สร้างมูลค่าเพิ่มให้ ‘​ฝุ่น’ โรงงานญี่ปุ่นชุบชีวิต ‘ขุยผ้า By product’ ต่อยอดเป็นหัวเชื้อจุดไฟเตาแคมปิ้ง สินค้าใหม่ได้ใจสายเทรนดี้

โรงงานนิชิเซ็นโก (Nishisenko) เมืองอิมาบาริ จังหวัดเอฮิเมะ ถือว่าเป็นแหล่งผลิตผ้าขนหนูชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์อิมาบาริ (Imabari) ​ซึ่งในกระบวนการผลิตผ้าขนหนูวันละหลายพันผืนนั้น ส่งผลให้เกิดฝุ่นจากขุยผ้าที่ต้องนำไปกำจัดทิ้งเป็นจำนวนมาก

ซึ่งฝุ่นเหล่านี้หากไม่บริหารจัดการให้ดี นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพนักงานในโรงงานแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร และทำให้เกิดไฟไหม้ในโรงงานได้

ทางโรงงานจึงแก้ปัญหาด้วยการต่อยอดจากขุยผ้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตและ​กลายเป็นขยะที่ต้องนำไปกำจัดมาทำเป็นเชื้อไฟ สำหรับจุดไฟในเตาแคมปิ้ง ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ​

Creidt : Facebook THE MAGIC HOUR (マジックアワー)

คุณฟุกุโอกะ โทโมนาริ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์​ โรงงานนิชิเซนโก โรงงานย้อมผ้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าขนหนูและผ้าอเนกประสงค์ต่างๆ และยังเป็นนักตั้งแคมป์ตัวยง ผู้คิดค้นไอเดียต่อยอดฝุ่นจากขุยผ้าขนหนูอิมาบาริซึ่งเป็นผ้าฝ้าย 100% และมีคุณสมบัติในการติดไฟได้ดี มาเป็นหัวเชื้อสำหรับก่อไฟ แทนการใช้เชือกป่านที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้เป็นเชื้อไฟในการจุดเตาแคมปิ้งกันก่อนหน้านี้

“แต่ละวันโรงงานต้องทำการย้อมและอบผ้าขนหนูมากกว่า 3,000 กิโลกรัมต่อวัน ​ทำให้พนักงานต้องทำความสะอาดตัวกรองฝุ่นของเครื่องอบผ้า วันละ 6-7 คร้ัง ​และเกิดขยะจากขุยผ้าที่ติดอยู่กับตัวกรองเก็บใส่ถุงไว้เพื่อเตรียมทิ้งเป็นจำนวนมาก ​จึงได้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้โรงงาน ด้วยการผลิตเป็น ‘ฝุ่นอิมาบาริ’ (Imabari Dust) ภายใต้แบรนด์ THE MAGIC HOUR ซึ่งเป็นแบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์​​กลางแจ้งของนิชิเซ็นโก โดยเริ่มผลิตมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปีที่ผ่านมา ​และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยมี 2 ขนาด คือ 1 ชิ้น บรรจุ 40 กรัม ราคา 660 เยน และแบบรีฟิล 40 กรัม ราคา 330 เยน”​

Creidt : Facebook THE MAGIC HOUR (マジックアワー)

โดยฝุ่นอิมาบาริ 10 กรัม จะสามารถติดไฟต่อเนื่องได้ถึง 5 นาที ​และยังมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ก่อไฟชนิดอื่นๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดขี้เถ้าหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ ​ประกอบกับการผลิตมาจากขุยผ้าที่ผ่านกระบวนการย้อมมาแล้ว ทำให้มีสีสันสดใส ซึ่งเวลานำผ้าที่นำเข้าเครื่องอบ​​จะทำการแยกสี ทำให้ได้ขุยผ้า​สีเดียวกันทั้งหมด และมีหลากหลายสี ทำให้สามารถนำมาดีไซน์เป็นหลากหลายสีสันขณะเมื่อนำมาใส่บรรจุภัณฑ์ ช่วยเพิ่มความสะดุดตา และดูน่ารัก น่าใช้งานมากขึ้นด้วย

Creidt : Facebook THE MAGIC HOUR (マジックアワー)

สำหรับแบรนด์ THE MAGIC HOUR ​โดยโรงงานนิชิเซ็นโกนั้น ยังถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินกระบวนการตามแนวทางการผลิตอย่างยั่งยืน​ โดยใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิตที่ประหยัดการใช้พลังงานและลดขยะในกระบวนการผลิต ​โดยช่างย้อมและเย็บที่มีทักษะ พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนตามกรอบ SDGs

source

source

Stay Connected
Latest News