Top StoriesTrending

เครือข่ายด้านสภาพภูมิอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงธนาคารโลกและ IMF เสนอแนวทางเศรษฐกิจใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

เครือข่ายด้านสภาพภูมิอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งจดหมายเปิดผนึก​ ยื่น 10 ข้อเสนอ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ให้ผู้นำทางการเงินระดับโลกที่เดินทางเย้าร่วมการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้

เครือข่ายด้านสภาพภูมิอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบด้วยภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และชุมชน ได้รวบรวมประเด็นด้านสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ระหว่างการจัดงาน Bangkok Climate Action Week 2026

ซึ่งนับเป็นการ​​รวมตัวเพื่อขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ผ่านกิจกรรมกว่า​​ 330 จากองค์กรกว่า 200 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งเป็นจดหมายเปิดผนึก ยื่นต่อเวทีการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings)

เชิญชวนกลุ่มธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ร่วมสร้างระบบเศรษฐกิจที่ฟื้นฟูธรรมชาติ เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน และเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 10 ข้อเรียกร้องเพื่อขับเคลื่อนสู่กระบวนทัศน์เศรษฐกิจใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับเนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกระบุไว้ว่า การประชุมประจำปี IMF-World Bank Group ครั้งนี้ เกิดขึ้นช่วงเวลาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลกกำลังเผชิญทางเลือกสำคัญ​ ระหว่างการเดินหน้าด้วย​ระบบเศรษฐกิจที่ตักตวงจากผู้คนและธรรมชาติ หรือ​ร่วมกันสร้างจุดเปลี่ยน​ เพื่อเปิดทางสู่การฟื้นฟู เพิ่มความสามารถในการรับมือกับวิกฤต และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันสำหรับคนรุ่นต่อไป เพื่อสร้าง​เศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงและค้ำจุนผู้คนและโลก โดยความท้าทายสำคัญคือ การสร้างเงื่อนไขเพื่อให้แนวทางเหล่านี้เติบโตและเกิดผลในวงกว้าง
พร้อมมุ่งหวังการขับเคลื่อนร่วมกันจากเวที IMF -World Bank Group เพื่อให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง และจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดทางเศรษฐกิจและการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ซึ่งตั้งอยู่บนความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ ตระหนักว่าธรรมชาติมีคุณค่าในตัวเอง ทุกชีวิตพึ่งพาอาศัยกัน และระบบนิเวศมีขีดจำกัดที่เราต้องเคารพ
เพื่อขับเคลื่อนสู่เครือข่ายเศรษฐกิจที่ทุกคนมีโอกาสเติบโตและมีชีวิตที่ดี เข้าถึงพลังงานสะอาด ดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำสะอาด ที่อยู่อาศัยมั่นคง และอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง และเป็นไปอย่างเกื้อกูลกับระบบธรรมชาติของโลก
รวมทั้ง​การมุ่งสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตที่มีความเข้มแข็งตั้งแต่รากฐาน การดูแลผู้คนเป็นหัวใจ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงและเยาวชนมีบทบาทในการกำหนดและสร้างการเปลี่ยนแปลง พร้อมปกป้องมรดกทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเราให้เป็นฐานของความมั่นคงระยะยาว
ขณะที่​ภูมิภาคอาเซียนมีความมั่งคั่งทางชีวภาพมากกว่าหนึ่งในสี่ของโลก การปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของเศรษฐกิจ เป็นรากฐานของความมั่นคงและการดำรงชีพที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ทั่วภูมิภาค
โครงการและความริเริ่มด้านเศรษฐกิจชีวภาพกำลังแสดงให้เห็นว่า ป่าไม้ ระบบวนเกษตร ทรัพยากรชายฝั่ง และความหลากหลายทางชีวภาพ สามารถสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มความสามารถในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันได้
ดังนั้น การก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจต่อจากนี้ จะไม่ได้เกิดจากการตักตวงจากผู้คนและธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น แต่จะเกิดจากการลงทุนในผู้คนและธรรมชาติ เสริมความสามารถในการฟื้นฟู และสร้างคุณค่าที่แบ่งปันกันอย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น
พร้อมยื่น 10 ข้อเสนอ เพื่อเป็นเสาหลักสำคัญ และเชิญชวนผู้นำด้านการเงินโลกจากเวทีการประชุม IMF-World Bank Group สนับสนุนการขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจยั่งยืนร่วมกัน ประกอบด้วย

​1. วัดความก้าวหน้าจากสิ่งที่สำคัญจริง ไม่ใช่แค่ GDP

นำตัวชี้วัดที่สะท้อนคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ มาใช้ในการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงิน การพิจารณาสินเชื่อ และการกำหนดนโยบาย โดยต่อยอดจากแนวทางการประเมินมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติของธนาคารโลก

2. ปรับระบบการเงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ

ร่วมกันสนับสนุนเป้าหมายของความตกลงปารีสและกรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลก พร้อมทยอยยกเลิกเงินอุดหนุนอุตสาหกรรมที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

3. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นธรรม

ให้ความสำคัญกับโครงข่ายพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียนที่ชุมชนมีส่วนเป็นเจ้าของ และระบบอาหารที่ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้และความมั่นคงให้คนในท้องถิ่น

4. เปลี่ยนจากการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติสู่การป้องกันก่อนเกิดภัยพิบัติ

เปลี่ยนจากการใช้งบประมาณเพื่อฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ มาเป็นการลงทุนเพื่อป้องกันความเสียหายล่วงหน้า โดยนำความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาประกอบการวางแผนและกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ

5. แก้ไขปัญหาภาระหนี้ เพื่อรักษางบประมาณสำหรับประชาชน

ร่วมผลักดันมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ยังสามารถลงทุนในบริการสาธารณะ รวมถึงโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่จำเป็น

6. ทำให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อดูแลและฟื้นฟูธรรมชาติได้โดยตรง

ร่วมออกแบบกลไกทางการเงินระยะยาวที่ช่วยให้ชนพื้นเมือง ชุมชนท้องถิ่น และผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการฟื้นฟูธรรมชาติ เข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น

7. คุ้มครองสิทธิของชุมชนและแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม

เน้นการลงทุนที่เคารพสิทธิที่ดิน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง

8. รับมือกับความสูญเสียและความเสียหายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ร่วมกันจัดสรรเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่เผชิญความสูญเสียและความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

9. เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ส่งเสริมให้ผู้หญิง เยาวชน ชนพื้นเมือง และกลุ่มเปราะบาง มีบทบาทอย่างแท้จริงในการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจที่ส่งผลต่ออนาคตของพวกเขา

10. สร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว

ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคและประเทศกำลังพัฒนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และแหล่งเงินทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวร่วมกัน

ทั้งนี้ เครือข่าย Bangkok Climate Action Week สรุปในท้ายจดหมายไว้ว่าธนาคารโลกสามารถขับเคลื่อนข้อเสนอเหล่านี้ผ่านการลงทุน เงินทุนให้เปล่า และกลไกกำกับให้โครงการรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศสามารถปรับนโยบายด้านหนี้และการคลังให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ประเทศต่างๆ มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการลงมือทำ