group-love-the-earth-2026/">กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อน “Central Group Love the Earth” ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ ฟื้นฟูป่า สร้างสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คนในวงกว้าง <strong>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ</strong> เดินหน้าลงมือทำ จัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-42246"></span></p>
<p>พร้อมร่วมสนับสนุน โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ผ่านแคมเปญ <strong>“Now For Climate”</strong> ที่ชวนทุกภาคส่วนร่วมลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong>โดยกลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ</strong> เข้าร่วมในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เดินหน้าขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญ <strong>“</strong><strong>Central Group Love the Earth”</strong> ผ่านการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาชุมชน และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม <strong>พร้อมตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50</strong><strong>,</strong><strong>000 ไร่ และลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2030</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42247 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-กรรมการบริหาร-กลุ่มเซ็นทรัล.jpg" alt="" width="424" height="600" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า </strong>กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เราจึงมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านการดำเนินงานที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ทั้งในมิติของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน รวมถึงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อร่วมส่งต่อโลกที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างบูรณาการ <strong>ใน </strong><strong>3 </strong><strong>มิติหลัก ได้แก่ “ธุรกิจ – ชุมชน – ระบบนิเวศ”</strong> เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ด้านธุรกิจ:</strong> กลุ่มเซ็นทรัลผลักดันให้ทุกกลุ่มธุรกิจในเครือนำแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การออกแบบอาคาร การใช้พลังงาน การจัดการขยะ การขนส่ง ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42248 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/02.ตัวอย่างสินค้ารักษ์โลก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน </strong>เดินหน้าส่งเสริมการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ผ่านโครงการ <strong>“ฮักโลก” </strong>(Hug the Earth) ร่วมกับ <strong>หอการค้าไทย</strong> โดยรวบรวมสินค้าที่มีฉลากรักษ์โลกไว้ในพื้นที่จำหน่ายของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือ อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต ซีเอ็มจี ท็อปส์ โก โฮลเซลล์ ไทวัสดุ เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท และบีทูเอส เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้สะดวกยิ่งขึ้น และปรับเปลี่ยนการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงขยายจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์และจุดคัดแยกขยะภายในสาขาต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังผลักดันระบบ <strong>Green Transportation </strong><strong>ในกระบวนการขนส่งและโลจิสติกส์</strong> ผ่านการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) และการวางแผนเส้นทางขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วย<strong>ลดการใช้น้ำมันดีเซล 1,023,209 ลิตรต่อปี เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,706 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ<strong>การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา</strong> โดย ณ ปี 2025 มีการติดตั้งแล้ว 184 แห่ง สามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ 204,818 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้กว่า 102,389 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี โดยมีสัดส่วนพลังงานสะอาดเทียบกับพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดเป็น ร้อยละ 23</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42251 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/06.Green-Transportation-ของ-ไทวัสดุ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) </strong>เดินหน้ายกระดับศูนย์การค้าสู่แนวคิด <strong>“</strong><strong>Green &amp; Sustainable Shopping Destination”</strong> ผ่านการพัฒนาและบริหารจัดการอาคารเขียวอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมด้านพลังงาน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และชุมชน โดยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านการออก Green Bond และ Sustainability-linked Bond รวมกว่า 22,300 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด อาคารเขียว และโครงสร้างพื้นฐานด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังจัดตั้ง <strong>Central Pattana Green Growth </strong><strong>เพื่อติดตั้ง </strong><strong>Solar Rooftop </strong><strong>แล้วกว่า 30 โครงการทั่วประเทศ มีกำลังผลิตรวม 25.7 เมกะวัตต์ และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 50 ล้านหน่วยต่อปี</strong></p>
<p>ปัจจุบัน <strong>“เซ็นทรัล นครสวรรค์” และ “เซ็นทรัล จันทบุรี”</strong> เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกและแห่งที่สองของไทยที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียว TREES ระดับ Gold ขณะที่ “เซ็นทรัล กระบี่” ตั้งเป้าเป็นต้นแบบโครงการยั่งยืนแห่งแรกของไทยที่ได้รับมาตรฐานสากล EDGE Certification – Zero Level ในอนาคต</p>
<p>ด้านการจัดการขยะ ในปี 2568 บริษัทสามารถ<strong>ลดสัดส่วนขยะฝังกลบได้เหลือ 54% ของปริมาณขยะทั้งหมด</strong> คิดเป็นการลดก๊าซเรือนกระจก <strong>123,745 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong> พร้อมตั้งเป้าลดขยะฝังกลบเหลือ <strong>30% ภายในปี 2030</strong> และส่งเสริมการแยกขยะร่วมกับลูกค้าผ่านรีไซเคิลสเตชั่น <strong>ชุมชนและร้านค้าผู้เช่ากว่า 190 ชุมชน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42252 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/15.Green-Building-ศูนย์การค้าเซ็นทรัล-นครปฐม.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ ยังขยายความร่วมมือผ่านโครงการ <strong>Green Partnership</strong> กับผู้ประกอบการกว่า 200 ราย ครอบคลุมมากกว่า 2,000 สาขา เพื่อผลักดันความยั่งยืนสู่ Ecosystem ของพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินงานด้านชุมชนผ่านแนวคิด CSV Region เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน</p>
<p><strong>บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CENTEL / </strong><strong>เซ็นทารา</strong>  ขับเคลื่อนแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ <strong>ปลา </strong><strong>P.O.P. &#8216;Plastic Only Please!&#8217;</strong> เพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับการจัดการขยะพลาสติก โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทุกแห่ง ได้จัดสร้างรูปปั้นปลา P.O.P. เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้มีการแยกขยะพลาสติก</p>
<p>ในปี 2568 มีขยะพลาสติกรวม 4,223 กิโลกรัม ถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ พร้อมเดินหน้าลดการใช้น้ำและพลังงาน ผ่านโครงการ <strong>“</strong><strong>Going Greener” “Reserve Water Drop” </strong><strong>และ “</strong><strong>My Green Day”</strong> ที่เชิญชวนลูกค้าร่วมลดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และการทำความสะอาดห้องพักสำหรับผู้เข้าพักต่อเนื่อง</p>
<p><strong>จากความร่วมมือของลูกค้าในปี </strong><strong>2568 </strong><strong>มีห้องพักเข้าร่วมโครงการกว่า </strong><strong>441,858 </strong><strong>ห้อง สามารถลดการใช้ผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวได้กว่า </strong><strong>7.6 </strong><strong>ล้านชิ้น ช่วยประหยัดน้ำได้ </strong><strong>6,570 </strong><strong>ลูกบาศก์เมตร ประหยัดพลังงาน </strong><strong>13,752 </strong><strong>เมกะวัตต์-ชั่วโมง และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน น้ำ และสารเคมีรวมกว่า </strong><strong>54 </strong><strong>ล้านบาท</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ ยัง <strong>จัดการอาหารส่วนเกิน หรือ </strong><strong>Food Surplus</strong> อาหารที่ผลิต จัดเตรียม หรือเหลือจากการจำหน่าย แต่ยังคงมีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน สามารถนำมารับประทานต่อได้ตามปกติ ผ่านการบริจาคอาหารส่วนเกินให้กับ มูลนิธิ SOS (Scholars of Sustenance Thailand) อย่างต่อเนื่อง <strong>ตั้งแต่ปี </strong><strong>2560–2568 </strong><strong>รวมปริมาณอาหารกว่า </strong><strong>164,776 </strong><strong>กิโลกรัม หรือเทียบเท่าอาหารกว่า </strong><strong>654,722 </strong><strong>มื้อ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า </strong><strong>372,142 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42254 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/12.จุดคัดแยกขยะ-ตลาดจริงใจมาร์เชียงใหม่1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ตลาดจริงใจมาร์เก็ต จังหวัดเชียงใหม่</strong>  ส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนในระดับชุมชน ผ่านการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร ทั้งการคัดแยกขยะ การลดใช้พลาสติก และการนำเศษอาหารเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างเหมาะสม รวมถึงมีการจัดทำห้องให้ความรู้ในเรื่องของการบริหารจัดการขยะเพื่อลูกค้าหรือประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้  <strong>ปัจจุบัน สามารถลดปริมาณขยะได้กว่า 7 ตันต่อปี และมีผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 314 ราย สร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนกว่า </strong><strong>463.5 </strong><strong>ล้านบาทต่อปี</strong></p>
<p><strong>ด้านชุมชน: สร้างความเข้มแข็งควบคู่การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม</strong>  <strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong>  เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในพื้นที่ จึงเดินหน้าส่งเสริมแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน และสนับสนุนชุมชนในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านโครงการต่างๆ</p>
<p><strong>ส่งเสริมเกษตรฟื้นฟู (</strong><strong>Regenerative Farming)</strong>  นำร่อง โดยร่วมกับ สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่     ด้านเกษตรอินทรีย์และวนเกษตร และ วิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ด้านพืชมูลค่าสูง อาทิ อะโวคาโด้สายพันธุ์แฮสส์ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกสู่ระบบเกษตรฟื้นฟู ที่ช่วยฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ลดการใช้สารเคมี และช่วยกักเก็บคาร์บอนในดินปัจจุบัน <strong>ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,000 ไร่</strong></p>
<p>อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ <strong>Zero Burning Initiative </strong><strong>โมเดล “เลิกเผาด้วยรายได้”</strong> ที่ไม่ได้มุ่งเพียงรณรงค์ให้หยุดเผา แต่เป็นการสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน ตลาดรับซื้อ และความร่วมมือจากภาคีในพื้นที่ในพื้นที่นำร่อง 10,000 ไร่ ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีการส่งเสริมวนเกษตร กาแฟ อะโวคาโด แมคคาเดเมีย ไผ่ และพืชมูลค่าสูงในโรงเรือน ผ่านระบบเกษตรพันธสัญญาที่ช่วยสร้างรายได้แน่นอนให้เกษตรกร โดยไม่ต้องพึ่งการเผาเป็นต้นทุนพร้อมกันนี้ ยังมีการพัฒนา Smart Forest Platform เพื่อวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดิน ติดตามพื้นที่เผาไหม้และจุดความร้อน (Hotspot) แบบ Real-time รวมถึงประเมินศักยภาพด้านคาร์บอน เพื่อสร้างข้อมูลเชิงประจักษ์ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน พื้นที่นำร่องไม่มีการเผาในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าสามารถลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกรวมได้กว่า 5,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี จากทั้งการหยุดเผา การเติบโตของวนเกษตร และการฟื้นตัวของป่าต้นน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42250 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/18.โครงการถิ่นรมณย์ศรีอยุธยา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> </strong><strong>ด้านระบบนิเวศ:</strong> ตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวกว่า 15,000 ไร่ ใน 11 จังหวัด ภายในปี 2569 ครอบคลุมทั้งเกษตรฟื้นฟู อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม คาดการณ์ว่าจะช่วยลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกรวมกว่า 4,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><strong>ฟื้นฟูป่า ภายใต้โครงการ </strong><strong>Plant Together</strong> คือแคมเปญระดมทุนและสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวใน 11 จังหวัด ครอบคลุมการปลูกป่าต้นน้ำ ป่าชุมชน และพื้นที่เสื่อมโทรม โดยเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นเข้ากับเป้าหมายการอนุรักษ์ระบบนิเวศและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ขณะที่โครงการ <strong>“กาแฟรักษ์ป่าภูชี้เดือน” จ.เชียงราย</strong> ส่งเสริมการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่า (Shade-grown Coffee) บนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผืนป่า ลดการตัดไม้ทำลายป่า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ปัจจุบัน <strong>มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 84 ครัวเรือน สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 5.8 ล้านบาทต่อปี</strong> พร้อมต่อยอดสู่ศูนย์การเรียนรู้     โรงแปรรูปกาแฟ และที่พักโฮมสเตย์ในชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42253 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/11.กาแฟรักษาป่า-ภูชี้เดือน-จ.เชียงราย-การท่องเที่ยวชุมชนเชิงนิเวศ-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ถิ่นรมณีย์ศรีอยุธยา</strong> ปลูกต้นไม้ต้นแรก สร้างป่าสาธารณะต้นแบบของเมืองมรดกโลก <strong>20 ไร่</strong> รับวันวิสาขบูชาและวันต้นไม้แห่งชาติ เพื่อสร้างป่าสาธารณะ โครงการนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินที่มีรากทางประวัติศาสตร์ คืนความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยกักเก็บคาร์บอน ลดฝุ่น PM2.5 ตลอดจนเป็นพื้นที่พักผ่อนและแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยตั้งเป้าดำเนินการปลูกป่าให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ภายในระยะเวลา 2 ปี</p>
<p><strong>โครงการอนุรักษ์ป่าชายเลน</strong> ส่งเสริมชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนในพื้นที่ชายฝั่ง จังหวัดจันทบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูดซับคาร์บอน ลดการกัดเซาะชายฝั่ง และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญของระบบนิเวศทางทะเล ปัจจุบัน <strong>ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 1,000 ไร่</strong></p>
<p><strong>โครงการ </strong><strong>Reef Revival </strong><strong>2569</strong> ฟื้นฟูแนวปะการังด้วยวิทยาศาสตร์และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดย Central Tham ร่วมกับกลุ่มธุรกิจในเครือ อาทิ ไทวัสดุ เซ็นทรัล ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ (CDS) และเซ็นทารา พร้อมด้วย ATMEC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ดำเนินการในพื้นที่ ณ เกาะมันใน จ.ระยอง และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โครงการมุ่งสร้างผลลัพธ์ใน 3 ด้าน ได้แก่ การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล (Marine Biodiversity) โดยคาดการณ์ว่าจะมีตัวอ่อนปะการังเกาะอาศัยในโครงสร้างกว่า 400 ตัว ภายใน 18 เดือน พร้อมติดตามสุขภาพระบบนิเวศโดยรอบครอบคลุม 10,000 ตารางเมตร การสร้างความตระหนักรู้ด้านมหาสมุทร (Ocean Literacy) ผ่านกิจกรรม Workshop ที่พนักงานมีส่วนร่วมโดยตรง และการพิสูจน์แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เชื่อมของเสียจากการดำเนินธุรกิจกลับสู่ระบบนิเวศทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ</strong> เชื่อว่า การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อร่วมรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเราขอเชิญชวนทุกภาคส่วนลุกขึ้นลงมือทำเพื่อสภาพภูมิอากาศ #NowForClimate และร่วมขับเคลื่อนโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงให้มุ่งไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม เพื่อร่วมกันสร้างโลกที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/central-group-love-the-earth-2026/">กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อน “Central Group Love the Earth” ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ ฟื้นฟูป่า สร้างสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; รวมพลัง &#8216;กทม.&#8217; เดินหน้าลดขยะอาหารเป็นศูนย์ต่อเนื่อง เร่งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/cpaxtra-world-environment-day-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 05:20:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AXTRA Green Together]]></category>
		<category><![CDATA[BKK Waste Pay]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Lotus's]]></category>
		<category><![CDATA[Makro]]></category>
		<category><![CDATA[Makro - Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า รวมพลังลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เทรวม x เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33945</guid>

					<description><![CDATA[<p>แต่ละปีประเทศชาติต้องเสียงบประมาณในการบริหารจัดการขยะไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นล้านบาท และที่สำคัญหากมีการบริหารจัดการที่ดี เพียงแค่มีการคัดแยกประเภทของขยะอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ก็จะสามารถลดปริมาณขยะลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ช่วยประหยัดได้ทั้งงบประมาณ และยังสามารถนำวัสดุเหลือทิ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มขยะอินทรีย์ หรือ  &#8216;ขยะอาหาร&#8217; นำไปสร้างให้​เกิดประโยชน์อื่นได้ ทดแทน​การ​ถูกทิ้งไปยังบ่อฝังกลบที่ก่อให้เกิด​ก๊าซเรือนกระจก สาเหตุสำคัญของสภาพวิกฤตอากาศและปัญหาโลกร้อนตามมา บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร-โลตัส’ มีนโยบาย​ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อมุ่งมั่น​สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมีส่วนร่วม​รับมือต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ โดยตั้งเป้า​หมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ภายในปี 2573 และบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้ พร้อม​ร่วมฉลองโอกาส​ &#8216;​วันสิ่งแวดล้อมโลก&#8216; ซีพี แอ็กซ์ตร้า จึงได้ผนึกพลังความยั่งยืนร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ​(กทม.) สานต่อความร่วมมือจากโครงการ &#8216;ไม่เทรวม x เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์&#8217; พร้อมเปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่ภายใต้โครงการ &#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/cpaxtra-world-environment-day-2025/">&#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; รวมพลัง &#8216;กทม.&#8217; เดินหน้าลดขยะอาหารเป็นศูนย์ต่อเนื่อง เร่งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แต่ละปีประเทศชาติต้องเสียงบประมาณในการบริหารจัดการขยะไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นล้านบาท และที่สำคัญหากมีการบริหารจัดการที่ดี เพียงแค่มีการคัดแยกประเภทของขยะอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ก็จะสามารถลดปริมาณขยะลงได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><span id="more-33945"></span></p>
<p>ทำให้ช่วยประหยัดได้ทั้งงบประมาณ และยังสามารถนำวัสดุเหลือทิ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มขยะอินทรีย์ หรือ  <strong>&#8216;ขยะอาหาร&#8217;</strong> นำไปสร้างให้​เกิดประโยชน์อื่นได้ ทดแทน​การ​ถูกทิ้งไปยังบ่อฝังกลบที่ก่อให้เกิด​ก๊าซเรือนกระจก สาเหตุสำคัญของสภาพวิกฤตอากาศและปัญหาโลกร้อนตามมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33982 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร-โลตัส’</strong> มีนโยบาย​ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อมุ่งมั่น​สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมีส่วนร่วม​รับมือต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ <strong>โดยตั้งเป้า​หมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ภายในปี 2573 และบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้ พร้อม​ร่วมฉลองโอกาส​ <strong>&#8216;​วันสิ่งแวดล้อมโลก</strong>&#8216; ซีพี แอ็กซ์ตร้า จึงได้ผนึกพลังความยั่งยืนร่วมกับ กรุงเทพมหานคร<b> ​</b>(กทม.) สานต่อความร่วมมือจากโครงการ &#8216;<span style="font-weight: 400;">ไม่เทรวม </span><span style="font-weight: 400;">x </span><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์&#8217; พร้อมเปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่ภายใต้</span>โครงการ<em> <strong>&#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า รวมพลังลดขยะ&#8217;</strong> </em>​​เดินหน้า​ส่งเสริมการแยกขยะในครัวเรือนและลดปริมาณขยะอาหารอย่างต่อเนื่อง ​รวมทั้งแนะนำแอปพลิเคชัน &#8216;<em><strong>BKK Waste Pay&#8217;</strong></em> เพื่อเชิญชวนคนไทยมาร่วมจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพได้ตั้งแต่ต้นทาง ทั้งช่วยลดค่าธรรมเนียม​ขยะมูลฝอย และยังได้​รับ​สิทธิประโยชน์ที่แม็คโครและโลตัส ​เตรียมไว้ให้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/6.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ความร่วมมือระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ กทม.  ​ครั้งนี้ ​​เป็นความต่อเนื่องในการต่อยอดการดำเนินการร่วมกันเพื่อ​คัดแยกขยะอินทรีย์ (ขยะอาหาร) จากสาขาของแม็คโครและโลตัส เพื่อให้ กทม. นำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยงแมลงโปรตีน (BSF) ปุ๋ยหมัก ผลิตก๊าซชีวภาพ พร้อม​ส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อนำไปใช้พัฒนาชุมชนในพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33981 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/5-.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้ ​ยัง​ร่วมเปิดตัวแอปพลิเคชัน &#8216;​<strong>BKK Waste Pay&#8217;</strong> ที่ทาง กทม. พัฒนาขึ้นเพื่อปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้คนไทย มุ่งส่งเสริมการแยกขยะภายในครัวเรือน พร้อมบริการชำระค่าธรรมเนียมการจัดการขยะมูลฝอย โดยได้มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษมากมายจากแม็คโครและโลตัส สำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดและลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันอย่างครบถ้วน อาทิ</p>
<p>&#8211;<strong> รับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟฟรี 1 โคน</strong> ที่แม็คโครหรือโลตัส สำหรับทุกบัญชีครัวเรือนที่ลงทะเบียน (เฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ ที่ร่วมรายการ)</p>
<p><strong>&#8211; รับเพิ่ม Makro Pro POINT มูลค่า 20 บาท</strong> เมื่อลงทะเบียนสมัครสมาชิกใหม่ Makro Pro และซื้อสินค้าขั้นต่ำ 500 บาทที่แม็คโคร ทุกสาขา</p>
<p><strong>&#8211; รับเพิ่ม คูปองส่วนลดจากโลตัส มูลค่ารวมกว่า 600 บาท</strong> เมื่อลงทะเบียนสมัครสมาชิกใหม่ My Lotus’s</p>
<p>ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังเดินหน้าโครงการ  <strong>AXTRA Green Together</strong> ด้วยการตั้งจุดรับขวดพลาสติกใช้แล้ว (PET) ที่แม็คโคร-โลตัส เพื่อเปลี่ยนเป็นเสื้อกีฬาอัพไซเคิลและมอบให้เยาวชนไทย โดยตลอดการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี สามารถเก็บขวดพลาสติกใช้แล้วรวม 244,597 ขวด ​ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3,782.69 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้​ 399  ต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33983 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ล่าสุด ยังได้รับโล่เกียรติคุณ <strong>‘องค์กรร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการลด/เลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastic)’</strong> จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในฐานะองค์กรที่มุ่งลดปัญหาขยะในประเทศไทย</p>
<p><em><strong>การเดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งความสำเร็จที่ได้รับ สะท้อนได้ว่า ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม และก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</strong></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/cpaxtra-world-environment-day-2025/">&#8216;ซีพี แอ็กซ์ตร้า&#8217; รวมพลัง &#8216;กทม.&#8217; เดินหน้าลดขยะอาหารเป็นศูนย์ต่อเนื่อง เร่งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TEI แนะแนวทาง &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217; ร่วมต่อสู้กับขยะพลาสติก เพื่อโลกที่ยั่งยืน รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/tei-beat-the-plastic-waste-world-environmrnt-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 10:54:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beat the Plastic Waste]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิศรา หุ่นธานี]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33940</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี คือ วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) วันที่ชาวโลกได้ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปี 2025 นี้ องค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อ &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217; หรือ  การต่อสู้กับขยะพลาสติก  เพื่อเน้นย้ำถึงวิกฤติของปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า สุขภาพมนุษย์ และระบบนิเวศทั่วโลก คุณวิศรา หุ่นธานี ผู้อำนวยการฝ่ายมลพิษ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้สรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงสถานการณ์ &#8216;ขยะพลาสติก&#8217; พร้อมข้อมูลด้านสถิติที่น่าสนใจ ทั้งนี้ พลาสติกถูกสร้าง​ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย แต่ด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทานสูง ทำให้อีกด้านหนึ่ง เมื่อกลายเป็นขยะ​ จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลายาวนาน โดยปัจจุบันมีขยะพลาสติกราว 400 ล้านตัน ถูกผลิตขึ้นในแต่ละปี แต่มีเพียง​ 9% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิลอย่างเหมาะสม ส่วนที่เหลือมักถูกเผาทำลาย ถูกฝังกลบหรือเทกอง รวมถึงหลุดรอดลงสู่ทะเล ซึ่งไม่เพียงทำลายทัศนียภาพ แต่ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่อาจกินเศษพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ไมโครพลาสติก หรือพลาสติกชิ้นเล็กจิ๋ว ที่เกิดจากการแตกตัวของพลาสติกขนาดใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/tei-beat-the-plastic-waste-world-environmrnt-day/">TEI แนะแนวทาง &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217; ร่วมต่อสู้กับขยะพลาสติก เพื่อโลกที่ยั่งยืน รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี คือ วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) วันที่ชาวโลกได้ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปี 2025 นี้ องค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อ <strong>&#8216;</strong><strong>Beat the Plastic Waste&#8217;</strong> หรือ  การต่อสู้กับขยะพลาสติก  เพื่อเน้นย้ำถึงวิกฤติของปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า สุขภาพมนุษย์ และระบบนิเวศทั่วโลก</p>
<p><span id="more-33940"></span></p>
<p><strong>คุณวิศรา หุ่นธานี</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายมลพิษ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้สรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงสถานการณ์ <strong>&#8216;ขยะพลาสติก&#8217;</strong> พร้อมข้อมูลด้านสถิติที่น่าสนใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Re-Tei-.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p>ทั้งนี้ พลาสติกถูกสร้าง​ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย แต่ด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทานสูง ทำให้อีกด้านหนึ่ง เมื่อกลายเป็นขยะ​ จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลายาวนาน</p>
<p>โดยปัจจุบันมีขยะพลาสติกราว 400 ล้านตัน ถูกผลิตขึ้นในแต่ละปี แต่มีเพียง​ 9% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิลอย่างเหมาะสม ส่วนที่เหลือมักถูกเผาทำลาย ถูกฝังกลบหรือเทกอง รวมถึงหลุดรอดลงสู่ทะเล ซึ่งไม่เพียงทำลายทัศนียภาพ แต่ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่อาจกินเศษพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>ขณะที่ไมโครพลาสติก หรือพลาสติกชิ้นเล็กจิ๋ว ที่เกิดจากการแตกตัวของพลาสติกขนาดใหญ่ ยังเริ่มปรากฏในระบบน้ำ อาหาร และแม้แต่ในร่างกายมนุษย์ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาผลกระทบในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33953 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพประกอบ-2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use plastics) เช่น ถุงหูหิ้ว หลอดพลาสติก แก้วน้ำพลาสติกแบบบาง และกล่องโฟม เป็นต้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะดวกและราคาถูก แต่กลับกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง เนื่องจากย่อยสลายยากและมักหลุดรอดสู่ธรรมชาติ โดยเฉพาะในทะเลและแหล่งน้ำ</p>
<p>ประเด็นเรื่องขยะพลาสติก จึงถูกหยิบยกขึ้นมาให้ความสำคัญในวาระ &#8216;วันสิ่งแวดล้อมโลก&#8217; ในปี 2025 นี้  ภายใต้ธีม &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217;  ซึ่งไม่​ใช่เพียงแค่การชี้ให้เห็นถึงปัญหา แต่ขยับไปสู่​การเรียกร้องให้ทุกคน &#8216;ลงมือทำ&#8217; ทั้งในระดับบุคคล องค์กร ชุมชน และภาครัฐ</p>
<p>ซึ่ง​สามารถเริ่มได้ทุกคน จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น</p>
<p>&#8211; ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว</p>
<p>&#8211; พกถุงผ้า แก้วน้ำ หรือกล่องอาหารส่วนตัว</p>
<p>&#8211; สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้หรือรีไซเคิลได้</p>
<p>&#8211; แยกขยะที่ต้นทางและสนับสนุนระบบรีไซเคิล</p>
<p>&#8211; สนับสนุนให้มีนโยบายควบคุมพลาสติกที่จริงจัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33954 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพประกอบ-5.jpg" alt="" width="1200" height="814" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพฤติกรรมส่วนบุคคลจะสำคัญ แต่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบก็มีบทบาทไม่แพ้กัน ประเทศไทยได้แสดงความมุ่งมั่นในการลดปัญหาขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานตาม Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 และการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้พลาสติกถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งผลให้ทั้งภาครัฐบาลและภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการที่สนับสนุนการลดพลาสติก เช่น ภาษีบรรจุภัณฑ์พลาสติก การส่งเสริมธุรกิจที่มีระบบรีไซเคิลครบวงจร และการลงทุนในวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น</p>
<p><strong>ข้อมูลสถิติ เกี่ยวกับขยะพลาสติกของประเทศไทย</strong></p>
<p>&#8211; จากรายงานของกรมควบคุมมลพิษ ปี 2567 ประเทศไทยมีปริมาณ <strong>ขยะพลาสติกประมาณ </strong><strong>2</strong><strong>.24 ล้านตันต่อปี </strong>แต่สามารถ<strong>นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 25.4%</strong> เท่านั้น</p>
<p>&#8211; ขยะพลาสติกที่หลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อมทางทะเลของไทยติดอันดับ <strong>หนึ่งในสิบของโลก</strong></p>
<p>&#8211; ปีงบประมาณ 2567 กรมควบคุมมลพิษ <strong>ใช้งบประมาณกว่า </strong><strong>20 </strong><strong>ล้านบาท</strong> เพื่อขับเคลื่อนการจัดระบบการคัดแยกขยะ ณ ต้นทาง ให้สอดคล้องกับระบบกำจัดปลายทาง รวมถึงการจัดการขยะพลาสติกและขยะบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นระบบและครบวงจรให้สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>สำหรับแนวทางการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ ยังคงอาศัยหลักการพื้นฐาน 3R ได้แก่ <strong>Reduce</strong> ลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น <strong>Reuse</strong> การใช้ซ้ำ และ<strong> Recycle</strong> การหมุนเวียนพลาสติกให้กลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33955 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพประกอบ-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้  ยังมีการส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เช่น PBS (Polybutylene Succinate) ​ที่สามารถย่อยสลายได้ในสภาวะที่เหมาะสม ​รวมทั้งการพัฒนามาตรฐานวัสดุทางเลือกให้มีคุณภาพเทียบเท่าพลาสติกทั่วไป ยังเป็นทางเลือกให้​ผู้ผลิตสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์เลือกผลิตให้เหมาะตามหน้าที่การใช้งาน (Function) ของสินค้าและบรรจุภัณฑ์นั้น​​พร้อมเร่งสื่อสารไปยังผู้บริโภค​ในเรื่อง Waste Management  เพื่อ​จัดการกับขยะหลังการใช้งานให้ถูกต้อง สอดคล้องกับรูปแบบการจัดการขยะปลายทางของแต่ละท้องถิ่นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำควบคู่กัน เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการจัดการขยะ</p>
<p><em>&#8220;การแก้ปัญหาขยะพลาสติกไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค หรือผู้กำหนดนโยบาย ล้วนเป็นพลังสำคัญในการสร้างโลกที่สะอาดและยั่งยืน และในวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ ขอให้เราเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต&#8221;</em> คุณวิศรา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/tei-beat-the-plastic-waste-world-environmrnt-day/">TEI แนะแนวทาง &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217; ร่วมต่อสู้กับขยะพลาสติก เพื่อโลกที่ยั่งยืน รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เซเว่น อีเลฟเว่น” มุ่งสู่ Carbon Neutral ร่วมปลูกต้นไม้กว่า 5 แสนต้น รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/7-go-green-world-environment-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jun 2024 14:51:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[7 Go Green]]></category>
		<category><![CDATA[7-Eleven]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Generation Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Giving & Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Global Warming]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกต้นไม่]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า ปลูกอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น เดลิเวอร์รี่]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26213</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเราอยู่ในยุคสิ้นสุดภาวะโลกร้อน (Global Warming) และกำลังเดินทางเข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) ยุคที่นำมาสู่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก เกิดวิกฤติภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้มีการสูญเสียระบบนิเวศและปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งสาเหตุหลักๆของภาวะโลกเดือดล้วนเกิดมาจากกิจกรรมและการกระทำของมนุษย์ที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) เพื่อให้ประเทศต่างๆได้ตื่นตัวและหันมาให้ความสนใจดำเนินกิจกรรมที่ช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับในประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้กำหนดประเด็นหลักในการรณรงค์ คือ Land Restoration, Desertification &#38; Drought Resilience และคำขวัญที่ใช้ในการรณรงค์ ได้แก่ “Our land. Our future. We are #GenerationRestoration.” โดยกำหนดเป็นคำขวัญภาษาไทยว่า “พลิกฟื้นผืนดิน สู้วิกฤตภัยแล้ง” เพื่อมุ่งเน้นในเรื่องการฟื้นฟูสภาวะแวดล้อมจากภัยแล้งที่ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น คน พืช สัตว์ ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงและกว้างขวางต่อทุกภาคส่วนของสังคม ดังนั้น การปรับตัวต่อภัยแล้ง รวมถึงการฟื้นฟูที่ดิน เพื่อพื้นที่ป่าไม้สีเขียว จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ชุมชนและสังคมจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/7-go-green-world-environment-day/">“เซเว่น อีเลฟเว่น” มุ่งสู่ Carbon Neutral ร่วมปลูกต้นไม้กว่า 5 แสนต้น รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเราอยู่ในยุคสิ้นสุดภาวะโลกร้อน (Global Warming) และกำลังเดินทางเข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) ยุคที่นำมาสู่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก เกิดวิกฤติภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้มีการสูญเสียระบบนิเวศและปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งสาเหตุหลักๆของภาวะโลกเดือดล้วนเกิดมาจากกิจกรรมและการกระทำของมนุษย์ที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-26213"></span></p>
<p><strong>องค์การสหประชาชาติ</strong> ได้กำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) เพื่อให้ประเทศต่างๆได้ตื่นตัวและหันมาให้ความสนใจดำเนินกิจกรรมที่ช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับในประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้กำหนดประเด็นหลักในการรณรงค์ คือ <strong>Land Restoration, Desertification &amp; Drought Resilience</strong> และคำขวัญที่ใช้ในการรณรงค์ ได้แก่ <strong>“</strong><strong>Our land. Our future. We are #GenerationRestoration.”</strong> โดยกำหนดเป็นคำขวัญภาษาไทยว่า <strong>“พลิกฟื้นผืนดิน สู้วิกฤตภัยแล้ง”</strong> เพื่อมุ่งเน้นในเรื่องการฟื้นฟูสภาวะแวดล้อมจากภัยแล้งที่ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น คน พืช สัตว์ ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงและกว้างขวางต่อทุกภาคส่วนของสังคม ดังนั้น การปรับตัวต่อภัยแล้ง รวมถึงการฟื้นฟูที่ดิน เพื่อพื้นที่ป่าไม้สีเขียว จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ชุมชนและสังคมจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p><strong>และปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่มีคำว่าสายเกินไปถ้าเราช่วยกันลงมือทำ</strong><strong> บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหาร เซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ </strong><strong> จึงได้เดินหน้าเร่งปลูกต้นไม้จากแคมเปญ “แค่ไม</strong><strong>่รับเท่ากับปลูกต้นไม้”</strong><strong> ภายใต้โครงการ “ปลูกป่า ปลูกอนาคต” ร่วมกับพาคีเครือข่ายเพาะกล้าไม้ในโครงการฯ ทั้งชุมชน วัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย เพื่อนำไปปลูกแล้วกว่า </strong><strong>571,671</strong><strong> ต</strong><strong>้น ทั่วประเทศ </strong><strong>เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนพร้อมปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับสังคมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก” โดย</strong><strong>มีเป้าหมายที่จะปลูกต้นไม้ให้ได้ทั้งสิ้น </strong><strong>1 </strong><strong>ล้านต้น ภายในปี </strong><strong>2568</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26214 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/7-gogreen1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอร์รี่</strong> กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล หรือ ESG ซึ่งในมิติของด้านสิ่งแวดล้อมนั้น ซีพี ออลล์ ได้ดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย 7 Go Green เพื่อสิ่งแวดล้อม 24 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)ภายในปี 2593 เป็นไปตามปณิธาน <strong>“</strong><strong>Giving&amp;Sharing</strong><strong>”  </strong></p>
<p>“แต่การบรรลุเป้า Net Zero นับว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ซึ่งหนึ่งในวิถีทางสำคัญที่ทุกคนสามารถช่วยกันทำได้ง่ายๆ ก็คือ “การปลูกต้นไม้” เพราะต้นไม้จะช่วยการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศ ซึ่งเป็นก๊าซที่มีสัดส่วนถึงร้อยละ 80 ของก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสงของต้นไม้  โดย &#8220;ต้นไม้&#8221; 1 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ย 9 – 15 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ปี , สามารถปล่อยก๊าซออกซิเจน (O2) ได้ถึง 200,000 – 250,000 ลิตร/ปี ซึ่งรองรับความต้องการก๊าซออกซิเจนของมนุษย์ได้ถึง 2 คน/ปี  อีกทั้งต้นไม้ยังช่วยปล่อยไอน้ำสู่ชั้นบรรยากาศช่วยเพิ่มความชื้นให้กับโลกเพื่อกอบกู้วิกฤตโลกเดือดให้บรรเทาลงได้อีกด้วย ” นายยุทธศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/7-go-green-world-environment-day/">“เซเว่น อีเลฟเว่น” มุ่งสู่ Carbon Neutral ร่วมปลูกต้นไม้กว่า 5 แสนต้น รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมกับ UNEP ชวนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญ “Love the Earth” (เลิฟ ดิ เอิร์ธ)</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/central-group-love-the-earth-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jun 2023 06:31:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Beat Plastic Pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[CPN]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[Journey to Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Love the Earth]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[UNEP]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลิฟ ดิ เอิร์ธ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18999</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมกับ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP: United Nations Environment Programme)  เชิญชวนทุกคนร่วมกันเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กับ กลุ่มเซ็นทรัล ในแคมเปญ “Love the Earth” (เลิฟ ดิ เอิร์ธ)  ภายใต้ธีม Beat Plastic Pollution ลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพลาสติก พร้อมมุ่งนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 ส่งเสริมด้านความยั่งยืน ผ่าน กิจกรรม World Environment Day ในรูปแบบ Carbon Neutral พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นมูลค่า การให้ของขวัญเป็นต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า การวางทิศทางและนโยบายในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ปัญหาด้านพลาสติกของโลกสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของขยะพลาสติกที่ยังคงเป็นปัญหาหลักและส่งผลกระทบต่อระบบของโลกใบนี้มาโดยตลอด  กลุ่มเซ็นทรัล และภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้ยกระดับความตระหนักและสร้างแรงกระตุ้นให้มีการลงมือปฏิบัติเพื่อลดภาวะมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่มาจากพลาสติกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/central-group-love-the-earth-2023/">กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมกับ UNEP ชวนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญ “Love the Earth” (เลิฟ ดิ เอิร์ธ)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมกับ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ <strong>(</strong><strong>UNEP: United Nations Environment Programme</strong><strong>)</strong>  เชิญชวนทุกคนร่วมกันเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กับ <strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> ในแคมเปญ <strong>“</strong><strong>Love the Earth</strong><strong>” </strong><strong>(</strong><strong>เลิฟ ดิ เอิร์ธ)  </strong>ภายใต้ธีม <strong>Beat Plastic Pollution</strong> ลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพลาสติก</p>
<p><span id="more-18999"></span></p>
<p>พร้อมมุ่งนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม <strong>เดินหน้าสู่เป้าหมาย </strong><strong>Net Zero</strong><strong> ปี 2050 </strong>ส่งเสริมด้านความยั่งยืน ผ่าน กิจกรรม World Environment Day ในรูปแบบ Carbon Neutral พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นมูลค่า การให้ของขวัญเป็นต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า การวางทิศทางและนโยบายในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์</strong> กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ปัญหาด้านพลาสติกของโลกสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของขยะพลาสติกที่ยังคงเป็นปัญหาหลักและส่งผลกระทบต่อระบบของโลกใบนี้มาโดยตลอด  <strong>กลุ่มเซ็นทรัล และภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน </strong>ได้ยกระดับความตระหนักและสร้างแรงกระตุ้นให้มีการลงมือปฏิบัติเพื่อลดภาวะมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่มาจากพลาสติกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการลงมือทำผ่านการดำเนินโครงการและการดำเนินธุรกิจต่างๆ ของบริษัทในเครือ ได้แก่ <strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong><strong>,</strong><strong> บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) </strong>ผ่านวิธีการรับมือ การวางทิศทางและนโยบายในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งนโยบาย วิธีการรับมือ และเป้าหมาย มีดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CG10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1.</strong><strong>นโยบายและแนวทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาการเพิ่มขึ้นของขยะพลาสติก</strong></p>
<p><strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ (</strong><strong>CRC)</strong>  เน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญคือ การลดขยะ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการรวบรวมส่งรีไซเคิล</p>
<p><strong>&#8211; การลดขยะ</strong> เริ่มจากการลดการใช้ถุงพลาสติก เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินโครงการ say no to Plastic bag และรณรงค์ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง</p>
<p><strong>&#8211; การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม </strong>โดยส่งเสริมให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคหรือลูกค้า มีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การประชาสัมพันธ์ด้านข้อมูลผู้บริโภคบนตราฉลากสินค้าและมาตรฐานรับรองต่างๆ ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงได้ง่ายๆ</p>
<p><strong>&#8211; การรีไซเคิล </strong>ได้มีการดำเนินโครงการคัดแยกรวบรวมวัสดุรีไซเคิล และเริ่มทดสอบโครงการเก็บรวบรวมขยะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และสามารถนำมาผลิตเป็นสินค้าจากขวดพลาสติกได้ 3 ประเภท กระเป๋าผ้า, ผ้าห่ม และเสื้อกั๊ก ทั้งนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญต่อของการจัดการขยะอาหาร ได้ดำเนินการโครงการเพื่อลดขยะอาหาร อาทิ การลดราคาก่อนสินค้าหมดอายุ การบริจาคให้กลุ่มเปราะบาง และการเก็บรวบรวมขยะอาหารจากศูนย์การค้าเพื่อทำปุ๋ยหมักชุมชนและก๊าซชีวภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19002 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CG4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้พัฒนาธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ มุ่งพัฒนาโครงการควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ภายใต้เจตจำนงของ แบรนด์ Imagining better futures for all บริษัทฯ คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการนำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาบูรณาการร่วมกันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดปริมาณขยะที่ส่งไปหลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ ขยายผลจาก โครงการ Journey to Zero สู่โครงการ Journey to Net Zero ตามแผนระยะยาวในการมุ่งสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยตั้งเป้าหมายระยะยาวในการลดสัดส่วนขยะฝังกลบลงให้ได้ร้อยละ 50 ของปริมาณขยะทั้งหมดที่ขนออกจากองค์กร ภายใน ปี 2568 และเป้าหมายระยะสั้นในการลดสัดส่วนขยะฝังกลบให้ได้ ร้อยละ 35 ของปริมาณขยะทั้งหมดในปี 2566</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CG7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) </strong>มีการวางแนวนโยบายการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ กำหนดแนวปฎิบัติให้กับทุกโรงแรม เพื่อให้มีการคัดแยกขยะก่อนนำขยะกำพร้าส่งไปยังหลุมฝังกลบตามหลักการลดขยะจากต้นทาง (Waste Minimization) คือการ -Prevention ปฎิเสธการใช้ -Reduce หากเลี่ยงการใช้ไม่ได้ก็ลดการใช้ -Reuse และมีใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่ &#8211; Recycle สุดท้ายคือการนำขยะที่รีไซเคิลได้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล อีกทั้งมีการบันทึกข้อมูลขยะประเภทต่างๆ ลงระบบการจัดเก็บข้อมูลด้านความยั่งยืน โดยแต่ละโรงแรมจะต้องแยกขยะให้ได้ 4 ประเภทหลัก คือ  1) ขยะรีไซเคิล เช่น กระดาษลัง พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว น้ำมันใช้แล้ว 2) ขยะอินทรีย์ ประเภท เศษอาหาร เศษผัก เปลือกผลไม้ 3) ขยะทั่วไป 4) ขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ แบตเตอรี่ ถังสารเคมีต่างๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19001 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CG8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2.</strong><strong>ผลสำเร็จจากการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทในเครือ ดังนี้</strong></p>
<p><strong>&#8211; บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) </strong>การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มความพร้อมของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้มีผลที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำการเลือกซื้อที่ยั่งยืนได้มากขึ้น และสร้างความรับผิดชอบและความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า บริษัทเซ็นทรัลรีเทลฯ มีความมุ่งมั่นที่จะขยายผล สร้างความคืบหน้าต่อเนื่องสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน โดยโครงการผลิตภัณฑ์แปรรูปจากขยะพลาสติก (Upcycling Product) สามารถลดขยะพลาสติกได้มากถึง 67,628 ขวด ริเริ่มเป็นโครงการ Samui Zero Waste Model ซึ่งช่วยลดขยะอินทรีย์ได้ 7 ตัน เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณ 105.51 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19009 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CG5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) </strong>ได้เริ่มโครงการ Journey to Zero อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2563 จากผลการดำเนินแผนงาน Journey to Zero – ร้านค้า และ พันธมิตรอื่น ๆ โครงการแยกขยะอินทรีย์ ร่วมกับเทศบาล เกษตรกร และโครงการ ไม่เทรวม ของ กทม. เมื่อปีที่แล้วลดขยะอินทรีย์ไปฝังกลบ ได้กว่า 6,000 ตัน รวมขยะรีไซเคิล และ แปลงเป็น “เชื้อเพลิงขยะ” (Refuse Derived Fuel: RDF) ได้ทั้งหมด 18,182 ตัน</p>
<p><strong>&#8211; บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) </strong>ได้มีการยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เริ่มจาก ยกเลิกการใช้หลอดพลาสติก การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ให้บริการในห้องพัก เช่น สบู่ แชมพู จากขวดพลาสติกเล็กๆ มาเป็นขวดหัวปั๊มที่ใช้ซ้ำได้ การยกเลิกถุงพลาสติกใส่ผ้าส่งซักในห้องพัก รวมถึงการใช้บรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเราได้มีการตั้งเป้าหมายในการยกเลิกผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งสำหรับแขกในโรงแรมให้ได้ 100% ภายในปี 2025 อีกด้วย นอกจากนี้ในวัน World Environment Day ประจำปี 2023 ทางโรงแรมได้จัดทำโครงการปลา POP ‘Plastic Only Please!’ เพื่อเป็นการจัดการขยะและลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง โดยการเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันคัดแยกขยะพลาสติกนำมาใส่ในตัวปลา POP โดยแคมเปญปลา POP นี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2023</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CG7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3.</strong><strong>ทิศทางและเป้าหมายในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล จำกัด (มหาชน), </strong><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน)</strong></p>
<p><strong>&#8211; บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ในการบรรลุเป้าหมายนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนากลยุทธ์ ReNEW ซึ่งประกอบด้วยแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจ เริ่มจากการใช้พลังงานสะอาด ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคาจากโซล่าเซลล์ การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้รถยนต์ไฟฟ้า   การลดการใช้ทรัพยากรและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและธุรกิจที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน และการบริหารจัดการของเสีย การส่งเสริมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการกำหนดเป้าหมายให้มีการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดในการดำเนินธุรกิจ และการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว 50,000 ไร่ ภายในปี 2030 เพื่อการกักเก็บคาร์บอน โดยเรามีเป้าหมายที่จะลดรอยเท้าคาร์บอนลงอย่างมีนัยสำคัญและมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CG6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) </strong>ได้วางเป้าหมายในการไปให้ถึง Net Zero จะต้องมีวิทยาศาสตร์มารองรับว่าทำได้จริง จึงมุ่งที่จะนำ Science Based Target Setting คือการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส บนพื้นฐานทาง Climate Science ซึ่งมีเป้าหมายในการจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไว้ให้ไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส และมุ่งสู่การจำกัดอุณหภูมิฯ ไว้ให้ไม่เกิน 5 องศาเซลเซียสมาปรับใช้ ซึ่งบริษัทฯ กำลังศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมนับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องครอบคลุมเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย</p>
<p><strong>&#8211; บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) </strong>กำหนดเป้าหมายการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมเรื่องการบริหารจัดการการใช้พลังงาน การใช้น้ำ การจัดการขยะ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งมั่นลดผลกระทบเชิงลบให้น้อยที่สุดและสร้างผลกระทบเชิงบวกกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด โดยกำหนดเป้าหมายระยะแรก ปี 2020-2029 ระยะเวลา 10 ปี ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำ ลดปริมาณขยะไปหลุมฝังกลบ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20 เทียบจากปีฐาน 2019 ดำเนินการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ นำพลังงานความร้อนที่ปล่อยทิ้งกลับมาใช้ในระบบผลิตน้ำร้อนเพื่อลดการใช้พลังงาน บริหารจัดการน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วนำกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้เพื่อประหยัดการใช้น้ำ บริหารจัดการขยะและของเสียเพื่อลดการนำขยะไปยังหลุมฝังกลบ ดำเนินการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ ติดตั้งเครื่องกำจัดขยะอินทรีย์เพื่อแปลงเศษอาหารให้เป็นสารปรับปรุงดินสำหรับบำรุงต้นไม้และแจกจ่ายให้กับประชาชนรอบพื้นที่โรงแรม และได้ก๊าชชีวภาพใช้เป็นก๊าซหุงต้มสำหรับปรุงอาหารในโรงแรม เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่าอย่างน้อย 100,000 ต้นภายในในปี 2029</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19005 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CG14.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day 2023)  <strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> จัดกิจกรรม World Environment Day ในรูปแบบ Carbon Neutral มุ่งสู่เป้าหมาย Journey to Zero  โดยเริ่มจากคำนึงถึงการปรับเปลี่ยนการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการจัดงาน ที่ไม่ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การ Reuse วัสดุภายในงาน จนถึงเมื่อใช้งานแล้ว จะนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำไป Recycle อย่างถูกวิธี รวมไปถึงการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่การใช้ไฟฟ้า การเดินทางของผู้มาร่วมงาน อาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนขยะที่เกิดขึ้นภายในงาน และจะทำการชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เท่ากับศูนย์ เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดกิจกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong><em>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ องค์กรค้าปลีกและบริการสีเขียวเต็มรูปแบบ เดินหน้าสู่ </em></strong><strong><em>Net Zero </em></strong><strong><em>ในปี </em></strong><strong><em>2050</em></strong><strong><em> พันธกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทุกมิติแห่งแรกของไทย ปรับและเปลี่ยนเพื่อโลกสีเขียวอย่างยั่งยืน</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/central-group-love-the-earth-2023/">กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมกับ UNEP ชวนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญ “Love the Earth” (เลิฟ ดิ เอิร์ธ)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ กลับมาขึ้นแท่นอันดับ 1 ที่คนไทยกังวลใจสูงสุดถึง 42% แซงเรื่องค่าครองชีพ      </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/market-buzzz-research-thai-people-environment-concern/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jun 2023 10:22:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Marketbuzzz]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความกังวล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์เก็ตบัซซ]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[แกรนท์ บาร์โทลี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18966</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาร์เก็ตบัซซ ร่วมกับวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดผลสำรวจปี 2566 พบ ‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ กลับมาขึ้นแท่นอันดับ 1 ที่คนไทยกังวลใจสูงสุดถึง 42% แซงเรื่องค่าครองชีพ       เนื่องในเดือนแห่งวันสิ่งแวดล้อมโลก ที่ตรงกับทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี มาร์เก็ตบัซซ ได้ร่วมกับวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำการสำรวจหัวข้อ “10 อันดับแรกที่คนไทยวิตกกังวลมากที่สุด” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยผลการสำรวจล่าสุดในปี 2566 มีผู้ตอบแบบสอบถามรวม 1,000 คน ในเดือนเมษายน 2566  พบว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่คนไทยมีความกังวลใจสูงที่สุดถึง 42% หากเทียบกับผลสำรวจในปี 2565 คนไทยส่วนใหญ่มีความกังวลในเรื่องของค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการปรับราคาของสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ในปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายมาเป็นสิ่งที่คนไทยมีความกังวลมากที่สุด มีตัวเลขเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ผ่านมา  นอกเหนือจากหัวข้ออื่นๆ ที่เป็นคำถามหลักของการสำรวจในเรื่องความกังวลในระดับประเทศ เช่น เรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น  การดูแลสุขภาพ  การจราจร อาชญากรรม และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ความกังวลต่อสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความกังวลอันดับต้นๆ จะเป็นเรื่องระดับมลพิษในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/market-buzzz-research-thai-people-environment-concern/">‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ กลับมาขึ้นแท่นอันดับ 1 ที่คนไทยกังวลใจสูงสุดถึง 42% แซงเรื่องค่าครองชีพ      </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มาร์เก็ตบัซซ ร่วมกับวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดผลสำรวจปี 2566 พบ ‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ กลับมาขึ้นแท่นอันดับ 1 ที่คนไทยกังวลใจสูงสุดถึง 42% แซงเรื่องค่าครองชีพ       </strong><span id="more-18966"></span></p>
<p><strong>เนื่องในเดือนแห่งวันสิ่งแวดล้อมโลก ที่ตรงกับทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี มาร์เก็ตบัซซ ได้ร่วมกับวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ </strong>จัดทำการสำรวจหัวข้อ “10 อันดับแรกที่คนไทยวิตกกังวลมากที่สุด” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยผลการสำรวจล่าสุดในปี 2566 มีผู้ตอบแบบสอบถามรวม 1,000 คน ในเดือนเมษายน 2566  พบว่า <strong>ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่คนไทยมีความกังวลใจสูงที่สุดถึง 42%</strong> หากเทียบกับผลสำรวจในปี 2565 คนไทยส่วนใหญ่มีความกังวลในเรื่องของค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการปรับราคาของสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ในปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายมาเป็นสิ่งที่คนไทยมีความกังวลมากที่สุด มีตัวเลขเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ผ่านมา  นอกเหนือจากหัวข้ออื่นๆ ที่เป็นคำถามหลักของการสำรวจในเรื่องความกังวลในระดับประเทศ เช่น เรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น  การดูแลสุขภาพ  การจราจร อาชญากรรม และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม</p>
<p>ความกังวลต่อสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความกังวลอันดับต้นๆ จะเป็นเรื่องระดับมลพิษในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยค่ามลพิษจะมีค่าสูงสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนและเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี  ปัญหามลพิษทางอากาศได้กลายเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและส่งผลต่อสุขภาพที่ร้ายแรงในประเทศไทย และคนไทยยังคงมีความกังวลกับปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่คนไทยพูดถึงและกังวลตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราได้มีการจัดทำแบบสำรวจ โดย 71% ของคนไทยเชื่อว่าปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของพวกเขา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีตัวเลขของการสำรวจอยู่ที่ 62% และ<strong>สิ่งที่น่ากังวลคือ กว่า 51% ของคนไทยเชื่อว่าสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะมีความเลวร้ายลงอีกใน 5 ปีข้างหน้า</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18968 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/TH2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>มร.แกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมาร์เก็ตบัซซ</strong> <strong>(Marketbuzzz) </strong>กล่าวว่า  “สำหรับข้อกังวลของคนไทยในหลายๆ หัวข้อที่เราทำการสำรวจพบว่า สิ่งแวดล้อมยังคงเป็นหัวข้อใหญ่ของความกังวลหลักในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความร่วมมืออย่างเต็มที่ทั้งภาครัฐและการสนับสนุนจากภาคเอกชน ที่ให้ความสำคัญและความพยายามที่จะช่วยกันปกป้องสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  คนไทยส่วนใหญ่มีความกังวลและคิดว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา  คนไทยมองโลกในแง่ดีน้อยลงในเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในอีก 5 ปีข้างหน้า และพวกเขาคิดว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงกว่าปีที่ผ่านมา”</p>
<p>การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ตามมามากมาย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นอกจากจะสร้างความตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อมแล้วควรมีแผนการดำเนินการมากขึ้นเพื่อช่วยลดผลกระทบเชิงลบดังกล่าว</p>
<p>การสำรวจเผยให้เห็นว่าผู้คนตระหนักในเรื่องนี้และให้ความร่วมมือในการปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในทุกวัน  พฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เห็นโดยทั่วไปคือ 42% มีการใช้ถุงผ้าหรือภาชนะที่สามารถนำกลับไปใช้ซ้ำได้มากขึ้น, 40% ลดจำนวนการใช้ไฟฟ้าที่บ้านน้อยลง รวมถึงรณรงค์ไม่สนับสนุนการซื้อขายหรือบริโภคของป่าถึง 38% ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่ายังมีอีกหลายวิธีที่สามารถให้ความร่วมมือกันในการปกป้องสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18967 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/TH1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>มร.แกรนท์ บาร์โทลี่</strong> กล่าวเสริมว่า “เมื่อพูดถึงความรับผิดชอบ ผู้คนมองหาความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนทั้งจากภาครัฐบาลและภาคธุรกิจ  เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยที่ดีขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน  ในช่วงหลายปีที่เราได้ทำการศึกษาจะเห็นได้ชัดว่า ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมสามารถนำไปใช้เพื่อกำหนดแผนของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ดีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย คนไทยคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อข้อกำหนดและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ  และต้องการให้คนไทยมีความรับผิดชอบเท่าเทียมกันและสร้างความคาดหวังให้ทุกคนปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของตนเองและร่วมมือกันในเรื่องนี้   ผลการศึกษานี้ทำให้เห็นถึงความชัดเจนของคนไทยที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมในเรื่องของสิ่งแวดล้อม”</p>
<p>จากผลการสำรวจด้านของสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรก ที่ผู้บริโภคชาวไทยมีความกังวลมากที่สุด 44% เป็นเรื่องของสภาวะโลกร้อน, 44% มลพิษทางอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ อีก 25%</p>
<figure id="attachment_18969" aria-describedby="caption-attachment-18969" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-18969 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Exec1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-18969" class="wp-caption-text">มร.แกรนท์ บาร์โทลี่</figcaption></figure>
<p><strong>ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</strong> กล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นว่าคนไทยตระหนักถึงภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลภาวะต่อชีวิตที่พวกเรากำลังเผชิญมากขึ้น แม้ว่าต้องเผชิญกับความท้าทายอื่นๆ อีกมากมายก็ตาม งานของเราที่คณะวิชาโลกคดีศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจ ความท้าทายต่างๆ ผ่านสาขาวิชาที่หลากหลายและมุ่งเน้นให้ความรู้เพื่อให้พวกเขาเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่จำเป็นและเอาชนะกับความท้าทายเหล่านี้”</p>
<p><strong>ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช</strong> ได้กล่าวเสริมอีกว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องสิ่งแวดล้อมของเรา นอกเหนือไปจากการริเริ่มของภาครัฐ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีคำว่าสายเกินไปที่เราจะมาร่วมมือกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการทำหน้าที่ในส่วนของแต่ละคนเพื่อช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<figure id="attachment_18970" aria-describedby="caption-attachment-18970" style="width: 374px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-18970" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Exec2.jpg" alt="" width="374" height="561" /><figcaption id="caption-attachment-18970" class="wp-caption-text">ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช</figcaption></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/market-buzzz-research-thai-people-environment-concern/">‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ กลับมาขึ้นแท่นอันดับ 1 ที่คนไทยกังวลใจสูงสุดถึง 42% แซงเรื่องค่าครองชีพ      </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สหประชาชาติ ชี้ &#8216;โลกกำลังสำลักขยะพลาสติก&#8217; ถือโอกาส &#8216;วันสิ่งแวดล้อมโลก&#8217; ขับเคลื่อน #BeatPlasticPollution เตือนทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/un-drive-beat-plastic-pollution-on-world-environment-day-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jun 2023 06:01:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Beat Plastic Pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Microplastic]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[UNEP]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day 2023]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[มลภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18950</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 5 มิถุนายน ตรงกับวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งในปีนี้เป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี นับจากเริ่มมีการขับเคลื่อนโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 5 มิถุนายน ตั้งแต่ปี 1973 เป็นต้นมา เพื่อเปิดเวทีสำหรับการเผยแพร่งานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลก เพื่อสร้างความตระหนักต่อความเสียหายของธรรมชาติ และสร้างให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหา โดยในปีนี้ ทางสหประชาชาติ หรือ UN ให้ความสำคัญกับประเด็นการแก้ปัญหาขยะพลาสติก ภายใต้แคมเปญ #BeatPlasticPollution เพื่อตอกย้ำว่าทุกการกระทำของมนุษย์ส่งผลให้โลกกำลังอยู่ในภาวะสำลักขยะพลาสติกที่มีอยู่ทั่วโลก และเรียกร้องให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข เพื่อสามารถเอาชนะมลภาวะจากขยะพลาสติกให้ได้ ​ ทั้งนี้ ในแต่ละปีมีการผลิตพลาสติกทั่วโลกมากกว่า 400 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าครึ่งเป็นการออกแบบมาสำหรับการใช้งานเพียงครั้งเดียว (Single-use Plastic) และมีไม่ถึง 10% ที่สามารถนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ โดยพบว่ามีปริมาณขยะพลาสติก 19-23 ล้านตัน ที่หลุดรอดไปสู่ธรรมชาติ ทั้งทะเลสาบ แม่น้ำ และมหาสมุทร ซึ่งเทียบเท่าได้กับน้ำหนักของหอไอเฟล 2,200 อาคารรวมกัน นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาไมโครพลาสติก จากการแตกตัวของอนุภาคของพลาสติกขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 5 มม.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/un-drive-beat-plastic-pollution-on-world-environment-day-2023/">สหประชาชาติ ชี้ &#8216;โลกกำลังสำลักขยะพลาสติก&#8217; ถือโอกาส &#8216;วันสิ่งแวดล้อมโลก&#8217; ขับเคลื่อน #BeatPlasticPollution เตือนทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 5 มิถุนายน ตรงกับวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งในปีนี้เป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี นับจากเริ่มมีการขับเคลื่อนโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 5 มิถุนายน ตั้งแต่ปี 1973 เป็นต้นมา เพื่อเปิดเวทีสำหรับการเผยแพร่งานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลก เพื่อสร้างความตระหนักต่อความเสียหายของธรรมชาติ และสร้างให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหา</p>
<p><span id="more-18950"></span></p>
<p>โดยในปีนี้ ทางสหประชาชาติ หรือ UN ให้ความสำคัญกับประเด็นการแก้ปัญหาขยะพลาสติก ภายใต้แคมเปญ <strong>#BeatPlasticPollution</strong> เพื่อตอกย้ำว่าทุกการกระทำของมนุษย์ส่งผลให้โลกกำลังอยู่ในภาวะสำลักขยะพลาสติกที่มีอยู่ทั่วโลก และเรียกร้องให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข เพื่อสามารถเอาชนะมลภาวะจากขยะพลาสติกให้ได้ ​</p>
<p>ทั้งนี้ ในแต่ละปีมีการผลิตพลาสติกทั่วโลกมากกว่า 400 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าครึ่งเป็นการออกแบบมาสำหรับการใช้งานเพียงครั้งเดียว (Single-use Plastic) และมีไม่ถึง 10% ที่สามารถนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้</p>
<p>โดยพบว่ามีปริมาณขยะพลาสติก 19-23 ล้านตัน ที่หลุดรอดไปสู่ธรรมชาติ ทั้งทะเลสาบ แม่น้ำ และมหาสมุทร ซึ่งเทียบเท่าได้กับน้ำหนักของหอไอเฟล 2,200 อาคารรวมกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาไมโครพลาสติก จากการแตกตัวของอนุภาคของพลาสติกขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 5 มม.) ปะปนไปกับอาหาร น้ำ อากาศ โดยมีการประเมินว่า แต่ละคนบนโลกมีการรับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายมากกว่า 50,000 ชิ้นในแต่ละปี</p>
<p>ดังนั้น Single-use Plastic จึงเป็นอันตรายและส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของมนุษย์ รวมทั้งเป็นมลพิษต่อความหลากหลายของระบบนิเวศ ตั้งแต่ยอดเขาไปจนถึงมหาสมุทร และเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายทั่วโลกต้องให้ความร่วมมือกันเพื่อระดมกำลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะหากไม่เร่งแก้ไข คาดว่า ปริมาณขยะที่ไหลลงสู่มหาสมุทรจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกถึง 3 เท่า ภายในปี 2040 และทำให้สัตว์ทะเลและชายฝั่งกว่า 800 สายพันธุ์ ต้องได้รับผลกระทบ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy จะสามารถลดขยะพลาสติกลงได้กว่า 80% ภายในปี 2040 รวมทั้งลดการผลิตและใช้เม็ดพลาสติกใหม่ หรือ Virgin Plastic ลงได้ 55% ช่วยประหยัดงบประมาณเฉลี่ยทั่วโลกลงได้กว่า 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยภาพรวมลงได้ราว 25% ซึ่งถือ​เป็นหน้าที่ของทุกคน ทั้งภาครัฐ ธุรกิจ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยขับเคลื่อน ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ และการร่วมมือร่วมใจกันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพื่อมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้</p>
<p>ข้อมูล <a href="https://www.un.org/en/observances/environment-day" target="_blank" rel="noopener">UN</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/un-drive-beat-plastic-pollution-on-world-environment-day-2023/">สหประชาชาติ ชี้ &#8216;โลกกำลังสำลักขยะพลาสติก&#8217; ถือโอกาส &#8216;วันสิ่งแวดล้อมโลก&#8217; ขับเคลื่อน #BeatPlasticPollution เตือนทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ กทม. ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2565</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/the-mall-group-activity-for-world-environment-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 02:46:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN RETAIL]]></category>
		<category><![CDATA[Only One Earth]]></category>
		<category><![CDATA[the Mall Group]]></category>
		<category><![CDATA[UNEP]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day 2022]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่า กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11997</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมสนับสนุน กรุงเทพมหานคร  นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวัน สิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2565  วันที่ 5 มิถุนายน 2565  ภายใต้แนวคิด #OnlyOneEarth ปกป้องโลกในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเรา เพราะโลกมีเพียงใบเดียว  เพื่อจุดประกายและปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ผ่านกิจกรรมปลูกป่านิเวศในเมือง ณ สวน 9 เนินเดินตามรอยพ่อ และกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาและปลูกต้นไม้ ณ  บริเวณลานใต้สะพานพระราม 8    คุณณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้อำนวนการใหญ่การตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะที่เป็น GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย ตอกย้ำภาพความเป็นห้างสรรพสินค้ารักษ์โลกและเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมเป็นภาคีสมาชิกของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ UNEP  พร้อมสนับสนุนและผลักดันให้กรุงเทพมหานครพัฒนาเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ Low Carbon City  ผ่านกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2565” วันที่ 5 มิถุนายน 2565  UNEP กำหนดการรณรงค์ภายใต้หัวข้อเรื่อง #OnlyOneEarth ปกป้องโลกในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเรา เพราะโลกมีเพียงใบเดียว  โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป   ร่วมสนับสนุนกรุงเทพมหานคร  จัดกิจกรรมโครงการรณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2565 (World Environment Day 2022)  ผ่าน 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมปลูกป่านิเวศในเมือง ณ สวน 9 เนินเดินตามรอยพ่อ เขตบางบอน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเป็นแหล่งกำเนิดความหลากหลายทางธรรมชาติสร้างระบบนิเวศที่สมดุลให้แก่พื้นที่ โดยร่วมสนับสนุนต้นไม้ประจำวันเกิด และเสื้อวันสิ่งแวดล้อมโลก   และกิจกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/the-mall-group-activity-for-world-environment-day/">เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ กทม. ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมสนับสนุน กรุงเทพมหานคร  นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวัน สิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี </span></b><b><span lang="EN-AU">2565  </span></b><b><span lang="TH">วันที่ </span></b><b><span lang="EN-AU">5</span></b><b><span lang="TH"> มิถุนายน </span></b><b>2565  </b><b><span lang="TH">ภายใต้แนวคิด </span></b><b><span lang="EN-AU">#OnlyOneEarth </span></b><b><span lang="TH">ปกป้องโลกในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเรา เพราะโลกมีเพียงใบเดียว  เพื่อจุดประกายและปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม </span></b><b><span lang="TH"> ผ่านกิจกรรมปลูกป่านิเวศในเมือง ณ สวน </span></b><b>9<span lang="TH"> เนินเดินตามรอยพ่อ และกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาและปลูกต้นไม้ ณ  บริเวณลานใต้สะพานพระราม </span>8 <span lang="TH"> </span></b><b> </b><span id="more-11997"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">คุณณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้อำนวนการใหญ่การตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด </span></b><span lang="TH">กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป </span><span lang="TH">ในฐานะที่เป็น </span><span lang="EN-AU">GREEN RETAIL </span><span lang="TH">แห่งแรกของประเทศไทย ตอกย้ำภาพความเป็นห้างสรรพสินค้ารักษ์โลกและเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง </span><span lang="TH">โดยได้ร่วมเป็นภาคีสมาชิกของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ </span><span lang="EN-AU">UNEP </span><span lang="TH"> พร้อมสนับสนุนและ</span><span lang="TH">ผลักดันให้กรุงเทพมหานครพัฒนาเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ </span><span lang="EN-AU">Low Carbon City  </span><span lang="TH">ผ่านกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับ <b>“วันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี </b></span><b><span lang="EN-AU">2565</span></b><b><span lang="TH">” วันที่ </span></b><b><span lang="EN-AU">5</span></b><b><span lang="TH"> มิถุนายน </span></b><b>2565  </b>UNEP <span lang="TH">กำหนดการรณรงค์ภายใต้หัวข้อเรื่อง<b> </b></span><b>#OnlyOneEarth </b><b><span lang="TH">ปกป้องโลกในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเรา เพราะโลกมีเพียงใบเดียว</span></b><span lang="TH">  โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป   ร่วมสนับสนุนกรุงเทพมหานคร  จัดกิจกรรมโครงการรณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก </span><span lang="EN-AU">2565</span><span lang="TH"> (</span>World Environment Day <span lang="EN-AU">2022</span><span lang="TH">)  <b>ผ่าน </b></span><b>2 <span lang="TH">กิจกรรม ได้แก่ </span></b><b><span lang="TH">กิจกรรมปลูกป่านิเวศในเมือง</span></b><span lang="TH"> <b>ณ</b> <b>สวน </b></span><b><span lang="EN-AU">9</span></b><b><span lang="TH"> เนินเดินตามรอยพ่อ </span></b><span lang="TH">เขตบางบอน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเป็นแหล่งกำเนิดความหลากหลายทางธรรมชาติสร้างระบบนิเวศที่สมดุลให้แก่พื้นที่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12000 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Mall-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">โดยร่วมสนับสนุนต้นไม้ประจำวันเกิด และเสื้อวันสิ่งแวดล้อมโลก  <b> และกิจกรรม “รวมพลเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาและปลูกต้นไม้”</b> <b>นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</b> ณ บริเวณลานใต้สะพานพระราม </span><span lang="EN-AU">8</span><span lang="TH"> และสวนหลวงพระราม </span>8<span lang="TH"> เขตบางพลัด  โดย </span><span lang="EN-AU">17</span><span lang="TH"> สำนักงานเขต ที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรมเจ้าท่า ชมรมนิยมพาย หน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันเก็บขยะและวัชพืชในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งรณรงค์ไม่ทิ้งขยะและไขมันลงในแม่น้ำและคูคลอง และปลูกต้นไม้ภายในสวนหลวงพระราม </span><span lang="EN-AU">8</span><span lang="TH"> เพื่อให้เจริญเติบโตให้ร่มเงา อีกทั้งช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างออกซิเจน  นอกจากนี้ </span><span lang="EN-AU">50</span><span lang="TH"> สำนักงานเขต ยังได้จัดกิจกรรมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ อาทิ การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว กิจกรรมการลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การจัดเก็บขยะในแม่น้ำคูคลอง การรณรงค์ลดใช้พลังงาน และลดมลพิษทางอากาศ เพื่อร่วมเป็นแรงผลักดันในโครงการรณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้อีกด้วย</span><b></b><span lang="EN-AU"> </span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">นอกจากนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังคงสานต่อเจตนารมณ์การเป็นห้างสรรพสินค้าสีเขียว เดินหน้าโครงการ </span><b><span lang="EN-AU">“THE MALL GROUP GO GREEN : GREEN EVERYDAY” </span></b><b><span lang="TH">รณรงค์ ลด ละ เลิก ใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง</span></b><span lang="TH"> เพื่อลดปริมาณขยะในประเทศไทย  สร้างความยั่งยืนทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<br aria-hidden="true" />เพื่อเป็นของขวัญล้ำค่าแก่ลูกหลานของเราในอนาคต</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="EN-AU"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11999 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Mall-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/the-mall-group-activity-for-world-environment-day/">เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ กทม. ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจ้ากระทรวงสิ่งแวดล้อมยอมรับ การแก้ปัญหา Single-use Plastic ในประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/reduce-single-use-plastic-not-been-successful-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jun 2022 03:54:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[NIMBY]]></category>
		<category><![CDATA[Not in my backyard]]></category>
		<category><![CDATA[Only One Earth]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day 2022]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วราวุธ ศิลปอาชา]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11988</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสียงจากผู้ขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ต่ออุปสรรคใหญ่ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการรณรงค์ลดการใช้ Single-Use Plastic ยังไม่ประสบความสำเร็จ คนส่วนใหญ่มีมายด์เซ็ตแบบ NIMBY รู้ว่าดี แต่ขอเอาง่าย สะดวกไว้ก่อน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน กิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2565 ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี ​โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดขึ้นเมื่อ 2 มิ.ย.  2565 เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงมือทำเพื่อปกป้องโลก ​ภายใต้แนวคิด​ Only One Earth : เพราะโลกมีเพียงใบเดียว ปกป้องโลกวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเรา ​ โดย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ​ ยังได้ร่วมเสวนา ในหัวข้อ “Only One Earth : ปกป้องโลกวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเรา” พร้อมกล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบาย​เพื่อร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเฉพาะการออกแคมเปญ Everyday [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/reduce-single-use-plastic-not-been-successful-in-thailand/">เจ้ากระทรวงสิ่งแวดล้อมยอมรับ การแก้ปัญหา Single-use Plastic ในประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เสียงจากผู้ขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ต่ออุปสรรคใหญ่ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการรณรงค์ลดการใช้ Single-Use Plastic ยังไม่ประสบความสำเร็จ คนส่วนใหญ่มีมายด์เซ็ตแบบ NIMBY รู้ว่าดี แต่ขอเอาง่าย สะดวกไว้ก่อน</p>
<p><span id="more-11988"></span></p>
<p><b>นายวราวุธ</b><b> </b><b>ศิลปอาชา</b><b> </b>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<span class="s1"> เป็นประธานเปิดงาน กิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2565 ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี ​</span>โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม<span class="s1"> (</span>สส<span class="s1">.) จัดขึ้นเมื่อ 2 มิ.ย.  2565 </span>เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงมือทำเพื่อปกป้องโลก ​ภายใต้แนวคิด​ Only One Earth : เพราะโลกมีเพียงใบเดียว ปกป้องโลกวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเรา ​</p>
<p>โดย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ​ ยังได้ร่วมเสวนา ในหัวข้อ “Only One Earth : ปกป้องโลกวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเรา” พร้อมกล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบาย​เพื่อร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเฉพาะการออกแคมเปญ Everyday to Say No Songle-use Plastic Bag ที่เริ่มประกาศใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2563 ซึ่งในช่วงนั้นเกิดปรากฏการณ์ผ่านสังคมออนไลน์  มีการแชร์ภาพคนนำภาชนะต่างๆ ไปใส่ของที่ซื้อในร้านสะดวกซื้อ​ และยังมีคำถามต่างๆ เกิดขึ้นมากมายกลับมาที่กระทรวงฯ ซึ่งจากการขับเคลื่อนที่ผ่านมา ทำให้ได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การเริ่มต้นคิดแคมเปญและรูปแบบการขับเคลื่อน หรือการออกกฏห้ามการนำเข้าเศษพลาสติกเข้ามาในประเทศไทย 100%  หรือแม้แต่การรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจของประชาชนที่ต้องการปฏิบัติเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง เพราะส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้ชีวิตเป็นสำคัญ</p>
<p>&#8220;ต้องยอมรับว่าจนถึงปัจจุบันนี้การขับเคลื่อนโครงการยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่มีความเคลื่อนไหวหรือพัฒนาการอย่างมีนัยยะสำคัญ​ หลังจากเริ่มออกแคมเปญเมื่อต้นปี 2563 เราสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกลงไปได้หลายพันล้านชิ้น คิดเป็นปริมาณหลายร้อยตัน ถ้าเทียบเป็นพื้นที่ก็เท่ากับเราเอาขยะพลาสติกไปถมในสวนลุมพินีได้ 2 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนขยะที่ลงลง​ แต่สถานการณ์ต่างๆ ก็ชะงักลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19. ซึ่งเป็นเรื่องที่เราเข้าใจได้ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยได้มากขึ้น เรามีเทคโนโลยี Upcycling ​ที่สามารถนำขยะพลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 100% ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพยายามกระตุ้นและทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ​แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11991 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Not-in-my-Backyard.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ทั้งนี้ หากจะแก้ปัญหาด้านส่ิงแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องตัดคำว่าสะดวกออกไปก่อน แต่ด้วยมายด์เซ็ตและพฤติกรรมของคนไทยส่วนใหญ่จะมีแนวคิดที่เรียกว่า <strong>NIMBY : Not in my backyard</strong> ​เช่น เมื่อเราถามพี่น้องประชาชนว่า อยากได้โรงงานไฟฟ้าจากขยะหรือไม่ อยากจะกำจัดขยะให้หมดไป หรืออยากใช้ไฟฟ้าฟรีหรือไม่ แน่นอนว่าทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า <strong>&#8220;อยาก&#8221;</strong> แต่พอถามว่า จะตั้งโครงการเหล่านี้ที่ไหนดี ก็จะตอบไปในทิศทางเดียวกันอีกว่า  <strong>ที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่แถวบริเวณบ้านตัวเอง</strong> หรือช่วงปลายปี 2562 ทุกคนสะเทือนใจกับการเสียชีวิตของน้องมาเรียม ที่พบพลาสติกอยู่ในระบบลำไส้ถึง 8 ชิ้น หลายคนก็เริ่มตระหนักและรับรู้ถึงเรื่องของปัญหาพลาสติกและบางส่วนตั้งใจจะเลิกใช้พลาสติก แต่สุดท้ายแล้วก็ยังยึดความสะดวกตัวเองเป็นสำคัญ​</p>
<p>ดังนั้น การจะแก้ปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้ ต้องอย่าสร้างเงื่อนไข โดยเฉพาะให้เลิกคำนึงถึงความสะดวกสบาย หรือความง่ายเป็นหลัก แต่ให้เดินหน้าทำสิ่งที่ต้องทำเลยทันที เพราะ​กระทรวงฯ เองไม่สามารถตบมือข้างเดียวได้  ถ้าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ช่วยกันขับเคลื่อน นโยบายต่างๆ ก็จะกลายเป็นเพียงแค่ตัวหนังสือในแผ่นกระดาษ เพราะสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เราจึงต้องช่วยกันรักษาโลกที่มีเพียงใบเดียวนี้ไว้ ก่อนที่จะไม่มีโลกให้เราอยู่ โดยต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เริ่มที่ตัวเอง และรวมพลังกัน​ และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงานเสวนาทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมยังได้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังคุกคามโลกอยู่ เช่น ​</p>
<p class="p1">&#8211; ตั้งแต่ปี<span class="s1"> 1950 </span>&#8211;<span class="s1"> 2017 </span>มีการผลิตพลาสติกประมาณ<span class="s1"> 9.2 พันล้าน</span>ตัน โดยมีปริมาณถึง 7 พันล้านตัน<span class="s1">ที่</span>กลายเป็นขยะ</p>
<p class="p1">&#8211; ปริมาณขยะในทะเลทั้งหมด เป็นขยะพลาสติกถึง<span class="s1"> 85%</span></p>
<p class="p1">&#8211; จากงานวิจัยพบไมโครพลาสติกในปอด เลือด และอุจจาระของมนุษย์ รวมถึงในรกของทารกแรกเกิด</p>
<p class="p1">&#8211; ปัญหามลพิษทางอากาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ประมาณ<span class="s1"> 7 ล้าน</span>คนต่อปี</p>
<p class="p1">&#8211; ประชาชน 9 ใน<span class="s1"> 10 </span>ของโลก ได้หายใจเอาอากาศที่เป็นมลพิษในระดับที่เกินขีดจำกัดขององค์การอนามัยโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/reduce-single-use-plastic-not-been-successful-in-thailand/">เจ้ากระทรวงสิ่งแวดล้อมยอมรับ การแก้ปัญหา Single-use Plastic ในประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพีเอฟ ร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/cpf-protect-marine-ecosystem-for-sustainability-in-action-goal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Jun 2022 03:40:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11963</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำผู้นำแห่งนวัตกรรมอาหารด้วยเทคโนโลยีทันสมัย นำนวัตกรรมและระบบอัตโนมัติ ขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม รับ&#8221;วันสิ่งแวดล้อมโลก&#8221; ( World Environment Day) มุ่งสร้างวิถีชีวิตและการบริโภคที่ยั่งยืน นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ที่มีการผลิตอาหารเพื่อส่งออกทั่วโลก ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมบรรเทาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีนี้ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งส่งผลต่อความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลก ถึงเวลาที่ทุกคนต้องลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นต้นทางของการผลิตอาหารให้กับมนุษย์ “ซีพีเอฟ ประกาศเป้าหมาย CPF 2030 Sustainability in Action โดยในอีก 9 ปีจากนี้ เป็นระยะเวลาของการลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/cpf-protect-marine-ecosystem-for-sustainability-in-action-goal/">ซีพีเอฟ ร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำผู้นำแห่งนวัตกรรมอาหารด้วยเทคโนโลยีทันสมัย นำนวัตกรรมและระบบอัตโนมัติ ขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม รับ&#8221;วันสิ่งแวดล้อมโลก&#8221; ( World Environment Day) มุ่งสร้างวิถีชีวิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</p>
<p><span id="more-11963"></span><br />
<strong>นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์</strong> รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ที่มีการผลิตอาหารเพื่อส่งออกทั่วโลก ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมบรรเทาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีนี้ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งส่งผลต่อความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลก ถึงเวลาที่ทุกคนต้องลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นต้นทางของการผลิตอาหารให้กับมนุษย์</p>
<p>“ซีพีเอฟ ประกาศเป้าหมาย CPF 2030 Sustainability in Action โดยในอีก 9 ปีจากนี้ เป็นระยะเวลาของการลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) ” นายวุฒิชัย กล่าว</p>
<p>บริษัท ฯ มุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของโลก โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อลดและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตลอดกระบวนการผลิต ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน นำนวัตกรรม เทคโนโลยี หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาปรับกระบวนการผลิต รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ตามหลัก 3 Rs คือ ลดการใช้น้ำ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด (Reuse) การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านการบำบัดด้วยเทคโนโลยีต่างๆ (Recycle)</p>
<p>พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นร่วมปกป้องทะเลโลก โดยร่วมกับเครือข่าย องค์กรพันธมิตรและชุมชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมเพื่อดูแลสมดุลระบบนิเวศชายฝั่งและทะเล อาทิ โครงการกับดักขยะทะเล (Trap The Sea Trash Project) นำร่องความร่วมมือกับ ชุมชนต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร เก็บขยะในคลองไมให้ไหลออกสู่ทะเล และคัดแยกขยะ โครงการรณรงค์ชาวประมงลดการทิ้งขยะลงสู่ทะเล โครงการเก็บขยะชายหาด ในพื้นที่ใกล้เคียงสถานประกอบการของสายธุรกิจสัตว์น้ำซีพีเอฟ และกิจกรรมการจัดการขยะชายฝั่งและในทะเล เป็นกิจกรรมต่อยอดโครงการศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา(FLEC)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11966 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/CPF2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นายวุฒิชัย ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึง การแก้ปัญหาขยะพลาสติก ที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ มีการวิจัยและพัฒนาการออกแบบ การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน เพื่อลดปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมการใช้วัสดุที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบัน 99.9 % ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุอาหารของซีพีเอฟ สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำมาใช้ใหม่ หรือสามารถย่อยสลายได้ ขณะเดียวกัน ได้กำหนดนโยบายการจัดการสูญเสียอาหาร อาหารส่วนเกิน และขยะอาหาร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>ในด้านของการดูแลสิ่งแวดล้อม ซีพีเอฟ ประกาศเป้าหมายต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2573 ครอบคลุมกิจการซีพีเอฟ รวมถึงคู่ค้าซึ่งจัดหาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรให้แก่ซีพีเอฟ ได้แก่ ข้าวโพด ปลาป่น น้ำมันปาล์ม ถั่วเหลือง และ มันสำปะหลัง และการดำเนินโครงการเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำรวมถึงการสร้างแหล่งอาหาร ปรับปรุงสถานที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์ป่าที่คืนกลับมายังป่าที่สมบูรณ์ การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ปลูกต้นไม้ในสถานประกอบการ อาทิ ร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าเพิ่มเติม ในโครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จ.ลพบุรี ไปแล้ว 6,971 ไร่ อนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติม ในโครงการ ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน 2,388 ไร่ และมีเป้าหมายอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติม 1,870 ไร่ ในปี 2562 -2566 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และตราด</p>
<p>ซีพีเอฟ ยังได้สร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กรลงมือทำเพื่อร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดโครงการต่างๆ อาทิ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในสถานประกอบการทั่วประเทศ โครงการกล้าจากป่า พนาในเมือง ส่งเสริมพนักงานปลูกต้นไม้ที่บ้าน โครงการ “กินเกลี้ยง เลี้ยงโลก” สร้างพฤติกรรมการบริโภคอย่างรู้คุณค่า ไม่เหลือทิ้งเป็นขยะอาหาร ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากพนักงานเป็นอย่างดี</p>
<p>สหประชาชาติ ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก หรือ World Environment Day ซึ่งปีนี้ กำหนดแนวคิด &#8220;Only One Earth&#8221; is the campaign slogan, with the focus on “Living Sustainably in Harmony with Nature.&#8221; โลกใบนี้มีเพียงใบเดียว &#8220;วิถีชีวิตที่ยั่งยืน อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11967 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/CPF3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/cpf-protect-marine-ecosystem-for-sustainability-in-action-goal/">ซีพีเอฟ ร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
