<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธุรกิจร้านอาหาร &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 May 2026 09:19:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ธุรกิจร้านอาหาร &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;​ ​เซ็ตโมเดลวางมาตรฐานครัว​โรงเรียน ​ยกระดับอาหารกลางวันเพิ่มคุณภาพชีวิตเด็กไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/crg-school-kitchen-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 09:19:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำอ้อย สุนทรพฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารกลางวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[โชติรส วัฒนวรกิจกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42073</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยความเชื่อว่า &#8216;อาหารที่ดี เป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทย&#8216; ประกอบกับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ใน​ธุรกิจร้านอาหารมากว่า 47 ปี จากการบริหารจัดการดูแลร้านอาหารในเครือรวม 24 แบรนด์ ครอบคลุมมากกว่า 1,450 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการเพื่อสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่าง &#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217; มุ่งส่งเสริมมาตรฐานครัวอนามัยในโรงเรียน พร้อมยกระดับครัวโรงเรียนและอาหารกลางวันให้สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระยะยาว ต่อยอดความเชี่ยวชาญ สู่การพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันโรงเรียน เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการต่อยอดความเชี่ยวชาญทั้งในเรื่องมาตรฐาน Food Safety รวมทั้งการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารที่ CRG ​มี นำมาปรับใช้การดูแลการพัฒนาอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ทั้งในเรื่องสุขอนามัยและคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งมอบ &#8216;มื้ออาหารที่มีคุณภาพ&#8217; ให้แก่เด็กไทยในวันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดี และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศได้ในอนาคต คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มเซ็นทรัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/crg-school-kitchen-project/">&#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;​ ​เซ็ตโมเดลวางมาตรฐานครัว​โรงเรียน ​ยกระดับอาหารกลางวันเพิ่มคุณภาพชีวิตเด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยความเชื่อว่า &#8216;<strong>อาหารที่ดี เป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทย</strong>&#8216; ประกอบกับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ใน​ธุรกิจร้านอาหารมากว่า 47 ปี จากการบริหารจัดการดูแลร้านอาหารในเครือรวม 24 แบรนด์ ครอบคลุมมากกว่า 1,450 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-42073"></span></p>
<p>ทำให้ <strong>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (</strong><strong>CRG)</strong> เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการเพื่อสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมอย่าง <strong>&#8216;</strong><strong>CRG </strong><strong>ปั้นครัว ปันสุข&#8217;</strong> มุ่งส่งเสริมมาตรฐานครัวอนามัยในโรงเรียน พร้อมยกระดับครัวโรงเรียนและอาหารกลางวันให้สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระยะยาว</p>
<p><strong>ต่อยอดความเชี่ยวชาญ สู่การพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันโรงเรียน</strong></p>
<p>เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการต่อยอดความเชี่ยวชาญทั้งในเรื่องมาตรฐาน Food Safety รวมทั้งการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารที่ CRG ​มี นำมาปรับใช้การดูแลการพัฒนาอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ทั้งในเรื่องสุขอนามัยและคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งมอบ<strong> &#8216;มื้ออาหารที่มีคุณภาพ&#8217;</strong> ให้แก่เด็กไทยในวันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดี และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศได้ในอนาคต</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/2.นายณัฐ-วงศ์พานิช-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บริษัท-เซ็นทรัล-เรสตอรองส์-กรุ๊ป-จำกัด-CRG.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (</strong><strong>CRG)</strong> ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า โครงการ &#8216;<strong>CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;</strong> ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนขององค์กร ​ในมิติ  CARE for People &amp; Partner หรือการดูแลผู้คนและ​พันธมิตรด้านธุรกิจ ​และให้ความสำคัญเรื่อง Care for Society โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ</p>
<p>​โดยเลือก <strong>นำร่องแห่งแรกที่โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong> ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และเป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืนของเซ็นทรัลทำ เพื่อเป็น <strong>โรงเรียนต้นแบบในการพัฒนามาตรฐานด้านครัวโรงเรียน</strong> เพื่อใช้เป็น​โมเดลการพัฒนาขยายไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ได้ทั่วประเทศ โดยในปีแรกนี้ ตั้งเป้าจะยกระดับมาตรฐานต้นแบบครัวโรงเรียน จำนวน 2 แห่ง ภายใต้การทำงานอย่างบูรณาการร่วมกันกับทางโครงการเซ็นทรัลทำของกลุ่มเซ็นทรัล</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-42106" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/8.-Re-พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ-เพื่อนำมาใช้ใ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เราไม่​เพียงมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจ แต่ให้ความสำคัญในการ​ต่อยอดความเชี่ยวชาญที่มีอยู่เพื่อนำมาสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับสังคมได้ ซึ่งช่วงเบื้องต้นริเริ่มโครงการ ได้พบว่า หลายโรงเรียนในประเทศไทย ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของครัวโรงเรียน อาทิ พื้นที่ครัวที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ระบบการจัดเก็บวัตถุดิบที่ยังไม่เป็นระบบ และขาดองค์ความรู้ด้านโภชนาการที่เหมาะสม โครงการปั้นครัว ปันสุข  จึงเข้ามายกระดับแบบองค์รวม ตั้งแต่การปรับปรุงพื้นที่ครัวให้ถูกสุขอนามัย การวางระบบการจัดเก็บวัตถุดิบและอุปกรณ์ ไปจนถึงกระบวนการปรุงอาหารที่ปลอดภัยตามหลักมาตรฐาน โดยใช้ทีมงานในการขยายสาขาของบริษัทเข้ามาดูแล ทั้ง​ทีมก่อสร้างและพัฒนา เพื่อเข้ามาช่วยออกแบบ Layout ครัว ปรับปรุงระบบน้ำ บ่อดักไขมัน ไปจนถึง​ห้องจัดเก็บสต๊อกอย่างถูกสุขลักษณะ รวมทั้งการเช็คมาตรฐานคุณภาพ (QA) ทั้งเรื่องความสะอาด การจัดเก็บวัตถุดิบ รวมทั้งทีมวิจัยและพัฒนา​สูตรอาหาร เพื่อร่วมคิดเมนูให้มีทั้งรสชาติอร่อย และถูกหลักโภชนาการ&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/school-Kitchen.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>ต่อยอดทักษะการเรียนรู้ ที่นำไปใช้ได้จริง</strong></p>
<p>​นอกเหนือจากการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน CRG ยังมุ่งเน้น <strong>การ​ให้ความรู้​</strong> ควบคู่ไปกับการลงมือปฏิบัติจริง โดยจัดกิจกรรมอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะการประกอบอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีโภชนาการที่เหมาะสมให้แก่บุคลากรในโรงเรียน และส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ เพื่อนำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวัน และสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชน พร้อมส่ทั้งปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ ภายในโรงเรียน เพื่อสร้างวินัยและพฤติกรรมที่ดีให้กับเด็กๆ ในระยะยาว ควบคู่กับการสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวัน เพื่อให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/17.-CRG-ได้นำความเชี่ยวชาญมาปรับใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณโชติรส  วัฒนวรกิจกุล</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล CRG  กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการ<strong> &#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;​</strong> มุ่งสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้ครบทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพผ่านการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของครัวโรงเรียน การให้ความรู้เพื่อเพิ่มทักษะให้นักเรียนนำไปต่อยอดทั้งการรักษาสุขลักษณะเพื่ออาหารที่ปลอดภัย รวมทั้งการสอนปลูกผักภายในโรงเรียน เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารภายในโรงเรียน  ส่วนใน​ระดับมัธยมยังได้เพิ่มทักษะ<strong>​ &#8216;ผู้ประกอบการน้อย&#8217;</strong> เพื่อต่อยอดอาชีพในอนาคตได้  ​หรือการร่วม​ส่งเสริม​การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะชีวิตผ่านแนวคิดการเปิดประสบการณ์ฝึกงานและการเรียนรู้ร่วมกับองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวสู่อนาคตอย่างมีคุณภาพ</p>
<p><em>&#8220;ในฐานะแบรนด์ที่อยู่ใกล้ชิดผู้บริโภคเราไม่ได้ต้องการให้ผู้คนนึกถึงเราแค่เวลาหิวเท่านั้น แต่อยากเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ในฐานะแบรนด์ที่มีส่วนร่วมในการสร้างชีวิต สร้างโอกาส และอนาคคที่มั่นคงให้คนไทย ขณะที่การดำเนินโครงการนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและองค์กร (Employee Engagement) โดยมีพนักงานจากโครงการจิตอาสาของเครือ 50 คน เข้าร่วมสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมร่วมกัน โดยทางบริษัทวาง​เป้าหมายเริ่มต้นให้พนักงานสละเวลาทำงานมาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อสะสมชั่วโมงความดีอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อปี ในโครงการ &#8216;1คน  1ชั่วโมง ความดี&#8217; เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้พนักงานได้อีกทางหนึ่ง โดยขับเคลื่อนเป็นปีที่ 2 ส่วนในปีแรกที่ผ่านมา สามารถสะสมชั่วโมงความดีรวมทั้งสิ้นได้ 6,000 ชั่วโมง ทั้งความดีในระดับองค์กร ในระดับทีม และในระดับบุคคล&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/15.-ทีมจิตอาสาเสิร์ฟอาหารกลางวันให้น้อง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ผอ.น้ำอ้อย สุนทรพฤกษ์</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง กล่าวว่าโครงการนี้ช่วยยกระดับครัวของโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความมั่นใจในคุณภาพอาหารที่เด็กๆ ได้รับ อีกทั้งองค์ความรู้ที่ได้รับยังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในระยะยาว</p>
<p><strong>ตั้งเป้าขยายโมเดลมาตรฐานครัวโร​งเรียนทั่วประเทศ</strong></p>
<p>สำหรับการพัฒนา ครัวโรงเรียนต้นแบบ ในปีแรกนี้ ทาง CRG ตั้งเป้านำร่อง 2 แห่ง ทั้งใน จ. อยุธยา และอีก 1 พื้นที่เพิ่มเติม ก่อนจะขยายไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ในอนาคต โดยมีแผนขยายโมเดลในการพัฒนาไปยังทุกภูมิภาคท่ัวประเทศ พร้อมทั้งมีแผนในการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินมาตรฐานครัวอนามัยและ​ห้คำปรึกษาทางโรงเรียนเพิ่มเติม และสามาร​ดำเนินการดูแล พัฒนาต่อยอดได้ด้วยตนเอง เพิ่มโอกาส​​ให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงอาหารกลางวันที่ยั่งยืนได้ในวงกว้าง</p>
<p>​​นอกจากนี้ ใน​​โอกาสส่งมอบโครงการ CRG ยังได้จัดกิจกรรมสร้างความสุขให้กับนักเรียน อาทิ การเลี้ยงอาหารกลางวัน และกิจกรรมให้ความรู้ด้านโภชนาการและสุขอนามัย เพื่อเติมเต็มทั้งความรู้และรอยยิ้มให้กับเด็กๆ อย่างครบถ้วน รวมทั้งการมอบทุนการศึกษาให้ทางโรงเรียนนำไปช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดโอกาส หรืออยู่ในกลุ่มเปราะบาง เพื่อยังอยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/13.-น้องๆ-รับประทานอาหารกลางวันที่พี่ๆ-CRG-ตั้งใจทำให้.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/crg-school-kitchen-project/">&#8216;CRG ปั้นครัว ปันสุข&#8217;​ ​เซ็ตโมเดลวางมาตรฐานครัว​โรงเรียน ​ยกระดับอาหารกลางวันเพิ่มคุณภาพชีวิตเด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:38:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Balance]]></category>
		<category><![CDATA[Bottom Line]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Cost Efficiency]]></category>
		<category><![CDATA[Food Selection Group]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Katsu Midori Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Nak-La Mookata]]></category>
		<category><![CDATA[NAMA Japanese and Seafood Buffet]]></category>
		<category><![CDATA[Shinkanzen Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ความคุ้มค่า]]></category>
		<category><![CDATA[คัตสึมิโดริ ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนวีร์ หอมเตย]]></category>
		<category><![CDATA[ชินคันเซ็น ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[นักล่าหมูกระทะ]]></category>
		<category><![CDATA[นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31733</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในต้นทุนหลักสำคัญของ &#8216;ร้านอาหาร&#8217; คือ วัตถุดิบ ขณะที่การเติบโตในแต่ละปีจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับราคาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี การบริหารจัดการเพื่อสามารถรักษา Bottom Line หรือกำไรสุทธิในธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ​ อีกหนึ่ง Case Study จาก บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด เชนร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นในการขยายแบรนด์สไตล์ Specialty Japanese Food โดยเฉพาะกลุ่มซูชิสายพาน​ และการนำแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ๆ ที่เน้นการตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าในทุกเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็น Mass Target ผ่านแบรนด์ &#8216;ชินคันเซ็น ซูชิ&#8216; (Shinkanzen Sushi) , Premium Target ผ่านแบรนด์ &#8216;นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์&#8217; (NAMA Japanese and Seafood Buffet) และแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล หลังเปิดให้บริการได้เพียงไม่นานในตลาด Premium-mass Target อย่างแบรนด์ &#8216;คัตสึมิโดริ ซูชิ&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/">ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในต้นทุนหลักสำคัญของ<strong> &#8216;ร้านอาหาร&#8217;</strong> คือ วัตถุดิบ ขณะที่การเติบโตในแต่ละปีจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับราคาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี การบริหารจัดการเพื่อสามารถรักษา Bottom Line หรือกำไรสุทธิในธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ​</p>
<p><span id="more-31733"></span></p>
<p>อีกหนึ่ง Case Study จาก <strong>บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด</strong> เชนร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นในการขยายแบรนด์สไตล์ Specialty Japanese Food โดยเฉพาะกลุ่มซูชิสายพาน​ และการนำแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ๆ ที่เน้นการตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าในทุกเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็น Mass Target ผ่านแบรนด์ <strong>&#8216;</strong><strong>ชินคันเซ็น ซูชิ</strong>&#8216; (Shinkanzen Sushi) , Premium Target ผ่านแบรนด์ &#8216;<strong>นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์&#8217;</strong> (NAMA Japanese and Seafood Buffet) และแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล หลังเปิดให้บริการได้เพียงไม่นานในตลาด Premium-mass Target อย่างแบรนด์<strong> &#8216;คัตสึมิโดริ ซูชิ&#8217;</strong> (Katsu Midori Sushi) รวมทั้งยังมีการพัฒนาอาหารไทยภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;นักล่าหมูกระทะ&#8217;</strong> (Nak-La Mookata) มาเติมพอร์ตให้มีความหลากหลายมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31734 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/1.-นายศุภณัฐ-สัจจะรัตนกุล-และ-นายชนวีร์-หอมเตย-.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เป้าหมายของบริษัท จากการเปิดเผยของ <b>คุณชนวีร์ หอมเตย </b>และ <b>คุณศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล </b>ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด คือ <strong>การขึ้นเป็นผู้นำในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น</strong> จากปัจจุบันประเมินว่าน่าจะอยู่ใน Top 5 ของตลาด หลังเริ่มบุกเบิกแบรนด์แรกอย่างชินคันเซ็น เมื่อราว 11 ปีที่ผ่านมา จากการเป็นร้านซูชิเล็กๆ ในปี 2558 และเติบโตได้อย่างโดดเด่นจนสามารถดึงดูดยักษ์ใหญ่อย่าง<strong> &#8216;เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป&#8217;</strong> หรือ <strong>CRG</strong> ให้เข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 51% เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 หรือราว 3 ปีกว่าที่ผ่านมา พร้อมการขยายแบรนด์เพิ่มขึ้นในทุกเซ็กเม้นต์ของตลาดอาหารญี่ปุ่น</p>
<p>รวมทั้งยอดขายที่ขยับขึ้นมาแตะพันล้านรวมทั้งการรักษาอัตราการเติบโตของกำไรได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเช่นกัน โดยเห็นสัญญาณชัดเจนมากขึ้นหลังจากการร่วมทุนกับทาง CRG จากผลประกอบการย้อนหลังตั้งแต่ก่อนร่วมทุนในปี 2564 ด้วยจำนวนรายได้ 737 ล้านบาท และกำไร 46 ล้านบาท</p>
<p>ขณะที่ในปี​ 2565 รายได้เพิ่มขึ้นแตะ 797 ล้านบาท และกำไร 64 ล้านบาท,  ปี 2566 รายได้ 1,415 ล้านบาท กำไร 116 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการปีล่าสุดเติบโตได้เพิ่มขึ้น 50% ด้วยยอดขาย​ 2,100 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 นี้ ไม่ต่ำกว่า 30% หรือทำรายได้แตะ 2,800 ล้านบาท โดยประเมินการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า ยอดขายจะเติบโตได้เพิ่มขึ้นราว 5,000 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31736 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/DSC04862.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างบาลานซ์ระหว่าง &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ  &#8216;กำไร&#8217;</strong></p>
<p>สำหรับความยากลำบากของผู้ประกอบการร้านอาหารในปีนี้ มาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นซึ่งค่อนข้างเป็นวัตถุดิบที่มีราคาสูง เช่น ราคาปลาแซลมอน​ซึ่งนับตั้งแต่เปิดให้บริการชินคันเซ็นสาขาแรก จนถึงปัจจุบันราคาปรับเพิ่มมากขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 50%  นอกจากนี้ ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ข้าว ชาเขียว ​ไข่หอยเม่น หรืออูนิ ไข่ปลาแซลมอน ซึ่งไม่เพียงราคาแพงขึ้นแต่ยังบางอย่างยังมีซัพพลายที่ค่อนข้างจำกัด รวมไปถึงต้นทุนด้านพลังงาน การบริหารจัดการต่างๆ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว​ ทำให้กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค ทำให้ท้ังจำนวนทราฟฟิก ความถี่และการใช้จ่ายภายในร้า​นก็กระทบด้วยเช่นกัน ทำให้การรักษาการเติบโตและตัวเลขกำไร จึงยิ่งเป็นความท้าทายเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><b>คุณชนวีร์ </b>และ <b>คุณศุภณัฐ </b>อธิบายถึง<em><strong> การรักษา Bottom Line ผ่านการบริหารจัดการต้นทุน​ เพื่อดูแล Cost Efficiency โดยในส่วนของวัตถุดิบ จะมุ่งเน้นข้อได้เปรียบของ Economy of Scale ผ่านปริมาณการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก</strong></em> ซึ่งปัจจุบันบริษัทใช้แซลมอนซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักอยู่ที่ราว 2,000 ตัวต่อสัปดาห์ <strong>รวมทั้งการทำสัญญาสั่งซื้อกับทางซัพพลายเออร์ เพื่อป้องกันปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและสามารถต่อรองได้ในราคาที่ดี รวมไปถึงการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธภาพตามแนวทาง Zero Food Waste</strong> โดยใช้ทุกส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การแล่เนื้อปลาจนหมด ขณะเดียวกันยังทำการขูดเนื้อปลาในส่วน​ที่ติดกับก้างเพื่อนำไปทำ By Product เพิ่มเติมเช่น แฮมเบิร์ก หรือเนื้อสเต็กแฮมเบอร์เกอร์ที่ทำมาจากเนื้อปลาแซลมอน ขณะที่ก้างปลาก็นำส่งขายให้กับโรงงานอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้มีส่วนใดที่ต้องเหลือทิ้งเป็นขยะ และยังช่วยเพิ่มยีลด์ หรือความสามารถในการทำกำไรได้อีกไม่ต่ำกว่า 1% พร้อมช่วยลดต้นทุนลงได้มากกว่า 10 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31735 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Nama-Japanese-and-seafood-buffet-บุฟเฟ่ต์พรีเมียมใหม่ล่าสุด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ต้นทุนด้านพลังานก็มีการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพภายในร้านและครัวกลาง การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อนำพลังงานทดแทนมาใช้ ​รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่ใช้ภายในครัวกลาง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการผลิตได้มากขึ้น และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้มากขึ้น โดยในปีนี้จะมีการลงทุนในเฟสที่ 3 ของครัวกลางด้วยงบ 30 ล้านบาท เพื่อขยายทั้งพื้นที่และกำลังผลิตอีก40% ให้สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจได้เพิ่มขึ้นอีกได้ราว 3 ปี</p>
<p><em>​&#8221;ในส่วนของการรับมือต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะเน้นการใช้เครื่องมือทางการตลาดเพื่อให้แบรนด์มีความน่าสนใจ และสามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตอกย้ำความคุ้มค่าของคุณภาพวัตถุดิบ และราคาที่สามารถจับต้องได้ การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอให้สดใหม่ มีเมนูที่น่าสนใจ และตอกย้ำความเป็น Specialty ด้านซูชิสายพาน ที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้ง​การทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายผ่านการจัดเซ็ตเมนูที่คุ้มค่ามากขึ้น การมอบส่วนลดให้ลูกค้าสมาชิก หรือมีโปรโมชันนาทีทอง รวมไปถึงการ Collaboration กับแบรนด์ชั้นนำที่หลากหลาย และการทำโปรโมชั่นกับผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ ​เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ตลอดจนสร้างกระแสในร้านอาหารญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง&#8221;  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Nama-Japanese-and-seafood-buffet-_-ที่นั่งกว้างขวางสะดวกสบาย.jpg" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p><strong>ลงทุนเพิ่ม 200 ล้านบาท ขยายเพิ่ม 16 สาขา </strong></p>
<p>สำหรับแผนขยายการเติบโตในปีนี้ของ เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 15 &#8211; 16 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวม​ 200 ล้านบาท สำหรับทั้งการขยายสาขาใหม่ และขยายกำลังผลิตครัวกลางในเฟสที่ 3 เพิ่มอีก 40% โดย​เน้นขยายในแบรนด์หลักที่จะสร้างการเติบโต ได้แก่ นักล่าหมูกระทะ และแบรนด์ใหม่ล่าสุดอย่างคัตสึมิโดริ ซูชิ  จากปัจจุบันมีสาขาทั้งหมดรวมกันทั้ง 4 แบรนด์ จำนวน 70 สาขา โดยมีรายละเอียดการขยายสาขาแต่ละแบรนด์ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31739 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/ชินคันเซ็น-ซูชิ-สาขา-สามย่านมิททาวน์.jpg" alt="" width="1200" height="697" /></p>
<p><strong>&#8211; ชินคันเซ็น ซูชิ</strong> (Shinkanzen Sushi) : ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยคุณภาพของอาหารในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมเมนูหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และถือเป็นแบรนด์หลักของบริษัทปัจจุบันมีสาขา 57 แห่ง ทำให้ปีนี้จะชะลอการขยายลงเหลือราว 5 สาขา โดยเน้นต่างจังหวัดและเมืองรองเป็นหลัก รวมทั้งในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีสาขาให้บริการ โดยใน กทม. และปริมณฑลจะขยายเพียง 1-2 แห่ง เท่านั้น ขณะที่วางแผนระยะยาวในการขยายสาขาให้ครบ 100 สาขาในอนาคต</p>
<p><strong>&#8211; นักล่าหมูกระทะ</strong> (Nak-La Mookata) : นำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการทานหมูกระทะ แก้ปัญหาความร้อนและกลิ่นควันติดตัว ด้วยการติดแอร์ และฮู้ดดูดควัน รวมถึงบริการฟรีบาร์ผัก และน้ำจิ้มที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกทานได้ไม่อั้น เปิดให้บริการยาวถึงตี 2 ตอบโจทย์ลูกค้าสายนอนดึก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ตอบโจทย์ตลาดจนสามารถเติบโตได้ดี​ และมีแผนขยายเพิ่มเติมในปีนี้ค่อนข้างก้าวกระโดดที่ราว 10 สาขา จากปีที่ผ่านมาขยายไป 6​ แห่ง และมีสาขารวมที่ 12 แห่ง ทำให้ในปีนี้จะมีสาขากว่า 20 แห่ง และเพิ่มเป็น 40 แห่ง ภายใน 5 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31740 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/นักล่าหมูกระทะ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์</strong> (NAMA Japanese and Seafood Buffet): ร้านบุฟเฟ่ต์ที่มีไลน์อาหารพรีเมียม และบาร์ DIY ที่สามารถตักอิคุระได้ไม่อั้น ซึ่งได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ ปัจจุบันให้บริการ 1 สาขา ที่ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทารา แอทเซ็นทรัลเวิลด์ และสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้กว่า 1 พันคน ทำให้มีแผนจะขยาย Store Format รูปแบบเอ้าดอร์ สำหรับการให้บริการสไตล์อิซากายะเพิ่มเติม</p>
<p><strong>&#8211; คัตสึมิโดริ ซูชิ</strong> (Katsu Midori Sushi): แบรนด์ใหม่ล่าสุด​​​​ที่มีเอกลักษณ์จากการจัดกิจกรรมภายในร้าน และ​ใช้วัตถุดิบสดใหม่ นำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มความพิเศษให้กับทุกการรับประทาน เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาเติมพอร์ตร้านอาหารญี่ปุ่นของเดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป ระหว่างตลาดพรีเมียมและแมส เพื่อเพิ่มการเติบโตและเติมพอร์ตให้ครบทุกเซ็กเม้นต์ ​ปัจจุบันให้บริการแล้ว 1 สาขา ตั้งเป้าจะขยายการให้บริการเพิ่มเติมในปีนี้อีก 1-2 สาขา และมีแผนเพิ่มให้ครบ 20 สาขา ภายใน 5 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31741 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/คัตสึมิโดริ-ซูชิ-Katsu-Midori-Sushi_ภาพลูกค้าใช้บริการที่ร้าน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ​​ในการนำธุรกิจอาหารที่คุ้มค่า และมอบประสบการณ์​ที่แตกต่าง มาเพิ่มในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นที่ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงอาหารในกลุ่มใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคนิยมากขึ้น เช่น อาหารเกาหลี เพื่อเติมพอร์ตโฟลิโอให้น่าสนใจ รวมทั้งขยายการเติบโตของแบรนด์ที่มีศักยภาพภายในพอร์ต​ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันรายได้​หลักในพอร์ตมาจากกลุ่มอาหารญี่ปุ่นทั้งชินคันเซ็น นามะ และคัตสึมิโดริ ราว 85% ขณะที่อาหารไทย จากแบรนด์นักล่าหมูกระทะที่ 15% ขณะที่แผนจาการเร่งขยายสาขานักล่าหมูกระทะในปีนี้จะทำให้สัดส่วนอาหารไทยเพิ่มเป็น 20% ขณะที่แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดอย่างคัตสึมิโดริ จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเพียง 1 สาขา​ ให้เพิ่มเป็นราว 10% ในสิ้นปีนี้&#8221;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/">ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วงการร้านอาหารไทย​ สร้างประวัติศาสตร์ &#8216;ศรณ์&#8217;  ​คว้ารางวัล &#8216;สามดาวมิชลิน&#8217; ครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมอีก 4 ร้านอาหารไทย ได้รับรองมาตรฐาน &#8216;ดาวมิชลินรักษ์โลก&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/the-michelin-guide-thailand-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Nov 2024 08:13:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Fine Dining]]></category>
		<category><![CDATA[Gastronomy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Michelin]]></category>
		<category><![CDATA[Gwendal Poullennec]]></category>
		<category><![CDATA[MICHELIN Green Star]]></category>
		<category><![CDATA[MICHELIN GUIDE]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Gartronomy]]></category>
		<category><![CDATA[The MICHELIN Guide Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[The MICHELIN Guide Thailand 2025]]></category>
		<category><![CDATA[จำปา]]></category>
		<category><![CDATA[ดาวมิชลินรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดิมิทริออส มูดิออส]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเทพา]]></category>
		<category><![CDATA[พรุ]]></category>
		<category><![CDATA[มิชลิน ไกด์]]></category>
		<category><![CDATA[มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยุพา สุขเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาโอมา]]></category>
		<category><![CDATA[เกว็นดัล ปูลเล็นเนค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30537</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นปีประวัติศาสตร์แห่งวงการ Fine Dining ประเทศไทย เมื่อร้านอาหารไทยอย่าง ‘ศรณ์’ สามารถได้รับมาตรฐานรับรอง​รางวัล‘สามดาวมิชลิน’ เป็นร้านแรกของประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์คุณภาพและมาตรฐานความสำเร็จของประเทศไทยในวงการอาหารระดับโลก รวมทั้งยังมี 4 ร้านอาหารไทย คว้ามาตรฐาน MICHELIN Green Star หรือ ​ดาวมิชลินรักษ์โลก เพิ่มขึ้นอีก 1 ร้าน  รวมเป็น 4 ร้านในปัจจุบัน คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2568  (The MICHELIN Guide Thailand 2025) ฉบับล่าสุดในปีนี้ และถือเป็นฉบับที่ 8 ของไทย ​บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 462 แห่ง แบ่งเป็น &#8211; ร้านที่ได้รับรางวัล ‘สามดาวมิชลิน’ 1 ร้าน (เลื่อนระดับจาก ‘สองดาวมิชลิน’) ได้แก่ ร้าน ‘ศรณ์’ ซึ่งถือเป็นรางวัล ‘สามดาวมิชลิน’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/the-michelin-guide-thailand-2025/">วงการร้านอาหารไทย​ สร้างประวัติศาสตร์ &#8216;ศรณ์&#8217;  ​คว้ารางวัล &#8216;สามดาวมิชลิน&#8217; ครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมอีก 4 ร้านอาหารไทย ได้รับรองมาตรฐาน &#8216;ดาวมิชลินรักษ์โลก&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นับเป็นปีประวัติศาสตร์แห่งวงการ Fine Dining ประเทศไทย เมื่อร้านอาหารไทยอย่าง <strong>‘ศรณ์’ </strong>สามารถได้รับมาตรฐานรับรอง​รางวัล<strong>‘สามดาวมิชลิน’ </strong>เป็นร้านแรกของประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์คุณภาพและมาตรฐานความสำเร็จของประเทศไทยในวงการอาหารระดับโลก รวมทั้งยังมี 4 ร้านอาหารไทย คว้ามาตรฐาน <strong>MICHELIN Green Star</strong> หรือ <strong>​ดาวมิชลินรักษ์โลก</strong> เพิ่มขึ้นอีก 1 ร้าน  รวมเป็น 4 ร้านในปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-30537"></span></p>
<p>คู่มือ <strong>‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2568</strong> <strong> </strong>(The MICHELIN Guide Thailand 2025) ฉบับล่าสุดในปีนี้ และถือเป็นฉบับที่ 8 ของไทย ​บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 462 แห่ง แบ่งเป็น</p>
<p><strong>&#8211; ร้านที่ได้รับรางวัล ‘สามดาวมิชลิน’ </strong>1 ร้าน (<em>เลื่อนระดับจาก</em> <em>‘สองดาวมิชลิน’</em>) ได้แก่ ร้าน <strong>‘ศรณ์’ ซึ่งถือเป็นรางวัล</strong> <strong>‘สามดาวมิชลิน’ ร้านแรกในไทย</strong> <strong>สร้างตำนานความสำเร็จในวงการอาหารระดับประเทศและระดับโลก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30540 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sorn1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย &#8216;<strong>ศรณ์&#8217;</strong> เป็นร้านอาหารใต้ที่ถ่ายทอดศิลปะการปรุงอาหารผ่านฝีมืออันเป็นเลิศ ตลอดจนการผสมผสานอย่าง ลงตัวระหว่างตำรับโบราณและนวัตกรรมสมัยใหม่ จนได้รับการจัดอันดับในทำเนียบ <strong>‘มิชลิน ไกด์’</strong> ฉบับประเทศไทย คร้ังแรกใน​ปี 2562 ด้วยรางวัล ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ และเพียงหนึ่งปีต่อมาก็ได้เลื่อนระดับเป็นร้าน ‘สองดาวมิชลิน’ และสามารถครองสถานะไว้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี จนก้าวขึ้นคว้ารางวัลระดับ ‘สามดาวมิชลิน’ ​ในคู่มือฯ ฉบับปี 2568 ​นี้ นับเป็นการตอกย้ำความเป็นเลิศ คุณภาพ และความสม่ำเสมอ ​พร้อมส่งผลให้<em><strong> ศรณ์ เปลี่ยนสถานะจากร้านอาหารยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม กลายเป็นสุดยอดร้านอาหารที่ควรค่าแก่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ควรดั้นด้นเดินทางเพื่อไปชิมสักครั้ง</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Sorn2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รางวัล ‘สองดาวมิชลิน’</strong> : 7 ร้าน โดย<strong>มีร้านติดอันดับเพิ่มหนึ่งแห่ง</strong> และเลื่อนสถานะมาจาก​ ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ <strong>คือ ‘โค้ท</strong> <strong>บาย</strong> <strong>เมาโร</strong> <strong>โคลาเกรคโค</strong><strong>’</strong> โดยร้าน <strong>บ้านเทพา</strong><strong>, เชฟส์เทเบิล, กา, เมซซาลูน่า, อาหาร</strong> และ<strong>ซูห์ริง </strong>ยังคงรักษาระดับเดิมไว้ได้</p>
<p><strong>รางวัล ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ : </strong> 28 ร้าน ​<strong>​ </strong>มีร้านติดอันดับเพิ่มขึ้น 5 ร้าน<strong> เป็นการ</strong><em>ติดอันดับครั้งแรก 4</em> <em>ร้าน ได้แก่ อัคคี, </em>เอวองท์ , โกท และ อาวลิส <em> โดยมีร้านที่​เลื่อนระดับจาก</em><em> MICHELIN Selected 1</em> <em>ร้าน</em> ได้แก่ โคด้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30539 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/2-stars.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ 156 ร้าน (<em>ติดอันดับครั้งแรก</em><em> 20</em> <em>ร้าน</em>) และร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected อีก 270 ร้าน<strong>  </strong>(<em>ติดอันดับครั้งแรก 44</em> <em>ร้าน</em>)</p>
<p>โดยในจำนวนร้านใหม่ที่ติดอันดับครั้งแรก เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่ง ‘<strong>มิชลิน ไกด์</strong>’ ขยายขอบเขตเข้าดำเนินการสำรวจและจัดอันดับเป็นปีแรก รวมทั้งสิ้น 20 ร้าน (<em>ร้านระดับ</em><em> ‘บิบ กูร์มองด์’</em> <em>5 ร้าน และร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected 15 ร้าน</em>)</p>
<p><strong>มร.เกว็นดัล ปูลเล็นเนค</strong> (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก กล่าวแสดงความเห็นว่า “<em>การที่ประเทศไทยมีร้านอาหารได้รับรางวัล</em> <em>‘<strong>สามดาวมิชลิน’</strong> เป็นร้านแรก ทำให้ปี 2568 เป็นปีสำคัญของไทยในหน้าประวัติศาสตร์แวดวงอาหารระดับสากล  รายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความรุ่มรวยและหลากหลายของอาหารไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าศาสตร์และศิลป์ด้านอาหารการกินของไทยโอบรับวัฒนธรรม ความทันสมัย และเทรนด์ใหม่ ๆ เอาไว้อย่างลงตัว</em>”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-30538 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/1-Star.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>เสน่ห์ Fine Dining ดึงดูดเชฟทั่วโลก</b></p>
<p>ผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ เปิดเผยว่า มีร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร้านอาหารเหล่านี้ดำเนินการโดยเชฟผู้มีความสามารถชาวไทย ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี เคยผ่านประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ และ/หรือ ศึกษาศาสตร์การทำอาหารสไตล์ตะวันตก โดยเชฟเหล่านี้ริเริ่มก่อตั้งธุรกิจร้านอาหารในจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนออาหารไทยดั้งเดิมในรูปแบบที่ทันสมัยและดูน่าสนใจ ส่งผลให้ “อาหารไทยร่วมสมัย” ก้าวข้ามขีดจำกัดที่มีอยู่เดิม</p>
<p>นอกจากนี้ <em><strong>อุตสาหกรรมร้านอาหารหรูประเภท ‘ไฟน์ ไดนิ่ง’ (Fine Dining) ในไทย ยังดึงดูดเชฟชาวต่างชาติจากทั่วโลกให้เข้ามาทำงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเชฟท้องถิ่น และมีบทบาทในการฝึกฝนทีมงานร้านอาหารรุ่นใหม่ อีกทั้งประเด็นเรื่องความยั่งยืนและการจัดหาวัตถุดิบภายในท้องถิ่นยังได้รับความสนใจแพร่หลายมากขึ้นในไทย โดยเชฟใส่ใจเลือกใช้วัตถุดิบภายในท้องถิ่นมากขึ้นและประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตรายย่อยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวโน้มดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจให้เชฟท้องถิ่นริเริ่มนำเสนอสิ่งใหม่และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30543 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/1-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ยิ่งกว่านั้น ยังเห็นได้ชัดว่ามีภัตตาคารสไตล์เรียบง่ายและร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนหนึ่งถ่ายทอดสูตรอาหารจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวและรสชาติดั้งเดิมเอาไว้ ภัตตาคารและร้านอาหารประเภทดังกล่าวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่สามารถหาอาหารคุณภาพเยี่ยมหลากรูปแบบทานได้ในราคาสบายกระเป๋า</p>
<p>สำหรับ <strong>‘ศรณ์’</strong> ผู้สร้างประวัติศาสตร์ คว้า <strong>‘สามดาวมิชลิน’</strong> มาครองเป็นร้านแรกในไทย เป็นร้านอาหารใต้ที่ถ่ายทอดศิลปะการปรุงอาหารผ่านฝีมืออันเป็นเลิศ ตลอดจนการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างตำรับโบราณและนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยได้รับการจัดอันดับคู่มือ <strong>‘</strong>มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2562 เป็นครั้งแรก จาก ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ และได้​เลื่อนระดับเป็นร้าน ‘สองดาวมิชลิน’ ในปีต่อมา พร้อมรักษาระดับไวได้อย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี จนสามารถคว้ารางวัล​ ‘สามดาวมิชลิน’ ได้ในคู่มือฯ ฉบับปี 2568 นับเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นเลิศ คุณภาพ และความสม่ำเสมอ ที่ส่งผลให้ ศรณ์ เปลี่ยนสถานะจากร้านอาหารยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม กลายเป็นสุดยอดร้านอาหารที่ควรค่าแก่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ควรดั้นด้นเดินทางเพื่อไปชิมสักครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30542 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Green2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> 4 ร้าน การันตีมาตรฐาน MICHELIN Green Star</strong></p>
<p>สำหรับมาตรฐาน​รางวัล<strong> MICHELIN Green Star </strong>หรือ<strong> “ดาวมิชลินรักษ์โลก”</strong> ในปีนี้มีร้านติดอันดับเพิ่มขึ้นหนึ่งร้าน คือ ‘<strong>บ้านเทพา</strong>’ เพิ่มเติมจาก 3 ร้านเดิมอย่าง <strong>พรุ, ฮาโอมา</strong> และ <strong>จำปา </strong>ที่ยังคงรักษาความเป็นร้านดาวมิชลินรักษ์โลกไว้ได้ต่อเนื่อง</p>
<p>​รางวัล <strong>MICHELIN Green Star</strong> หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” จะมอบให้กับร้านอาหารซึ่งดำเนินกิจการและมีแนวปฏิบัติประจำวันด้านการประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยืน โดยร้าน​ <strong>บ้านเทพา</strong> เป็นร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่เชฟและทีมงานไม่เพียงทุ่มเทใส่ใจในเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ปลูกสมุนไพรและดอกไม้กินได้ในสวนหลังร้าน, เลือกใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, เปลี่ยนขยะอาหารเป็นปุ๋ย ตลอดจนรังสรรค์อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ก่อให้เกิดขยะ แต่ยังริเริ่มโครงการเพื่อขับเคลื่อนชุมชนให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย  ความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมของเชฟและทีมงานยังคงแข็งแกร่งแม้ต้องฟันฝ่าช่วงเวลาที่ยากลำบากจึงสมควรได้รับการยกย่องในความมุ่งมั่นอุทิศตนเพื่อสิ่งแวดล้อม</p>
<figure id="attachment_30545" aria-describedby="caption-attachment-30545" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-30545 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Bann-TEPA-Green-Michelin.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><figcaption id="caption-attachment-30545" class="wp-caption-text">Photo : Michelin Guide</figcaption></figure>
<p><strong>เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ</strong> ให้ข้อมูลกับมิชลิน ไกด์ ไว้ว่า​<em> ทางร้านให้ความสำคัญกับหลักการ Farm to Table จึงนำแบบแผนนั้นมาปรับใช้ และรังสรรค์เมนูอย่างพิถีพิถัน นำเสนออาหารไทยร่วมสมัย โดยเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากผู้ผลิตที่คำนึงถึงความยั่งยืน และจากสวนหลังบ้านของเชฟเอง ทุกเมนูที่นี่จึงเหมือนพา​ออกไปท่องโลกอาหารจากทั่วทุกสารทิศในไทย ให้กลิ่นและรสชาติที่ตัดกันได้อย่างยอดเยี่ยม ร้านอาหารตั้งอยู่ในบ้านหลังงาม ที่มีทีมงานที่คอยให้การต้อนรับอย่างน่าประทับใจ</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30544 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Green-.jpg" alt="" width="658" height="658" /></p>
<p>ในปีนี้ คู่มือ <strong>‘</strong>มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ยังได้มอบรางวัลพิเศษ​ 4 รางวัล ให้​บุคลากรมืออาชีพจากร้านอาหารที่ติดอันดับในคู่มือฯ ซึ่งมีความสามารถโดดเด่นและมีบทบาทในการยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น อันเป็นการส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมด้านอาหารและบริการเป็นที่น่าสนใจและน่าทำงานด้วย ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; ​<strong>รางวัล</strong> <strong>MICHELIN Guide Young Chef Award</strong> สำหรับสุดยอดเชฟรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพโดดเด่นช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2568 คือ<strong> “อู๋” สิทธิกร จันทป</strong> เชฟและเจ้าของร้าน<strong>อัคคี</strong> จากการเลือกใช้วัตถุดิบหายากมาปรุงอาหารและจัดจานอย่างสวยงาม สะท้อนทักษะความเชี่ยวชาญ เอกลักษณ์เฉพาะตัว และผสานความทันสมัยเอาไว้อย่างลงตัว</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ร</strong><strong>างวัล</strong> <strong>MICHELIN Guide Opening of the Year Award </strong> มอบให้บุคลากรและทีมงานซึ่งประสบความสำเร็จในการเปิดร้านอาหารใหม่ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ <strong>ดิมิทริออส</strong> <strong>มูดิออส</strong> (Dimitrios Moudios)</p>
<p>&#8211; <strong>รางวัล</strong> <strong>MICHELIN Guide Service Award</strong> มอบให้สุดยอดบุคลากรของร้านอาหารที่ทุ่มเทให้กับการบริการเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การทานอาหารที่ยอดเยี่ยม ได้แก่​ <strong>ยุพา สุขเกษม</strong> ผู้จัดการร้าน<strong>บ้านเทพา</strong><strong>  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30546 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Bannn-TEPA2.jpg" alt="" width="649" height="974" /></p>
<p>&#8211; <strong>รางวัล</strong> <strong>MICHELIN Guide Sommelier Award</strong> มอบให้กับ “ซอมเมอลิเยร์” หรือผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น และมีความชำนาญในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับไวน์​ รวมถึงการจับคู่ไวน์กับเมนูอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ด้านอรรถรสสูงสุด โดยผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2568 คือ <strong>ฐานสิทธิ์</strong> <strong>วาสินนท์</strong> จากร้าน <strong>โค้ท</strong> <strong>บาย</strong> <strong>เมาโร</strong> <strong>โคลาเกรคโค</strong> ณ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ</p>
<p><em>  </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/the-michelin-guide-thailand-2025/">วงการร้านอาหารไทย​ สร้างประวัติศาสตร์ &#8216;ศรณ์&#8217;  ​คว้ารางวัล &#8216;สามดาวมิชลิน&#8217; ครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมอีก 4 ร้านอาหารไทย ได้รับรองมาตรฐาน &#8216;ดาวมิชลินรักษ์โลก&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Food Factors &#8211; Aqua &#8211; Beer ใบหยก” รวมธุรกิจอาหาร เชื่อมธุรกิจอาหารคุณภาพ ผนึกกำลัง เติมเต็มไอเดียใหม่ๆ เชื่อมั่นตอบโจทย์ลูกค้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/food-factors-join-partners-open-fab-food-holding/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jul 2024 06:35:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Aqua]]></category>
		<category><![CDATA[Beer ใบหยก]]></category>
		<category><![CDATA[FAB]]></category>
		<category><![CDATA[Food Factors]]></category>
		<category><![CDATA[Santa Fe Easy]]></category>
		<category><![CDATA[SANTA FE’]]></category>
		<category><![CDATA[Sekai no Yamachan]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบุญรอด]]></category>
		<category><![CDATA[ฉาย บุนนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยพิพัฒน์ แก้วไตรรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บีเอ็นเอฟ โฮดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะเลิศ ใบหยก]]></category>
		<category><![CDATA[ภูริต ภิรมย์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ราเมงเดส]]></category>
		<category><![CDATA[วรภัทร ชวนะนิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ส้มตำเจ๊แดง สามย่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อิคโคฉะ ราเมน]]></category>
		<category><![CDATA[อุชิดายะ ราเมน]]></category>
		<category><![CDATA[เบียร์ ใบหยก]]></category>
		<category><![CDATA[เหม็ง แซ็ปนัว]]></category>
		<category><![CDATA[เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27676</guid>

					<description><![CDATA[<p>3 บริษัทฯ ธุรกิจร้านอาหาร รวมตัว เปิด บริษัท เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง จำกัด หรือ “FAB” ซึ่งมาจากอักษรตัวแรกของทั้ง 3 บริษัทฯ ได้แก่ FOOD FACTORS บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด, AQUA บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ BEER ใบหยก โดยแต่งตั้ง คุณปิยะเลิศ &#8211; เบียร์ ใบหยก นั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เติมสีสัน สร้างไอเดีย ขับเคลื่อนธุรกิจร้านอาหาร ที่ปัจจุบันประกอบด้วยร้านราเมงเดส, ร้านซานตาเฟ่, ร้านซานตาเฟ่ อีซี่, ร้านเหม็ง แซ็ปนัว, ร้านส้มตำเจ๊แดง สามย่าน, ร้านเซไค โนะ ยามะจัง, ร้านอุชิดายะ ราเมน และร้านอิคโคฉะ ราเมน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/food-factors-join-partners-open-fab-food-holding/">“Food Factors &#8211; Aqua &#8211; Beer ใบหยก” รวมธุรกิจอาหาร เชื่อมธุรกิจอาหารคุณภาพ ผนึกกำลัง เติมเต็มไอเดียใหม่ๆ เชื่อมั่นตอบโจทย์ลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>3 บริษัทฯ ธุรกิจร้านอาหาร รวมตัว เปิด <strong>บริษัท เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง จำกัด หรือ </strong><strong>“FAB”</strong> ซึ่งมาจากอักษรตัวแรกของทั้ง 3 บริษัทฯ ได้แก่ <strong>FOOD FACTORS </strong><strong>บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด</strong><strong>, AQUA </strong><strong>บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ </strong><strong>BEER </strong><strong>ใบหยก</strong></p>
<p><span id="more-27676"></span></p>
<p>โดยแต่งตั้ง คุณปิยะเลิศ &#8211; เบียร์ ใบหยก นั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เติมสีสัน สร้างไอเดีย ขับเคลื่อนธุรกิจร้านอาหาร ที่ปัจจุบันประกอบด้วยร้านราเมงเดส, ร้านซานตาเฟ่, ร้านซานตาเฟ่ อีซี่, ร้านเหม็ง แซ็ปนัว, ร้านส้มตำเจ๊แดง สามย่าน, ร้านเซไค โนะ ยามะจัง, ร้านอุชิดายะ ราเมน และร้านอิคโคฉะ ราเมน มั่นใจธุรกิจร้านอาหารยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก สอดรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชื่นชอบการรับประทานอาหารนอกบ้านในร้านอาหารที่มีความหลากหลาย</p>
<p><strong>นายฉาย บุนนาค รักษาการประธานกรรมการบริหาร บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ</strong> <strong>AQUA </strong>กล่าวว่า การเปิดตัว “FAB” ว่า “FAB ได้รวม 8 แบรนด์อาหารดัง ได้แก่ Santa Fe, Santa Fe Easy, เหม็ง แซ็ปนัว, Sekai no Yamachan, ส้มตำเจ๊แดง สามย่าน, ราเมงเดส, อิคโคฉะ ราเมน และอุชิดายะ ราเมน มาไว้ภายใต้ร่มคันเดียวกัน โดยทั้ง 3 พาร์ทเนอร์ต่างมีเป้าหมายเดียวกันและมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจอาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรามองว่าการทำ Synergy ร่วมกันในครั้งนี้จะผลักดันให้ กลุ่ม AQUA ในฐานะ Investment Company สามารถสร้างแหล่งรายได้จากประเภทธุรกิจอาหารได้มากขึ้น และเรามั่นใจด้วยว่าการได้ร่วมงานกับทีมที่มีประสบการณ์ รวมถึงได้รับเกียรติจากคุณเบียร์ ปิยะเลิศ<br />
ใบหยก หรือ เบียร์-ใบหยก มานำทัพเป็น CEO ของ FAB เอง จะทำให้ FAB เป็นส่วนผสมที่ลงตัว ถ้าเทียบกับอาหารจานหนึ่งแล้ว ผมคอนเฟิร์มว่าจะต้องเป็นเมนูที่อร่อย จัดจ้าน ทานได้ไม่เบื่อ และได้การการันตีรางวัลจากนักทานอย่างแน่นอน”</p>
<p>ทั้งนี้ จุดแข็งของอควา คอร์เปอเรชั่น เป็นบริษัทบริหารการลงทุนที่มีความหลากหลาย ทั้งธุรกิจนวัตกรรมด้านการเงิน(Fintech) ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ฯลฯ รวมทั้งธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มมีแบรนด์ดังอย่างร้านราเมงเดส</p>
<p><strong>นายภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบุญรอดฯ ตลอดระยะเวลากว่า 90 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม คือ “<strong>คุณภาพ</strong>” ต้องดีที่สุดเท่านั้น เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค บริษัทฯมองเห็นโอกาสในการพัฒนายกระดับสินค้าและบริการในกลุ่มร้านอาหาร ภายใต้บริษัท ฟู้ดแฟคเตอร์ จำกัด ให้ดียิ่งกว่าเดิม จึงร่วมมือกับบริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ<strong> คุณปิยะเลิศ ใบหยก</strong> หรือ <strong>เบียร์ ใบหยก</strong> ซึ่งเป็นทั้งรองประธานกลุ่มใบหยก และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท บีเอ็นเอฟ โฮดิ้ง จำกัด โดยจะนำความถนัดและจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาผนึกกำลังกัน เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการ รวมถึงประสบการณ์ที่ดี ให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด นั่นเป็นที่มาของความร่วมมือในครั้งนี้</p>
<p>ส่วน <strong>คุณปิยะเลิศ ใบหยก</strong> นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่เป็นที่รู้จักและที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างแบรนด์ร้านอาหาร รวมทั้งการสานต่อธุรกิจของครอบครัว ก็เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจ Hospitality และบริษัท บีเอ็นเอฟ โฮลดิ้ง มีธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ ส้มตำเจ๊แดง สามย่าน และร้านปีกไก่ทอดอันดับ1 จากเมืองนาโกย่า เซไค โนะ ยามะจัง(Sekai no Yamachan), ร้านอุชิดายะ ราเมน และร้านอิคโคฉะ ราเมน</p>
<p><strong>นายปิยะเลิศ ใบหยก ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>CEO) </strong><strong>บริษัท เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง จำกัด</strong> กล่าวว่า “กลุ่มเป้าหมายหลักของ FAB จะเน้นที่กลุ่ม Young generation ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลมากที่สุดในตลาดปัจจุบัน  เพราะมีการตัดสินใจที่เฉียบขาด กล้าที่จะใช้จ่ายกับสินค้าและการบริการที่คิดว่าตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง และในขณะเดียวกันก็คงรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ด้วย เราพยายามหาจุดเด่นของตัวเอง เพื่อเจาะเข้าถึงตัวลูกค้าได้และต้องเป็นผู้นำทุกเทรนด์ ที่สำคัญคือความจริงใจต้องมาก่อน เราจึงจะสามารถครองใจผู้บริโภคได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27678 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/FAB2.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p><strong>ทั้งนี้ นายชัยพิพัฒน์ แก้วไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>AQUA</strong>  กล่าวปิดท้ายว่า “AQUA เข้าสู่วงการอาหาร โดยเริ่มจากธุรกิจราเมง ซึ่งคือ “<strong>Ramen Desu”</strong> (ราเมงเดส) ที่เรามีอยู่เดิม ซึ่งปัจจุบันเรามีอยู่ 5 สาขา และเรามองว่า ธุรกิจอาหารเป็นธุรกิจที่มั่นคง เติบโตตามการบริโภคอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต และมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจต่ำกว่า เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ แบรนด์ร้านอาหารที่ลงทุนครั้งนี้ เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ได้รับการปลุกปั้นมาอย่างดีจากทั้ง 2 พันธมิตรอีกทั้งทุกแบรนด์ยังเป็นที่รู้จัก เปิดมายาวนานซึ่งจะสามารถส่งเสริมในแต่ละส่วนของกันและกันได้ และจะสามารถนำสิ่งที่ดีให้แก่ผู้บริโภคได้”</p>
<p><strong>นายวรภัทร ชวนะนิกุล </strong><strong>Chief Financial Officer </strong><strong>บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด และกรรมการ บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด </strong>กล่าวว่า ปัจจุบันฟู้ด แฟคเตอร์ มีร้านอาหาร 3 แบรนด์หลัก ที่ให้บริการมายาวนานจนได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ได้แก่ ซานตาเฟ่, ซานตาเฟ่ อีซี่ และเหม็ง แซ็ปนัว ซึ่งแต่ละแบรนด์มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเฉพาะ โดยมีความเชี่ยวชาญอาหารตะวันตกอย่างสเต๊กและอาหารอีสานซึ่งมีตลาดที่ชัดเจนอยู่แล้ว การรวมกันในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดการพัฒนาให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยยังคงรักษาหัวใจสำคัญในด้านคุณภาพของวัตถุดิบ และรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์</p>
<p>สำหรับการร่วมทุนครั้งนี้ มีการจัดตั้งบริษัทใหม่ ภายใต้ บริษัท เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง จำกัด (FAB) และมีการรวมแบรนด์ร้านอาหารทั้งสิ้น 8 แบรนด์ จำนวน 204 สาขา แบ่งเป็นบริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด 3 แบรนด์ คือ ร้านซานตาเฟ่, ร้านซานตาเฟ่ อีซี่ และร้านเหม็ง แซ็ปนัว รวม 142 สาขา ในส่วนของบริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 1 แบรนด์ คือร้านราเมงเดส รวม 5 สาขา และจากกลุ่มเบียร์ ใบหยกและบีเอ็นเอฟ โฮลดิ้งส์ 4 แบรนด์ คือ ร้านส้มตำเจ๊แดง สามย่าน, ร้านเซไค โนะ ยามะจัง, ร้านอุชิดายะ ราเมน และร้านอิคโคฉะ ราเมน รวม 57 สาขา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/food-factors-join-partners-open-fab-food-holding/">“Food Factors &#8211; Aqua &#8211; Beer ใบหยก” รวมธุรกิจอาหาร เชื่อมธุรกิจอาหารคุณภาพ ผนึกกำลัง เติมเต็มไอเดียใหม่ๆ เชื่อมั่นตอบโจทย์ลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีอาร์จี วางยุทธศาสตร์ Empowering EXCELLENCE, Embracing SUSTAINABILlTY ขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์ สร้าง Double Growth ทะลุ 3 หมื่นล้าน ใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/crg-drives-strong-and-sustainable-business-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Apr 2024 13:42:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BUILD]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[CRG Food Waste : Journey to Zero]]></category>
		<category><![CDATA[DRIVE]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering EXCELLENCE Embracing SUSTAINABILlTY]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EXPEDITE]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[GROW]]></category>
		<category><![CDATA[KFC]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Mister Donut]]></category>
		<category><![CDATA[QSR]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มิสเตอร์โดนัท]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สลัดแฟคทอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เคเอฟซี]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[โอโตยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25030</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารของไทย ด้วยจำนวนสาขาทั่วประเทศรวมกันมากกว่า 1,600 สาขา จาก 21 แบรนด์ภายใต้การดูแลของ​ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี (CRG) พร้อมศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องกว่า 13% ด้วยรายได้ 14,600 ล้านบาท แม้จะอยู่ท่ามกลางความท้าทายและอ่อนไหวของสถานการณ์รอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนทั้งของโลกและภายในประเทศไทย ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในต่างประเทศ รวมทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุน ขณะที่ภายในปีนี้ ภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารก็ยังคงต้องเผชิญกับหลากหลายความท้าทายรอบด้าน ​​โดย คุณณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีอาร์จี กล่าวว่า แม้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในปีนี้จะยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง 5-7% หรือมีมูลค่าที่ราว 4.8 แสนล้านบาท ​แต่จะนำมาซึ่งการแช่งขันที่รุนแรง ทั้งจากจำนวนแบรนด์ใหม่ๆ และผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง โดย​แต่ละปีจะมีแบรนด์ใหม่ราวกว่า 1 แสนแบรนด์ โดยที่ราวครึ่งหนึ่งจะปิดตัวลงภายในปีแรก และ 65% จะปิดตัวลงภายใน 3 ปี สะท้อนให้เห็นการแข่งขันที่รุนแรง &#8220;ปัจจัยเสี่ยงจากปีที่ผ่านมาทั้งด้านเศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางการเมือง รวมทั้งความไม่แน่นอนและผันผวนต่างๆ จะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึง​ปีนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/crg-drives-strong-and-sustainable-business-growth/">ซีอาร์จี วางยุทธศาสตร์ Empowering EXCELLENCE, Embracing SUSTAINABILlTY ขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์ สร้าง Double Growth ทะลุ 3 หมื่นล้าน ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารของไทย ด้วยจำนวนสาขาทั่วประเทศรวมกันมากกว่า 1,600 สาขา จาก 21 แบรนด์ภายใต้การดูแลของ​ <strong>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด </strong>หรือ <strong>ซีอาร์จี (CRG)</strong></p>
<p><span id="more-25030"></span></p>
<p>พร้อมศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องกว่า 13% ด้วยรายได้ 14,600 ล้านบาท แม้จะอยู่ท่ามกลางความท้าทายและอ่อนไหวของสถานการณ์รอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนทั้งของโลกและภายในประเทศไทย ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในต่างประเทศ รวมทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุน</p>
<p>ขณะที่ภายในปีนี้ ภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารก็ยังคงต้องเผชิญกับหลากหลายความท้าทายรอบด้าน ​​โดย <strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีอาร์จี กล่าวว่า แม้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในปีนี้จะยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง 5-7% หรือมีมูลค่าที่ราว 4.8 แสนล้านบาท ​แต่จะนำมาซึ่งการแช่งขันที่รุนแรง ทั้งจากจำนวนแบรนด์ใหม่ๆ และผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง โดย​แต่ละปีจะมีแบรนด์ใหม่ราวกว่า 1 แสนแบรนด์ โดยที่ราวครึ่งหนึ่งจะปิดตัวลงภายในปีแรก และ 65% จะปิดตัวลงภายใน 3 ปี สะท้อนให้เห็นการแข่งขันที่รุนแรง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25032 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/11-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจัยเสี่ยงจากปีที่ผ่านมาทั้งด้านเศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางการเมือง รวมทั้งความไม่แน่นอนและผันผวนต่างๆ จะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึง​ปีนี้ ประกอบกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งค่าแรง ค่าวัตถุดิบ รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงานงาน ส่งผลให้​ผู้ที่อยู่ในตลาดจำเป็นต้องรักษา Performance เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของการพัฒนาแบรนด์ การขยายสาขา การควบคุมต้นทุน รวมทั้งรักษา Benefit ให้กับ ​Stakholder  ในทุกมิติ เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน&#8221;​</em></p>
<p>สำหรับซีอาร์จี ​วางยุทธศาสตร์ &#8216;<strong>Empowering EXCELLENCE, Embracing SUSTAINABILlTY&#8217; </strong>เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในปีนี้ให้เพิ่มขึ้นอีกราว 14% หรือประมาณ 2 เท่า ของการเติบโตของภาพรวมตลาด ภายใต้งบลงทุน 1,000 -1,200 ล้านบาท พร้อมผลักดัน​รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็น 16,600 ล้านบาท พร้อมทั้งวางโรดแมปช่วง 5 ปีจากนี้ ​ด้วยเม็ดเงินลงทุน 6,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จะผลักดันให้เติบโตเพิ่มขึ้นได้กว่า 2 เท่าตัว หรือราว 30,000 ล้านบาท เพื่อสร้างฐานธุรกิจให้​เติบโตได้อย่าง​แข็งแกร่งและยั่งยืนได้ในทุกมิติ ภายใต้การขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25033 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/15.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>1. GROW  </strong>​สร้างการเติบโตเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจทั้งแนวกว้างและแนวลึก ด้วยการ​เร่งขยายสาขาใหม่​ในกลุ่ม Top Brands ซึ่งเป็นแบรนด์ที่สามารถสร้างยอดขายได้ในระดับสูง เช่น เคเอฟซี อานตี้แอนส์ โอโตยะ ส้มตำนัว สลัดแฟคทอรี่ และชินคันเซ็น เป็นต้น โดยตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 100 สาขา  ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ในเครือจะเน้นการเพิ่ม AUV (Average Unit Value) หรือการเพิ่ม Same Store Growth เพื่อทำให้สาขาเดิมที่มีอยู่สร้างศักยภาพได้มากขึ้น เช่น การพัฒนาสินค้ารสชาติใหม่ หรือบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น หรือการนำกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ มาช่วยดึงดูดหรือกระตุ้นการขายได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>2. DRIVE </strong>การขับเคลื่อนให้ธุรกิจ​เติบโตได้มากขึ้นจาก <strong>3C ACtion </strong>ได้แก่<strong> Cost, Capex และ Cash Flow</strong> ทั้งการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการลงทุนที่จะเกิดประโยชน์สูงสุด และให้ความสำคัญกับการรักษาให้มีกระแสเงินสดเพื่อรักษาความคล่องตัวในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมีแผนทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Smart Restaurant ที่มีการพัฒนา​แพลตฟอร์มมาช่วยบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบ ท้ังการให้บริการภายในร้าน ระบบ​บริหารจัดการธุรกิจและซัพพลายเชน การบริหารจัดการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ลูกค้า​ (Business Intelligence) เพื่อสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจได้ทั้งระบบ</p>
<p><strong>3. BUILD </strong>สร้างความแข็งแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอผ่านการพัฒนาแบรนด์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบการพัฒนาแบรนด์เอง แฟรนไชส์ และ Joint Venture เพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ธุรกิจ ขณะที่ทางซีอาร์จีมีความแข็งแรงในการช่วยขยายสเกลในการเติบโตทั้งองค์ความรู้ในการทำแฟรนไชส์ การมีทีมบุคลากรช่วยพัฒนา การส่งเสริมด้วยการตลาดและประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีหลายแบรนด์ที่เติบโตได้แบบก้าวกระโดด เช่น สลัดแฟคทอรี่ ที่ร่วมมือกันเมื่อปี 2019  จนปัจจุบันมีสาขาเกือบ 40 แห่ง ​เติบโตขึ้นได้ถึง 200% โดยปีนี้มีแผนขยายสาขาใหม่ร่วมกับกลุ่ม Owner 25 สาขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25035 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/19.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. EXPEDITE </strong>การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนทุกมิติ ผ่านแนวทาง 3 แกน ที่สะท้อนผ่านความเป็น C-R-G ประกอบด้วย</p>
<p><strong>C: C</strong><strong>are for People</strong> <strong>&amp; Partner</strong> ด้วยการดูแลบุคลากร และพันธมิตรด้านธุรกิจ โดยปัจจุบันมีพนักงานทั้งฟูลไทม์ และพาร์ทไทม์ มากกว่า 16,000 คน ที่มีความหลากหลายทั้งเพศ อายุ เชื้อชาติ ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ เพื่อตอกย้ำการส่งเสริมความเท่าเทียม และสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร (Engagement) เพื่อสามารถส่งมอบบริการที่ดีไปสู่ผู้บริโภค รวมทั้งขับเคลื่อนตามแนวทางธรรมาภิบาล (Good Governance)</p>
<p><strong>R: R</strong><strong>educe Greenhouse Gases</strong> การให้ความสำคัญในมิติด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านพลังงาน ​ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้พลังงานทดแทน พร้อมผลักดันให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม โดยร่วมมือกับบริษัทในเครืออย่างบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ในฐานะ Green Partnership ร่วมขับเคลื่อนทั้งในมิติของ Energy และ Waste Management โดยการคัดแยกขยะอาหารผ่านโครงการไม่เทรวม ซึ่งสามารถแยกขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ต่อได้มากถึง 46.63 ตัน ​ลดขยะฝังกลบได้ถึง 38%​ ซึ่งจะเดินหน้าต่อใน​​ปี 2567 นี้ ทั้ง 2 องค์กรจะจับมือกันต่อเนื่องไปสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน ภายใต้โครงการ <strong>CRG Food Waste : Journey to Zero </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25036 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/21.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>G: G</strong><strong>reen Waste &amp; Environment</strong> ในฐานะที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหาร จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อลดขยะอาหาร รวมทั้งการส่งต่ออาหารส่วนเกิน หรือ Surplus Food ให้กับผู้ที่ต้องการผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับ <strong> มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ</strong><strong>  </strong><strong>ซัสทีแนนซ์</strong><strong> (</strong><strong>ประเทศไทย) </strong>หรือ<strong> ​SOS Thailand </strong>ผ่าน <strong>CRG Surplus Food ​</strong>โครงการส่งมอบอาหารคุณภาพดีส่วนเกินจากการจำหน่าย​ เพื่อ​บริจาคให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารที่มีความต้องการ โดยนำร่องด้วยแบรนด์มิสเตอร์โดนัท​ ที่เริ่มข้บเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2019 และยังคงดำเนินโครงการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถส่งมอบมื้ออาหารส่วนเกินจากการขายกว่า 283,000  มื้อ ไปยังผู้ยากไร้ กลุ่มเปราะบาง จากชุมชน หรือหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน</p>
<p><em>&#8220;ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนโครงการ <strong>CRG Food Waste : Journey to Zero ​</strong>บริษัทสามารถควบคุมปริมาณขยะอาหารให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1% และในปีที่ผ่านมาการบริจาคอาหารส่วนเกินจากการจำหน่าย และการคัดแยกขยะอาหาร ยังช่วยลดปริมาณขยะอาหารก่อนนำไปฝังกลบได้ทั้งสิ้น 74,180 กิโลกรัม หรือเท่ากับลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งสิ้น 187,680 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าโดยในปีนี้จะยังคงขับเคลื่อนความร่วมมือต่อเนื่อง พร้อมขยายผลเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เช่น การจัดทำคู่มือเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานหน้าร้านและช่วยให้คัดแยกขยะอาหารได้ง่ายและ​ถูกต้องมากขึ้น ​รวมทั้งการจัดการและส่งมอบอาหารส่วนเกินได้​ตามมาตรฐานของการจัดการด้านสุขภาพอนามัย​อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&#8221;</em> คุณณํฐ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25037 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/20.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/crg-drives-strong-and-sustainable-business-growth/">ซีอาร์จี วางยุทธศาสตร์ Empowering EXCELLENCE, Embracing SUSTAINABILlTY ขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์ สร้าง Double Growth ทะลุ 3 หมื่นล้าน ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดตัวครั้งแรกในไทย กับ ร้านข้าวหน้าปลาไหลอุนางิเก่าแก่กว่า 90 ปี พร้อมให้สัมผัสความฉ่ำสุดพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/spi-invest-unagi-yondaime-kikukawa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jan 2024 07:28:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MICHELIN GUIDE]]></category>
		<category><![CDATA[Unagi Yondaime Kikukawa]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหน้าปลาไหล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มิชลินไกด์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเฮ คิคุคาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เครือสหพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23604</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครั้งแรกในไทย กับการเปิดตัว ร้านข้าวหน้าปลาไหลอุนางิ “Unagi Yondaime Kikukawa” เก่าแก่กว่า 90 ปี นับเป็นสาขาแรกของไทยและเป็นสาขาที่ 23 ของ Unagi Yondaime Kikukawa ลงทุนโดยเครือสหพัฒน์ “สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง” ชูความโดดเด่นใช้วัตถุดิบหลักปลาไหลสดทุกจาน และกรรมวิธีการทำโดยพิถีพิถันทุกขั้นตอนตามแบบฉบับดั้งเดิมจากญี่ปุ่น การันตีด้วยรางวัล Michelin Guide (มิชลินไกด์) จากประเทศญี่ปุ่น จังหวัดไอจิ เมืองนาโกย่าในปี 2015 พร้อมให้สัมผัสความฉ่ำสุด พรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ที่ ชั้น 6 Zone Helix Dining ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ นายยูเฮ คิคุคาวะ เจ้าของผู้สืบทอดรุ่นที่ 4 ของบริษัท Unagi Mum Holdings Ltd. ซึ่งเป็นผู้ค้าที่อยู่ในวงการปลาไหลมานานกว่า 90 ปี เปิดเผยว่า จากเทรนด์อาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากปัจจุบันในไทยมีการเพิ่มขึ้นของร้านอาหารญี่ปุ่นหลากหลายประเภท เช่น Ramen, Shabu Shabu, Yakiniku [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/spi-invest-unagi-yondaime-kikukawa/">เปิดตัวครั้งแรกในไทย กับ ร้านข้าวหน้าปลาไหลอุนางิเก่าแก่กว่า 90 ปี พร้อมให้สัมผัสความฉ่ำสุดพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครั้งแรกในไทย กับการเปิดตัว ร้านข้าวหน้าปลาไหลอุนางิ “</strong><strong>Unagi Yondaime Kikukawa” </strong><strong>เก่าแก่กว่า 90 ปี นับเป็นสาขาแรกของไทยและเป็นสาขาที่ 23 ของ</strong><strong> Unagi Yondaime Kikukawa</strong><strong> ลงทุนโดยเครือสหพัฒน์ “สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง” ชูความโดดเด่นใช้วัตถุดิบหลักปลาไหลสดทุกจาน และกรรมวิธีการทำโดยพิถีพิถันทุกขั้นตอนตามแบบฉบับดั้งเดิมจากญี่ปุ่น การันตีด้วยรางวัล </strong><strong>Michelin Guide (</strong><strong>มิชลินไกด์) จากประเทศญี่ปุ่น จังหวัดไอจิ เมืองนาโกย่าในปี 2015 พร้อมให้สัมผัสความฉ่ำสุด พรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ที่ ชั้น 6 </strong><strong>Zone Helix Dining </strong><strong>ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์</strong><span id="more-23604"></span></p>
<p><strong>นายยูเฮ คิคุคาวะ เจ้าของผู้สืบทอดรุ่นที่ 4 ของบริษัท </strong><strong>Unagi Mum Holdings Ltd</strong>. ซึ่งเป็นผู้ค้าที่อยู่ในวงการปลาไหลมานานกว่า 90 ปี เปิดเผยว่า จากเทรนด์อาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากปัจจุบันในไทยมีการเพิ่มขึ้นของร้านอาหารญี่ปุ่นหลากหลายประเภท เช่น Ramen, Shabu Shabu, Yakiniku และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงร้านข้าวหน้าปลาไหลด้วย เราเห็นโอกาสในการเติบโตดังกล่าวจึงได้ร่วมกับ เครือสหพัฒน์ เข้ามาเปิดเป็นสาขาที่ 23 ของร้านข้าวหน้าปลาไหล “Unagi Yondaime Kikukawa” ตั้งอยู่ชั้น 6 Zone Helix Dining ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23609 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/U5.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย Yondaime Kikukama กับร้านข้าวหน้าปลาไหลเก่าแก่กว่า 90 ปี สืบทอดกิจการโดย การเปิดสาขาในประเทศไทยนี้เป็นความตั้งใจให้ชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์รสชาติปลาไหลตามแบบฉบับดั้งเดิมส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้วัตถุดิบหลักปลาไหลสดทุกจาน และกรรมวิธีการทำโดยพิถีพิถันทุกขั้นตอน การันตีด้วยรางวัล <strong>Michelin Guide (</strong><strong>มิชลินไกด์) </strong>จากประเทศญี่ปุ่น จังหวัดไอจิ เมืองนาโกย่าในปี 2015</p>
<p>สำหรับความโดดเด่นของร้าน Unagi Yondaime Kikukawa คัดสรรปลาไหลขนาดใหญ่พิเศษ เนื้อปลาไหลหนา เนื้อฉ่ำ และมีกลิ่นหอม มีน้ำหนักประมาณ 300 กรัม ซึ่งเป็นขนาดที่คุณภาพดีที่สุด ผ่านกรรมวิธีย่างโดยเชฟชาวญี่ปุ่นให้ไม่สูญเสียไขมันด้วยถ่านเฉพาะ เพื่อให้ได้ความกรอบนอก นุ่มในตามแบบต้นตำรับของญี่ปุ่นคงความสดใหม่ของปลาไหลในทุกสัมผัส และเตรียมแบบ made to order เสิร์ฟปลาไหลทำสดในทุกจาน ด้วยรสสัมผัส “Crispy, Soft and Melting” มีเฉพาะในแบบฉบับ Yondaime Kikukawa</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23606 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/U2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>เมนูแนะนำ Signature ของร้าน ได้แก่ 1.Ippon Unagi (อิปปง อุนางิ) เมนูข้าวหน้าปลาไหลอุนางิย่างทั้งตัว ปรุงสดใหม่ ย่างด้วยถ่านพิเศษ Bincho พร้อมซอสเข้มข้นสูตรลับเฉพาะ Yondaime Kikukawa เสิร์ฟมาในภาชนะพิเศษที่สั่งทำขึ้นจากกระเบื้อง “ชิกะราคิ” 2.Hitsumabushi (ฮิตสึมะบุชิ) เมนูข้าวหน้าปลาไหลอุนางิย่างแบบฮิตสึมะบุชิ ดื่มด่ำกับปลาไหลที่มาพร้อมกับน้ำซุป ตามแบบฉบับนาโกย่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23607 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/U3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ร้านข้าวหน้าปลาไหล Unagi Yondaime Kikukawa พิถีพิถันและใส่ใจตั้งแต่คัดเลือกวัตถุดิบ เริ่มจากบ่อพักปลาที่สูบน้ำจากบ่อลึก 200 เมตร เพื่อใช้พักปลาไหลอุนางิเอาไว้ น้ำจากบ่อจะช่วยชะล้างโคลนออกทำให้กลิ่นแรงเฉพาะตัวของปลาไหลอุนางิหายไป ส่งผลให้วัตถุดิบมีคุณภาพดียิ่งกว่าเดิม ปลาไหลอุนางิแต่ละตัวถูกนำมาแล่ที่ร้านทำให้สัมผัสที่นุ่มละมุนเมื่อรับประทาน การย่างด้วยถ่านไม้พิเศษ “บินโจซุมิ” ในเวลาสั้น หนังปลาอุนางิที่ผ่านการย่างแล้วจะมีความหอม กรอบ อร่อย เนื้อหนานุ่มชุ่มฉ่ำ พร้อมชั้นไขมันที่นุ่มละลายในปาก หลังจากผ่านการย่างจนเสร็จ จะถูกราดด้วย “ซอสสูตรลับ” ที่มีการสืบทอดมาตั้งแต่สมัยเริ่มก่อตั้งกิจการ เป็นความอร่อยในระดับเหนือชั้น ใส่บนภาชนะอย่างกระเบื้อง “ชิกะราคิ” ให้คุณสมบัติพิเศษในการรักษาอุณหภูมิเป็นเลิศ ทำให้ปลาไหลอุนางิที่อุ่นอยู่นั้นมีรสชาติที่อร่อยกว่าเดิมไม่เย็นชืด เมื่อเสิร์ฟถึงโต๊ะลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี” นายคิคุคาวะ ยุเฮ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23605 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/U1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ปัจจุบัน ร้าน Unagi Yondaime Kikukawa มีทั้งหมด 19 สาขาในญี่ปุ่น และ 3 สาขาที่ต่างประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน 3 สาขา และสาขาใหม่ล่าสุดที่ประเทศไทย เปิดบริการให้กับผู้ที่ชื่นชอบปลาไหลญี่ปุ่นในวันที่ 22 มกราคม 2567 นี้ ณ ชั้น 6 Zone Helix Dining ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/spi-invest-unagi-yondaime-kikukawa/">เปิดตัวครั้งแรกในไทย กับ ร้านข้าวหน้าปลาไหลอุนางิเก่าแก่กว่า 90 ปี พร้อมให้สัมผัสความฉ่ำสุดพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โออิชิ ฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 ผนึกกำลัง 10 สุดยอดเชฟแนวหน้าของไทย เขย่าธุรกิจอาหาร จัดเต็มประสบการณ์ระดับราชา เสิร์ฟ​ยาวๆ แบบข้ามปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/oishi-25-th-celebration-with-10-awesome-chef/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Dec 2023 12:08:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Chef table]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Food]]></category>
		<category><![CDATA[OISHI BUFFET]]></category>
		<category><![CDATA[OISHI EATERIUM]]></category>
		<category><![CDATA[OISHI GRAND]]></category>
		<category><![CDATA[OISHI RAMEN]]></category>
		<category><![CDATA[SHABUSHI]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปเชฟ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[นงนุช บูรณะเศรษฐกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดเชฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ 25 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ 25 ปี ฉลองอย่างราชา]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ บุฟเฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ ราเมน]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ อีทเทอเรียม]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ แกรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22624</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โออิชิ” ฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 ตอกย้ำความเป็นผู้นำและเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น จัดแคมเปญพิเศษ “โออิชิ 25 ปี ฉลองอย่างราชา” มอบประสบการณ์ใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เสิร์ฟอาหาร แต่จะมามอบความ “โอ” ให้คุณร้อง โอโห ! กับอาหารจานพิเศษ โอ&#8211;ร่อย !! กับเมนูใหม่จาก 10 สุดยอดเชฟแนวหน้าของเมืองไทย เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย – ท็อปเชฟ ประเทศไทย – มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย และ โอเวอร์ !!! กับของขวัญเซอร์ไพรส์มากมาย จัดเต็มตลอดทั้งปี ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ* ตั้งแต่ พฤศจิกายน 2566 &#8211; กันยายน 2567 คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น โออิชิ​ให้ความสำคัญกับการนำเสนอประสบการณ์และนวัตกรรมใหม่ๆ มาสู่ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารญี่ปุ่นอยู่เสมอ ตั้งแต่​การพัฒนา​คุณภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/oishi-25-th-celebration-with-10-awesome-chef/">โออิชิ ฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 ผนึกกำลัง 10 สุดยอดเชฟแนวหน้าของไทย เขย่าธุรกิจอาหาร จัดเต็มประสบการณ์ระดับราชา เสิร์ฟ​ยาวๆ แบบข้ามปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>โออิชิ</strong><strong>”</strong><strong> ฉลองก้าวสู่ปีที่ </strong><strong>25</strong><strong> ตอกย้ำความเป็นผู้นำและเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น จัดแคมเปญพิเศษ “โออิชิ </strong><strong>25 </strong><strong>ปี ฉลองอย่างราชา” มอบประสบการณ์ใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เสิร์ฟอาหาร แต่จะมามอบความ “โอ” ให้คุณร้อง โอโห </strong><strong>! </strong><strong>กับอาหารจานพิเศษ โอ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ร่อย </strong><strong>!! </strong><strong>กับเมนูใหม่จาก </strong><strong>10 สุด</strong><strong>ยอดเชฟแนวหน้าของเมืองไทย เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย </strong><strong>– </strong><strong>ท็อปเชฟ ประเทศไทย </strong><strong>– </strong><strong>มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย และ โอเวอร์ </strong><strong>!!! </strong><strong>กับของขวัญเซอร์ไพรส์มากมาย จัดเต็มตลอดทั้งปี ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ</strong><strong>*</strong><strong> ตั้งแต่ พฤศจิกายน </strong><strong>2566 &#8211; </strong><strong>กันยายน </strong><strong>2567</strong></p>
<p><span id="more-22624"></span></p>
<p><strong>คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น โออิชิ​ให้ความสำคัญกับการนำเสนอประสบการณ์และนวัตกรรมใหม่ๆ มาสู่ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารญี่ปุ่นอยู่เสมอ ตั้งแต่​การพัฒนา​คุณภาพ ผสานการสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ ตรงใจ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ​ตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี 1999 เป็นต้นมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22707 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/04_นงนุช-บูรณะเศรษฐกุล-แห่ง-โออิชิ-กรุ๊ป.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“โอกาสฉลองสู่ปีที่ 25 เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น โออิชิได้มอบ​สุดยอดประสบการณ์ผ่านบิ๊กแคมเปญส่งท้ายปี ที่จะเสิร์ฟต่อเนื่องแบบลากยาวไปจนถึงกลางปีหน้าผ่านแคมเปญ <strong>&#8216;โออิชิ </strong><strong>25 </strong><strong>ปี ฉลองอย่างราชา&#8217; </strong> พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ที่มากกว่าแค่เสิร์ฟอาหาร แต่จะ​มอบความ “โอ” ให้คุณร้อง <strong>โอโห </strong><strong>!</strong> กับอาหารจานพิเศษฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 <strong>โอ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ร่อย </strong><strong>!!</strong> กับเมนูใหม่จากยอดเชฟแนวหน้าของเมืองไทย ทั้ง เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย, ท็อปเชฟ ประเทศไทย, และ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ภายใต้ เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป และ <strong>โอเวอร์ </strong><strong>!!!</strong> กับของขวัญเซอร์ไพรส์มากมาย อาทิ อี – คูปอง ส่วนลดพิเศษต่าง ๆ จากแอปฯ BevFood เป็นต้น ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ประกอบด้วย โออิชิ แกรนด์, โออิชิ อีทเทอเรียม, โออิชิ บุฟเฟต์, ชาบูชิ, และ โออิชิ ราเมน ทุกสาขาทั่วประเทศ จัดเต็มตลอดทั้งปี ตั้งแต่วันนี้ (23 พฤศจิกายน 2566) เรื่อยไปจนถึง กันยายน ศกหน้า” <strong>นางนงนุชฯ </strong>กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22702 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/07_เปิดตัวด้วย-เมนูอาหารญี่ปุ่นจานพิเศษ-โดย-เชฟอาร์-เชฟแก้ว-เชฟอ๊อฟ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> จัดเต็มประสบการณ์ระดับราชา​</strong></p>
<p>สำหรับแคมเปญพิเศษ <strong>โออิชิ </strong><strong>25 </strong><strong>ปี ฉลองอย่างราชา</strong> พร้อมมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่น และความ โอ-ร่อย ผ่านเมนูใหม่ ที่ชูจุดเด่นวัตถุดิบคุณภาพ สะอาด สดใหม่ คัดสรรเป็นอย่างดีจากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ผสานการปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน โดย 10 ยอดเชฟแนวหน้าของเมืองไทย สู่เมนูอาหารญี่ปุ่นจานพิเศษ คาว – หวานครบครัน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>โออิชิ แกรนด์ (</strong><strong>OISHI GRAND</strong><strong>) </strong><strong>:</strong> <strong>มาในธีม “EAT LIKE A KING” </strong>โดย​เชฟอ๊อฟ &#8211; ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์, เชฟพฤกษ์ &#8211; พฤกษ์ สัมพันธวรบุตร, เชฟอาร์ &#8211; ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์, เชฟพลอย &#8211; ณัฐณิชา บุญเลิศ, และ เชฟบิ๊ก &#8211; อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล</p>
<p>นำร่องแคมเปญด้วย 3 เมนู จากเนื้อวากิวชั้นยอดทั้ง Hokkaido Rub A4 Striploin Wagyu, ​ Spice Miso Carbonara Wagyu และ Wagyu Tataki สร้างสรรค์โดย เชฟอ๊อฟ &#8211; ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ ที่โออิชิ แกรนด์ สาขา สยามพารากอน (ชั้น 4 โซน ฟู้ดพาสสาจ) และสาขาใหม่ เมกาบางนา (ชั้น 2 โซน เมกาฟู้ดวอร์ค) ตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน 2566 – 31 มกราคม 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/08.2_Hokkaido-Rub-A4-Striploin-Wagyu-โดยเชฟอ๊อฟ-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1707" /></p>
<p><strong>โออิชิ อีทเทอเรียม (</strong><strong>OISHI EATERIUM) </strong><strong>และ โออิชิ บุฟเฟต์ (</strong><strong>OISHI BUFFET) : มาในธีม “JAPANESE SENSE &amp;  INSPIRATION” </strong>โดยเชฟแก้ว – ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร, เชฟอังกฤษ – อังศ์กฤษฏิ์ เชื้ออ่ำ, เชฟเป่าเป้ – เจสสิก้า หวัง, เชฟเฟิร์ส – ธนภัทร สุยาว, และ เชฟแมกซ์ – นันทวัฒน์ จรรยาลิขิต</p>
<p>นำร่องแคมเปญด้วย 3 เมนู​​ จากโฮตาเตะ (หรือหอยเชลล์ญี่ปุ่น) ทั้ง Shinjuku Graffiti , Meiji Forest และ ​Sakura Sky สร้างสรรค์โดย เชฟแก้ว – ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร ที่โออิชิ อีทเทอเรียม และ โออิชิ บุฟเฟต์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2566 – 31 มกราคม 2567</p>
<p><strong>ชาบูชิ (</strong><strong>SHABUSHI</strong><strong>)</strong> <strong>:</strong> มาในธีม <strong>“ZAPP WITH JAPANESE TWIST </strong> โดยเชฟอาร์ &#8211; ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ และ เชฟอ๊อฟ &#8211; ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์)</p>
<p>นำร่องแคมเปญด้วย 4 เมนู พลาดไม่ได้อย่าง ซุปโชยุเล้งแซ่บ,  ซูชิเล้งแซ่บ , ยำซี๊ดเกี๊ยวกรอบ และหมูเด้งแซ่บ สร้างสรรค์โดย เชฟอาร์ &#8211; ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ ที่ ชาบูชิทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22705 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10.2_โชยุเล้งแซ่บซุป-และ-เล้งแซ่บซูชิ-โดยเชฟอาร์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โออิชิ ราเมน </strong><strong>(OISHI RAMEN</strong><strong>) </strong><strong>: </strong>มาในธีม <strong>“TOUCH OF JAPANESE FLAVOR”</strong>  โดย​เชฟบิ๊ก &#8211; อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล​ ​ที่จะมาเป็นผู้​มอบความโอ-ร่อย ผ่านเมนูใหม่ที่โออิชิ ราเมน ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมเริ่มเสิร์ฟใน​เดือนเมษายน 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/09.2_Shinjuku-Graffiti-โดยเชฟแก้ว-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ตอกย้ำ​ผู้นำธุรกิจร้านอาหาร </strong></p>
<p>การจัดบิ๊กแคมเปญของโออิชิครั้งนี้ เป็นการออกมาตอกย้ำถึงความเป็นเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่นแบบปังๆ สมฐานะความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านอาหารของไทย​ ทั้งความสามารถในการส่งมอบประสบการณ์ระดับสุดยอด ผ่านวัตถุดิบระดับพรีเมียม ​มา​พร้อมประสบการณ์ระดับ Chef Table ที่สามารถเข้าถึงได้แบบพร้อมเสิร์ฟผ่านร้านในเครือโออิชิทุกแบรนด์ ทุกสาขา ซึ่งไม่ได้มาเพียงคนเดียว แต่เป็นการรวมตัวกันของสุดยอดเชฟระดับประเทศถึง 10 คน เรียกได้ว่าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพและประสบการณ์ที่แตกต่าง  รวมไปถึงเรื่องราวที่น่าสนใจของเมนูอาหารแต่ละจานที่นำมาเสิร์ฟ และการสร้างสรรค์เมนูของเชฟแต่ละคนที่สามารถนำเสนอรสชาติ​ที่เป็นเอกลักษณ์และจุดเด่นของแต่ละวัตถุดิบออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับอุตสาหกรรมอาหารได้อีกครั้งหนึ่งเลยทีเดียว​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22706 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/08.4_Wagyu-Takaki-โดยเชฟอ๊อฟ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบบิ๊กแคมเปญฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 ของโออิชิผ่านแคมเปญ <strong>&#8216;โออิชิ 25 ปี ฉลองอย่างราชา</strong>&#8216; ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ประกอบด้วยโออิชิ แกรนด์, โออิชิ อีทเทอเรียม, โออิชิ บุฟเฟต์, ชาบูชิ, และ โออิชิ ราเมน ทุกสาขาทั่วประเทศ ตลอดทั้งปี ยาวไปจนถึงเดือนกันยายน 2567 ที่งานนี้โออิชิ พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม คลิกแฟนเพจโออิชิฟู้ดสเตชั่น : FACEBOOK.COM/OISHIFOODSTATION หรือค้นหาสาขาร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ สาขาใกล้ ๆ คุณ คลิกเว็บไซต์โออิชิฟู้ด : OISHIFOOD.COM</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/11.3_โออิชิ-25-ปี-ฉลองอย่างราชา-แนวนอนสำหรับสื่อโซเชียล.jpg" alt="" width="1200" height="628" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/oishi-25-th-celebration-with-10-awesome-chef/">โออิชิ ฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 ผนึกกำลัง 10 สุดยอดเชฟแนวหน้าของไทย เขย่าธุรกิจอาหาร จัดเต็มประสบการณ์ระดับราชา เสิร์ฟ​ยาวๆ แบบข้ามปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;สุขภาพ สังคมสูงวัย ขยะอาหาร&#8217; 3 เทรนด์ยั่งยืนมาแรง ที่ธุรกิจร้านอาหารต้องรู้ ในยุค Post Covid</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/consumer-trends-restaurant-business-in-post-covid-era/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Sep 2023 10:06:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Elderly Food]]></category>
		<category><![CDATA[Health & Wellness Cuisine]]></category>
		<category><![CDATA[healthy food.]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant Business]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability trend]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์​]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีหุ่นยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21062</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังสถานการณ์โควิด-19 ​คลี่คลายลง ทำให้มูลค่าธุรกิจร้านอาหารในปี 2565 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 17.2% โดยมีมูลค่ารวม 5.7 แสนล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเติบโตขึ้นต่อเนื่องในปี 2566  ที่ราว​ 7.8% ด้วยมูลค่า 6.2 แสนล้านบาท และในปี 2567 จะเติบโตขึ้นอีก 5.8% พร้อมมูลค่าตลาดจะขยับไปอยู่ที่​ 6.5 แสนล้านบาทตามลำดับ ข้อมูลน่าสนใจจาก​ Krungthai COMPASS ศึกษาถึงเทรนด์ที่น่าสนใจในธุรกิจร้านอาหารหลังการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะเทรนด์ด้านความยั่งยืนที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารจากนี้ไป พร้อมคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสามารถ​รักษาการเติบโตของธุรกิจไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารยุค Post covid ที่แม้ว่าจะกลับมาเติบโตมากขึ้นหลังสถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลาย แต่ภาพรวมธุรกิจในปี 2566 ยังต่ำกว่าช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดเล็กน้อย โดยมูลค่าตลาดคิดเป็น 92% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนโควิดแพร่ระบาด เนื่องจาก ร้านอาหารบางกลุ่ม โดยเฉพาะ Full Service เช่น ภัตตาคาร สวนอาหาร ยังฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า เนื่องจากผู้คนเริ่มชินกับการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี รวมทั้งความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทำให้กำลังซื้อในประเทศลดน้อยลง ขณะที่ในปี 2567 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/consumer-trends-restaurant-business-in-post-covid-era/">&#8216;สุขภาพ สังคมสูงวัย ขยะอาหาร&#8217; 3 เทรนด์ยั่งยืนมาแรง ที่ธุรกิจร้านอาหารต้องรู้ ในยุค Post Covid</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังสถานการณ์โควิด-19 ​คลี่คลายลง ทำให้มูลค่าธุรกิจร้านอาหารในปี 2565 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 17.2% โดยมีมูลค่ารวม 5.7 แสนล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเติบโตขึ้นต่อเนื่องในปี 2566  ที่ราว​ 7.8% ด้วยมูลค่า 6.2 แสนล้านบาท และในปี 2567 จะเติบโตขึ้นอีก 5.8% พร้อมมูลค่าตลาดจะขยับไปอยู่ที่​ 6.5 แสนล้านบาทตามลำดับ</p>
<p><span id="more-21062"></span></p>
<p>ข้อมูลน่าสนใจจาก​<strong> Krungthai COMPASS</strong> ศึกษาถึงเทรนด์ที่น่าสนใจในธุรกิจร้านอาหารหลังการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะเทรนด์ด้านความยั่งยืนที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารจากนี้ไป พร้อมคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสามารถ​รักษาการเติบโตของธุรกิจไว้ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ขณะที่การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารยุค Post covid ที่แม้ว่าจะกลับมาเติบโตมากขึ้นหลังสถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลาย แต่ภาพรวมธุรกิจในปี 2566 ยังต่ำกว่าช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดเล็กน้อย โดยมูลค่าตลาดคิดเป็น 92% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนโควิดแพร่ระบาด เนื่องจาก ร้านอาหารบางกลุ่ม โดยเฉพาะ Full Service เช่น ภัตตาคาร สวนอาหาร ยังฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า เนื่องจากผู้คนเริ่มชินกับการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี รวมทั้งความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทำให้กำลังซื้อในประเทศลดน้อยลง</p>
<p>ขณะที่ในปี 2567 มูลค่าตลาดโดยรวมจะกลับมาใกล้เคียงปี 2562 โดยเฉพาะกลุ่ม Street Food และร้านอาหารที่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม</p>
<p>ส่วน <em><strong>เทรนด์มาแรงที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจร้านอาหาร มีทั้งการยกระดับด้านประสบการณ์ให้ลูกค้า การพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการธุรกิจ รวมทั้งเทรนด์ด้านความยั่งยืนทั้งเรื่องของสุขภาพ และการบริหารจัดการขยะอาหารที่เหลือทิ้งในธุรกิจ</strong></em>  ประกอบด้วย 5 เทรนด์ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21067 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/shutterstock_601993277.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. Dining Experience :</strong> ร้านอาหารที่สามารถมอบประสบการณ์แปลกใหม่ น่าจดจำ แต่เข้าถึงได้ง่าย มีแนวโน้มฟื้นตัวได้เร็วกว่า โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารที่ได้รับ Michelin Guide ซึ่งถูกค้นหามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลจาก Google Trend ชี้ว่าผู้บริโภคมีการค้นหาร้านอาหารที่ได้รับ Michelin Bib Gourmand เพิ่มข้ึนมากในช่วงที่ผ่านมา เช่น ร้านเจ๊โอว และร้านเฮียให้ มีดัชนีการค้นหาเพิ่มขึ้นจาก 10-20 หน่วยในปี 2565 มาเป็น 60-70 หน่วยในปัจจุบัน หรือร้านก๋วยจั๊บมิสเตอร์โจ มีดัชนีการค้นหาเพิ่มขึ้น 2 เท่า จาก 15 หน่วย เป็น 30 หน่วย และอีกหลายๆ ร้านในทำเทียบมิชลินที่มียอดค้นหาช่วงครึ่งแรกของปี 2566 เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ​ซึ่งคาดว่าในช่วง 1-2 ปีจากนี้ ร้านอาหารในกลุ่มนี้จะยิ่งได้อานิสสงส์ จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>2. Health &amp; Wellness Cuisine : </strong> อาหารที่ส่งเสริมสุขภาพได้รับความสนใจจากการที่คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยคำว่า “Healthy Food” ​ตามคำจำกัดความจากการสำรวจผู้บริโภคชาวอเมริกันว่า ​จากการสำรวจ Food &amp; Health Survey 2023 (ปี 2566) ของ IFIC ผู้ตอบแบบสำรวจระบุองค์ประกอบของอาหารเพื่อสุขภาพ มาจากความสดใหม่ 40% รองลงมาคือ น้ำตาลต่ำ 37% ทำจากแหล่งโปรตีนคุณภาพ 33% และเป็นอาหารที่มาจากธรรมชาติ 30% รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ เช่น โซเดียมต่ำ มีสารอาหารครบถ้วน หรือทำมาจากผักและผลไม้ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21069 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/shutterstock_128657267.jpg" alt="" width="1200" height="928" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกัน 75% ยังมีความเชื่อว่า อาหารที่บริโภคจะส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิต หรือสามารถส่งเสริมสภาวะทางอารมณ์ได้ โดยพบว่าฮอร์โมนเซโรโทนิน หรือ ​&#8221;ฮอร์โมนแห่งความสุข&#8221; ถูกผลิตขึ้นในลำไส้ ดังนั้น การทานอาหารที่ดีต่อลำไส้ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ซึ่งส่งผลต่อการเลือกแหล่งที่มาของวัตถุดิบ หรือส่วนผสมต่างๆ ในการประกอบอาหาร เช่น ร้านอาหารแบบ Farm to Table หรือความนิยมอาหารในกลุ่ม Prebiotics และ Probiotics ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ​</p>
<p><strong>3. Elderly Food</strong> <strong>:</strong> อีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่น่าสนใจของธุรกิจร้านอาหาร คือ กลุ่มผู้สูงอายุ จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทั่วโลก รวมท้ังในไทย ตามข้อมูลในเดือน ก.ค. 2565 ​ที่มีจำนวนประชากร​อายุ 60 ปี และ 65 ปี ขึ้นไป 13 ล้านคน และ 8.8 ล้านคน คิดเป็น 19.6% และ 13.3% ของประชากรไทยทั้งหมด สะท้อนการกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้</p>
<p>ทั้งนี้ ยังพบว่า ผู้สูงอายุถึง 95% พร้อมที่จะใช้จ่ายสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพ ขณะที่ 76% ยินดีที่จะไปรับประทานอาหารนอกบ้าน สอดคล้องกับผลวิจัย &#8220;AWUSO Society 4.0 แก่แต่วัย หัวใจยังเก๋&#8221; ที่พบว่าผู้สูงอายุในไทย 53% จะรับประทานอาหารนอกบ้านสัปดาห์ละครั้ง และ 33% จะเพิ่มความถี่ขึ้นเป็น 2-3 ครั้ง โดย 3 ใน 4 จะเป็นการทานอาหารร่วมกับครอบครัว ดังนั้น เรื่องของรสชาติอาหารยังคงเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการควรผสมผสานเมนูสำหรับผู้สูงอายุที่เน้นเรื่องของสุขภาพ เพื่อนำเสนอเพิ่มเติมจากเมนูปกติ โดยเริ่มเห็นเทรนด์ร้านอาหารไทยที่จับกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น เช่น การใช้เครื่องปรุงแบบ Low Sodium หรือมีการแบ่งระดับความนุ่มของเนื้อสัมผัสอาหาร ตั้งแต่เคี้ยวได้ง่าย ไปจนถึงกลืนได้โดยไม่ต้องเคี้ยว หรือในอนาคตอาจจะมีเมนูสำหรับผู้สูงอายุ (Elderly Menu) เช่นเดียวกับการมีเมนูเด็ก หรือของสุภาพสตรี ที่กลายเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเห็นทั่วไปในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/shutterstock_offset_2248481371.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. Robotics in Restaurant : </strong>ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาทในธุรกิจร้านอาหารมากขึ้น จากปัญหาหลัก 2 เรื่อง ได้แก่ การขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยค่าจ้างแรงงาน​ของธุรกิจร้านอาหารสูงขึ้นเฉลี่ย 1.3% ต่อปี จากวันละ 365 บาท ในปี 2561 มาเป็น 385 ในปี 2565 และ 390 บาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาทำหน้าที่เสิร์ฟอาหาร หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการบริหารจัดการ ซึ่งทาง ​Krungthai COMPASS ประเมินระยะเวลาในการคืนทุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ราว 1.75-2.64 ปี และหากมีการซ่อมบำรุงที่ดีก็จะสามารถใช้งานได้นานเป็นสิบปี แต่ยังมีหลายตัวแปรสำหรับประเมินการคุ้มทุน เช่น การทดแทนระหว่างจำนวนพนักงานต่อหุ่นยนต์ หากสามารถทดแทนจำนวนพนักงานได้มากกว่า 1 คน หรือนำไปใช้ในธุรกิจที่ต้องใช้พนักงานหลายกะ เช่น ร้านบุฟเฟต์ หรือร้านที่เปิดให้บริการนานกว่า 8 ชั่วโมง ก็จะยิ่งคืนทุนได้เร็วขึ้น รวมทั้งต้นทุนการจ้างพนักงานของแต่ละร้านด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>5. Sustainable Food : </strong>ผู้บริโภคยุคใหม่ตระหนักเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาขยะอาหาร หรือ Food Waste ส่งผลต่อการเติบโตของพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการสำรวจ  <strong>International Food Information Council (IFIC) </strong>ที่พบว่า 73% และ 71% ของผู้บริโภคอเมริกันกลุ่ม Gen Z และ Millennials จะเลือกรับประทานอาหารแบบคำนึงถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับปัญหา Food Waste ซึ่งเป็นขยะส่วนใหญ่ของประเทศไทยเช่นกัน</p>
<figure id="attachment_21070" aria-describedby="caption-attachment-21070" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-21070 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Sustain-Restarant-Trend-.jpg" alt="" width="1200" height="667" /><figcaption id="caption-attachment-21070" class="wp-caption-text"><em><strong>เทรนด์ด้านความยั่งยืนที่เข้ามามีบทบาทในธุรกิจร้านอาหารเพิ่มมากขึ้น และผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจ </strong></em></figcaption></figure>
<p>ตามข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ที่ระบุว่าขยะอาหารคิดเป็น 64% ของปริมาณขยะในประเทศไทยที่มีกว่า 27-28 ล้านตันต่อปี โดยคนไทย 1 คน จะสร้างขยะอาหารมากถึง 254 กิโลกรัมต่อปี ทั้งจากภาคธุรกิจ ​เกษตร รวมทั้งจากครัวเรือน ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารบางส่วนได้ปรับตัวให้ตอบโจทย์กับกระแส Sustainable Foods เช่น การร่วมมือกับหน่วยงานด้านการจัดการ Surplus Food เพื่อส่งต่ออาหารส่วนเกิน หรืออาหารที่ใกล้หมดอายุแล้วให้กับชุมชน หรือผู้ที่มีความต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ หรือการออกแบบธุรกิจเพื่อเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนของการจัดการอาหารก่อนที่จะกลายเป็น Food Waste เช่น แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถสั่งอาหารจากร้านในระบบสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการเคลียร์สินค้าในแต่ละวันเพื่อช่วยลดปริมาณขยะอาหารและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจไปได้พร้อมๆ กันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21065 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/shutterstock_2210038609.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3 แนวทางปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร </strong></p>
<p><strong>1. เร่งพัฒนาคุณภาพด้านอาหาร และมาตรฐานการบริการที่ดี</strong> เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันท่ียั่งยืน โดยให้ความสำคัญในทุกมิติ เช่น คุณภาพของวัตถุดิบ ทักษะในการปรุงอาหาร การให้บริการของพนักงาน รูปแบบในการนำเสนอ การควบคุมภาพให้มีความเสมอต้นเสมอปลาย รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>2. ติดตามและเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของผู้บริโภค</strong> เพื่ออัพเดทเทรนด์ต่างๆ ให้ทันต่อสถานการณ์ ปัจจุบันเสมอและสามารถออกแบบเมนูอาหาร และการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของ ลูกค้า ​</p>
<p><strong>3. ใช้เทคโนโลยีช่วยในการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน</strong> และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น นำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยบริการเสิร์ฟอาหาร หรือนำระบบ POS (Point-of-Sale) เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการสต็อกสินค้า ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะอาหารให้น้อยลงได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/consumer-trends-restaurant-business-in-post-covid-era/">&#8216;สุขภาพ สังคมสูงวัย ขยะอาหาร&#8217; 3 เทรนด์ยั่งยืนมาแรง ที่ธุรกิจร้านอาหารต้องรู้ ในยุค Post Covid</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรณีศึกษา ทำธุรกิจอาหารให้ยั่งยืน ต้องขายมากกว่าแค่ &#8216;อาหาร&#8217; กลยุทธ์ พลิกฟื้น บิสโตร เอเชีย จากขาดทุนมา 7 ปี ให้ได้กำไรภายใน 7 เดือน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/strategic-for-sustainable-growth-of-bistro-asia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Oct 2022 09:13:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BANN SURIYASAI]]></category>
		<category><![CDATA[Bistro Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Journey]]></category>
		<category><![CDATA[FOOD STREET]]></category>
		<category><![CDATA[HYDE & SEEK]]></category>
		<category><![CDATA[MAN FU YUAN]]></category>
		<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[PASSION 2025]]></category>
		<category><![CDATA[RAKPRUEK CLUB]]></category>
		<category><![CDATA[SO ASEAN]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านสุริยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บิสโตร เอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟู้ดสตรีท]]></category>
		<category><![CDATA[ม่าน ฟู่ หยวน]]></category>
		<category><![CDATA[าชพฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[โซ อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ไพศาล อ่าวสถาพร]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮด์​แอนด์ซีค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15051</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังฝากผลงานจากการสร้างแบรนด์อาหารญี่ปุ่นจนแมสระดับประเทศ และกลายเป็นภาพจำที่สร้างชื่อให้หลายคนคุ้นเคยในภาพลักษณ์ &#8220;ซามูไรแซม ยอดขุนพลแห่งโออิชิ&#8221; มาวันนี้ คุณแซม ไพศาล อ่าวสถาพร กำลังพิสูจน์เส้นทางใหม่ ในฐานะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิสโตร เอเชีย จำกัด​ อีกหนึ่ง Business Unit ในเครือไทยเบฟ ด้วยการดูแลหลากหลายแบรนด์อาหาร ทั้งไทย จีน ฝรั่ง เพื่อเข้ามาช่วยเติมเต็มพอร์ตอาหารในเครือให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น แต่หากจะบอกว่าอาหารไทย จีน ฝรั่ง เป็นเส้นทางใหม่ของคุณแซม ก็คงไม่ถูกนัก เพราะคุณแซม เล่าให้ฟังว่า การได้กลับมาดูแลแบรนด์อาหารไทย จีน ฝรั่ง คือ การกลับมาสู่เส้นทางที่คุ้นเคยและถนัดที่สุดด้วยซ้ำ &#8220;จริงๆ ผมมีประสบการณ์อาหารไทย อาหารตะวันตกมาก่อน เพราะมีประสบการณ์ในการเป็นเชฟอาหารไทย อาหารฝรั่ง ตั้งแต่อยู่อเมริกามากว่า 16 ปี ส่วนแบรนด์อาหารแบรนด์แรกที่เคยมีโอกาสได้ดูแลในประเทศไทยก็เป็นแบรนด์ KFC และยังเคยดูแลแบรนด์อาหารไทยให้กับเครือธุรกิจอาหารรายใหญ่มาก่อน แต่อาหารญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำ ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่เกิดจากการศึกษา การเรียนรู้ และการทำความเข้าใจธุรกิจ เข้าใจลูกค้า จนสามารถประสบความสำเร็จขึ้นมาได้&#8221;​ ดังนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/strategic-for-sustainable-growth-of-bistro-asia/">กรณีศึกษา ทำธุรกิจอาหารให้ยั่งยืน ต้องขายมากกว่าแค่ &#8216;อาหาร&#8217; กลยุทธ์ พลิกฟื้น บิสโตร เอเชีย จากขาดทุนมา 7 ปี ให้ได้กำไรภายใน 7 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังฝากผลงานจากการสร้างแบรนด์อาหารญี่ปุ่นจนแมสระดับประเทศ และกลายเป็นภาพจำที่สร้างชื่อให้หลายคนคุ้นเคยในภาพลักษณ์ &#8220;<strong>ซามูไรแซม ยอดขุนพลแห่งโออิชิ</strong>&#8221; มาวันนี้ <strong>คุณแซม ไพศาล อ่าวสถาพร</strong> กำลังพิสูจน์เส้นทางใหม่ ในฐานะ <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิสโตร เอเชีย จำกัด</strong>​ อีกหนึ่ง Business Unit ในเครือไทยเบฟ ด้วยการดูแลหลากหลายแบรนด์อาหาร ทั้งไทย จีน ฝรั่ง เพื่อเข้ามาช่วยเติมเต็มพอร์ตอาหารในเครือให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น</p>
<p><span id="more-15051"></span></p>
<p>แต่หากจะบอกว่าอาหารไทย จีน ฝรั่ง เป็นเส้นทางใหม่ของคุณแซม ก็คงไม่ถูกนัก เพราะคุณแซม เล่าให้ฟังว่า การได้กลับมาดูแลแบรนด์อาหารไทย จีน ฝรั่ง คือ การกลับมาสู่เส้นทางที่คุ้นเคยและถนัดที่สุดด้วยซ้ำ</p>
<p><em>&#8220;จริงๆ ผมมีประสบการณ์อาหารไทย อาหารตะวันตกมาก่อน เพราะมีประสบการณ์ในการเป็นเชฟอาหารไทย อาหารฝรั่ง ตั้งแต่อยู่อเมริกามากว่า 16 ปี ส่วนแบรนด์อาหารแบรนด์แรกที่เคยมีโอกาสได้ดูแลในประเทศไทยก็เป็นแบรนด์ KFC และยังเคยดูแลแบรนด์อาหารไทยให้กับเครือธุรกิจอาหารรายใหญ่มาก่อน แต่อาหารญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำ ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่เกิดจากการศึกษา การเรียนรู้ และการทำความเข้าใจธุรกิจ เข้าใจลูกค้า จนสามารถประสบความสำเร็จขึ้นมาได้&#8221;​</em></p>
<p>ดังนั้น ประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจอาหารและการเข้าใจ Customer Journey เพื่อสร้าง Experience ในทุกทัชพ้อยท์ เมื่อนำมาปรับใช้กับกลุ่มธุรกิจอาหารที่มีความคุ้นเคยและถนัดมาก่อน จึงน่าจะเป็นโอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการธุรกิจอาหารของเครือไทยเบฟได้อย่างน่าสนใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15067 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/K-SAM.jpg" alt="" width="1200" height="691" /></p>
<p><strong>1 ปี สร้างกำไรให้ทุกแบรนด์</strong></p>
<p>ฉายภาพแบรนด์ธุรกิจอาหารของบิสโตร เอเชีย ภายใต้การดูแลของคุณแซม ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 6 แบรนด์  ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในด้านคาแร็กเตอร์ กลุ่มเป้าหมาย และรูปแบบอาหาร ประกอบด้วย<strong> ราชพฤกษ์ (RAKPRUEK CLUB)</strong> จำนวน 1 สาขา<strong> บ้านสุริยาศัย (BANN SURIYASAI)</strong> จำนวน 1 สาขา <strong>,โซ อาเซียน (SO ASEAN) </strong>จำนวน 11 สาขา<strong>, ม่าน ฟู่ หยวน (MAN FU YUAN) </strong>ซึ่งรวมทั้ง <strong>ม่านฟู่หยวน คิทเช่น</strong> รวมทั้งสิ้น 4 สาขา<strong>, ไฮด์​แอนด์ซีค (HYDE &amp; SEEK) </strong>จำนวน 1 สาขา และ <strong>ฟู้ดสตรีท (FOOD STREET)</strong> ที่เพิ่งเปิดสาขาล่าสุดเป็นสาขาที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ พร้อมการเปิดตัวศูนย์สิริกิตติ์ ซึ่งคุณแซมมองว่าเป็นแบรนด์ที่ท้าทาย และน่าจะยากที่สุดตั้งแต่เคยดูแลมา  ด้วยรูปแบบในการบริหารพื้นที่ศูนย์อาหารซึ่งมีหลายปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่ว่าอย่างไร ทุกอย่างเราสามารถเข้าไปดูแลและควบคุมได้ทั้งหมด</p>
<p>คุณแซม ฉายภาพผลประกอบการของบิสโตร เอเชีย ในรอบ 1 ปี (ปีงบประมาณ 2022 จาก  ต.ค. 2021 &#8211; ก.ย. 2022) ซึ่งปัจจุบันทุกแบรนด์สามารถสร้างกำไรได้ทั้งหมดแล้ว โดยภาพรวมเมื่อเทียบกับสิ้นปี เติบโตเพิ่มขึ้นได้ถึง 61% ขณะที่เมื่อเทียบกับการเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า เติบโตเพิ่มขึ้น 21% และแนวโน้มแต่ละแบรนด์มีโอกาสเติบโตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อลงรายละเอียดของแต่ละแบรนด์ ก็มีรายได้เติบโตเพิ่มมากขึ้นอย่างถ้วนหน้า หลังจากก่อนหน้าต้องแบกภาระขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี</p>
<p>แม้แต่การเติบโตของกลุ่มบริการเดลิเวอรี่ ที่หลายๆ แบรนด์ยอดเริ่มชะลอตัวและนิ่งลงหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง แต่ 2 แบรนด์ของบิสโตรเอเชียที่มีบริการนี้อย่างโซอาเซียน และม่านฟู่หยวน คิทเช่น กลับไม่เพียงรักษาการเติบโตไว้ได้ แต่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงที่สถานการณ์โควิดแพร่ระบาดได้ด้วยซ้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15068 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Mann-Fu-Yuan-.jpg" alt="" width="434" height="478" /></p>
<p><strong>ขายอาหารให้ยั่งยืน ขายอะไรได้บ้าง? </strong></p>
<p>คุณแซม เล่าถึงวิธีการพลิกฟื้นธุรกิจอาหารของบิสโตร เอเชีย จากที่ขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี แต่เพียงแค่ 7 เดือน หลังจากคุณแซมเข้ามาบริหารก็เริ่มมองเห็นกำไรได้ และยังมีแนวโน้มการเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>การขับเคลื่อนของบิสโตร เอชีย เป็นไปตามกรอบภาพใหญ่ของเครือไทยเบฟคือ<strong> PASSION 2025</strong> ที่ต้องการขึ้นสู่ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างครบวงจรที่มั่นคงและยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน (Stable and Sustainable ASEAN Leader) ภายใต้การขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์ คือ Build, Strengthen และ Unlock ซึ่งคุณแซมได้นำมาเป็นกรอบในการวางกลยุทธ์ให้บิสโตร เอเชีย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนตามแนวทางของตัวเอง โดยมองที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในทุก Journey ของลูกค้า ผ่าน 3 มิติ คือ</p>
<p><strong>Business (Build)</strong> : คือ การเข้าใจแต่ละแบรนด์ที่ดูแลอย่างถ่องแท้ ทั้ง Brand DNA ,Brand Positioning และ Target เพื่อวางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนได้อย่างสอดคล้อง รวมทั้งมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่อยู่เสมอ</p>
<p><strong>Technology (Strengthen)</strong>: ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ หรือแม้แต่การนำมาใช้ในการทำอาหาร เพื่อบริหารทั้งประสิทธิภาพ และต้นทุน เช่น การพัฒนาระบบ AI มาช่วยในการทำอาหาร หรือรองรับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ลูกค้า เช่น การสั่งอาหาร หรือการจ่ายเงินที่สามารถรองรับทุกเกตย์เวย์ของระบบเพย์เม้นต์ได้ทั่วโลก</p>
<p><strong>People (Unlock) :</strong> การพัฒนาทักษะของพนักงานให้มีสกิลที่หลากหลาย สามารถทำงานให้กับทุกแบรนด์ภายในเครือได้ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Gift-Set-Product.jpg" alt="" width="1200" height="505" /></p>
<p><em>&#8220;สิ่งสำคัญอันดับแรก คือเราต้องเข้าใจแต่ละแบรนด์ที่ดูแลอย่างถ่องแท้ ว่ามี Positioning อย่างไร ลูกค้าเป็นใคร โลเกชั่นอยู่ที่ไหน เพื่อนำมาสู่การพัฒนาเมนูให้สอดคล้องกับสิ่งที่แต่ละแบรนด์เป็น และสามารถหาโอกาสใหม่ๆ ให้แบรนด์ได้ ซึ่งปีที่ผ่านมาทุกแบรนด์ของบิสโตรเอเชีย ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า รวมท้ังสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น การจัดเซ็ตเมนูให้ตอบโจทย์และมอบความคุ้มค่าให้ลูกค้า การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะการต่อยอดจาก Value ของแบรนด์ ที่สามารถเจาะตลาดในกลุ่มพรีเมี่ยมได้ เช่น<strong> แบรนด์บ้านสุริยาศัย ที่อาจจะมีความยากในการขยายสาขา เพราะความเป็น Heritage House แต่มีโอกาสในการต่อยอดแบรนด์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูง</strong> เช่น การจัดกิฟเซ็ต เพื่อมอบเป็นของพรีเมียมให้แก่ลูกค้าขององค์กรขนาดใหญ่ หรือการเจาะสู่ตลาดเครื่องปรุง <strong>หรือแม้แต่การสร้าง Brand Identity ผ่านสัมผัสต่างๆ อย่างการพัฒนาน้ำหอมให้มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์​ของแบรนด์ ซึ่งมูลค่าในการต่อยอดสูงมาก สามารถสร้างรายได้หลักแสน หลักล้านได้ง่ายกว่าการขายอาหารเพียงอย่างเดียว</strong>&#8220;​</em></p>
<p>ขณะที่การขยายในแนวราบ จะเน้นใช้แบรนด์ที่มีความกระทัดรัดที่ง่ายต่อการสร้างสเกล ซึ่งทำได้ทั้งตลาดอาหารไทย จีน และฝรั่ง ผ่านแบรนด์โซอาเซียน ม่านฟู่หยวน รวมทั้งไฮด์แอนด์ซีค ทำให้เพิ่มโอกาสให้แบรนด์จากบิสโตรเอเชียจะสามารถเข้าไป Penetrate ส่วนแบ่งในตลาดร้านอาหารในอนาคตได้ในที่สุด รวมไปถึงโอกาสจากกลุ่มธุรกิจจัดเลี้ยงในลักษณะที่มีความ Personalize และบริการเชฟเทเบิล ซึ่งได้ทั้ง Volume และ Value ที่มากกว่าธุรกิจจัดเลี้ยงทั่วไป เพราะเน้นกลุ่มพรีเมียมหรือองค์กรขนาดใหญ่เป็นหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15074 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/food-street.jpg" alt="" width="1200" height="481" /></p>
<p><strong>สร้างบทบัญญัติใหม่ “ตลาดศูนย์อาหาร” </strong></p>
<p>สำหรับศูนย์อาหาร <strong>ฟู้ด สตรีท (Food Street) </strong>ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหม่ ด้วยเป้าหมายที่ต้องการสร้างแพล็ตฟอร์มศูนย์อาหารแนวใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพื่อยกระดับ และเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ซึ่งสาขานี้ จะเป็นสาขาแรกที่นำระบบ Digital มาใช้ ผ่านรูปแบบของตู้คีย์ออส ที่ลูกค้าสามารถเลือกเมนูอาหาร และสั่งจากตู้แล้วไปรับที่ร้านที่เลือกไว้ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าคิวสั่งหน้าร้าน และยังสามารถรองรับระบบการชำระเงินได้ทุกระบบทั้งแอพพลิเคชั่น คิวอาร์โค้ด หรือระบบการชำระเงินชื่อดังของต่างประเทศทั้งอาลีเพย์ วีแชทเพย์ แรบบิทเพย์ และบัตรเครดิตชั้นนำต่างๆ รวมไปถึงการซื้อบัตรของศูนย์อาหารผ่านตู้คีออสได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>ขณะที่การดีไซน์ของร้านอาหาร จะแตกต่างจากศูนย์อื่นๆ ที่จะเป็นฟอร์แมตเดียวกัน แต่ทุกร้านบนพื้นที่ 900 &#8211; 1,000 ตารางเมตร ของฟู้ดสตรีทจะดีไซน์ผ่านเอกลักษณ์ของตัวเอง ให้ความรู้สึกเสมือนเดินอยู่บนถนนเส้นหนึ่งที่เต็มไปด้วยร้านอาหารชื่อดังตลอดทั้งเส้น โดยลูกค้าสามารถเลือกนั่งทานโดยให้บรรยากาศเสมือนกับการนั่งทานในร้านอาหาร ที่มีความหลากหลายตั้งแต่ข้าวราดแกงไปจนถึงหูฉลาม ในราคาที่จับต้องได้ง่าย เริ่มต้นตั้งแต่ 55 บาท ขึ้นไป ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายทั้งพนักงานออฟฟิศ และคนที่มาเดินในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ​โดยมีร้านที่ได้มิทชลิน สตาร์  2 ราย คือร้านเพ้ง คั่วไก่ และร้านราดหน้า 40 ปี ศาลเจ้าพ่อเสือที่ได้มิทชลิน สตาร์มา 2 ปีซ้อน โดยร้านค้าจะแบ่งออกเป็น2 ส่วน คือร้านประจำ 18 ร้านค้า และอีก 8 ร้านค้าที่เป็นร้านค้าหมุนเวียนตามฤดูกาล ซึ่งจะเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15071 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/QSNCC-FoodStreet-30.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>&#8220;ฟู้ด สตรีท สาขาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ให้ความสำคัญกับการเลือกร้านอาหาร ตลอดจนการดีไซน์บรรยากาศภายในศูนย์อาหาร ให้ฉีกแนวไปจากทั่วๆไปที่เป็นลานนั่งโล่งๆ โดยทำเป็นโซนนิ่ง แบ่งเป็น 4 โซน คือ ละเมียด ละมัย จี๊ดจ๊าด และจัดจ้าน แต่ละโซนจะเลือกใช้สีหรือการดีไซน์ให้เข้ากับโซน ทำให้เกิดความรู้สึกหรือให้อารมณ์ที่แตกต่างจากการนั่งในฟู้ด คอร์ท ทั่วไป และให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น ขณะที่การใช้ดิจิทัลมาช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ นอกจากจะรองรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ารุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับโลกของดิจิทัลแล้ว ยังช่วยในการแก้ Pain Point ให้กับลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์ประชุม และมักจะประสบปัญหาในการใช้เงินสด ขณะเดียวกัน ยังช่วยทำให้ลูกค้าชาวไทยไม่ต้องเสียเวลาในการเข้าคิวเพื่อแลกบัตร รวมถึงต้องเสียเวลาในการรอคิวที่หน้าร้านอาหารอีกด้วย  เพื่อช่วยสร้าง New Customer Journey ใหม่ๆ เพื่อต่อยอดไปสู่การเปิดสาขาใหม่ที่โครงการ One Bangkok ซึ่งจะเป็นอีกศูนย์อาหารภายใต้แบรนด์ ฟู้ด สตรีท ที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้บริการศูนย์อาหารไปอีกระดับ ”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15072 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/QSNCC-FoodStreet-36.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>คุณแซมยังทิ้งท้าย ด้วยการเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างเตรียมพัฒนาแบรนด์ใหม่เพิ่มเติม ในกลุ่มอาหารตะวันตก ที่เตรียมเปิดสาขาแรกในศูนย์การประชุมสิริกิตติ์ โดยกำหนดการเปิดให้ทันการประชุมเอเปกที่กำลังจะถึงนี้ เพื่อเติมเต็มพอร์ตอาหารให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมีคอนเซ็ปต์ &#8220;มาการ์โต้ เซ็นทาเร่&#8221; หรือการเป็นศูนย์กลางของตลาด และเป็นรูปแบบที่นิยมในฝั่งยุโรป ซึ่งนอกจากตั้งใจจะเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาร่วมประชุมสัมมนาจำนวนมาก ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อให้ทางเครือสามารถทดลองตลาด หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในเครือ เพื่อสามารถทราบถึงฟีดแบ็คจากลูกค้าได้ในเบื้องต้น ไม่ต่างจากการมีแซนด์บ็อกซ์เพื่อการทดลองตลาดในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเครือ ก่อนจะพัฒนาไปสู่การลอนช์อย่างเป็นทางการในอนาคต ​</p>
<p>สำหรับโอกาสในการเติบโตของบิสโตร เอเชียนั้น คุณแซมมองว่า มีโอกาสที่จะเติบโตถึง 2,000 -3,000 ล้านได้ ภายในปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสามารถขยายสเกลในการเพิ่มเอ้าท์เล็ตให้สามารถเข้าไปแชร์ในตลาดร้านอาหารได้ตามที่ตั้งใจไว้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/strategic-for-sustainable-growth-of-bistro-asia/">กรณีศึกษา ทำธุรกิจอาหารให้ยั่งยืน ต้องขายมากกว่าแค่ &#8216;อาหาร&#8217; กลยุทธ์ พลิกฟื้น บิสโตร เอเชีย จากขาดทุนมา 7 ปี ให้ได้กำไรภายใน 7 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 กระบวนท่า MK สร้างรสชาติแห่งความสุข 38 ปี ส่งต่อ Role Model ขยายธุรกิจอาหารให้เติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/9-ways-mk-growth-beyond-food-to-happiness-taste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Jul 2022 10:43:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Food]]></category>
		<category><![CDATA[Cleanliness]]></category>
		<category><![CDATA[Convenience]]></category>
		<category><![CDATA[Fast]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Fun with Friends and Families]]></category>
		<category><![CDATA[inclusive]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Growth Days empowered by OR]]></category>
		<category><![CDATA[Key Success]]></category>
		<category><![CDATA[MK Group]]></category>
		<category><![CDATA[nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[Safety]]></category>
		<category><![CDATA[Service]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic]]></category>
		<category><![CDATA[Suki]]></category>
		<category><![CDATA[Value for Money]]></category>
		<category><![CDATA[Varieties of Delicious Foods]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ฤทธิ์ ธีระโกเมน]]></category>
		<category><![CDATA[สุกี้ เอ็มเค]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มเค กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โออาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13114</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ความยั่งยืนของธุรกิจอาหารไม่ได้มาจากการขายอาหาร แต่มาจากการขายความสุข การส่งมอบความสุขที่เกิดจากการรับประทานอาหารให้แก่ลูกค้าได้ ดังนั้น ความสุขจึงถือเป็นความยั่งยืนของธุรกิจ การที่ MK เติบโตมาได้  38 ปี เพราะสามารถสร้างรสชาติแห่งความสุข หรือ Taste of Happiness ให้แก่ลูกค้าได้นั่นเอง” คำกล่าวของ คุณฤทธิ์ ธีระโกเมน Chairman และ CEO บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK Group ถึงเคล็ดลับที่ทำให้สามารถขยายอาณาจักรเอ็มเค จากร้านอาหารเล็กๆ มาเป็นเครือข่ายร้านสุกี้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สามารถขยายสาขาได้มากกว่า 400 สาขา ทั่วประเทศ  มากว่า 38 ปี  พร้อมทั้งแตกแบรนด์ในธุรกิจอาหารที่หลากหลายทั้งสุกี้ อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น รวมทั้งบุกเบิกทำตลาดได้ทั้งในประเทศไทย รวมทั้งขยายสาขาไปในต่างประเทศได้ด้วย คุณฤทธิ์ เปรียบตัวเองเป็น The Last Samurai ในธุรกิจ Food Chain เพราะในกลุ่มผู้ก่อตั้งธุรกิจรุ่นๆ เดียวกัน ต่างส่งไม้ต่อให้รุ่นลูก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/9-ways-mk-growth-beyond-food-to-happiness-taste/">9 กระบวนท่า MK สร้างรสชาติแห่งความสุข 38 ปี ส่งต่อ Role Model ขยายธุรกิจอาหารให้เติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ความยั่งยืนของธุรกิจอาหารไม่ได้มาจากการขายอาหาร แต่มาจากการขายความสุข การส่งมอบความสุขที่เกิดจากการรับประทานอาหารให้แก่ลูกค้าได้ ดังนั้น ความสุขจึงถือเป็นความยั่งยืนของธุรกิจ การที่ MK เติบโตมาได้  38 ปี เพราะสามารถสร้างรสชาติแห่งความสุข หรือ Taste of Happiness ให้แก่ลูกค้าได้นั่นเอง”</p>
<p><span id="more-13114"></span></p>
<p>คำกล่าวของ <strong>คุณฤทธิ์ ธีระโกเมน</strong><strong> </strong>Chairman และ CEO บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน<strong>)</strong> หรือ MK Group ถึงเคล็ดลับที่ทำให้สามารถขยายอาณาจักรเอ็มเค จากร้านอาหารเล็กๆ มาเป็นเครือข่ายร้านสุกี้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สามารถขยายสาขาได้มากกว่า 400 สาขา ทั่วประเทศ  มากว่า 38 ปี  พร้อมทั้งแตกแบรนด์ในธุรกิจอาหารที่หลากหลายทั้งสุกี้ อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น รวมทั้งบุกเบิกทำตลาดได้ทั้งในประเทศไทย รวมทั้งขยายสาขาไปในต่างประเทศได้ด้วย</p>
<p>คุณฤทธิ์ เปรียบตัวเองเป็น<strong> The Last Samurai</strong> ในธุรกิจ Food Chain เพราะในกลุ่มผู้ก่อตั้งธุรกิจรุ่นๆ เดียวกัน ต่างส่งไม้ต่อให้รุ่นลูก รุ่นหลานเข้ามาบริหาร และถอยไปเป็นที่ปรึกษาอยู่ห่างๆ กันแล้ว แต่คุณฤทธิ์ยังคงยืนหยัดในการเป็นผู้นำการเคลื่อนทัพธุรกิจ ด้วยตัวเองจนถึงปัจจุบัน ด้วยวัย 72 ปี และตั้งใจไว้ว่าจะเกษียณตัวเองเมื่ออายุ 75 ปี</p>
<p>บนเวที <strong>Inclusive Growth Days empowered by OR</strong>  คุณฤทธิ์ มีโอกาสได้ถ่ายทอดคัมภีร์การบริหาร MK เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการนำไปปรับใช้บริหารธุรกิจร้านอาหาร ไม่ว่าจะขายอาหารประเภทไหน ทั้ง QSR, Delivery หรือแม้แต่ร้านข้าวแกง ก็สามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับรูปแบบธุรกิจแต่ละประเภทได้เช่นเดียวกัน</p>
<p>ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นธุรกิจของเอ็มเค มาจากความพยายามในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกๆ วันของการทำธุรกิจ ตั้งแต่การแก้ปัญหาพื้นฐานเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านได้อย่างปลอดภัย และมีสุขภาพที่ดี ไปจนถึงความสามารถในการตอบโจทย์และเติมเต็มประสบการณ์ของลูกค้า ทำให้เกิดความประทับใจ และมีความสุข จนกลับมาใช้บริการต่อเนื่อง</p>
<figure id="attachment_13119" aria-describedby="caption-attachment-13119" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13119 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/K-RIT1-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-13119" class="wp-caption-text">คุณฤทธิ์ ธีระโกเมน Chairman และ CEO บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p>โดยคุณฤทธิ์ ได้สรุปแนวทาง ที่เกิดจากการแก้ปัญหาในแต่ละมิติของธุรกิจ จนกลายมาเป็น 9 Key Success สำหรับบริหารธุรกิจร้านอาหารให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Safety</strong> ปัญหาเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ ถือเป็นจุดเริ่มต้นมาสู่การ Scalable ทำให้เอ็มเค สุกี้ สามารถขยายสาขาได้ทั่วประเทศเช่นปัจจุบัน ด้วยการเปลี่ยนระบบจากการใช้เตาแก๊ส มาเป็นการใช้เตาไฟฟ้า ที่นอกจากปลอดภัยแล้ว ยังทำให้เอ็มเคสามารถสร้างความแตกต่างจากร้านสุกี้ที่มีอยู่ในตลาดขณะนั้น รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องระบบไฟให้ปลอดภัยอย่างสูงสุด ระบบซ่อมบำรุง เพื่อไม่ให้มีปัญหาลูกค้าถูกไฟดูดขณะมาใช้บริการ</p>
<p>ไม่ใช่แค่เรื่องของระบบไฟเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทุกองค์ประกอบภายในร้าน กระจกที่ใช้ตกแต่งร้าน หรือแม้แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ความปลอดภัยก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุด เพื่อส้รางความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ</p>
<p><strong>2. Cleanliness</strong> ความสะอาด ในธุรกิจความสะอาดมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งเอ็มเคใส่ใจทุกรายละเอียด แม้แต่ผ้าขี้ริว ผ้าเช้ดโต๊ะ น้ำยาทำความสะอาด ทุกอย่างมีการกำหนดมาตรฐานเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์ในการใช้ มีการกำหนดจำนวนครั้ง หรือระยะเวลาในการเช็ด เพื่อเปลี่ยนผืนใหม่ โดยใช้เครื่องซักอบผ้า และเอ็มเคยังเป็นรายแรกในธุรกิจร้านอาหารที่นำเครื่องล้างจานมาใช้อีกด้วย</p>
<p><strong>3. Service</strong> คุณภาพการให้บริการเป็นสิ่งที่เอ็มเคให้ความสำคัญอย่างมาก มีการฝึกอบรม พัฒนาคอร์สหลักสูตรการให้บริการของพนักงาน เพื่อสร้างให้เป็นมาตรฐานและคุณภาพในการให้บริการลูกค้า</p>
<p><strong>4. Value for Money</strong> ต้องทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกได้ว่ามีความคุ้มค่า มีระดับราคาที่เหมาะสมกับคุณค่าที่ได้รับ ทั้งวัตถุดิบ การให้บริการ</p>
<p><strong>5. Nutrition</strong> การให้ความสำคัญกับเรื่องของโภชนาการทางอาหาร โดยเฉพาะการใส่ใจเรื่องสุขภาพของลูกค้า ด้วยการไม่ใช้ผงชูรสในการทำอาหาร หรือการจัดเซ็ตอาหารอย่างผักเพื่อสุขภาพ ที่มีนักโภชนาการมาออกแบบในการจัดเซ็ตเมนูเพื่อสุขภาพต่างๆ</p>
<p><strong>6. Convenience </strong>ทั้งความสะดวกในการเข้าถึงร้านเอ็มเค ผ่านการขยายสาขาไปหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจให้สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าได้ เช่น การพัฒนาระบบจ่ายเงินผ่านดิจิทัล เพื่อรองรับการขับเคลื่อนสู่สังคมไร้เงินสด</p>
<p><strong>7. Fast</strong> ความรวดเร็วในการให้บริการเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เอ็มเคใช้เพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการ แม้จะเป็นการให้บริการแบบ Die in แต่ต้องการให้มีความเร็วไม่ต่างกับธุรกิจฟาสต์ฟู้ด โดยวางมาตรฐานการรับออเดอร์ไว้ที่ 7 นาที และมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาระบบการรับออเดอร์ เช่น เปลี่ยนการจากจดด้วยมือ มาเป็นสั่งผ่านระบบ หรือให้ลูกค้าสั่งด้วยตัวเอง การออกแบบทุกอย่างให้เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมวัตถุดิบ การหยิบ การเสิร์ฟแบบ First In First Out รวมทั้งการนำหุ่นยนต์มาช่วยบริการ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13118 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Food-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>8. Fun with Friends and Families </strong><strong>เป็น</strong>การเติมเต็มด้านประสบการณ์ เพื่อให้ร้านเอ็มเคช่วยสร้างโมเมนต์ที่ดีให้กับเพื่อน หรือคนในครอบครัว เป็นอีกจุดหนึ่งที่ช่วยสร้างความแตกต่าง และมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า เช่น บริการการถ่ายรูปในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันพ่อ วันแม่ หรือการให้พนักงานมาเต้น MK Dance ในระหว่างวัน สร้างประสบการณ์ใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในธุรกิจอาหารของไทย</p>
<p><strong>9. Varieties of Delicious Foods</strong> ความหลากหลายของอาหารเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เอ็มเคมอง แม้จะเป็นร้านสุกี้ แต่ลูกค้าสามารถรับประทานได้ทั้ง ติ่มซำ เป็ดย่าง ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์เมนูของเอ็มเคที่ลูกค้าประทับใจเช่นกัน โดยเฉพาะเป็ดย่าง ซึ่งคุณฤทธิ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เอ็มเคกลายเป็นร้านอาหารที่ขายเป็ดย่างในแต่ละวันได้มากที่สุดในโลกไปแล้ว เรียกได้ว่า มากกว่าร้านที่ขายเป็ดย่างโดยเฉพาะเสียอีก</p>
<p>ทั้ง 9 ปัจจัยนี้ ต่างมาจากการหาวิธีแก้ปัญหาในแต่ละวัน ซึ่งคุณฤทธิ์​ ให้ข้อคิดเพิ่มเติมว่า ปัญหาต่างๆ ที่เรามองเห็นนั้น เป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำมาเท่านั้น แต่รากของปัญหายังอยู่ใต้น้ำ และมีขนาดมหาศาลมากกว่าที่เราเห็นมากนัก และมีโครงสร้างที่ซับซ้อน เราต้องมองให้ออกและลึกซึ้ง เพื่อสามารถดีไซน์วิธีแก้ปัญหาให้ตรงจุด  การทำธุรกิจก็เช่นกัน อย่างการทำธุรกิจของเอ็มเค เราไม่ได้ทำแค่ธุรกิจอาหาร แต่เรา<strong> Beyond Food</strong> เราต้องส่งมอบให้ลูกค้าได้มากกว่าแค่อาหาร แต่หมายถึง การทำให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดีขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/9-ways-mk-growth-beyond-food-to-happiness-taste/">9 กระบวนท่า MK สร้างรสชาติแห่งความสุข 38 ปี ส่งต่อ Role Model ขยายธุรกิจอาหารให้เติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
