แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยจะอยู่ในภาวะชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา แต่ผลประกอบการของ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ในปี 2568 ที่ผ่านมา ยังคงสามารถรักษาการเติบโตไว้ได้อย่างโดดเด่น
โดยมีรายได้รวม 21,779 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2% พร้อมกำไรสุทธิ 2,917 ล้านบาท ที่เติบโตได้ถึง 52% พร้อมเตรียมเสนอจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลัง 0.39 บาท ซึ่งหากรวมกับครึ่งปีแรกที่จ่ายไปก่อนหน้า 0.36 บาท ทำให้ทั้งปีมีการจ่ายเงินปันผลรวม 0.75 บาท และจะเสนอต่อที่ประชุมในวันที่ 27 เมษายน 2569 นี้
คุณจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA เปิดเผยว่า ตลาดต่างประเทศ (AEC) มียอดขายเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะในเมียนมาร์ และเวียดนาม จากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับการปรับกลยุทธ์การขาย การบริหารช่องทางจัดจำหน่าย และการปรับพอร์ตสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละประเทศ
ขณะที่ตลาดในประเทศ แม้ว่าภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่ TOA สามารถรักษาฐานรายได้ให้แข็งแกร่งกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม จากการปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อชดเชยและสร้างโอกาสใหม่ในตลาด อาทิ กลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง (Construction Chemicals) เติบโตอย่างโดดเด่นตามความต้องการในงานซ่อมแซมและบูรณะ (Renovation) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (ยิปซัม, กระเบื้อง, สุขภัณฑ์) ได้รับความนิยมสูงจากการชูนวัตกรรมและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
“ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตได้ถึง 52% หรือมีกำไร 2,917 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ 1,920 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการภายในที่เข้มข้นภายตลอดห่วงโซ่เพื่อเพิ่มกำไรขั้นต้น ทั้ง Supply Chain Optimization การจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ที่ยืดหยุ่น เพิ่มอำนาจการต่อรองและลดต้นทุนวัตถุดิบ และ Digital & Automation ด้วยการนำระบบออโตเมชันมาใช้ในโรงงาน ช่วยลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตและเพิ่มเสถียรภาพระยะยาว รวมถึงอานิสงส์จากราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้บริษัทยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแรงเอาไว้ได้”
เดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์ สานต่อภารกิจ NET ZERO
สำหรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจจากนี้ TOA จะมุ่งเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 5 เสาหลักสำคัญ ต่อไปนี้
1. Growth Acceleration : รักษาความเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจสี พร้อมเร่งทำตลาดสินค้าเรือธง (Falgship Products) เพื่อบุกตลาดสินค้า High Potential ทั่วอาเซียน พร้อมมองหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ
2. Process Excellence : เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบออโตเมชัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และความแม่นยำ เพื่อขับเคลื่อนสู่ธุรกิจมูลค่าสูง (High Value) ได้มากขึ้น
3. Customer Centricity : สร้างประสบการณ์เหนือระดับด้วย Total Solution ที่ครบวงจร เพื่อช่วยเพิ่ม Value ให้ธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นได้ในระยะยาว
4. People Development : พัฒนาทักษะบุคลากรให้พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ (Result-Oriented Culture) เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมงานได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. Sustainability Commitment : มุ่งสู่เป้าหมาย NET ZERO 2593 โดยเฉพาะเป้าหมายระยะใกล้ในการลดก๊าซเรือนกระจกลง 50% ภายในปี 2573 ผ่านกลยุทธ์ 7-GREEN ในทุกกระบวนการธุรกิจ ประกอบด้วย Green Production, Green Energy, Green Partner, Green Reforestation , Greenovation และ Green Certified สะท้อนการความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรตามเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
“ผลการดำเนินงานปี 2568 คือเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของ TOA ที่สามารถก้าวข้ามความท้าทายของตลาดอสังหาฯ ไทย และคว้าโอกาสการเติบโตในระดับภูมิภาคได้สำเร็จ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมสีเขียวและการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ TOA เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุนในระยะยาว ” คุณจตุภัทร์ กล่าวทิ้งท้าย






