<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>WWF &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/wwf/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Jun 2026 04:28:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>WWF &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 04:28:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Forests Forward]]></category>
		<category><![CDATA[Forests Forward ปีที่ 2]]></category>
		<category><![CDATA[SIG]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บวชป่า]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วรภัทร คำไคร้]]></category>
		<category><![CDATA[วัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสไอจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42545</guid>

					<description><![CDATA[<p>SIG ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือปีที่ 2 ในโครงการ Forests Forward ที่มุ่งอนุรักษ์ และยกระดับการจัดการผืนป่าอย่างยั่งยืนครอบคลุมพื้นที่กว่า 375,000 ไร่ (60,000 เฮกตาร์) ใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ พื้นที่แนวเชื่อมต่อผืนป่าแม่ปิง–แก่งกรุง พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง และกลุ่มผืนป่า ดงพญาเย็น–ทับลาน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ โดยโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง 30&#215;30 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมุ่งยกระดับความสมบูรณ์ของผืนป่า เสริมความแข็งแรงของระบบนิเวศ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โครงการได้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ป่าในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สำคัญประกอบด้วย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยตรงรวม 435.75 ไร่ (69.72 เฮกตาร์) ในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง การฝึกอบรมด้านระบบลาดตระเวน SMART [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/">SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SIG </strong><strong>ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (</strong><strong>WWF) </strong><strong>ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือปีที่ </strong><strong>2 </strong><strong>ในโครงการ </strong><strong>Forests Forward</strong> ที่มุ่งอนุรักษ์ และยกระดับการจัดการผืนป่าอย่างยั่งยืนครอบคลุมพื้นที่กว่า 375,000 ไร่ (60,000 เฮกตาร์) ใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ</p>
<p><span id="more-42545"></span></p>
<p>ได้แก่ พื้นที่แนวเชื่อมต่อผืนป่าแม่ปิง–แก่งกรุง พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง และกลุ่มผืนป่า ดงพญาเย็น–ทับลาน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ โดยโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง 30&#215;30 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมุ่งยกระดับความสมบูรณ์ของผืนป่า เสริมความแข็งแรงของระบบนิเวศ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โครงการได้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ป่าในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สำคัญประกอบด้วย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยตรงรวม 435.75 ไร่ (69.72 เฮกตาร์) ในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง การฝึกอบรมด้านระบบลาดตระเวน SMART Patrol แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 120 คน การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ป่าชุมชน 47 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 59,298 ไร่ (9,883 เฮกตาร์) รวมถึงการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำชุมชน 31 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 887.5 ไร่ (142 เฮกตาร์) ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42547 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายวรภัทร-คำไคร้-ผู้ใหญ่บ้านหนองโสน-จังหวัดตาก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกทั้งยังพบรายงานเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าลดลงถึง 30% โดยมีทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินจำนวน 5 ทีม พร้อมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ 25 คนให้สามารถใช้โดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) เพื่อเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 156,250 ไร่ (25,000 เฮกตาร์) ในแนวผืนป่าแม่ปิง โดยใช้โดรนและระบบกล้องถ่ายทอดสด เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p><strong>นายวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเทศไทย ลาว พม่า และกัมพูชา เอสไอจี</strong> กล่าวว่า “ป่าที่สมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และคุณภาพชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ความร่วมมือกับ WWF ประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SIG ในการดำเนินงานที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การฟื้นฟูป่า การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ การส่งเสริมการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ไปจนถึงการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจ ด้านการฟื้นฟูธรรมชาติของ SIG ที่เชื่อมโยงการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42546 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายวัชรพงศ์-ร่วมปลูกป่า-โครงการ-Forests-Forward-ปีที่-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 (5 มิถุนายน) ผู้บริหารระดับสูงจาก SIG และ WWF ประเทศไทย ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายพันธมิตร และชาวบ้านหนองโสนกว่า 180 คน ในตำบลย่านรี อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ได้เข้าร่วมพิธีบวชป่าตามประเพณีและกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศท้องถิ่น โดยภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงความคืบหน้าของโครงการ พร้อมพิธีมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในโครงการอนุรักษ์</p>
<p><strong>นายรัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และผู้อำนวยการส่วนงานกลุ่มป่าไม้องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ความท้าทายสำคัญของการอนุรักษ์ป่าในปัจจุบัน คือการสร้างสมดุลระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกับการอยู่รอดของสัตว์ป่า ความร่วมมือกับ SIG ช่วยให้เราสามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ หรือการใช้โดรนตรวจจับความร้อนเพื่อติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งผลลัพธ์คือการลดความขัดแย้งระหว่างคนและสัตว์ป่าลงได้ 30% และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชนสามารถช่วยปกป้องผืนป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42548 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายรัฐพล-พิทักษ์เทพสมบัติ-รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์-และผู้อำนวยการส่วนงานกลุ่มป่า.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ด้านนายวรภัทร คำไคร้ ผู้ใหญ่บ้านหนองโสน จังหวัดตาก</strong> กล่าวว่า “สำหรับชุมชนของเรา พิธีบวชป่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงเจตนาของชุมชนในการดูแลและปกป้องผืนป่าที่เป็นแหล่งพึ่งพิงของทุกคน การฟื้นฟูป่าไม่เพียงช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยคืนความชุ่มชื้น แหล่งอาหาร และความสมดุลให้กับระบบนิเวศ เมื่อป่ามีความสมบูรณ์ สัตว์ป่าก็สามารถอาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ขณะที่ชุมชนก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราอยากรักษาไว้ให้ลูกหลานและคนรุ่นต่อไป”</p>
<p>ทั้งนี้ ในปีที่ 3 ของโครงการ SIG และ WWF ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าต่อยอดผลการดำเนินงานในทั้ง 3 พื้นที่เป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับการเสริมประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่คุ้มครอง การสนับสนุนงานอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน การยกระดับระบบติดตามและเฝ้าระวัง ตลอดจนการขยายผลแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในพื้นที่เป้าหมายต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/แม่น้ำสงคราม-ช่วงบ้านท่าโข่ง-บริเวณโค้งกุดซวย.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sig-join-wwf-forests-forward-ep2/">SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” ส่งเสริมการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/set-green-economy-next-growth-and-survive/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Feb 2024 11:26:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy: Next Growth and Survive]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SET…Make it Work for Everyone]]></category>
		<category><![CDATA[The Gold Standard Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[TIJ]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. พิเศษ สอาดเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24024</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก้าวสู่ปีที่ 50 จับมือสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และ The Gold Standard Foundation จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” โดยได้รับเกียรติจากหม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนการค้าไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษการขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมเชิญภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทจดทะเบียน ร่วมรับฟังโมเดลและรูปแบบนวัตกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” ได้ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเติบโตอย่างมีสมดุล โดยมีการดำเนินการทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านความยั่งยืน และงานพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และตอบเป้าประสงค์การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/set-green-economy-next-growth-and-survive/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” ส่งเสริมการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> ก้าวสู่ปีที่ 50 จับมือสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และ The Gold Standard Foundation จัดงาน <strong>“Green Economy: Next Growth and Survive”</strong></p>
<p><span id="more-24024"></span></p>
<p>โดยได้รับเกียรติจากหม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนการค้าไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษการขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมเชิญภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทจดทะเบียน ร่วมรับฟังโมเดลและรูปแบบนวัตกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>ดร. ภากร ปีตธวัชชัย</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ <strong>“To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone”</strong> ได้ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเติบโตอย่างมีสมดุล โดยมีการดำเนินการทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านความยั่งยืน และงานพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และตอบเป้าประสงค์การพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และThe Gold Standard Foundation จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” ขึ้น เพื่อร่วมกันส่งเสริมภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว</p>
<p>“งานในครั้งนี้ ทุกภาคส่วนตั้งแต่ภาครัฐ ภาคสังคม และภาคธุรกิจ จะร่วมเสนอวิสัยทัศน์ นโยบายเชิงกลยุทธ์ และแลกเปลี่ยน โมเดลและรูปแบบนวัตกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกัน รวมถึงการนำกลไกคาร์บอนเครดิตมาร่วมพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นกรณีศึกษาให้ภาคเอกชนพัฒนาแนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว ขับเคลื่อนอนาคตของทุกภาคส่วนที่จะโตไปด้วยกันอย่างสมดุลและยั่งยืน” ดร. ภากร กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24054 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/2-5.jpg" alt="" width="1200" height="780" /></p>
<p><strong>นายวีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์</strong> ผู้อำนวยการโครงการแม่โขงเพื่ออนาคต องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล กล่าวว่า โครงการแม่โขงเพื่ออนาคตขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ดำเนินงานโดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เพื่อสร้างความร่วมมือแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดน ผ่านการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาสังคม พันธกิจของคณะผู้จัดงานในครั้งนี้มีความสอดคล้องด้านกลยุทธ์เรื่องสภาพภูมิอากาศของ USAID เป็นอย่างมาก โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูงและเร่งด่วน ผ่านกลไกการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โครงการรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สามารถเชื่อม Gold Standard โปรแกรมรับรองคาร์บอนเครดิต ให้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานในครั้งนี้ โดยโปรแกรมนี้มีต้นกำเนิดมาจาก WWF ที่มุ่งเน้นการรับรองคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงทางสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมและทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>ดร.พิเศษ สอาดเย็น</strong> สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวว่า TIJ เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ผลักดันให้เกิดการรวมตัวของภาคีเครือข่ายองค์กรต่างๆ จากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (Rule of Law and Development Program) หรือ RoLD Program โดยเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD Fellows) ได้นำประเด็นปัญหาฝุ่นและหมอกควันข้ามแดน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวพันกับหลายประเทศอาเซียน มาสร้างวงสนทนาแลกเปลี่ยนผ่านมุมมองที่มองผ่านเลนส์ในประเด็นด้านความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice) โดยมีข้อเสนอที่น่าสนใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาฝุ่นและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของไทย คือ การแสวงหาข้อเท็จจริงของสาเหตุการเกิดฝุ่นควันที่มาจากการเผาในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและนำแนวทาง “การพัฒนาทางเลือก” (Alternative Development) มาช่วยทำให้ประชาชนในพื้นที่ลดการเผาในที่โล่ง พร้อมกับมีอาชีพทางเลือกใหม่และมีรายได้ที่มั่นคงมาทดแทน ซึ่งจะช่วยลดการกล่าวโทษประชาชน แต่เปลี่ยนไปเป็นการร่วมมือกันของทุกฝ่ายเพื่อวางแนวทางการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน การจัดงานครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมด้านทรัพยากร ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้เกิดความเป็นธรรมควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/3-6.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p>งาน “<strong>Green Economy: Next Growth and Survive”</strong> จะมีการปาฐกถาพิเศษโดย<strong>หม่อมหลวง ชโยทิต กฤดากร</strong> ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนการค้าไทย และเสวนา <strong>“Carbon Credit: Mechanism for Green Economy?</strong>” โดยวิทยากรรับเชิญ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้าน Carbon Finance และ Carbon Credit จากองค์กรระดับสากล และผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่สร้างนวัตกรรมทางสังคมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทางภาคเหนือ งานจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 13:00-16:00 น. ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้สนใจสามารถรับฟังงานสัมมนาย้อนหลังผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook : SET Social Impact</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/set-green-economy-next-growth-and-survive/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร จัดงาน “Green Economy: Next Growth and Survive” ส่งเสริมการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/epson-join-wwf-recovering-the-forrest/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jul 2023 05:00:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EPSON]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูผืนป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยง มุนีมงคลทร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน]]></category>
		<category><![CDATA[โตอาบิ ซาดาโยสิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19855</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และ WWF มีจุดยืนร่วมกันในด้านการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเคยทำงานร่วมกันในโครงการอนุรักษ์ทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อมีนาคม 2565 ก่อนจะจับมือกันเป็นพันธมิตร เพื่อดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ประการ ประกอบด้วย 1) จัดการกับรอยเท้านิเวศของเอปสัน 2) สนับสนุนโครง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าของ WWF ใน 7 ประเทศทั่ว 4 ภูมิภาค และ 3) สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เอปสันจะทำการสนับสนุนเงิน 240 ล้านเยน หรือประมาณ 59 ล้านบาท ในระยะ เวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2566 สำหรับใช้ในโครงการด้านป่าไม้ของ WWF โดยตลอดระยะเวลาความร่วมมือ เอปสันในฐานะองค์กรสมาชิกในโครงการ Forests Forward ของ WWF จะร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติในผืนป่าที่เสียหายจากการถูกตัดไม้ในพื้นที่ต่างๆ ที่ WWF เข้าดำเนินงาน และจะช่วยปรับปรุงด้านความยั่งยืนในห่วงโซอุปทานให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังจะมุ่งสร้างโลกที่มีธรรมชาติที่ดีขึ้นกว่าเดิม (nature-positive) ผ่านการผลักดันการใช้ทรัพยากรป่าไม้ (กระดาษ) ในภาคธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศน้ำสะอาดและกิจกรรมที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจะมีตามมาในอนาคต นายยาสึโนริ โอกาว่า ประธานบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เอปสันรู้สึกยินดีที่ได้ลงนามในข้อ ตกลงความร่วมมือกับ WWF โลกกำลังเผชิญกับความหายนะทางสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องลงมือทันที เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใบนี้เอาไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปริมาณของเสีย และทำให้แน่ใจว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างอนาคตที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน องค์กร WWF จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับเอปสัน” “ในปี 2564 เอปสันได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าที่จะก้าวไปเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เป็นลบรวมถึงไม่มีการใช้ทรัพยากรใต้ดินให้ได้ภายในปี 2593 และเพื่อทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ บริษัทฯ ได้ริเริ่มกระบวนการใหม่ๆ ที่รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ การใช้ทรัพยากรแบบวงปิด การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เอปสันตระหนักดีว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/epson-join-wwf-recovering-the-forrest/">เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH"><strong>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น</strong> ประกาศความร่วมมือกับ<strong>องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสาก</strong>ล หรือ </span>WWF <span lang="TH">องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา </span>3 <span lang="TH">ปี ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span id="more-19855"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และ </span>WWF <span lang="TH">มีจุดยืนร่วมกันในด้านการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเคยทำงานร่วมกันในโครงการอนุรักษ์ทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อมีนาคม </span>2565<span lang="TH"> ก่อนจะจับมือกันเป็นพันธมิตร เพื่อดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ </span>3 <span lang="TH">ประการ ประกอบด้วย </span>1) <span lang="TH">จัดการกับรอยเท้านิเวศของเอปสัน </span>2)<span lang="TH"> สนับสนุนโครง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าของ </span>WWF <span lang="TH">ใน </span>7<span lang="TH"> ประเทศทั่ว </span>4<span lang="TH"> ภูมิภาค และ </span>3) <span lang="TH">สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เอปสันจะทำการสนับสนุนเงิน </span>240<span lang="TH"> ล้านเยน หรือประมาณ </span>59<span lang="TH"> ล้านบาท ในระยะ เวลา </span>3 <span lang="TH">ปี เริ่มตั้งแต่มีนาคม </span>2566<span lang="TH"> สำหรับใช้ในโครงการด้านป่าไม้ของ </span>WWF<span lang="TH"> โดยตลอดระยะเวลาความร่วมมือ เอปสันในฐานะองค์กรสมาชิกในโครงการ </span>Forests Forward <span lang="TH">ของ </span>WWF<span lang="TH"> จะร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติในผืนป่าที่เสียหายจากการถูกตัดไม้ในพื้นที่ต่างๆ ที่ </span>WWF <span lang="TH">เข้าดำเนินงาน และจะช่วยปรับปรุงด้านความยั่งยืนในห่วงโซอุปทานให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังจะมุ่งสร้างโลกที่มีธรรมชาติที่ดีขึ้นกว่าเดิม (</span>nature-positive) <span lang="TH">ผ่านการผลักดันการใช้ทรัพยากรป่าไม้ (กระดาษ) ในภาคธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศน้ำสะอาดและกิจกรรมที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจะมีตามมาในอนาคต</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">นายยาสึโนริ</span></b><b> <span lang="TH">โอกาว่า</span> <span lang="TH">ประธานบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น</span></b> <span lang="TH">กล่าวว่า “เอปสันรู้สึกยินดีที่ได้ลงนามในข้อ ตกลงความร่วมมือกับ </span>WWF <span lang="TH">โลกกำลังเผชิญกับความหายนะทางสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องลงมือทันที เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใบนี้เอาไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปริมาณของเสีย และทำให้แน่ใจว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างอนาคตที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน องค์กร </span>WWF <span lang="TH">จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับเอปสัน</span>”</p>
<p class="x_MsoNormal">“<span lang="TH">ในปี </span>2564<span lang="TH"> เอปสันได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าที่จะก้าวไปเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เป็นลบรวมถึงไม่มีการใช้ทรัพยากรใต้ดินให้ได้ภายในปี </span>2<span lang="TH">5</span>93 <span lang="TH">และเพื่อทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ บริษัทฯ ได้ริเริ่มกระบวนการใหม่ๆ ที่รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ การใช้ทรัพยากรแบบวงปิด การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เอปสันตระหนักดีว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน เช่นเดียวกับความร่วมมือจากพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกัน อย่าง </span>WWF <span lang="TH">ที่จะร่วมกันสร้างความตระหนักรู้และดำเนินการอย่างกล้าหาญ เพื่อแก้ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญอยู่&#8221;</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">นายโตอาบิ ซาดาโยสิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</span></b><b> WWF <span lang="TH">ประเทศญี่ปุ่น</span></b><span lang="TH"> กล่าวว่า </span>“WWF<span lang="TH"> มีความยินดีที่ได้ร่วม มือกับเอปสัน เพื่ออนาคตของป่าไม้ และไม่ใช่แค่เพียงความมุ่งมั่นของบริษัทเพียงบริษัทเดียว แต่นี่ยังสะท้อนให้เห็นถึงย่างก้าวที่สำคัญของความพยายามอย่างเร่งรีบจากภาคเอกชน เพื่อป้องกันความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ โดย เฉพาะป่าไม้ที่เราทุกคนต้องพึ่งพา”</span></p>
<p class="x_MsoNormal">“<span lang="TH">การคุ้มครองและการจัดการต่อระบบนิเวศในผืนป่าด้วยความรับผิดชอบเป็นวาระสำคัญในการประชุมระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้ อย่าง การประชุม </span>UN COP27<span lang="TH"> ว่าด้วยเรื่องสภาพภูมิอากาศ และ </span>UN COP15<span lang="TH"> ว่าด้วยเรื่องความหลาก หลายทางชีวภาพ แสดงให้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องวิกฤตที่ทุกองค์กรจะต้องช่วยกันขับเคลื่อน ด้วยการให้คำมั่นที่แน่วแน่และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน เพราะนี่คือสิ่งจำเป็นต่อการฟื้นคืนความสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างสังคมที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นพันธมิตรและการมีส่วนร่วมในโครงการ </span>Forests Forward <span lang="TH">เอปสัน และ </span>WWF <span lang="TH">จะมุ่งมั่นรักษาผืนป่าที่ถูกคุกคาม ทั้งภายในและนอกเหนือประเทศที่เอปสันมีห่วงโซ่อุปทานไปถึง ผ่านการบริหารจัดการป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น</span>”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19857 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ยรรยง-มุนีมงคลทร_Epson_1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ด้าน <b>นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด </b>กล่าวว่า </span>“<span lang="TH">เอปสันและ </span>WWF <span lang="TH">ได้มีการร่วมงานกันตั้งแต่ปี </span>2565 <span lang="TH">ในโครงการอนุรักษ์ทางทะเล เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากการฟื้นฟูปะการังที่สิงคโปร์ ก่อนจะขยายไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย รวมถึงการฟื้นฟูป่าชายเลนในฟิลิปปินส์ โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และพันธมิตรทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าและสื่อมวลชน สำหรับประเทศไทย เอปสันจะยังสานต่อกิจกรรมอนุรักษ์ทางทะเล ทั้งยังขยายขอบเขตการทำงานร่วมกับ </span>WWF <span lang="TH">ประเทศไทยในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพทั้งบนบกและใต้น้ำ</span>”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/epson-join-wwf-recovering-the-forrest/">เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/epson-mou-wwf-environmental-caring/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 05:12:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติในผืนป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูผืนป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสึโนริ โอกาว่า]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล]]></category>
		<category><![CDATA[โตอาบิ ซาดาโยสิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19358</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และ WWF มีจุดยืนร่วมกันในด้านการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเคยทำงานร่วมกันในโครงการอนุรักษ์ทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อมีนาคม 2565 ก่อนจะจับมือกันเป็นพันธมิตร เพื่อดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ประการ ประกอบด้วย 1) จัดการกับรอยเท้านิเวศของเอปสัน 2) สนับสนุนโครง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าของ WWF ใน 7 ประเทศทั่ว 4 ภูมิภาค และ 3) สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เอปสันจะทำการสนับสนุนเงิน 240 ล้านเยน หรือประมาณ 59 ล้านบาท ในระยะ เวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2566 สำหรับใช้ในโครงการด้านป่าไม้ของ WWF โดยตลอดระยะเวลาความร่วมมือ เอปสันในฐานะองค์กรสมาชิกในโครงการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/epson-mou-wwf-environmental-caring/">เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-19358"></span></p>
<p>ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น และ WWF มีจุดยืนร่วมกันในด้านการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเคยทำงานร่วมกันในโครงการอนุรักษ์ทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อมีนาคม 2565 ก่อนจะจับมือกันเป็นพันธมิตร เพื่อดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ประการ ประกอบด้วย 1) จัดการกับรอยเท้านิเวศของเอปสัน 2) สนับสนุนโครง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าของ WWF ใน 7 ประเทศทั่ว 4 ภูมิภาค และ 3) สร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เอปสันจะทำการสนับสนุนเงิน 240 ล้านเยน หรือประมาณ 59 ล้านบาท ในระยะ เวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2566 สำหรับใช้ในโครงการด้านป่าไม้ของ WWF โดยตลอดระยะเวลาความร่วมมือ เอปสันในฐานะองค์กรสมาชิกในโครงการ Forests Forward ของ WWF จะร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติในผืนป่าที่เสียหายจากการถูกตัดไม้ในพื้นที่ต่างๆ ที่ WWF เข้าดำเนินงาน และจะช่วยปรับปรุงด้านความยั่งยืนในห่วงโซอุปทานให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังจะมุ่งสร้างโลกที่มีธรรมชาติที่ดีขึ้นกว่าเดิม (nature-positive) ผ่านการผลักดันการใช้ทรัพยากรป่าไม้ (กระดาษ) ในภาคธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศน้ำสะอาดและกิจกรรมที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจะมีตามมาในอนาคต</p>
<p><strong>นายยาสึโนริ</strong><strong> </strong><strong>โอกาว่า</strong><strong> </strong><strong>ประธานบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น</strong> กล่าวว่า “เอปสันรู้สึกยินดีที่ได้ลงนามในข้อ ตกลงความร่วมมือกับ WWF โลกกำลังเผชิญกับความหายนะทางสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องลงมือทันที เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใบนี้เอาไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปริมาณของเสีย และทำให้แน่ใจว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างอนาคตที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน องค์กร WWF จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับเอปสัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Epson3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ในปี 2564 เอปสันได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าที่จะก้าวไปเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เป็นลบรวมถึงไม่มีการใช้ทรัพยากรใต้ดินให้ได้ภายในปี 2593 และเพื่อทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ บริษัทฯ<br />
ได้ริเริ่มกระบวนการใหม่ๆ ที่รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ การใช้ทรัพยากรแบบวงปิด การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เอปสันตระหนักดีว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน เช่นเดียวกับความร่วมมือจากพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกัน อย่าง WWF ที่จะร่วมกันสร้างความตระหนักรู้และดำเนินการอย่างกล้าหาญ เพื่อแก้ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญอยู่&#8221;</p>
<p><strong>นายโตอาบิ ซาดาโยสิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong><strong> WWF </strong><strong>ประเทศญี่ปุ่น</strong> กล่าวว่า “WWF มีความยินดีที่ได้ร่วม มือกับเอปสัน เพื่ออนาคตของป่าไม้ และไม่ใช่แค่เพียงความมุ่งมั่นของบริษัทเพียงบริษัทเดียว แต่นี่ยังสะท้อนให้เห็นถึงย่างก้าวที่สำคัญของความพยายามอย่างเร่งรีบจากภาคเอกชน เพื่อป้องกันความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ โดย เฉพาะป่าไม้ที่เราทุกคนต้องพึ่งพา”</p>
<p>“การคุ้มครองและการจัดการต่อระบบนิเวศในผืนป่าด้วยความรับผิดชอบเป็นวาระสำคัญในการประชุมระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้ อย่าง การประชุม UN COP27 ว่าด้วยเรื่องสภาพภูมิอากาศ และ UN COP15 ว่าด้วยเรื่องความหลาก หลายทางชีวภาพ แสดงให้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องวิกฤตที่ทุกองค์กรจะต้องช่วยกันขับเคลื่อน ด้วยการให้คำมั่นที่แน่วแน่และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน เพราะนี่คือสิ่งจำเป็นต่อการฟื้นคืนความสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างสังคมที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นพันธมิตรและการมีส่วนร่วมในโครงการ Forests Forward เอปสัน และ WWF จะมุ่งมั่นรักษาผืนป่าที่ถูกคุกคาม ทั้งภายในและนอกเหนือประเทศที่เอปสันมีห่วงโซ่อุปทานไปถึง ผ่านการบริหารจัดการป่าไม้และฟื้นฟูธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19360 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Epson2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด </strong>กล่าวว่า “เอปสันและ WWF ได้มีการร่วมงานกันตั้งแต่ปี 2565 ในโครงการอนุรักษ์ทางทะเล เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากการฟื้นฟูปะการังที่สิงคโปร์ ก่อนจะขยายไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย รวมถึงการฟื้นฟูป่าชายเลนในฟิลิปปินส์ โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และพันธมิตรทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าและสื่อมวลชน สำหรับประเทศไทย เอปสันจะยังสานต่อกิจกรรมอนุรักษ์ทางทะเล ทั้งยังขยายขอบเขตการทำงานร่วมกับ WWF ประเทศไทยในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพทั้งบนบกและใต้น้ำ”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/epson-mou-wwf-environmental-caring/">เอปสันสานความร่วมมือ WWF ฟื้นฟูผืนป่าทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เชฟในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก “คิด” เพื่อลดขยะอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/05/chef-slim-down-food-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 May 2018 05:35:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Hilton]]></category>
		<category><![CDATA[Hyatt]]></category>
		<category><![CDATA[Joao Campari]]></category>
		<category><![CDATA[Marriott International]]></category>
		<category><![CDATA[Pete Pearson]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[The Asian arm of the Hotel Kitchen Programme]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2926</guid>

					<description><![CDATA[<p>รวมถึงการปรับเปลี่ยนอาหารบุฟเฟ่ต์ให้เหมาะสม อีกทั้งคิดการโปรโมทแคมเปญการนำอาหารเหลือห่อกลับบ้าน สิ่งเหล่านี้เป็นแผนการที่นำโดยกลุ่มสิ่งแวดล้อม WWF โดย The Asian arm of the Hotel Kitchen Programme ได้รับการระดมทุนโดยมูลนิธิ Rokefeller ที่มีกำหนดเปิดตัวในงานประชุมนานาชาติและภูมิภาคด้านเชนโรงแรมที่จะเกิดขึ้นในประเทศสิงคโปร์ “นี่เป็นการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และให้คนคิดต่างเรื่องอาหาร” Pete Pearson ผู้อำนวยการด้านขยะอาหารแห่ง WWF ประจำสำนักงานวอชิงตัน กล่าว 1ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกไม่ได้ถูกบริโภค เนื่องจากมีสภาพเน่าเสียหลังการเก็บเกี่ยว และระหว่างการขนส่ง หรืออาจจะถูกทิ้งไปโดยร้านค้าและผู้บริโภคเสียเอง โดยรายงานของ U.N. Food and Agriculture Organization ระบุว่าเกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากกรณีดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 940 พันล้านดอลลาร์ต่อปี แม้ว่า 815 ล้านคนทั่วโลกต้องเข้านอนด้วยความหิวโหยทุกคืนก็ตาม นอกจากนี้ การทิ้งขว้างอาหารจะเป็นตัวทำลายน้ำ พลังงานและเชื้อเพลิงที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต รวมถึงการเก็บรักษาและการแจกจ่ายอาหาร ขณะที่เศษอาหารจะจบลงด้วยวิธีการนำไปทิ้งในหลุมฝังกลบซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทน Joao Campari หัวหน้าฝึกการประกอบอาหารที่ทำงานร่วมกับ WWF International กล่าวว่า กลุ่มสนทนาที่เป็นที่รู้จักจากการทำงานกับสัตว์ป่าเริ่มโฟกัสไปยังอาหาร เนื่องจากกระบวนการผลิต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/chef-slim-down-food-waste/">เชฟในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก “คิด” เพื่อลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #800000;">รวมถึงการปรับเปลี่ยนอาหารบุฟเฟ่ต์ให้เหมาะสม อีกทั้งคิดการโปรโมทแคมเปญการนำอาหารเหลือห่อกลับบ้าน</span></h4>
<p><span id="more-2926"></span></p>
<p>สิ่งเหล่านี้เป็นแผนการที่นำโดยกลุ่มสิ่งแวดล้อม <strong>WWF</strong> โดย <strong>The Asian arm of the Hotel Kitchen Programme</strong> ได้รับการระดมทุนโดยมูลนิธิ <strong>Rokefeller</strong> ที่มีกำหนดเปิดตัวในงานประชุมนานาชาติและภูมิภาคด้านเชนโรงแรมที่จะเกิดขึ้นในประเทศสิงคโปร์</p>
<p><em><strong>“นี่เป็นการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และให้คนคิดต่างเรื่องอาหาร”</strong> </em><strong>Pete Pearson</strong> ผู้อำนวยการด้านขยะอาหารแห่ง WWF ประจำสำนักงานวอชิงตัน กล่าว</p>
<p>1ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกไม่ได้ถูกบริโภค เนื่องจากมีสภาพเน่าเสียหลังการเก็บเกี่ยว และระหว่างการขนส่ง หรืออาจจะถูกทิ้งไปโดยร้านค้าและผู้บริโภคเสียเอง โดยรายงานของ U.N. Food and Agriculture Organization ระบุว่าเกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากกรณีดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 940 พันล้านดอลลาร์ต่อปี แม้ว่า 815 ล้านคนทั่วโลกต้องเข้านอนด้วยความหิวโหยทุกคืนก็ตาม</p>
<p>นอกจากนี้ การทิ้งขว้างอาหารจะเป็นตัวทำลายน้ำ พลังงานและเชื้อเพลิงที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต รวมถึงการเก็บรักษาและการแจกจ่ายอาหาร ขณะที่เศษอาหารจะจบลงด้วยวิธีการนำไปทิ้งในหลุมฝังกลบซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทน</p>
<p><strong>Joao Campari</strong> หัวหน้าฝึกการประกอบอาหารที่ทำงานร่วมกับ WWF International กล่าวว่า กลุ่มสนทนาที่เป็นที่รู้จักจากการทำงานกับสัตว์ป่าเริ่มโฟกัสไปยังอาหาร เนื่องจากกระบวนการผลิต ถือเป็นความรับผิดชอบต่อการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของโลกกว่าร้อยละ70 เขากล่าวกับมูลนิธิ Thomson Reuters ว่า</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">“โลกเราไม่สามารถชดเชยทรัพยากรให้เพียงพอกับการบริโภคในปัจจุบันนี้ได้”</span></h5>
<p><strong>Hotel Kitchen</strong> ที่เริ่มนำร่องในสหรัฐฯร่วมกับแบรนด์โรงแรมต่างๆ เช่น <strong>Hilton, Hyatt</strong> และ <strong>Marriott International</strong> เป็นส่วนหนึ่งที่คอยผลักดันการลดขยะอาหารลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2030 โดย WWF ที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายในการพัฒนาโลก โดยกลุ่มโรงแรมดังกล่าวนี้ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเข้าร่วมในการขยายการริเริ่มออกไปในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก</p>
<p style="text-align: left;">ในการประชุมที่ให้การสนับสนุนโดย <strong>Waste and Resources Action Programme</strong> แห่งอังกฤษและสมาคมท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก จะร่วมกับพนักงานด้านงานบริการคิดวิธีจำแนก จัดการ และลดปริมาณขยะอาหาร นอกจากนี้ เชฟโรงแรมในสหรัฐฯได้คิดเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า รายการอาหารสำหรับจัดบุฟเฟ่ต์ และงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ สามารถจะนำมาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #2cc714;">ทั้งนี้ อาหารที่มากเกินไปจะยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แทนที่จะนำชีสและเนื้อสำหรับบุฟเฟ่ต์จำนวนมากออกมาวางข้างนอก แต่ควรเก็บรักษาความสดไว้หลังเคาน์เตอร์และนำออกมาเมื่อลูกค้าถามหาเท่านั้นเป็นอีกวิธีที่ดีในการลดขยะอาหาร</span></h5>
<p>แผนการของสหรัฐฯได้จัดอบรมพนักงาน พัฒนาสูตรอาหารโดยใช้ส่วนผสมที่เหลือใช้ แยกขยะอาหารจากถังขยะทั่วไป ตรวจสอบและสร้างการรับรู้ของลูกค้า เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น การบริจาคอาหารที่ไม่ได้ใช้งานและการให้ลูกค้านำอาหารที่เหลือกลับบ้านจะเป็นประเด็นที่นำมาถกกันด้วย</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">“การกินอาหารสุรุ่ยสุร่ายก็คือการใช้ทุกอย่างอย่างสิ้นเปลือง และเราก็ใกล้หมดเวลาแล้ว” </span></h5>
<p>Pearson กล่าวต่อว่า โปรแกรมของ WWF มีกำหนดเปิดตัวในยุโรปภายใน 3 เดือนข้างหน้านี้ โดยโรงแรมสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 7 ดอลลาร์ต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่มีการลดขยะอาหารลงตามรายงานฉบับใหม่ที่จัดทำขึ้นโดย Champions 12.3 Coalition ที่วิเคราะห์โรงแรมจำนวน 42 แห่งใน 15 ประเทศ อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ยังระบุว่า กว่าร้อยละ 70 ของโรงแรมที่ได้รับการวิเคราะห์สามารถคืนทุนได้ภายในปีแรกที่มีการนำโปรแกรมการลดขยะอาหารนี้มาใช้</p>
<p>ที่มา</p>
<ul>
<li><a href="http://www.eco-business.com/news/asia-pacific-chefs-chew-over-ways-to-slim-down-food-waste/" target="_blank" rel="noopener">eco-business.com</a></li>
</ul>
<p>ข่าวเกี่ยวข้อง</p>
<ul>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/05/food-supply-chains/" target="_blank" rel="noopener">3 กับดักระเบิด : ผู้บริโภค&amp;ผู้ค้าปลีกต้องร่วมแก้ เพื่ออาหารยั่งยืน</a></li>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/04/research-finds-hotels-saved/" target="_blank" rel="noopener">โรงแรมกล้าไหม? ลงทุนลดขยะอาหาร 1 ดอลล่าร์ เซฟได้ 7 ดอลล่าร์ 2 ปีคืนทุน !</a></li>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/04/environment-friendly-restaurant-bolan-1/" target="_blank" rel="noopener">เชฟโบ ดวงพร “เรื่อง Environment Friendly Restaurant ที่ไหนก็ทำได้ ถ้าผู้บริหารตั้งใจทำ วางนโยบายออกมาเลย”</a></li>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/03/dusit-thani-sustainable-food-nrip/" target="_blank" rel="noopener">“ดุสิตธานี” ขยายสู่ธุรกิจอาหาร “ดุสิต ฟู้ดส์” มุ่งเป้า Sustainable Food</a></li>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/03/siradej-donavanik-re-food/" target="_blank" rel="noopener">ศิรเดช โทณวณิก “{RE} Food อาหารไม่ได้อยู่แค่หน้าเรา ก่อนหน้า&amp;หลังจากนั้นก็เป็นอีกชีวิตหนึ่ง”</a></li>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/03/re-food-forum-thailand/" target="_blank" rel="noopener">{Re} Food Forum : เปลี่ยน Mindset กินเพื่ออร่อย เป็นกินเพื่อโลก</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/chef-slim-down-food-waste/">เชฟในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก “คิด” เพื่อลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DBS ชูนโยบาย Climate Action แต่ยังเป็นแหล่งเงินทุนโครงการถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา !</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/02/dbs-launch-climate-policy-funding-coal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Feb 2018 11:48:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Breathing Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[DBS]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Nghi Son 2]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[WWF]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการถ่านหิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1856</guid>

					<description><![CDATA[<p>DBS  ยึดมั่นสโลแกนโฆษณาที่ว่า  Living,Breathing Asia ยังคงสนับสนุนด้านการเงินให้กับพลังงานถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย แต่ไม่หนุนประเทศพัฒนาแล้ว ธนาคารแห่งสิงคโปร์ได้ให้คำปฏิญาณที่จะเลิกเป็นแหล่งเงินทุนให้กับโครงการพลังงานถ่านหินเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น ด้าน NGO ได้กล่าวถึงนโยบายและความพยายามในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่านโยบายนี้ “ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ” ธนาคาร DBS เป็นธนาคารขนาดใหญ่แห่งแรกในภูมิภาค ได้ประกาศนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน โดยนโยบายใหม่ได้รับการตีพิมพ์ในวันเดียวกันกับการออกแถลงการณ์ของสิงคโปร์ว่าปี 2018 เป็นปีแห่ง Climate Action โดยได้รวมคำปฏิญาณทั้งหมด 4 ข้อเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งได้รับการเปิดเผยจาก Eco-Business ได้แก่ ข้อผูกมัดเพื่อลด Carbon Footprint สิ่งแวดล้อมธนาคาร การสนับสนุนด้านการเงินที่ยั่งยืน และการให้กู้ยืมอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ ในข้อปฏิญาณที่เกี่ยวกับการกู้ยืมอย่างมีความรับผิดชอบ ทางธนาคารจะระงับการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินใหม่ๆในประเทศที่ขึ้นกับองค์กรความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ OECD ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย การเผาถ่านหิน เป็นตัวหนุนสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีอิทธิพลในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบที่เจ็บปวดต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่ถ่านหินยังถือเป็นแหล่งพลังงานที่มีบทบาทเด่นต่อเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของภูมิภาค แม้ว่าพลังงานทดแทนได้ถูกอ้างว่าเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ก็ตาม ทางธนาคารได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายไปเป็น “เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” สำหรับโครงการถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/02/dbs-launch-climate-policy-funding-coal/">DBS ชูนโยบาย Climate Action แต่ยังเป็นแหล่งเงินทุนโครงการถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา !</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4 class="p1"><span class="s1">DBS<span class="Apple-converted-space">  </span></span><span class="s2">ยึดมั่นสโลแกนโฆษณาที่ว่า</span><span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span>Living,Breathing Asia </span><span class="s2">ยังคงสนับสนุนด้านการเงินให้กับพลังงานถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา</span> <span class="s2">เช่น</span> <span class="s2">เวียดนามและอินโดนีเซีย</span> <span class="s2">แต่ไม่หนุนประเทศพัฒนาแล้ว</span></h4>
<p><span id="more-1856"></span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ธนาคารแห่งสิงคโปร์ได้ให้คำปฏิญาณที่จะเลิกเป็นแหล่งเงินทุนให้กับโครงการพลังงานถ่านหินเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น</span> <span class="s2">ด้าน</span><span class="s1"> NGO </span><span class="s2">ได้กล่าวถึงนโยบายและความพยายามในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่านโยบายนี้</span><strong><span class="s1"> “</span><span class="s2">ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ</span><span class="s1">”</span></strong></p>
<p class="p1"><span class="s2">ธนาคาร</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">เป็นธนาคารขนาดใหญ่แห่งแรกในภูมิภาค</span> <span class="s2">ได้ประกาศนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน</span> <span class="s2">โดยนโยบายใหม่ได้รับการตีพิมพ์ในวันเดียวกันกับการออกแถลงการณ์ของสิงคโปร์ว่าปี</span><span class="s1"> 2018 </span><span class="s2">เป็นปีแห่ง</span><span class="s1"> Climate Action </span><span class="s2">โดยได้รวมคำปฏิญาณทั้งหมด</span><span class="s1"> 4 </span><span class="s2">ข้อเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</span> <span class="s2">ซึ่งได้รับการเปิดเผยจาก</span><span class="s1"> Eco-Business </span><span class="s2">ได้แก่</span> <strong><span class="s2">ข้อผูกมัดเพื่อลด</span><span class="s1"> Carbon Footprint </span><span class="s2">สิ่งแวดล้อมธนาคาร</span> <span class="s2">การสนับสนุนด้านการเงินที่ยั่งยืน</span> <span class="s2">และการให้กู้ยืมอย่างมีความรับผิดชอบ</span> <span class="s2">รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ</span></strong></p>
<p class="p1"><span class="s2">ทั้งนี้</span> <span class="s2">ในข้อปฏิญาณที่เกี่ยวกับการกู้ยืมอย่างมีความรับผิดชอบ</span> <span class="s2">ทางธนาคารจะระงับการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินใหม่ๆในประเทศที่ขึ้นกับองค์กรความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ</span><span class="s1"> OECD </span><span class="s2">ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว</span> <span class="s2">ได้แก่</span> <span class="s2">สหรัฐอเมริกา</span> <span class="s2">สหราชอาณาจักร</span> <span class="s2">ญี่ปุ่น</span> <span class="s2">เกาหลีใต้</span> <span class="s2">และออสเตรเลีย</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">การเผาถ่านหิน</span> <span class="s2">เป็นตัวหนุนสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</span> <span class="s2">และมีอิทธิพลในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</span> <span class="s2">ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบที่เจ็บปวดต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ</span></p>
<h5 class="p1" style="text-align: center;"><em><strong><span class="s2">แต่ถ่านหินยังถือเป็นแหล่งพลังงานที่มีบทบาทเด่นต่อเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของภูมิภาค</span> </strong></em></h5>
<h5 class="p1" style="text-align: center;"><em><strong><span class="s2">แม้ว่าพลังงานทดแทนได้ถูกอ้างว่าเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ก็ตาม</span></strong></em></h5>
<p class="p1"><span class="s2">ทางธนาคารได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายไปเป็น</span><strong><span class="s1"> “</span><span class="s2">เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น</span><span class="s1">” </span></strong><span class="s2">สำหรับโครงการถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา</span> <span class="s2">และจะหยุดการจัดหาแหล่งทุนให้กับเหมืองแร่ถ่านหินใหม่ๆ</span> <span class="s2">ทั้งนี้</span> <span class="s2">คำปฏิญาณของ</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">นั้นไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการถ่านหินที่ทางธนาคารเป็นแหล่งเงินทุนอยู่ในปัจจุบันแต่อย่างใด</span> <span class="s2">และทางธนาคารคิดว่า</span> <span class="s2">คงไม่เป็นไรที่ประเทศมั่งคั่งจะเพลินเพลิดกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของพลังงานทดแทน</span> <span class="s2">ในขณะที่</span><span class="s2">ประเทศยากจนยังคงมีอากาศเป็นพิษอยู่</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">DBS </span><span class="s2">ในฐานะที่เป็นธนาคารแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย</span> <span class="s2">มุ่งมั่นที่จะจัดหาพลังงานทั้งหมดจากแหล่งพลังงานทดแทนในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา</span> <span class="s2">ซึ่งถือเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกในภูมิภาคที่เปิดตัวนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ</span><span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span></span><span class="s2">โดยธนาคารได้ดำเนินนโยบายใน</span><span class="s1"> 3 </span><span class="s2">สัปดาห์ภายหลังจากผลรายงานของ</span><span class="s1"> Green Group Market Force </span><span class="s2">ชี้ให้เห็นว่าธนาคารยังคงดำเนินการสนับสนุนด้านเงินทุนให้กับโครงการถ่านหินในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในปีที่ทางรัฐบาลสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธนาคาร</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">เมื่อ</span><span class="s1"> 50 </span><span class="s2">ปีที่แล้ว</span> <span class="s2">ได้ประกาศตัวว่าเป็นปีแห่ง</span><span class="s1"> Climate Action</span></p>
<p class="p1"><strong><span class="s2">ตามรายงานของ</span><span class="s1"> Market Forces </span><span class="s2">แสดงให้เห็นว่า</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อตกลงถ่านหิน</span><span class="s1"> 12 </span><span class="s2">ประการ</span> <span class="s2">รวมมูลค่า</span><span class="s1"> 885 </span><span class="s2">ล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ปี</span><span class="s1"> 2012 </span><span class="s2">และปัจจุบันยังเป็นกองทุนร่วมให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขนาด</span><span class="s1"> 1,200 </span><span class="s2">เมกาวัตต์ในเวียดนามจำนวน</span><span class="s1"> 4 </span><span class="s2">โรง</span> <span class="s2">และเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินในอินโดนีเซียจำนวน</span><span class="s1"> 3 </span><span class="s2">โรง</span></strong></p>
<p class="p1"><span class="s2">นโยบายของ</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">มีความคล้ายคลึงกับนโยบายของธนาคาร</span><span class="s1"> HSBC </span><span class="s2">สำนักงานใหญ่</span> <span class="s2">ในลอนดอนเมื่อ</span><span class="s1"> 3 </span><span class="s2">เดือนที่แล้ว</span> <span class="s2">โดยยักษ์ใหญ่ด้านธนาคารระหว่างประเทศได้ดำเนินการโครงการทางการเงินที่ยั่งยืนจำนวน</span><span class="s1"> 100 </span><span class="s2">ล้านดอลลาร์สหรัฐ</span> <span class="s2">ซึ่งรวมคำปฏิญาณ</span><span class="s1"> 4 </span><span class="s2">ข้อ</span> <span class="s2">เพื่อที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</span> <span class="s2">รวมถึงข้อผูกมัดในการระงับการเป็นแหล่งเงินทุนถ่านหินในประเทศพัฒนาแล้ว</span> <span class="s2">โดยนโยบายของ</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">สัญญาที่จะนำเสนอกองทุนด้านสิ่งแวดล้อม</span> <span class="s2">สังคมและธรรมาภิบาล</span><span class="s1"> (<strong>ESG</strong>) </span><span class="s2">รวมถึงการสนับสนุน</span><strong><span class="s1"> “</span><span class="s2">พฤติกรรมสีเขียวของผู้บริโภค</span></strong><span class="s1"><strong>”</strong> </span><span class="s2">ผ่านผลิตภัณฑ์ของธนาคาร</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">นโยบายของ</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">เป็นคำแถลงการณ์จากผู้บริหารระดับสูง</span><strong><span class="s1"> Piyush Gupta </span></strong><span class="s2">ที่กล่าวว่า <strong>ธนาคารยอมรับบทบาทในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong></span><strong> <span class="s2">รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่มีคาร์บอนปริมาณต่ำ</span></strong></p>
<p class="p1"><strong><em><span class="s1">“</span><span class="s2">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อพวกเราทุกคน และเราพยายามที่จะทำหน้าที่เพื่อสร้างความมั่นใจต่ออนาคตพลังงานสะอาด</span> <span class="s2">และนี่ทำให้เราได้กล่าวปฏิญาณเพื่อสนับสนุนปีแห่ง</span><span class="s1"> Climate Action </span><span class="s2">ของสิงคโปร์</span> <span class="s2">ซึ่งผมเชื่อว่า</span><span class="s1"> Commitment </span><span class="s2">ของเราจะเกิดผลลัพธ์ที่ส่งผลกระทบที่สำคัญในปีที่จะถึงนี้</span><span class="s1">” </span></em></strong></p>
<p class="p1"><span class="s2">อย่างไรก็ดี</span><span class="s1"><strong> Julien Vincent</strong>, Executive Director, Market Forces</span><span class="s2">ได้กล่าวในนิตยสาร</span><span class="s1"> Eco-Business </span><span class="s2">ถึงนโยบายธนาคารที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมถ่านหินว่า</span></p>
<h5 class="p1" style="text-align: center;"><em><strong><span class="s1">“</span><span class="s2">นโยบายนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย</span> <span class="s2">โดยในปัจจุบันนี้</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการธนาคารเพื่อโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ก่อมลพิษใหม่ๆ</span> <span class="s2">และนโยบายต่างๆ</span> <span class="s2">นั้นไม่สามารถถอนตัวได้</span> <span class="s2">และแน่นอนว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่ธนาคารจะเริ่มพูดคุยกันถึงประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม</span> <span class="s2">สังคมและการเงินที่เกี่ยวข้องกับถ่านหินให้มากขึ้นและ</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">จะเป็นธนาคารแรกที่เคลื่อนไหวในเรื่องนี้</span> <span class="s2">นอกจากนี้แล้วมีการกล่าวถากถางดูถูกว่า</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">กำลังแสดงละครอยู่</span> <span class="s2">แต่ในส่วนการนำมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติคือไม่มีอะไรจำเป็นต้องเปลี่ยน</span><span class="s1">”</span></strong></em></h5>
<p class="p1"><span class="s2">เขาได้ชี้ให้เห็นว่านโยบายของ</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">นั้นไม่ได้นับรวมโรงไฟฟ้าถ่านหินในกลุ่มประเทศ</span><span class="s1"> OECD </span><span class="s2">ซึ่งธนาคารไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วนนี้แต่อย่างใด</span> <span class="s2">แม้ว่ายังคงเปิดประตูให้เกิดมลพิษของถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1867 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/02/SD-Thailand-DBS.Nghi-Son-2-all.001.jpg" alt="" width="500" height="381" /></p>
<p class="p1"> <span class="s2">เขากล่าวเสริมถึงนโยบายของ</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">ว่า นโยบายนี้จะได้รับการทดสอบในอีก</span><span class="s1"> 2 </span><span class="s2">เดือนข้างหน้านี้</span> <span class="s2">ตามที่<strong>โรงไฟฟ้าถ่านหิน</strong></span><strong><span class="s1"> Nghi Son 2 </span></strong><span class="s2"><strong>ในเวียดนาม</strong>พยายามเข้าถึงการปิดทางการเงิน</span> <span class="s2">หาก</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">ออกเงินทุนให้กับโรงไฟฟ้าขนาด</span><span class="s1"> 1,200 </span><span class="s2">เมกาวัตต์</span> <span class="s2">ก็จะสื่อให้เห็นได้ชัดเจนว่า</span> <span class="s2">นโยบายสภาพภูมิอากาศของธนาคารที่ให้เงินทุนกับโครงการพลังงานฟอสซิลมานานก็คงหมายถึง</span><strong><span class="s1"> “</span><span class="s2">การทำธุรกิจเช่นเดิมนั่นเอง</span><span class="s1">”</span></strong></p>
<p class="p1"><span class="s2">เพื่อเป็นการตอบสนองที่ชัดเจนกับข้อกังขาต่างๆ</span> <span class="s2">ทางหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนของธนาคาร</span><strong><span class="s1"> Mikkel Larson </span></strong><span class="s2">ได้ยกข้อมูลของสำนักพลังงานระหว่างประเทศที่แสดงว่าในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังดำเนินการเพื่อพลังงานที่มีคาร์บอนต่ำ</span> <span class="s2">แต่ถ่านหินยังได้รับการพิจารณาให้ใช้ในปริมาณ</span><span class="s1"> 40 </span><span class="s2">เปอร์เซ็นต์สำหรับการผสมพลังงานของภูมิภาคภายในปี</span><span class="s1"> 2040</span></p>
<h5 class="p1" style="text-align: center;"><strong><span class="s1"> “</span><span class="s2">เพื่อนบ้านที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาหลายๆ ประเทศ ต้องอาศัยถ่านหินเป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานพลังงานเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ</span> <span class="s2">รวมถึงระบบทางการเงินมีความรับผิดชอบ  หากมีการรับประกันการเปลี่ยนแปลงไปใช้พลังงานทดแทนนั้นจะยั่งยืน</span> <span class="s2">ทางธนาคารจะระงับการสนับสนุนทางการเงินให้กับเหมืองถ่านหินใหม่ๆ</span> <span class="s2">และจะสนับสนุนเฉพาะลูกค้าที่มีกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงเท่านั้น</span><span class="s1">”</span></strong></h5>
<p class="p1"><span class="s2">การจัดหาแหล่งทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินนั้น</span> <span class="s2">ควรถูกจำกัดเฉพาะประเทศที่มีรายได้น้อยโดยไม่มีทางเลือกอื่น</span> <span class="s2">ทั้งยังต้องได้รับการประเมินจากบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ</span><span class="s2">ดีที่สุดของกลุ่มนี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">DBS </span><span class="s2">ดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีตามรายงานความยั่งยืนของธนาคารในอาเซียนโดย</span><span class="s1"> World Wide Fund for Nature </span><span class="s2">หรือ</span><span class="s1"> WWF </span><span class="s2">ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา</span> <span class="s2">แต่ถูกจัดให้เป็นธนาคารที่การดำเนินงานดีที่สุดในกลุ่มที่มีการดำเนินงานแย่</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ผู้เขียนรายงานชื่อ</span><span class="s1"> Jean Stampe </span><span class="s2">หัวหน้าฝ่าย</span><span class="s1"> Asia sustainable and commodities </span><span class="s2">แห่ง</span><span class="s1"> WWF </span><span class="s2">ได้กล่าวกับ</span><span class="s1"> Eco-Business </span><span class="s2">ว่า</span> <span class="s2">เพื่อให้การนำพลังงานยั่งยืนมาใช้ในภูมิภาคสามารถเกิดขึ้นได้จริงนั้น</span> <span class="s2">ธนาคารอย่าง</span><span class="s1"> DBS </span><span class="s2">มีความรับผิดชอบในการให้ความมั่นใจว่านโยบายต่างๆส่งเสริม</span><span class="s1"> “</span><span class="s2">การเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา</span><span class="s1">”</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">การเปิดเผยทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ</span> <span class="s2">หมายถึงว่า</span> <span class="s2">ธนาคารจะรายงานทางการเงินสำหรับกลุ่มพลังงานและกำหนดเป้าหมายว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร</span> <span class="s2">ทั้งนี้</span> <span class="s2">ลูกค้ากลุ่มพลังงานจะต้องกำหนดเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์</span> <span class="s2">อย่างไรก็ตาม</span> <span class="s2">การจัดหาแหล่งทุนของโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินนั้น</span> <span class="s2">ควรถูกจำกัดเฉพาะประเทศที่มีรายได้น้อยโดยไม่มีทางเลือกอื่น</span> <span class="s2">และต้องได้รับการประเมินจากบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ</span> <span class="s2">ซึ่งนโยบายลักษณะนี้ควรมีการค้ำประกันและการให้กู้ยืมขององค์กร</span> <span class="s2">นอกเหนือจากการจัดหาเงินทุนโครงการ</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ที่มา</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">&#8211;<a href="http://www.eco-business.com/news/dbs-is-first-asian-bank-to-launch-climate-policybut-its-still-funding-coal/" target="_blank" rel="noopener">eco-business.com</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/02/dbs-launch-climate-policy-funding-coal/">DBS ชูนโยบาย Climate Action แต่ยังเป็นแหล่งเงินทุนโครงการถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา !</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
