<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Zero Food Waste &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/zero-food-waste/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 30 Dec 2025 06:53:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Zero Food Waste &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือมูลนิธิ SOS ส่งต่อความอิ่มใจ ผ่านมื้ออาหารคุณภาพสู่ชุมชน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/cp-axtra-x-sos-drive-zero-food-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 06:53:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Makro X Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแอ็กซ์ตร้า เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39161</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยสู่สังคม ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) จัดกิจกรรมส่งมอบมื้ออาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานให้แก่ชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม ผ่านโครงการ “ครัวรักษ์อาหาร” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชาชนในชุมชน สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้จัดเตรียมวัตถุดิบอาหารคุณภาพ สะอาด และปลอดภัย เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารสดใหม่จำนวน 5 เมนู ก่อนนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชน เพื่อให้ทุกมื้ออาหารส่งมอบความอิ่มท้อง พร้อมเติมเต็มความอิ่มใจและรอยยิ้มให้กับผู้รับ โดย ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร่วมส่งต่อโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของสังคมไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cp-axtra-x-sos-drive-zero-food-waste/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือมูลนิธิ SOS ส่งต่อความอิ่มใจ ผ่านมื้ออาหารคุณภาพสู่ชุมชน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก<strong> “แม็คโคร–โลตัส”</strong> เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยสู่สังคม ร่วมกับ <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand)</strong> จัดกิจกรรมส่งมอบมื้ออาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานให้แก่ชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม ผ่านโครงการ “<strong>ครัวรักษ์อาหาร</strong>” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชาชนในชุมชน</p>
<p><span id="more-39161"></span></p>
<p>สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้จัดเตรียมวัตถุดิบอาหารคุณภาพ สะอาด และปลอดภัย เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารสดใหม่จำนวน 5 เมนู ก่อนนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชน เพื่อให้ทุกมื้ออาหารส่งมอบความอิ่มท้อง พร้อมเติมเต็มความอิ่มใจและรอยยิ้มให้กับผู้รับ โดย ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร่วมส่งต่อโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของสังคมไทย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39163 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/CP-Axtra-ครัวรักษ์อาหาร09.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cp-axtra-x-sos-drive-zero-food-waste/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือมูลนิธิ SOS ส่งต่อความอิ่มใจ ผ่านมื้ออาหารคุณภาพสู่ชุมชน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thai SCP ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217; สานพลังสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมดัน &#8216;ตลาดสีเขียว&#8217; ให้เกิดขึ้นจริง   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-scp-achieving-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Dec 2025 08:21:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[EIA]]></category>
		<category><![CDATA[GPP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Public Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SDG 12]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thai SCP Network]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ธนัญชัย วรรณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรานันท์ ทองประพาฬ]]></category>
		<category><![CDATA[สนธิสัญญาพลาสติกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38953</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ Thai SCP Network ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ“การเติบโตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ”  (Achieving Sustainable Growth through Innovations in Responsible Production and Consumption Practices) ระดมสมองภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ทันต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และวิกฤตโลกเดือด ณ กรมควบคุมมลพิษ คุณภัทรานันท์ ทองประพาฬ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประธานในพิธี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &#8216;การส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217; โดยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยได้แสดงความมุ่งมั่นการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงได้​ปรับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากปี 2065  เป็นภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-scp-achieving-sustainable-growth/">Thai SCP ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217; สานพลังสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมดัน &#8216;ตลาดสีเขียว&#8217; ให้เกิดขึ้นจริง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ </strong><strong>Thai SCP Network </strong><strong>ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และ </strong><strong>สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ </strong><strong>(สอวช.) จัดงานประชุมวิชาการประจำปี </strong><strong>2568 </strong><strong>ภายใต้หัวข้อ</strong>“การเติบโตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ<strong>” </strong> (<strong>Achieving Sustainable Growth through Innovations in Responsible Production and Consumption Practices</strong><strong>)</strong></p>
<p><span id="more-38953"></span></p>
<p><strong>ระดมสมองภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ทันต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (</strong><strong>SDGs) </strong><strong>และวิกฤตโลกเดือด ณ กรมควบคุมมลพิษ</strong></p>
<p><strong>คุณภัทรานันท์ ทองประพาฬ</strong> รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประธานในพิธี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ <strong>&#8216;</strong><strong>การส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217;</strong> โดยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยได้แสดงความมุ่งมั่นการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงได้​ปรับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากปี 2065  เป็นภายในปี 2050 ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38954 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/คุณภัทรานนท์-ทองประพาฬ-รองเลขาธิการฯ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังได้มอบนโยบายเร่งด่วนเรื่อง<strong> Zero Food Waste</strong> หรือการจัดการขยะอาหารให้เป็นศูนย์ นำร่องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเตรียมพิจารณามาตรการทางกฎหมายเพื่อเชื่อมโยงการจัดการขยะอาหารเข้าสู่ระบบ EIA สำหรับโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสังคมไทย โดยเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของรัฐบาลกับการผนึกพลังขับเคลื่อนที่เข้มแข็งจากเครือข่าย Thai SCP จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างแท้จริง”</em></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะประธาน Thai SCP Network กล่าวว่า การขยับเป้าหมาย Net zero ของประเทศไทยเร็วขึ้นจากเดิม 15 ปี จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสามารถบรรรลุเป้าหมาย และต้องสอดคล้องไปด้วยกัน​ทั้งภาคการผลิตและการบริโภค ซึ่งทางสมาคมฯ มีการทำงานร่วมทุกฝ่ายตลอดทั้งห่วงโซ่ โดยในภาคการผลิต ได้ประสานกับผู้ผลิตทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และภาคบริการ รวมทั้งในส่วนผู้บริโภคที่พยายามผลักดันและส่งเสริม​ตลาดสีเขียวให้เติบโตทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังสนับสนุนการขับเคลื่อนความยั่งยืนตามเป้าหมายที่ 12 (SDG12) ซึ่งเป็นเสมือนตัวกลางเชื่อมโยงทุกมิติ ​หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้จากระดับรากฐาน​ จะส่งผลโดยตรงต่อการลดโลกร้อนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38955 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ดร.วิจารย์-สิมาฉายา-ประธาน-Thaiscp.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบัน Thai SCP Network ได้ยกระดับโครงสร้างจากเครือข่ายจิตอาสาสู่การเป็น <strong>สมาคม​</strong> อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นกลไกกลาง เพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมระดับโลกสู่การปฏิบัติในพื้นที่ อาทิ ​การร่วมมือกับสถาบันยุทธ์ศาสตร์สิ่งแวดล้อมโลก (Institute for Global Environmental Strategies: IGES) ประเทศญี่ปุ่น ขับเคลื่อนโครงการ<b> &#8216;</b>บูรณาการจัดการทรัพยากรพันธมิตรการท่องเที่ยวยั่งยืนกระบี่เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน<strong>&#8216;</strong> (<strong>Krabi Sustainable Tourism Partnerships for Integrated Resource Management toward Sustainable Development Goals) </strong>จังหวัดกระบี่ และการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APSCP)&#8221;</em></p>
<p>นอกจากนี้ สมาคมฯ วางทิศทางการขับเคลื่อนในอนาคตเพื่อมุ่งผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง โดยล่าสุดได้ผนึกกำลังลงนาม MOU ร่วมกับ <strong>กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก</strong> เพื่อขับเคลื่อนมาตรการ <strong>การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ (</strong><strong>Green Public Procurement)</strong> อย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมมือกับภาครัฐในการกำหนดทิศทางการข้อบังคับสำหรับการสร้างตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวสู่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม <em><strong>ประกอบกับการนำความคิดเห็นและประเด็น​จากการประชุมคร้ังนี้ เพื่อนำไปสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้กับทางภาครัฐ เพื่อวางกรอบแนวทางเพื่อสร้างระบบนิเวศในประเทศไทยที่ตอบโจทย์การผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบตามเป้าหมาย SDG12 ต่อไป </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38956 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ภายในงาน <strong>คุณธนัญชัย วรรณสุข</strong> รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ​<strong>&#8216;สนธิสัญญาพลาสติกโลก และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย&#8217;</strong> โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยต้องปรับตัวตามกติกาโลก ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนภายใต้ แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 &#8211; 2570) มีเป้าหมายท้าทายสำคัญ คือ การนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลให้ได้ 100% ภายในปี 2570 รวมถึงการลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะนำไปฝังกลบ และป้องกันขยะพลาสติกหลุดรอดลงสู่ทะเล ผ่านมาตรการส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ (Eco-design) และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต</p>
<p>งานประชุมครั้งนี้ยังอัดแน่นด้วยเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งการบรรยายพิเศษจาก สอวช. และสภาอุตสาหกรรมฯ รวมถึงเวที <strong>TED Talk</strong> ที่นำเสนอนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน อาทิ<strong> พลาสติกยั่งยืน</strong> จากกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ​, <strong>อากาศสะอาด</strong> จากสภาลมหายใจกรุงเทพฯ และ<strong> ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่</strong> จากเครือข่ายเยาวชน GYBN รวมทั้งมีการแบ่งห้องย่อยระดมความคิดเห็นใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ <strong>กลุ่มการบริโภคที่ยั่งยืน</strong> และ <strong>กลุ่มการผลิตที่ยั่งยืน </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38958 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ความสำเร็จของการประชุมในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (</strong><strong>SDG 12) </strong><strong>เป็นทางรอดของประเทศไทยในการรับมือกับวิกฤตโลกเดือด โดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ </strong><strong>Thai SCP </strong><strong>พร้อมยืนหยัดทำหน้าที่เป็นที่แข็งแกร่งในการเชื่อมโยงนโยบายระดับประเทศสู่นวัตกรรมและการปฏิบัติในระดับพื้นที่ เพื่อผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้ก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับลูกหลานไทยในอนาคตได้อย่างมั่นคง </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/thai-scp-achieving-sustainable-growth/">Thai SCP ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8217; สานพลังสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมดัน &#8216;ตลาดสีเขียว&#8217; ให้เกิดขึ้นจริง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2025 17:25:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Consumption]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[FoodLoss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWasteManagement]]></category>
		<category><![CDATA[info]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[SurplusFood]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDG Goals]]></category>
		<category><![CDATA[WorldFoodDay]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37472</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้ แหล่งกำเนิด สำคัญของ ขยะอาหาร ประกอบด้วย ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​ ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94% สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41% คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98% โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03% วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82% ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29% สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48% นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้</p>
<p><span id="more-37472"></span></p>
<p><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แหล่งกำเนิด</span> สำคัญของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ขยะอาหาร</span> ประกอบด้วย</strong></p>
<ul>
<li>ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​</li>
<li>ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94%</li>
<li>สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41%</li>
<li>คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98%</li>
<li>โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03%</li>
<li>วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82%</li>
<li>ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29%</li>
<li>สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48%</li>
</ul>
<p><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย มีสาเหตุสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ขาดฐานข้อมูลปริมาณขยะอาหารจากแต่ละภาคส่วน<br class="html-br" />2. การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค (การบริโภค &#8211; การทิ้ง)<br class="html-br" />3. ไม่มีแนวปฏิบัติ ป้องกัน ลด และใช้ประโยชน์ขยะอาหารจากแหล่งกำเนิด<br class="html-br" />4. การบริจาคและส่งต่ออาหารส่วนเกินไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ<br class="html-br" />5. ขาดแรงจูงใจ เครื่องมือ กลไก ให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ขณะที่เทคโนโลยียังมีราคาแพง<br class="html-br" />6. ไม่มีระบบคัดแยกขยะ ขาดระบบการจัดเก็บ และรายงานข้อมูลขยะอาหาร<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เส้นทางสู่ Zero Food Waste</strong></p>
<p>ประเทศไทย ได้มีการจัดทำโรดแม็พจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 &#8211; 2573) โดยวางเป้าหมายให้สอดคล้องกับ UN SDG Goals ในเป้าหมาย 12.3 ด้านการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Consumption &amp; Production) โดยโฟกัสมิติลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยได้กำหนด​แผนขับเคลื่อน ออกเป็น 2 ระยะ คือ</p>
<ul>
<li>ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2566-2570) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยลงกว่า 25% ในปี 2570</li>
<li>ระยะที่ 2 การขยายผลการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2571-2573) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยกว่า 50% ในปี 2573</li>
</ul>
<p>โดยในแต่ละปี ได้กำหนดมาตรการสำคัญ เพื่อสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ที่วางไว้ ไว้ดังนี้</p>
<p><br class="html-br" /><strong>ปี 2566</strong></p>
<ul>
<li>ป้องกัน ลด จัดการขยะอาหารในภาคผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ</li>
<li>ปรับพฤติกรรมผู้บริโภค แนวปฏิบัติผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ ลดขยะอาหาร</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2567</strong></p>
<ul>
<li>ผลักดันให้ประชาชนคัดแยกขยะอาหาร</li>
<li>ผลักดันระบบคัดแยก เก็บขนขยะแบบแยกประเภท</li>
<li>จัดระบบการจัดการขยะมูลฝอย ณ สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2568</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนาระบบข้อมูลขยะอาหาร</li>
<li>พัฒนาแพลตฟอร์มเครือข่าย Networking</li>
<li>พัฒนารูปแบบ Business to Business Model</li>
<li>สร้างระบบ Food Waste Knowledge Hub</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2569-2570</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนานวัตกรรมการจัดการขยะอาหารสำหรับผู้ประกอบการและชุมชน</li>
<li>สร้างเครือข่ายการจัดการและใช้ประโยชน์ขยะอาหาร</li>
<li>สร้างกลไกแรงจูงใจด้านการเงินหรือภาษีผู้จำน่ายและผู้ประกอบการ</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2571-2573 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Goal</span></strong></p>
<ul>
<li>ประกาศ Zero Food Waste ณ แหล่งกำเนิด</li>
<li>เพิ่มเครือข่ายการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p>​<br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การบริโภคที่ยั่งยืน</span> เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ซึ่งสามารถปลูกฝังได้ผ่านแนวทาง ต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>บริโภคอย่างพอเพียงและมีสติ ซื้อเท่าที่จำเป็น</li>
<li>เข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใส ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุ คุณค่าอาหาร</li>
<li>พฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ หนุนสินค้าท้องถิ่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li>การมีส่วนร่วมของสังคม วัฒนธรรมแบ่งปัน Food Sharing/Food Bank</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:55:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[ActionPlan]]></category>
		<category><![CDATA[BestPractice]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Goals]]></category>
		<category><![CDATA[Household]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[JapaneseStyle]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Toyama]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ZeroFoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สูญเสียอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36322</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่ง​ต้นแบบของประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; หรือ​ Food Waste โดยสามารถบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารในภาพรวมของทั้งประเทศได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ถึง 8 ปี แม้ว่าภาพรวมจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจ เป็นหลัก ขณะที่​ ภาคครัวเรือน ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเพื่อเร่งการลดขยะ โดยเฉพาะ Food Waste ในภาคครัวเรือนได้มากขึ้นสำหรับภาพรวมปริมาณขยะอาหารทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ UNEP ได้ประเมินปริมาณอาหารเหลือทั้งในปี 2022 มีปริมาณรวมกว่า 1.05 พันล้านตัน ซึ่งกว่า 60% เกิดจากครัวเรือน และ สร้าง​ก๊าซเรือนกระจก 8-10% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกขณะที่​ปี 2022 ญี่ปุ่น สามารถลดปริมาณขยะอาหาร เหลือเพียง 4.72 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสามารถขับเคลื่อน​ได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 8 ปี จากแผนที่ต้องการลด​ Food Waste ลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2000 ที่มีปริมาณ Food Waste 9.8 ล้านตันปริมาณ​​ Food [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/">How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศญี่ปุ่น</strong> เป็นหนึ่ง​ต้นแบบของประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; หรือ​ <strong>Food Waste</strong> โดยสามารถบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารในภาพรวมของทั้งประเทศได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ถึง 8 ปี</p>
<p><span id="more-36322"></span></p>
<p>แม้ว่าภาพรวมจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคธุรกิจ</span> เป็นหลัก ขณะที่​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคครัวเรือน</span> ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเพื่อเร่งการ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ลดขยะ</span> โดยเฉพาะ Food Waste ในภาคครัวเรือนได้มากขึ้น<br class="html-br" />สำหรับภาพรวมปริมาณขยะอาหารทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">UNEP</span> ได้ประเมินปริมาณอาหารเหลือทั้งในปี 2022 มีปริมาณรวมกว่า 1.05 พันล้านตัน ซึ่งกว่า 60% เกิดจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ครัวเรือน</span> และ สร้าง​<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> 8-10% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่​ปี 2022 ญี่ปุ่น สามารถลดปริมาณขยะอาหาร เหลือเพียง 4.72 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสามารถขับเคลื่อน​ได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 8 ปี จากแผนที่ต้องการลด​ Food Waste ลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2000 ที่มีปริมาณ Food Waste 9.8 ล้านตัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปริมาณ​​ Food Waste ที่ลดลงเหลือ ​4.72 ล้านตัน ในปี 2022 มาจากทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน ในอัตราเท่ากันที่ 50% หรือราว 2.36 ล้านตัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดย​ภาคธุรกิจ (Business Food Waste ) ทำได้ค่อนข้างดี สามารถลด Food Waste ​มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ​จึงได้​ทำการขยับเป้าหมายเพิ่มเป็น 60% ภายในปี 2030<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ ภาคครัวเรือน (Household Food Waste) ปริมาณขยะอาหาร​ 2.36 ล้านตัน ถือว่ายังสูงกว่าเป้าหมายที่ต้องลดลงให้เหลือ 2.16 ล้านตัน ซึ่งการล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ของภาคครัวเรือนนั้น ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจราว 40 ล้านล้านเยร หรือ 2.77 ​แสนล้านเหรียญสหรัฐ​ และสร้าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbonfootprint</span> 10.46 ล้านตันCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" />ทั้งนี้ แผนที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ เพื่อเร่งสปีดกาารลด Food Waste ในภาคครัวเรือน อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีหลากหลายและรอบด้าน เช่น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การปรับเป้าหมายใหม่ เพื่อลด Food Waste ได้มากขึ้น</strong></p>
<p>โดยในปี 2025 นี้ ​ญี่ปุ่นทำการปรับเป้าหมายลดขยะอาหาร ในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 60% ส่วนภาคครัวเรือน ยังอยู่ที่ 50% จากฐาน​ในปี 2000 เช่นเดิม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>สร้างความร่วมมือด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Loss,</span> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Waste</span> มากขึ้น</strong></p>
<p>ผ่านความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะเป้าหมายในกลุ่ม ‘ครัวเรือน’<br class="html-br" />ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ และนโยบาย​​ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหาร สร้างความตระหนักรู้ ปรับแนวคิด เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ทั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj xzsf02u x1s688f" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/stakeholders?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVQHJsLmkdE3WvNHjH7cHKbZ2gA-DwFmJs6OJShznfaCdL9f5EnhLIWDiliNlehmcH7Q5J3IkbbKURGChKySVk-967jN_5hbU9-QKb25NtsCQSZ2UGveaee6Yq8Y2h7opYybnwl3jyxdX2LirpefDxUbmlBUzHVyN7KbXAP5O57i-yhA7a8fQbe0P8TeFwR533daHzF729a2zC1EGDYjDbr9HLoyMAesjkTX0tA6k6pwQ&amp;__tn__=*NK*F" target="_blank" rel="noopener">#Stakeholders</a></span> ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>กลยุทธ์ ‘Toyoma Food Loss Zero’</strong></p>
<p>โครงการต้นแบบของจังหวัด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โทยามะ</span> สร้างแคมเปญให้ผู้บริโภคและธุรกิจร่วมมือลดขยะอาหาร<br class="html-br" />พรัอมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มุ่งช่วยลดขยะอาหารภายในครัวเรือน<br class="html-br" />พร้อมเพิ่มแนวทางดึงดูดคนรุ่นใหม่ แชร์วิดีโอส่งเสริมการให้ความรู้ รสมทั้งใช้มาสคอตให้เข้าถึงกลุ่มเด็กได้ง่ายขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เทคโนโลยี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ตู้เย็นอัจฉริยะ</span></strong></p>
<p>ประเมินความสดวัตถุดิบ / ทำเครื่องหมายสินค้าที่ใกล้หมดอายุ<br class="html-br" />พัฒนา IoT เชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ เพื่อสั่งซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" />เพิ่มบทบาทภาคเอกชน มีโครงการนำร่องช่วยลดปริมาณอาหารหมดอายุ ประเมินศักยภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือพัฒนาแอปช่วยคิดเมนูลดขยะอาหารในครัวเรือน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ศึกษา ‘พฤติกรรมประชากร’ แต่ละช่วงวัย</strong></p>
<p>การเข้าใจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อินไซต์</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พฤติกรรม</span> ประชากรแต่ละช่วงวัย จะช่วยให้สามารถอออกแบบวิธีการ หรือวางรากฐาน พัฒนาแนวทางลดขยะอาหารในครัวเรือนในญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น โดยจากการศึกษา พบอินไซต์ของประชากรในวัยต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น</p>
<p>กลุ่ม​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สูงวัย</span> (70 ปีขึ้นไป) จะสร้างขยะอาหารเฉลี่ย 46 กิโลกรัม/ คน มากกว่ากลุ่มอายุน้อย เกือบ 3 เท่า ที่สร้างเฉลี่ย 16.6 กิโลกรัม/คน</p>
<p>หรือกลุ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คนรุ่นใหม่</span> มักรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยกว่า, คนสูงอายุมักซื้ออาหารเน่าเสียง่ายมากกว่า รวมทั้งสาเหตุการทิ้งอาหารที่แตกต่างกัน เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/">How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2025 11:42:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[axtra zero waste]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Lotus's]]></category>
		<category><![CDATA[Makro]]></category>
		<category><![CDATA[TNN Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36159</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะตัวแทนธุรกิจค้าปลีก ซึ่งถือว่ามีบทบาท​สำคัญในการเชื่อมโยงให้เกิดความยั่งยืน ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ จากกลุ่มเกษตรกรและซัพพลายเออร์ มาจนถึงปลายน้ำในส่วนของผู้บริโภค ​ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก &#8216;แม็คโคร – โลตัส&#8217; จึงให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศ ตอกย้ำความมุ่งมั่น &#8216;ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร&#8217; ​ พร้อมขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ผ่านความ​ร่วมมือกับพันธมิตร นำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง นำมาสร้างประโยชน์ ต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Food Waste to Landfill) ภายในปี 2573 ​ ผ่านการขับเคลื่อนใน 2 แนวทางสำคัญ &#8211;  กินได้ไม่ทิ้งกัน  : การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ซึ่งยังเป็นอาหารที่มีคุณภาพดี ที่ยังไม่หมดอายุและยังสามารถรับประทานได้ เพื่อป้องกันและลดการ​​เกิด FoodWaste [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">ในฐานะตัวแทนธุรกิจ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ค้าปลีก</span> ซึ่งถือว่ามีบทบาท​สำคัญในการเชื่อมโยงให้เกิด<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ต้นน้ำ</span> จากกลุ่มเกษตรกรและซัพพลายเออร์ มาจนถึงปลายน้ำในส่วนของผู้บริโภค ​</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-36159"></span></p>
<div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก &#8216;<strong>แม็คโคร – โลตัส&#8217;</strong> จึงให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศ ตอกย้ำความมุ่งมั่น<strong> &#8216;ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร&#8217; ​</strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">พร้อมขับเคลื่อนโครงการ &#8216;<strong>ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; </strong>ผ่านความ​ร่วมมือกับพันธมิตร นำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง นำมาสร้างประโยชน์ ต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36162 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/4.jpg" alt="" width="533" height="800" /></div>
<div></div>
<div>โดยตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (<strong>Zero Food Waste to Landfill</strong>) ภายในปี 2573 ​ ผ่านการขับเคลื่อนใน 2 แนวทางสำคัญ</div>
<div></div>
<div>&#8211;  <strong>กินได้ไม่ทิ้งกัน </strong> : การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ซึ่งยังเป็นอาหารที่มีคุณภาพดี ที่ยังไม่หมดอายุและยังสามารถรับประทานได้ เพื่อป้องกันและลดการ​​เกิด FoodWaste ในที่สุด ผ่านการส่งต่อให้กลุ่มเปราะบางหรือผู้มีความต้องการ  ​เช่น ครอบครัวรายได้น้อยในชุมชน โดยร่วมมือผ่านโครงการ <strong>BKK FOOD BANK</strong>  ของ กทม. และ SOS รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อสร้างให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) รวมทั้งส่งเสริมสังคมแห่งการแบ่งปันไปพร้อมกัน</div>
<div></div>
<div>&#8211; <strong>ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน : </strong> เน้นบริหารจัดการ​ขยะอาหาร (Food Waste) อย่างยั่งยืน ผ่านการนำ &#8216;นวัตกรรมสีเขียว&#8217; มาเปลี่ยนจากขยะอาหารให้เป็นประโยชน์ เพิ่มมูลค่า เช่น นำไป​​เลี้ยงแมลงโปรตีน BSF เพื่อช่วย​เกษตรกร ลดต้นทุนอาหารสัตว์ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างสินค้าใหม่ ช่วยเพิ่มรายได้​ และยังเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36163 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>
<div>โดยตลอดปี 2568 คาดว่าโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ​จะสามารถลดการทิ้งขยะลงสู่หลุมฝังกลบได้กว่า 15,000 ตัน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อชุมชนได้มากกว่า 76 ล้านบาท</div>
<div>นอกจากนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังเดินหน้าสานต่อโครงการ <strong>AXTRA Green Together </strong>เพื่อสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการอนุรักษ์พลังงาน การคัดแยกขยะ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยเน้นให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งในวิถีการทำงานของพนักงานทุกคน</div>
<div></div>
<div><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถ่ายทอดวิสัยทัศน์บนเวที <strong>&#8216;<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TNN Forum 2025</span> – TRANSFORMING THAILAND : ปรับโฉมไทย สู่อนาคตและความยั่งยืน&#8217;</strong> โดยกล่าวว่า ​การขับเคลื่อนสู่ &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน&#8217; ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่คือการลงมือทำจริงในทุกสาขาของแม็คโคร–โลตัส ภายใต้ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดยการนำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้งให้กลับมาสร้างคุณค่าแก่สังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่เป้าหมายขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2573”</div>
</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36164 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div><strong>ซีพี แอ็กซ์ตร้า </strong>เชื่อมั่นว่าเส้นทางสู่เป้าหมาย ขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ผ่านโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืนอีกด้วย</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:38:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Balance]]></category>
		<category><![CDATA[Bottom Line]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Cost Efficiency]]></category>
		<category><![CDATA[Food Selection Group]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Katsu Midori Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Nak-La Mookata]]></category>
		<category><![CDATA[NAMA Japanese and Seafood Buffet]]></category>
		<category><![CDATA[Shinkanzen Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ความคุ้มค่า]]></category>
		<category><![CDATA[คัตสึมิโดริ ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนวีร์ หอมเตย]]></category>
		<category><![CDATA[ชินคันเซ็น ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[นักล่าหมูกระทะ]]></category>
		<category><![CDATA[นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31733</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในต้นทุนหลักสำคัญของ &#8216;ร้านอาหาร&#8217; คือ วัตถุดิบ ขณะที่การเติบโตในแต่ละปีจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับราคาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี การบริหารจัดการเพื่อสามารถรักษา Bottom Line หรือกำไรสุทธิในธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ​ อีกหนึ่ง Case Study จาก บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด เชนร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นในการขยายแบรนด์สไตล์ Specialty Japanese Food โดยเฉพาะกลุ่มซูชิสายพาน​ และการนำแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ๆ ที่เน้นการตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าในทุกเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็น Mass Target ผ่านแบรนด์ &#8216;ชินคันเซ็น ซูชิ&#8216; (Shinkanzen Sushi) , Premium Target ผ่านแบรนด์ &#8216;นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์&#8217; (NAMA Japanese and Seafood Buffet) และแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล หลังเปิดให้บริการได้เพียงไม่นานในตลาด Premium-mass Target อย่างแบรนด์ &#8216;คัตสึมิโดริ ซูชิ&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/">ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในต้นทุนหลักสำคัญของ<strong> &#8216;ร้านอาหาร&#8217;</strong> คือ วัตถุดิบ ขณะที่การเติบโตในแต่ละปีจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับราคาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี การบริหารจัดการเพื่อสามารถรักษา Bottom Line หรือกำไรสุทธิในธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ​</p>
<p><span id="more-31733"></span></p>
<p>อีกหนึ่ง Case Study จาก <strong>บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด</strong> เชนร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นในการขยายแบรนด์สไตล์ Specialty Japanese Food โดยเฉพาะกลุ่มซูชิสายพาน​ และการนำแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ๆ ที่เน้นการตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าในทุกเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็น Mass Target ผ่านแบรนด์ <strong>&#8216;</strong><strong>ชินคันเซ็น ซูชิ</strong>&#8216; (Shinkanzen Sushi) , Premium Target ผ่านแบรนด์ &#8216;<strong>นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์&#8217;</strong> (NAMA Japanese and Seafood Buffet) และแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล หลังเปิดให้บริการได้เพียงไม่นานในตลาด Premium-mass Target อย่างแบรนด์<strong> &#8216;คัตสึมิโดริ ซูชิ&#8217;</strong> (Katsu Midori Sushi) รวมทั้งยังมีการพัฒนาอาหารไทยภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;นักล่าหมูกระทะ&#8217;</strong> (Nak-La Mookata) มาเติมพอร์ตให้มีความหลากหลายมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31734 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/1.-นายศุภณัฐ-สัจจะรัตนกุล-และ-นายชนวีร์-หอมเตย-.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เป้าหมายของบริษัท จากการเปิดเผยของ <b>คุณชนวีร์ หอมเตย </b>และ <b>คุณศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล </b>ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด คือ <strong>การขึ้นเป็นผู้นำในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น</strong> จากปัจจุบันประเมินว่าน่าจะอยู่ใน Top 5 ของตลาด หลังเริ่มบุกเบิกแบรนด์แรกอย่างชินคันเซ็น เมื่อราว 11 ปีที่ผ่านมา จากการเป็นร้านซูชิเล็กๆ ในปี 2558 และเติบโตได้อย่างโดดเด่นจนสามารถดึงดูดยักษ์ใหญ่อย่าง<strong> &#8216;เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป&#8217;</strong> หรือ <strong>CRG</strong> ให้เข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 51% เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 หรือราว 3 ปีกว่าที่ผ่านมา พร้อมการขยายแบรนด์เพิ่มขึ้นในทุกเซ็กเม้นต์ของตลาดอาหารญี่ปุ่น</p>
<p>รวมทั้งยอดขายที่ขยับขึ้นมาแตะพันล้านรวมทั้งการรักษาอัตราการเติบโตของกำไรได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเช่นกัน โดยเห็นสัญญาณชัดเจนมากขึ้นหลังจากการร่วมทุนกับทาง CRG จากผลประกอบการย้อนหลังตั้งแต่ก่อนร่วมทุนในปี 2564 ด้วยจำนวนรายได้ 737 ล้านบาท และกำไร 46 ล้านบาท</p>
<p>ขณะที่ในปี​ 2565 รายได้เพิ่มขึ้นแตะ 797 ล้านบาท และกำไร 64 ล้านบาท,  ปี 2566 รายได้ 1,415 ล้านบาท กำไร 116 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการปีล่าสุดเติบโตได้เพิ่มขึ้น 50% ด้วยยอดขาย​ 2,100 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 นี้ ไม่ต่ำกว่า 30% หรือทำรายได้แตะ 2,800 ล้านบาท โดยประเมินการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า ยอดขายจะเติบโตได้เพิ่มขึ้นราว 5,000 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31736 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/DSC04862.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างบาลานซ์ระหว่าง &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ  &#8216;กำไร&#8217;</strong></p>
<p>สำหรับความยากลำบากของผู้ประกอบการร้านอาหารในปีนี้ มาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นซึ่งค่อนข้างเป็นวัตถุดิบที่มีราคาสูง เช่น ราคาปลาแซลมอน​ซึ่งนับตั้งแต่เปิดให้บริการชินคันเซ็นสาขาแรก จนถึงปัจจุบันราคาปรับเพิ่มมากขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 50%  นอกจากนี้ ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ข้าว ชาเขียว ​ไข่หอยเม่น หรืออูนิ ไข่ปลาแซลมอน ซึ่งไม่เพียงราคาแพงขึ้นแต่ยังบางอย่างยังมีซัพพลายที่ค่อนข้างจำกัด รวมไปถึงต้นทุนด้านพลังงาน การบริหารจัดการต่างๆ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว​ ทำให้กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค ทำให้ท้ังจำนวนทราฟฟิก ความถี่และการใช้จ่ายภายในร้า​นก็กระทบด้วยเช่นกัน ทำให้การรักษาการเติบโตและตัวเลขกำไร จึงยิ่งเป็นความท้าทายเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><b>คุณชนวีร์ </b>และ <b>คุณศุภณัฐ </b>อธิบายถึง<em><strong> การรักษา Bottom Line ผ่านการบริหารจัดการต้นทุน​ เพื่อดูแล Cost Efficiency โดยในส่วนของวัตถุดิบ จะมุ่งเน้นข้อได้เปรียบของ Economy of Scale ผ่านปริมาณการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก</strong></em> ซึ่งปัจจุบันบริษัทใช้แซลมอนซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักอยู่ที่ราว 2,000 ตัวต่อสัปดาห์ <strong>รวมทั้งการทำสัญญาสั่งซื้อกับทางซัพพลายเออร์ เพื่อป้องกันปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและสามารถต่อรองได้ในราคาที่ดี รวมไปถึงการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธภาพตามแนวทาง Zero Food Waste</strong> โดยใช้ทุกส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การแล่เนื้อปลาจนหมด ขณะเดียวกันยังทำการขูดเนื้อปลาในส่วน​ที่ติดกับก้างเพื่อนำไปทำ By Product เพิ่มเติมเช่น แฮมเบิร์ก หรือเนื้อสเต็กแฮมเบอร์เกอร์ที่ทำมาจากเนื้อปลาแซลมอน ขณะที่ก้างปลาก็นำส่งขายให้กับโรงงานอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้มีส่วนใดที่ต้องเหลือทิ้งเป็นขยะ และยังช่วยเพิ่มยีลด์ หรือความสามารถในการทำกำไรได้อีกไม่ต่ำกว่า 1% พร้อมช่วยลดต้นทุนลงได้มากกว่า 10 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31735 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Nama-Japanese-and-seafood-buffet-บุฟเฟ่ต์พรีเมียมใหม่ล่าสุด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ต้นทุนด้านพลังานก็มีการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพภายในร้านและครัวกลาง การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อนำพลังงานทดแทนมาใช้ ​รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่ใช้ภายในครัวกลาง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการผลิตได้มากขึ้น และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้มากขึ้น โดยในปีนี้จะมีการลงทุนในเฟสที่ 3 ของครัวกลางด้วยงบ 30 ล้านบาท เพื่อขยายทั้งพื้นที่และกำลังผลิตอีก40% ให้สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจได้เพิ่มขึ้นอีกได้ราว 3 ปี</p>
<p><em>​&#8221;ในส่วนของการรับมือต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะเน้นการใช้เครื่องมือทางการตลาดเพื่อให้แบรนด์มีความน่าสนใจ และสามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตอกย้ำความคุ้มค่าของคุณภาพวัตถุดิบ และราคาที่สามารถจับต้องได้ การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอให้สดใหม่ มีเมนูที่น่าสนใจ และตอกย้ำความเป็น Specialty ด้านซูชิสายพาน ที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้ง​การทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายผ่านการจัดเซ็ตเมนูที่คุ้มค่ามากขึ้น การมอบส่วนลดให้ลูกค้าสมาชิก หรือมีโปรโมชันนาทีทอง รวมไปถึงการ Collaboration กับแบรนด์ชั้นนำที่หลากหลาย และการทำโปรโมชั่นกับผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ ​เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ตลอดจนสร้างกระแสในร้านอาหารญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง&#8221;  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Nama-Japanese-and-seafood-buffet-_-ที่นั่งกว้างขวางสะดวกสบาย.jpg" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p><strong>ลงทุนเพิ่ม 200 ล้านบาท ขยายเพิ่ม 16 สาขา </strong></p>
<p>สำหรับแผนขยายการเติบโตในปีนี้ของ เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 15 &#8211; 16 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวม​ 200 ล้านบาท สำหรับทั้งการขยายสาขาใหม่ และขยายกำลังผลิตครัวกลางในเฟสที่ 3 เพิ่มอีก 40% โดย​เน้นขยายในแบรนด์หลักที่จะสร้างการเติบโต ได้แก่ นักล่าหมูกระทะ และแบรนด์ใหม่ล่าสุดอย่างคัตสึมิโดริ ซูชิ  จากปัจจุบันมีสาขาทั้งหมดรวมกันทั้ง 4 แบรนด์ จำนวน 70 สาขา โดยมีรายละเอียดการขยายสาขาแต่ละแบรนด์ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31739 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/ชินคันเซ็น-ซูชิ-สาขา-สามย่านมิททาวน์.jpg" alt="" width="1200" height="697" /></p>
<p><strong>&#8211; ชินคันเซ็น ซูชิ</strong> (Shinkanzen Sushi) : ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยคุณภาพของอาหารในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมเมนูหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และถือเป็นแบรนด์หลักของบริษัทปัจจุบันมีสาขา 57 แห่ง ทำให้ปีนี้จะชะลอการขยายลงเหลือราว 5 สาขา โดยเน้นต่างจังหวัดและเมืองรองเป็นหลัก รวมทั้งในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีสาขาให้บริการ โดยใน กทม. และปริมณฑลจะขยายเพียง 1-2 แห่ง เท่านั้น ขณะที่วางแผนระยะยาวในการขยายสาขาให้ครบ 100 สาขาในอนาคต</p>
<p><strong>&#8211; นักล่าหมูกระทะ</strong> (Nak-La Mookata) : นำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการทานหมูกระทะ แก้ปัญหาความร้อนและกลิ่นควันติดตัว ด้วยการติดแอร์ และฮู้ดดูดควัน รวมถึงบริการฟรีบาร์ผัก และน้ำจิ้มที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกทานได้ไม่อั้น เปิดให้บริการยาวถึงตี 2 ตอบโจทย์ลูกค้าสายนอนดึก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ตอบโจทย์ตลาดจนสามารถเติบโตได้ดี​ และมีแผนขยายเพิ่มเติมในปีนี้ค่อนข้างก้าวกระโดดที่ราว 10 สาขา จากปีที่ผ่านมาขยายไป 6​ แห่ง และมีสาขารวมที่ 12 แห่ง ทำให้ในปีนี้จะมีสาขากว่า 20 แห่ง และเพิ่มเป็น 40 แห่ง ภายใน 5 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31740 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/นักล่าหมูกระทะ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์</strong> (NAMA Japanese and Seafood Buffet): ร้านบุฟเฟ่ต์ที่มีไลน์อาหารพรีเมียม และบาร์ DIY ที่สามารถตักอิคุระได้ไม่อั้น ซึ่งได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ ปัจจุบันให้บริการ 1 สาขา ที่ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทารา แอทเซ็นทรัลเวิลด์ และสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้กว่า 1 พันคน ทำให้มีแผนจะขยาย Store Format รูปแบบเอ้าดอร์ สำหรับการให้บริการสไตล์อิซากายะเพิ่มเติม</p>
<p><strong>&#8211; คัตสึมิโดริ ซูชิ</strong> (Katsu Midori Sushi): แบรนด์ใหม่ล่าสุด​​​​ที่มีเอกลักษณ์จากการจัดกิจกรรมภายในร้าน และ​ใช้วัตถุดิบสดใหม่ นำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มความพิเศษให้กับทุกการรับประทาน เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาเติมพอร์ตร้านอาหารญี่ปุ่นของเดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป ระหว่างตลาดพรีเมียมและแมส เพื่อเพิ่มการเติบโตและเติมพอร์ตให้ครบทุกเซ็กเม้นต์ ​ปัจจุบันให้บริการแล้ว 1 สาขา ตั้งเป้าจะขยายการให้บริการเพิ่มเติมในปีนี้อีก 1-2 สาขา และมีแผนเพิ่มให้ครบ 20 สาขา ภายใน 5 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31741 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/คัตสึมิโดริ-ซูชิ-Katsu-Midori-Sushi_ภาพลูกค้าใช้บริการที่ร้าน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ​​ในการนำธุรกิจอาหารที่คุ้มค่า และมอบประสบการณ์​ที่แตกต่าง มาเพิ่มในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นที่ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงอาหารในกลุ่มใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคนิยมากขึ้น เช่น อาหารเกาหลี เพื่อเติมพอร์ตโฟลิโอให้น่าสนใจ รวมทั้งขยายการเติบโตของแบรนด์ที่มีศักยภาพภายในพอร์ต​ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันรายได้​หลักในพอร์ตมาจากกลุ่มอาหารญี่ปุ่นทั้งชินคันเซ็น นามะ และคัตสึมิโดริ ราว 85% ขณะที่อาหารไทย จากแบรนด์นักล่าหมูกระทะที่ 15% ขณะที่แผนจาการเร่งขยายสาขานักล่าหมูกระทะในปีนี้จะทำให้สัดส่วนอาหารไทยเพิ่มเป็น 20% ขณะที่แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดอย่างคัตสึมิโดริ จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเพียง 1 สาขา​ ให้เพิ่มเป็นราว 10% ในสิ้นปีนี้&#8221;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/">ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกพันธมิตรฯ สร้างต้นแบบจัดการ Food Waste ตลอดห่วงโซ่ ด้วยแนวคิด ‘เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/cpaxtra-zero-food-waste-to-landfill/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Nov 2024 05:35:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CPAXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Lotus's]]></category>
		<category><![CDATA[Makro]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[การสูญเสียอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหารเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เทรวม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เทรวม x เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30399</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยเป้าหมายสูงสุดในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ​ ทำให้ที่ผ่านมา​ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนิน​ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร&#8211;โลตัส’ ให้ความสำคัญในการทุ่มเทพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ รวมทั้งประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าและผู้ใช้บริการทุกคนอยู่เสมอ โดยไม่ลืม​ส่งมอบคุณค่า​ผ่านห่วงโซ่ธุรกิจที่แข็งแรงเพื่อสร้าง​ประโยชน์ให้ผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติ รวมทั้งสามารถ​ดูแลผู้คนในสังคมและสิ่งแวดล้อม​ไปพร้อมกัน​​ หนึ่งเป้าหมายสำคัญคือ การเป็น​แกนหลักเพื่อมีส่วนร่วมแก้​​วิกฤตปัญหาสภาพอากาศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลกในเวลานี้ ด้วยการตั้งเป้าเป็นธุรกิจที่มุ่งไปสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และสามารถปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการภายในธุรกิจเพื่อสามารถบรรลุเป้าหมาย​ที่วางไว้​ โดยเฉพาะการจัดการขยะอาหาร หรือ Food Waste ​ซึ่งเป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก โดยตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารไปสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Food Waste to Landfill) ภายในปี 2030 จัดการ Food Waste ตลอดห่วงโซ่ ​​ปัจจุบันปัญหา Food Waste มีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดโอกาสที่จะเกิด​​การสูญเสีย​อาหาร (Food [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/cpaxtra-zero-food-waste-to-landfill/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกพันธมิตรฯ สร้างต้นแบบจัดการ Food Waste ตลอดห่วงโซ่ ด้วยแนวคิด ‘เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยเป้าหมายสูงสุดในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ​ ทำให้ที่ผ่านมา​ <strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนิน​ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก <strong>‘</strong><strong>แม็คโคร</strong><strong>&#8211;</strong><strong>โลตัส</strong><strong>’</strong> ให้ความสำคัญในการทุ่มเทพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ รวมทั้งประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าและผู้ใช้บริการทุกคนอยู่เสมอ โดยไม่ลืม​ส่งมอบคุณค่า​ผ่านห่วงโซ่ธุรกิจที่แข็งแรงเพื่อสร้าง​ประโยชน์ให้ผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติ รวมทั้งสามารถ​ดูแลผู้คนในสังคมและสิ่งแวดล้อม​ไปพร้อมกัน​​</p>
<p><span id="more-30399"></span></p>
<p>หนึ่งเป้าหมายสำคัญคือ การเป็น​แกนหลักเพื่อมีส่วนร่วมแก้​​วิกฤตปัญหาสภาพอากาศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลกในเวลานี้ ด้วยการตั้งเป้าเป็นธุรกิจที่มุ่งไปสู่ <strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน </strong><strong>(Carbon Neutrality) </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2030</strong> และสามารถ<strong>ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</strong><strong>Net Zero</strong><strong>) ภายในปี </strong><strong>2050</strong> ผ่านการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการภายในธุรกิจเพื่อสามารถบรรลุเป้าหมาย​ที่วางไว้​ โดยเฉพาะการจัดการขยะอาหาร หรือ <strong>Food Waste</strong> ​ซึ่งเป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก โดยตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารไปสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (<strong>Zero Food Waste to Landfill</strong><strong>)</strong> ภายในปี 2030</p>
<p><strong>จัดการ </strong><strong>Food Waste </strong><strong>ตลอดห่วงโซ่ </strong></p>
<p>​​ปัจจุบันปัญหา Food Waste มีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดโอกาสที่จะเกิด​​การสูญเสีย​อาหาร (Food Loss) ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่หลงเหลือจากการจำหน่าย เพื่อลดปริมาณการเกิดขยะอาหาร​ (​Food Waste)​​ ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร​หลากหลายภาคส่วนตามแนวคิด <strong>‘</strong><strong>เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์</strong>’ ​เพื่อลดปริมาณขยะอาหารให้ได้มากที่สุด เร่งการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ตามแผนที่วางไว้ ซึ่ง​การขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมายจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30402 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ไม่เทรวม-x-เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แนวทางบริหารจัดการผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหาร ​ของซีพี แอ็กซ์ตร้า จะ​​เน้น​บริหารจัดการอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางจากภายใน ​ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนด้านการสั่งซื้อ​สินค้า ไปจนถึงการบริหารจัดการภายในสาขา ทั้งการคัดแยกวัสดุ บรรจุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อแยกส่วนที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น กระดาษ หรือพลาสติก​ และนำไปบริหารจัดการอย่างถูกต้องโดยไม่ปะปนกับขยะประเภทอื่น ​ ซึ่ง​การจะขับเคลื่อนได้สำเร็จต้องได้รับความร่วมมือจากพนักงานทุกคน จึงให้ความสำคัญในการอบรมเพื่อสร้างทั้งความตระหนักรู้​ ปลูกฝังแนวคิดและการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานทั้ง 100% สามารถ​ดำเนินงานตามนโยบาย​การคัดแยกขยะ และลดขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีการคัดแยกประเภทของขยะอาหารทั้งในแม็คโครและโลตัสครบทุกสาขาทั่วประเทศแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ไม่เทรวม-x-เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​​ในการจัดการอาหารที่เหลือจากการจำหน่ายไม่หมดในแต่ละสาขา ​จะมีเจ้าหน้าที่มาทำการคัดแยกอาหารแต่ละประเภทออกจากกัน รวมทั้งการจดบันทึก​ทั้งปริมาณและชั่งน้ำหนักอาหารที่เหลือในแต่ละวัน เพื่อนำข้อมูล​ไปใช้​​วิเคราะห์การจัดซื้อในครั้งต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ก่อนจะนำอาหารที่เหลือไปส่งต่อให้พันธมิตรไปสร้างประโยชน์ต่อ​ไป ซึ่งอาหารที่เหลือจะมีทั้ง​กลุ่มผักผลไม้ กลุ่มอาหารพร้อมทาน รวมทั้งเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30403 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ไม่เทรวม-x-เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผนึก </strong><strong>‘</strong><strong>พันธมิตร</strong><strong>’</strong><strong> เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์</strong></p>
<p>การบริหารจัดการ​​อาหารที่จำหน่ายไม่หมดในแม็คโคร และโลตัส แต่ยังมีคุณภาพดี <strong>‘</strong><strong>ซีพี แอ็กซ์ตร้า</strong><strong>’</strong> ได้ส่งต่อผักและผลไม้บางส่วน บริจาคให้สวนสัตว์และอุทยานแห่งชาติ ภายใต้ความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ​สัตว์ป่าและพันธ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เพื่อนำผักผลไม้ที่เหลือจากการจำหน่ายไปแปรรูปเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ เพื่อมีส่วน​ดูแลคุณภาพชีวิตสัตว์ พร้อมช่วยลดงบประมาณ​การจัดหาอาหารเลี้ยงสัตว์ของทางภาครัฐและหน่วยงานทางสังคมต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้สนับสนุนศูนย์อนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่ามากกว่า 14 แห่ง ใน 14 จังหวัด โดยที่ผ่านมาเปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้เป็นประโยชน์ ด้วยการนำไปมอบให้หน่วยงานต่างๆ รวมกว่า 550,000 กิโลกรัม รวมทั้งเพิ่มการสนับสนุนอาหารสำหรับช้างในปางช้างทางภาคเหนือ ตลอดจนนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการเพาะเลี้ยงแมลงโปรตีนอย่างหนอนแมลงวันลายเสือ (BSF) เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์ให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสานลงได้กว่า 50% ภายใต้การนำร่องความร่วมมือกับเกษตรกรในเครือข่าย​มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30401 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Animal-Food.jpg" alt="" width="1200" height="408" /></p>
<p>ด้านการจัดการอาหารที่ไม่สามารถรับประทานได้ หรือส่วนที่เป็นขยะอาหาร ​จะ​นำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ หรือน้ำหมักชีวภาพ เพื่อ​สร้างประโยชน์ให้เกษตรกรหรือชุมชนใกล้เคียง และลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ โดยล่าสุดได้ขยายความร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกขยะอาหารไม่ให้ปะปนกับขยะทั่วไป ภายใต้โครงการ ​‘<strong>ไม่เทรวม </strong><strong>x </strong><strong>เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์</strong>’ ​ซึ่งต่อยอดความร่วมมือของทั้งสองโครงการคือ ‘<strong>ไม่เทรวม</strong><strong>’</strong> ของ กทม. และ <strong>‘</strong><strong>เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์</strong><strong>’</strong> ซึ่งเป็นโครงการเรือธงด้านความยั่งยืนของซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่​ขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2562 ​และต่างมีเป้าหมายร่วม​กันในการแยกขยะเพื่อลดปริมาณขยะปลายทางที่จะไปสู่​​หลุมฝังกลบ ​และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ​พร้อมนำขยะไปสร้างให้เกิด​ประโยชน์จากการเริ่มคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อร่วมกันผนึกกำลังในการปูพรมเพื่อขยายการขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทั้ง 424 สาขา ทั่วทั้ง 50 เขตของ กทม. หลังจากนำร่องมาก่อนหน้านี้ใน 19 สาขา ​เขตตะวันออกของ กทม.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/ไม่เทรวม-x-เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์.jpg" alt="" width="1200" height="629" /></p>
<p><em> </em><em>“ความท้าทายในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย </em><em>Zero Food Waste to Landfill </em><em>ของซีพี แอ็กซ์ตร้า คือ การขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความแข็งแรงและมีความเชี่ยวชาญ ทั้งในการบริหารจัดการ รวมทั้งมีเครือข่ายในการนำอาหารหรือขยะอาหารไปส่งต่อได้เพื่อเพิ่มรูปแบบและแนวทางในการลดการเกิดขยะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ​รวมทั้งการได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานทุกคนภายในสาขา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการแยกและลดขยะได้ตั้งแต่ต้นทาง และยังเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (</em><em>Circular Economy</em><em>) เพื่อ​ใช้ทรัพยากรที่มีรวมทั้งการบริหารจัดการของเสียภายในองค์กรให้เกิดคุณค่าและสร้างประโยชน์ได้สูงสุด”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30400 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/DSC00396.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เห็นได้ว่า การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคธุรกิจอย่าง <strong>‘</strong><strong>ซีพี แอ็กซ์ตร้า</strong><strong>’ </strong>ที่มีทั้งองค์ความรู้ รวมทั้งมีเครือข่ายทั้งภายในองค์กร จากสาขาราว 2,600 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมทั้งเครือข่าย​หน่วยงานพันธมิตรหลากหลายกลุ่ม สามารถสร้าง​​ต้นแบบ​การบริหารจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืนได้ ไม่เพียงเป็นการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน และลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ภายในปี 2030 เท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่ง​หมุดหมายสำคัญที่สามารถ​ลดความสูญเสีย​ในระบบ <strong>Food Supply Chain</strong> ของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจจากการลดโอกาสที่อาหารส่วนเกินจะกลายเป็นขยะอาหาร รวมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม จากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่จะถูกปลดปล่อยจากปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้น การขับเคลื่อนของซีพี แอ็กซ์ตร้า จึง​สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการแสดงความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในทุกด้าน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และค่านิยมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ภายใต้หลักการ 3 ประโยชน์ ที่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ และชุมชน รวมถึงทุกพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจเป็นสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/cpaxtra-zero-food-waste-to-landfill/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกพันธมิตรฯ สร้างต้นแบบจัดการ Food Waste ตลอดห่วงโซ่ ด้วยแนวคิด ‘เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โออิชิ&#8217; สานต่อ​ Zero Food Waste Management ผนึก SOS Thailand เดินหน้าส่งต่ออาหารส่วนเกินให้​ชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/oishi-joint-sos-thailand-drive-zero-food-waste-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Aug 2024 12:25:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Food Donation]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi Group]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการอาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียมทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[นิกุยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกู้ภัยอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เครือโออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโอเอส ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ บุฟเฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ อีทเทอเรียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28359</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน มาจากปัญหาอาหารที่สูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตและส่วนที่เหลือจากการบริโภค (Food Loss and Food Waste) ที่เป็นส่วนเกินเหลือทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์จำนวนมาก ซึ่งควรได้รับความร่วมมือแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนจากทุกภาคส่วนของสังคม  บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นรายใหญ่ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรอาหาร และเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อลดปริมาณอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) และการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด ผ่านกิจกรรม และการดำเนินงานรูปแบบต่างๆ อย่างรอบด้าน อาทิ โครงการ #กินหมดเกลี้ยง CHALLENGE หรือแม้แต่โครงการ ไม่กินบอก&#8230;เอาออกให้ เป็นต้น โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ ภารกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้มีประโยชน์สูงสุด โดยการส่งต่อให้กับชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร พร้อมประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ สู่องค์กรการกุศล และชุมชน (ที่มีความต้องการอาหาร) เพื่อร่วมขับเคลื่อนและสร้างความเท่าเทียมทางอาหารในสังคมไปด้วยกัน ภารกิจฯ ดังกล่าว เป็นการส่งมอบวัตถุดิบและอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อ​นำไปบริโภคหรือ​ประกอบ​อาหาร​ ซึ่งคัดสรรเป็นอย่างดีจากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ เบื้องต้น ได้แก่ (1) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/oishi-joint-sos-thailand-drive-zero-food-waste-management/">&#8216;โออิชิ&#8217; สานต่อ​ Zero Food Waste Management ผนึก SOS Thailand เดินหน้าส่งต่ออาหารส่วนเกินให้​ชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ </strong><strong>(Climate Change) </strong><strong>และภาวะโลกร้อน มาจากปัญหาอาหารที่สูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตและส่วนที่เหลือจากการบริโภค </strong><strong>(Food Loss and Food Waste) </strong><strong>ที่เป็นส่วนเกินเหลือทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์จำนวนมาก ซึ่งควรได้รับความร่วมมือแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนจากทุกภาคส่วนของสังคม</strong><strong> </strong><span id="more-28359"></span></p>
<p><strong>บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>ในฐานะผู้ให้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นรายใหญ่ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรอาหาร และเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อลดปริมาณอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) และการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด ผ่านกิจกรรม และการดำเนินงานรูปแบบต่างๆ อย่างรอบด้าน อาทิ โครงการ <strong>#กินหมดเกลี้ยง CHALLENGE</strong> หรือแม้แต่โครงการ<strong> ไม่กินบอก&#8230;เอาออกให้</strong> เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28363 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/06_โออิชิ-ร่วมกับ-เอสโอเอส-ประเทศไทย.jpg" alt="" width="765" height="510" /></p>
<p>โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ <strong>ภารกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้มีประโยชน์สูงสุด โดยการส่งต่อให้กับชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร </strong>พร้อมประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ สู่องค์กรการกุศล และชุมชน (ที่มีความต้องการอาหาร) เพื่อร่วมขับเคลื่อนและสร้างความเท่าเทียมทางอาหารในสังคมไปด้วยกัน</p>
<p>ภารกิจฯ ดังกล่าว เป็นการส่งมอบวัตถุดิบและอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อ​นำไปบริโภคหรือ​ประกอบ​อาหาร​ ซึ่งคัดสรรเป็นอย่างดีจากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ เบื้องต้น ได้แก่ <strong>(1) </strong><strong>โออิชิ บุฟเฟต์ </strong><strong>(2) </strong><strong>โออิชิ อีทเทอเรียม </strong><strong>(3) </strong><strong>ชาบูชิ </strong>และ <strong>(4)</strong><strong> นิกุยะ</strong> จำนวนกว่า 20 สาขา ให้กับผู้คนและชุมชนเป้าหมายที่มีความต้องการ แต่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้ ภายใต้ความร่วมมือในโครงการ <strong>“รักษ์อาหาร” โดย</strong><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ในประเทศไทย </strong><strong>(SOS THAILAND) </strong>หรือมูลนิธิกู้ภัยอาหารแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นตัวกลางในการดำเนินการ และร่วมจัดการอาหารส่วนเกินนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28362 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/05_โออิชิ-ร่วมกับ-เอสโอเอส-ประเทศไทย.jpg" alt="" width="721" height="721" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​พนักงานทุกฝ่าย และจากทุกสาขาที่เข้าร่วมภารกิจฯ จะได้รับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ฝ่ายประกันคุณภาพ (QA) ของบริษัทฯ ตามข้อกำหนดร่วมกันของ เอสโอเอส ประเทศไทย ในเรื่องการจัดการอาหารส่วนเกิน และการจัดการวัตถุดิบอาหารอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ตลอดจนขั้นตอนการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างถูกสุขลักษณะและปลอดภัย ให้มีความพร้อมสำหรับการส่งมอบสู่ชมุชนต่อไป</p>
<p>ภารกิจฯ ดังกล่าว เริ่มดำเนินการครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ขณะที่ปัจจุบันยังคงดำเนินการอย่างจริงจัง​​ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว ​โดยมีแผนจะขยายเครือข่ายการสนับสนุนจากร้านอาหารในเครือสาขาอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/04_โออิชิ-ร่วมกับ-เอสโอเอส-ประเทศไทย.jpg" alt="" width="1200" height="1200" /></p>
<p><strong>&#8216;โออิชิ&#8217; มุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดการอาหารส่วนเกินทั้งในกระบวนการผลิตและการจัดจำหน่าย เพื่องส่งเสริมแนวทางการบริโภคอย่างยั่งยืน และลดปริมาณการเกิดขยะอาหาร พร้อมเปลี่ยนเป็นการสร้างคุณค่าโภชนาการ ส่งต่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินธุรกิจไปสู่สังคมและ​สิ่งแวดล้อม​ และเป็นการขับเคลื่อนเป้าหมาย Zero Food Waste ​ภายในปี 2030 ตามที่ได้ประกาศไว้  </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/oishi-joint-sos-thailand-drive-zero-food-waste-management/">&#8216;โออิชิ&#8217; สานต่อ​ Zero Food Waste Management ผนึก SOS Thailand เดินหน้าส่งต่ออาหารส่วนเกินให้​ชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SOS Thailand เร่งขยายพันธมิตร พร้อมแชร์อินไซต์ ภาคธุรกิจบางส่วนมอง Surplus Food ​คือความล้มเหลวในการจัดการ Zero Food Waste ของตัวเอง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/sos-thailand-expand-food-donation-partnership/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2024 13:30:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Donation]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโอเอส ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25041</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้​ว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจอาหาร (Food Industry)  ทุกรายล้วนมีอาหารส่วนเกิน​ ​หรือ Surplus Food ​ซึ่งถือเป็น​​อาหารที่ยังคงมีคุณภาพดี แต่​ไม่สามารถจำหน่ายได้ทันก่อน​ที่อาหารเหล่านั้นจะหมดอายุ หรือบางชิ้นที่อาจดูไม่สวยงามทำให้ไม่สามารถขายได้ การบริหารจัดการ​ Surplus Food ได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ยังช่วยลดการเกิดขยะอาหาร หรือ Food Waste ​​ไปสู่หลุมฝังกลบ​ ด้วยการนำอาหารส่วนเกินเหล่านี้ไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ​เช่น ชุมชนต่างๆ ที่มีรายได้ต่ำ ​​กลุ่มเปราะบาง องค์กร หรือหน่วยงาน​ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน ​ซึ่งนอกจาก​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร ยังช่วยลด Carbon Emission เพื่อลดผลกระทบปัญหาด้านสภาพอากาศได้อีกทางหนึ่งด้วย มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอสโอเอส ประเทศไทย (SOS Thailand) อีกหนึ่งหน่วยงานที่มีภารกิจด้าน Food Rescue หรือการกู้ชีพอาหารส่วนเกินที่ได้รับการบริจาคอาหารจากพันธมิตร และนำไปส่งต่อเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ ซึ่งเริ่มขับเคลื่อนในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2016 จนถึงเดือนมีนาคม 2024 ที่ผ่านมา ​​สามารถกู้ชีพอาหารได้รวมกันแล้ว​ 8.16  ล้านกิโลกรัม พร้อมส่งต่อมื้ออาหารไปยัง​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/sos-thailand-expand-food-donation-partnership/">SOS Thailand เร่งขยายพันธมิตร พร้อมแชร์อินไซต์ ภาคธุรกิจบางส่วนมอง Surplus Food ​คือความล้มเหลวในการจัดการ Zero Food Waste ของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้​ว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจอาหาร (Food Industry)  ทุกรายล้วนมีอาหารส่วนเกิน​ ​หรือ Surplus Food ​ซึ่งถือเป็น​​อาหารที่ยังคงมีคุณภาพดี แต่​ไม่สามารถจำหน่ายได้ทันก่อน​ที่อาหารเหล่านั้นจะหมดอายุ หรือบางชิ้นที่อาจดูไม่สวยงามทำให้ไม่สามารถขายได้</p>
<p><span id="more-25041"></span></p>
<p>การบริหารจัดการ​ Surplus Food ได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ยังช่วยลดการเกิดขยะอาหาร หรือ Food Waste ​​ไปสู่หลุมฝังกลบ​ ด้วยการนำอาหารส่วนเกินเหล่านี้ไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ​เช่น ชุมชนต่างๆ ที่มีรายได้ต่ำ ​​กลุ่มเปราะบาง องค์กร หรือหน่วยงาน​ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน ​ซึ่งนอกจาก​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร ยังช่วยลด Carbon Emission เพื่อลดผลกระทบปัญหาด้านสภาพอากาศได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (ประเทศไทย) </strong>หรือ<strong> เอสโอเอส ประเทศไทย (SOS Thailand) </strong>อีกหนึ่งหน่วยงานที่มีภารกิจด้าน Food Rescue หรือการกู้ชีพอาหารส่วนเกินที่ได้รับการบริจาคอาหารจากพันธมิตร และนำไปส่งต่อเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ ซึ่งเริ่มขับเคลื่อนในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2016 จนถึงเดือนมีนาคม 2024 ที่ผ่านมา ​​สามารถกู้ชีพอาหารได้รวมกันแล้ว​ 8.16  ล้านกิโลกรัม พร้อมส่งต่อมื้ออาหารไปยัง​ 3,600 ชุมชน รวมกัน​ได้มากกว่า 34.29 ล้านมื้อ รวมทั้งช่วยลดการปล่อย CO2 ลง 20,658 ตันCO2e</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25042 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/22.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกูล</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการแห่งประเทศไทย  SOS Thailand กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนมากขึ้น ทำให้มีพันธมิตรเข้ามาร่วมมือกับทางมูลนิธิฯ เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันมีพันธมิตรราว 100 ราย ทั้งจากรายใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 10 ราย ทั้งใน กทม. และในอีก 3 พื้นที่ คือ เชียงใหม่,​ ภูเก็ต และหัวหิน รวมทั้งพันธมิตรเดิมที่เพิ่มจำนวนสาขาในแต่ละพื้นที่มาเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความร่วมมือจะมีทั้งพันธมิตรที่บริจาคต่อเนื่อง บริจาครายปี รายครึ่งปี หรือ​​กลุ่มที่มาร่วมทำ​ CSR เป็นรายโปรเจ็กต์​ ซึ่งทางมูลนิธิฯ ไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ</p>
<p>ขณะเดียวกันปริมาณความต้องการอาหารในระบบก็ยังอยู่ในระดับที่สูงเช่นกัน ทั้ง​กลุ่มคนที่ต้องการอาหารเพิ่มขึ้น รวมทั้งความจริงจังในการขับเคลื่อนมาตรการ Zero Food Waste ของพันธมิตร ​ทำให้มูลนิธิฯ ​พยายามมองหา​พื้นที่ใหม่ๆ ที่ยังเป็นรอยรั่วในการเกิดอาหารส่วนเกิน ​เ​ช่น ภายใน​ซัพพลายเชนของ​ธุรกิจอาหาร เพราะส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะเป็นอาหารส่วนเกินที่อยู่หน้าร้านเป็นหลัก แต่ภายในห่วงโซ่ เช่น ในส่วนการผลิต ​​การขนส่ง คลังสินค้า หรือจากกลุ่มซัพพลายเออร์ของแต่ละธุรกิจ รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจอาหารส่งออก อาหารประป๋อง อาหารแช่แข็ง ซึ่ง​ทางมูลนิธิฯ จะเพิ่มความร่วมมือเข้าไปยัง​พันธมิตรในกลุ่มเหล่านี้ให้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25044 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/22Feb_480.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;ปัจจุบันพันธมิตรที่ร่วมมือกับทางมูลนิธิฯ อาจจะมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของผู้ประกอบการของธุรกิจอาหาร ซึ่ง​ปริมาณความต้องการอาหารยังคงอยู่ในระดับสูง จึงได้ตั้งเป้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรให้เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 25% เพื่อเพิ่มปริมาณอาหารในการนำไปช่วยเหลือผู้ที่มีความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทั้งการส่งต่ออาหารที่ได้รับบริจาคมาไปสู่ผู้รับได้ในเวลาที่เหมาะสม ทันกับช่วงเวลาในการรับประทานอาหารของคนในชุมชน รวมทั้งการ​บดูแลด้าน​​ Shelf Life หรืออายุในการเก็บรักษา เพราะอาหารส่วนเกินที่ได้รับบริจาคมาส่วนใหญ่จะมีอายุสั้นกว่าปกติ จึงต้องระวังทั้งการสร้าง​ขยะอาหารเพิ่ม หรือการดูแลไม่ให้กระทบต่อสุขภาพของผู้รับบริจาค&#8221;</p>
<p>ยังมีอินไซต์สำคัญเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อการบริจาคอาหาร หรือ Food Donation ของภาคธุรกิจบางส่วน ที่มองว่า การนำอาหารมาบริจาคสะท้อนถึงความล้มเหลวด้าน Zero Food Waste Management ของตัวเอง และไม่กล้าร่วมมือกับทางมูลนิธิฯ ทำให้อาหารส่วนเกินอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้ถูกนำมาจัดการอย่างเหมาะสม และอาจต้องกลายเป็นขยะอาหารไปในที่สุด​ หรือบางองค์กรที่อาจไม่ได้มีการจัดทำระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้​ไม่ทราบว่าภายในกระบวนการยังมีอาหารส่วนเกิน หรือขยะอาหารเกิดขึ้นในจุดไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งยังคงมีผู้ประกอบการบางราย​ที่ยังคงเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารจัดการ​หรือนำไปทำลายในระดับสูง ​</p>
<p>&#8220;อยากให้ภาคธุรกิจทั่วไปมองว่า Surplus Food เป็นเรื่องปกติมากๆ และหลีกเลี่ยงได้ยาก​สำหรับธุรกิจอาหาร ที่จะ​ทำให้อาหารที่ถูกผลิตขึ้นสามารถขายได้ทั้งหมด ทั้งจากกลไกทางการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค หรือแม้แต่กระบวนการในการขนส่งสินค้าเข้าออกภายในประเทศ​ ที่ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาหารส่วนเกินได้ทั้งสิ้น ไม่ได้สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการขององค์กรแต่อย่างใด ซึ่งทางมูลนิธิฯ จะเร่งสื่อสาร และสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ ที่มีอาหารส่วนเกินอยู่ เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการในการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม​ ​ขณะที่การบริจาคอาหารถือเป็นหนึ่งในโซลูชั่น​การแก้ปัญหาที่ถูกต้องมากที่สุดวิธีการหนึ่ง ​ซึ่งนอกจากผู้บริจาคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แล้ว ทางมูลนิธิฯ ยังได้สรุปรายงาน​ Positive Impact ที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อน​​ร่วมกันทั้งการช่วยลดปริมาณขยะอาหาร การสร้างคุณค่าให้สังคมผ่านมื้ออาหาร และปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่ลดลงได้ เป็นต้น&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25045 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับ สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) อย.​ (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมมลพิษ ในการออกคู่มือการบริจาคอาหารเพื่อเพิ่มการสื่อสารไปยังภาคธุรกิจตางๆ ทั้งในกลุ่มโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือร้านสะดวกซื้อ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดมาตรฐานสำหรับการดำเนินการบริจาคอาหาร​ที่มีความสอดคล้องไปกับมาตรฐาน​อาหารปลอดภัย หรือ Food Safety เพื่อให้ประเทศไทยมีโมเดลและมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบ Food Donation เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีขึ้นในระบบนิเวศทั้งจากผู้บริจาค หน่วยงานหรือองค์กรด้าน Food Recue เพื่อสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ได้รับบริจาค ควบคู่ไปกับการได้มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤต​​สภาพอากาศด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/sos-thailand-expand-food-donation-partnership/">SOS Thailand เร่งขยายพันธมิตร พร้อมแชร์อินไซต์ ภาคธุรกิจบางส่วนมอง Surplus Food ​คือความล้มเหลวในการจัดการ Zero Food Waste ของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ชาบูชิ” สานต่อภารกิจ Zero Food Waste ผ่านโครงการ #กินหมดเกลี้ยงCHALLENGE ​รณรงค์ผู้บริโภครับประทานอาหารไม่เหลือทิ้ง   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/shabushi-zero-food-waste-challenge-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Aug 2023 06:18:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SHABUSHI]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การสูญเสียอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กินหมดเกลี้ยง CHALLENGE]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20505</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน สถานการณ์ปัญหาการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ที่ถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์นั้น นับเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals “SDGs”) ในเป้าหมายที่ 12 : สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยังยืน และเป้าหมายย่อยที่ 12.3 : ลดของเสียอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารตลอดการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี พ.ศ. 2573 ในส่วนของ ชาบูชิ (SHABUSHI) แบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพ ภายใต้ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ “โออิชิ” ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและอาหาร และเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้วางนโยบายและแผนการขับเคลื่อนรูปแบบการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรม และการดำเนินงานต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในนั้น คือ กิจกรรมการตลาดเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ #กินหมดเกลี้ยงCHALLENGE พร้อมรณรงค์ผู้บริโภคร่วมขับเคลื่อนและรับประทานอาหารหมด&#8230;ไม่เหลือทิ้ง เพื่อลดปัญหาขยะอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/shabushi-zero-food-waste-challenge-campaign/">“ชาบูชิ” สานต่อภารกิจ Zero Food Waste ผ่านโครงการ #กินหมดเกลี้ยงCHALLENGE ​รณรงค์ผู้บริโภครับประทานอาหารไม่เหลือทิ้ง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบัน สถานการณ์ปัญหาการสูญเสียอาหาร </strong><strong>(Food Loss) </strong><strong>และขยะอาหาร </strong><strong>(Food Waste) </strong><strong>ที่ถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์นั้น นับเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน </strong></p>
<p><span id="more-20505"></span></p>
<p><strong>สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ </strong><strong>(Sustainable Development Goals “SDGs”) </strong><strong>ในเป้าหมายที่ </strong><strong>12 : </strong><strong>สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยังยืน และเป้าหมายย่อยที่ </strong><strong>12.3 : </strong><strong>ลดของเสียอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารตลอดการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี พ.ศ. </strong><strong>2573</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20517 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/01.2_ชาบูชิ.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></p>
<p>ในส่วนของ <strong>ชาบูชิ (</strong><strong>SHABUSHI)</strong> แบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพ ภายใต้ <strong>บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>“โออิชิ” </strong>ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและอาหาร และเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้วางนโยบายและแผนการขับเคลื่อนรูปแบบการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรม และการดำเนินงานต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในนั้น คือ กิจกรรมการตลาดเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ <strong>#</strong><strong>กินหมดเกลี้ยง</strong><strong>CHALLENGE</strong> พร้อมรณรงค์ผู้บริโภคร่วมขับเคลื่อนและรับประทานอาหารหมด&#8230;ไม่เหลือทิ้ง เพื่อลดปัญหาขยะอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ เพื่อบรรลุสู่ Zero Food Waste</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20512 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/03.2_ชาบูชิ.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>สำหรับโครงการ <strong>#</strong><strong>กินหมดเกลี้ยง</strong><strong>CHALLENGE</strong> เริ่มดำเนินการครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2564 นำร่องที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ประเภทบริการแบบ บุฟเฟต์ คือ <strong>ชาบูชิ จำนวนกว่า </strong><strong>160 </strong><strong>สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ</strong> พร้อมเชิญชวนแฟน ๆ ชาบูชิ และนักกิน – ผู้บริโภครักษ์โลก เข้าร่วมโครงการฯ และเป็นส่วนหนึ่งของการลดปริมาณขยะอาหาร อันเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ด้วยวิธีการง่าย ๆ โดยผู้ใช้บริการที่สามารถรับประทานอาหารมื้อนั้น ๆ หมดและไม่เหลือทิ้ง จะได้รับส่วนลดพิเศษ อี &#8211; คูปอง มูลค่า 50 บาท* เป็นของขวัญแทนคำขอบคุณจากใจ ชาบูชิ ผ่านแอปพลิเคชัน BevFood สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการใช้บริการครั้งถัดไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20513 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/05_โต๊ะผู้ร่วมกิจกรรม-กินหมดเกลี้ยงCHALLENGE.jpg" alt="" width="1200" height="767" /></p>
<p>ทั้งนี้ จากการดำเนินการ พบว่า ที่ผ่านมามีลูกค้าและผู้ใช้บริการ ชาบูชิ ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ <strong>#</strong><strong>กินหมดเกลี้ยง</strong><strong>CHALLENGE</strong> เป็นจำนวนมาก หรือประมาณ 362,420 ราย (สำหรับปีแรก หรือตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงเดือนกันยายน 2565) ขณะที่ปัจจุบันยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 195,015 ราย (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ถึงเดือนกรกฎาคม 2566)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20515 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/06.3_ชาบูชิ-กินหมดเกลี้ยงCHALLENGE-แนวนอน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดปริมาณขยะอาหาร เพื่อมุ่งสู่สังคมไร้ขยะอาหารอย่างจริงจังไปด้วยกัน กับโครงการดี ๆ อย่าง </strong><strong>#</strong><strong>กินหมดเกลี้ยง</strong><strong>CHALLENGE </strong><strong>ได้ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ชาบูชิ ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง </strong><strong>31 </strong><strong>ธันวาคม </strong><strong>2566</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/shabushi-zero-food-waste-challenge-campaign/">“ชาบูชิ” สานต่อภารกิจ Zero Food Waste ผ่านโครงการ #กินหมดเกลี้ยงCHALLENGE ​รณรงค์ผู้บริโภครับประทานอาหารไม่เหลือทิ้ง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
