Top StoriesTrending

เมืองไทยประกันชีวิต ผสาน ESG ​ทุกมิติ​​ธุรกิจ พร้อมเติม Insurance + Health Literacy สร้างความยั่งยืน​ระบบประกันสุขภาพของประเทศ

เมืองไทยประกันชีวิต ประกาศกลยุทธ์ 'Go Healthier with MTL' รับมือปีแห่งความผันผวน​ พร้อมผนึก 'ความยั่งยืน' เป็นหนึ่งแกนสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบ ESG ไม่ต่างจากการพัฒนา AI และ ดิจิทัล

เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้ากลยุทธ์ ‘Go Healthier with MTL’  ยกระดับการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านพันธมิตรใน Health Ecosystem พร้อมให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน ESG เป็นแกนสำคัญ​ของธุรกิจทุกมิติ​ เช่นเดียวกับการ​พัฒนาเทคโนโลยี AI และดิจิทัล

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า แม้ปี 2568 ที่ผ่านมาจะเต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน แต่เมืองไทยประกันชีวิต ยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง จากความเชื่อมั่นและไว้วางใจทั้งจากลูกค้า และความร่วมมือจากพันธมิตรภายใน Health Ecosystem โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (New Business Premium) เติบโตขึ้นกว่า 10%  ​แบบประกัน Investment-Linked  เติบโต 249%  และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน​

ส่วนการขับเคลื่อนใน​ 2569 และเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ​​เมืองไทย​ประกันชีวิตจะเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ ‘Go Healthier with MTL สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม ​กับเมืองไทยประกันชีวิต’ เพื่อยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพขึ้นไปอีกขั้นพร้อมท้ังการ​ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์​​​​ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกก้าว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล

ผสาน​ ‘ความยั่งยืน’  ให้เป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ  

คุณสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมืองไทยประกันชีวิต ได้ขับเคลื่อนเรื่องของ ‘ความยั่งยืน’ ตามกรอบ ESG (Environmental, Social ,Governance) เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ผ่านกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งปัจจุบันพอร์ตสินทรัพย์ของบริษัทที่มีรวมกว่า 6.9 แสนล้านบาท เป็นสินทรัพย์จากการลงทุนกว่า 80-90%  และมี​แนวทางในการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อ​สนับสนุน​การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ทั้งในรูปแบบหุ้นกู้ขององค์กรที่ต้องการขับเคลื่อน Green Transition หรือการลงทุนในกองทุนหรือสินเชื่อที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือในธุรกิจที่อยู่ในกลุ่ม Low Emission Carbon เป็นต้น

สำหรับมิติ ด้านสังคม (Social)  ได้มุ่งเน้นการพัฒนาแบบประกันให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถให้คนไทยสามารถเข้าถึงแบบประกัน (Affordable) ได้มากขึ้น ทั้งการที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และคนไทยส่วนใหญ่เริ่มมีอายุเพิ่มมากขึ้น ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตอบโจทย์ทั้งความต้องการกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น ด้วยการขยับอายุในการเข้าถึงหลักประกันได้จนถึง 90 ปี และขยายความคุ้มครองไปจนถึง 99 ปี หรือในอนาคตอาจจะสามารถขยายความคุ้มครองได้มากกว่า 100 ปี เหมือนเช่นในต่างประเทศได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการพัฒนาอัตราการจ่ายเบี้ยประกันในขนาดที่เล็กลง และได้รับความคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คนส่วนใหญ่ในประเทศไทย สามารถเข้าถึงการประกันชีวิตและสุขภาพได้เพิ่มมากขึ้น ไปจนถึงการพัฒนารูปแบบความคุ้มครอง ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หรือความเสี่ยงในการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน เช่น การขยายมาสู่กลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรม หรือแม้แต่ในมิติการดูแล Mental Health ที่คนเริ่มมีภาวะจิตเวช หรือเป็นโรคซิมเศร้าเพิ่มมากขึ้น ​ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาหลักเกณฑ์ต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมเข้ามาในอนาคต

ด้านธรรมาภิบาล (Governance) เป็นมิติสำคัญที่ทุกธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจประกัน จำเป็นต้องมีอยู่เป็นพื้นฐาน เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น ​และต้องสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ในระยะยาว ซึ่งความเชื่อมั่นเหล่านี้ สามารถสะท้อนผ่านเรตติ้งต่างๆ อาทิ คะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140% รวมท้ังยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook) อีกด้วย

ขณะเดียว​กันยังได้รับ​การประเมินด้าน ESG Rating ล่าสุด โดย MorningStar Sustainalytics สถาบันวิจัยและจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลก ที่ได้ 19.9 คะแนน และจัดอยู่​​​ในกลุ่ม ‘ความเสี่ยงต่ำ’ (Low Risk Profile) สะท้อนความสามารถในการควบคุม ‘ความเสี่ยงด้าน ESG’ ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้ง​ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment (PRI)  พร้อมด้วยการขึ้นทะเบียน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับ องค์การบริหารจัดการ​​ก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3

เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องของ ESG เป็นหนึ่งในแกนหลักของธุรกิจเช่นเดียวกับการ​พัฒนาด้านเทคโนโลยี AI และดิจิทัล โดยได้ผสมผสานความยั่งยืนไว้ในทุกมิติของธุรกิจ และ ไม่เพียงมุ่งขับเคลื่อนผ่านการดำเนินงานของบริษัทตามปกติแล้ว ยังให้ความสำคัญในการสร้างภูมิเพิ่มเติมแก่คนไทย ทั้งด้าน Insurance Literacy และ Health Literacy เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการประกันชีวิตและสุขภาพ ​ทั้งเรื่องการดูแลสุขภาพ และการมีทัศนคติที่ดีต่อการมีหลักประกันทางสุขภาพในอนาคตโดยเฉพาะในยุคที่มีความเสี่ยงรอบด้าน เพื่อมองว่า ‘ประกันคือตัวช่วย ไม่ใช่ตัวถ่วงหรือภาระ’ โดยเฉพาะการช่วยดูแลชีวิตและสุขภาพ ขณะเดียวกันก็เน้นทำความเข้าใจหลักการในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม เพื่อลดพฤติกรรม  FWA (Fraud, Waste, Abuse) เพื่อควบคุมอัตรา Medical Inflation หรือภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ไม่ให้อยู่ในระดับที่สูงเกินไป เพื่อสร้างความยั่งยืนในระบบประกันสุขภาพของประเทศ และทำให้คนไทยได้รับความคุ้มครองได้ในระยะยาว “ นายสาระ กล่าว

ชูกลยุทธ์ ‘Go Healthier with MTL’ ดูแลทุกมิตทั้งกาย – ใจ – การเงิน 

กลยุทธ์Go Healthier with MTL’ ที่เมืองไทยประกันชีวิตจะขับเคลื่อนในปีนี้ เพื่อตอกย้ำการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจได้ ทั้งในเรื่องของชีวิตและสุขภาพ และพร้อมอยู่เคียงข้างตั้งแต่การวางแผนดูแลเชิงป้องกัน เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว (Wellness and Prevention) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ เช่น เมืองไทยไตรกีฬา เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน เป็นต้น การดูแลเมื่อเจ็บป่วย ผ่านความคุ้มครองที่เลือกได้ตามใจ บริการต่าง ๆ และพาร์ทเนอร์ที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร (Diagnosis and Treatment) ไม่ว่าจะเป็น MTL Health Buddy  แคร์คัฟเวอร์ สหคลินิก เครือข่ายโรงพยาบาล  MTL Smile Hospital Network  MTL Global Doctors และ MTL Global Connect เป็นต้น รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษาหรือพักฟื้น รวมไปถึงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ (Post-Treatment)  อย่าง Health at Home  นายาเรสซิเดนซ์ บาย ลิฟเวล และพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพอีกมากมาย

​สำหรับความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ  MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน  และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง  เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวกและอุ่นใจ  ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน  การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษาอย่างรวดเร็ว  ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร

ด้านของการดูแลสุขภาพทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ สามารถเข้ามาช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด ทั้งผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด ด้วยแบบประกันภัย ‘เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่‘  หรือตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ผ่านโครงการ ‘ShieldLife’ รวมถึงประกันรูปแบบใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพที่ให้คุณดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว ‘เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น’ พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันอุบัติเหตุ ที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ

เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5′ แบบประกันชีวิตที่ ‘คนซื้อได้ใช้จริง‘ โดดเด่นด้วยคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว เปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ จ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี  ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ พร้อมได้ทำการขยายอายุรับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลังได้ และเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้

นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับ โฉมใหม่ของเมืองไทยสไมล์คลับ และ Fit Rewards ที่จะมาร่วมเติมเต็มให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษเหนือระดับ ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พร้อมเชื่อมต่อทุกการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันให้กลายมาเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

“เรามองว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว และยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิต  พร้อมยืนเคียงข้างและดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิตไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการ ที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน” นายสาระ กล่าวทิ้งท้าย