<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Creative &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/category/creative/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Apr 2026 01:56:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Creative &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217; นวัตกรรม Bio Responsive Block เปลี่ยน​ขยะประมง​สู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/bio-responsive-block/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 01:56:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Responsive Block]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Ecofriendly]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Value]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[อิฐบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40945</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;Bio Responsive Block อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217; ​อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อยอดมาจากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของ ผศ.ดร.รันดา อดุลเดชจรัส อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากการ​ศึกษาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้​เปลือกหอยเชอรีและหอยแมลงภู่ในฐานะวัสดุก่อสร้าง เพื่อเปลี่ยน​ &#8216;ขยะ&#8217; จากชุมชนชาวประมง มาสู่วัสดุที่มีคุณค่าในทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม โครงการวิจัย Bio Responsive Block ได้นำเปลือกหอยแมลงภู่ซึ่งเป็นขยะที่พบได้ตามชุมชนชาวประมงแนวชายฝั่งทะเลประเทศไทย ซึ่งถูกทิ้งไว้หลายปีและมีปริมาณการทิ้ง​สะสมอยู่นับล้านกิโลกรัม ขณะที่ภาคการก่อสร้างต่างพยายามพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้ได้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ นำมาสู่การใช้ขยะจากเปลือกหอยมาแปรสภาพเป็นปูนขาว เพื่อทดแทนการใช้ปูนซิเมนต์ โดยได้เปลี่ยนกระบวนการในการแปรสภาพ จากที่ต้อง​นำเปลือกหอยไปเผาในอุณหภูมิสูงมาเป็นการใช้วิธีการบด เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถทำได้ รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการเผา และยังตอบโจทย์สำหรับการทำงานในระดับวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย หัวใจของ Bio Responsive Block อยู่ที่การผสมระหว่างเปลือกหอยบดกับปูนเทอร์ราซโซ (Terrazzo) ที่แม้ว่าการบดอาจจะทำให้ผงปูนที่ได้ไม่บริสุทธิ์เท่าการเผา และใช้เวลามากกว่า แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้ พื้นผิวของบล็อกมีความสวยงาม​เป็นเอกลัษณ์จากเปลือกหอยแมลงภู่สดที่มีสีเขียวเข้มและมีความแข็ง เมื่อผ่านการบดและนำมาผสมในสัดส่วนต่าง ๆ จะทำให้ผิวหน้าของบล็อกมีโทนสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มที่ดูเป็นธรรมชาติ  โดยส่วนผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือใช้เทอราซโซ่ไม่เกิน 30% เพื่อรักษาความแข็งแรงของโครงสร้างไว้ได้ สำหรับขั้นตอนการผลิต เริ่มจากรวบรวมเปลือกหอยจากชุมชน ล้างทำความสะอาด ตาก แล้วบดให้ละเอียดจนได้ผงคล้ายแป้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/bio-responsive-block/">&#8216;อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217; นวัตกรรม Bio Responsive Block เปลี่ยน​ขยะประมง​สู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;Bio Responsive Block </strong><strong>อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217;</strong> ​อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อยอดมาจากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของ <strong>ผศ.ดร.รันดา </strong><strong>อดุลเดชจรัส อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong></p>
<p><span id="more-40945"></span></p>
<p>จากการ​ศึกษาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้​เปลือกหอยเชอรีและหอยแมลงภู่ในฐานะวัสดุก่อสร้าง เพื่อเปลี่ยน​ &#8216;ขยะ&#8217; จากชุมชนชาวประมง มาสู่วัสดุที่มีคุณค่าในทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม</p>
<p>โครงการวิจัย <strong>Bio Responsive Block</strong> ได้นำเปลือกหอยแมลงภู่ซึ่งเป็นขยะที่พบได้ตามชุมชนชาวประมงแนวชายฝั่งทะเลประเทศไทย ซึ่งถูกทิ้งไว้หลายปีและมีปริมาณการทิ้ง​สะสมอยู่นับล้านกิโลกรัม ขณะที่ภาคการก่อสร้างต่างพยายามพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้ได้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40949 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Bio-Block6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นำมาสู่การใช้ขยะจากเปลือกหอยมาแปรสภาพเป็นปูนขาว เพื่อทดแทนการใช้ปูนซิเมนต์ โดยได้เปลี่ยนกระบวนการในการแปรสภาพ จากที่ต้อง​นำเปลือกหอยไปเผาในอุณหภูมิสูงมาเป็นการใช้วิธีการบด เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถทำได้ รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการเผา และยังตอบโจทย์สำหรับการทำงานในระดับวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย</p>
<p>หัวใจของ Bio Responsive Block อยู่ที่การผสมระหว่างเปลือกหอยบดกับปูนเทอร์ราซโซ (Terrazzo) ที่แม้ว่าการบดอาจจะทำให้ผงปูนที่ได้ไม่บริสุทธิ์เท่าการเผา และใช้เวลามากกว่า แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้ พื้นผิวของบล็อกมีความสวยงาม​เป็นเอกลัษณ์จากเปลือกหอยแมลงภู่สดที่มีสีเขียวเข้มและมีความแข็ง เมื่อผ่านการบดและนำมาผสมในสัดส่วนต่าง ๆ จะทำให้ผิวหน้าของบล็อกมีโทนสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มที่ดูเป็นธรรมชาติ  โดยส่วนผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือใช้เทอราซโซ่ไม่เกิน 30% เพื่อรักษาความแข็งแรงของโครงสร้างไว้ได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40950 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Bio-Block5.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>สำหรับขั้นตอนการผลิต เริ่มจากรวบรวมเปลือกหอยจากชุมชน ล้างทำความสะอาด ตาก แล้วบดให้ละเอียดจนได้ผงคล้ายแป้ง ผงที่ได้นำมาผสมกับปูนเทอร์ราซโซในสัดส่วนที่กำหนด ผสมน้ำ คลุกเคล้า เทหล่อลงแม่พิมพ์ รอแห้ง แกะออก แล้วขัดผิวด้วยมือ</p>
<p>ทั้งนี้ ตลอดสายการผลิตอิฐบล็อกช่องลม ใช้เพียงอุปกรณ์ที่หาได้ในครัวเรือน เพื่อให้คนใน​ชุมชนที่แม้ไม่เคยมีความรู้ด้านวัสดุมาก่อนก็สามารถทำได้ รวมทั้งมีการส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่กัน เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนที่สามารถเปลี่ยนมุมมองต่อเปลือกหอย จากขยะสู่การเป็นวัตถุดิบที่มีค่าและสร้างมูลค่าให้ชุมชนได้</p>
<p>ทุกชิ้นส่วนของเปลือกหอยถูกใช้งานในหลายๆ กระบวนการ เปลือกหอยที่สวยงามจะถูกคัดออกมาสำหรับเป็นผิวหน้าของบล็อก ส่วนที่เหลือจะถูกบดเป็นผงผสมในเนื้อวัสดุ ซึ่งในอนาคตยังมีแผนผสมหินมงคลตามหลักฮวงจุ้ยเข้าไปในสูตรด้วย เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสีและพลังงานของวัสดุ รวมท้ังช่วยเพิ่มมิติความหมายและคุณค่าเชิงสัญลักษณ์ให้​ผลิตภัณฑ์ได้อีกทางหนึ่ง</p>
<div><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40951 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Bio-Block1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></div>
<div></div>
<div>บล็อกช่องลม ยังตอบโจทย์ภูมิอากาศประเทศไทย ที่มีทั้งความร้อนและความชื้นสูงตลอดปี รูปแบบช่องลมของบล็อกจึงออกแบบมาให้อากาศไหลผ่านได้ ช่วยระบายความร้อนและเพิ่มการหมุนเวียนอากาศภายในอาคารโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบปรับอากาศ นอกจากนี้ Pattern ของช่องลมยังสร้างแสงและเงาที่ไหลเข้ามาในพื้นที่อย่างสวยงาม เพิ่มบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาให้กับสถาปัตยกรรม</div>
<div></div>
<div>การออกแบบอิฐบล็อกช่องลม เน้นไปที่การตกแต่ง (Interior Design) มากกว่าการรับแรงทางโครงสร้าง จึงเหมาะกับการใช้เป็น Highlight Wall หรือผนังเด่นในบ้านพักอาศัย รีสอร์ต คาเฟ หรืออาคารที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและความยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งผนัง อาจเลือกเพียงจุดที่ต้องการเน้น หรือหากนำไปใช้ภายนอกอาคาร การเคลือบผิว (Coating) ที่เหมาะสมจะช่วยให้วัสดุทนต่อน้ำและแสงแดดได้ยาวนานยิ่งขึ้น</div>
<div></div>
<div>ในอนาคต ผศ.ดร.รันดา มีแนวคิด​เพิ่มเส้นใยธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น เช่น เส้นใยต้นตาลหรือพืชอื่น ๆ เข้าไปในผนัง เพื่อเพิ่มคุณสมบัติฉนวนความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคาร ซึ่งจะทำให้ตอบโจทย์เรื่องการประหยัดพลังงานในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นได้ยิ่งขึ้น</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Bio-Block3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></div>
<div></div>
<div>การพัฒนางานวิจัยชิ้นนี้ จะสนับสนุนให้ชุมชนชาวประมงที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้หลายช่องทางพร้อมกัน ทั้งจากการขายหอยดองที่ทำอยู่แล้ว จากการแปรรูปเปลือกหอยเป็นผลิตภัณฑ์ และการเปิดรับนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ภาพในอนาคตที่อาจารย์เห็นคือชุมชนที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงหอยในทะเล การเก็บเกี่ยว การแปรรูปเนื้อหอย ไปจนถึงการทำผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอยด้วยสองมือ นั่นคือการท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ที่ให้ทั้งประสบการณ์และมีความหมายต่อสิ่งแวดล้อม</div>
<div></div>
<div><em>&#8220;โมเดลนี้สามารถขยายไปยังพื้นที่ชายฝั่งอื่น ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะแคลเซียมคาร์บอเนตไม่ได้มีแค่ในเปลือกหอยแมลงภู่ แต่ทั้งในหอยนางรม หอยเชอรี หรือหอยลายก็ล้วนมีศักยภาพเช่นเดียวกัน เราไม่ได้ออกแบบให้มันเป็น Case Study ของชุมชนเดียว แต่อยากให้มันเป็นแรงบันดาลใจที่โมเดลนี้สามารถทำได้ต่อไปในอนาคต&#8221; </em> ผศ. ดร.รันดา กล่าวทิ้งท้าย</div>
<div>​</div>
<div><strong>ข้อมูลโดย : ชินวัตร โพนเมืองหล้า</strong></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/bio-responsive-block/">&#8216;อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่&#8217; นวัตกรรม Bio Responsive Block เปลี่ยน​ขยะประมง​สู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จับมือ เป๊ปซี่โค เปิดตัวโครงการ “Food for Tomorrow” ขับเคลื่อนเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/national-geographic-pepsico-launch-food-for-tomorrow/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2025 08:12:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Food for Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Jill Tiefenthaler]]></category>
		<category><![CDATA[National Geographic]]></category>
		<category><![CDATA[Pablo Albarenga]]></category>
		<category><![CDATA[PepsiCo]]></category>
		<category><![CDATA[Ramon Laguarta]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Story Telling]]></category>
		<category><![CDATA[The National Geographic Society]]></category>
		<category><![CDATA[การทำเกษตรที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[จิล ทีเฟนธาลเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เป๊ปซี่โค]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[รามอน ลากัวร์ตา]]></category>
		<category><![CDATA[วิสา หลักคำปา]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Food for Tomorrow]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37509</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (The National Geographic Society) และ บริษัท เป๊ปซี่โค (PepsiCo) ประกาศความร่วมมือระดับโลก เพื่อใช้พลังของวิทยาศาสตร์ เรื่องเล่า และการศึกษา เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับระบบอาหารของโลก โดยมีแนวทาง เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เป็นหัวใจสำคัญของ โครงการ “Food for Tomorrow” จะสนับสนุนการถ่ายทอดเรื่องราวโดยนักสำรวจ (Explorer) ของ National Geographic และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก ถ่ายทอดภาพอนาคตของระบบอาหารผ่านภาพถ่าย เรื่องเล่าที่ทรงพลัง โครงการที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และแผนที่ข้อมูลเชิงลึก ภายในปี 2050 ประชากรโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 10,000 ล้านคน ขณะที่รายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO) คาดการณ์ว่า หากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป พื้นที่ดินกว่า 90% ทั่วโลกอาจเสื่อมโทรมลงในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและลดความเสี่ยงจากปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การเสื่อมโทรมของดินและการสูญเสียถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต โลกจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตอาหาร เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ซึ่งเป็นแนวทางการทำเกษตรที่มุ่งฟื้นฟูสุขภาพของดินและทรัพยากรธรรมชาติ แทนที่จะใช้จนหมดไป จึงถูกมองว่าเป็น กุญแจสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/national-geographic-pepsico-launch-food-for-tomorrow/">เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จับมือ เป๊ปซี่โค เปิดตัวโครงการ “Food for Tomorrow” ขับเคลื่อนเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (The National Geographic Society</strong>) และ <strong>บริษัท เป๊ปซี่โค (PepsiCo)</strong> ประกาศความร่วมมือระดับโลก เพื่อใช้พลังของวิทยาศาสตร์ เรื่องเล่า และการศึกษา เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับระบบอาหารของโลก</p>
<p><span id="more-37509"></span></p>
<p>โดยมีแนวทาง เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เป็นหัวใจสำคัญของ <a href="https://www.nationalgeographic.org/society/our-programs/food-for-tomorrow/" target="_blank" rel="noopener">โครงการ “Food for Tomorrow”</a> จะสนับสนุนการถ่ายทอดเรื่องราวโดยนักสำรวจ (Explorer) ของ National Geographic และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก ถ่ายทอดภาพอนาคตของระบบอาหารผ่านภาพถ่าย เรื่องเล่าที่ทรงพลัง โครงการที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และแผนที่ข้อมูลเชิงลึก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/NGS_photo-5-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ภายในปี 2050 ประชากรโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 10,000 ล้านคน ขณะที่รายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO) คาดการณ์ว่า หากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป <a href="https://www.unesco.org/en/articles/unesco-raises-global-alarm-rapid-degradation-soils#:~:text=UNESCO%20is%20warning%20that%2090,for%20biodiversity%20and%20human%20life." target="_blank" rel="noopener">พื้นที่ดินกว่า 90%</a> ทั่วโลกอาจเสื่อมโทรมลงในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและลดความเสี่ยงจากปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การเสื่อมโทรมของดินและการสูญเสียถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต โลกจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตอาหาร เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ซึ่งเป็นแนวทางการทำเกษตรที่มุ่งฟื้นฟูสุขภาพของดินและทรัพยากรธรรมชาติ แทนที่จะใช้จนหมดไป จึงถูกมองว่าเป็น กุญแจสำคัญ ในการผลิตอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของโลก โดยเป็นการทำงานสอดคล้องกับธรรมชาติ ไม่ใช่สวนทางธรรมชาติ</p>
<p><strong>จิล ทีเฟนธาลเลอร์ (</strong><strong>Jill Tiefenthaler) </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก</strong> กล่าวว่า ​อนาคตของเราจะถูกกำหนดด้วยวิธีการผลิตอาหารในวันนี้ และเรากำลังเปิดมุมมองใหม่สู่โอกาสครั้งสำคัญ เมื่อระบบอาหารสามารถหล่อเลี้ยงทั้งผู้คนและโลกได้อย่างสมดุล ความร่วมมือกับเป๊ปซี่โคครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนในแนวทางแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และมีวิสัยทัศน์ เพื่อสนับสนุนเกษตรกร นักวิทยาศาสตร์ และผู้ถ่ายทอดเรื่องราว ผู้ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภารกิจนี้ เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของวิทยาศาสตร์และความหวัง เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/NGS_photo3-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ในระยะแรก โครงการนี้จะให้การสนับสนุนนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic Explorers) จำนวน 5 คน ในการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คน เกษตรกร และชุมชนท้องถิ่นจากทั่วโลก เพื่อสะท้อนแนวทางการทำเกษตรที่ยั่งยืน และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ในเดือนพฤศจิกายนนี้ <strong>Pablo Albarenga</strong> นักสำรวจจากโครงการ Food for Tomorrow จะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรสวนมะพร้าวที่ลุกขึ้นมาฟื้นฟูสุขภาพของดินและความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ระดับโลกที่มุ่งเล่าเรื่องราวของเกษตรกรรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเปรียบเสมือน “<strong>ผู้พิทักษ์ผืนดิน</strong>” และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางการฟื้นฟูเกษตรทั่วโลก</p>
<p><strong>เป๊ปซี่โค ร่วมมือกับ National Geographic CreativeWorks</strong> สร้างภาพยนตร์สั้น 3 เรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรที่นำแนวทาง “<strong>เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู</strong>” มาปรับใช้ในการทำเกษตร เพื่อฟื้นฟูผืนดินและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนของตนเอง หนึ่งในภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวของ <strong>วิสา หลักคำปา เกษตรกรจากจังหวัดขอนแก่น</strong> ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้ ถ่ายทอดให้เห็นถึงวิธีที่แนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้กับผืนดิน ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของคุณวิสาในการแบ่งปันความรู้สู่เกษตรกรรายอื่น ๆ ทั่วประเทศ สามารถติดตามชมเรื่องราวของเธอได้<a href="https://players.brightcove.net/6415862108001/yfhWmOEslh_default/index.html?videoId=6382303272112" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/วิสา-หลักคำปา-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกและเกษตรกร ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนให้ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถผสานเข้ากับ ภูมิปัญญาดั้งเดิมด้านการเกษตร ได้อย่างลงตัว เพื่อขยายแนวทาง <strong>“เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู”</strong> และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับทั้งผู้คนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก เป๊ปซี่โค ได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายการนำแนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ฟื้นฟูระบบนิเวศ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ครอบคลุมพื้นที่ 10 ล้านเอเคอร์ทั่วโลกภายในปี 2030</p>
<p><strong>รามอน ลากัวร์ตา (</strong><strong>Ramon Laguarta) </strong><strong>ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เป๊ปซี่โค</strong> กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกดดันระบบอาหารของโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกษตรกรคือกลุ่มแรกที่ต้องรับแรงกระทบเหล่านี้ในทุกๆ วัน ในฐานะบริษัทที่มีรากฐานมาจากภาคการเกษตร เราเข้าใจถึงทั้งความเปราะบางและความสำคัญของระบบนี้ แต่เรายังมีหนทางที่จะทำให้ระบบนี้แข็งแกร่งขึ้น โครงการ Food for Tomorrow ผสานความเชี่ยวชาญด้านระบบอาหารของเป๊ปซี่โค เข้ากับพลังของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการลงมือทำ เรามีเป้าหมายเดียวกันในการสนับสนุนเกษตรกร ปกป้องสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ครอบครัว-คุณวิสา-หลักคำปา-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>โครงการเตรียมประกาศมอบทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์จำนวน 5 ทุน ให้กับผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำไปใช้ได้จริง และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อค้นหาแนวทางแก้ปัญหาที่จะช่วยขยายการประยุกต์ใช้แนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูในระดับโลก ขณะเดียวกัน <em><strong>ในปีหน้า โครงการยังมีแผนพัฒนาเครื่องมือแสดงข้อมูลเชิงภาพ (Dynamic Data Visualization Map) เพื่อสื่อสารบทบาทของเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูในการเสริมความยืดหยุ่นของระบบอาหารและการเกษตร เครื่องมือนี้จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับเกษตรกร นักวิทยาศาสตร์ และประชาชนทั่วไป โดยมีกำหนดเปิดให้เข้าถึงผ่านเว็บไซต์ของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภายในปี 2026 </strong></em></p>
<p>หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ติดตามผลงานของนักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก รวมถึงชมเรื่องราวที่จะเปิดเผยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ สามารถเยี่ยมชมได้<a href="https://www.pepsico.co.th/th-th/our-stories/press-release/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA-%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97-%E0%B8%97-%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%97-%E0%B8%A2-%E0%B8%87%E0%B8%A2-%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3-%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84-%E0%B8%93%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%A5-%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A0%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9C-%E0%B8%AA%E0%B8%A3-%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5-%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A1-%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%A3-%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/national-geographic-pepsico-launch-food-for-tomorrow/">เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จับมือ เป๊ปซี่โค เปิดตัวโครงการ “Food for Tomorrow” ขับเคลื่อนเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 07:13:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[Mi Terro]]></category>
		<category><![CDATA[PRETTY UGLY BAG]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tlejourn]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Daily]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋ารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลจร]]></category>
		<category><![CDATA[นกหวีดพารอด]]></category>
		<category><![CDATA[พระสติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36089</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า &#8216;ขยะ&#8217; ภาพในหัวของใครหลายคน​คงสะท้อนออกมา​ในมิติเชิงลบแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพกองขยะที่มีแต่ความสกปรก กลิ่นเหม็น แหล่งกำเนิดของเชื้อโรค และยังเป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต  แหล่งเสื่อมโทรมในสังคม รวมไปถึงวาระสำคัญระดับโลกอย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่หลายคนเคย​มองว่าเป็น &#8216;ขยะ&#8217; หาก​แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียง​การมองไม่รอบด้านมากพอ เพราะเมื่อเปลี่ยนมามุมมองใหม่ เราอาจจะพบแค่ &#8216;กองวัสดุ&#8217; ที่ยังไม่ได้มีการหยิบมาต่อยอดเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือตัดสินจากวิธีการเดิมๆ ความคิดเดิมๆ นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของเสีย ของไม่มีประโยชน์ หรือ​หน้าตาที่ไม่สวยงาม ไม่ตรง​ Beauty Standard ตามมาตรฐานเดิมๆ จึง​ถูกจัดกลุ่ม จัดประเภทว่าเป็นของเสีย ​ของตกเกรด ​​ขายไม่ได้ จนต้องทิ้งไป และสุดท้ายก็จะไปกองรวมกันที่หลุมฝังกลบ หรือ​เผาทำลาย  กลายเป็นการเพิ่ม​ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเติมโลกมากเข้าไปอีก ขณะที่ความเชื่อใหม่ของโลก ใน​ยุคที่มุ่ง​ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับมองว่า​ &#8216;ไม่ควรมีอะไรในโลกที่ต้องกลายเป็นขยะ&#8217; เพียงแค่การให้ความสำคัญเข้าไปบริหารจัดการ ตามแนวคิด &#8216;Waste to Value&#8217; เพื่อเปลี่ยนจากขยะ​ เปลี่ยนจากความน่ารังเกียจ ความไม่สวยงาม มาสู่การสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ ทำให้ของทุกชิ้นกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับ 8 ไอเดียสร้างสรรค์ ต่อไปนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/">ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า<strong> &#8216;ขยะ&#8217;</strong> ภาพในหัวของใครหลายคน​คงสะท้อนออกมา​ในมิติเชิงลบแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพกองขยะที่มีแต่ความสกปรก กลิ่นเหม็น แหล่งกำเนิดของเชื้อโรค และยังเป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต  แหล่งเสื่อมโทรมในสังคม รวมไปถึงวาระสำคัญระดับโลกอย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน</p>
<p><span id="more-36089"></span></p>
<p>แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่หลายคนเคย​มองว่าเป็น <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> หาก​แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียง​การมองไม่รอบด้านมากพอ เพราะเมื่อเปลี่ยนมามุมมองใหม่ เราอาจจะพบแค่ <strong>&#8216;กองวัสดุ&#8217;</strong> ที่ยังไม่ได้มีการหยิบมาต่อยอดเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ๆ หรือตัดสินจากวิธีการเดิมๆ ความคิดเดิมๆ นึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของเสีย ของไม่มีประโยชน์ หรือ​หน้าตาที่ไม่สวยงาม ไม่ตรง​ Beauty Standard ตามมาตรฐานเดิมๆ จึง​ถูกจัดกลุ่ม จัดประเภทว่าเป็นของเสีย ​ของตกเกรด ​​ขายไม่ได้ จนต้องทิ้งไป และสุดท้ายก็จะไปกองรวมกันที่หลุมฝังกลบ หรือ​เผาทำลาย  กลายเป็นการเพิ่ม​ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเติมโลกมากเข้าไปอีก</p>
<p>ขณะที่ความเชื่อใหม่ของโลก ใน​ยุคที่มุ่ง​ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับมองว่า​ <em><strong>&#8216;ไม่ควรมีอะไรในโลกที่ต้องกลายเป็นขยะ&#8217;</strong> </em>เพียงแค่การให้ความสำคัญเข้าไปบริหารจัดการ ตามแนวคิด <strong>&#8216;Waste to Value&#8217; </strong>เพื่อเปลี่ยนจากขยะ​ เปลี่ยนจากความน่ารังเกียจ ความไม่สวยงาม มาสู่การสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ ทำให้ของทุกชิ้นกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง</p>
<p>เช่นเดียวกับ <strong>8 ไอเดียสร้างสรรค์</strong> ต่อไปนี้ ​ที่ทำให้สิ่งที่เคยเข้าใจว่าเป็น &#8216;ขยะ&#8217; กลับมาสร้างคุณค่าและเกิดประโยชน์ ผ่านการ​​ต่อยอดแนวคิด พัฒนาโมเดลธุรกิจหรือมุมมองใหม่ๆ ไปจนถึงการนำนวัตกรรมต่างๆ ม​าช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มโอกาสให้ผู้คนและสังคมโดยรอบ​ พร้อมส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปพร้อมกัน​ โดยไม่ได้มองแค่การทำให้โลก Zero Waste หรือปลอดขยะเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกในหลากหลายมิติ​ตามมาด้วย​</p>
<p><strong>1. ทะเลจร : ​รองเท้าคู่ใหม่ จาก​ขยะทะเล</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36092 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Tlejorn5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>การเปลี่ยนทัศนคติและมุมมอง เพื่อเปลี่ยน​<strong> &#8216;ขยะ&#8217;</strong> ​เป็น <strong>&#8216;วัตถุดิบ&#8217;</strong> ​​นำไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เกิดประโยชน์ได้อีกครั้ง ภายใต้ความร่วมมือ​ขององค์กรไม่แสวงหากำไรในพื้นที่ปัตตานีอย่าง <strong>กลุ่มทะเลจร </strong>และ <strong>Trash Hero Thailand </strong>เพื่อช่วยกัน​​ลด​​ขยะ​​ทะเล ซึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่ามีปริมาณขยะทะเลสูงสุดเป็นอันดับ 6 ของโลก​ ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก ถุงพลาสติก แห อวน ไฟแช็ค รวมทั้งรองเท้า​ที่มักลอยมาตามทะเลเช่นกัน</p>
<p>นำมาสู่ไอเดียในการนำขยะรองเท้าจากทะเล มาอัพไซเคิลเป็นรองเท้าแตะคู่ใหม่ในชื่อ <strong><em>&#8216;ทะเลจร&#8217; </em></strong>เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในทะเลพร้อมทั้งการสื่อสารและสร้างความตระหนักต่อปัญหาขยะทะเลไปพร้อมกัน​<strong><em>โดยขยะรองเท้าจากทะเล 10 ข้าง จะนำมาผลิตเป็นรองเท้าทะเลจรคู่ใหม่ได้ 1 คู่</em></strong> ด้วยดีไซน์แบบ Mosaic Color สร้างอัตลักษณ์สะท้อนความเป็น Circular Product พร้อมเครื่องหมายรับรองการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่าง Circular Mark ซึ่งประโยชน์ของทะเลจร นอกจากช่วยลดปริมาณขยะในทะเลแล้ว ยังช่วยสร้างงาน สร้างทักษะอาชีพ พร้อมแบ่งปันรายได้จากการจำหน่ายให้แก่​ชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งนำไปสนับสนุนกิจกรรมเก็บขยะทะเลของ Trash Hero  และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ ต่อไป</p>
<p><strong>2. Pretty Ugly Bag : ​​​กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก จากป้ายไวนิลเก่า </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36100 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จาก​ป้ายไวนิลสื่อสารแคมเปญการตลาดของ <strong>ท็อปส์ (Tops) </strong>ที่หน้าร้าน <strong>&#8216;ท็อปส์ เดลี่&#8217;</strong> ของ​เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งปกติจะถูกปลดออก และไม่ได้มีหน้าที่ใดๆ ให้ต้องใช้งานอีกต่อไป​หลังแคมเปญต่างๆ สิ้นสุดลง ซึ่งในแต่ละปีจะมีปริมาณป้ายไวนิลเก่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นชิ้นต่อปี​ กลายเป็นโจทย์สำคัญให้​เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในการเปลี่ยนจากสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะพลาสติก ที่​ไปซ้ำเติมปัญหาสภาพอากาศของโลก ให้กลับมามีประโยชน์และดีต่อโลกได้ใหม่อีกครั้ง</p>
<p>กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก <strong>&#8216;Pretty Ugly Bag&#8217;</strong> จึงเป็นคำตอบที่ลงตัว ด้วยการอัพไซเคิลจากขยะ ที่หลายคนอาจมองว่าไม่สวย ไม่มีประโยชน์ และถูกเก็บไว้แบบทิ้งขว้าง​ บางชิ้นเก่า สกปรก เปรอะเปื้อน เพราะไม่ได้รับการดูแล และรอเวลาในการนำไปทำลาย มาสู่การเป็นไอเท็มคู่กายนักช้อปยุคใหม่ ในคอนเซ็ปต์ <em><strong>&#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; </strong></em>พร้อมดีไซน์แบบหนึ่งเดียวในโลก ที่ไม่มีใครเหมือน และยังเป็นไอคอนิก​สะท้อนความรักษ์โลก พร้อมคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และความเป็นเอกลักษณ์  ที่สำคัญคือ การได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อซื้อกระเป๋าใบนี้เพียงครั้งเดียว​ และใช้งานจนกระเป๋า​ชำรุด​ ทางท็อปส์ยังเปิดโอกาสให้นำกระเป๋าไปเปลี่ยน​ใหม่ แบบฟรีๆ ได้ตลอดชีวิต เท่ากับเพิ่มการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและผู้บริโภคให้ช่วยกันลดขยะพลาสติกเพื่อสร้างผลกระทบได้มากขึ้นแบบทวีคูณ</p>
<p><strong>3. </strong><strong>Ugly Veggies Thailand : ผักออแกนิกส์ตกเกรด แต่ประโยชน์เต็มเปี่ยม </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36094 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/vgly-veggies6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การต่อยอดเทคโนโลยี เพื่อช่วยแก้ปัญหา พร้อม​เพิ่มโอกาสและช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร​ เมื่อโครงการ <strong>Ugly Veggies Thailand</strong> ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าไปสนับสนุนและยกระดับสู่ <strong>Smart Farming</strong> ให้กลุ่มชุมชนเกษตรกรอำเภอกระนวน จ.ขอนแก่น และพบ Pain point ในการผลิตพืชผักออแกนิกส์เพื่อจำหน่าย แต่สามารถส่งขายให้ตลาดได้เพียง 50-70% ​ส่วนที่เหลืออีกกว่า 30% จะถูกคัดออก เพราะไม่ได้มาตรฐานที่ตลาดต้องการ ไม่ว่าจะเป็นจากขนาด หรืออาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม เพราะเป็นการปลูกตามธรรมชาติ และไม่ได้ใช้สารเคมี ​ซึ่งผลผลิตที่ไม่สามารถขายได้ เป็นโอกาสในการนำไปสู่การเกิดขยะอาหาร หรือ Food Waste ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของโลกเช่นกัน</p>
<p>Ugly Veggies Thailand ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็น <strong>Online Marketplace</strong> และรวบรวมผักออแกนิกส์ตกเกรดจากกลุ่มเกษตรกรที่มี Certificate หรือใบรับรอง Organic เพื่อการันตีความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย นำ <strong>&#8216;ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ&#8217;</strong> มาสร้างตลาดผักออแกนิกส์ออนไลน์ เป็น Community ให้​เกษตรกร​​และลูกค้า​ สามารถหาซื้อผักคุณภาพดี ราคาประหยัด​ และเต็มไปด้วยคุณภาพไม่ต่างจากที่ขายในห้าง เพียงแต่อาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม ​รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากผักออแกนิกส์ที่ให้คุณประโยชน์ต่างๆ เช่น ไฟเบอร์ โพรไบโอติค หรือพรีไบโอติก เพื่อขับเคลื่อนสู่​ <strong>Zero Food Waste</strong> ด้วยการต่อยอดผักที่เหลือจากการขายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มเกษตรกรได้มากขึ้น ซึ่งหากขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย 100% จะสามารถลดขยะ​ทางการเกษตรจากครัวเรือนให้ลดลงได้ถึง 5.6 ตันต่อปี</p>
<p><strong>4.  Mi Terro : ​ Limitless Milk Shirt &#8216;เสื้อยืด&#8217; จากนมหมดอายุ </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36112 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Mi-terro4.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></strong></p>
<p><strong>Mi Terro (มีเทอร์โร)</strong> เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพด้านไบโอเทคโนโลยี จากสหรัฐอเมริกา พัฒนานวัตกรรม​การสกัดเส้นใยชีวภาพ จากนมหมดอายุ เพื่อผลิต เสื้อยืด <strong>Limitless Milk Shirt</strong> โดยรวบรวมนม​จากฟาร์มปศุสัตว์รวมทั้งจากร้านขายของชำต่างๆ  เพื่อนำมาผลิตเป็นเสื้อยืดแฟชั่นรักษ์โลก ซึ่งถือเป็นความสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ทั้งการ​ช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่มีอยู่ทั่วโลกกว่า 1, 300 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมนม ที่มีปริมาณ​กว่า 128 ล้านตันต่อปี และเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกแต่ละปีกว่า 3,300 ล้านตัน รวมทั้งยังเพิ่มทางเลือกในการมีวัสดุสิ่งทอที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>Limitless Milk Shirt ใช้นวัตกรรม &#8216;Pro-Act&#8217; (Protein Activation) เพื่อสกัดให้ได้โปรตีนเคซีนออกมา และนำมาเข้ากระบวนการ​ Dynamic Flow Shear Spinning เพื่อปั่นให้เป็นเส้นใยสำหรับต่อยอดใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเส้นใยที่ได้จะมีความนุ่มกว่าผ้าฝ้ายถึง 3 เท่า ป้องกันแบคทีเรีย ระบายอากาศ​ ​​สวมใส่สบาย ​และยังใช้น้ำในกระบวนการผลิตน้อยกว่าผ้าฝ้ายทั่วไปถึง 60% รวมทั้งยังมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​เพราะเส้นใยที่ได้สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกสะสมอยู่ในสภาพแวดล้อม</p>
<p><strong>5. Nike Grind Dumbbells : ดัมเบล​จาก Footwear Waste ของไนกี้ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dumbell1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ดัมเบลออกกำลังกายรุ่นพิเศษของไนกี้ ที่เกิดจากการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตรองเท้าของไนกี้ โดยผลิต​จากแผ่นยางไนกี้กรายด์ ‘<strong>Nike Grind Rubbe</strong>&#8216; ที่เกิดจากการอัพไซเคิลแผ่นยาง หนัง โฟม ผ้า และเทอร์โมพลาสติก หรือการรับคืนรองเท้าเก่าเพื่อมาแยกชิ้นส่วนและนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นแผ่น​ Nike Grind และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกในหลากหลายกลุ่ม ทั้งอุปกรณ์กีฬา แฟชั่น หรือแม้แต่เฟอร์จิเนอร์ต่างๆ ร่วมกับ​พันธมิตรของ​ไนกี้</p>
<p>โดย Nike Grind Dumbbells มีส่วนผสมจาก Footwear Waste อย่างน้อย 20% ตามขนาดแต่ละชิ้น รวมทั้งวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน แต่ปลอดภัยเพราะทำจากยาง พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละชิ้น แต่มีความสดใสตามกลิ่นอายคอลเลกชั่นของไนกี้ พร้อม​​ตอกย้ำสโลแกน<strong> Just Do It​​​</strong> สะท้อน​เอกลักษณ์​ในการ<strong>ก้าวข้ามขีดจำกัด จากเรื่องของกีฬา และไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืนได้ด้วย</strong> จึงไม่เพียงแค่การพัฒนา​ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการ​ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และยังสร้างความแตกต่างผ่านการมีส่วนช่วยลดขยะให้โลกใบนี้ไปพร้อมกันด้วย ​</p>
<p><strong>6. KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL สตรีทแฟชั่นจากฟางข้าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Kubota-Greyhound-.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>ราว 20% ของพื้นที่เพาะปลูกในไทย หรือกว่า 65 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณ &#8216;ฟางข้าว&#8217; เหลือหลังเก็บเกี่ยวจำนวนมาก ขณะที่กระบวนการกำจัดมักใช้วิธีเผา สร้างมลภาวะทางอากาศ ฝุ่นPM2.5 รวมทั้งยังสร้างก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของปัญหาโลกร้อน</p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือของ 2 ผู้นำใน 2 อุตสาหกรรม อย่างสยามคูโบต้า และเกรฮาวด์ ในโปรเจ็กต์ <strong>KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL &#8216;Turn waste to Agri-Wear&#8217; </strong>​ซึ่งเป็นครั้งแรกในวงการแฟชั่น ที่นำ Agri-Waste หรือวัสดุเหลือใช้​ ทั้งฟางข้าว 20% ​รังไหม​ 20% และ​ผ้าฝ้าย​ 60% มาทอเป็นผ้าสำหรับ​ออกแบบในคอลเล็กชั่นใหม่ ​ดีไซน์แบบสตรีทแฟชั่น ที่เป็น Unisex และ​เป็น Eco Fashion เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินค้า ตามแนวทาง Sustainable Fashion</p>
<p><strong>7. พระสติ -นกหวีดพารอด ผนวก &#8216;ศรัทธา&#8217; และ &#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36099 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Qualy-.jpg" alt="" width="1200" height="635" /></p>
<p><strong>Qualy (ควอลี่)​</strong> แบรนด์ที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อน Circular Economy โดยใช้พลังของความคิดสร้างสรรค์ ​ต่อยอดการลดวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะขยะพลาสติก พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่แปลกใหม่ เพื่อกระตุ้นแนวคิดเรื่อง​ความยั่งยืน โดยเฉพาะการนำเรื่องของ <strong>&#8216;ความศรัทธา&#8217;</strong> ​มาช่วยขับเคลื่อน ผ่านการจัดสร้าง <strong>&#8216;พระสติ&#8217; พระเครื่องจากมวลสารรีไซเคิล</strong> ด้วยคำจำกัดความว่า <strong>&#8216;มวลสารแห่งความยั่งยืน</strong>&#8216; เพื่อเป็นกุศโลบาย ผนวกกลยุทธ์ Story Telling เพื่อสื่อสารเรื่องการ &#8216;แยกขยะ&#8217; ให้ช่วยเพิ่มการรับรู้ในวงกว้าง และเปิดตัวในงาน Bangkok Design Week 2022 ​โดย TCDC ซึ่งประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะ​การได้รับความสนใจและถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมจากการมีผู้นำขยะพลาสติกมาบริจาค ซึ่งเป็นการส่งเสริมความเข้าใจในการแยกประเภทขยะได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p>ซึ่งปีนี้ทาง Qualy ได้ต่อยอดแนวความสำเร็จผ่านการดีไซน์ <strong>&#8216;นกหวีดพารอด&#8217;</strong> ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก &#8216;<strong>พระรอด&#8217; </strong>ซึ่งมีพุทธคุณเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย เช่นเดียวกับนกหวีดซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ช่วยเหลือ ​กลายเป็น​ &#8216;นกหวีดพารอด&#8217; <strong>เครื่องรางแห่งความรอดปลอดภัย</strong> ที่มาพร้อมเสียงเตือนภัย และแรงศรัทธาแห่งความยั่งยืน รวมทั้งวัสดุจากต้นทางที่มีส่วนช่วยปกป้องโลกจาก​ปริมาณขยะพลาสติกต่างๆ ด้วย</p>
<p><strong>8. เฟอร์นิเจอร์จากซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Scooter.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า</strong> หนึ่งในพาหนะที่กลุ่มประเทศนอร์ดิกส์นิยม เพราะความสะดวกและมีมุมมองว่าดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว ซากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จัดเป็นหนึ่งกลุ่ม<strong> &#8216;ขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217;</strong> เพราะมีแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานและไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ จึงถูกทิ้งเป็นเศษขยะและกลายเป็นปัญหาของสังคมในเมือง</p>
<p>กลุ่มนักออกแบบชาวสวีเดน​ จึงสร้างสรรค์คอลเลคชั่น <strong>E-metabolism</strong> นำเอาชิ้นส่วนซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เก็บได้จากคลองในเมืองท่าสำคัญอย่าง Malmö  และนำชิ้นส่วนมาสร้างประโยชน์ใหม่ เพื่อเป็นการกำจัดขยะในแม่น้ำสายสำคัญ และ​<strong>นำวัสดุกลับเข้าสู่วงจร​​การสร้างประโยชน์ใช้สอยใหม่ ด้วยการนำมาทำเป็น​เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ</strong> เช่น โคมไฟ แจกัน เตาย่างบาร์บีคิว เก้าอี้ หรือกระถางต้นไม้ โดยเชื่อมโยงชิ้นส่วนต่างๆ เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์  3 มิติ และ​​ได้นำไปจัดแสดงในงาน<strong> Southern Sweden Design Days</strong> ​นอกจากนำเสนอไอเดียยัง​ช่วยกระตุ้นความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมได้ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/ugly-products-turn-waste-into-value-and-impact/">ส่อง 8 ไอเดียสินค้า &#8216;ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้&#8217; เปลี่ยน Waste สู่ Value พร้อม​อิมแพ็คเชิงบวกที่มากกว่าแค่ &#8216;ลดขยะ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;พวงหรีดไข่&#8217; เพื่อให้การจากไปของใครบางคนไม่สูญเปล่า  แทนใจผู้ให้ แบ่งปันต่อ ไม่สร้างขยะ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/egg-wreath-ecofriendly-idea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 11:27:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Egg Wreath]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Wreath]]></category>
		<category><![CDATA[งานศพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปภัชญา เบญจาทิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[พวงหรีด]]></category>
		<category><![CDATA[พวงหรีดรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[พวงหรีดไข่]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่ไก่]]></category>
		<category><![CDATA[ไว้อาลัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34899</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;พวงหรีดไข่&#8217; อีกหนึ่งนวัตกรรม &#8216;พวงหรีดรักษ์โลก&#8216; เพื่อร่วมแสดงความไว้อาลัยให้ผู้ที่จากไปแบบไม่สร้างขยะ พร้อมส่งต่อการให้ได้อย่างไม่สิ้นสุด ผ่านการสร้างสรรค์อาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ โดยเฉพาะ &#8216;ไข่&#8217;  ซึ่งเป็นอาหารที่ทุกคนสามารถรับประทานได้ มาทำเป็นพวงหรีด เพื่อ​สามารถนำไปแจกจ่ายต่อได้​หลังจบงาน ​ทำให้ไม่เพิ่มปริมาณขยะจากพวงหรีด รวมทั้งยังเป็นทั้งการสร้างประโยชน์และช่วยทำบุญเพิ่มเติมให้ผู้วายชนม์ได้อีกทางหนึ่งด้วย คุณจูน &#8211; ปภัชญา เบญจาทิกุล  ผู้ผลิตและเจ้าของไอเดีย &#8216;พวงหรีดไข่&#8216; พวงหรีดรักษ์โลก ที่ได้ออกแบบและประดิษฐ์คิดค้นมากว่า 4 ปี เพื่อทำให้ไข่ไก่จำนวน 62 ฟอง สามารถกลายเป็นพวงหรีด เพื่อแสดงความอาลัย​ได้จนจบงาน เป็นพวงหรีดที่นำไปใช้งานได้จริง ขนส่งได้สะดวก โดยไม่เสียหาย โดยไอเดียสินค้าต้นแบบนี้ ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว คุณจูน ให้ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถึง จำนวนวัดในประเทศไทยปี 2566 พบว่า มีวัดมากกว่า 4.4 หมื่นวัด ทั้งพระอารามหลวง 300 กว่าวัด และวัดราษฎร์อีกกว่า 4.3 หมื่นวัด โดยเป็นวัดในกรงเทพฯ เกือบ 500 วัด ซึ่งแต่ละวัดยังมีศาลาเพื่อประกอบพิธีกรรม มากน้อยแตกต่างกันไป  ขณะที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/egg-wreath-ecofriendly-idea/">&#8216;พวงหรีดไข่&#8217; เพื่อให้การจากไปของใครบางคนไม่สูญเปล่า  แทนใจผู้ให้ แบ่งปันต่อ ไม่สร้างขยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;พวงหรีดไข่&#8217;</strong> อีกหนึ่งนวัตกรรม <strong>&#8216;พวงหรีดรักษ์โลก</strong>&#8216; เพื่อร่วมแสดงความไว้อาลัยให้ผู้ที่จากไปแบบไม่สร้างขยะ พร้อมส่งต่อการให้ได้อย่างไม่สิ้นสุด ผ่านการสร้างสรรค์อาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์</p>
<p><span id="more-34899"></span></p>
<p>โดยเฉพาะ <strong>&#8216;ไข่&#8217; </strong> ซึ่งเป็นอาหารที่ทุกคนสามารถรับประทานได้ มาทำเป็นพวงหรีด เพื่อ​สามารถนำไปแจกจ่ายต่อได้​หลังจบงาน ​ทำให้ไม่เพิ่มปริมาณขยะจากพวงหรีด รวมทั้งยังเป็นทั้งการสร้างประโยชน์และช่วยทำบุญเพิ่มเติมให้ผู้วายชนม์ได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p><strong>คุณจูน &#8211; ปภัชญา เบญจาทิกุล </strong><span lang="TH"> ผู้ผลิตและเจ้าของไอเดีย </span>&#8216;<strong><span lang="TH">พวงหรีดไข่</span></strong>&#8216; <span lang="TH">พวงหรีดรักษ์โลก ที่ได้ออกแบบและประดิษฐ์คิดค้นมากว่า 4 ปี เพื่อทำให้ไข่ไก่จำนวน 62 ฟอง สามารถกลายเป็นพวงหรีด เพื่อแสดงความอาลัย​ได้จนจบงาน เป็นพวงหรีดที่นำไปใช้งานได้จริง ขนส่งได้สะดวก โดยไม่เสียหาย โดยไอเดียสินค้าต้นแบบนี้ ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34903 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Egg2.jpg" alt="" width="1200" height="610" /></p>
<p><strong>คุณจูน</strong> ให้ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถึง <strong>จำนวนวัดในประเทศไทยปี 2566 พบว่า มีวัดมากกว่า 4.4 หมื่นวัด</strong> ทั้งพระอารามหลวง 300 กว่าวัด และวัดราษฎร์อีกกว่า 4.3 หมื่นวัด <strong>โดยเป็นวัดในกรงเทพฯ เกือบ 500 วัด ซึ่งแต่ละวัดยังมีศาลาเพื่อประกอบพิธีกรรม มากน้อยแตกต่างกันไป </strong></p>
<p>ขณะที่<strong> ประชากรไทยกว่า 66 ล้านคน มีคนตายเฉลี่ย 1,633 คนต่อวัน</strong> และหนึ่งสิ่งจำเป็นในงานศพ คือ การมอบพวงหรีดแสดงความอาลัยตามธรรมเนียมปฏิบัติ ทำให้​ <em><strong>คาดว่าปริมาณพวงหรีดที่จะเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศในแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 1 พันชิ้น   ​สัปดาห์ละ 7 พันชิ้น  เดือนละไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นชิ้น หรือปีละกว่า 3.6 แสนชิ้น </strong></em> ทำให้ปริมาณขยะจากพวงหรีด เป็นหนึ่งในปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แม้ว่าจะเริ่มมีการใช้พวงหรีดที่เป็นสิ่งของสำหรับนำไปบริจาคต่อได้ แต่สิ่งของเหล่านั้นได้ส่งต่อให้ผู้ต้องการได้จริงหรือไม่ ทำให้หลายครั้งที่มักจะเห็นพัดลม ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว หรือนาฬิกากองรวมกันไว้โดยไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์จริงอย่างที่ตั้งใจไว้</p>
<p>เป็นที่มาของการนำเสนอทางเลือกผ่าน &#8216;<strong>พวงหรีดไข่&#8217;</strong> ที่หลังจากจบงานแล้ว สามารถนำไปสร้างประโยชน์ต่อได้ ด้วยการมอบให้วัด ​โรงเรียน คนไร้โอกาสต่างๆ ได้ เพื่อนำไปประกอบอาหารต่อ นอกจากช่วยลดปริมาณ​​ขยะจากพวงหรีดแล้ว ​ยังสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นต่อได้​ ผ่าน 5 มิติ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>ความหมาย</strong> : พวงหรีด คือ สัญลักษณ์​เพื่อแสดงถึงความอาลัยต่อผู้จากไป</p>
<p><strong>คุณค่า :</strong>  แสดงถึงความเรียบง่าย พร้อมด้วยคุณค่าของไข่ ที่มี​คุณประโยชน์สำหรับทุกคน</p>
<p><strong>คุ้นเคย</strong> :  พวงหรีดที่ทำมาจากวัสดุใกล้ตัวที่ทุกคนคุ้นเคย ​และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>คุ้มค่า :</strong> สามารถนำไข่ไปบริโภค หรือแบ่งปัน ส่งต่อให้ผู้อื่นได้</p>
<p><strong>ควบคุม :</strong> มีระดับราคาที่สามารถเลือก​ตามงบประมาณของแต่ละคนได้</p>
<p>ดังนั้น <span lang="TH">การไว้อาลัยด้วย​พวงหรีดไข่ จึงสามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งต้นทางและปลายทาง​อย่างแท้จริง​ <em><strong>ซึ่งปัจจุบันมีไข่ไก่ จากพวงหรีดไข่ได้ถูกแจกจ่ายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 7 พันฟอง </strong></em></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34906 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Egg-Wreath-Concept-.jpg" alt="" width="1200" height="665" /></p>
<p><em><strong>หัวใจสำคัญของพวงหรีดไข่ อยู่ที่การออกแบบ</strong> </em>ต้องออกแบบให้พวงหรีดกลายเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรองรับให้ไข่ที่มีความเปราะบาง ​สามารถขนส่งได้โดยไม่แตก และขนส่งได้สะดวกผ่านมอเตอร์ไซค์ มีน้ำหนักไม่มากเกินไปเพื่อทำให้สามารถแขวนได้เหมือนพวงหรีดทั่วไป และยังสามารถรับน้ำหนักได้ ซึ่งต้องใช้เวลาในการพัฒนา แก้แบบ ลองผิดลองถูกอยู่ราว 3-4 ปี กว่าจะ​​ได้รูปแบบที่ลงตัว สามารถสร้างความมั่นใจเมื่อ​นำไปใช้งานจริง</p>
<p>สำหรับ​พวงหรีด 1 ชุด จะมีกล่องย่อยบรรจุไข่ เพื่อสามารถนำไปแจกจ่ายต่อได้ 8 ชุด  ขณะที่กล่องบรรจุไข่ทำมาจากกระดาษที่สามารถย่อยสลายได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ​ส่วนไข่ในพวงหรีด สามารถเลือกได้หลายไซส์ หรือเปลี่ยนเป็นไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า โดยราคาจะแตกต่างกันไป ซึ่งทางพวงหรีดไข่ยังมีโปรโมชั่น ส่งฟรี ส่งด่วน ในเขต กทม. เพื่อกระตุ้นให้คนหันมาสั่งพวงหรีดทางเลือกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34908 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>คุณจูน มองการพัฒนาสินค้าในอนาคต เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนารูปแบบ หรือการใช้วัสดุที่หลากหลาย​ เพื่อสามารถลดต้นทุนได้มากขึ้น และช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้มากขึ้น รวมทั้งการขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ร้านค้าในต่างจังหวัด ทั้งร้านพวงหรีด ร้านขายโลงศพ หรือแม้แต่ฟาร์มไก่ ที่สามารถสั่งกล่องเปล่า เพื่อนำไปบรรจุไข่เอง เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นทั้งของทางร้านและผู้ที่สนใจได้อีกทางหนึ่งได้ด้วย</p>
<p>สำหรับผู้สนใจอยากสั่งซื้อ &#8216;พวงหรีดไข่&#8217; สามารถแอดไลน์ ​หรือติดต่อหน้าเพจ &#8216;<a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=61577508938707" target="_blank" rel="noopener">พวงหรีดไข่</a>&#8216;  เพื่อสนับสนุนไอเดียพวงหรีดรักษ์โลก อีกหนึ่งทางเลือกจากไอเดียคนไทย ที่นอกจากไว้อาลัยผู้วายชนม์แล้ว ยังสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นต่อได้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34902 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/egg1.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/egg-wreath-ecofriendly-idea/">&#8216;พวงหรีดไข่&#8217; เพื่อให้การจากไปของใครบางคนไม่สูญเปล่า  แทนใจผู้ให้ แบ่งปันต่อ ไม่สร้างขยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 โมเดล 10 เช็คลิสต์ หลุดกับดัก &#8216;อินฟลูตัวท็อป&#8217; ​ยอดวิวปัง แต่หาตังค์ไม่ได้ ​ชวนอัพสกิล Content Creator ให้ยั่งยืนและยึดเป็นอาชีพได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/5-models-and-10-checklist-to-top-influencers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Sep 2024 12:24:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[7-11]]></category>
		<category><![CDATA[Affiliate]]></category>
		<category><![CDATA[Best Living Chiangmai]]></category>
		<category><![CDATA[CNX]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Content Creator]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL Influencer Trend 2024 ​On Tour]]></category>
		<category><![CDATA[Fanclub]]></category>
		<category><![CDATA[How to]]></category>
		<category><![CDATA[Influencer]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Personality]]></category>
		<category><![CDATA[polorstory]]></category>
		<category><![CDATA[​Product]]></category>
		<category><![CDATA[Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[Sponsors]]></category>
		<category><![CDATA[Storytelling]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqueness]]></category>
		<category><![CDATA[Variety]]></category>
		<category><![CDATA[View]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดการเตลิด]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิฤกษ์ พรหมมินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศรันย์ แบ่งกุศลจิต]]></category>
		<category><![CDATA[หยาดพิรุณ]]></category>
		<category><![CDATA[หยาดพิรุณ ปู่หลุน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชิรญาณ์ มหาเกียรติคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟลู]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟลูเอนเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[โซเชียลมีเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28901</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราอยู่ในยุคที่ใครๆ ก็อยากเป็น Influencer เป็น Content Creators ซึ่งเป็นอาชีพที่ติดอยู่ใน Top10 อาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่ โดยครีเอเตอร์ในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดว่าจะต้องอยู่ในแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่ต้องสามารถ Integrated คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นไปในหลากหลายช่องทาง เพื่อสามารถเข้าถึงผู้ชมได้มากที่สุด รวมทั้งต่อยอดไปสู่โอกาสสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น​ เพื่อให้การเป็น  Influencer สามารถยึดถือเป็นอาชีพในอนาคตได้ เซเว่น อีเลฟเว่น โดย CP ALL ผู้สนับสนุนการเติบโตของ Community Influencer มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัด CP ALL Influencer Trend 2024 มาแล้ว 4 ครั้ง ในกรุงเทพฯ รวมท้ัง​​การ Roadshow ครั้งล่าสุดกับ CP ALL Influencer Trend 2024 ครั้งที่ 5 On Tour เชียงใหที่ จ.เชียงใหม่​ เพื่อชวนอัพสกิล รับเทรนด์ &#8216;อินฟลูจะปัง ต้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/5-models-and-10-checklist-to-top-influencers/">5 โมเดล 10 เช็คลิสต์ หลุดกับดัก &#8216;อินฟลูตัวท็อป&#8217; ​ยอดวิวปัง แต่หาตังค์ไม่ได้ ​ชวนอัพสกิล Content Creator ให้ยั่งยืนและยึดเป็นอาชีพได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราอยู่ในยุคที่ใครๆ ก็อยากเป็น<strong> Influencer </strong>เป็น<strong> Content Creators</strong> ซึ่งเป็นอาชีพที่ติดอยู่ใน Top10 อาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่ โดยครีเอเตอร์ในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดว่าจะต้องอยู่ในแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่ต้องสามารถ Integrated คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นไปในหลากหลายช่องทาง เพื่อสามารถเข้าถึงผู้ชมได้มากที่สุด รวมทั้งต่อยอดไปสู่โอกาสสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น​ เพื่อให้การเป็น  Influencer สามารถยึดถือเป็นอาชีพในอนาคตได้</p>
<p><span id="more-28901"></span></p>
<p><strong>เซเว่น อีเลฟเว่น โดย CP ALL</strong> ผู้สนับสนุนการเติบโตของ Community Influencer มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัด<strong> CP ALL Influencer Trend 2024</strong> มาแล้ว 4 ครั้ง ในกรุงเทพฯ รวมท้ัง​​การ Roadshow ครั้งล่าสุดกับ <strong>CP ALL Influencer Trend 2024 ครั้งที่ 5 On Tour เชียงให</strong>ที่ จ.เชียงใหม่​ เพื่อชวนอัพสกิล รับเทรนด์ <strong>&#8216;อินฟลูจะปัง ต้อง &#8216;หาเงิน&#8217; ให้เป็น!&#8217;</strong></p>
<p>พร้อมนำผู้​ประสบความสำเร็จจากการเป็น Content Creators อย่าง  <strong>คุณแอ๊ม ศรันย์ แบ่งกุศลจิต</strong> จากช่อง<strong> &#8216;การตลาดการเตลิด&#8217;</strong> มาฉายภาพให้เห็น Landscape ของวงการอินฟลูเอนเซอร์ในปัจจุบัน ทั้งโมเดลในการต่อยอดสร้างรายได้ พร้อมชี้แนะแนวทางเพื่อสามารถต่อยอดการทำอินฟลูให้กลายเป็นอาชีพได้ รวมทั้งกรณีศึกษาจาก 3 Big Influencers​ มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ทั้ง <strong>&#8216;หยาดพิรุณ&#8217;</strong> โดย คุณหยาดพิรุณ ปู่หลุน, <strong> polorstory</strong> โดยคุณพอลอ &#8211; ภูมิฤกษ์ พรหมมินทร์ และ <strong>Best Living Chiangmai</strong> โดยคุณอาชิ &#8211; อาชิรญาณ์ มหาเกียรติคุณ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์​และถ่ายทอดเคล็ดลับความสำเร็จให้แก่ผู้สนใจเดินบนเส้นทางการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในคร้ังนี้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28905 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>5 โมเดล สร้างรายได้ของ Influencers </strong></p>
<p><strong>คุณแอ๊ม​</strong>​ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์ Full-time หรือกลุ่มที่ยึดเป็นอาชีพราวๆ 3 ล้านคน และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่นิยมใช้ช่องทางโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ มาต่อยอดเพื่อสร้างโอกาส​ให้ตัวเองเพิ่มมากขึ้น ​​ขณะที่โมเดลในการนำมาซึ่งรายได้ของอินฟลูเอนเซอร์ หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มีอยู่ 5 โมเดลหลัก ประกอบด้วย<strong> Affiliate</strong> (การหาของมาขายในช่อง),<strong> Sponsors</strong> (รอคนมาจ้าง)​, ​<strong>Product</strong> (ทำผลิตภัณฑ์ของตัวเอง, สร้างแบรนด์เอง), <strong>View</strong> (รายได้จากยอดคนที่เข้ามาดูคอนเทนต์) และ <strong>Fanclub</strong> (การที่มีผู้ชมประจำจนกลายเป็นแฟนคลับและตามมาสนับสนุนสินค้าหรือบริการ)​</p>
<p><strong>&#8211; Affiliate</strong> : การนำลิงก์ขายสินค้าต่างๆ มาแปะไว้ในคอนเทนต์ เพื่อเป็นช่องทางให้ลูกค้าสามารถเข้ามาซื้อสินค้า​ และ​ได้รับส่วนแบ่งเมื่อมีลูกค้าซื้อสินค้าชิ้นนั้นผ่านลิงก์ เช่นเดียวกับการขายตรง ซึ่งเป็นลักษณะของการทำ Push Marketing ​ที่สามารถพุ่งไปหางานได้เองทันที แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ การที่เราจะนำสินค้าอะไรมาแปะ ต้องสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ หรือตัวตนที่เราเป็น เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือว่าเรามีประสบการณ์ในการใช้งานสินค้านั้นจริงๆ ​​​ซึ่งอาจสร้างรายได้สูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสน และสามารถทำ Affiliate ได้เกือบทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย</p>
<p>สำหรับการเลือกสินค้ามาทำ Affiliate เพื่อให้มีโอกาสสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น ให้มองหาสินค้าที่ให้ส่วนแบ่งที่ดี, เลือกสินค้าให้เหมาะกับตัวเอง เช่น ถ้าเราชื่นชอบอาหาร ให้ขายของกิน, สินค้านั้นสามารถ​นำเสนอเป็นคอนเทนต์ที่ดีได้ ​ หรือการเลือกสินค้าที่กำลังเป็นกระแสก็จะเพิ่มโอกาสในการตอบรับที่ดีได้มากขึ้น รวมทั้งการการขายสินค้าที่เป็นสิ่งใกล้ตัว หรือเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน</p>
<p><strong>&#8211; Sponsors</strong> : การที่แบรนด์หรือเจ้าของสินค้ามาจ้างให้ประชาสัมพันธ์สินค้า ซึ่งมีทั้งแบบปักตระกร้า ที่เน้นการขายของ และแบบไม่ได้ปักตระกร้า ที่อาจจะเน้นการรีวิว หรืองานบริการ ซึ่งข้อดีของงานสปอนเซอร์คือ การได้รับเงินที่ก้อนใหญ่มากขึ้น โดยโอกาสที่จะได้งานสปอนเซอร์ คือ การมีหลากหลายแพลตฟอร์ม เพื่อกระจายความเสี่ยง เพราะแต่ละแพลตฟอร์มอาจจะเข้าถึงผู้ติดตามได้แตกต่างกัน หรือการทำตัวตนของช่องให้ชัดเจนและต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์หรือเอเยนซีต่างๆ สามารถ​ค้นพบเราได้ในที่สุด</p>
<p>ขณะที่การตัดสินใจที่แบรนด์หรือเอเยนซีจะเลือก Influencer มาเป็นตัวแทนจะมองจาก คนที่มีเอกลักษณ์หรือตัวตนที่โดดเด่นชัดเจน , มีคอนเทนต์ที่รู้ว่าสปอนเซอร์สามารถเข้าได้ , ทำช่องให้น่าเชื่อถือ มีคุณภาพทั้งภาพ เสียง และต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อทำให้คลิปมีคุณภาพมากขึ้น เพราะคนดูส่วนใหญ่มีความคาดหวังในเรื่องของคุณภาพด้วย, มีเรทราคาที่โอเค ชัดเจน น่าจัดจ้าง รวมทั้งมีช่องทางติดต่อได้ง่าย และการตอบกลับที่รวดเร็ว และมีความเป็นมืออาชีพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28906 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/On-Stage1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8211; Product :</strong> การต่อยอดจากภาพจำหรือแบรนดิ้งมาพัฒนาเป็นสินค้าของตัวเอง แต่ต้องออกสินค้าให้เชื่อมโย​งตัวตนของเรา เพื่อทำให้คนเชื่อ เพราะอินฟลูเอนเซอร์หลายคนที่พอ​เริ่มมีชื่อเสียงและต่อยอดมาสู่การสร้างแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์​ที่ไม่สอดคล้องกับตัวตนที่เป็น แต่เลือกออกสินค้าที่ผลิตง่าย หรือออกตามกระแสตลาดนิยม ซึ่งไม่มีความแตกต่าง และไม่เชื่อมโยงกับตัวตน​ สุดท้ายก็จะไม่มีคนซื้อ เพราะยุคนี้ คนซื้อของจะเลือกจากสิ่งที่จำได้จากสิ่งที่เจ้าของแบรนด์​เป็น ดังนั้น ถ้าเราชอบกินให้ออกของกิน ถ้าเราชอบแต่งหน้าให้ออกเครื่องสำอาง หรือกลุ่ม Beauty แต่สินค้าอาจไม่จำเป็นต้องจับต้องได้ อาจเป็นการให้บริการจากความเชี่ยวชาญ หรือความสนใจของเรา เช่น การต่อยอดจากภาพจำ ด้านลายเส้น เพื่อรับจ้างเขียนป้ายต่างๆ หรือ การรับสอนการบ้าน หรือการเป็นติวเตอร์ เป็นต้น</p>
<p>หลักการในการออกสินค้า คือ &#8216;<strong>ถ้าเราเป็นใครให้ออกสินค้าแบบนั้น</strong>&#8216; เพื่อให้สินค้า​สามารถสะท้อนตัวตน​เราได้​ ซึ่งหนึ่งในพัฒนาการก่อนการออกสินค้าของตัวเอง ให้เริ่มจากการทำ Affiliate สินค้าที่เชื่อมโยง​กับคอนเทนต์ เพื่อสร้างภาพจำให้คนมองว่าเราใช้สินค้านั้นจริงๆ หรือมีความรู้ ความสนใจในเรื่องนั้นจริงๆ ก่อนมาออกสินค้าของตัวเอง เพื่อทำให้คนเชื่อว่าเราเป็นสิ่งนั้นจริงๆ ซึ่งหากประสบความสำเร็จ การพัฒนาโปรดักต์ของตัวเองได้ จะสามารถสร้างรายได้ที่สูงมากให้เจ้าของแบรนด์ แต่ขณะเดียวกันก็มาพร้อมความเสี่ยงที่สูง เพราะต้องใช้ต้นทุนการดำเนินงานมาก และมีโอกาสล้มเหลวได้สูงมากเช่นกัน</p>
<p><strong>&#8211; View</strong> :  รายได้ที่เกิดจากยอดคนดู ซึ่งเป็นโมเดลของบางแพลตฟอร์ม เช่น Youtube TikTok และ Reels ใน Facebook หรือ IG ที่จ่ายค่าตอบแทนให้คนทำคอนเทนต์​ตาม Pay Per View แต่มีข้อจำกัดจากต้นทุนที่สูง ทำให้ช่วงปีที่ผ่านมามี Youtuber หลายช่องที่เลิกทำ และคาดว่าในอนาคตจะมีการเลิกทำเพิ่มขึ้นอีก เพราะต้องลงทุน​สูง รวมทั้งเทรนด์คอนเทนต์ที่เปลี่ยน​จากรูปแบบ Long Form มาเป็น Short VDO เพื่อสามารถกระจายไปในช่องทางแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ด้วย เพื่อกระจายความเสี่ยง รวมทั้งการตัดเป็นหลายๆ คลิปเพื่อเพิ่มจำนวนคลิปและยอดวิวได้มากขึ้น</p>
<p>ปัจจุบันครีเอเตอร์ Long Form ต้องขยายไอเดียการพัฒนาคอนเทนต์ที่เข้ากับแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้ติดตามกลุ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น โดยใช้ Long Form เป็นจุดตั้งต้น และกระจายคอนเทนต์เพื่อไม่ให้จมอยู่ในแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง โดยเลือกคอนเทนต์ในแต่ละแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มยอดวิวให้สูงมากขึ้น</p>
<p><strong>&#8211; Fanclub</strong> : การชูจุดเด่น​ทั้งคน สัตว์เลี้ยง หรือสินค้าที่อยู่ในช่อง เพื่อสร้างฐานแฟนคลับและนำมาซึ่งการสนับสนุนสินค้าหรือบริการ​ที่ช่องขาย ซึ่งเป็นการนำเสนอคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ผ่าน Emotional จากตัวตน ​ความแตกต่าง หรือ Story เรื่องราวของเจ้าของช่อง ที่ทำให้คนดูแล้วอยากสนับสนุน ทั้งการซื้อสินค้าในช่อง หรือการส่งสติกเกอร์ หรือของขวัญให้</p>
<p>ซึ่งจากทั้ง 5 โมเดลนี้ การสร้างให้เกิดแฟนคลับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด แต่ถ้าสามารถทำได้สำเร็จแล้วจะสามารถต่อยอดจากฐานแฟนคลับที่มีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และสามารถเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งได้ในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28903 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/On-Stage2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>10 เช็คลิสต์เป็นอินฟลูได้อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>คุณแอ๊ม</strong> ยังให้​เช็คลิสต์ สำหรับผู้ที่อยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ประสบความสำเร็จและสามารถยึดเป็นอาชีพในอนาคตได้ ต้องมีองค์ประกอบ 10 ข้อต่อไปนี้ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>Personality :</strong> การมีบุคลิกภาพที่ดี มีเสน่ห์ น่ามองน่าติดตาม</p>
<p><strong>Uniqueness :</strong> มีตัวตนที่ชัดเจนโดดเด่น ไม่ซ้ำกับคนอื่น</p>
<p><strong>Expert :</strong> มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เล่า รู้ลึก มีข้อมูลชัดเจน</p>
<p><strong>Storytelling :</strong> เล่าเรื่องเก่ง การเลือกใช้คำพูด และนำ้เสียงที่ดี ชวนให้ติดตาม</p>
<p><strong>Variety :</strong> ไม่ทำคอนเทนต์ที่เน้นแต่ขายของ หรือรีวิวอย่างเดียว พยายามสร้างเนื้อหาที่หลากหลาย เพื่อไม่ให้คนดูเบื่อ</p>
<p><strong>Original Content</strong> : การสร้างเนื้อหาให้มีความน่าสนใจ ในรูปแบบหรือสไตล์ของตัวเอง ไม่เน้นทำตามกระแส หรือลอกเลียนช่องอื่นๆ การมีออริจินัลคอนเทนต์จะทำให้ช่องมีความโดดเด่น และถูกนึกถึงได้เป็นอันดับแรกๆ แต่ถ้าไม่มี​ก็จะเป็นได้แค่ทางเลือก</p>
<p><strong>Fanclub / Community :</strong> การสร้างฐานลูกค้าที่คอยช่วยสนับสนุน ผ่านคอนเทนต์ที่ต่อเนื่อง และต่อยอดสู่กิจกรรม หรือสร้างการมีส่วนร่วม เพิ่มความใกล้ชิดได้มากขึ้น รวมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อพัฒนาคอนเทนต์ได้มากขึ้น</p>
<p><strong>Consistency :</strong> มีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ และทำคลิปที่มีคุณภาพ</p>
<p><strong>Equipment :</strong> ความพร้อมของอุปกรณ์ในการถ่ายทำ เช่น กล้อง ไฟ ฉากสำหรับ Live หรือถ่ายทำคอนเทนต์</p>
<p><strong>Professional :</strong> การทำงานอย่างมืออาชีพกับแบรนด์ รับผิดชอบต่องาน ตรงต่อเวลา มีวินัย และมีอัตราการจ้างที่ชัดเจน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28884 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;<strong>ปัญหาส่วนใหญ่ของอินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ มักมาจากการหาตัวตน​​ไม่เจอ รวมท้ังปัญหาจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ที่อาจจะเล่าเรื่องไม่สนุก ไม่สร้างสรรค์ หรือไม่มีออริจินัลคอนเทนต์ภายในช่อง ทำให้กลายเป็นแค่ทางเลือก </strong>ซึ่งการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ​สามารถหารายได้จากทุกโมเดล ไม่จำเป็นต้องเลือกโมเดลใดโมเดลหนึ่ง แต่ให้เลือกรูปแบบคอนเทนต์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อสามารถทำได้อย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะในกลุ่ม Short VDO ที่กำลังได้รับความนิยมและมีโอกาสเข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น รวมทั้งต้องทำอย่างมีระบบ และมีแบบแผน เพื่อสามารถรักษาการตอบรับที่ดีไว้ได้ในระยะยาว<strong> ที่สำคัญต้องไม่ติดกับสำคัญจากการโฟกัสแค่ยอดวิว แต่ต้องสามารถต่อยอดมาสู่การสร้างรายได้ด้วย การมีชื่อเสียงจาก​ยอดวิวหลักแสนหรือหลักล้าน แต่ไม่สามารถสร้างรายได้  สุดท้ายก็จะไม่ยั่งยืน และต้องเลิกทำไปในที่สุด&#8221;</strong> ​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/5-models-and-10-checklist-to-top-influencers/">5 โมเดล 10 เช็คลิสต์ หลุดกับดัก &#8216;อินฟลูตัวท็อป&#8217; ​ยอดวิวปัง แต่หาตังค์ไม่ได้ ​ชวนอัพสกิล Content Creator ให้ยั่งยืนและยึดเป็นอาชีพได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุภาลัย เปิดมุมมอง The Future of Workspace ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในยุคที่ทุกคนก็เป็น Content Creator ได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/supalai-idea-sharing-the-future-of-workspace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 12:44:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Content Creator]]></category>
		<category><![CDATA[Home Studio]]></category>
		<category><![CDATA[PIGKAPLOY]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Workspace]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Blogger]]></category>
		<category><![CDATA[Workspace]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยไพลิน ตั้งประภาพร]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์การอยู่อาศัยยุคใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22101</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศุภาลัย แท็กทีมทราเวลครีเอเตอร์สายลุย PIGKAPLOY เปิดมุมมอง Workspace สำหรับคนรุ่นใหม่ ในงาน iCreator Conference 2023 Presented by Supalai ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนรุ่นใหม่ชื่นชอบการครีเอทคอนเทนต์ ไม่ว่าจะทำเป็นงานอดิเรก หรือทำเป็นอาชีพ ดังนั้นการออกแบบที่อยู่อาศัยในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องส่งมอบทั้งดีไซน์ และฟังก์ชันให้สามารถตอบโจทย์คอนเทนค์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ได้ เวที “iCreator Conference 2023 Presented by Supalai” ในปีนี้ จึงได้มีการแชร์ไอเดียร่วมกันระหว่าง คุณไตรเตชะ ​ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และ คุณพลอยไพลิน ตั้งประภาพร หรือ Pigkaploy คอนเทนต์ครีเอเตอร์สาย Travel Blogger ในหัวข้อ The Future of Workspace ต่อยอดงาน Creative ด้วย Home Studio พร้อมร่วมกันแชร์ถึงความสำคัญของบ้านที่ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/supalai-idea-sharing-the-future-of-workspace/">ศุภาลัย เปิดมุมมอง The Future of Workspace ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในยุคที่ทุกคนก็เป็น Content Creator ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศุภาลัย แท็กทีมทราเวลครีเอเตอร์สายลุย PIGKAPLOY เปิดมุมมอง Workspace สำหรับคนรุ่นใหม่ ในงาน iCreator Conference 2023 Presented by Supalai</strong></p>
<p><span id="more-22101"></span></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนรุ่นใหม่ชื่นชอบการครีเอทคอนเทนต์ ไม่ว่าจะทำเป็นงานอดิเรก หรือทำเป็นอาชีพ ดังนั้นการออกแบบที่อยู่อาศัยในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องส่งมอบทั้งดีไซน์ และฟังก์ชันให้สามารถตอบโจทย์คอนเทนค์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ได้</p>
<p>เวที <strong>“iCreator Conference 2023 Presented by Supalai”</strong> ในปีนี้ จึงได้มีการแชร์ไอเดียร่วมกันระหว่าง <strong>คุณไตรเตชะ</strong> ​<strong>ตั้งมติธรรม</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และ <strong>คุณพลอยไพลิน ตั้งประภาพร</strong> หรือ <strong>Pigkaploy</strong> คอนเทนต์ครีเอเตอร์สาย Travel Blogger ในหัวข้อ <strong>The Future of Workspace</strong> <strong>ต่อยอดงาน Creative ด้วย Home Studio</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Supalai3-Resize.jpg" alt="" width="1200" height="837" /></p>
<p>พร้อมร่วมกันแชร์ถึงความสำคัญของบ้านที่ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็น Workspace แห่งแรงบันดาลใจ​ เพื่อให้เหล่าครีเอเตอร์ได้มีพื้นที่ทำงานและสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพอย่างไม่มีขีดจำกัด แม้แต่ Travel Blogger อย่าง คุณพลอย Pigkaploy ที่แม้ว่าจะทำคอนเทนต์สายท่องเที่ยว แต่ยอมรับว่าบ้านมีส่วนในการช่วยสร้างสรรค์ให้เกิดครีเอทีฟ ในการวางแผนการทำงาน หรือแม้แต่ช่วยไม่ให้เบิร์นเอ้าเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายจากการทำงาน</p>
<p>ขณะที่คุณไตรเตชะ แชร์แนวคิด​การออกแบบที่อยู่อาศัยของศุภาลัย ที่ให้ความสำคัญกับการดีไซน์ฟังก์ชันที่ต้องตอบโจทย์​ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างครอบคลุม ภายใต้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่ว่าจะเป็น การมี Private Space แม้จะไม่ได้อยู่คนเดียว แต่ทุกคนสามารถมีมุม​ส่วนตัวในการทำงาน หรือสร้างสรรค์ไอเดียของตัวเองได้อย่างอิสระ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Supalai2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งองค์ประกอบภายในห้อง เช่น การออกแบบครัวปิด สำหรับสายทำอาหารเพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนไปในพื้นที่ส่วนอื่นๆ หรือการออกแบบ Storage Room สำหรับแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์​ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่คนรุ่นใหม่นิยมทำเช่นกัน และอาจจำเป็นต้องการพื้นที่จัดเก็บสต็อกสินค้าอย่างเป็นสัดส่วน รวมทั้งพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพื่อนข้างกายของหลายๆ คน ก็สามารถจัดสรรให้อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวและมีความสุข</p>
<p>&#8220;การดีไซน์ฟังก์ชันให้ตอบโจทย์กลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ จึงสะท้อนได้ถึงการมีความเข้าใจเทรนด์การอยู่อาศัยของคนยุคใหม่ซึ่งเป็นสิ่งที่ศุภาลัยให้ความสำคัญมาโดยตลอด&#8221;​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/supalai-idea-sharing-the-future-of-workspace/">ศุภาลัย เปิดมุมมอง The Future of Workspace ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในยุคที่ทุกคนก็เป็น Content Creator ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Muji จับมือแบรนด์ไต้หวัน Gogoro ร่วมดีไซน์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสไตล์มินิมอล ผลิตจากขยะพลาสติก PP รีไซเคิล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/muji-hands-gogoro-design-escooter-life-in-motin/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Aug 2023 08:17:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[e-scooter]]></category>
		<category><![CDATA[Gogoro]]></category>
		<category><![CDATA[Life in motion]]></category>
		<category><![CDATA[MUJI]]></category>
		<category><![CDATA[Muji x Gogoro]]></category>
		<category><![CDATA[Naoto Fukasawa]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling for Good]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20381</guid>

					<description><![CDATA[<p>MUJI จับมือ Gogoro ผู้นำในธุรกิจด้าน Mobility และแบตเตอรี่สัญชาติไต้หวัน ร่วมโปรเจ็กต์​ส่งเสริมไลฟ์สไตล์เพื่อความยั่งยืน &#8216;Recycling for Good&#8217; สร้างสรรค์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นลิมิเต็ด สไตล์มินิมอล จากพลาสติก PP (polypropylene) รีไซเคิลได้ 100% เริ่มนำร่องในตลาดไต้หวัน โดย Gogoro ​เคยเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลาสติก PP ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงและทนทาน ซึ่งผ่านการรีไซเคิลมาทั้ง 100% มาผลิตเป็นตัวถังสกู๊ตเตอร์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก่อนหน้านี้ในปี 2019 ก่อนจะต่อยอดความร่วมมือกับแบรนด์ที่มีความโดดเด่นทางด้านดีไซน์อย่างมูจิ เพื่อขยายการรับรู้ในเรื่องของขยะพลาสติกมากขึ้น ในคอลเลคชั่นใหม่อย่าง &#8216;Life in motion&#8217; สำหรับการขับขี่ในเมือง โดยมี Naoto Fukasawa ​​ที่ปรึกษาด้านการออกแบบของ MUJI  มาเป็นดีไซเนอร์หลักการออกแบบในคอลเลคชั่นใหม่นี้  โดยตัวรถทำพลาสติกโพลีโพรพีลีน (PP) ที่รีไซเคิลได้ 100% และส่วนประกอบบางส่วนทำจากวัตถุดิบรีไซเคิล PCR PP (Post-Consumer Recycled PP) โดยมีหลักการสำคัญในการออกแบบคือ มีความจริงใจและซื่อสัตย์ทั้งต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิต รวมทั้งการได้ผลลัพธ์จากความร่วมมือไม่ใช่แค่ 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/muji-hands-gogoro-design-escooter-life-in-motin/">Muji จับมือแบรนด์ไต้หวัน Gogoro ร่วมดีไซน์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสไตล์มินิมอล ผลิตจากขยะพลาสติก PP รีไซเคิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>MUJI</strong> จับมือ <strong>Gogoro</strong> ผู้นำในธุรกิจด้าน Mobility และแบตเตอรี่สัญชาติไต้หวัน ร่วมโปรเจ็กต์​ส่งเสริมไลฟ์สไตล์เพื่อความยั่งยืน <strong>&#8216;Recycling for Good&#8217;</strong> สร้างสรรค์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นลิมิเต็ด สไตล์มินิมอล จากพลาสติก PP (polypropylene) รีไซเคิลได้ 100% เริ่มนำร่องในตลาดไต้หวัน</p>
<p><span id="more-20381"></span></p>
<p>โดย <strong>Gogoro</strong> ​เคยเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลาสติก PP ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงและทนทาน ซึ่งผ่านการรีไซเคิลมาทั้ง 100% มาผลิตเป็นตัวถังสกู๊ตเตอร์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก่อนหน้านี้ในปี 2019 ก่อนจะต่อยอดความร่วมมือกับแบรนด์ที่มีความโดดเด่นทางด้านดีไซน์อย่างมูจิ เพื่อขยายการรับรู้ในเรื่องของขยะพลาสติกมากขึ้น ในคอลเลคชั่นใหม่อย่าง<strong> &#8216;Life in motion&#8217; </strong>สำหรับการขับขี่ในเมือง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20386 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Designer.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>โดยมี<strong> Naoto Fukasawa</strong> ​​ที่ปรึกษาด้านการออกแบบของ MUJI  มาเป็นดีไซเนอร์หลักการออกแบบในคอลเลคชั่นใหม่นี้  โดยตัวรถทำพลาสติกโพลีโพรพีลีน (PP) ที่รีไซเคิลได้ 100% และส่วนประกอบบางส่วนทำจากวัตถุดิบรีไซเคิล PCR PP (Post-Consumer Recycled PP) โดยมีหลักการสำคัญในการออกแบบคือ มีความจริงใจและซื่อสัตย์ทั้งต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิต รวมทั้งการได้ผลลัพธ์จากความร่วมมือไม่ใช่แค่ 1 บวก 1 แล้วได้ 2 แต่ต้องสามารถส่งมอบคุณค่าได้มากกว่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20384 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/12.jpg" alt="" width="1200" height="979" /></p>
<p>ทั้งนี้  ตัวสกู๊ตเตอร์ยั่งยืนในคอลเล​คชั่น<strong> &#8216;Life in motion&#8217;</strong> ได้เปิดตัวจำนวน 2 รุ่น คือ  <strong>Gogoro VIVA MIX ME</strong> และ<strong> VIVA ME</strong> ที่มาในแบบมูจิสไตล์ เน้นความเรียบง่าย และมินิมอล ใน 2 โทนสี คือ ​​<strong>โทนสีน้ำตาลอบอุ่น</strong> ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสีตามธรรมชาติของมูจิ สะท้อนพลังงานจากส่ิงแวดล้อม และ<strong>โทนสีเทา</strong> ซึ่งเข้ากับโทนสีของถนนและอาคารต่างๆ ในไต้หวัน</p>
<p>​นอกจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นแล้ว ยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ขับขี่ อาทิ หมวกกันน็อค ที่วางแก้วแบบพกพา กระเป๋าใส่ของ และผ้าคลุมรถแบบกันน้ำ เป็นต้น โดยรถรุ่นดังกล่าวจะเริ่มทำตลาดก่อนในไต้หวัน ซึ่งมีการใช้รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันจำนวนมาก โดยขายผ่านตัวแทนจำหน่ายของ Gogoro และในร้านมูจิ 17 สาขาในไต้หวัน พร้อมทั้งยังเป็นจุด Drop point สำหรับขยะพลาสติกเพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลและนำไปแปรรูปสำหรับสร้างสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20385 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><a href="https://www.facebook.com/muji.tw" target="_blank" rel="noopener">source </a></p>
<p><a href="https://www.facebook.com/GogoroTaiwan" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/viva-me" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/muji-hands-gogoro-design-escooter-life-in-motin/">Muji จับมือแบรนด์ไต้หวัน Gogoro ร่วมดีไซน์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสไตล์มินิมอล ผลิตจากขยะพลาสติก PP รีไซเคิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SEAC แนะสร้าง Smart People ด้วย SMART Learning แก้ปัญหา “เรียนเยอะ ใช้ได้น้อย&#8221; หมดยุคความรู้ท่วมหัว แต่เอาไปใช้ไม่ได้จริง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/seac-smart-learning-built-smart-people/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jul 2023 06:45:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CTC2023 FESTIVAL]]></category>
		<category><![CDATA[Development]]></category>
		<category><![CDATA[Execute]]></category>
		<category><![CDATA[hard skills]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[implement]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[SEAC]]></category>
		<category><![CDATA[SMART Learning]]></category>
		<category><![CDATA[Smart People]]></category>
		<category><![CDATA[Soft skills]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนรู้ตลอดชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนอย่างชาญฉลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ซีแอค]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล]]></category>
		<category><![CDATA[อริญญา เถลิงศรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19859</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทักษะการทำงานในยุค Post Covid ต้องเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ให้ตัวเองอยู่เสมอ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะการเพิ่มพูนทักษะที่ปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันไม่อาจมีได้ เช่น ความสามารถในการนำข้อมูลที่มีไปต่อยอดเพิ่มเติม เพื่อประยุกต์ใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ “เรียนเยอะ ใช้ได้น้อย&#8221; ​การเรียนรู้ยุคความรู้ท่วมหัว คุณนิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล Product Director ของ SEAC (ซีแอค) กล่าวผ่านเวที CTC2023 Festival ในหัวข้อ “How to Build Workforce SMARTer : Innovations in People Development for a Greater Impact” ว่า ​การเติมทักษะใหม่ให้พนักงาน คือวาระแห่งชาติของการแข่งขันในยุคเทคโนโลยีก้าวหน้า​ ทำให้คนวัยทำงานเข้าอบรมเรียนออนไลน์มากขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงโควิด-19​ แต่จุดที่น่าสนใจจากรายงานของ Harvard Business School พบว่าคนในองค์กรที่เข้าเรียนอบรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/seac-smart-learning-built-smart-people/">SEAC แนะสร้าง Smart People ด้วย SMART Learning แก้ปัญหา “เรียนเยอะ ใช้ได้น้อย&#8221; หมดยุคความรู้ท่วมหัว แต่เอาไปใช้ไม่ได้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทักษะการทำงานในยุค Post Covid ต้องเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ให้ตัวเองอยู่เสมอ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะการเพิ่มพูนทักษะที่ปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันไม่อาจมีได้ เช่น ความสามารถในการนำข้อมูลที่มีไปต่อยอดเพิ่มเติม เพื่อประยุกต์ใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์</p>
<p><span id="more-19859"></span></p>
<p><strong>“เรียนเยอะ ใช้ได้น้อย&#8221; ​การเรียนรู้ยุคความรู้ท่วมหัว</strong></p>
<p><strong>คุณนิภัทรา</strong> <strong>ตั้งพจน์ทวีผล</strong> Product Director ขอ<strong>ง SEAC (ซีแอค)</strong> กล่าวผ่านเวที <strong>CTC2023 Festival</strong> ในหัวข้อ <strong>“How to Build Workforce SMARTer : Innovations in People Development for a Greater Impact</strong>” ว่า ​การเติมทักษะใหม่ให้พนักงาน คือวาระแห่งชาติของการแข่งขันในยุคเทคโนโลยีก้าวหน้า​ ทำให้คนวัยทำงานเข้าอบรมเรียนออนไลน์มากขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงโควิด-19​</p>
<p><em><strong>แต่จุดที่น่าสนใจจากรายงานของ Harvard Business School พบว่าคนในองค์กรที่เข้าเรียนอบรม มีเพียง 12% ที่บอกว่าสามารถนำความรู้มาใช้ในการทำงานจริง หมายความว่า 88% ได้ผลกลับมาน้อย คือเรียนเยอะแต่ใช้ได้นิดเดียว </strong></em></p>
<p><em>&#8220;เราต้องการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้เร็วกว่าที่เคย ปัญหาไม่ใช่เรียนที่ไหน และเรียนอะไร แต่คือการที่เราจะเรียนอย่างไร ให้เรียนน้อยได้มากต่างหาก&#8221;</em> คุณนิภัทรา กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19861 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/คุณนิภัทรา-ตั้งพจน์ทวีผล-Product-Director-ของ-SEAC-ซีแอค.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้าง </strong><strong>Smart People เพื่อให้เรียนแล้วใช้ได้จริง </strong></p>
<p>จากการทำวิจัยมานานกว่า 18 ปี ของ SEAC (ซีแอค) ค้นพบปัญหาสำคัญ <strong>5 เรื่อง ที่ทำให้ไม่สามารถนำความรู้มาใช้ทำงานจริงได้</strong>  คือ 1) ไม่ชัดเจนว่าเรียนแล้วเอาไปใช้กับใคร ใช้ตรงไหน  2) เรียนอยู่รูปแบบเดียวให้จบไปเป็นครั้งๆ  3) การออกแบบหลักสูตรที่เน้นเรียนให้ครบ แต่ไม่เน้นให้ลงมือทำ  4) เนื้อหาการเรียนเน้นทฤษฎี เชื่อมโยงกับชีวิตจริงไม่ได้ และ 5) ขาดกลไกและตัวช่วยให้เกิดการผลักดันการเรียนรู้ด้วยตัวเอง</p>
<p>พร้อมทั้งการหาคำตอบถึง <strong>5 </strong><strong>หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง</strong> ประกอบด้วย 1) ผู้เรียนต้องเริ่มต้นโดยรู้ว่าเรียนไปทำไม ตั้งแต่ก่อนเริ่มเรียน  2) ผู้เรียนรู้สิ่งที่คาดหวังจากตัวเองคืออะไร 3) ผู้เรียนรู้สึกตื่นเต้น และรู้ว่ามีคนที่มี Passion คล้ายคลึงกันหลายคนที่จะเรียนไปด้วยกัน เพื่อกระตุ้นให้รู้สึกอยากเรียน 4)​ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาและพร้อมออกไปลงมือทำจริง และ 5) การนำไปปรับใช้จริงตามบริบทของแต่ละคน</p>
<p><b> <strong>มากกว่าแค่ได้เรียน แต่ต้องมีพื้นที่ให้ฝึกปฏิบัติจริง</strong></b></p>
<p><strong>คุณอริญญา</strong> <strong>เถลิงศรี</strong> <strong>กรรมการผู้จัดการ</strong> <strong>และผู้ก่อตั้ง</strong><strong> SEAC (</strong><strong>ซีแอค</strong><strong>)</strong> กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปี คำว่า<strong> SMART Learning</strong> หรือ <strong>การเรียนอย่างชาญฉลาด</strong> ได้รับการพูดถึงอย่างมากในแวดวงสถาบันพัฒนาทักษะทั่วโลก โดยสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับคำนี้คือ</p>
<p><strong>1. การเรียนแล้วนำเอาไปใช้ได้จริง</strong> เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี​ เพราะการรู้เยอะไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จ แต่เป็นการทราบว่าสิ่งที่เรารู้นั้นจะสามารถนำไปต่อยอดได้อย่างไร</p>
<p><strong>2.</strong> <strong>ไม่ยึดติดว่าจะเรียนแค่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง</strong> เช่น เรียนออนไลน์เท่านั้น เรียนให้ครบ 4 ปีตามหลักสูตรมหาวิทยาลัยเท่านั้น หรือเรียนครบหนึ่งคอร์สแล้วจบเลย แต่ยุคนี้ต้องถามตัวเองว่า เราจะเรียนรู้เพิ่มอีกอย่างไร และอย่าเรียนทีละมากๆ แต่ต้องพยายามเรียนแล้วนำไปใช้ทีละเรื่องให้ถูกต้องตามบริบท</p>
<p>ทั้งนี้ เครื่องมือที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่าน​ <strong>6 Learning Labs</strong> หรือ <strong>ตัวเร่งที่ช่วยให้ผู้เรียนนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง</strong> ประกอบด้วย  1.) การตั้งเป้าหมายให้ชัดว่าใช้ที่ไหน และใช้เมื่อไหร่ 2.) การตกผลึกความรู้ ย่อยเรื่องยาก ซับซ้อนให้ง่ายขึ้น 3.) การสร้างความมั่นใจที่จะลองทำ 4.) การได้ฝึกซ้อมใช้ทักษะความรู้จากสิ่งที่เรียน 5.) การลงมือทำจริง ในสนามจริง และ 6.) มีผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาได้ คอยสนับสนุนตลอดเส้นทางการเรียนรู้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19860 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/6-Learning-Labs.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;ในโลกยุคปัจจุบัน การมีความรู้มากมาย ไม่ได้จะทำให้ประสบความสำเร็จ แต่คนที่มีทักษะที่เรียนอย่างฉลาด เรียนแล้วทดลอง คือคนที่ชนะในวันนี้  <strong>Smart People ต้องเริ่มที่ SMART Learning เพราะคนไม่ทึ่งกับการอ่านหนังสือมากๆ แล้วนำมาพูดได้ หรือเป็นคนที่มีความรู้เฉพาะที่หาอ่านได้จาก Google หรือ ChatGPT อีกต่อไป แต่จะนับถือคนที่นำสิ่งที่รู้ไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม เ</strong>พราะในวงการการศึกษาทั่วโลก คนที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นได้ ไม่ได้เรียนจบในห้องเรียน แต่ต้องเริ่มการมีวินัยที่ตัวเอง และรู้ตลอดเวลาว่า เรานำความรู้อะไรไปใช้ ถ้าต้องการประสบความสำเร็จต่อเนื่อง เราจะต้องเรียนเพื่อนำไปฉลาดใช้&#8221;</em> คุณอริญญา กล่าว</p>
<p>และในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพผู้นำ บุคลากรและองค์กร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต <strong>SEAC</strong><strong> (ซีแอค)</strong> พร้อมนำความเชี่ยวชาญในการออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นการนำไปปรับใช้ได้จริง ผสานทั้งเทคโนโลยี เครื่องมือ หลักสูตรระดับเวิล์ดคลาส ประสบการณ์ ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญ และสังคมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมผลลัพธ์ และสร้างความสำเร็จให้แก่องค์กรธุรกิจทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>หากหน่วยงานหรือองค์กรใดที่สนใจหลักสูตรการพัฒนาผู้นำและบุคลากรในองค์กร ด้วยวิธีการ รูปแบบและเครื่องมือที่สามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ได้จริง สามารถติดตามได้ที่เพจ Facebook : SEAC หรือเว็บไซต์ที่ <a href="https://bit.ly/43OSnks" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/43OSnks</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/seac-smart-learning-built-smart-people/">SEAC แนะสร้าง Smart People ด้วย SMART Learning แก้ปัญหา “เรียนเยอะ ใช้ได้น้อย&#8221; หมดยุคความรู้ท่วมหัว แต่เอาไปใช้ไม่ได้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไอเดียสุดเจ๋ง Makro โคลอมเบีย ร่วมกับเอเจนซี่ Grey ใช้เฉดสีบนสติกเกอร์เป็นเครื่องมือช่วยลด Food waste</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/makro-life-extending-stickers-use-color-as-a-tool-reduce-food-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 10:51:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grey]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[Makro Life Extending Stickers]]></category>
		<category><![CDATA[Makro Supermarkets]]></category>
		<category><![CDATA[Sticker Label]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาก]]></category>
		<category><![CDATA[สติกเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19802</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนคงมีประสบการณ์ช้อปปิ้งผักผลไม้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต และส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับฉลากแบบสติกเกอร์ที่ติดไว้บนเปลือกของผลไม้แต่ละประเภท​ ซึ่งส่วนใหญ่สติกเกอร์เหล่านี้มักจะติดไว้เพื่อบอกว่าแบรนด์ชื่ออะไร โดยไม่ได้ก่อประโยชน์ในด้านอื่นๆ และในหลายๆ ครั้ง สติกเกอร์เหล่านี้ก็กลายเป็นขยะไปพร้อมกับผักผลไม้ หากไม่สามารถจำหน่ายได้ โดยเฉพาะหากผักผลไม้เหล่านี้เริ่มสุกงอม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็มักจะหลีกเลี่ยงการเลือกซื้อ​หรือไม่บริโภคต่อ ทำให้ปริมาณขยะอาหาร หรือ Food waste ในกลุ่มผักผลไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ รวมทั้งจากบ้านเรือนมีจำนวนค่อนข้างมาก ซึ่งจากสถิติขององค์กรอาหารและการเกษตร (FAO) และกรมการวางแผนแห่งชาติ พบว่า โคลอมเบียสร้างขยะอาหารในปริมาณ 6.1 ล้านตันต่อปี โดย 40% ของขยะอาหารเหล่านั้นเป็นผักและผลไม้ เป็นเหตุผลให้ Makro Supermarkets ในประเทศโคลอมเบีย จับมือกับเอเจนซี่ Grey สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่าง Makro Life Extending Stickers ที่สามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างยั่งยืน โดยการเปลี่ยนสติกเกอร์บอกชื่อแบรนด์ที่ติดไว้บนผักและผลไม้ซึ่งไม่สามารถสร้างประโยชน์อื่นใด​ มาเป็นการใช้สติกเกอร์แบบที่มีเฉดสีเหมือนผักผลไม้ชนิดต่างๆ เพื่อใช้บ่งบอกระดับความสุกงอมของผักผลไม้แต่ละประเภท พร้อมด้วยข้อความที่ระบุรายละเอียดว่าความสุกของแต่ละสีที่แตกต่างกันนั้น นั้นสามารถนำไปต่อยอดเพื่อทำเมนูประเภทใดได้บ้าง เพื่อเป็นไอเดียรวมทั้ง​ให้ความรู้ ​ หรือช่วยเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของลูกค้าที่มักจะหลีกเลี่ยงการซื้อหรือบริโภคผักและผลไม้ที่เริ่มจะสุกแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในสติกเกอร์ขนาดราว 1&#215;1 นิ้ว และข้อมูลบนสติกเกอร์จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจในการรับประทานหรือนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเมนูในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติม​ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะอาหารในกลุ่มผักและผลไม้​ จากที่ก่อนหน้านี้คนส่วนใหญ่มักทิ้งผักผลไม้เหล่านั้นลงถังเมื่อสภาพของมันดูไม่น่ารับประทานอีกต่อไป Juan José [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/makro-life-extending-stickers-use-color-as-a-tool-reduce-food-waste/">ไอเดียสุดเจ๋ง Makro โคลอมเบีย ร่วมกับเอเจนซี่ Grey ใช้เฉดสีบนสติกเกอร์เป็นเครื่องมือช่วยลด Food waste</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนคงมีประสบการณ์ช้อปปิ้งผักผลไม้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต และส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับฉลากแบบสติกเกอร์ที่ติดไว้บนเปลือกของผลไม้แต่ละประเภท​ ซึ่งส่วนใหญ่สติกเกอร์เหล่านี้มักจะติดไว้เพื่อบอกว่าแบรนด์ชื่ออะไร โดยไม่ได้ก่อประโยชน์ในด้านอื่นๆ</p>
<p><span id="more-19802"></span></p>
<p>และในหลายๆ ครั้ง สติกเกอร์เหล่านี้ก็กลายเป็นขยะไปพร้อมกับผักผลไม้ หากไม่สามารถจำหน่ายได้ โดยเฉพาะหากผักผลไม้เหล่านี้เริ่มสุกงอม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็มักจะหลีกเลี่ยงการเลือกซื้อ​หรือไม่บริโภคต่อ ทำให้ปริมาณขยะอาหาร หรือ Food waste ในกลุ่มผักผลไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ รวมทั้งจากบ้านเรือนมีจำนวนค่อนข้างมาก</p>
<p>ซึ่งจากสถิติขององค์กรอาหารและการเกษตร (FAO) และกรมการวางแผนแห่งชาติ พบว่า โคลอมเบียสร้างขยะอาหารในปริมาณ 6.1 ล้านตันต่อปี โดย 40% ของขยะอาหารเหล่านั้นเป็นผักและผลไม้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19805 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Makro-Sticker3.jpg" alt="" width="1200" height="870" /></p>
<p>เป็นเหตุผลให้<strong> Makro Supermarkets</strong> ในประเทศโคลอมเบีย จับมือกับเอเจนซี่ <strong>Grey</strong> สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่าง <strong>Makro Life Extending Stickers</strong> ที่สามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างยั่งยืน โดยการเปลี่ยนสติกเกอร์บอกชื่อแบรนด์ที่ติดไว้บนผักและผลไม้ซึ่งไม่สามารถสร้างประโยชน์อื่นใด​ มาเป็นการใช้สติกเกอร์แบบที่มีเฉดสีเหมือนผักผลไม้ชนิดต่างๆ เพื่อใช้บ่งบอกระดับความสุกงอมของผักผลไม้แต่ละประเภท</p>
<p>พร้อมด้วยข้อความที่ระบุรายละเอียดว่าความสุกของแต่ละสีที่แตกต่างกันนั้น นั้นสามารถนำไปต่อยอดเพื่อทำเมนูประเภทใดได้บ้าง เพื่อเป็นไอเดียรวมทั้ง​ให้ความรู้ ​ หรือช่วยเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของลูกค้าที่มักจะหลีกเลี่ยงการซื้อหรือบริโภคผักและผลไม้ที่เริ่มจะสุกแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในสติกเกอร์ขนาดราว 1&#215;1 นิ้ว และข้อมูลบนสติกเกอร์จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจในการรับประทานหรือนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเมนูในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติม​ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะอาหารในกลุ่มผักและผลไม้​ จากที่ก่อนหน้านี้คนส่วนใหญ่มักทิ้งผักผลไม้เหล่านั้นลงถังเมื่อสภาพของมันดูไม่น่ารับประทานอีกต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19806 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Makro-Sticker2.jpg" alt="" width="1200" height="856" /></p>
<p>Juan José Posada ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการสร้างสรรค์ ของ Grey กล่าวว่า “ผู้คนมักทิ้งผักผลไม้เพราะสภาพมันดูไม่สวย แต่ด้วยการสร้างสรรค์สติกเกอร์ขนาด 1&#215;1 นิ้ว จะช่วยยืดอายุผักผลไม้เหล่านั้น และเมนูอาหารอร่อยๆ จะเป็นรางวัลให้แก่ลูกค้า” เขายังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า “การจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าคงทำได้ยาก แต่ไอเดียสดใหม่นี้จะมีส่วนช่วยให้ในการต่อสู้กับปัญหาขยะอาหารเพื่อโลกของเราได้”</p>
<p><a href="https://thedieline.com/blog/2023/7/5/tiny-stickers-combat-massive-food-waste-issues-by-using-color-as-a-tool" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.grey.com/data-visualization-brought-to-you-by-nature" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/makro-life-extending-stickers-use-color-as-a-tool-reduce-food-waste/">ไอเดียสุดเจ๋ง Makro โคลอมเบีย ร่วมกับเอเจนซี่ Grey ใช้เฉดสีบนสติกเกอร์เป็นเครื่องมือช่วยลด Food waste</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Nespresso จับมือ Vélosophy เปิดตัวจักรยานจากแคปซูลกาแฟเวอร์ชัน 2 การหลอมรวมไลฟ์สไตล์เข้ากับความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/bicycle-crafted-from-recycled-coffee-capsule/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Jun 2023 09:55:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[.Nespresso]]></category>
		<category><![CDATA[California Fream Blue]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee Capsule]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[Vélosophy]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอลูมีเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[แคปซูลกาแฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19059</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากเปิดตัวจักรยาน RE:CYCLE ที่ทำจากวัสดุอลูมีเนียมรีไซเคิลที่ได้จากแคปซูลกาแฟครั้งแรกในปี 2019 มาในปีนี้ Nespresso ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องในการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนด้วยการสร้างสรรค์จักรยาน RE:CYCLE เวอร์ชั่น 2 ที่ไฉไลกว่าเดิม และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “California Fream Blue” Nestle โดย Nespresso จับมือกับ Vélosophy แบรนด์จักรยานจากอลูมิเนียมรีไซเคิล สัญชาติสวีเดน ที่เห็นคุณค่าของการนำขยะอลูมีเนียมจากแคปซูลกาแฟมารีไซเคิล เพื่อคืนชีวิตให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้ต่อ และสะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ Nespresso ที่มีต่อความยั่งยืนผ่านวัสดุที่ใช้และการออกแบบจักรยานดังกล่าว สำหรับจักรยานรุ่นนี้ ประกอบด้วยอลูมีเนียมรีไซเคิลถึง 95% โดย 20% เป็นอลูมีเนียมรีไซเคิลที่ได้จากขยะแคปซูลของแบรนด์ Nespresso นั่นเอง ซึ่งอลูมีเนียมนับเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดในโลก เพราะว่าสามารถหลอมละลายและนำกลับมาใช้ใหม่ได้แบบไม่รู้จบ จักรยาน RE:CYCLE เวอร์ชั่นใหม่นี้ ได้เปิดตัวขึ้นที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ แสดงถึงความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของความยั่งยืนและสไตล์ Vélosophy ตกแต่งด้วยสีฟ้าอ่อน ซึ่งเป็นสีของแคปซูล Nespresso Ice Leggero  ซึ่งเป็นสีที่เข้ากันอย่างกลมกลืนกับดีเทลจักรยานในส่วนอื่นๆ ที่มีสีแทน พร้อมนำสัมผัสที่แฟนๆ Nespresso ชื่นชอบกลับมา เช่น กระดิ่งทรงแคปซูล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/bicycle-crafted-from-recycled-coffee-capsule/">Nespresso จับมือ Vélosophy เปิดตัวจักรยานจากแคปซูลกาแฟเวอร์ชัน 2 การหลอมรวมไลฟ์สไตล์เข้ากับความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากเปิดตัวจักรยาน <strong>RE:CYCLE</strong> ที่ทำจากวัสดุอลูมีเนียมรีไซเคิลที่ได้จากแคปซูลกาแฟครั้งแรกในปี 2019 มาในปีนี้ <strong>Nespresso</strong> ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องในการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนด้วยการสร้างสรรค์จักรยาน RE:CYCLE เวอร์ชั่น 2 ที่ไฉไลกว่าเดิม และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า<strong> “California Fream Blue”</strong></p>
<p><span id="more-19059"></span></p>
<p><strong>Nestle</strong> โดย <strong>Nespresso</strong> จับมือกับ <strong>Vélosophy</strong> แบรนด์จักรยานจากอลูมิเนียมรีไซเคิล สัญชาติสวีเดน ที่เห็นคุณค่าของการนำขยะอลูมีเนียมจากแคปซูลกาแฟมารีไซเคิล เพื่อคืนชีวิตให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้ต่อ และสะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ Nespresso ที่มีต่อความยั่งยืนผ่านวัสดุที่ใช้และการออกแบบจักรยานดังกล่าว</p>
<p>สำหรับจักรยานรุ่นนี้ ประกอบด้วยอลูมีเนียมรีไซเคิลถึง 95% โดย 20% เป็นอลูมีเนียมรีไซเคิลที่ได้จากขยะแคปซูลของแบรนด์ Nespresso นั่นเอง ซึ่งอลูมีเนียมนับเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดในโลก เพราะว่าสามารถหลอมละลายและนำกลับมาใช้ใหม่ได้แบบไม่รู้จบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19060 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Bicycle-Nest4.jpg" alt="" width="1200" height="712" /></p>
<p>จักรยาน RE:CYCLE เวอร์ชั่นใหม่นี้ ได้เปิดตัวขึ้นที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ แสดงถึงความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของความยั่งยืนและสไตล์ Vélosophy ตกแต่งด้วยสีฟ้าอ่อน ซึ่งเป็นสีของแคปซูล Nespresso Ice Leggero  ซึ่งเป็นสีที่เข้ากันอย่างกลมกลืนกับดีเทลจักรยานในส่วนอื่นๆ ที่มีสีแทน พร้อมนำสัมผัสที่แฟนๆ Nespresso ชื่นชอบกลับมา เช่น กระดิ่งทรงแคปซูล และตระกร้าไม้โอ๊คดัดไอน้ำที่มีลักษณะคล้ายที่จับถ้วยกาแฟ เพื่อประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีที่สุดในขณะเดินทาง โดยการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากแคมเปญฤดูร้อนปี 2023 ของ Nespresso และได้ทำกการผลิตออกมาทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น eBike</p>
<p>โดยการจำหน่ายจักรยานรุ่นนี้ในทุกๆ คัน ทาง Vélosophy ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า จะบริจาคจักรยานแบบ 1 ต่อ 1 ให้กับเด็กนักเรียนหญิงในประเทศกำลังพัฒนา สำหรับการขายจักรยาน RE:CYCLE ทุกคันที่สร้างโดย Vélosophy ร่วมกับ Nespresso โดยจักรยานอีกคันจะบริจาคผ่าน World Bicycle Relief</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19061 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/bicycle-Nest3.jpg" alt="" width="395" height="593" /></p>
<p>ทั้งนี้ จักรยาน RE:CYCLE สุดเก๋คันนี้ จะวางจำหน่ายบนเว็บไซต์ Vélosophy ในช่วงปลายกรกฎาคมนี้ สนนราคาอยู่ที่ 1,590 ยูโร (1,700 เหรียญสหรัฐฯ) สำหรับจักรยานปั่นธรรมดา แต่สำหรับจักรยานไฟฟ้าจำหน่ายที่ราคา 2,795 ยูโร (2,988 เหรียญสหรัฐฯ)</p>
<p><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fnestle-nespresso.com%2Fnews%2Fnespresso-takes-recycling-up-a-gear-with-bicycle-made-from-capsules%3Ffbclid%3DIwAR2Phck6BQ11bDV7UjaeLVHTF00HF2O9RnlQAcFiOkwSxIiedI-H9B2iTjQ&amp;h=AT3C0pPpZOvM6_YRDy8jQdn2aB4Zb4lJeF8K1F82mYe-MBkpHO52ONO9LOi5nVeEY2ixojBDF8o_W6B-8EJ4_fe1MKuESmVi5Uqd0hVw9MM_s473tLrttXAnABP45OIFTH_xr9459x1mfaRQrqwpJDHA" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://nestle-nespresso.com/nespresso-takes-recycled-capsule-bicycle" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://designtaxi.com/news/423738/Nespresso-Brews-Up-Chic-Bicycle-Crafted-From-Recycled-Coffee-Capsules/?fbclid=IwAR0FVr979W-JYUf2-AvLBW6d2DPRTlrSiRIMstmsItZqcLG1lAgkl-H6lQo" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/bicycle-crafted-from-recycled-coffee-capsule/">Nespresso จับมือ Vélosophy เปิดตัวจักรยานจากแคปซูลกาแฟเวอร์ชัน 2 การหลอมรวมไลฟ์สไตล์เข้ากับความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
