<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผลิตไฟฟ้า &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Nov 2025 16:34:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ผลิตไฟฟ้า &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/ckpower-9months-2025-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 16:34:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37895</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2568 และงวด 9 เดือนของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 1,227 ล้านบาท และ 1,643 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 641 ล้านบาท และ 1,151 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 110 และ ร้อยละ 234 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน คือ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่มีการหยุดเดินเครื่องตลอดช่วง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/ckpower-9months-2025-performance/">CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2568 และงวด 9 เดือนของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 1,227 ล้านบาท และ 1,643 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 641 ล้านบาท และ 1,151 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 110 และ ร้อยละ 234 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ</p>
<p><span id="more-37895"></span></p>
<p>สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน คือ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่มีการหยุดเดินเครื่องตลอดช่วง 9 เดือนปี 2568 ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ในช่วง 9 เดือนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผนวกกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก บริษัทจึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ XPCL ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 904 ล้านบาท และ 1,125 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 536 ล้านบาท และ 1,110 ล้านบาท ประกอบกับรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) เพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในช่วง 9 เดือนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้มีปริมาณการขายไฟฟ้ามากกว่าปีก่อนร้อยละ 26</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37897 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/PIC01-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;NN2 ได้รับประโยชน์จากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าระดับน้ำจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 นอกจากนี้ จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 ได้ ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ร้อยละ 59 ซึ่งเป็นไปตามแผน&#8221; นายธนวัฒน์ กล่าวเสริม</p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 ของบริษัท เงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งใช้ในการลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ XPCL ในช่วง 9 เดือนปี 2568 พร้อมกันนี้บริษัทยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่แข็งแกร่งจากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 0.53 เท่า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ 6.50 เท่า ตอกย้ำถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37898 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/PIC_Re1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า CKPower ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พัฒนาโครงสร้างทางพลังงานที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการเพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/ckpower-9months-2025-performance/">CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/ckpower-success-of-first-green-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jun 2025 12:33:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Green Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเค พาวเวอร์​]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34050</guid>

					<description><![CDATA[<p>CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท จากยอดจองที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น โดยบริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าว ไปลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบางเป็นหลัก เพื่อมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง  คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5, 6 และ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ CKPower ในฐานะองค์กรที่มีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคง การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด พร้อมทั้งมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำไปลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/ckpower-success-of-first-green-bond/">CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b><i>CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท จากยอดจองที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น โดยบริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าว ไปลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบางเป็นหลัก เพื่อมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง </i></b></p>
<p><span id="more-34050"></span></p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5, 6 และ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ CKPower ในฐานะองค์กรที่มีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคง การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด พร้อมทั้งมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34052 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/PIC-นายธนวัฒน์-ตรีวิศวเวทย์-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-ซีเค-พาวเวอร์-จำกัด-มหาชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำไปลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของบริษัทเป็นหลัก และส่วนที่เหลือจะใช้เพื่อชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โดยหุ้นกู้มีจำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 15 ต่อปี</li>
<li>หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 30 ต่อปี</li>
<li>หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 45 ต่อปี และ</li>
<li>หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี จำนวน 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 90 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด</li>
</ul>
<p><em>“CKPower ต้องขอขอบคุณนักลงทุนที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นในหุ้นกู้และการดำเนินงานของบริษัทที่มีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ มีความแข็งแกร่งด้านการเงิน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และขอขอบคุณผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ที่มีส่วนผลักดันให้การออกหุ้นกู้ของบริษัทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี”</em> คุณธนวัฒน์กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34053 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Re-Pic1.jpg" alt="" width="1200" height="821" /></p>
<p>สำหรับหุ้นกู้ของ CKPower นี้ ทริสเรทติ้งได้จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ทุกชุดของ CKPower ที่อันดับ &#8216;A-&#8216; แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร และหุ้นกู้ที่ออกในครั้งนี้ได้รับการจัดประเภทเป็น &#8216;<strong>หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&#8217; (Green Bond)</strong> ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Green Bond Principles 2021, Green Loan Principles 2025 และ Thailand Taxonomy 2023 และได้ผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลก DNV ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) โดยเป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันที่ไม่รวมบุคคลธรรมดา และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้</p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า ในปี 2567 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 8.8 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็น16% ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ และในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34054 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Re-Pic2.jpg" alt="" width="1200" height="864" /></p>
<p>โดย CKPower มีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ด้านการเงินสีเขียว (Green Finance) โดยใช้กลไกการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมลดการใช้พลังงานเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าคู่ขนานไปกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่สามารถหวังผลในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2593</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/ckpower-success-of-first-green-bond/">CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ซีเค พาวเวอร์’ ท็อปฟอร์ม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ต่ำกว่าค่ากลางการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% พร้อมลดใช้พลังงาน​ปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากรุงเทพฯ ปิดไฟ 186 ชั่วโมง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/ckpower-toward-ckp-net-zero-emission-2050/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Nov 2024 03:51:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKP NET ZERO EMISSION 2050]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Grid]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเค พาวเวอร์​]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30015</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราคือหนึ่งในผู้บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราทุ่มเทตั้งใจที่จะทำให้ ซีเค พาวเวอร์ เป็นบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และกำลังเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผ่านผลการดำเนินงานที่สามารถจับต้องได้อย่างแท้จริง” คำกล่าวของ ‘คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำ​การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุด ทั้งจากพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และจากระบบโคเจนเนอเรชั่น โดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ และยัง​​มีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่งของภูมิภาคอีกด้วย ซีเค พาวเวอร์ ยังได้อัพเดทความสำเร็จจาก​การขับเคลื่อนเป้าหมาย​ CKP NET ZERO EMISSION 2050 เพื่อมุ่ง​​สู่​องค์กรที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยภาพรวมการขับเคลื่อนใน​ปี 2566 ที่ผ่าน​มา มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ​ต่ำกว่าค่ากลาง​ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% โดยมี GHG Emission เพียง 0.0691 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/ckpower-toward-ckp-net-zero-emission-2050/">‘ซีเค พาวเวอร์’ ท็อปฟอร์ม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ต่ำกว่าค่ากลางการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% พร้อมลดใช้พลังงาน​ปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากรุงเทพฯ ปิดไฟ 186 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“</em><em>เราคือหนึ่งในผู้บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราทุ่มเทตั้งใจที่จะทำให้ ซีเค พาวเวอร์ เป็นบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และกำลังเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผ่านผลการดำเนินงานที่สามารถจับต้องได้อย่างแท้จริง</em><em>”</em></p>
<p><span id="more-30015"></span></p>
<p>คำกล่าวของ ‘<strong>คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong><strong>’</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำ​การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุด ทั้งจากพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และจากระบบโคเจนเนอเรชั่น โดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ และยัง​​มีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่งของภูมิภาคอีกด้วย</p>
<p>ซีเค พาวเวอร์ ยังได้อัพเดทความสำเร็จจาก​การขับเคลื่อนเป้าหมาย​ <strong>CKP NET ZERO EMISSION </strong><strong>2050</strong> เพื่อมุ่ง​​สู่​องค์กรที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยภาพรวมการขับเคลื่อนใน​ปี 2566 ที่ผ่าน​มา มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ​ต่ำกว่าค่ากลาง​ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% โดยมี GHG Emission เพียง 0.0691 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ต่อการผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ​เทียบกับค่ากลาง Thailand Grid​ ซึ่งอยู่ที่ 0.4999 tCO2e/MWh</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/2-TH-Logo.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ขณะที่การดำเนินงานช่วงครึ่​งแรกของปี 2567 นี้​​ สามารถลด GHG Emission ให้ต่ำกว่าค่ากลางได้แล้ว 83% พร้อมตั้งเป้าหมายลดการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งปี ไ​ด้มากกว่าปีที่ผ่านมา หรือมีการปลดปล่อยต่ำกว่า​ค่ากลาง Thailand Grid ได้ที่ 87%</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่น​ลดการใช้พลังงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และกระบวนการต่างๆ ภายในองค์กร​อย่างต่อเนื่อง โดย​ตลอดปี 2566 สามารถลดการใช้พลังงานทั้งหมด 5,101 MWh (​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2,051 tCO2e)​ เทียบเท่าการปิดไฟ 1 ชั่วโมงใน​​โครงการกรุงเทพปิดไฟ (Earth Hour 2024) เป็นจำนวน 186 ชั่วโมง</p>
<p>ส่วนช่วง 6 เดือนแรก ของ​ปี 2567 ​สามารถลด​ใช้พลังงานได้แล้ว​ 2,883 MWh (ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,313 tCO2e) หรือเทียบเท่าโครงการ Earth Hour 2024 จากการปิดไฟในกรุงเทพ​ฯ 119 ชั่วโมง นับเป็นส่วนสำคัญในภาคการผลิตไฟฟ้าที่ช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมถึง ปัจจัยที่จะใช้ เพื่อขับเคลื่อน ซีเค พาวเวอร์ ให้บรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตไฟฟ้า ผ่านการวางแผนระยะยาว เน้นขยายการลงทุนในโครงการที่ช่วยลด GHG Emission เช่น การศึกษาการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงไฮโดรเจนผสมก๊าซธรรมชาติในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทยตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567 &#8211; 2580 (PDP2024)</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อน​ช่วง 6 เดือนแรกของปี​นี้​ บริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการผลิตไฟฟ้าได้ดีกว่าเป้าหมาย 0.86% ​จากการขับเคลื่อน​ทั้ง​ฟากของการลด​การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการ​พัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า​ โดยมีการปรับใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนภายในองค์กรเพิ่มขึ้น เช่น การเปลี่ยนมาใช้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและรถไฮบริดในการขนส่งภายในสำนักงานและโรงไฟฟ้าในเครือฯ โดยตั้งเป้าใช้พลังงานไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียนภายในองค์กรได้ทั้ง​​ 100% ​​​ตามแผนระยะยาวที่วางไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“</em><em>ช่วง </em><em>2 </em><em>ปีที่ผ่านมา ซีเค พาวเวอร์ เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน​ (</em><em>Renewable</em><em>) ภายในองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</em> 93% <em>และมีเป้าหมาย​เพิ่มสัดส่วนเป็น​ 9</em><em>5</em><em>% ภายในปี </em><em>2586 </em><em>และเรายัง</em><em>ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดส่งให้ประเทศไทยประมาณ 8.5 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือประมาณ 17% ของไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่ใช้ในประเทศไทย โดย​ปี </em><em>2566 </em><em>​ที่ผ่านมา บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4.4 ล้าน </em><em>tCO</em><em>2</em><em>e</em><em>​ พร้อมทั้งยังมองหาแนวทางลงทุน​เทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียนที่ทันสมัยในระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสจากการลงทุนสีเขียวให้กับองค์กรได้เพิ่มมากขึ้น</em><em>” </em>คุณธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/ckpower-toward-ckp-net-zero-emission-2050/">‘ซีเค พาวเวอร์’ ท็อปฟอร์ม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ต่ำกว่าค่ากลางการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% พร้อมลดใช้พลังงาน​ปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากรุงเทพฯ ปิดไฟ 186 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม วางศิลาฤกษ์และยกเสาเอก มุ่งแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/groundbreaking-ceremony-electricity-generation-from-waste-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Mar 2024 07:09:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[C&G Environmental Protection]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกำจัดมูลฝอย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกําจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าจากขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24512</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์และยกเสาเอก โครงการกําจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม 1,000 ตัน ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม พร้อมด้วย นางสาวจาง เซียวเซียว ทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย, พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย นายชาตรี วัฒนเขจร และนายสมบูรณ์ หอมนาน รองปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหาคร ร่วมเป็นเกียรติในพิธี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร โดยมี พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับ นางสาวจาง เซียวเซียว ทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดี และพลเอกอุทัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/groundbreaking-ceremony-electricity-generation-from-waste-project/">โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม วางศิลาฤกษ์และยกเสาเอก มุ่งแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี</strong> ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์และยกเสาเอก<strong> โครงการกําจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม</strong> 1,000 ตัน ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม</p>
<p><span id="more-24512"></span></p>
<p>พร้อมด้วย <strong>นางสาวจาง เซียวเซียว ทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย</strong><strong>, </strong><strong>พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong><strong>, </strong><strong>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย นายชาตรี วัฒนเขจร และนายสมบูรณ์ หอมนาน รองปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหาคร </strong>ร่วมเป็นเกียรติในพิธี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24513 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/CC1.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>โดยมี <strong>พญ.วันทนีย์ วัฒนะ</strong> ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับ <strong>นางสาวจาง เซียวเซียว</strong> ทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดี และพลเอกอุทัย ชินวัตร ประธานคณะกรรมการบริษัท เป็นผู้กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24515 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/CC3.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>ในพิธีวางศิลาฤกษ์และพิธียกเสาเอก ได้รับเมตตาจากพระราชพัชรญาณมุนี ภาวนาวิธีธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี (หลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญโญ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24514 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/CC2.jpg" alt="" width="1200" height="834" /></p>
<p>ช่วงเช้าเริ่มพิธีสงฆ์ ผู้บริหารของบริษัท ตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงประชาชนที่เดินทางมาในงาน ร่วมกันใส่บาตร ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์ให้ศีลให้พร เจริญพุทธมนต์ จากนั้นพระราชครูประกอบพิธีพราหมณ์ นำถวายเครื่องบวงสรวงบูชาเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณมณฑลพิธี</p>
<p>เมื่อได้ฤกษ์อันเป็นมงคลประธานฝ่ายสงฆ์และประธานฝ่ายฆราวาสร่วมกันทำพิธีตอกไม้มงคล วางแผ่นศิลาฤกษ์และยกเสาเอก พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา ผู้บริหารและตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24516 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/CC4.jpg" alt="" width="1200" height="618" /></p>
<p>จากนั้น ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนมอบรถพยาบาลฉุกเฉิน จำนวน 2 คัน ให้แก่ประธานในพิธี (องคมนตรี) ซึ่งประธานในพิธี มอบรถพยาบาล 1 คัน ให้กรุงเทพมหานคร โดยมี พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร รับมอบ และมอบรถพยาบาล 1 คัน ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รับมอบ เพื่อใช้ปฏิบัติการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24517 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/CC5.jpg" alt="" width="1200" height="763" /></p>
<p>ซึ่งในงานนี้มีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และคณะผู้บริหารบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมพิธีประมาณ 400 คน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/groundbreaking-ceremony-electricity-generation-from-waste-project/">โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม วางศิลาฤกษ์และยกเสาเอก มุ่งแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;สินนท์ ว่องกุศลกิจ&#8217; นั่ง CEO &#8216;บ้านปู&#8217; สานต่อ​ Greener &#038; Smarter มุ่งทศวรรษที่ 5 ต่อยอดอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน สู่ Decarbonization Company</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/sinon-vongkusolkit-new-ceo-banpu-group/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Mar 2024 14:02:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Business Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Decarbonization Company]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Resources]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Technology]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Company]]></category>
		<category><![CDATA[Greener & Smarter]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Sinon Vongkusolkit]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจผลิตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแหล่งพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมฤดี ชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เหมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24176</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ​มีมติแต่งตั้ง คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) แทน คุณสมฤดี ชัยมงคล เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2567 เป็นต้นไป ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา  โดยการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทบ้านปู เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการที่ดี ​สะท้อนถึงความพร้อมและความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กร (Leadership Transformation) คณะกรรมการฯ ยังได้กำหนดแนวทางและวางแผนพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญ (Succession Planning and High Performance Management) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรในช่วงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Business Transformation) มาอย่างต่อเนื่อง คุณสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ร่วมงานกับ​บ้านปูมามากกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sinon-vongkusolkit-new-ceo-banpu-group/">&#8216;สินนท์ ว่องกุศลกิจ&#8217; นั่ง CEO &#8216;บ้านปู&#8217; สานต่อ​ Greener &#038; Smarter มุ่งทศวรรษที่ 5 ต่อยอดอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน สู่ Decarbonization Company</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คณะกรรมการ <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) </strong> ​มีมติแต่งตั้ง <strong>คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong> ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) แทน <strong>คุณสมฤดี ชัยมงคล</strong> เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2567 เป็นต้นไป ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา <span id="more-24176"></span></p>
<p>โดยการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทบ้านปู เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการที่ดี ​สะท้อนถึงความพร้อมและความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กร (Leadership Transformation) คณะกรรมการฯ ยังได้กำหนดแนวทางและวางแผนพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญ (Succession Planning and High Performance Management) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรในช่วงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Business Transformation) มาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>คุณสมฤดี ชัยมงคล </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ร่วมงานกับ​บ้านปูมามากกว่า 10 ปี โดยได้รับผิดชอบดูแลด้านการพัฒนาแผนกลยุทธ์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านธุรกิจตามกลยุทธ์<strong> Greener &amp; Smarter</strong> และเป็นผู้บุกเบิกในการนำบ้านปู เพาเวอร์ เข้า IPO ในปี 2016 รวมทั้งการเข้ามา​มีบทบาทสำคัณในการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจ Energy Technology มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมการดำรงตำแหน่ง CEO ของบ้านปู เน็กซ์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญของบ้านปูในการเปลี่ยนผ่าน​สู่กลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ด้านพลังงานที่สำคัญระดับโลก</p>
<p><em>&#8220;คุณสินนท์ เป็นคนหนุ่มไฟแรง ที่มี Passion แรงกล้าในการขับเคลื่อนบ้านปู ไปสู่การเป็น<strong> Decarbonization Company</strong> รวมทั้งการขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อมความท้าทายใหม่ๆ ของโลก เช่น Digitalization, Gen AI พร้อมทั้งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Corporate Venture Capital (CVC) อีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญที่ช่วย​สร้างโอกาสและการเติบโตใหม่ๆ ให้ท้ังบ้านปู เน็กซ์ รวมทั้ง​​บ้านปู กรุ๊ป โดยปัจจุบันคุณสินนท์ ได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง Senior Vice President ในบ้านปู เพื่อเตรียมพร้อมการเปลี่ยนผ่านงานเพื่อ​ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งซีอีโอ ในวันที่ 2 เมษายน 2567 ตามมติคณะกรรมการบริษัท โดยเชื่อมั่นว่า คุณสินนท์จะสามารถเป็นแม่ทัพคนใหม่ ที่มีความสามารถในการนำบ้านปูไปสู่ Greener &amp; Smarter และ ESG Company ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24179 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/คุณสมฤดี-ชัยมงคล-ซ้าย-คุณสินนท์-ว่องกุศลกิจ-ขวา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มุ่งขับเคลื่อน Decarbonization Company </strong></p>
<p><strong>คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ </strong> ว่าที่ CEO คนใหม่ บ้านปู กล่าวว่า ทิศทางการขับเคลื่อนบ้านปูจากนี้ไป จะมุ่งเน้นเรื่องของ Decarbonization และ Digitalization โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในทุกธุรกิจที่มีอยู่ทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น Energy Resources, Energy Generation และ Energy Technology ขณะที่ทิศทางในการลงทุน จะเน้นในกลุ่มที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในการสร้างกระแสเงินสด หรือ Cash Flow ให้กับธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มเหมือง และโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกันในกลุ่มเทคโนโลยี​ จะเน้นการ​เติมเต็มศักยภาพในฐานะ Net Zero Solutions Provider ของบ้านปู เน็กซ์ รวมทั้งการลงทุนในกลุ่ม Climate Tech ของ CVC เพื่อยกระดับสู่ Greener &amp; Smarter ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ของธุรกิจพลังงาน​ โดยเตรียมเม็ดเงินลงทุนตลอดทั้งปีไว้ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ เท่ากับปีที่ผ่านมา</p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจของบ้านปูจากนี้ จะมุ่งเน้น​การเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจเดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำกำไรและสร้างกระแสเงินสดได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ​ ทั้งในกลุ่มธุรกิจเหมือง ไฟฟ้า และ Renewable ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทางบ้านปูมีฐานธุรกิจอยู่​ ไม่ว่าจะเป็น​อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งล้วนแต่มีโอกาสในการเติบโตได้ในระดับสูง  และสามารถซินเนอร์จี้ทรัพยากร หรือเทคโนโลยีต่างๆ ระหว่างกัน รวมทั้งสานต่อกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter ในฐานะ Key Player ของอุตสาหกรรมในการทรานสฟอร์มไปสู่พลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น&#8221; ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24181 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ทีมผู้บริหาร-บริษัท-บ้านปู-จำกัด-มหาชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับ​ผลประกอบการในปี 2566 กลุ่มบริษัทบ้านปูรายงานผลกำไรสุทธิจำนวน 160 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,343 ล้านบาท) โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 1,562 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 54,361 ล้านบาท)​ ขณะที่ความคืบหน้าสำคัญของธุรกิจแต่ละกลุ่ม มีดังต่อไปนี้</p>
<p>​<strong>กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน (Energy Resources) </strong></p>
<p>&#8211; <strong>ธุรกิจเหมือง</strong> คงความสามารถในการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ </strong>แม้ว่าราคาก๊าซจะไม่เอื้ออำนวย แต่บริษัทฯ สามารถปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานและการผลิตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และบริหารจัดการต้นทุน เพื่อคงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าในโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มดำเนินการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เรียบร้อยแล้ว โดยบ้านปูถือเป็นผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่ในเท็กซัส และเป็นรายแรกในเทคโนโลยี CCUS ซึ่งในอนาคตมีแผนจะพัฒนา​ Net Zero Gas เพื่อทำตลาดในกลุ่มพรีเมียม เพิ่ม Advantage ให้ธุรกิจได้มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24186 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/03_โครงการ-CCUS.jpg" alt="" width="1200" height="624" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน (Energy Generation)</strong></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน </strong>มีผลการดำเนินงานที่ดีจากการรักษาประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง โดยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ Temple II ในสหรัฐฯ รายงานผลการดำเนินงานที่ดีจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้อานิสงส์จากราคารับซื้อไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงวิกฤตคลื่นความร้อนในรัฐเท็กซัส ในขณะที่โรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ในประเทศลาว โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (Shanxi Lu Guang: SLG) ในประเทศจีน สามารถเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีค่าความพร้อมจ่าย (Equivalent Availability Factor: EAF) ในระดับสูง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong> มีกำลังผลิตรวมจากพลังงานหมุนเวียน 870 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในทุกประเทศต่างมีผลการดำเนินงานที่ดีจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและค่าความเข้มของแสงที่สูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/01_โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-Temple-II-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (Energy Technology) </strong></p>
<p>&#8211;  <strong>ธุรกิจ</strong><strong>แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน</strong> <strong>(</strong><strong>Battery &amp; Energy Storage System Solutions: BESS</strong><strong>)</strong> จะลงทุนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจแบตเตอรี่ ตั้งแต่การผลิต ไปจนถึงการรีไซเคิลแบตเตอรี่ ​อาทิ การลงทุนในโครงการฟาร์มแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ กำลังกักเก็บพลังงานไฟฟ้า 58 เมกะวัตต์ ที่เมืองโตโนะ (Tono) จังหวัดอิวาเตะ (Iwate) ในประเทศญี่ปุ่น และการลงทุนในบริษัท เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยานยนต์ 2 ล้อ และ 3 ล้อ รวมไปถึงระบบกักเก็บพลังงาน การรีไซเคิลแบตเตอรี่ และบริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในจังหวัดชลบุรี กำลังผลิตราว 2 กิกะวัตต์ชั่วโมง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/02_ธุรกิจแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน-Battery-Energy-Storage-System-Solutions-BESS_Banpu-NEXT_s-Investment-SVOLT-thailand01-1.jpg" alt="" width="1200" height="696" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจพัฒนาเมืองอัจฉริยะและจัดการพลังงาน </strong><strong>(</strong><strong>Smart Cities &amp; Energy Management)</strong> มีความคืบหน้าสำคัญ โดยบริษัท บีเอ็นเอสพี สมาร์ท เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บ้านปู เน็กซ์  กับเอสพี กรุ๊ป ผู้ให้บริการระบบสาธารณูปโภคด้านพลังงานแห่งชาติในสิงคโปร์และเอเชีย-แปซิฟิก ได้รับคัดเลือกให้ดำเนินการออกแบบ พัฒนา และบริหารจัดการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนซี</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจอี</strong><strong>&#8211;</strong><strong>โมบิลิตี้ (</strong><strong>E-Mobility</strong><strong>)</strong> ยังขยายการให้บริการระบบสัญจรทางเลือกแบบครบวงจรในรูปแบบ Mobility as a Service (MaaS) และการบริหารการเดินทางและขนส่งด้วยยานพาหนะไฟฟ้า(EV Fleet Management) เพื่อส่งเสริมการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีจุดบริการไรด์ แชร์ริ่ง 2,500 จุด, คาร์แชร์ริ่งกว่า 1,500 จุด, สถานีชาร์จกว่า 300 สถานีและจุดบริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้า 20 แห่ง</p>
<p><em>“ทิศทางธุรกิจในปี 2567  ยังมุ่ง​เสริมสร้างความแข็งแกร่งของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ต่อยอดประโยชน์สูงสุดจาก Banpu Ecosystem เพื่อทำให้บ้านปูเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานที่สามารถส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ความต้องการด้านพลังงานของโลกในอนาคต ภายใต้การนำทัพของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม พร้อมการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากคณะผู้บริหารของกลุ่มบ้านปูทั้งหน่วยธุรกิจและหน่วยสนับสนุน จะสามารถนำบ้านปูไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน” </em> <strong>คุณสมฤดี  </strong>กล่าวปิดท้าย</p>
<p>​<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24180 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Banpu_quote_Khun-Somruedee_TH.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sinon-vongkusolkit-new-ceo-banpu-group/">&#8216;สินนท์ ว่องกุศลกิจ&#8217; นั่ง CEO &#8216;บ้านปู&#8217; สานต่อ​ Greener &#038; Smarter มุ่งทศวรรษที่ 5 ต่อยอดอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน สู่ Decarbonization Company</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>STT GDC Thailand และ B.Grimm Power ลงนาม MOU เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านพลังงานและสำรวจโซลูชันพลังงานคาร์บอนต่ำในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/stt-gdc-thailand-mou-with-b-grimm-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 07:13:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[B.Grimm Power]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[Green Leap - Global and Green]]></category>
		<category><![CDATA[IEA]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Statista]]></category>
		<category><![CDATA[STT GDC Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฮาราลด์ ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ดาต้าเซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22721</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) หรือ &#8216;STT GDC Thailand&#8217; ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลงนามในบันทึกความเข้าใจเชิงกลยุทธ์ (MOU) ร่วมกับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ&#8216;B.Grimm Power&#8217; ผู้ผลิตไฟฟ้าอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทย เพื่อศึกษา ออกแบบและร่วมกันพัฒนาโซลูชันการผลิตพลังงานคาร์บอนต่ำสำหรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ภายใต้ความร่วมมือนี้ เป็นการผนึกความแข็งแกร่งของทั้ง 2 บริษัท โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบและสำรวจแหล่งพลังงานไฟฟ้าทางเลือก นอกจากนี้ยังมุ่งให้ความสำคัญการบูรณาการแหล่งพลังงานหมุนเวียนหรือแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำที่เป็นไปได้ โครงการความร่วมมือนี้ยังมีศักยภาพสำคัญช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะของประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อจัดการกับความท้าทายหลักของการใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูง ซึ่งจัดเป็นต้นทุนการดำเนินงานที่สำคัญที่สุดของดาต้าเซ็นเตอร์ ข้อมูลจาก สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ  หรือ IEA เผยปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก เมื่อปี 2565 มีปริมาณสูงถึง 240-340TWh (TeraWatt-hour, ล้านล้านหน่วยชั่วโมง) สอดคล้องกับข้อมูลจาก Statista ที่พบว่าไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ช่วงปี 2563-2564 มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นที่ 76.23 TWh และ 86.58 TWh ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นทิศทางการเติบโตของการใช้พลังงานไฟฟ้าในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ส่วนใหญ่มาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับ Cloud Computing, Big Data, และ Artificial Intelligence คุณศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอสที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/stt-gdc-thailand-mou-with-b-grimm-power/">STT GDC Thailand และ B.Grimm Power ลงนาม MOU เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านพลังงานและสำรวจโซลูชันพลังงานคาร์บอนต่ำในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH"><strong>เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย)</strong> หรือ </span>&#8216;<strong>STT GDC Thailand&#8217;</strong> <span lang="TH">ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลงนามในบันทึกความเข้าใจเชิงกลยุทธ์ (</span>MOU) <span lang="TH">ร่วมกับ <strong>บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ</span><strong>&#8216;B.Grimm Power&#8217;</strong> <span lang="TH">ผู้ผลิตไฟฟ้าอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทย เพื่อศึกษา ออกแบบและร่วมกันพัฒนาโซลูชันการผลิตพลังงานคาร์บอนต่ำสำหรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์</span></p>
<p><span id="more-22721"></span></p>
<p><span lang="TH">ภายใต้ความร่วมมือนี้ เป็นการผนึกความแข็งแกร่งของทั้ง 2 บริษัท โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบและสำรวจแหล่งพลังงานไฟฟ้าทางเลือก นอกจากนี้ยังมุ่งให้ความสำคัญการบูรณาการแหล่งพลังงานหมุนเวียนหรือแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำที่เป็นไปได้</span></p>
<p><span lang="TH">โครงการความร่วมมือนี้ยังมีศักยภาพสำคัญช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะของประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อจัดการกับความท้าทายหลักของการใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูง ซึ่งจัดเป็นต้นทุนการดำเนินงานที่สำคัญที่สุดของดาต้าเซ็นเตอร์</span></p>
<p><span lang="TH">ข้อมูลจาก </span><span lang="TH">สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ</span><span lang="TH">  หรือ </span>IEA <span lang="TH">เผยปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก เมื่อปี 2565 มีปริมาณสูงถึง 240-340</span>TWh (TeraWatt-hour, <span lang="TH">ล้านล้านหน่วยชั่วโมง) สอดคล้องกับข้อมูลจาก </span>Statista <span lang="TH">ที่พบว่าไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ช่วงปี 2563-2564 มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นที่ 76.23 </span>TWh <span lang="TH">และ 86.58 </span>TWh <span lang="TH">ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นทิศทางการเติบโตของการใช้พลังงานไฟฟ้าในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ส่วนใหญ่มาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับ </span>Cloud Computing, Big Data, <span lang="TH">และ </span>Artificial Intelligence</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="840" /></p>
<p><b><span lang="TH">คุณศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า </span></b><span lang="TH">พลังงานไฟฟ้าเป็นเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงยุคดิจิทัล ด้วยความร่วมมือกับ บี.กริม เพาเวอร์ เราไม่เพียงจัดการกับความท้าทายของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ที่เผชิญอยู่เท่านั้น แต่ยังจุดประกายโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ต้องการใช้พลังงานสูง ซึ่งความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เชิงกลยุทธ์ของประเทศไทยและระบบการเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นมีศักยภาพกระตุ้นการเติบโตทางดิจิทัล </span></p>
<p><span lang="TH">ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงานของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทยในภูมิภาคแล้ว ยังเตรียมความพร้อมให้กับประเทศในการนำเทคโนโลยีเอไอและแพลตฟอร์มเนื้อหามาปรับใช้ โดยความสำเร็จของโครงการนั้นมีศักยภาพดึงดูดการลงทุนสำคัญเข้าประเทศ และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน </span></p>
<p><span lang="TH">“</span>STT GDC Thailand <span lang="TH">มุ่งมั่นนำศักยภาพจากเทคโนโลยีล้ำสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับ</span><span lang="TH">เป้าหมายขององค์กรที่ตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับการดำเนินงานในดาต้าเซ็นเตอร์ภายในปี 2573</span><span lang="TH">” <b>นายศุภรัฒศ์ กล่าวเสริม</b></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="840" /></p>
<p><b><span lang="TH">ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า</span></b><span lang="TH"> “บี</span>.<span lang="TH">กริม มุ่งมั่นในการพัฒนาด้านพลังงานที่ยั่งยืนและปลอดภัยบนพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี ภายใต้กลยุทธ์หลัก </span><strong>Green Leap &#8211; Global and Green</strong> <span lang="TH">โดยตั้งเป้าเติบโตสู่กำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 10</span>,<span lang="TH">000 เมกะวัตต์ ในปี ค.ศ.2030 (พ.ศ.2573) และบรรลุเป้าหมายก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ </span>Net-Zero Carbon Emissions <span lang="TH">ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) การร่วมมือกับ </span>STT GDC Thailand <span lang="TH">เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับ </span>Hyperscale Data Center <span lang="TH">ตอกย้ำและสนับสนุนกลยุทธ์ไปสู่ความยั่งยืนดังกล่าว นอกจากนี้ยังเป็นการรวมพลังกันระหว่างสองผู้นำธุรกิจเพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน </span>Digital Economy <span lang="TH">ของประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสมัยใหม่”</span></p>
<p><span lang="TH">“เราจะทำงานร่วมกับ </span>STT GDC Thailand <span lang="TH">อย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาและพิจารณาแนวการการพัฒนาโซลูชันด้านพลังงาน รวมถึงการออกแบบโรงไฟฟ้าในทำเลที่เป็นยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทยและก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาค ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนสำคัญและเพิ่มแหล่งผลิตพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้แก่อนาคตของประเทศชาติ” <b>ดร.ลิงค์ กล่าวเพิ่มเติม</b></span></p>
<p><span lang="TH">ความร่วมมือระหว่าง </span>STT GDC Thailand <span lang="TH">และ </span>B.Grimm Power <span lang="TH">สองผู้นำรายใหญ่ในอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ซึ่งหมุดหมายความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความทุ่มเทร่วมกันของผู้นำในอุตสาหกรรมเพื่อบุกเบิกโซลูชันด้านพลังงานที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้พลังงานในปริมาณสูง แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าไปสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีทั้งนวัตกรรมและแนวปฏิบัติด้านพลังงานที่ยั่งยืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/stt-gdc-thailand-mou-with-b-grimm-power/">STT GDC Thailand และ B.Grimm Power ลงนาม MOU เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านพลังงานและสำรวจโซลูชันพลังงานคาร์บอนต่ำในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู ฉายภาพ What&#8217;s Next?​ ​ทุ่มงบ 2 พันล้านUS เร่งเสริมแกร่งช่วงเปลี่ยนผ่าน ตั้งเป้า 3 ปี กำไรเกินครึ่งพอร์ตมาจากพลังงานสะอาด ​​​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/banpu-business-transformation-stepping-towards-future-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Sep 2023 11:48:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Next]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU Power]]></category>
		<category><![CDATA[Business Transform]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[กิรณ ลิมปพยอม]]></category>
		<category><![CDATA[จามร จ่าเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ฐิติ เมฆวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเหมือง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สมฤดี ชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21194</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ จากบริษัทพลังงานถ่านหินเล็กๆ ในประเทศไทยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว มาเป็นผู้ให้บริการพลังงานที่หลากหลายและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามโจทย์และเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์สำคัญอย่าง Greener &#38; Smarter ที่เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบัน ปัจุจบัน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) มีฐานธุรกิจอยู่ใน 9 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ซึ่งหากรวมฐานธุรกิจทั้งหมดของบ้านปูอาจกล่าวได้ว่า เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ทั้งนี้ คุณ​สมฤดี ชัยมงคล Chief Executive Officer บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ฉายภาพ What&#8217;s Next? ถึงทิศทางการขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรภายในปี 2025 (พ.ศ.2568) หรือ 3 ปีจากนี้ ด้วยเป้าหมายการเพิ่มการเติบโตของพอร์ตพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานพร้อมการนำเสนอโซลูชันด้านพลังงานสะอาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/banpu-business-transformation-stepping-towards-future-growth/">บ้านปู ฉายภาพ What&#8217;s Next?​ ​ทุ่มงบ 2 พันล้านUS เร่งเสริมแกร่งช่วงเปลี่ยนผ่าน ตั้งเป้า 3 ปี กำไรเกินครึ่งพอร์ตมาจากพลังงานสะอาด ​​​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ จากบริษัทพลังงานถ่านหินเล็กๆ ในประเทศไทยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว มาเป็นผู้ให้บริการพลังงานที่หลากหลายและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามโจทย์และเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์สำคัญอย่าง <strong>Greener &amp; Smarter</strong> ที่เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-21194"></span></p>
<p>ปัจุจบัน <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> มีฐานธุรกิจอยู่ใน 9 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ซึ่งหากรวมฐานธุรกิจทั้งหมดของบ้านปูอาจกล่าวได้ว่า เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>คุณ​สมฤดี ชัยมงคล </strong><strong>Chief Executive Officer</strong> <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> ฉายภาพ <strong>What&#8217;s Next?</strong> ถึงทิศทางการขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรภายในปี 2025 (พ.ศ.2568) หรือ 3 ปีจากนี้ ด้วยเป้าหมายการเพิ่มการเติบโตของพอร์ตพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานพร้อมการนำเสนอโซลูชันด้านพลังงานสะอาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คนได้มากขึ้น ภายใต้งบลงทุนรวม 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21201 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/K-สม-CEO-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยการจัดสรรงบลงทุนลงให้กับกลุ่มผลิตไฟฟ้ามากที่สุด เพื่อลงทุนในกลุ่ม Renewable เพื่อให้ไฟฟ้าที่บ้านปูผลิตได้มาจากพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง และสามารถสร้าง Value และความแตกต่างในตลาดได้ เช่น การพัฒนาไฟฟ้าจากไฮโดรเจน แอมโมเนีย หรือจากเทคโนโลยี HELE (High Efficiency, Low Emissions)​ รวมทั้งลงทุนใน​กลุ่มเทคโนโลยีพลังงาน และการลงทุนเทคโนโลยีดักจับคารบอนในกลุ่มก๊าซธรรมชาติ พร้อมการเพิ่ม​โอกาสการลงทุนผ่านหน่วยงานใหม่อย่าง <strong>Corporate Venture Capital </strong>(CVC) สำหรับ​ลงทุนในกองทุนหรือธุรกิจด้านเทคโนโลยีพลังงานต่างๆ จากทั่วโลกเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ระบบนิเวศของบ้านปู <strong>โดยตั้งเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้น (EBITDA) จะมาจากธุรกิจในกลุ่มพลังงานสะอาดมากกว่า 50% ภายในปี 2568 </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21198 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/2-12.jpg" alt="" width="1200" height="850" /></p>
<p><strong>เร่งขับเคลื่อน 4 ธุรกิจเรือธง 1 หน่วยงาน  </strong></p>
<p>สำหรับแผนการลงทุนและเป้าหมายของทั้ง 4 ธุรกิจเรือธง และ 1 หน่วยงาน ภายใต้การเปิดเผยของคณะผู้บริหารของแต่ละกลุ่มธุรกิจซึ่งประกอบด้วย<strong> ​คุณฐิติ เมฆวิชัย</strong> Head of Oil and Gas Business  <strong>คุณจามร จ่าเมือง</strong> Senior Vice President &#8211; Mine Engineering and Development  <strong>คุณกิรณ ลิมปพยอม</strong> Head of Power Business  <strong>คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong> Head of Renewable and Energy Technology Business  และ <strong>คุณสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์</strong> Head of Corporate Venture Capital มีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p><strong>ธุรกิจเหมือง</strong>  ปัจจุบันไม่มีการลงทุนใหม่ในธุรกิจถ่านหินเพิ่มเติม แต่<strong>มุ่งเน้นการสร้างกระแสเงินสดเพื่อต่อยอดธุรกิจที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter</strong> และการพัฒนาการดำเนินงานในสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด <strong>พร้อมกับกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการต่อยอดสู่ธุรกิจ Strategic Minerals มุ่งเน้นแร่แห่งอนาคตที่จะเป็นทรัพยากรต้นทางของโซลูชันพลังงานสะอาด</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21209 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/3-13.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ</strong> มีสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศยุทธศาสตร์ โดยปัจจุบันบ้านปูเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจก๊าซธรรมชาติ 20 อันดับแรกในสหรัฐฯ ด้วยกำลังผลิตประมาณ 890 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน (MMcfepd) <strong>​</strong>เ<strong>ป้าหมายในอนาคตคือ การขยายพอร์ตธุรกิจทั้งต้นน้ำและกลางน้ำ ตั้งแต่แหล่งก๊าซ ระบบแยก อัดก๊าซ จนถึงท่อขนส่งก๊าซ คู่ขนานไปกับการเร่งพัฒนาโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ​</strong></p>
<p>โดยขณะนี้มี​ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ Barnett Zero (บาร์เนตต์ ซีโร่) โครงการ Cotton Cove (คอตตอน โคฟ) และโครงการ “High West (ไฮเวสต์)” รวมทั้งเป็นโอกาสสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตในอนาคตโดยบริษัทลูกในสหรัฐฯ โดย <strong>ตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) สำหรับ scope 1 และ 2 ราวปี ค.ศ. 2025 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) สำหรับการปล่อยมลสารจากธุรกิจต้นน้ำ scope 3 ภายในทศวรรษ 2030</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21210 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/6-7.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p><strong>ธุรกิจผลิตไฟฟ้า</strong> <strong>เร่งขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจในโรงไฟฟ้าพลังงานที่สะอาดขึ้น</strong> ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยี HELE​ และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน  ล่าสุด เข้าลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple II ในรัฐเท็กซัส เป็นการสร้างคุณค่าจากการผสานพลัง (Synergistic Value) กับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ที่มีอยู่เดิม เสริมความแกร่งให้กับห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจของบ้านปูในสหรัฐฯ</p>
<p>นอกจากนี้ยังได้เริ่มต้นธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐฯ ผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ปัจจุบัน ธุรกิจผลิตไฟฟ้าของบ้านปูมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมด 4,974 เมกะวัตต์ ซึ่งมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน 4,008 เมกะวัตต์ และจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 966 เมกะวัตต์ ใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดย <strong>วางเป้าหมายขยายกำลังผลิตให้ได้ 6,100 เมกะวัตต์ภายในปี 2568</strong></p>
<p><strong>ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน</strong> เน้น<strong>ขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น</strong> นำเอาดิจิทัลโซลูชันมาผสมผสานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขยายการลงทุนสู่พันธมิตรใหม่ๆ โดยวางเป้าหมายปี 2568 ดังนี้</p>
<p>&#8211; ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและทุ่นลอยน้ำ (Solar Rooftop &amp; Floating) ตั้งเป้ากำลังผลิตรวม 500 เมกะวัตต์</p>
<p>&#8211; ธุรกิจแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery &amp; ESS Solutions) ตั้งเป้ากำลังผลิต 4 กิกะวัตต์ชั่วโมง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21207 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/8-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>&#8211; ธุรกิจพัฒนาเมืองอัจฉริยะและจัดการพลังงาน (Smart Cities &amp; Energy Management) จำนวน 60 โครงการ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) ตั้งเป้ากำลังซื้อขายไฟฟ้า 2,000 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี</p>
<p>&#8211;  ธุรกิจอี-โมบิลิตี้ (E-Mobility) ตั้งเป้าขยายการให้บริการระบบสัญจรทางเลือกแบบครบวงจรในรูปแบบ Mobility as a Service (MaaS) ทั้งบริการ Ride Sharing, Car Sharing, EV Charger Management และ EV Fleet Management โดยการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21197 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/11-3.jpg" alt="" width="1200" height="656" /></p>
<p>นอกจาก 4 ธุรกิจเรือธงแล้ว  ปี 2565 บ้านปูได้จัดตั้ง <strong>หน่วยงาน </strong><strong>Corporate Venture Capital</strong> เพื่อดูแลการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve ที่จะช่วยเร่งการเติบโตตามกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจที่มีอยู่และระบบนิเวศของกลุ่มบ้านปู โดยวางงบประมาณไว้ต่อปีที่ราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ</p>
<p>หน่วยงานนี้จะเน้นการผสานคุณค่าร่วมให้กับธุรกิจที่มีอยู่เดิม (Synergistic Value) ให้น้ำหนักกับการเลือกธุรกิจที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี มีความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้ลงทุนในกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุน Warburg Pincus ที่จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของบ้านปู เน็กซ์ (Banpu NEXT) ในการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดในต่างประเทศ กองทุน Heyokha Makha ที่จะส่งเสริมการทำโครงการเหมืองแร่แห่งอนาคต และกองทุน Smart City ของ Eurazeo ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานสะอาด ยานยนต์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรม รวมถึงการลงทุนในสตาร์ทอัพ AirCarbon Exchange (ACX) แพลตฟอร์มการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตในระดับโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21199 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/5-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มุ่งสู่  Smart Energy For Sustainability </strong></p>
<p>คุณสมฤทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้หลังจากนี้โลกธุรกิจจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนหรือผันผวนอย่างไร ก็เชื่อว่า บ้านปูจะสามารถข้ามผ่านและเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้มากขึ้น โดยเฉพาะความกังวลต่อปัญหาสภาพอากาศที่มีการตื่นตัวไปทั่วโลก ทำให้โลกก้าวสู่สภาวะ Never Normal ที่จะไม่สามารถกลับไปสู่ความปกติเหมือนช่วงก่อนหน้าวิกฤตได้ ​ประกอบกับการประกาศเป้าหมายในการลดคาร์บอนลง 40% ในปี 2040 และการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ในปี 2065 ของประเทศไทยที่นานายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นกับทาง UN ไว้ครั้งล่าสุดนี้ ทำให้เกิดการขับเคลื่อนเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งบ้านปูจะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่มีส่วนช่วยผลักดันไปสู่เป้าหมายได้​เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Banpu-Ecosystem.jpg" alt="" width="1200" height="509" /></p>
<p>&#8220;อนาคตทิศทางของโลก จะมีการหันมาใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น พอร์ตโฟลิโอของบ้านปู จะมีการเติมพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง  โดยไม่ได้เติมเฉพาะบางส่วน แต่ให้ความสำคัญตลอดทั้งซัพพลายเชน ต้ังแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะการพัฒนา CCUS ซึ่งบ้านปูจะเป็นบริษัทคนไทยรายแรกที่สามารถทำตลาดนี้ได้ในอเมริกา รวมทั้งการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีแหล่งผลิตมาจากพลังงานสะอาด และสามารถทำตลาดในกลุ่มพรีเมียมได้ ซึ่งจากนี้ไป เราพร้อมที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นผู้ส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืนและสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านพลังงานของโลกในอนาคต​ เพื่อนำไปสู่อนาคตแห่งพลังงานงานที่ยั่งยืนหรือ Smart Energy For Sustainability &#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21196 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Heart.jpg" alt="" width="1200" height="790" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนของบ้านปู  มาจากการมีระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ภายใต้การดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG ที่ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีธรรมาภิบาล พร้อมคำนึงถึงผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ พร้อมทั้งการใช้กลยุทธ์ Greener &amp; Smarter เพื่อทรานส์ฟอร์มธุรกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร <strong>บ้านปู ฮาร์ท (</strong><strong>Banpu Heart</strong><strong>) </strong>ที่ทำให้คนบ้านปูที่มีทั้งความหลากหลายเชื้อชาติ และต่างวัฒนธรรม สามารถมีเป้าหมายและเดินไปในทิศทางเดียวกันได้ในที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/banpu-business-transformation-stepping-towards-future-growth/">บ้านปู ฉายภาพ What&#8217;s Next?​ ​ทุ่มงบ 2 พันล้านUS เร่งเสริมแกร่งช่วงเปลี่ยนผ่าน ตั้งเป้า 3 ปี กำไรเกินครึ่งพอร์ตมาจากพลังงานสะอาด ​​​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษทำสำเร็จ! พลังงานลมกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดได้เป็นครั้งแรกแล้ว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/uk-first-time-wind-power-becomes-largest-source-of-electricity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 May 2023 09:52:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Dr. Iain Staffell]]></category>
		<category><![CDATA[Drax Electric Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Imperial College London]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[กังหันลม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานลม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18574</guid>

					<description><![CDATA[<p>จำนวนกังหันลมที่เพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ โดยจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่สหราชอาณาจักรสามารถผลิตได้ใน 3 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 24 TWh (1 terawatt-hour (TWh) = 1 ,000 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงs (kWh) ) ซึ่งพลังงานที่ผลิตได้นั้น สามารถนำไปชาร์จรถยนต์เทสลา Model Y ได้มากกว่า 300 ล้านคันเลยทีเดียว ทั้งนี้  ไฟฟ้าเกือบหนึ่งในสาม (32.4%) ของสหราชอาณาจักร จัดหาจากพลังงานลมในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ​แซงหน้าก๊าซธรรรมชาติที่มีสัดส่วนอยู่ที่  31.7% และนับเป็นครั้งแรกที่พลังงานลมมีส่วนแบ่งพลังงานมากที่สุดรายไตรมาส ในประวัติศาสตร์ของโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ ผลการวิจัยรายไตรมาส จากรายงาน Drax Electric Insights  โดยนักวิชาการจาก Imperial College London ระบุว่า ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ ​กังหันลมทั้งหมดของสหราชอาณาจักร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 TWh หรือ 24,000 kWh ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จ Tesla Model [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/uk-first-time-wind-power-becomes-largest-source-of-electricity/">อังกฤษทำสำเร็จ! พลังงานลมกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดได้เป็นครั้งแรกแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จำนวนกังหันลมที่เพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้</p>
<p><span id="more-18574"></span></p>
<p>โดยจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่สหราชอาณาจักรสามารถผลิตได้ใน 3 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 24 TWh (1 terawatt-hour (TWh) = 1 ,000 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงs (kWh) ) ซึ่งพลังงานที่ผลิตได้นั้น สามารถนำไปชาร์จรถยนต์เทสลา Model Y ได้มากกว่า 300 ล้านคันเลยทีเดียว</p>
<p>ทั้งนี้  ไฟฟ้าเกือบหนึ่งในสาม (32.4%) ของสหราชอาณาจักร จัดหาจากพลังงานลมในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ​แซงหน้าก๊าซธรรรมชาติที่มีสัดส่วนอยู่ที่  31.7% และนับเป็นครั้งแรกที่พลังงานลมมีส่วนแบ่งพลังงานมากที่สุดรายไตรมาส ในประวัติศาสตร์ของโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ</p>
<p>ผลการวิจัยรายไตรมาส จากรายงาน Drax Electric Insights  โดยนักวิชาการจาก Imperial College London ระบุว่า ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ ​กังหันลมทั้งหมดของสหราชอาณาจักร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 TWh หรือ 24,000 kWh ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จ Tesla Model Y มากกว่า 300 ล้านคัน และมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ​ไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 3% ขณะที่การผลิตจากก๊าซธรรมชาติลดลง 5%</p>
<p>ทั้งนี้ยังพบว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงไตรมาสแรกปี 2566  เกือบ 42% ของสหราชอาณาจักรมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน (ลม แสงอาทิตย์ ชีวมวล และพลังน้ำ) ขณะที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล  33% ส่วนที่เหลือมาจากการนำเข้าจากต่างประเทศ​และจากแหล่งอื่นๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18580 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/WIND-UK1.jpg" alt="" width="1200" height="772" /></p>
<p><strong>Dr. Iain Staffell </strong>จาก Imperial College London ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงาน Drax Electric Insights ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความสำเร็จในการปฏิวัติการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของสหราชอาณาจักร นำมาซึ่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น</p>
<p>“ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้เลิกใช้ถ่านหินไปเกือบหมดแล้ว หลังจากพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุดเป็นเวลากว่าศตวรรษ ในการขับเคลื่อนประเทศของเรา ยังคงมีอุปสรรคมากมายในการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าที่ปราศจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างสมบูรณ์ แต่การเลิกใช้ก๊าซธรรมชาติจะเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ​ และสะท้อนได้ถึงความสำเร็จที่เกิดจากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานสะอาด&#8221;​​</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://esgnews.com/wind-power-becomes-uks-largest-source-of-electricity/" target="_blank" rel="noopener">source </a><i> </i></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/uk-first-time-wind-power-becomes-largest-source-of-electricity/">อังกฤษทำสำเร็จ! พลังงานลมกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดได้เป็นครั้งแรกแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;พลิกวิกฤติเป็นโอกาส&#8217; ฟาร์มโคนนมในบอสเนีย สร้างโรงไฟฟ้าจากขยะออแกนิกส์มาใช้ได้สำเร็จเป็นแห่งแรก แม้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/spreca-dairy-farm-makes-electricity-from-organic-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2023 09:05:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biogas]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass]]></category>
		<category><![CDATA[Bosnia]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[organic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Said Karic]]></category>
		<category><![CDATA[Sarajevo Milkos]]></category>
		<category><![CDATA[Spreca]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะออแกนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[บอสเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอแก๊ส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16815</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลกระทบจากช่วงภาวะสงครามรัสเซียและยูเครน ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในยุโรปที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ทำให้หลายประเทศต้องมองหาพลังงานทางเลือกจากแหล่งพลังงานอื่นๆ มากขึ้น Spreca ฟาร์มโคนมสุดไฮเทคในบอสเนีย​ เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม​ และเป็นฟาร์มโคนมรายแรกในประเทศที่สามารถพลิกวิกฤตพลังงานมาเป็นโอกาส ​ด้วยการสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์และอาหารสัตว์เพื่อนำมาใช้ภายในฟาร์ม โดยโรงงานดังกล่าว ​สามารถเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถผลิตไฟฟ้าต่อชั่วโมงได้ราว 50-60% ของกำลังผลิตที่มีอยู่ ​ตามข้อกำหนดของภาครัฐ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย​การใช้ไฟฟ้าของบ้านเรือนในแต่ละเดือนเสียอีก และหากเดินเครื่องให้เต็มกำลังผลิตที่มีอยู่ จะสาสามารถผลิตกำลังไฟได้มากถึง 600 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว Said Karic ผู้อำนวยการฟาร์มเล่าให้ฟังว่า “การผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นการคิดขึ้นเพื่อต่อยอดกระบวนการที่มีอยู่ในฟาร์ม” โดยฟาร์มแห่งนี้มี Sarajevo Milkos ซึ่งเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมนมเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 800 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) สามารถรองรับโคที่ให้ผลผลิตสูงได้ถึง 2,000 ตัว โดยภายในฟาร์มยังใช้เครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยภาครัฐและลงทุนโดย Sarajevo Milkos เอง การผลิตกระแสไฟฟ้าภายในฟาร์มจากแก๊สชีวภาพ นับเป็นความมุ่งมั่นที่ฟาร์ม Spreca ตั้งใจพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความพยายามของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศค่อยๆ เปลี่ยนผ่านการผลิตของภาคพลังงานมามาสู่การใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นนั่นเอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/spreca-dairy-farm-makes-electricity-from-organic-waste/">&#8216;พลิกวิกฤติเป็นโอกาส&#8217; ฟาร์มโคนนมในบอสเนีย สร้างโรงไฟฟ้าจากขยะออแกนิกส์มาใช้ได้สำเร็จเป็นแห่งแรก แม้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x78zum5 xh8yej3" role="none">
<div class="x1tlxs6b x1g8br2z x14ctfv x6ikm8r x10wlt62 x1mzt3pk x1y1aw1k xn6708d xwib8y2 x1ye3gou x1n2onr6 x13faqbe x1vjfegm x5pf9jr xo71vjh x9f619 x16it46q xh8yej3" role="none">
<div class="x9f619 x1n2onr6 x1ja2u2z __fb-light-mode" role="none">
<div class="x6prxxf x1fc57z9 x1yc453h x126k92a xzsf02u" dir="auto" role="none">ผลกระทบจากช่วงภาวะสงครามรัสเซียและยูเครน ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในยุโรปที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ทำให้หลายประเทศต้องมองหาพลังงานทางเลือกจากแหล่งพลังงานอื่นๆ มากขึ้น</div>
</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-16815"></span></p>
<p><strong>Spreca </strong>ฟาร์มโคนมสุดไฮเทคในบอสเนีย​ เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม​ และเป็นฟาร์มโคนมรายแรกในประเทศที่สามารถพลิกวิกฤตพลังงานมาเป็นโอกาส ​ด้วยการสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์และอาหารสัตว์เพื่อนำมาใช้ภายในฟาร์ม</p>
<p>โดยโรงงานดังกล่าว ​สามารถเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถผลิตไฟฟ้าต่อชั่วโมงได้ราว 50-60% ของกำลังผลิตที่มีอยู่ ​ตามข้อกำหนดของภาครัฐ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย​การใช้ไฟฟ้าของบ้านเรือนในแต่ละเดือนเสียอีก และหากเดินเครื่องให้เต็มกำลังผลิตที่มีอยู่ จะสาสามารถผลิตกำลังไฟได้มากถึง 600 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16818 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Biogas3.jpg" alt="" width="1200" height="779" /></p>
<p><strong>Said Karic</strong> ผู้อำนวยการฟาร์มเล่าให้ฟังว่า “<em>การผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นการคิดขึ้นเพื่อต่อยอดกระบวนการที่มีอยู่ในฟาร์ม”</em> โดยฟาร์มแห่งนี้มี Sarajevo Milkos ซึ่งเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมนมเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 800 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) สามารถรองรับโคที่ให้ผลผลิตสูงได้ถึง 2,000 ตัว โดยภายในฟาร์มยังใช้เครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยภาครัฐและลงทุนโดย Sarajevo Milkos เอง</p>
<p>การผลิตกระแสไฟฟ้าภายในฟาร์มจากแก๊สชีวภาพ นับเป็นความมุ่งมั่นที่ฟาร์ม Spreca ตั้งใจพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความพยายามของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศค่อยๆ เปลี่ยนผ่านการผลิตของภาคพลังงานมามาสู่การใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นนั่นเอง</p>
<p>ทั้งนี้ ความสามารถในการผลิตพลังงานของบอสเนีย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของ GDP ถือเป็นผู้ส่งออกกระแสไฟฟ้าเพียงรายเดียวในคาบสมุทรบอลข่าน โดยประมาณ 60% ผลิตจากโรงงานถ่านหิน และส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ผลิตจากพลังงานน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Biogas1.jpg" alt="" width="1200" height="792" /></p>
<p>ก่อนหน้านี้ the Bosniak-Croat Federation and the Serb Republic (สหพันธ์บอสเนียค-โครต และสาธารณรัฐเซอร์เบีย ) ได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานทดแทนให้มากขึ้น​ภายในปี 2030 แต่วิกฤติพลังงานจากภาวะสงครามกลับทำให้แผนดังกล่าวดำเนินได้ช้าลง</p>
<p>นอกจากนี้ พลังงานความร้อนที่ถูกผลิตขึ้นมาระหว่างขั้นตอนการหมักแก๊สชีวภาพยังถูกนำมาใช้ในการให้ความอบอุ่นแก่อาคารต่างๆ ภายในฟาร์มด้วย Karic ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “แผนระยะยาวของเราคือการก่อสร้างเรือนเพาะชำที่ได้รับความร้อนจากพลังงานชีวภาพนี้​​ด้วยเช่นกัน”</p>
<div class="x78zum5 xh8yej3" role="none">
<div class="x1tlxs6b x1g8br2z x14ctfv x6ikm8r x10wlt62 x1mzt3pk x1y1aw1k xn6708d xwib8y2 x1ye3gou x1n2onr6 x13faqbe x1vjfegm x5pf9jr xo71vjh x9f619 x16it46q xh8yej3" role="none">
<div class="x9f619 x1n2onr6 x1ja2u2z __fb-light-mode" role="none">
<div dir="auto" role="none"></div>
</div>
<div dir="auto" role="none"><a href="https://www.reuters.com/business/sustainable-business/bosnian-dairy-farm-makes-electricity-organic-waste-2023-01-20/" target="_blank" rel="noopener">source</a></div>
</div>
<div class="x1h91t0o xkh2ocl x78zum5 xdt5ytf x13a6bvl x193iq5w x1iyjqo2 xcrg951" role="none">
<div class="x1r8uery x1iyjqo2" role="none"></div>
</div>
</div>
<div class="x1h91t0o xkh2ocl x78zum5 xdt5ytf x13a6bvl x193iq5w x1c4vz4f xcrg951" role="none">
<div class="x193iq5w x1n2onr6 x1vjfegm xh8yej3">
<div class="xw5ewwj xh8yej3">
<div class="x1gn5b1j x230xth x5yr21d x6ikm8r x10wlt62 xxymvpz xmjcpbm x13lgxp2 x168nmei">
<div class="x78zum5 xdt5ytf x5yr21d"></div>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/spreca-dairy-farm-makes-electricity-from-organic-waste/">&#8216;พลิกวิกฤติเป็นโอกาส&#8217; ฟาร์มโคนนมในบอสเนีย สร้างโรงไฟฟ้าจากขยะออแกนิกส์มาใช้ได้สำเร็จเป็นแห่งแรก แม้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
