แม้ภาพรวมของทั้งโลก และประเทศไทย ยังอยู่ในภาวะที่มีการแข่งขันสูง และไม่แน่นอน เต็มไปด้วยปัจจัยต้องเฝ้าระวังในหลายมิติ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงบริบทโลกไปสู่ New Economy หรือ ‘ยุคเศรษฐกิจใหม่’ ทั้งการเข้าสู่ยุคไฮบริดระหว่างคนและเทคโนโลยี AI, การสลับขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจโลก วิกฤตด้านสภาพอากาศ รวมทั้งโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป
แต่ WHA มองว่าประเทศไทยยังคงเต็มไปด้วยโอกาสในการเติบโต จากการเร่งปรับตัวและวางกลยุทธ์เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับโอกาสในการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านความสำเร็จจากผลการดำเนินงานในปีล่าสุด ที่ WHA ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของกำไรและสร้าง New Record High ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีกำไรเติบโต 16% หรือกว่า 5,260 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4,900 ล้านบาท ขณะที่รายได้เติบโต 26% หรือมีรายได้กว่า 18,100 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่ในปี 2569 จะขับเคลื่อนภายใต้พันธกิจ ‘WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND’ เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้บุกเบิกเศรษฐกิจใหม่พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตให้กับประเทศไทย (New Economy, Unlocking the New Opportunities) และสอดคล้องเมกะเทรนด์โลก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ด้วยเป้าหมายรายได้และส่วนแบ่งกำไรปี 2569 ที่ 20,000 ล้านบาท พร้อมอัดฉีดงบลงทุนรวมในปี 2569 ประมาณ 16,500 ล้านบาท ล่าสุดบอร์ดเคาะจ่ายปันผลรวมทั้งปี หุ้นละ 0.2107 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 10.5% (Y-Y) จ่อขึ้น XD วันที่ 11 พ.ค. 69 กำหนดจ่ายเงินปันผล 28 พ.ค.นี้

คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่ WHA เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและเป็นการเติบโตอย่างมีศักยภาพในทุกกลุ่มธุรกิจ สะท้อนว่าธุรกิจและประเทศไทยยังเต็มไปด้วยโอกาส ความไม่แน่นอน การแข่งขันในระดับสูง รวมทั้งปัจจัยความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติของโลกธุรกิจ เป็นหน้าที่ในการวางแผนเพื่อรับมือ และวางกลยุทธ์อย่างเหมาะสมเพื่อยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสิ่งที่ WHA ขับเคลื่อนมาโดยตลอด และเป็นการเดินมาอย่างถูกทาง จากผลประกอบการที่ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้ กำไร รวมทั้งการสร้าง Positive Impact ได้ทุกมิติทั้งต่อ People Planet และ Performance
“ปี 2569 เป็นปีแห่งความท้าทายรอบด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน และการเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ พลวัตการค้าโลกที่ผันผวน เทคโนโลยี AI และดาต้าที่เปลี่ยนอุตสาหกรรม รวมถึงแนวโน้มด้าน ESG ที่เป็นมาตรฐานบังคับและมาตรการการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม WHA มองว่านี่คือโอกาสของประเทศไทยในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร เพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) โดยเฉพาะกลุ่ม EV เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และพลังงานหมุนเวียน ผ่านพันธกิจ WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND เพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั้งองค์กร ผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มเข้าสู่ระบบนิเวศเดียว ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสีย”

ทั้งนี้ WHA ยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งงบลงทุนในปีนี้ 16,500 ล้านบาท สำหรับลงทุนทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม 9,000 ล้านบาท กลุ่มโลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท กลุ่มสาธารณูปโภคและพลังงาน 2,900 ล้านบาท กลุ่มโมบิลิตี้ 600 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจดิจิทัล 300 ล้านบาท เพื่อขยับเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติให้เติบโตแตะระดับ 20,000 ล้านบาท พร้อมด้วย EBITDA Margin มากกว่า 45% และอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำกว่า 1.2 เท่า เพื่อรักษาเสถียรภาพและความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ต่อไปนี้
– Extend Leadership : ต่อยอดความเป็นผู้นำในประเทศและขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาค
– Embrace Technology : ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อต่อยอดธุรกิจ และสร้างธุรกิจ S-Curve ใหม่ๆ
– Highlight Green Commitment : มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593
– Power Up Organization : พลิกโฉมด้วย Digital Transformation สู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจ รวมทั้งแผนการลงทุน และกลยุทธ์การเติบโตในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย
1. ธุรกิจโลจิสติกส์ – ปี 2568 WHA มีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวม 3,241,949 ตร.ม. พร้อมลงนามสัญญาเช่าเพิ่มอีก 204,437 ตร.ม. โดยโครงการใหม่ ได้แก่ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม.23 และ เทพารักษ์ กม.21 ได้รับการตอบรับดี มีผู้เช่าแล้วเกือบเต็มทั้งโครงการ ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนาม ณ นิคมฯ มินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน มีอัตราเช่าแล้วกว่า 60%
ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,437,000 ตร.ม. โดยมีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตร.ม. ผ่านการพัฒนาเฟสใหม่ของ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส 3) และชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 รวมถึงเปิดโครงการใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์อย่าง WHA Manufacturing Park 331 พร้อมกันนี้ มีแผนขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าเข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวม 193,000 ตร.ม. มูลค่าราว 4,700 ล้านบาท
2. ธุรกิจโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์ โมบิลิกส์ (Mobilix) – ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 387 คัน สำหรับกลยุทธ์ปี 2569 เน้นสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมการให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ การให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า บริการเครือข่ายสถานีชาร์จและ Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกรีนโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ โดยปี 2569 บริษัทตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV สะสม 637 คัน
3. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม – บริษัทบริหารนิคมอุตสาหกรรม 17 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม บนพื้นที่รวม 88,900 ไร่ ในปี 2568 มียอดขายที่ดิน 1,340 ไร่ ยอดโอน 2,074 ไร่ และ Backlog รอโอน 770 ไร่ พร้อมยอด LOI/MOU รอเซ็นสัญญา 1,632 ไร่ และล่าสุด ในไตรมาส 1/2569 สัญญา LOI/MOU ได้แปลงเป็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วกับลูกค้ารายหนึ่ง พื้นที่กว่า 900 ไร่
ปี 2569 เดินหน้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ โดยเฉพาะ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE5) พื้นที่ 6,490 ไร่ ซึ่งคาดว่าเริ่มโอนได้ในไตรมาส 1/2569 ด้านประเทศเวียดนาม บริษัทมุ่งขยายเขตอุตสาหกรรมเพิ่มในจังหวัดเหงะอานและทัญฮว้า โดยเฉพาะ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 and 2 – Thanh Hoa พื้นที่ 2,210 ไร่ รวมถึงจังหวัดใหม่อย่างฮึงเอียนและดานัง เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิต บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 รวม 2,500 ไร่ แบ่งเป็นไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่

4. ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) – ปี 2568 WHAUP มียอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 160 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นประเทศไทย 122 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 38 ล้านลูกบาศก์เมตร
ปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 170 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อยกระดับการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงกว่าปกติถึง 12-16 เท่า อีกทั้งยังผลักดันโซลูชัน Water Reclamation การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการฟื้นฟูและการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ เสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว
ธุรกิจไฟฟ้า – ปี 2568 มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,026 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการแล้ว 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 311 เมกะวัตต์ ส่วนในปี 2569 จะมุ่งเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในไทยและเวียดนาม รองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของภาคอุตสาหกรรมและแรงกดดันด้าน Decarbonization โดยตั้งเป้าหมายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ลงนามสะสม 1,124 เมกะวัตต์ พร้อมพัฒนาโครงการ Solar Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA ควบคู่ การพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน
5. ธุรกิจดิจิทัล – ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการยกระดับไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลย (Technology-driven Organization) ผ่านโครงการ Digital Transformation และ AI Transformation พร้อมเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัล และต่อยอดการขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ Intelligent Enterprise Ecosystem ภายใต้ โรดแมพ ‘Flight of the Future’ ในปี 2571

ส่วนในปี 2569 WHA Digital ยังมุ่งเน้นการพัฒนา Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจโมบิลิตี้ และการพัฒนา WHASApp แอปพลิเคชันการสื่อสารระหว่างลูกค้าและทีมงาน WHA ที่พร้อมด้วยฟีเจอร์ครบครัน ตั้งแต่แพลตฟอร์ม CO2ZERO ช่วยบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนการจัดการขยะรีไซเคิลผ่านโครงการ WeCYCLE
คุณณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมถึงการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของ WHA และเป็นหนึ่งกลยุทธ์หลักของทุกธุรกิจเพื่อสามารถสร้าง Positive Impact จากการเำเนินธุรกิจ ครอบคลุมตาม ESG Framework ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม (Environmental) ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมาได้รวมกว่า 78,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมสร้างประโยชน์ภายใน Stakeholders ได้ราว 8 แสนราย ขณะที่ในมิติสังคม (Social) จากการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม เพื่อการดูแลชุมชนโดยรอบทั้งเรื่องการศึกษา สุขภาพ รวมทั้งการส่งเสริมสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจไปสู่ผู้คนมากกว่า 213,400 คน รวมทั้งสร้างให้เกิดเป็นรายได้กลับไปสูชุมชนรวมกว่า 2,4 ล้านบาท และการดูแลคู่ค้า และพนักงานต่อเนื่อง ไปจนถึงอัตราการร้องเรียนเรื่องต่างๆ อาทิ สิทธิมนุษยชน หรือการได้รับอันตรายขณะปฏิบัติงานเป็นศูนย์ เช่นเดียวกับด้านธรรมาภิบาล (Governance) ผ่านคะแนนการจัดอันดับความเชื่อมั่นตามมาตรฐานทั้งระดับประเทศ และในระดับโลก ตามแนวทางขับเคลื่อนตามหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ

ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านความสำเร็จในปี 2568 โดยบริษัทได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับโลก อาทิ รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สาขา Leadership Excellence จาก TMA คะแนนสูงสุดติดอันดับ Top 1% จาก S&P Global CSA รางวัล Best Innovative Company และ SET Awards of Honor ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จาก SET Awards 2025 พร้อมรักษาระดับ SET ESG Ratings ที่ ‘AAA’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึง AMCHAM Corporate Impact Awards ระดับ Platinum ปีที่ 16 และ EIA Monitoring Awards ระดับดีเด่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมโซลูชันอุตสาหกรรมแบบองค์รวม
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของ WHA Group ครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่
1. ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Environmental Stewardship)
2. การเสริมสร้างโอกาสให้สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Social Empowerment)
3. ธรรมาภิบาลที่ดีและการส่งเสริมการใช้นวัตกรรม (Responsible Governance and Innovation)
4. ความเป็นผู้นำในธุรกิจสีเขียว (Leadership in Green Economy)
5. การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน (Enabler for Sustainable Thailand) โดยยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์
“WHA ขับเคลื่อนความยั่งยืนในธุรกิจ ด้วยความเชื่อว่า Green ต้องกินได้ และมุมมองต่อความยั่งยืน ที่ไม่ได้มองเป็นต้นทุน แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้ ซึ่งสามารถสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจ และการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้ขับเคลื่อนไปได้พร้อมกัน ซึ่งสามารถพิสูจน์ผ่านรายได้จากฝั่ง Green Business ที่ทำรายได้แตะหลัก 1 พันล้านบาทแล้ว จาก 3 กลุ่มธุรกิจทั้ง Green Mobility , พลังงานทดแทน (Renewable) และการบำบัดทรัพยากรน้ำ (Reclamation Water) ซึ่งทุกธุรกิจมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต โดยเชื่อว่าการเติบโตจากฟาก Green Business ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท และสามารถเติบโตได้ก้าวกระโดดในอนาคต และมีรายได้เติบโตเป็นกว่าปีละ 12,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 และมีแผนเดินหน้าลงทุนในฟากธุรกิจสีเขียวต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าใช้งบลงทุนในช่วง 5 ปีจากนี้ ไว้รวมกว่า 35,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38% ของเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดที่จะใช้ในช่วง 5 ปีนี้”

การขับเคลื่อนของ WHA Group สะท้อนการขับเคลื่อนภายใต้พันธกิจ ‘WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND’ ซึ่งบริษัทมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมดิจิทัลที่ยั่งยืน เสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างมั่นคงในระยะยาว






