<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Trending &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/category/trending/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 19 Sep 2026 09:42:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Trending &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ITD เดินหน้า &#8216;SEA Forum 2026&#8217; พร้อม​สรุป Bangkok Policy Brief สร้าง Action Plan ขับเคลื่อน​เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโตอันดับ 4 ของโลกตามเป้าหมาย ASEAN Vision 2045</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/sea-forum-2026-the-voice-of-asean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Sep 2026 09:42:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Policy Brief]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Policy Brief 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ITD]]></category>
		<category><![CDATA[SEA Forum 2026]]></category>
		<category><![CDATA[The Voice of ASEAN]]></category>
		<category><![CDATA[งานสัมมนาวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[วิมล ปั้นคง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อาเซียนศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สิริกาญจน์ ประเสริฐยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกิจ เจริญกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44371</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เตรียมจัดงาน &#8216;Southeast Asia Trade and Development Forum 2026&#8217; (SEA FORUM 2026) ชูแนวคิด &#8216;The Voice of ASEAN : Transforming Crises into Opportunities&#8217; ระดมผู้นำความคิดระดับโลกร่วมกำหนดทางออกใหม่ให้เศรษฐกิจไทย-อาเซียน พร้อมเตรียมนำข้อสรุปจากการพูดคุยร่วมกับ Stakeholder ภายในงานสรุปเป็น &#8216;Bangkok Policy Brief 2026&#8216; เพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งในประเทศ และระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับจากวิสัยทัศน์ หรือนโยบายสู่การขับเคลื่อนได้จริง และยังเป็นการสนับสนุน​​เป้าหมาย​​ &#8216;ASEAN VISION 2045&#8242; ที่ต้องการยกระดับพัฒนาให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 4 ของโลก คุณสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยว่า งาน Southeast Asia [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/sea-forum-2026-the-voice-of-asean/">ITD เดินหน้า &#8216;SEA Forum 2026&#8217; พร้อม​สรุป Bangkok Policy Brief สร้าง Action Plan ขับเคลื่อน​เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโตอันดับ 4 ของโลกตามเป้าหมาย ASEAN Vision 2045</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) </strong>หรือ <strong>ITD</strong> เตรียมจัดงาน<strong> &#8216;Southeast Asia Trade and Development Forum 2026&#8217; (SEA FORUM 2026)</strong> ชูแนวคิด <strong>&#8216;The Voice of ASEAN : Transforming Crises into Opportunities&#8217;</strong> ระดมผู้นำความคิดระดับโลกร่วมกำหนดทางออกใหม่ให้เศรษฐกิจไทย-อาเซียน</p>
<p><span id="more-44371"></span></p>
<p>พร้อมเตรียมนำข้อสรุปจากการพูดคุยร่วมกับ Stakeholder ภายในงานสรุปเป็น &#8216;<strong>Bangkok Policy Brief 2026</strong>&#8216; เพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งในประเทศ และระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับจากวิสัยทัศน์ หรือนโยบายสู่การขับเคลื่อนได้จริง และยังเป็นการสนับสนุน​​เป้าหมาย​​ &#8216;<strong>ASEAN VISION 2045&#8242;</strong> ที่ต้องการยกระดับพัฒนาให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 4 ของโลก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44374 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Sea3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณสุภกิจ เจริญกุล</strong> ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยว่า งาน Southeast Asia Trade and Development Forum 2026​ หรือ SEA Forum 2026 ครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>The Voice of ASEAN : Transforming Crises into Opportunities</strong>&#8216; เพื่อสร้างเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดทิศทางการค้าและการพัฒนาของภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก</p>
<p>พร้อมรวบรวมผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ผู้นำภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรระดับโลกมาอยู่ในที่เดียว ทั้ง World Bank , IMF, UN Trade and Development (UNCTAD), Harvard Kennedy School, JETRO รวมถึงภาครัฐและเอกชนของไทย มาร่วมวิเคราะห์โจทย์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนอนาคตของอาเซียน ตั้งแต่ความเปลี่ยนแปลงของระเบียบการค้าโลก ภูมิเศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงโอกาสใหม่ๆ ของภูมิภาค</p>
<p><em>&#8220;งาน SEA Forum 2026 ปีนี้ จัดเป็นครั้งที่ 8 มีเป้าหมายที่ยกระดับมากกว่าแค่การเป็นเวทีสัมมนาวิชาการ​แบบที่ผ่านมา แต่ต้องการ​ยกระดับเป็น​ &#8216;พื้นที่กลางทางความคิดของภูมิภาค&#8217; ที่เชื่อมองค์ความรู้ระดับโลก เข้ากับโจทย์จริงของประเทศไทยและอาเซียน เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส และเปลี่ยนเสียงจากทุกภาคส่วนให้กลายเป็นข้อเสนอที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้จริง ผ่านการรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะจาก Stakeholders ภายในงานทั้งจากภาครัฐ​  ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อนำเสนอเป็น &#8216;<strong>Bangkok Policy Brief 2026</strong>&#8216; เพื่อยื่นให้ผู้เกี่ยวข้องการขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียน ทั้งในไทย และต่างประเทศ รวมทั้งหน่วยงานในระดับภูมิภาค เพื่อต่อยอดจาก Vision หรือวิสัยทัศน์รวมทั้งนโยบายต่างๆ ให้สามารถประยุกต์สู่แผนงานที่ขับเคลื่อนได้จริง และสามารถนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44375 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Sea2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณวิมล ปั้นคง </strong>รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) ITD  กล่าว​ว่า ความท้าทายสำคัญทั้งของประเทศไทย และเชื่อว่าทั้งภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญร่วมกัน ซึ่ง​จะเป็น 3 ประเด็นสำคัญที่จะหาทางออกร่วมกันผ่านงานครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านทางด้านเทคโนโลยี<strong> AI</strong> เพื่อรองรับการเติบโตและการลงทุน เรื่องของความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งกฎระเบียบในหลายตลาดมีการปรับตัวตามเทรนด์<strong> Sustainability </strong> รวมทั้งการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทาน หรือ <strong>Supply Chain</strong> โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อยังคงอยู่ในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่</p>
<p>&#8220;อาเซียนเป็นหนึ่ง​ภูมิภาคสำคัญด้วยประชากรราว 1 พันล้านคน รวมทั้งเศรษฐกิจภายในภูมิภาคที่กำลังเติบโต ขณะที่การฝ่าฟันหลายวิกฤต​ในช่วงที่ผ่านมา บทบาทความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาจลดน้อยลง เพราะหลายประเทศอาจ​เน้นการรับมือความท้าทายโดยมองที่ประเทศตัวเองมาก่อน เวทีครั้งนี้ จะมุ่งเน้นการผนึกกำลังในระดับภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการ​เติบโตร่วมกัน โดยมองที่ประโยชน์ของประชาชนทั้งภูมิภาคเป็นศูนย์กลางสำคัญร่วมกัน&#8221;​</p>
<p><strong>คุณสิริกาญจน์ ประเสริฐยิ่ง </strong>ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ ITD กล่าวเพิ่มเติมว่า ITD ในฐานะหน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศเพื่อส่งเสริมการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน โดยเชื่อว่า ความร่วมมือจากหลายภาคีระดับโลก และตัวแทนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค จะเพิ่มโอกาสในการกระจายการลงทุนภายในภูมิภาคได้เพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันตัวเลขการลงทุนทั่วโลกเติบโตราว 6% ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วเติบโต 11% ส่วนประเทศกำลังพัฒนามีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มที่ราว 2% ประกอบกับการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ จึงเป็นโอกาสในการขยายพื้นที่และตลาดการลงทุนในภูมิภาคให้เติบโตและกระจายได้ทั่วถึงเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44376 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Sea4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ขณะที่ไฮไลท์ภายในงาน จะเป็นการฉายมุมมอแบบคู่ขนานทั้ง Insight-out และ Outsight-in เพื่อเข้าใจสถานการณ์ภาพรวม ความท้าทาย ที่ผู้ประกอบการหรืออุตสาหกรรมต่างๆ ภายในภูมิภาคกำลังเผชิญ รวมท้ังแนวทางการปรับตัวเพื่อรับมือ พร้อมสร้างโอกาสใหม่จากบริบทต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกันยังมีมุมมองจาก​ประเทศคู่ค้า หรือนักลงทุน ที่มีต่อภูมิภาค ทั้งโอกาส และแนวทางการปรับตัว รวมทั้งโอกาสด้านการเปลี่ยนผ่านและการลงทุนต่างๆ เป็นต้น ขณะเดียวกันจะมีการสรุปประเด็นสำคัญและข้อเสนอต่างๆ เพื่อนำไปสู่การผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนได้จริงในอนาคต</p>
<p><em>&#8220;ประเทศไทยถือเป็นแ​กนนำสำคัญในภารขับเคลื่อน​ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะช่วงเวลาการจัดงานถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมาย​สำคัญในการเตรียมข้อมูลและความพร้อมต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อการก้าวขึ้นสู่การเป็นประธานและการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนในปี 2028 ของประเทศไทย ใน​การผลักดัน Bangkok Policy ​จาก​ที่ประชุมในครั้งนี้  เพื่อนำไปสู่แนวทางที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความยืดหยุ่นให้ภาคธุรกิจ และเตรียมประเทศไทยให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในอนาคต รวมทั้งยังถือเป็นการขับเคลื่อนตามโรดแม็พเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ <strong>ASEAN VISION 2045 </strong>ที่ต้องการผลักดันให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจเติบโตได้เป็นอันดับ 4 ของโลก เช่นเดียวกับตลาดสำคัญอื่นๆ ของโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน หรือเยอรมนี  ​แนวคิด “The Voice of ASEAN” ของงานนี้ จึงมุ่งสร้าง “เสียงร่วม” ของภูมิภาค เพื่อให้ประเทศไทยและอาเซียนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่สามารถร่วมกำหนดทิศทาง สร้างโอกาส และออกแบบอนาคตของภูมิภาคไปด้วยกัน”</em> คุณศุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44372 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/KV-1-1.jpg" alt="" width="560" height="700" /></p>
<p>สำหรับ <strong>งานสัมมนาวิชาการ เวทีการประชุมระดับภูมิภาคด้านการค้าและการพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2569</strong> (Southeast Asia Trade and Development Forum 2026) ภายใต้หัวข้อ <strong>&#8216;The Voice of ASEAN : Transforming Crises into Opportunities&#8217; </strong>ครั้งนี้ จะจัดขึ้นใน​วันพุธที่ 23 กันยายน 2569​​ ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok โดย <strong>สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) (ITD)</strong> ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ องค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) สมาคมนักเรียนเก่าฮาร์วาร์ดแห่งประเทศไทย กลุ่มธนาคาร โลก (World Bank Group) หอการค้านานาชาติประเทศไทย (ICC) และศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดทิศทางการค้าและการพัฒนาของภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก</p>
<p>พร้อมเป้าหมายสำคัญในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายผ่าน<strong> &#8216;Bangkok Policy Brief 2026 : Transforming Crises into Opportunities for a Resilient and Inclusive ASEAN</strong>&#8216; เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ควบคู่กับการเสริมสร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ของ อาเซียน (The Voice of ASEAN) เชื่อมโยงกับประเทศคู่เจรจาเพื่อร่วมกำหนดทิศทางการค้าและการพัฒนาในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/sea-forum-2026-the-voice-of-asean/">ITD เดินหน้า &#8216;SEA Forum 2026&#8217; พร้อม​สรุป Bangkok Policy Brief สร้าง Action Plan ขับเคลื่อน​เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโตอันดับ 4 ของโลกตามเป้าหมาย ASEAN Vision 2045</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนสท์เล่ เดินหน้ารับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟไทยสู่ความยั่งยืน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/nestle-mou-thai-coffee-farmer-supply-sourcing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Sep 2026 12:28:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee Farmer]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[NESCAFÉ Farmer Day]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟโรบัสต้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สลิลลา สีหพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรเชิงฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[เธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[เนสกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44332</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ประกาศรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยให้แข็งแกร่ง และดูแลฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ล่าสุดได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ ในการที่เนสท์เล่จะรับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าโดยตรงจากเกษตรกรไทยในฤดูการผลิต 2569/2570 ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านคุณภาพและปริมาณผลผลิต เพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมเสริมความพร้อมของเกษตรกรในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในสวนกาแฟ สร้างความแข็งแกร่งและวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทยอย่างยั่งยืน คุณสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เนสท์เล่เชื่อว่าการสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่กาแฟ ต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างความแข็งแกร่งให้กับเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ ความร่วมมือที่เราสานต่อกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟภาคใต้ในปีนี้ จึงเป็น มากกว่าการรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องกว่าหลายสิบปี แต่เป็นการทำงานร่วมกันในระยะยาว เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง ยกระดับคุณภาพผลผลิต และปรับตัวให้พร้อมรับกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการนำหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟูมาประยุกต์ใช้ในสวนกาแฟ เรามุ่งหวังว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างคุณค่าให้กับทั้งเกษตรกร ชุมชน และอุตสาหกรรมกาแฟไทยในอนาคต คุณเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า จังหวัดชุมพรให้ความสำคัญกับการพัฒนากาแฟโรบัสต้าในฐานะพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด และยินดีที่ได้สานต่อความร่วมมือกับเนสท์เล่ในการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และตลาดเข้ากับภาคการผลิต ทำให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนากาแฟชุมพรให้มีศักยภาพและเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นอกเหนือจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ เนสท์เล่ยังได้จัดงาน NESCAFÉ Farmer [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/nestle-mou-thai-coffee-farmer-supply-sourcing/">เนสท์เล่ เดินหน้ารับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟไทยสู่ความยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</strong> ประกาศรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยให้แข็งแกร่ง และดูแลฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-44332"></span></p>
<p>ล่าสุดได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ ในการที่เนสท์เล่จะรับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าโดยตรงจากเกษตรกรไทยในฤดูการผลิต 2569/2570 ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านคุณภาพและปริมาณผลผลิต เพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p>พร้อมเสริมความพร้อมของเกษตรกรในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในสวนกาแฟ สร้างความแข็งแกร่งและวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทยอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณสลิลลา</strong> <strong>สีหพันธุ์</strong> <strong>ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน</strong> <strong>บริษัท</strong> <strong>เนสท์เล่</strong><strong> (</strong><strong>ไทย</strong><strong>) </strong><strong>จำกัด </strong>กล่าวว่า เนสท์เล่เชื่อว่าการสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่กาแฟ ต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างความแข็งแกร่งให้กับเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ ความร่วมมือที่เราสานต่อกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟภาคใต้ในปีนี้ จึงเป็น <em><strong>มากกว่าการรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องกว่าหลายสิบปี แต่เป็นการทำงานร่วมกันในระยะยาว เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง ยกระดับคุณภาพผลผลิต และปรับตัวให้พร้อมรับกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ</strong></em> ผ่านการนำหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟูมาประยุกต์ใช้ในสวนกาแฟ เรามุ่งหวังว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างคุณค่าให้กับทั้งเกษตรกร ชุมชน และอุตสาหกรรมกาแฟไทยในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44367 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/S__52043898-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์</strong><strong> ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong> กล่าวว่า จังหวัดชุมพรให้ความสำคัญกับการพัฒนากาแฟโรบัสต้าในฐานะพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด และยินดีที่ได้สานต่อความร่วมมือกับเนสท์เล่ในการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และตลาดเข้ากับภาคการผลิต ทำให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนากาแฟชุมพรให้มีศักยภาพและเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ นอกเหนือจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ เนสท์เล่ยังได้จัดงาน<strong> NESCAFÉ Farmer Day</strong> สานต่อการถ่ายทอดเทคนิคองค์ความรู้ทางการเพาะปลูกกาแฟซึ่งรวมถึงการเกษตรเชิงฟื้นฟู ให้กับเกษตรกรกว่า 300 รายจากหลากหลายจังหวัดในภาคใต้ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และส่งเสริมเครือข่ายเกษตรกรที่เข้มแข็ง ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างรากฐานที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทย โดยผสานการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และการดูแลสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมกาแฟสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44368 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/MOU-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/nestle-mou-thai-coffee-farmer-supply-sourcing/">เนสท์เล่ เดินหน้ารับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟไทยสู่ความยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รับเทรนด์อาชีพเสริม! แกร็บ ผุดไอเดียชวน นศ.-คนทำงาน ใช้เวลาว่าง ขับรับส่ง-ส่งอาหาร ผ่านโครงการ &#8216;พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย&#8217;  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/grab-partime-for-thai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2026 11:25:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Delivery]]></category>
		<category><![CDATA[GenZ]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[Side Hustle]]></category>
		<category><![CDATA[คนขับแกรบ]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อริสา หล่อทองไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ไรเดอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44260</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย หนุนเทรนด์คนไทยทำอาชีพเสริม เปิดตัวโครงการ &#8216;แกร็บ พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย&#8216; ชวนนักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษามหาวิทยาลัย รวมถึงคนในเครื่องแบบ อาทิ ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ใช้เวลาว่างนอกเวลาเรียนหรือหลังเลิกงานหารายได้เสริมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ด้วยการขับรถเพื่อให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร หรือเป็นไรเดอร์เพื่อจัดส่งอาหารและสินค้า นำร่องเดินสายจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์และเปิดรับสมัครในสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความสนใจ อาทิ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก และกองทัพอากาศ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เสริม อาทิ อินเซนทีฟพิเศษสำหรับคนขับใหม่ และอุปกรณ์สนับสนุนการให้บริการ (เสื้อแจ็กเก็ตและกระเป๋าบรรจุอาหาร) หวังเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว  คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้คนไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials หันมาทำอาชีพเสริมควบคู่ไปกับงานประจำหรือที่เรียกว่าเทรนด์ ‘Side Hustle’ กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น งานฟรีแลนซ์ การขายสินค้าออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์บนโลกโซเชียล หรือให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเทรนด์ดังกล่าวยังขยายไปยังกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีเวลาว่างและต้องการหารายได้เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว โดยยังคงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและอิสระในการใช้ชีวิต “ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัล แกร็บมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างโอกาสและขยายการเข้าถึงรายได้ให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยไม่จำกัดเพศ วัย อาชีพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/grab-partime-for-thai/">รับเทรนด์อาชีพเสริม! แกร็บ ผุดไอเดียชวน นศ.-คนทำงาน ใช้เวลาว่าง ขับรับส่ง-ส่งอาหาร ผ่านโครงการ &#8216;พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย&#8217;  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย</strong> หนุนเทรนด์คนไทยทำอาชีพเสริม เปิดตัวโครงการ &#8216;<strong>แกร็บ พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย</strong>&#8216; ชวนนักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษามหาวิทยาลัย รวมถึงคนในเครื่องแบบ อาทิ ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ใช้เวลาว่างนอกเวลาเรียนหรือหลังเลิกงานหารายได้เสริมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ด้วยการขับรถเพื่อให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร หรือเป็นไรเดอร์เพื่อจัดส่งอาหารและสินค้า</p>
<p><span id="more-44260"></span></p>
<p>นำร่องเดินสายจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์และเปิดรับสมัครในสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความสนใจ อาทิ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก และกองทัพอากาศ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เสริม อาทิ อินเซนทีฟพิเศษสำหรับคนขับใหม่ และอุปกรณ์สนับสนุนการให้บริการ (เสื้อแจ็กเก็ตและกระเป๋าบรรจุอาหาร) หวังเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว<strong> </strong></p>
<p><strong>คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้คนไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials หันมาทำอาชีพเสริมควบคู่ไปกับงานประจำหรือที่เรียกว่าเทรนด์ ‘<strong>Side Hustle</strong>’ กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น งานฟรีแลนซ์ การขายสินค้าออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์บนโลกโซเชียล หรือให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเทรนด์ดังกล่าวยังขยายไปยังกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีเวลาว่างและต้องการหารายได้เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว โดยยังคงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและอิสระในการใช้ชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44360 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Grab-Part-Time-for-Thai-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัล แกร็บมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างโอกาสและขยายการเข้าถึงรายได้ให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยไม่จำกัดเพศ วัย อาชีพ หรือระดับการศึกษา โดยทุกคนสามารถเลือกให้บริการบนแพลตฟอร์มของเราได้ตามความถนัดและช่วงเวลาที่สะดวก ทั้งนี้ <strong><u>ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา (มกราคม -มิถุนายน </u></strong><strong><u>2569</u></strong><strong><u>) มีคนขับและไรเดอร์ที่หารายได้เสริมผ่าน </u></strong><strong><u>Grab </u></strong><strong><u>เติบโตขึ้นกว่า </u></strong><strong><u>68</u></strong><strong><u>% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า</u></strong> และเพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว ล่าสุดเราจึงได้ริเริ่มโครงการ ‘แกร็บ พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย’ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนระดับอาชีวศึกษา นักศึกษา รวมถึงผู้มีงานประจำที่มีเวลาว่าง ได้มีทางเลือกในการหารายได้ โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน หรือบุคลากรทางการศึกษา ที่สามารถใช้เวลาว่างนอกเวลาราชการหรือในวันหยุดหารายได้เพิ่มเติม โดยเราเตรียมขยายผลโครงการฯ อย่างต่อเนื่องไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่มีความสนใจในอนาคต”</em></p>
<p>ที่ผ่านมา แกร็บได้เริ่มนำร่องโครงการ <strong>&#8216;แกร็บ พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย&#8217;</strong> ผ่านการผสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เล็งเห็นประโยชน์ของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับบุคลากรในสังกัด อาทิ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพอากาศ รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ  โดยได้เดินสายจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้แบบ Fast Track พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเบื้องต้นในการให้บริการ ทั้งยังมีสิทธิประโยชน์เสริมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การมอบอุปกรณ์สนับสนุนการให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย การให้อินเซนทีฟพิเศษสำหรับคนขับหรือไรเดอร์ที่สามารถให้บริการได้ตามเป้า เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44359 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Grab-Part-Time-for-Thai-3-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>รู้หรือไม่</strong><strong>? </strong></p>
<p>&#8211; ช่วงเวลาที่คนขับ-ไรเดอร์นิยมให้บริการเพื่อหารายได้เสริมผ่าน Grab มากที่สุด คือระหว่าง 18:00 – 22:00 น. ในวันธรรมดา ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์ คือ ช่วงเวลาเดียวกัน (18:00 – 22:00 น.) รองลงมาคือระหว่าง 10:00 – 14:00 น.</p>
<p>&#8211; คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Millennials (อายุระหว่าง 30 &#8211; 45 ปี) 44% และ Gen Z (20 &#8211; 29 ปี) 42%</p>
<p>&#8211; คนกลุ่มนี้ให้บริการเฉลี่ย 5 ครั้งต่อวัน หรือประมาณ 45 ครั้งต่อสัปดาห์</p>
<p>&#8211; กว่า 60% ของคนกลุ่มนี้เลือกให้บริการเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง (รับ-ส่งผู้โดยสารหรือจัดส่งสินค้า-อาหาร) ขณะที่อีกเกือบ 40% เลือกทำควบคู่ทั้งสองบริการเพื่อขยายโอกาสในการสร้างรายได้</p>
<p>&#8211; 5 จังหวัดที่มีคนขับ-ไรเดอร์กลุ่มนี้มากที่สุดคือ กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา ซึ่งเป็นหัวเมืองที่มีผู้บริโภคใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นประจำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44358 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Grab-Part-Time-for-Thai-2-re.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/grab-partime-for-thai/">รับเทรนด์อาชีพเสริม! แกร็บ ผุดไอเดียชวน นศ.-คนทำงาน ใช้เวลาว่าง ขับรับส่ง-ส่งอาหาร ผ่านโครงการ &#8216;พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย&#8217;  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จิบนี้ เพื่อ​ &#8216;ชุมชน&#8217; The 1 x Good Goods Special Drinks เครื่องดื่มเมนูพิเศษจากท้องถิ่น ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนให้ชุมชนไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/the-1-x-good-goods-one-sip-feel-goods/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 08:26:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[CRM]]></category>
		<category><![CDATA[good goods]]></category>
		<category><![CDATA[Local]]></category>
		<category><![CDATA[Loyalty Program]]></category>
		<category><![CDATA[One Sip Feel Goods]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Coffee Fest 2026]]></category>
		<category><![CDATA[The 1]]></category>
		<category><![CDATA[The 1 APP]]></category>
		<category><![CDATA[The 1 Central Group]]></category>
		<category><![CDATA[The 1 x Good Goods]]></category>
		<category><![CDATA[The 1 x Good Goods Special Drinks]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[กุ๊ด กุ๊ดส์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลทำ]]></category>
		<category><![CDATA[แคมเปญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44203</guid>

					<description><![CDATA[<p>สานต่อพลังแห่งการ Synergy เพื่อขับเคลื่อน Positive Impact  ให้แก่ท้องถิ่นและเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับ The 1 Central Group ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย และ 1 ใน 5 ของเอเชีย ร่วมกับ Good Goods (กุ๊ด กุ๊ดส์) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ไทยภายใต้บริษัท เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม สานต่อความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่ชุมชนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นโปรเจ็กต์ที่ 2 โดยล่าสุด The 1 x Good Goods ได้รังสรรค์เครื่องดื่ม 2 เมนูพิเศษ The 1 x Good Goods Special Drinks ภายใต้แนวคิด &#8216;One Sip Feel Goods&#8217; ที่ผสานวัตถุดิบถิ่นไทยแท้กับความสดชื่นอย่างลงตัว พร้อมส่งต่อรายได้กลับไปสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ผ่านโครงการ เซ็นทรัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/the-1-x-good-goods-one-sip-feel-goods/">จิบนี้ เพื่อ​ &#8216;ชุมชน&#8217; The 1 x Good Goods Special Drinks เครื่องดื่มเมนูพิเศษจากท้องถิ่น ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนให้ชุมชนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สานต่อพลังแห่งการ Synergy เพื่อขับเคลื่อน Positive Impact  ให้แก่ท้องถิ่นและเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับ <strong>The 1 Central Group </strong>ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย และ 1 ใน 5 ของเอเชีย ร่วมกับ <strong>Good Goods (</strong><strong>กุ๊ด กุ๊ดส์) </strong>แบรนด์ไลฟ์สไตล์ไทยภายใต้บริษัท เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม สานต่อความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่ชุมชนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นโปรเจ็กต์ที่ 2</p>
<p><span id="more-44203"></span></p>
<p><strong>โดยล่าสุด </strong><strong>The 1 x Good Goods </strong><strong>ได้รังสรรค์เครื่องดื่ม </strong><strong>2 </strong><strong>เมนูพิเศษ </strong><strong>The 1 x Good Goods Special Drinks </strong><strong>ภายใต้แนวคิด &#8216;</strong><strong>One Sip Feel Goods&#8217; </strong><strong>ที่ผสานวัตถุดิบถิ่นไทยแท้กับความสดชื่นอย่างลงตัว พร้อมส่งต่อรายได้กลับไปสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ผ่านโครงการ เซ็นทรัล ทำ โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล</strong></p>
<p><strong>สัมผัสความพิเศษกับเครื่องดื่ม </strong><strong>The 1 x Good Goods Special Drinks </strong><strong>ภายใต้แนวคิด &#8216;</strong><strong>One Sip Feel Goods&#8217; </strong><strong>โดยใช้คะแนน </strong><strong>The 1 </strong><strong>แลกรับได้เท่านั้น มีรายละเอียดดังนี้</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/The-1-x-Good-Goods-Re1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. แลกเพียง </strong><strong>900 </strong><strong>คะแนน เลือกรับเครื่องดื่มจาก </strong><strong>2 </strong><strong>เมนูพิเศษ </strong><strong>The 1 x Good Goods Special Drinks 1 </strong><strong>แก้ว (มูลค่า </strong><strong>120 </strong><strong>บาท) ได้แก่ </strong></p>
<p><strong>&#8211; Sunrise (อเมริกาโน่มะปี๊ด)</strong> : ผสานความเข้มข้นของกาแฟอาราบิก้าอินทรีย์จาก &#8220;ภูชี้เดือน&#8221; จ.เชียงราย ซึ่งโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้และดอกไม้ป่า เข้ากับความเปรี้ยวสดชื่นของ &#8220;ส้มมะปี๊ด&#8221; ผลไม้พื้นเมืองขึ้นชื่อ จาก จ.จันทบุรี ได้อย่างลงตัว</p>
<p><strong>&#8211; Starlight (น้ำมะปี๊ดโซดา)</strong> : เมนู Non-Coffee ชูรสชาติหวานอมเปรี้ยวของส้มมะปี๊ด จ.จันทบุรี ผสานความซาบซ่าจากโซดาอย่างกลมกล่อมดื่มง่าย เติมความสดชื่นตลอดวัน</p>
<p><strong>2. แลกเพียง </strong><strong>2,900 </strong><strong>คะแนน เลือกรับเครื่องดื่มเมนู </strong><strong>Sunrise </strong><strong>หรือ </strong><strong>Starlight </strong><strong>พร้อมแก้ว </strong><strong>The 1 x Good Goods Ceramic Mug </strong><strong>รุ่น </strong><strong>Limited Edition </strong><strong>แก้วเซรามิกจากดินขาว จ.ลำปาง ฝีมืองานคราฟต์จากชุมชน (มูลค่า </strong><strong>390 </strong><strong>บาท)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44207 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/The-1-x-Good-Goods-re4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รับความสดชื่นได้จนถึงสิ้นปี 2569! สมาชิก The 1 สามารถใช้คะแนนแลกรับ <strong>The 1 x Good Goods Special Drinks</strong> และ <strong>The 1 x Good Goods Ceramic Mug</strong> รุ่น Limited Edition บน The 1 App <a href="https://apc01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Foffers.onelink.me%2FH3Sq%2Flagvjoxw&amp;data=05%7C02%7CVeParamee%40central.co.th%7Cbd8641ce1d804da1a48a08df0efb052a%7C817e531d191b4cf58812f0061d89b53d%7C0%7C0%7C639246143409031803%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJFbXB0eU1hcGkiOnRydWUsIlYiOiIwLjAuMDAwMCIsIlAiOiJXaW4zMiIsIkFOIjoiTWFpbCIsIldUIjoyfQ%3D%3D%7C0%7C%7C%7C&amp;sdata=z8KCK4veWVY8DqxnMaXkGbIIQksYPkpyQ3B3nhX%2Bpho%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener">https://offers.onelink.me/H3Sq/lagvjoxw</a> ได้ที่ร้าน Good Goods สาขา เซ็นทรัลเวิลด์  และ เซ็นทรัล พาร์ค ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 และที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า, เซ็นทรัลพัทยา, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และจริงใจมาร์เก็ต เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 เป็นต้นไป</p>
<p>พิเศษ! <strong>ระหว่างวันที่ 10–13 กันยายน 2569</strong> สามารถแลกรับได้ภายในงาน<strong> Thailand Coffee Fest 2026 บูธ Good Goods</strong> <strong>(บูธ O06) </strong>โซน O IMPACT Exhibition Center Hall 5-8, เมืองทองธานี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/The-1-x-Good-Goods-re2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับความร่วมมือระหว่าง <strong>The 1 Central Group </strong> และ<strong> Good Goods (กุ๊ด กุ๊ดส์)</strong> นับเป็นการสานต่อการสร้างความยั่งยืนสู่ชุมชนไทยต่อเนื่องโปรเจ็กต์ที่ 2 หลังก่อนหน้าได้นำ ซูเปอร์ฟู้ดอย่าง <strong>&#8216;ไข่ผำ&#8217;</strong> มาเป็นเครื่องดื่มแก้วพิเศษ เสิร์ฟผ่าน กุ๊ด กุ๊ดส์ คาเฟ่ สำหรับสมาชิก The 1 นำร่องผ่าน​งาน<strong> &#8216;จริงใจ มาหา…นคร&#8217;</strong> และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี</p>
<p><strong>ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด </strong><strong>The 1 App</strong><strong> เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน </strong><strong>App Store, Play Store </strong><strong>และ </strong><strong>Huawei AppGallery </strong><a href="https://offers.onelink.me/H3Sq/lagvjoxw" target="_blank" rel="noopener">https://offers.onelink.me/H3Sq/lagvjoxw</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44211" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/KV-.jpg" alt="" width="560" height="700" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/the-1-x-good-goods-one-sip-feel-goods/">จิบนี้ เพื่อ​ &#8216;ชุมชน&#8217; The 1 x Good Goods Special Drinks เครื่องดื่มเมนูพิเศษจากท้องถิ่น ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนให้ชุมชนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โครงการ Waste Hero ของอินโดรามา เวนเจอร์ส สร้างมูลค่ามากกว่า 3 เท่าของเงินลงทุนทุก 1 เหรียญสหรัฐ ตอกย้ำผลลัพธ์ที่วัดผลได้จากการศึกษาและการมีส่วนร่วมของชุมชน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/indorama-ventures-waste-hero-sroi-assessment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2026 10:25:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental Resources Management]]></category>
		<category><![CDATA[ERM]]></category>
		<category><![CDATA[Indorama Ventures]]></category>
		<category><![CDATA[Social Return on Investment]]></category>
		<category><![CDATA[SROI]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Hero]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สุจิตรา โลเฮีย]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดรามา เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ฮันนาห์ มาร์ติเนซ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44198</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกาศว่า ‘Waste Hero’ ซึ่งเป็นโครงการด้านการศึกษาที่สำคัญของบริษัทฯ สามารถสร้างคุณค่าทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจได้ 3.45 เหรียญสหรัฐ ต่อการลงทุนทุก 1 เหรียญสหรัฐ จากการดำเนินโครงการในประเทศสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และบราซิล ผลลัพธ์ดังกล่าวนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการระดับโลกพร้อมเป็นหลักฐานจากการประเมินโดยหน่วยงานอิสระที่แสดงให้เห็นว่า การศึกษาสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้และยั่งยืน โครงการ Waste Hero พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับมูลนิธิยูนุส ประเทศไทย ในปี 2566 เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิล แนวทางการลดขยะให้เป็นศูนย์ และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการนี้ได้ขยายการดำเนินงานผ่านความร่วมมือกับบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียน องค์กรพัฒนาเอกชน และกลุ่มชุมชนในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก จากจุดเริ่มต้นในฐานะโครงการด้านการศึกษา Waste Hero ได้พัฒนาไปสู่การขับเคลื่อนในระดับโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้ผู้คนและชุมชนร่วมผลักดันการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นทั้งในครัวเรือน โรงเรียน และชุมชน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ Waste Hero สามารถเข้าถึงผู้คนกว่า 1.2 ล้านคน ครอบคลุมบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/indorama-ventures-waste-hero-sroi-assessment/">โครงการ Waste Hero ของอินโดรามา เวนเจอร์ส สร้างมูลค่ามากกว่า 3 เท่าของเงินลงทุนทุก 1 เหรียญสหรัฐ ตอกย้ำผลลัพธ์ที่วัดผลได้จากการศึกษาและการมีส่วนร่วมของชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกาศว่า ‘<strong>Waste Hero’</strong> ซึ่งเป็นโครงการด้านการศึกษาที่สำคัญของบริษัทฯ สามารถสร้างคุณค่าทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจได้ 3.45 เหรียญสหรัฐ ต่อการลงทุนทุก 1 เหรียญสหรัฐ จากการดำเนินโครงการในประเทศสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และบราซิล</p>
<p><span id="more-44198"></span></p>
<p>ผลลัพธ์ดังกล่าวนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการระดับโลกพร้อมเป็นหลักฐานจากการประเมินโดยหน่วยงานอิสระที่แสดงให้เห็นว่า การศึกษาสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้และยั่งยืน</p>
<p>โครงการ Waste Hero พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับมูลนิธิยูนุส ประเทศไทย ในปี 2566 เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิล แนวทางการลดขยะให้เป็นศูนย์ และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการนี้ได้ขยายการดำเนินงานผ่านความร่วมมือกับบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียน องค์กรพัฒนาเอกชน และกลุ่มชุมชนในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก จากจุดเริ่มต้นในฐานะโครงการด้านการศึกษา Waste Hero ได้พัฒนาไปสู่การขับเคลื่อนในระดับโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้ผู้คนและชุมชนร่วมผลักดันการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นทั้งในครัวเรือน โรงเรียน และชุมชน</p>
<p>นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ Waste Hero สามารถเข้าถึงผู้คนกว่า 1.2 ล้านคน ครอบคลุมบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และสมาชิกในชุมชน ผ่านการจัดเวิร์กช็อป แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล ความร่วมมือกับโรงเรียน และกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน บุคลากรทางการศึกษาได้นำแนวคิดด้านความยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ขณะที่นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และพันธมิตรในท้องถิ่นมีส่วนช่วยส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ขยายผลออกไปนอกห้องเรียน</p>
<p>ผลลัพธ์ดังกล่าวได้รับการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน หรือ Social Return on Investment (SROI) ซึ่งดำเนินการร่วมกับ Environmental Resources Management (ERM) บริษัทที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนชั้นนำระดับโลก โดย ERM ให้การสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบและประเมินผลอย่างเป็นอิสระ การประเมินครั้งนี้ครอบคลุมผลลัพธ์ด้านการเพิ่มความตระหนักรู้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และการมีส่วนร่วมของชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44199 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mrs.Lohia_.jpg" alt="" width="533" height="700" /></p>
<p><strong>นางสุจิตรา โลเฮีย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และประธานคณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคม อินโดรามา เวนเจอร์ส </strong>กล่าวว่า “Waste Hero เป็นหนึ่งในโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมระดับโลกที่สำคัญของเรา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้คนผ่านการศึกษา และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับชุมชน ผลตอบแทน 3.45 เท่าต่อ 1 จากการประเมิน SROI แสดงให้เห็นว่า การลงทุนเหล่านี้กำลังสร้างคุณค่าที่มีความหมายและสามารถวัดผลได้ให้แก่สังคม พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้คนมีส่วนร่วมในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับเรา ความสำเร็จที่แท้จริงของ Waste Hero ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้คนที่โครงการเข้าถึงเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืนและยังคงดำเนินต่อไป แม้ประสบการณ์การเรียนรู้จะสิ้นสุดลงแล้ว”</p>
<p>การศึกษาล่าสุดนี้ต่อยอดจากการประเมิน SROI ของโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของอินโดรามา เวนเจอร์ส ทั่วโลก ซึ่งได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยหน่วยงานอิสระมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่และรูปแบบการดำเนินโครงการ แต่ผลการประเมินแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่า การลงทุนของบริษัทฯ กำลังสร้างประโยชน์ที่วัดผลได้ให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญไม่แพ้กัน ผลการประเมินเหล่านี้ยังช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบ เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาโครงการในอนาคต และทำให้มั่นใจว่าทรัพยากรถูกนำไปใช้ในพื้นที่ที่สามารถสร้างผลกระทบได้สูงสุด</p>
<p>ผลการประเมินพบว่า ในปี 2566 โครงการ Waste Hero ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์สร้างผลตอบแทนทางสังคม 4.49 เท่าต่อเงินลงทุนทุก 1 เหรียญสหรัฐ ขณะที่การประเมินในปี 2568 มุ่งเน้นการดำเนินโครงการในประเทศสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และบราซิล โดยสหรัฐอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 75 ของการมีส่วนร่วมทั้งหมด ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายการศึกษาระดับประเทศและโครงการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล ส่วนเม็กซิโกและบราซิลมีสัดส่วนรวมกันเกือบ 25% ผ่านความร่วมมือกับโรงเรียน องค์กรชุมชน และพันธมิตรในท้องถิ่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44200 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/WH-Brazil.jpg" alt="" width="1200" height="700" /></p>
<p><strong>นางสาวฮันนาห์ มาร์ติเนซ หัวหน้าฝ่าย</strong><strong> Sustainability Advocacy</strong><strong> ภูมิภาคอเมริกา ที่อินโดรามา เวนเจอร์ส</strong> กล่าวว่า “การศึกษายังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และการสร้างความตระหนักรู้เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือกับเครือข่ายการศึกษาระดับประเทศในสหรัฐอเมริกา รวมถึงพันธมิตรในท้องถิ่นของเม็กซิโกและบราซิล เราสามารถเข้าถึงชุมชนการเรียนรู้ที่หลากหลาย และสะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมได้อย่างไร เมื่อนักเรียนนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแบ่งปันกับครอบครัว ครูผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับการเรียนการสอน และชุมชนนำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนไปปฏิบัติ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมขยายออกไปไกลกว่าขอบเขตของโครงการเดิม”</p>
<p>การประเมิน SROI ให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขยายโครงการไปทั่วโลก พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของอินโดรามา เวนเจอร์ส ในการวัดผลและทำความเข้าใจผลกระทบจากการลงทุนของบริษัทฯ ด้วยการประเมินผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องและการเรียนรู้จากชุมชน บุคลากรทางการศึกษา และพันธมิตร บริษัทมุ่งมั่นที่จะทำให้โครงการต่างๆ สามารถสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายในพื้นที่ที่สร้างผลลัพธ์ได้มากที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/indorama-ventures-waste-hero-sroi-assessment/">โครงการ Waste Hero ของอินโดรามา เวนเจอร์ส สร้างมูลค่ามากกว่า 3 เท่าของเงินลงทุนทุก 1 เหรียญสหรัฐ ตอกย้ำผลลัพธ์ที่วัดผลได้จากการศึกษาและการมีส่วนร่วมของชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ซีพี&#8217; เปิด Sustainability Report 2026 ลดสโคป 3 แล้ว 9.39% พร้อมเม็ดเงินลงทุนสิ่งแวดล้อม 5,119 ล้านบาท เม็ดเงิน R&#038;D 35,390 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/cp-sustainability-report-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2026 14:20:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable energy]]></category>
		<category><![CDATA[SD Report]]></category>
		<category><![CDATA[SGDs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability report]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Report 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เครือซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44182</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผย รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) สะท้อนความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ โดยมองว่ารายงานความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเปิดเผยข้อมูลหรือสรุปผลการดำเนินงาน แต่เป็น กลไกสำคัญ ในการกำหนดเป้าหมาย ติดตามความก้าวหน้า สร้างความโปร่งใส และผลักดันองค์กรให้พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และกติกาการค้าโลกยุคใหม่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การจัดทำรายงานความยั่งยืนมีความสำคัญมากกว่าการรวบรวมผลการดำเนินงานในแต่ละปี เพราะการมีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วสร้างผลลัพธ์มากน้อยเพียงใด ยังมีช่องว่างใดที่ต้องพัฒนา และเรื่องใดที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป “รายงานความยั่งยืนไม่ควรเป็นเพียงรายงานว่าองค์กรทำอะไรไปแล้ว แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่ทำให้องค์กรรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย มีตัวชี้วัด ติดตามผล และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ก็จะทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเจตนารมณ์ แต่กลายเป็นกระบวนการบริหารจัดการที่สามารถวัดผลและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง” แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมแก้ปัญหาความท้าทายของโลก และเคยเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงตลาดทุนทั่วโลก ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำ Sustainability Report เป็นมาตรฐานสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/cp-sustainability-report-2026/">&#8216;ซีพี&#8217; เปิด Sustainability Report 2026 ลดสโคป 3 แล้ว 9.39% พร้อมเม็ดเงินลงทุนสิ่งแวดล้อม 5,119 ล้านบาท เม็ดเงิน R&#038;D 35,390 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)</strong> เปิดเผย รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) สะท้อนความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ โดยมองว่ารายงานความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเปิดเผยข้อมูลหรือสรุปผลการดำเนินงาน แต่เป็น <strong>กลไกสำคัญ </strong>ในการกำหนดเป้าหมาย ติดตามความก้าวหน้า สร้างความโปร่งใส และผลักดันองค์กรให้พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และกติกาการค้าโลกยุคใหม่</p>
<p><span id="more-44182"></span></p>
<p><strong>ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ </strong>ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การจัดทำรายงานความยั่งยืนมีความสำคัญมากกว่าการรวบรวมผลการดำเนินงานในแต่ละปี เพราะการมีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วสร้างผลลัพธ์มากน้อยเพียงใด ยังมีช่องว่างใดที่ต้องพัฒนา และเรื่องใดที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป</p>
<p><em>“รายงานความยั่งยืนไม่ควรเป็นเพียงรายงานว่าองค์กรทำอะไรไปแล้ว แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่ทำให้องค์กรรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย มีตัวชี้วัด ติดตามผล และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ก็จะทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเจตนารมณ์ แต่กลายเป็นกระบวนการบริหารจัดการที่สามารถวัดผลและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง”</em></p>
<p>แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ <strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์</strong> รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมแก้ปัญหาความท้าทายของโลก และเคยเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงตลาดทุนทั่วโลก ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำ Sustainability Report เป็นมาตรฐานสำคัญ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ยกระดับความโปร่งใส และทำให้การดำเนินธุรกิจคำนึงถึงมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน</p>
<p><em>&#8220;คุณศุภชัยเคยชี้ให้เห็นว่า ระบบตลาดทุนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ และแม้ที่ผ่านมาได้ยกระดับธรรมาภิบาลเพื่อคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสียมาอย่างต่อเนื่อง แต่โลกวันนี้จำเป็นต้องก้าวไปอีกขั้นสู่ “ความยั่งยืนเชิงระบบ” โดยการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนจะช่วยสร้างทั้งความตระหนักรู้ ความรับผิดชอบ และแรงขับเคลื่อนให้องค์กรนำเรื่อง ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์และการดำเนินธุรกิจ&#8221;</em></p>
<p><strong>ดร.ธีระพล </strong>กล่าวว่า สำหรับเครือซีพี หลักคิดดังกล่าวถูกนำมาสู่การปฏิบัติภายใต้ค่านิยม “3 ประโยชน์” ที่ยึดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรเป็นลำดับสุดท้าย รวมถึง 3 เสาหลักด้านความยั่งยืน ได้แก่  การกำกับดูแลกิจการ หรือ Heart: Living Rights, การดูแลสังคม หรือ Health: Living Well, และการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม หรือ Home: Living Togetherโดยมุ่งทำให้เป้าหมายด้านความยั่งยืนสามารถเชื่อมโยงลงไปสู่การดำเนินงานจริง ทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของปี 2568 คือ <strong>การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม Scope 3 ซึ่งลดลง 9.39%</strong>  โดยมีปริมาณการปล่อยอยู่ที่ 76.87 ล้านต้น CO2e ต่อปี ผ่านการดำเนินตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะการทำงาน ร่วมกับเกษตรกร ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการผลักดันระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อยืนยันที่มาของวัตถุดิบทางการเกษตรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า และสนับสนุนการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน</p>
<p>ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยตรงใน Scope 1 และ Scope 2  เมื่อเทียบจากฐานในปี 2564 สามารถลดการล่อยก๊าซเรือนกระจก​ลงได้แล้ว 19.32% จากเป้าหมายที่ต้องการลด 42% ตาม Science-base Targets ภายในปี 2573</p>
<p>รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในกระบวนการผลิตเป็น 18% และสามารถนำขยะหรือของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ (Waste Utilization) ได้ถึง 87.90% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050  พร้อมทั้งได้​มีการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนเงิน 5,119 ล้านบาท</p>
<p>นอกเหนือจากมิติสิ่งแวดล้อม เครือซีพียังสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) จำนวน 35,390 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยีการเกษตรยุคใหม่ ตลอดจนดำเนินโครงการส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Education for Equality) ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีส่วนสร้างโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้แก่ประชาชนทั่วโลกกว่า 35.8 ล้านคน</p>
<p><strong>ดร.ธีระพล </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า ความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมผู้ประกอบการ คู่ค้า เกษตรกร และผู้บริโภคจำนวนมาก การกำหนดเป้าหมายและเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส จึงช่วยส่งต่อมาตรฐานและสร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันทั้งระบบ</p>
<p><em>“ความยั่งยืนไม่ใช่เป้าหมายปลายทาง แต่เป็นกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รายงานความยั่งยืนจึงไม่ใช่บทสรุปของสิ่งที่เราทำสำเร็จ แต่เป็นทั้งกระจกที่ทำให้เราเห็นผลการดำเนินงานของตัวเอง และเข็มทิศที่บอกว่าเรายังต้องพัฒนาเรื่องใดต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำข้อมูลเหล่านี้กลับไปสู่การลงมือทำ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกัน”</em></p>
<p>ทั้งนี้ เครือซีพีจัดทำรายงานความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 โดย รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 นับเป็นรายงานฉบับที่ 10 ครอบคลุมผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทใน 8 สายธุรกิจ ใน 23 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงความคืบหน้าในการบรรลุยุทธศาสตร์และเป้าหมายความยั่งยืนทั้ง 15 เป้าหมาย ตลอดจนการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยกำหนดขอบเขตการรายงานจากบริษัทที่เครือฯ ถือครองหุ้นในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 10% หรือมีอำนาจในการบริหารจัดการและควบคุมการปฏิบัติงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/AW-CP-SD-Report-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกเหนือจากรายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 เครือซีพียังจัดทำ รายงานเฉพาะเรื่อง (Topic-specific Reports) อีก 5 ฉบับ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่สนใจได้อย่างครอบคลุม ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Stakeholder Engagement and Materiality Insights Supplement 2025</strong> ซึ่งนำเสนอแนวทางการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียและการประเมินประเด็นสาระสำคัญของเครือฯ</p>
<p><strong>&#8211; Sustainability Performance Supplement 2025</strong> ซึ่งนำเสนอผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในช่วง 4 ปีล่าสุด</p>
<p><strong>&#8211; Delivering on Our SDG Commitment 2025</strong> ซึ่งนำเสนอแนวทางการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)</p>
<p><strong>&#8211; Climate &amp; Nature Resilience Supplement 2025 (IFRS S2 &amp; TNFD)</strong> ซึ่งนำเสนอการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติตลอดห่วงโซ่คุณค่า</p>
<p><strong>&#8211; Human Rights Supplement 2025</strong> ซึ่งนำเสนอแนวทางการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน รวมถึงประเด็นด้านสิทธิแรงงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย แรงงานข้ามชาติ การป้องกันการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม ตลอดจนความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม</p>
<p>รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงไม่เพียงสะท้อนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ด้วยการนำข้อมูลและผลลัพธ์ที่วัดได้มาใช้กำหนดทิศทาง ยกระดับการดำเนินงาน และสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ประเทศ ประชาชน และองค์กรตามหลัก “3 ประโยชน์”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจสามารถอ่าน รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ฉบับภาษาไทย ได้ที่</p>
<p><a href="https://www.cpgroupglobal.com/th/document/viewer/923/" target="_blank" rel="noopener">https://www.cpgroupglobal.com/th/document/viewer/923/</a></p>
<p>และ ฉบับภาษาอังกฤษ ได้ที่</p>
<p><a href="https://www.cpgroupglobal.com/en/document/viewer/922" target="_blank" rel="noopener">https://www.cpgroupglobal.com/en/document/viewer/922</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/cp-sustainability-report-2026/">&#8216;ซีพี&#8217; เปิด Sustainability Report 2026 ลดสโคป 3 แล้ว 9.39% พร้อมเม็ดเงินลงทุนสิ่งแวดล้อม 5,119 ล้านบาท เม็ดเงิน R&#038;D 35,390 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ ผนึก 4 พันธมิตรสายกรีน อสังหาฯ รายแรก เปลี่ยน​ฝาขวดพลาสติก 5 หมื่นชิ้น เป็น &#8216;สนามเด็กเล่นรักษ์โลก&#8217; ประเดิมส่งมอบ 3 โครงการ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/sansiri-waste-to-worth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2026 08:18:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[GC YOUเทิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[Green Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[PCR]]></category>
		<category><![CDATA[rHDPE]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Worth]]></category>
		<category><![CDATA[WasteBuy Delivery]]></category>
		<category><![CDATA[ปันปันเพลย์กราวด์]]></category>
		<category><![CDATA[พลัส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[สนามเด็กเล่นรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดพลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44143</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสนสิริ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ตอกย้ำโรดแมปสู่ Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในแคมเปญ Waste to WORTH เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งให้กลายเป็นพื้นที่แห่งรอยยิ้ม ด้วยการแปรรูปฝาขวดพลาสติกใช้แล้วจากลูกบ้านให้กลายเป็น สนามเด็กเล่นรักษ์โลก แห่งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ผสานทั้งดีไซน์ ความสนุก และมาตรฐานความปลอดภัยและใช้งานได้จริง ความสำเร็จของโครงการต้นแบบในครั้งนี้ เกิดจากการผนึกกำลังของเครือข่าย Green Ecosystem ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านความร่วมมือของ 4 พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ร่วมสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกบ้านและพนักงานผ่านการจัดจุดรับทิ้งขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบในคอมมูนิตี้ต้นแบบอย่าง T77 Community และ The Society Phuket, WasteBuy Delivery ที่ดูแลระบบโลจิสติกส์บริหารจัดการขนส่งและติดตามสถานะขยะรีไซเคิลได้อย่างโปร่งใส, GC YOUเทิร์น แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้ว นำฝาขวดพลาสติก HDPE มาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิด PCR Rotomolding Compound ที่เหมาะสำหรับการขึ้นรูปแบบหมุนเหวี่ยงไร้รอยต่อเพิ่มความความแข็งแรงให้กับผลิตภัณฑ์ จากนั้น ปันปันเพลย์กราวด์ ร่วมกับทีมออกแบบของแสนสิริ นำเม็ดพลาสติกไปขึ้นรูปเป็นเครื่องเล่น จนเกิดเป็นสนามเด็กเล่นรักษ์โลกที่แข็งแรง สวยงาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/sansiri-waste-to-worth/">แสนสิริ ผนึก 4 พันธมิตรสายกรีน อสังหาฯ รายแรก เปลี่ยน​ฝาขวดพลาสติก 5 หมื่นชิ้น เป็น &#8216;สนามเด็กเล่นรักษ์โลก&#8217; ประเดิมส่งมอบ 3 โครงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แสนสิริ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ตอกย้ำโรดแมปสู่ Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในแคมเปญ <strong>Waste to WORTH</strong> เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งให้กลายเป็นพื้นที่แห่งรอยยิ้ม ด้วยการแปรรูปฝาขวดพลาสติกใช้แล้วจากลูกบ้านให้กลายเป็น <strong>สนามเด็กเล่นรักษ์โลก </strong>แห่งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ผสานทั้งดีไซน์ ความสนุก และมาตรฐานความปลอดภัยและใช้งานได้จริง</p>
<p><span id="more-44143"></span></p>
<p>ความสำเร็จของโครงการต้นแบบในครั้งนี้ เกิดจากการผนึกกำลังของเครือข่าย Green Ecosystem ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านความร่วมมือของ 4 พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ <strong>พลัส พร็อพเพอร์ตี้</strong> ที่ร่วมสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกบ้านและพนักงานผ่านการจัดจุดรับทิ้งขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบในคอมมูนิตี้ต้นแบบอย่าง T77 Community และ The Society Phuket, <strong>WasteBuy Delivery</strong> ที่ดูแลระบบโลจิสติกส์บริหารจัดการขนส่งและติดตามสถานะขยะรีไซเคิลได้อย่างโปร่งใส, <strong>GC YOU</strong><strong>เทิร์น</strong> แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้ว นำฝาขวดพลาสติก HDPE มาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิด PCR Rotomolding Compound ที่เหมาะสำหรับการขึ้นรูปแบบหมุนเหวี่ยงไร้รอยต่อเพิ่มความความแข็งแรงให้กับผลิตภัณฑ์ จากนั้น <strong>ปันปันเพลย์กราวด์ ร่วมกับทีมออกแบบของแสนสิริ </strong>นำเม็ดพลาสติกไปขึ้นรูปเป็นเครื่องเล่น จนเกิดเป็นสนามเด็กเล่นรักษ์โลกที่แข็งแรง สวยงาม และปลอดภัยตามมาตรฐาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44144 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/2.Re-Sansiri-WasteToWORTH.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ตลอดระยะเวลาของแคมเปญ <strong>Waste to WORTH</strong> นี้ สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน โดยสามารถรวบรวมฝาขวดพลาสติกใช้แล้วได้มากถึง 50,000 ฝา หรือคิดเป็นน้ำหนักฝาขวด 206 กิโลกรัม นำไปสู่การลดปริมาณขยะพลาสติกเหลือทิ้งรวมกว่า 61 กิโลกรัม และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 117 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO<sub>2</sub>e) ก่อนจะถูกส่งต่อกลับคืนสู่ลูกบ้านผ่านการติดตั้งและเปิดให้ใช้งานจริงแล้วใน 3 โครงการนำร่อง ได้แก่ โครงการ สิริ เพลส ราชพฤกษ์–ตัดใหม่, โครงการ อณาสิริ ราชพฤกษ์–ตัดใหม่ และโครงการ เมเบิล ราชพฤกษ์–ตัดใหม่</p>
<p><strong>ยกระดับมาตรฐานใหม่สู่อนาคตที่ยั่งยืน</strong></p>
<p>แสนสิริและพันธมิตรเชื่อมั่นว่า ภารกิจ <strong>Waste to WORTH</strong> ในครั้งนี้คือการสร้างมาตรฐานใหม่และพิสูจน์ให้เห็นว่าเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สามารถเกิดขึ้นได้จริงและสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคมได้อย่างจับต้องได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแยกขยะเล็กๆ ของลูกบ้าน ไปจนถึงการหมุนเวียนกลับมาเป็นพื้นที่แห่งจินตนาการและสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่เด็กๆ พร้อมเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44145 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/3.Re-Sansiri-WasteToWORTH.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/sansiri-waste-to-worth/">แสนสิริ ผนึก 4 พันธมิตรสายกรีน อสังหาฯ รายแรก เปลี่ยน​ฝาขวดพลาสติก 5 หมื่นชิ้น เป็น &#8216;สนามเด็กเล่นรักษ์โลก&#8217; ประเดิมส่งมอบ 3 โครงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;กันก่อนท่วม&#8217; ชูต้นแบบ Water Smart Communities เปลี่ยน &#8216;ผู้ประสบภัย&#8217; เป็น &#8216;ผู้จัดการน้ำ&#8217; พร้อม 7 ชุมชนต้นแบบ ปรับตัวสู่ Water Economy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/water-resilience-forum-ep3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2026 04:39:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Water Economy]]></category>
		<category><![CDATA[water management]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience Forum ครั้งที่ 3]]></category>
		<category><![CDATA[WATER SMART COMMUNITIES]]></category>
		<category><![CDATA[กันก่อนท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการน้ำเชิงป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[คนเปลี่ยนน้ำ น้ำเปลี่ยนอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ถอดบทเรียนชุมชนต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์​กันก่อนท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44018</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร จัด Water Resilience Forum ครั้งที่ 3 &#8216;WATER SMART COMMUNITIES – คนเปลี่ยนน้ำ น้ำเปลี่ยนอนาคต&#8217; ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ระดมผู้นำภาครัฐ–วิชาการ–ชุมชน ถอดบทเรียนชุมชนต้นแบบ ชี้ไทยมีทั้งความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และต้นแบบที่ทำได้จริง พร้อมผลักดันการจัดการน้ำเชิงป้องกันสู่ทุกจังหวัด ชี้ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากการรอรับมือเมื่อเกิดภัย ไปสู่การรู้ล่วงหน้า เตรียมพร้อม และจัดการน้ำก่อนเกิดความเสียหาย พร้อมเปลี่ยนน้ำจากความเสี่ยงให้เป็นต้นทุนสร้างคุณภาพชีวิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Water Economy) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เรื่อง &#8216;วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และอนาคตของ Water Smart Communities&#8217; ให้มุมมองว่า การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพต้องมีความเข้าใจหลักการสำคัญของน้ำที่จ​ะไหลไปตามแผนที่น้ำ และแรงโน้มถ่วงเท่านั้น เพราะ​​​น้ำจะไม่รู้จักว่าที่ไหนคือสถานที่สำคัญห้ามเข้า หรือเข้าไม่ได้ แต่น้ำจะไหลไปตามเส้นทางและไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ ขณะที่คน ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/water-resilience-forum-ep3/">&#8216;กันก่อนท่วม&#8217; ชูต้นแบบ Water Smart Communities เปลี่ยน &#8216;ผู้ประสบภัย&#8217; เป็น &#8216;ผู้จัดการน้ำ&#8217; พร้อม 7 ชุมชนต้นแบบ ปรับตัวสู่ Water Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> ศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร จัด Water Resilience Forum ครั้งที่ 3 &#8216;WATER SMART COMMUNITIES – คนเปลี่ยนน้ำ น้ำเปลี่ยนอนาคต&#8217; ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ</b></p>
<p><span id="more-44018"></span></p>
<p><b>ระดมผู้นำภาครัฐ–วิชาการ–ชุมชน ถอดบทเรียนชุมชนต้นแบบ ชี้ไทยมีทั้งความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และต้นแบบที่ทำได้จริง พร้อมผลักดันการจัดการน้ำเชิงป้องกันสู่ทุกจังหวัด ชี้ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากการรอรับมือเมื่อเกิดภัย ไปสู่การรู้ล่วงหน้า เตรียมพร้อม และจัดการน้ำก่อนเกิดความเสียหาย พร้อมเปลี่ยนน้ำจากความเสี่ยงให้เป็นต้นทุนสร้างคุณภาพชีวิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Water Economy)</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44127 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/ENG_3055.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เรื่อง &#8216;<strong>วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และอนาคตของ Water Smart Communities&#8217; </strong></span>ให้มุมมองว่า การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพต้องมีความเข้าใจหลักการสำคัญของน้ำที่จ​ะไหลไปตามแผนที่น้ำ และแรงโน้มถ่วงเท่านั้น เพราะ​​​น้ำจะไม่รู้จักว่าที่ไหนคือสถานที่สำคัญห้ามเข้า หรือเข้าไม่ได้ แต่น้ำจะไหลไปตามเส้นทางและไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่คน ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการ ต้องเรียนรู้เส้นทางของน้ำให้ได้อย่างถ่องแท้ว่า น้ำมาจากทางไหน น้ำจะผ่านเส้นทางใดบ้าง จะติดอยู่ที่ใด และจะไปปลายทางที่ไหน เพื่อเป็นแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งการหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><em>&#8220;การสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนเพื่อเป็น &#8216;<strong>Water Smart Communities&#8217;</strong> หรือ ทำให้แต่ละชุมชนสามารถรับมือและตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาหรือวิกฤตในพื้นที่ได้ มีความจำเป็นเพื่อสามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที และสามารถบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้น​​ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี หรือนวัตกรรม มาทำงานร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) หรือ ความรู้ ความชำนาญในพื้นที่ เช่น การรู้เส้นทางน้ำ รู้ตำแหน่งภายในพื้นที่ รู้พฤติกรรมฝน รวมทั้งการบริหารจัดการฝาย หรือเหมืองที่อยู่ในพื้นที่ หากผสานศักยภาพกับเทคโนโลยี นวัตกรรมสมัยใหม่ (Modern Science &amp; Tech) เช่น ระบบดาวเทียม เรดาห์ตรวจจับสภาพอากาศ ระบบ iot หรือการคำนวณและคาดการณ์ด้วย AI โดยเน้นการผสานกับ Area Based การนำเทคโนโลยีที่มีไป Localize อย่างเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ จะช่วยสร้างให้เกิดความเข้มแข็งภายในพื้นที่ หรือการเป็นชุมชนต้นแบบในการรับมือกับวิกฤตน้ำ หรือ Water Smart Communities ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&#8221;</em></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44125 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/DSC_5995_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">พร้อมนำเสนอโมเดล<strong> 5S</strong> เพื่อสร้าง <strong>Water Smart Communities </strong> ให้สามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับน้ำที่จัดเก็บได้ไปจัดการและประมวลผล เพื่อสามารถประกอบกา​​รตัดสินใจและสร้างความเข้มแข็งภายในชุมชนได้ ประกอบด้วย</div>
</div>
<div dir="auto">
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>1. See  (เห็นน้ำ)</strong> : สร้าง Community Water Map ระบุต้นน้ำ ทางน้ำ พื้นที่รับน้ำ จุดเสี่ยง และโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดให้อยู่ในที่เดียวกัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>2. Sense (รู้สถานการณ์)</strong> : ผสานกำลังเทคโนโลยีที่มี ทั้งระบบเดาวเทียม Radar และ iot เซ็นเซอร์ แลที่สำคัญคือ ข้อมูลจากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่ต่างจากการเป็นเซนเซอร์ชั้นดีที่มีชีวิตอยู่ภายใน​ระบบ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Simulate </span>(รู้ก่อน) :</strong> ​การพัฒนา​แบบจำลองสถานการณ์น้ำ เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าและเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือได้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>4. Solve  (ลงมือก่อน)</strong> : เปลี่ยนการคาดการณ์ มาสู่การตัดสินใจ เพื่อบริหารจัดการ เช่น สั่งปิด-เปิด ประตูน้ำ จัดพื้นที่รับน้ำ เดินเครื่องสูบน้ำ และแจ้งเตือนอพยพเฉพาะกลุ่มได้อย่างแม่นยำ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>5. Self-reliance</strong>  (ชุมชนจัดการตัวเองได้) : นับเป็นเป้าหมายสูงสูด เพื่อ​สร้างระบบที่ทำให้ชมุชนไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่มีระบบภายในชุมชนเอง ​มีข้อมูลและสามารถตัดสินใจเพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เอง</div>
</div>
</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44124 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/ENG_2986.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<p><b>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า “มหาอุทกภัยปี 2554 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 70 % ของงบประมาณแผ่นดิน ในขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในปี 2568 โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ สร้างความเสียหาย 25,000 ล้านบาท และในช่วงที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กาญจนบุรี และอีกหลายพื้นที่ รวมถึงเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในเนปาล สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงจากน้ำและภัยธรรมชาติมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ความเสียหายที่แท้จริงอาจไม่ได้วัดเพียงมูลค่าทรัพย์สิน แต่รวมถึงผลกระทบต่อชีวิต อาชีพ และความต่อเนื่องของเศรษฐกิจ บทเรียนเหล่านี้สะท้อนว่า ต้นทุนของการรอให้น้ำท่วมแล้วจึงแก้ไข สูงกว่าการลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมและป้องกันล่วงหน้าอย่างมหาศาล  ขณะที่ธนาคารโลกประเมินว่า หากเกิดน้ำท่วมขนาดใกล้เคียง        มหาอุทกภัยปี 2554 อีกครั้งในปี 2030 ประเทศไทยอาจสูญเสียผลผลิตเกือบ 10% ของ GDP โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่การรับมือน้ำท่วมได้ดีขึ้น แต่คือการทำให้แต่ละพื้นที่ รู้จักน้ำของตัวเอง รู้ความเสี่ยง และเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย”  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44131 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/LINE_ALBUM_WATER-RESILIENCE-FORUM-_3-SMART-WATER-COMMUNITIES_260904_36.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><b>ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานศูนย์กันก่อนท่วม</b><span style="font-weight: 400;"> นำเสนอ 4 แนวทาง </span><b>“เปลี่ยนวิกฤตน้ำ สู่เศรษฐกิจมั่นคง”</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่</span></p>
<p><b>&#8211; Blue Infrastructure</b><span style="font-weight: 400;"> การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจจากน้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำหนุน พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนแบบ PPP ระหว่างภาครัฐและเอกชน </span></p>
<p><b>&#8211; Integrated Water Data Platform</b><span style="font-weight: 400;"> การเชื่อมโยงข้อมูลน้ำแบบ Real-time เพื่อคาดการณ์ เตือนภัย และวางแผนเชิงรุก </span></p>
<p><b>&#8211; Water Smart Community</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมพลังชุมชนให้ร่วมบริหารจัดการน้ำกับภาครัฐ ทั้งการรับมือและการใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างยั่งยืน </span></p>
<p><b>&#8211; ยกระดับการบริหารจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติ</b><span style="font-weight: 400;"> เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานด้านน้ำทุกภาคส่วนให้เป็นระบบเดียวกัน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44128 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/LINE_ALBUM_WATER-RESILIENCE-FORUM-_3-SMART-WATER-COMMUNITIES_260904_29.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b> 7 ชุมชนต้นแบบ : เมื่อ &#8216;การจัดการน้ำ&#8217; กลายเป็น &#8216;โอกาส&#8217;</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span> <span style="font-weight: 400;">ภายในงานมี</span><b>พิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติชุมชนต้นแบบ</b><span style="font-weight: 400;">แก่ผู้แทน 7 ชุมชนต้นแบบ สะท้อนว่าการจัดการน้ำไม่มีสูตรเดียว แต่เกิดจากคนในพื้นที่ที่เข้าใจปัญหา ร่วมมือกัน และออกแบบทางออกให้เหมาะกับบริบทของตัวเอง จึงสามารถเปลี่ยนจากวิกฤติน้ำเป็นความมั่นคง คุณภาพชีวิตที่ดี ความร่วมมือ และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ได้พร้อมกัน</span></p>
<p><b>&#8211; เชียงดาว จ.เชียงใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนพลังของ </span><b>“คนต้นน้ำสร้างอนาคตร่วมกัน”</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อชุมชนร่วมดูแลทรัพยากรต้นน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ทั้งพื้นที่ต้นน้ำและผู้คนปลายน้ำ</span></p>
<p><b>&#8211; แพรกหนามแดง จ.สมุทรสงคราม</b><span style="font-weight: 400;"> แสดงให้เห็นว่า </span><b>“น้ำสร้างมิตร”</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ เมื่อความขัดแย้งระหว่างพื้นที่น้ำจืดและน้ำเค็มกว่า 20 ปี เปลี่ยนเป็นความร่วมมือด้วยข้อมูล งานวิจัย และภูมิปัญญาท้องถิ่น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44132 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/ENG_3210.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>&#8211; ตาหลังใน จ.สระแก้ว</b><span style="font-weight: 400;"> แสดงพลังของ </span><b>“ข้อมูลเปลี่ยนปัญหาเป็นแผน”</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อชุมชนรู้ว่าน้ำมีเท่าไร อยู่ที่ไหน และต้องการใช้เท่าไร ก่อนนำข้อมูลผ่าน COPIN มาวิเคราะห์และวางแผนจัดการน้ำ</span></p>
<p><b>&#8211; ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ๙ ดี จ.บุรีรัมย์</b><span style="font-weight: 400;"> แสดงให้เห็นว่า </span><b>“จัดการน้ำ สร้างความมั่นคง สร้างรายได้”</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้สูงอายุที่ไม่เคยมีรายได้ สามารถสร้างรายได้คนละ2,000-3,000 บาทต่อเดือน ผ่านแก้มลิง พลังงานแสงอาทิตย์ การพัฒนาพันธุ์ข้าว และพืชผล รวมทั้งพัฒนาเกษตรกร</span></p>
<p><b>&#8211; นครปฐม</b><span style="font-weight: 400;"> ได้รับความเสียหายจากมหาอุทกภัย พ.ศ. 2554 รวมประมาณ 6,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมประมาณ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จังหวัดสามารถฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันภาคเกษตรกรรมของจังหวัดมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 17,000 ล้านบาท( Gross Provincial Product ด้านเกษตรของจังหวัด ที่มา สภาพัฒน์) </span></p>
<p><b>&#8211; คลองเปรมประชากร กรุงเทพฯ</b><span style="font-weight: 400;"> แสดงให้เห็นว่า </span><b>“แก้น้ำ พร้อมแก้คุณภาพชีวิต”</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยการฟื้นฟูคลอง ระบบระบายน้ำ ที่อยู่อาศัย พื้นที่สาธารณะ และการมีส่วนร่วมของคนริมคลอง</span></p>
<p><b>&#8211; ทรงวาด กรุงเทพฯ</b><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนการ </span><b>“อยู่กับน้ำ พร้อมสร้างเศรษฐกิจ”</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อชุมชนริมน้ำปรับตัวต่อความเสี่ยง ควบคู่กับการนำอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนประมาณ 5,000 คนต่อวัน สร้างรายได้ทั้งย่าน 10-40 ล้านบาทต่อเดือน</span><b> </b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44129 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/ENG_3296.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>จาก &#8216;Water Resilience&#8217; สู่ &#8216;Water Economy&#8217;</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในงานยังมีการจัด</span><b>เวทีเสวนาเรื่อง </b><span style="font-weight: 400;"> </span><b>“ประเทศไทยจะทำอย่างไรให้ทุกจังหวัดก้าวสู่การเป็น Water Smart Community”</b><span style="font-weight: 400;"> โดย</span><b> รองศาสตราจารย์ ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</b><span style="font-weight: 400;">  โดยสรุปบทเรียนจากทั้ง 7 พื้นที่ว่า การจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการเข้าใจพื้นที่ และเปลี่ยนจากการ “รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้” เป็น “รู้ก่อน–เตรียมก่อน–ป้องกันก่อน” หัวใจสำคัญคือการเชื่อมข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และพลังของชุมชน เข้าด้วยกัน เพื่อให้แต่ละพื้นที่รู้จักน้ำของตัวเอง เข้าใจความเสี่ยง และสามารถเตรียมรับมือได้ก่อนเกิดภัย </span></p>
<p><b> </b> <span style="font-weight: 400;">“การจัดการน้ำ (Water Resilience) จึงไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายเพื่อป้องกันภัย แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต” ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด Water Economy ที่ศูนย์กันก่อนท่วมมุ่งผลักดัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนจากการ </span><b>“รับมือกับน้ำ”</b><span style="font-weight: 400;"> ไปสู่การ </span><b>“อยู่กับน้ำอย่างรู้เท่าทัน และใช้ประโยชน์จากน้ำเพื่อสร้างอนาคต” </b><span style="font-weight: 400;">ทั้งความสามารถในการอยู่รอด ฟื้นตัว และเติบโตหลังเผชิญความเสี่ยง เมื่อชุมชนมีน้ำเพื่อการเกษตร มีความมั่นคงทางอาหาร มีระบบจัดการน้ำที่ดี เมืองมีพื้นที่ให้คนอยู่ร่วมกับน้ำ หรือสามารถนำทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรม   มาต่อยอดทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ”ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าวปิดท้าย  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44126 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/ENG_3084.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/water-resilience-forum-ep3/">&#8216;กันก่อนท่วม&#8217; ชูต้นแบบ Water Smart Communities เปลี่ยน &#8216;ผู้ประสบภัย&#8217; เป็น &#8216;ผู้จัดการน้ำ&#8217; พร้อม 7 ชุมชนต้นแบบ ปรับตัวสู่ Water Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะทุก &#8216;การให้&#8217; คือ &#8216;ความสุข&#8217; โออิชิ ปักหมุด โออิชิเดย์ 9.9 ฉลอง 27 ปี 27 บาท &#8216;GIVE MORE, SHARE MORE&#8217; สร้างความหมายใหม่ให้การเฉลิมฉลอง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/oishi99-give-more-share-more/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 13:52:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GIVE MORE SHARE MORE]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[OISHI 9.9]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi Day]]></category>
		<category><![CDATA[Social Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกการให้สร้างความสุขได้มากกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[วันแห่งการแบ่งปันความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[วันแห่งการให้]]></category>
		<category><![CDATA[วันโออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ศสัย ตังเดชะหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[แคมเปญ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการให้]]></category>
		<category><![CDATA[โปรโมชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ 27 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ 9.9]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิเดย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44073</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขับเคลื่อนมาครบ 27 ปีแล้ว นับจากวันที่ 9 กันยายน 2542 (9/9/1999) ที่ธุรกิจโออิชิได้เริ่มเปิดตัวให้บริการ โดยมีเป้าหมายที่จะส่ง​มอบ​​ความสุขผ่านมื้ออาหารคุณภาพให้คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำให้อาหารญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์คนไทยมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมการจัดกิจกรรมทางการตลาดที่แปลกใหม่ ที่ทำให้คนไทย Wow จากประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ ดังนั้น &#8216;ความสุข&#8217; และ &#8216;การให้&#8217; จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่โออิชิต้องการส่งมอบให้กับคนไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะในปีนี้ ที่โออิชิ เลือกปักหมุดวันสำคัญ &#8216;โออิชิ9.9&#8217; เป็นวันแห่งการแบ่งปันความสุข (GIVE MORE, SHARE MORE) เพื่อฉลองวาระครบรอบ &#8216;โออิชิ 27 ปี&#8217; บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด พร้อมเดินหน้าสร้างความหมายใหม่ให้กับการเฉลิมฉลอง ภายใต้แนวคิด &#8216;ทุกการ ‘ให้’ สร้างความสุข&#8230;ได้มากกว่า&#8217; เพื่อแทนคำขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนและทุกความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เสมอมา ประเดิมกิจกรรมสำหรับลูกค้า ด้วย &#8216;โออิชิ 9.9&#8216; วันแห่งการแบ่งปันความสุข (GIVE MORE, SHARE MORE) ชวนลูกค้าพาคนพิเศษ คนในครอบครัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/oishi99-give-more-share-more/">เพราะทุก &#8216;การให้&#8217; คือ &#8216;ความสุข&#8217; โออิชิ ปักหมุด โออิชิเดย์ 9.9 ฉลอง 27 ปี 27 บาท &#8216;GIVE MORE, SHARE MORE&#8217; สร้างความหมายใหม่ให้การเฉลิมฉลอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ขับเคลื่อนมาครบ 27 ปีแล้ว นับจากวันที่ <strong>9 กันยายน 2542 (9/9/1999) </strong>ที่ธุรกิจโออิชิได้เริ่มเปิดตัวให้บริการ โดยมีเป้าหมายที่จะส่ง​มอบ​​ความสุขผ่านมื้ออาหารคุณภาพให้คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำให้อาหารญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์คนไทยมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-44073"></span></p>
<p>พร้อมการจัดกิจกรรมทางการตลาดที่แปลกใหม่ ที่ทำให้คนไทย Wow จากประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ ดังนั้น<strong> &#8216;ความสุข&#8217;</strong> และ <strong>&#8216;การให้&#8217;</strong> จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่โออิชิต้องการส่งมอบให้กับคนไทยมาโดยตลอด</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โดยเฉพาะในปีนี้ ที่โออิชิ เลือกปักหมุดวันสำคัญ <strong>&#8216;โออิชิ9.9&#8217;</strong> <strong>เป็นวันแห่งการแบ่งปันความสุข</strong> (<strong>GIVE MORE, SHARE MORE)</strong> เพื่อฉลองวาระครบรอบ &#8216;<strong>โออิชิ 27 ปี&#8217;</strong> บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด พร้อมเดินหน้าสร้างความหมายใหม่ให้กับการเฉลิมฉลอง ภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;ทุกการ ‘ให้’ สร้างความสุข&#8230;ได้มากกว่า&#8217;</strong> เพื่อแทนคำขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนและทุกความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เสมอมา</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<div dir="auto">ประเดิมกิจกรรมสำหรับลูกค้า ด้วย &#8216;<strong>โออิชิ </strong><strong>9.9</strong><strong>&#8216; วันแห่งการแบ่งปันความสุข (</strong><strong>GIVE MORE, SHARE MORE) </strong>ชวนลูกค้าพาคนพิเศษ คนในครอบครัว หรือคนที่อยากแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ มาร่วมฉลองวันครบรอบ <strong>โออิชิ </strong><strong>27 </strong><strong>ปี ในวันที่ </strong><strong>9 </strong><strong>กันยายน </strong><strong>2569 </strong>ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิที่ร่วมรายการ จำนวน 165 สาขา</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ความพิเศษของ <strong>“โออิชิ </strong><strong>9.9” </strong><strong>วันแห่งการแบ่งปันความสุข (</strong><strong>GIVE MORE, SHARE MORE)</strong> คือ การนำสองตัวเลขสำคัญของวาระครบรอบ ได้แก่ &#8216;<strong>9.9&#8242; (9</strong><strong> กันยายน) และ &#8216;</strong><strong>27</strong><strong> ปี&#8217;</strong> มาออกแบบเป็นกลไกแห่งการแบ่งปัน ให้ลูกค้าได้ทั้งฉลองและร่วม “ให้” ไปพร้อมกัน <strong>เฉพาะวันที่ </strong><strong>9</strong><strong> กันยายน </strong><strong>2569</strong><strong> วันเดียว</strong> ผ่าน 2 รูปแบบ ได้แก่</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<ul>
<li><strong>BUFFET – SHARE WITH SOMEONE:</strong> ชวนคนพิเศษมาอิ่มสุขด้วยกัน เมื่อใช้บริการแพ็กเกจบุฟเฟต์ที่ร่วมรายการ 2 ท่าน <strong><u>“ท่านที่สองจ่ายเพียง </u></strong><strong><u>27</u></strong><strong><u> บาท”</u></strong><strong> จำกัดสาขาละ </strong><strong>99</strong><strong> สิทธิ์ หรือ </strong><strong>99</strong><strong> คู่</strong> (2 ท่าน/1 สิทธิ์) ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิที่ร่วมรายการ ได้แก่ <strong>โออิชิ แกรนด์</strong><strong>, </strong><strong>โออิชิ อีทเทอเรียม</strong><strong>, </strong><strong>โออิชิ บุฟเฟต์</strong><strong>, </strong><strong>และ นิกุยะ ทุกสาขา และ ชาบูชิ </strong><strong>99</strong><strong> สาขาที่ร่วมรายการ</strong></li>
<li><strong>A LA CARTE – SHARE ANOTHER DISH:</strong> เพิ่มความสุขให้มื้อโปรด เมื่อสั่งเมนูอาหารจานหลักตามเงื่อนไขที่กำหนด รับสิทธิ์พิเศษ <strong><u>“จานที่สองจ่ายเพียง </u></strong><strong><u>27 </u></strong><strong><u>บาท”</u></strong> สำหรับเมนูที่ร่วมรายการ (เงื่อนไขการสั่งอาหารจานหลักและเมนูที่ร่วมรายการอาจแตกต่างกันในแต่ละแบรนด์และสาขา) <strong>จำกัดสาขาละ </strong><strong>99 </strong><strong>สิทธิ์</strong> (1 ท่าน/1 สิทธิ์) ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิที่ร่วมรายการ ได้แก่ <strong>โออิชิ ราเมน, คาคาชิ, และ โออิชิ บิซโทโระ ทุกสาขา</strong></li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44076 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/02_PR_โออิชิ-27-ปี-ชวนฉลอง-9.9-วันแห่งการแบ่งปันความสุข-แนวนอน.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p><strong>โดยทุกการใช้สิทธิ์โปรโมชัน &#8216;โออิชิ </strong><strong>9.9</strong><strong>&#8216; วันแห่งการแบ่งปันความสุข (</strong><strong>GIVE MORE, SHARE MORE) </strong><strong>ไม่ว่าจะเป็น &#8216;บุฟเฟต์ท่านที่สอง&#8217; หรือ &#8216;เมนูจานที่สอง&#8217; ยอดชำระ </strong><strong>27 </strong><strong>บาทจากทุกสิทธิ์ จะถูกรวบรวมและส่งมอบให้แก่องค์กรสาธารณกุศล ผ่านโครงการ &#8216;ให้&#8217; เพื่อร่วมสร้างประโยชน์และส่งต่อความสุขให้แก่ผู้คนในสังคมต่อไป</strong></p>
<p><strong>คุณศสัย ตังเดชะหิรัญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ​โออิชิเชื่อว่า<strong> &#8216;ความสุขไม่ได้ลดลงเมื่อแบ่งให้ใคร แต่กลับเพิ่มขึ้นเมื่อเราได้ส่งต่อให้กัน&#8217;</strong> การฉลองโออิชิเดย์ใน​ครั้งนี้จึงพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะทุกมื้อแห่งความสุข ยังสามารถ​แบ่งปันและส่งต่อความสุขออกไปได้ไกลกว่าโต๊ะอาหาร ด้วยการเชื่อมโยงให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการ​​สร้างประโยชน์คืนสู่สังคมผ่านการมาใช้สิทธิโปรโมชั่นในโอกาสพิเศษดังกล่าว</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><em>&#8220;หนึ่งมื้อแห่งการเฉลิมฉลองในวันที่ 9 กันยายนนี้ จะเกิดการ Share ถึงสองระดับ ในเวลาเดียวกัน ทั้ง <strong>&#8216;Share with Someone You Love&#8217;</strong> หรือการ​แบ่งปันมื้ออาหารและช่วงเวลาแห่งความสุขกับคนที่เรารัก และ <strong>&#8216;Share with Society&#8217;</strong> ที่เชื่อมโยงการมาใช้บริการให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อสิ่งดีๆ ไปสู่ผู้อื่นในสังคมได้  พร้อมตอกย้ำแนวทางการตลาดเพื่อสังคม หรือ<strong> Social Marketing</strong> ของโออิชิ เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดให้สามารถ​สร้างคุณค่าแก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม และทำให้การเฉลิมฉลองไม่ได้มีความหมายเฉพาะกับแบรนด์หรือลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการให้ ผ่านสิ่งที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ นั่นคือการใช้เวลาร่วมกัน แบ่งปันมื้ออาหาร และส่งต่อความสุขจากมื้อของตัวเองไปสู่ผู้อื่น&#8221;​</em></div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โออิชิยังตั้งใจให้​การเฉลิมฉลองในปีที่ 27 เป็นการกลับมาสร้าง​ความหมายให้​วันที่ 9 เดือน 9 อย่างชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้กลายเป็น<strong> OISHI DAY​ &#8216;วันโออิชิ&#8230;วันแห่งการ &#8216;ให้&#8217;</strong> วันที่โออิชิชวนพนักงาน ลูกค้า และทุกคนมาร่วมทำสิ่งดีๆ และส่งต่อความสุขให้แก่กัน เพื่อให้การฉลองวันเกิดของโออิชิในแต่ละปี ไม่ได้เป็นเพียงวันที่แบรนด์ได้รับคำอวยพร แต่เป็นวันที่โออิชิและทุกคนได้ร่วมกันให้กลับคืนไปสู่สังคม พร้อมรูปแบบการจัดแคมเปญที่เปลี่ยนไป และ​ตอกย้ำการให้ความสำคัญกับการให้เพิ่มมากขึ้น จากที่การจัดแคมเปญก่อนหน้า จะเน้นการมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเท่านั้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><em>&#8220;ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา โออิชิเติบโตขึ้นจากการสนับสนุนและความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เราเสมอมา ในโอกาสครบรอบปีนี้ เราจึงอยากเปลี่ยนวันครบรอบของโออิชิ จากวันที่เราได้รับคำอวยพร ให้เป็นวันที่ทุกคนได้ร่วมกัน ‘ให้’ และส่งต่อความสุขกลับคืนสู่สังคม เพราะเราเชื่อว่าทุการ ‘ให้’ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สามารถสร้างความสุขที่ส่งต่อได้มากกว่า และนี่คือความตั้งใจที่เราอยากต่อยอดให้ 9.9 ก้าวสู่ ‘<strong>OISHI DAY’ วันโออิชิ&#8230;วันแห่งการ ‘ให้’</strong> และแบ่งปันความสุข ที่โออิชิ ลูกค้า และสังคมจะเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน&#8221;</em> คุณศสัย กล่าวทิ้งท้าย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/oishi99-give-more-share-more/">เพราะทุก &#8216;การให้&#8217; คือ &#8216;ความสุข&#8217; โออิชิ ปักหมุด โออิชิเดย์ 9.9 ฉลอง 27 ปี 27 บาท &#8216;GIVE MORE, SHARE MORE&#8217; สร้างความหมายใหม่ให้การเฉลิมฉลอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชู &#8216;นครสวรรค์โมเดล&#8217; ต้นแบบธนาคารอาหาร เดินหน้า MOU ​ขยายผล &#8216;Nakhon Sawan Food Bank&#8217; สร้างระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินระดับประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/nakhon-sawan-food-bank-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 09:59:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Nakhon Sawan Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank Digital Platform]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเปราะบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[นครสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[นครสวรรค์โมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[พนันต์ ทับทิม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เศวต เพชรนุ้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เอื้องดอย กีรติบริบูรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44054</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งพื้นที่ตัวอย่าง​ที่สามารถขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงทางอาหาร สำหรับ &#8216;นครสวรรค์&#8217; ในการเป็นจังหวัดต้นแบบ &#8216;ธนาคารอาหาร&#8217; (Food Bank) ที่ใช้เวลาราว 2 ปี สามารถขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมได้ครบทั้ง 15 อำเภอ พร้อมเพิ่มเครือข่าย จากเดิมที่มีเพียง 42 คน แต่ปัจจุบันมี​เกือบ 300 คน และความสำเร็จในการกอบกู้อาหารได้กว่า 51 ตัน รวมทั้งความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดขยะอาหารลงได้กว่า 131 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ความสำเร็จของนครสวรรค์โมเดล มาจากการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการในทุกภาาคส่วน ทั้งภาครัฐโดยทางจังหวัดนครวสรรค์  ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการอย่างจริงจัง  มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับการทำงานของภาคสังคม และเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ รวมทั้งการประสานงานจากส่วนกลางอย่าง มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) ในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการที่มีอาหารส่วนเกินเพื่อส่งมอบให้แก่กลุ่มเปราะบาง และผู้ที่มีความต้องการ ไปจนถึง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการนำนวัตกรรมต่างๆ มาช่วยดูแลคุณภาพ เพื่อ​ส่งมอบอาหารที่มีความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมทั้งการสร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อ​สามารถต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการอาหารส่วนเกินได้ในระดับประเทศ คุณเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ​กล่าวว่า จังหวัดนครสวรรค์ให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรภายในจังหวัด โดยได้​จัดตั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/nakhon-sawan-food-bank-model/">ชู &#8216;นครสวรรค์โมเดล&#8217; ต้นแบบธนาคารอาหาร เดินหน้า MOU ​ขยายผล &#8216;Nakhon Sawan Food Bank&#8217; สร้างระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินระดับประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งพื้นที่ตัวอย่าง​ที่สามารถขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงทางอาหาร สำหรับ <strong>&#8216;นครสวรรค์&#8217;</strong> ในการเป็นจังหวัดต้นแบบ <strong>&#8216;ธนาคารอาหาร&#8217; (Food Bank)</strong> <strong>ที่ใช้เวลาราว 2 ปี สามารถขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมได้ครบทั้ง 15 อำเภอ</strong> พร้อมเพิ่มเครือข่าย จากเดิมที่มีเพียง 42 คน แต่ปัจจุบันมี​เกือบ 300 คน และความสำเร็จในการกอบกู้อาหารได้กว่า 51 ตัน รวมทั้งความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดขยะอาหารลงได้กว่า 131 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p><span id="more-44054"></span></p>
<p>ความสำเร็จของนครสวรรค์โมเดล มาจากการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการในทุกภาาคส่วน ทั้งภาครัฐโดยทาง<strong>จังหวัดนครวสรรค์ </strong> ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการอย่างจริงจัง  มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับการทำงานของภาคสังคม และเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ รวมทั้งการประสานงานจากส่วนกลางอย่าง <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ (</strong><strong>SOS Thailand)</strong> ในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการที่มีอาหารส่วนเกินเพื่อส่งมอบให้แก่กลุ่มเปราะบาง และผู้ที่มีความต้องการ ไปจนถึง <strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) </strong>ในการนำนวัตกรรมต่างๆ มาช่วยดูแลคุณภาพ เพื่อ​ส่งมอบอาหารที่มีความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมทั้งการสร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อ​สามารถต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการอาหารส่วนเกินได้ในระดับประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/MOU1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเศวต เพชรนุ้ย </strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ​กล่าวว่า จังหวัดนครสวรรค์ให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรภายในจังหวัด โดยได้​จัดตั้ง <strong>คณะกรรมการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของจังหวัดนครสวรรค์ </strong>ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมี พมจ. เป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อขับเคลื่อนทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ในการเปลี่ยนอาหารส่วนเกิน เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อ​เป็นจังหวัดต้นแบบในการสร้างระบบนิเวศอาหารที่มั่นคงให้จังหวัดอื่นๆ</p>
<p><em>&#8220;ความสำเร็จในการยกระดับ​​<strong> &#8216;</strong><strong>Nakhon Sawan Food Bank&#8217; </strong>จากโครงการการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดขยะอาหารและสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ พัฒนาสู่ระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินระดับจังหวัดที่ปลอดภัย-ตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมทั้งการขยายความสำเร็จไปสู่จังหวัดอื่นๆ ในอนาคต​  สะท้อนความแข็งแรงในการ​บูรณาการการทำงานทั้ง​ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อการสร้างระบบนิเวศอาหารที่มั่นคง นำอาหารที่ปลอดภัยไปถึงมือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด ​พร้อมทั้งช่วยลดขยะอาหาร ร่วมสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งผู้คนในสังคม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44064 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mou8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเอื้องดอย กีรติบริบูรณ์ </strong>พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครสวรรค์ <span class="ng-star-inserted" data-start-index="1853">(พมจ.) </span>ให้ข้อมูลกลุ่มเปราะบางที่ขึ้นทะเบียนอยู่ในระบบฐานข้อมูลของจังหวัดนครสวรรค์ พบว่า มีจำนวนประมาณ 32,000 คน จากจำนวนประชากรท้ังจังหวัดที่ราว 1.1 ล้านคน ขณะที่ยังพบข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะค่าอาหารเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการดูแลเด็กที่เข้ารับการคุ้มครองจากบ้านพักเด็กภายในจังหวัดอยู่ที่ไม่ถึง 30 บาทต่อหัวต่อวัน การมีอาหารส่วนเกินจากโครงการธนาคารอาหารที่เข้ามาช่วยดูแลกลุ่มเปราะบาง ทำให้ช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหารที่มีโภชนาการและปลอดภัย และเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตรวมทั้งเพิ่มคุณค่าและเติมเต็มความสุขให้เด็กๆ ​ได้เพิ่มมากขึ้น <b class="ng-star-inserted" data-start-index="2210"></b></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> กล่าวว่า เป้าหมายของ สวทช. ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวน Food Bank แต่คือการสร้าง &#8216;<strong>ระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของประเทศ&#8217;</strong> โดย สวทช. ได้นำองค์ความรู้จากศูนย์แห่งชาติมาประยุกต์ใช้ครบวงจร ทั้งด้านความปลอดภัยอาหารโดย<strong> BIOTEC</strong>  ร่วมผลักดันแนวปฏิบัติระดับประเทศ, พร้อมการพัฒนาชุดตรวจสอบความปลอดภัย สำหรับอาสามัครใช้ในระหว่างกระบวนการขนส่งก่อนส่งมอบสู่ผู้รับได้อย่างปลอดภัย ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44062 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/MOu4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>NECTEC </strong> ได้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล <strong> Thailand’s Food Bank Digital Platform</strong> สำหรับเป็นฐานข้อมูลกลางเพื่อเชื่อมโยง​การติดตามข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมท้ัง​สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้</p>
<p>​ขณะที่ <strong>MTEC</strong> ได้ร่วมมือกับ<strong> อบก</strong>. ​เพื่อขับเคลื่อน​การประเมิน <strong>คาร์บอนเครดิต </strong>จากโครงการที่มีส่วนช่วยลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหารลงได้  ตลอดจนขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงนโยบายเพื่อปลดล็อกอุปสรรคทางภาษีภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;การบริจาคไม่ควรเสียเปรียบการทำลาย&#8217;</strong> เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;ประเทศไทยยังมีกลุ่มเปราะบางที่ขาดแคลนเข้าถึงอาหาร และหากทิ้งไว้จะกลายเป็นขยะอาหารสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สวทช. จึงเข้ามาพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือสนับสนุน ร่วมกับมูลนิธิ SOS และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ <strong>Nakhon Sawan Food Bank </strong>สู่การขยายผลในระดับประเทศ รวมทั้งเพิ่มภาคีเครือข่ายทั้งอาสาสมัคร จิตอาสา รวมท้ังกลุ่มผู้ประกอบการที่มีอาหารส่วนเกินอยู่ในระบบเข้ามาร่วมขับเคลื่อนเพื่อสร้างระบบนิเวศในการสร้างความมั่นคงทางอาหารในวงกว้างได้มากยิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44063 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/MOU6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์</strong> <strong>หัวหน้าชุดโครงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดปัญหาขยะอาหาร</strong> กล่าวเสริมว่า จากเดิมนครสวรรค์มีอาสาสมัครรักษ์อาหารเพียง 42 คน ปัจจุบันภายใต้การหนุนเสริมของโครงการฯ ทำให้มีอาสาสมัครเพิ่มขึ้นเป็น 292 คน ครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 15 อำเภอ ส่งผลให้ปริมาณอาหารที่กอบกู้ได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า หรือกว่า 12,000 กิโลกรัมต่อเดือน และหากนับสะสม 2 ปี ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 จังหวัดนครสวรรค์สามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินได้แล้วกว่า 51,900 กิโลกรัม หรือกว่า 51 ตัน คิดเป็นกว่า 218,000 มื้ออาหาร ช่วยลดขยะอาหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 131 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสำเร็จของกลไกการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ที่มีคณะกรรมการระดับจังหวัดและสำนักงาน พมจ.นครสวรรค์ เป็นกลไกหลักในการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นระบบ</p>
<p>ด้าน <strong>คุณ​ทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) กล่าวว่า การลงนาม MOU ร่วมกับจังหวัดนครสวรรค์ และ สวทช.  ในครั้งนี้ จะช่วยขยายผลและ​ยกระดับการทำงานตามแนวทาง​​นครสวรรค์โมเดลไปสู่ระดับประเทศ โดย SOS Thailand จะมุ่งเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงและนำจุดแข็งของแต่ละภาคส่วนทั้​งภาคเอกชน จิตอาสา เพื่อเข้าถึงกลุ่มเปราะบางที่มีความต้องการได้อย่างทั่วถึงและตรงจุด ซึ่งความสำเร็จและความเข้มแข็งจากนครสวรรค์ทำให้เห็นภาพการดำเนินงานและผลลัพธ์ที่ชัดเจน รวมทั้งการทำงานวิจัยหรือร่วมขับเคลื่อนเชิงนโยบายหรือข้อกฎหมายต่างๆ จากทาง สวทช. จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ทำให้ภาคเอกชนให้ความสนใจในการเข้ามาร่วมอยู่ในระบบนิเวศเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44065 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/sos-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพนันต์ ทับทิม </strong>ผู้ประสานงานเครือข่าย SOS Thailand จังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยถึงการทำงานภาคสนามว่า เครือข่ายอาสาสมัครทำหน้าที่เสมือน <strong>สะพานบุญ</strong>​ในการกอบกู้และส่งต่ออาหารส่วนเกิน ทั้งอาหารพร้อมทาน ผัก ผลไม้ ขนมปัง และอาหารปรุงสุก จากผู้บริจาคภาคเอกชนรายใหญ่ในเมืองนครสวรรค์ อาทิ บิ๊กซี ร้านสะดวกซื้อ แม็คโคร และเอสแอนด์พี เฉลี่ยวันละ 150–200 กิโลกรัม ความโดดเด่นของอาสาสมัครชุดนี้คือการทำงานภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากมูลนิธิ SOS และนักวิจัยโครงการ Foodbank สวทช. ที่มอบชุดตรวจอย่างง่ายเพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพอาหารระหว่างการขนส่ง สร้างความมั่นใจว่าอาหารทุกชิ้นมีความสะอาด ปลอดภัย และผ่านกระบวนการที่ได้มาตรฐานก่อนถึงมือผู้รับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44067 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/MOU9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การบริหารจัดการ &#8216;<strong>อาหารส่วนเกิน&#8217;</strong> อย่างบูรณาการและเป็นระบบ โดยเฉพาะจากต้นแบบอย่าง <strong>&#8216;นครสวรรค์โมเดล&#8217;</strong> มาจากการผนึกกำลังจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ผ่านการทำงานและแชร์ข้อมูลร่วมกัน รวมทั้งการมองภาพใหญ่เพื่อสามารถขยายผลความสำเร็จจากจังหวัดหนึ่งไปสู่อีกจังหวัดได้ในอนาคต รวมทั้งการศึกษาข้อจำกัด หรือกำแพงต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนโครงการ  เพื่อสามารถเพิ่มแรงจูงใจหรือสร้างแนวร่วมเพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mou10.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/nakhon-sawan-food-bank-model/">ชู &#8216;นครสวรรค์โมเดล&#8217; ต้นแบบธนาคารอาหาร เดินหน้า MOU ​ขยายผล &#8216;Nakhon Sawan Food Bank&#8217; สร้างระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินระดับประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
