เมื่อการเกษตรเป็นหนึ่งภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในการสร้างอัตลักษณ์ให้ประเทศไทย โดยเฉพาะ ‘ผลไม้ไทย’ ซึ่งมีความหลากหลาย และรสชาติที่อร่อย เป็นที่ติดใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติจนกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power อันดับต้นๆ ของประเทศไทย
แต่ขณะเดียวกัน หนึ่งในปัญหาที่เกษตรกรไทยผู้ปลูกพืชผักผลไม้ต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้งคือ ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ และสินค้าล้นตลาด ทั้งที่ต้นทุนในการปลูก การเก็บผลผลิต ไปจนถึงการขนส่ง ล้วนปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจและผลกระทบจากความขัดแย้งส่งผลให้ทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ย หรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซ้ำเติมภาระเกษตรกรไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
โดยเฉพาะหนึ่งวิกฤตที่เห็นผลกระทบได้ชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา สำหรับกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งปีนี้ราคาตกลงหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและถือว่าตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งวาระสำคัญที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจและเข้ามาร่วมมือเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน

เช่นเดียวกับ กลุ่มเซ็นทรัล ที่ให้ความสำคัญในการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรกลุ่มต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ได้ผนึกกำลังกับบริษัทในเครือเพื่อร่วมช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ผ่านการสนับสนุนการบริโภค รวมทั้งการร่วมแก้ปัญหาในระยะยาวเพื่อยกระดับห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และการบริหารกลไกการผลิตและการตลาดได้อย่างสมดุล ช่วยป้องกันราคาที่ผันผวนมากจนเกินไป และเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กลุ่มเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า มะพร้าวน้ำหอมไทยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีศักยภาพในระดับสากล การเติบโตอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค เพื่อร่วมกันมองเห็นคุณค่าและสนับสนุนสินค้าไทย นอกเหนือจากการขยายช่องทางการจำหน่าย การพัฒนามะพร้าวสู่รูปแบบการบริโภคที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการเปิดโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร รวมทั้งการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับเศรษฐกิจในกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้ทั้งระบบนิเวศ

ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือมุ่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างครอบคลุมทั้งการรับซื้อและเป็นช่องทางสำคัญในการกระจายผลผลิต โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตด้านราคา ได้เพิ่มปริมาณการรับซื้อมากขึ้นจากช่วงปกติ 2-3 เท่า เพื่อให้เกษตรยังคงมีรายได้อย่างต่อเนื่อง และนำผลผลิตไปพัฒนาเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจในแต่ละช่องทาง ทั้งการรับประทานสด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าว หรือเนื้อมะพร้าว การเสิร์ฟในรูปแบบเมนูเครื่องดื่มหรืออาหาร รวมทั้งการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่องทางที่นำไปจำหน่าย ประกอบด้วย
ท็อปส์ : คัดสรรมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

โก โฮเซลล์ : พัฒนาเป็นสินค้าแปรรูปภายใต้แบรนด์ a choice เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ เช่น น้ำมะพร้าว, มะพร้าวเส้น, มะพร้าวขูด และมะพร้าวแผ่นแช่แข็ง เพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบภายในประเทศ

เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) : ร่วมสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม โดยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในร้านอาหารเครือซีอาร์จี และมีแผนพัฒนาต่อยอดวัตถุดิบดังกล่าวมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและกระจายรายได้สู่เกษตรกรในระยะยาว

โรงแรมเซ็นทารา : ได้นำมะพร้าวน้ำหอมไปจำหน่ายในโรงแรมทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัสคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของมะพร้าวน้ำหอมไทย พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยสู่เวทีสากล และสร้างการรับรู้ในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง

กุ๊ด กุ๊ดส์ : ร่วมสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม โดยจัดจำหน่ายมะพร้าวน้ำหอมผ่านร้านกุ๊ด กุ๊ดส์ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาจริงใจเชียงใหม่ รวมทั้งการใช้มะพร้าวเป็นส่วนผสมสำหรับเมนูเครื่องดื่มภายในร้าน และเตรียมจำหน่ายน้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋องราว 5 หมื่นกระป๋อง เพื่อเป็นเครื่องดื่มพิเศษเพิ่มเติมในช่วงเทศกาล และช่วยให้บริโภคได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
“ทางกลุ่มยังมีแผนพัฒนาต่อยอดวัตถุดิบจากมะพร้าวไปสู่การผลิตสินค้าต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ในระยะยาว สร้างดีมานด์ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแก้ปัญหาราคาสินค้าตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่ม อาหารแปรรูป หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ซึ่งจะช่วยยกระดับสินค้าเกษตรไทย และเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมะพร้าวน้ำหอมไทยจากสินค้าเกษตรพื้นฐาน สู่สินค้ามูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน”

ไม่เพียงการสร้างมูลค่าเพิ่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ทางกลุ่มเซ็นทรัล ยังมองต่อยอดไปถึงมิติในการบริหารจัดการขยะที่เกิดจากการบริโภคมะพร้าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะผลมะพร้าวที่มักจะถูกนำไปฝังกลบหลังจากบริโภคแล้ว และจะกลายเป็นหนึ่งในปัญหาขยะเศษอาหาร แต่ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้ทำการรวบรวมเพื่อส่งต่อให้พันธมิตรอย่าง IBAP เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการ Pyrolysis ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพื่อแปรรูปเป็น ‘ไบโอชาร์’ (Biochar) หรือถ่านชีวภาพที่ช่วยปรับปรุงและฟื้นฟูดิน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในงานด้านภูมิทัศน์ การเกษตร และโครงการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมทั้งเพิ่มโซลูชันในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุกส่วนของมะพร้าวได้เพิ่มมากขึ้นด้วย
เห็นได้ว่า การขับเคลื่อนของกลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือไม่ได้มองเพียงกระตุ้นการบริโภคเฉพาะหน้าแบบครั้งคราว แต่ที่ผ่านมากลุ่มเซ็นทรัลทำงานใกล้ชิดเกษตรกรกลุ่มต่างๆ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องผ่านโครงการ ‘เซ็นทรัล ทำ’ โดยเฉพาะการมอบองค์ความรู้เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้ผลผลิตทั้งรสชาติ สายพันธุ์ รวมทั้งมีความเข้าใจกลไกตลาด และความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะการรู้จักแปรรูปและต่อยอดผลผลิตเพื่อให้มีความหลากหลาย เก็บไว้ได้นาน และเพิ่มโอกาสทางการตลาดได้มากขึ้น สะท้อนให้เห็นบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนสินค้าเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างครบวงจร







