<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Clean Energy &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/clean-energy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 05 Nov 2024 03:51:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Clean Energy &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ซีเค พาวเวอร์’ ท็อปฟอร์ม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ต่ำกว่าค่ากลางการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% พร้อมลดใช้พลังงาน​ปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากรุงเทพฯ ปิดไฟ 186 ชั่วโมง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/ckpower-toward-ckp-net-zero-emission-2050/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Nov 2024 03:51:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKP NET ZERO EMISSION 2050]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Grid]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเค พาวเวอร์​]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30015</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราคือหนึ่งในผู้บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราทุ่มเทตั้งใจที่จะทำให้ ซีเค พาวเวอร์ เป็นบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และกำลังเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผ่านผลการดำเนินงานที่สามารถจับต้องได้อย่างแท้จริง” คำกล่าวของ ‘คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำ​การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุด ทั้งจากพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และจากระบบโคเจนเนอเรชั่น โดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ และยัง​​มีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่งของภูมิภาคอีกด้วย ซีเค พาวเวอร์ ยังได้อัพเดทความสำเร็จจาก​การขับเคลื่อนเป้าหมาย​ CKP NET ZERO EMISSION 2050 เพื่อมุ่ง​​สู่​องค์กรที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยภาพรวมการขับเคลื่อนใน​ปี 2566 ที่ผ่าน​มา มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ​ต่ำกว่าค่ากลาง​ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% โดยมี GHG Emission เพียง 0.0691 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/ckpower-toward-ckp-net-zero-emission-2050/">‘ซีเค พาวเวอร์’ ท็อปฟอร์ม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ต่ำกว่าค่ากลางการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% พร้อมลดใช้พลังงาน​ปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากรุงเทพฯ ปิดไฟ 186 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“</em><em>เราคือหนึ่งในผู้บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราทุ่มเทตั้งใจที่จะทำให้ ซีเค พาวเวอร์ เป็นบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และกำลังเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผ่านผลการดำเนินงานที่สามารถจับต้องได้อย่างแท้จริง</em><em>”</em></p>
<p><span id="more-30015"></span></p>
<p>คำกล่าวของ ‘<strong>คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong><strong>’</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำ​การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุด ทั้งจากพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และจากระบบโคเจนเนอเรชั่น โดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ และยัง​​มีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่งของภูมิภาคอีกด้วย</p>
<p>ซีเค พาวเวอร์ ยังได้อัพเดทความสำเร็จจาก​การขับเคลื่อนเป้าหมาย​ <strong>CKP NET ZERO EMISSION </strong><strong>2050</strong> เพื่อมุ่ง​​สู่​องค์กรที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยภาพรวมการขับเคลื่อนใน​ปี 2566 ที่ผ่าน​มา มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ​ต่ำกว่าค่ากลาง​ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% โดยมี GHG Emission เพียง 0.0691 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ต่อการผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ​เทียบกับค่ากลาง Thailand Grid​ ซึ่งอยู่ที่ 0.4999 tCO2e/MWh</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/2-TH-Logo.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ขณะที่การดำเนินงานช่วงครึ่​งแรกของปี 2567 นี้​​ สามารถลด GHG Emission ให้ต่ำกว่าค่ากลางได้แล้ว 83% พร้อมตั้งเป้าหมายลดการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งปี ไ​ด้มากกว่าปีที่ผ่านมา หรือมีการปลดปล่อยต่ำกว่า​ค่ากลาง Thailand Grid ได้ที่ 87%</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่น​ลดการใช้พลังงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และกระบวนการต่างๆ ภายในองค์กร​อย่างต่อเนื่อง โดย​ตลอดปี 2566 สามารถลดการใช้พลังงานทั้งหมด 5,101 MWh (​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2,051 tCO2e)​ เทียบเท่าการปิดไฟ 1 ชั่วโมงใน​​โครงการกรุงเทพปิดไฟ (Earth Hour 2024) เป็นจำนวน 186 ชั่วโมง</p>
<p>ส่วนช่วง 6 เดือนแรก ของ​ปี 2567 ​สามารถลด​ใช้พลังงานได้แล้ว​ 2,883 MWh (ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,313 tCO2e) หรือเทียบเท่าโครงการ Earth Hour 2024 จากการปิดไฟในกรุงเทพ​ฯ 119 ชั่วโมง นับเป็นส่วนสำคัญในภาคการผลิตไฟฟ้าที่ช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมถึง ปัจจัยที่จะใช้ เพื่อขับเคลื่อน ซีเค พาวเวอร์ ให้บรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตไฟฟ้า ผ่านการวางแผนระยะยาว เน้นขยายการลงทุนในโครงการที่ช่วยลด GHG Emission เช่น การศึกษาการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงไฮโดรเจนผสมก๊าซธรรมชาติในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทยตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567 &#8211; 2580 (PDP2024)</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อน​ช่วง 6 เดือนแรกของปี​นี้​ บริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการผลิตไฟฟ้าได้ดีกว่าเป้าหมาย 0.86% ​จากการขับเคลื่อน​ทั้ง​ฟากของการลด​การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการ​พัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า​ โดยมีการปรับใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนภายในองค์กรเพิ่มขึ้น เช่น การเปลี่ยนมาใช้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและรถไฮบริดในการขนส่งภายในสำนักงานและโรงไฟฟ้าในเครือฯ โดยตั้งเป้าใช้พลังงานไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียนภายในองค์กรได้ทั้ง​​ 100% ​​​ตามแผนระยะยาวที่วางไว้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“</em><em>ช่วง </em><em>2 </em><em>ปีที่ผ่านมา ซีเค พาวเวอร์ เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน​ (</em><em>Renewable</em><em>) ภายในองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</em> 93% <em>และมีเป้าหมาย​เพิ่มสัดส่วนเป็น​ 9</em><em>5</em><em>% ภายในปี </em><em>2586 </em><em>และเรายัง</em><em>ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดส่งให้ประเทศไทยประมาณ 8.5 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือประมาณ 17% ของไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่ใช้ในประเทศไทย โดย​ปี </em><em>2566 </em><em>​ที่ผ่านมา บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4.4 ล้าน </em><em>tCO</em><em>2</em><em>e</em><em>​ พร้อมทั้งยังมองหาแนวทางลงทุน​เทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียนที่ทันสมัยในระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสจากการลงทุนสีเขียวให้กับองค์กรได้เพิ่มมากขึ้น</em><em>” </em>คุณธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/ckpower-toward-ckp-net-zero-emission-2050/">‘ซีเค พาวเวอร์’ ท็อปฟอร์ม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ต่ำกว่าค่ากลางการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Thailand Grid) ถึง 86% พร้อมลดใช้พลังงาน​ปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากรุงเทพฯ ปิดไฟ 186 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยจัดฟอรัมใหญ่ EARTH JUMP 2024 รวมวิทยากรระดับโลกและไทย ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ นักธุรกิจกว่า 2,000 คนร่วมงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/kbank-earth-jump-2024-the-edge-of-action/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 May 2024 22:30:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EARTH JUMP 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[The Edge of Action]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ขัตติยา อินทรวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26075</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสิกรไทยจัดงาน “EARTH JUMP 2024 : The Edge of Action” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป็นสัญญาณที่ดีของธุรกิจไทยที่ตระหนักถึงผลกระทบต่อภาวะโลกเดือดซึ่งจะส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษฉายภาพเป้าหมายและทิศทางของประเทศในเรื่องของพลังงานสะอาด พร้อมด้วยผู้นำองค์กรชั้นนำระดับโลกและไทยกว่า 40 ท่าน ร่วมกันให้ความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจและสังคมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ได้รับความรู้ในทุกมิติ ทั้งโอกาส กฎเกณฑ์ มาตรการต่างๆ การสนับสนุนการเงินของธนาคาร รวมถึงการแชร์ประสบการณ์จากธุรกิจที่ปรับตัวแล้ว เพื่อพร้อมรับมือและปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไปด้วยกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษฉายภาพเป้าหมายและทิศทางของประเทศในเรื่องของการแก้ปัญหาโลกร้อน จากการเดินทางไปพบนักลงทุนจะเห็นว่านักลงทุนที่จะลงทุนในต่างประเทศสิ่งที่สนใจ คือ สิทธิประโยชน์จากการลงทุน ความเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และพลังงานสะอาด เราจะเห็นว่าประเทศที่เจริญแล้วมีการใช้พลังงานสะอาดมากกว่าประเทศกำลังพัฒนา &#8220;ประเทศไทยก็ต้องการพลังงานสะอาด จึงต้องเริ่มคิดและลงมือทำ ซึ่งการจะลดก๊าซคาร์บอนในไทยได้นั้น ต้องให้ความรู้ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ และในส่วนของภาคการเงินก็มีความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนจึงต้องได้รับการสนับสนุนทั้งเงินกู้และตลาดทุน ซึ่งธนาคารกสิกรไทยได้ทำเรื่องนี้มานานและมีการสนับสนุนเงินกู้ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลก็จะมีการออก Sustainability-Linked Bond เพื่อผลักดันให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดำเนินนโยบายที่สร้างความยั่งยืน โดยในปัจจุบันบริษัทใหญ่ๆ เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ความน่าเป็นห่วงอยู่ที่ Supply Chain ถ้าไม่สามารถดึงเข้ามาอยู่ในปรัชญาเดียวกันได้ การส่งออกก็จะยากส่งสินค้าไปขายต่างประเทศก็จะถูกปฏิเสธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/kbank-earth-jump-2024-the-edge-of-action/">กสิกรไทยจัดฟอรัมใหญ่ EARTH JUMP 2024 รวมวิทยากรระดับโลกและไทย ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ นักธุรกิจกว่า 2,000 คนร่วมงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">กสิกรไทยจัดงาน<strong> “EARTH JUMP 2024 : The Edge of Action</strong>” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป็นสัญญาณที่ดีของธุรกิจไทยที่ตระหนักถึงผลกระทบต่อภาวะโลกเดือดซึ่งจะส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจ</p>
<p><span id="more-26075"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">โดยได้รับเกียรติจาก<strong> นายเศรษฐา ทวีสิน</strong> นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษฉายภาพเป้าหมายและทิศทางของประเทศในเรื่องของพลังงานสะอาด พร้อมด้วยผู้นำองค์กรชั้นนำระดับโลกและไทยกว่า 40 ท่าน ร่วมกันให้ความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจและสังคมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ได้รับความรู้ในทุกมิติ ทั้งโอกาส กฎเกณฑ์ มาตรการต่างๆ การสนับสนุนการเงินของธนาคาร รวมถึงการแชร์ประสบการณ์จากธุรกิจที่ปรับตัวแล้ว เพื่อพร้อมรับมือและปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไปด้วยกัน</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายเศรษฐา ทวีสิน </strong>นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษฉายภาพเป้าหมายและทิศทางของประเทศในเรื่องของการแก้ปัญหาโลกร้อน จากการเดินทางไปพบนักลงทุนจะเห็นว่านักลงทุนที่จะลงทุนในต่างประเทศสิ่งที่สนใจ คือ สิทธิประโยชน์จากการลงทุน ความเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และพลังงานสะอาด เราจะเห็นว่าประเทศที่เจริญแล้วมีการใช้พลังงานสะอาดมากกว่าประเทศกำลังพัฒนา</p>
<p style="font-weight: 400;">&#8220;ประเทศไทยก็ต้องการพลังงานสะอาด จึงต้องเริ่มคิดและลงมือทำ ซึ่งการจะลดก๊าซคาร์บอนในไทยได้นั้น ต้องให้ความรู้ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ และในส่วนของภาคการเงินก็มีความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนจึงต้องได้รับการสนับสนุนทั้งเงินกู้และตลาดทุน ซึ่งธนาคารกสิกรไทยได้ทำเรื่องนี้มานานและมีการสนับสนุนเงินกู้ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลก็จะมีการออก Sustainability-Linked Bond เพื่อผลักดันให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดำเนินนโยบายที่สร้างความยั่งยืน โดยในปัจจุบันบริษัทใหญ่ๆ เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ความน่าเป็นห่วงอยู่ที่ Supply Chain ถ้าไม่สามารถดึงเข้ามาอยู่ในปรัชญาเดียวกันได้ การส่งออกก็จะยากส่งสินค้าไปขายต่างประเทศก็จะถูกปฏิเสธ ดังนั้นสินเชื่อสีเขียวจึงสำคัญที่จะต้องมีเงินทุนในการให้ธุรกิจปรับเปลี่ยน เพราะเราจะทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26079 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/re-kbank1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณขัตติยา อินทรวิชัย</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวภายในงานว่า อัตราการเติบโตของ GDP ในหลายๆ ประเทศ นั้นสวนทางกับอัตราการปล่อยคาร์บอนเป็นอย่างมาก คือ ยิ่งมีการเติบโตของจีดีพีสูงขึ้นเท่าไร่ อัตราการปล่อยคาร์บอนยิ่งน้อยลงเท่านั้น เนื่องมาจากการตระหนักถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมที่มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการปรับตัว และปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ประกอบกับศักยภาพด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อวางรากฐานด้านโครงสร้างต่างๆ ให้สามารถต่อยอดและสร้างโอกาสได้อย่างหลากหลาย</p>
<p>ขณะที่ประเทศไทย มีแนวโน้มส่งสัญญานบวกเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่เห็นการฟื้นตัวของ GDP กลับมา สวนทางกับการปล่อยคาร์บอนที่ลดน้อยลง นับเป็นข่าวดีที่แสดงเห็นว่าทุกภาคส่วนเริ่มให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมอยางเห็นได้ชัด ซึ่งการที่เราจะนำพาประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้ ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน และการทำงานร่วมกันก็จำเป็นจะต้องมีการกำหนดกติกากลางขึ้นมาร่วมกัน ในปีนี้ภาพนี้ก็มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารรู้ดีว่าการสนับสนุนให้ธุรกิจตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่สำคัญ ธนาคารจึงจัดงานนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้ทิศทางเป้าหมายของประเทศ กติกาด้านภาษีทั้งภายในและต่างประเทศ ตลอดจนกติกาด้านการเงินและการลงทุน รวมถึงการแชร์ประสบการณ์การปรับตัวจากธุรกิจต่างๆ ที่ได้ลงมือทำและเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้</p>
<p style="font-weight: 400;">พร้อมกันนี้ยังมีวิทยากรระดับโลกและไทยอีกกว่า 40 ท่านมาร่วมให้ความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจและสังคมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยผู้ร่วมงานได้รับฟังเนื้อหาเข้มข้นผ่าน 2 เวทีคู่ขนาน ทั้งทิศทางและเป้าหมายของประเทศ กติกาด้านภาษีทั้งภายในและต่างประเทศ ตลอดจนกติกาด้านการเงินและการลงทุน รวมถึงการแชร์ประสบการณ์จากธุรกิจที่ปรับตัวแล้ว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ลงมือปรับเปลี่ยนธุรกิจ และยังมีกิจกรรม Business Clinic ที่ธุรกิจสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสนใจลงทะเบียนกว่า 70 บริษัท เพื่อรับคำปรึกษาธุรกิจแบบเอ็กคลูซีฟตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าเพื่อให้ธุรกิจปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำได้จริง โดยธุรกิจสตาร์ทอัพให้ความสนใจปรึกษาเรื่องปรึกษาเรื่องวางแผนธุรกิจกับ McKinsey &amp; Company มากที่สุด ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ความสนใจปรึกษาในหัวข้อ Decarbonize Advisory by KBank, Solar Panel Installation by SCG และ Sustainable Packaging Solution by SCGP ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจไทยบางส่วนมองเห็นโอกาสและพร้อมแล้วที่จะลงมือทำ โดยงานในวันนี้มีผู้สนใจร่วมงานตลอดทั้งวันกว่า 2,000 คน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่ธุรกิจไทยเริ่มมีการปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมากขึ้น ธนาคารกสิกรไทยหวังว่างานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ธุรกิจไทยสามารถก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนได้สำเร็จ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26077 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/re-kbank3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับงาน<strong> EARTH JUMP 2024 : The Edge of Action</strong> เป็นการจัดงานแบบ Carbon Neutral Event มีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในงานทั้งหมดเพื่อชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมา และได้รับการสนับสนุนการออกแบบ ผลิตโครงสร้างนิทรรศการและวัสดุตกแต่งการจัดงานทั้งหมดจากบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ซึ่งสามารถนำกลับไปใช้ได้อีกเพื่อให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด</p>
<p style="font-weight: 400;">หมายเหตุ: ธนาคารกสิกรไทยสนับสนุนสินเชื่อและเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing and Investment) มียอดสะสม (ปี 2565-2566) รวม 73,397 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2566 และคาดว่าจะมียอดสะสมรวมเป็น 1 แสนล้านบาท ภายในปี 2567 นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/kbank-earth-jump-2024-the-edge-of-action/">กสิกรไทยจัดฟอรัมใหญ่ EARTH JUMP 2024 รวมวิทยากรระดับโลกและไทย ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ นักธุรกิจกว่า 2,000 คนร่วมงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 กลุ่มธุรกิจ &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; ​มาแรง สำหรับนักลงทุนในปี 2024 คาดเติบโตรับเทรนด์โลกทั้ง Ecosystem</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/innovestx-forcast-rising-sustainability-stock-for-investor-in-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jan 2024 13:40:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Future Trend]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE TRENDS AHEAD 2024]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[InnovestX]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Investor]]></category>
		<category><![CDATA[SCBX]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Wellness Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น ESG]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23267</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX ) ในเครือ SCBX ได้คาดการณ์เทรนด์การลงทุนที่มาแรงในปี 2024 ​ผ่านหนังสือ Future Trends Ahead 2024  โดยมีหุ้นใน 4 กลุ่ม &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; ที่เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนจะสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับการเติบโตของเทรนด์เรื่องความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่มาแรงทั่วโลก จากการเผชิญความเสี่ยงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) รวมทั้งนักลงทุนที่ให้ความสำคัญในการลงทุนผ่านบริษัทหรือธุรกิจที่มีนโยบายในเรื่องของความยั่งยืน โดยมี 4 กลุ่มธุรกิจ​​ ที่คาดว่าจะมีการเติบโตได้อย่างโดดเด่นตามเทรนด์ ESG ในปี 2024 นี้ ประกอบด้วย 1. ยานยนต์ไฟฟ้า (EV ) คาดว่ายอดขาย EV ทั่วโลกจะเติบโตจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนขึ้นของประเทศต่างๆ เช่น การก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดย InnoveastX คาดว่ายอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 20.5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/innovestx-forcast-rising-sustainability-stock-for-investor-in-2024/">4 กลุ่มธุรกิจ &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; ​มาแรง สำหรับนักลงทุนในปี 2024 คาดเติบโตรับเทรนด์โลกทั้ง Ecosystem</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX )</strong> ในเครือ SCBX ได้คาดการณ์เทรนด์การลงทุนที่มาแรงในปี 2024 ​ผ่านหนังสือ<strong> Future Trends Ahead 2024 </strong> โดยมีหุ้นใน 4 กลุ่ม &#8216;ธุรกิจยั่งยืน&#8217; ที่เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนจะสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี</p>
<p><span id="more-23267"></span></p>
<p>สอดคล้องกับการเติบโตของเทรนด์เรื่องความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่มาแรงทั่วโลก จากการเผชิญความเสี่ยงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) รวมทั้งนักลงทุนที่ให้ความสำคัญในการลงทุนผ่านบริษัทหรือธุรกิจที่มีนโยบายในเรื่องของความยั่งยืน</p>
<p>โดยมี 4 กลุ่มธุรกิจ​​ ที่คาดว่าจะมีการเติบโตได้อย่างโดดเด่นตามเทรนด์ ESG ในปี 2024 นี้ ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23271 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Ev1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>1. ยานยนต์ไฟฟ้า (EV )</strong></p>
<p>คาดว่ายอดขาย EV ทั่วโลกจะเติบโตจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนขึ้นของประเทศต่างๆ เช่น การก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดย InnoveastX คาดว่ายอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 20.5 -20.7 ล้านคัน ภายในปี 2025  และ 36.9 -40.4 ล้านคัน ภายในปี 2030 จากยอดขายที่กว่า  10.2 ล้านคัน เมื่อ​ปี2022</p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV ของภูมิภาคเอเชีย พร้อมทั้งการออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ ทั้งกระตุ้นการลงทุนของค่ายรถยนต์ และกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งนอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศในอาเซียนกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ EV ด้วยเช่นกัน</p>
<p>ดังนั้น แม้การลงทุนเรื่องของ EV จะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่มีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนให้ยังคงเติบโตในระยะยาว โดยหุ้น EV จะมีความชัดเจนมากกว่าในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่และสถานีชาร์จ ขณะที่อีกด้านหนึ่งอุตสาหกรรม EV ยังอยู่ในช่วงแรกของการเติบโต ทำให้มีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/EV-Ecosystem-SET.jpg" alt="" width="1200" height="933" /></p>
<p><strong>2.  ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  (Wellness Tourism)</strong></p>
<p>ปัจจัยสนับสนุนมาจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เทรนด์การรักสุขภาพ และการดูแลสุขภาพเชิงการป้องกัน โดย GWI (Global Wellness Institute) คาดการณ์มูลค่าเศรษฐกิจด้านเวลเนสทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยมูลค่าจะเพิ่มขึ้นจาก 4.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2020 เพิ่มเป็น 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2025  โดยเทรนด์มีการเติบโตอย่างชัดเจนหลังการแพร่ระบาดของโควิด -19</p>
<p>โดย Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไม่ได้เจาะจงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ป่วย แต่สามารถจัดสรรเวลาจากการท่องเที่ยวเพื่อมาทำกิจกรรมเพื่อความสมบูรณ์หรือฟื้นฟูสุขภาพทั้งกายและจิตใจ ต่างจาก Medical Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ที่จะให้น้ำหนักในการเดินทางมาเพื่อใช้บริการทางการแพทย์หรือดูแลปัญหาด้านสุขภาพ แต่ทั้ง 2 กลุ่มมีเป้าหมายเดียวกันคือการมีสุขภาพที่ดี</p>
<p>ประเทศไทย มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ Wellness Tourism จากความแข็งแกร่งด้านการท่องเที่ยว ด้วยความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้กว่า 40 ล้านคน ถือเป็นอันดับ 8 ของโลก ในปี 2019 และมีรายได้สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก รวมทั้งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้านการให้บริการด้านสุขภาพระดับโลกที่โดดเด่น ทำให้ได้รับอานิสสงส์จากการขยายตัวของเทรนด์ Wellnwss Tourism  และโอกาสจากการลงทุนด้าน Wellness Tourism ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23269 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Wellness.jpg" alt="" width="1200" height="542" /></p>
<p><strong>3. บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน (Advance Materials)</strong></p>
<p>บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน (Sustainable Packaging) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต แม้ภาครัฐอาจจะยังไม่ได้สนับสนุนมากนักโดยเฉพาะมาตรการทางภาษี แต่แรงขับเคลื่อนมาจากฟากของผู้บริโภค และภาคการผลิตที่มีการใช้บรรจุภัณฑ์เป็นจำนวนมาก เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Carbon Neutral หรือ Net Zero</p>
<p>นำมาสู่การเพิ่มสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล หรือพลาสติกชีวภาพ รวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด รวมถึงเศรษฐกิจหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่สามารถแปลงวัตถุดิบตั้งต้นให้สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าข้อกำหนดของภาครัฐในแต่ละประเทศจะยังมีความหลากหลายและไม่ชัดเจน แต่การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นกลยุทธ์ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ที่ผู้ประกอบการระดับโลกหันมาให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ส่วนการลงทุนในหุ้นที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภายใต้กรอบการลงทุนในหุ้น ESG ซึ่งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามความตื่นตัวในเรื่องสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนประเทศไทยแนวโน้มดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภายใต้กลยุทธ์การขับเคลื่อน BCG Model</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23270 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Plastic-Recycling3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>4. เทคโนโลยียั่งยืน (Clean /Green Energy , Carbon Credit)</strong></p>
<p>จากความกังวลในปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้ว และหลายประเทศเริ่มประสบภัยธรรมชาติรุนแรงมากขึ้น นำมาซึ่งการทำข้อตกลง COP26 เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศาจากยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยมี 197 ประเทศร่วมลงนามรวมทั้งประเทศไทยด้วย นำมาซึ่งการประกาศเป้าหมาย Net zero</p>
<p>โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น พลังงานสะอาด รวมทั้งเทรนด์ที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคตเพิ่มขึ้นคือ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เพื่อเพิ่มอัตราเร่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาช่วยชดเชย และคาดว่าจะมีราคาเพิ่มสูงมากขึ้นในอนาคต ​</p>
<p>ขณะที่โอกาสในการลงทุนเป็นการลงทุนแบบระยะยาว ในกลุ่มพลังงานสะอาด และคาร์บอนเครดิต โดยจะมีผู้เล่นทั้งจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องมีการใช้พลังงานจำนวนมาก หรือในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีการใช้ฟอสซิล และต้องหาทางชดเชยด้าน Sustainability ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/innovestx-forcast-rising-sustainability-stock-for-investor-in-2024/">4 กลุ่มธุรกิจ &#8216;หุ้นยั่งยืน&#8217; ​มาแรง สำหรับนักลงทุนในปี 2024 คาดเติบโตรับเทรนด์โลกทั้ง Ecosystem</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 : คน สังคม สิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจยุคใหม่ไปต่อได้อย่างไร ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/sustainability-future-trends-ahead-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 Dec 2023 07:43:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE TRENDS AHEAD 2024]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Trend 2024]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable food]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23238</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ทั่วโลกต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น คือ โมเดลการพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน โดยไม่สร้างผลกระทบที่ทำให้ผู้คนในอนาคตไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ ขณะที่ขอบเขตของคำว่า​ ‘ความยั่งยืน’ หลายคนอาจจะนึกถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ความเป็นจริง ความยั่งยืนยังมีมิติของสังคม และเศรษฐกิจเข้ามาด้วย ดังนั้น ในการขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน จำเป็นต้องผลักดันทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆ กันด้วย ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สรุป 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 ไว้ในหนังสือ “FUTURE TRENDS AHEAD 2024” โดยระบุว่า​ ‘ความยั่งยืน’ ถือเป็นเป้าหมายการพัฒนาสำคัญในระดับโลก ผ่านการสะท้อนมุมมองอย่างรอบด้านของเป้าหมายการพัฒนาที่ต้องเชื่อมโยงกันทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  โดยทั้ง 5 เทรนด์ด้านความยั่งยืน ที่มีเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2024  ประกอบด้วย 1. Climate Change Related Measure :  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมาตรการทางการค้าที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยที่สนับสนุน : ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/sustainability-future-trends-ahead-2024/">จับตา 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 : คน สังคม สิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจยุคใหม่ไปต่อได้อย่างไร ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ทั่วโลกต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น คือ โมเดลการพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน โดยไม่สร้างผลกระทบที่ทำให้ผู้คนในอนาคตไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตัวเองได้</p>
<p><span id="more-23238"></span></p>
<p>ขณะที่ขอบเขตของคำว่า​ ‘ความยั่งยืน’ หลายคนอาจจะนึกถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ความเป็นจริง ความยั่งยืนยังมีมิติของสังคม และเศรษฐกิจเข้ามาด้วย ดังนั้น ในการขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน จำเป็นต้องผลักดันทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆ กันด้วย</p>
<p><strong>ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong> (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สรุป 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 ไว้ในหนังสือ “<strong>FUTURE TRENDS AHEAD 2024</strong>” โดยระบุว่า​ <strong>‘ความยั่งยืน’</strong> ถือเป็นเป้าหมายการพัฒนาสำคัญในระดับโลก ผ่านการสะท้อนมุมมองอย่างรอบด้านของเป้าหมายการพัฒนาที่ต้องเชื่อมโยงกันทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  โดยทั้ง 5 เทรนด์ด้านความยั่งยืน ที่มีเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2024  ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SD.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p><strong>1. Climate Change Related Measure : </strong> การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมาตรการทางการค้าที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><strong>ปัจจัยที่สนับสนุน : </strong>ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) มีความรุนแรงและเร่งด่วนอย่างมาก โดยผลกระทบมักเกิดกับประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มคนเปราะบาง เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเข้มข้นที่สุด สหภาพยุโรป (European Union) จึงได้ออกชุดมาตรการที่เรียกว่า Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) คือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน เพื่อกำหนดราคาสินค้านำเข้าบางประเภทเพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง</p>
<p><strong>แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้น :</strong> ภาครัฐในแต่ละประเทศทั่วโลกมีมาตรการ ควบคุมสินค้าในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการรั่วไหลของคาร์บอน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ภาคธุรกิจต้องขยับและปรับตัวตามเทรนด์ดังกล่าวนี้</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน :</strong> องค์กรที่มีการตั้งเป้าหมายและวางแผนเพื่อการลดกาซเรือนกระจกก่อน ย่อมมีโอกาสทางเศรษฐกิจในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังมุ่งสู่ความเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23245 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Renewable.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>2. Just Energy Transition</strong> : ความท้าทายของ ‘แรงงาน’ ในอนาคต เมื่อก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม</p>
<p><strong> ปัจจัยที่สนับสนุน :</strong> การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน คาร์บอนต่ำ และเสมอภาคยุติธรรม เพื่อสิ่งที่ดีกว่าสำหรับผู้คนและสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นสำคัญของทั่วโลก และเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน (renewable energy) ​แทนที่พลังงานฟอสซิล ภายในปี 2583 รัฐบาลและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาคธุรกิจ ประชาสังคม และประชาชน จึงมีหน้าที่สร้างมาตรการรองรับช่วยทดแทนอัตราการจ้างงานจากอุตสาหกรรมพลังงานเดิมไปสู่พลังงานสะอาด เช่น การให้เวลาและงบประมาณในการสร้างทักษะใหม่</p>
<p><strong>แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้น :</strong> การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทำให้ภาคธุรกิจต้องหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมที่เน้นพลังงานสีเขียว เพราะหากประเทศใดที่ไม่ให้ความสำคัญในประเด็นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาคแรงงาน และการย้ายฐานการผลิตได้</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน :</strong> ธุรกิจ New S- Curve หรือธุรกิจประเภทมีโอกาสในการเติบโตจากการต่อยอด Data จากกลุ่ม First S-Curve ​โดยภาครัฐต้องมีทิศทางที่ชัดเจน และเตรียมพร้อมเชิงระบบ เพื่อเตรียมงบประมาณและทรัพยากรในการดำเนินการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23240 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Food.jpg" alt="" width="1200" height="501" /></p>
<p><strong>3. Sustainable Food</strong> : แนวโน้มความมั่นคงด้านอาหาร อธิปไตยทางอาหาร และอาหารอนาคต</p>
<p><strong> ปัจจัยที่สนับสนุน : </strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ประเทศไทย ซึ่งเคยเป็น 1 ใน Top 20 ของผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก ได้รับผลกระทบ จากปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง ทำให้ภาคเกษตรกรเริ่มมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และภาครัฐพยายามผลักดันให้เกษตรกรเข้าถึงอธิปไตยทางอาหาร เช่น บริการด้านการเงิน การใช้เทคโนโลยีกระตุ้นผลผลิต เพื่อไม่ให้ธุรกิจอาหารถูกผูกขาด รวมถึงมีการพัฒนาสร้างแหล่งโปรตีนทางเลือก เช่น แมลงกว่า 100 สายพันธุ์ เพื่อสร้างการเติบโตทางตลาดโลก</p>
<p><strong>พัฒนาการที่คาดว่าจะเกิดขึ้น</strong> <strong>:</strong> ภาคการเกษตร​เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และภาครัฐพยายามผลักดันให้เกษตรกรเข้าตึงอธิปไตยทางอาหาร เช่น บริการด้านการเงิน การใช้เทคโนโลยีกระตุ้นผลผลิต เพื่อไม่ให้ธุรกิจอาหารถูกผูกขาดโดยทุนใหญ่</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน :</strong> ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับอาหารที่เป็นมรดกท้องถิ่น และอาหารในเชิงวัฒนธรรม จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคเห็นถึงกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน เป็นต้น</p>
<p><strong>4. Marine Debris Crisis Solution</strong> : การจัดการขยะพลาสติกในทะเลอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ปัจจัยที่สนับสนุน : </strong>สร้างการตื่นตัวเรื่องการจัดการขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งปัจจุบันคาดว่าในแต่ละปีมีขยะถูกทิ้งทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 8 ล้านตัน ดังนั้น ภาครัฐ จำเป็นต้องออกกฎหมายเพื่อควบคุมปริมาณการผลิตและการใช้พลาสติก รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคัดแยกขยะ</p>
<p><strong>แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้น :</strong> ภาครัฐออกกฎหมายเพื่อควบคุมปริมาณการผลิตและการใช้พลาสติก รวมทั้งสนับสนุนให้ประชนซนมีความรู้ ความเข้าใจ​เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน</strong> : ธุรกิจเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือแพลตฟอร์มที่เป็นสื่อกลางในการสร้างสังคมการรีไซเคิล จะได้รับความสนใจ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23239 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Platic.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p><strong>5. Digital Transformation and Technology :</strong> การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต</p>
<p><strong>ปัจจัยที่สนับสนุน : </strong>ภาครัฐและองค์กรธุรกิจ ต้องหันมาให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เพราะหากไม่ขยับตัว อาจทำให้การดำเนินงานหยุดชะงัก (disruption) ดังนั้น ภาคส่วนต่าง ๆ จำเป็นต้องวางเป้าหมายธุรกิจให้ชัดในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเสริมความยั่งยืน ขณะที่ ภาครัฐ ต้องปรับตัวเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่มีความโปร่งใส และทำงานรวดเร็ว</p>
<p><strong>แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้น :</strong> ภาคธุรกิจต้องวางเป้าหมายธุรกิจให้ชัด ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเสริมความยั่งยืน ในขณะที่ภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่มีความโปร่งใส และทำงานรวดเร็ว</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน :</strong> ธุรกิจที่เข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำของเทคโนโลยี และทำให้ประชาชนในทุกภาคส่วนสามารถใช้บริการและเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างง่ายดาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23241 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SD-TECH.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/sustainability-future-trends-ahead-2024/">จับตา 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 : คน สังคม สิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจยุคใหม่ไปต่อได้อย่างไร ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Biomass2.0&#8217; นักวิจัยไทยพัฒนา “ถ่านชีวภาพ” เป็นเชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกให้โรงงานชีวภาพ ทดแทนถ่านหิน ลดต้นตอ PM2.5 ตอบโจทย์ BCG เพื่อความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/nanotech-develop-biocoal-for-industrail-fuel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Dec 2023 13:39:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Biocoal]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[R&D]]></category>
		<category><![CDATA[Researcher]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืนทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สัญชัย คูบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นาโนเทค]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชีวมวล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22670</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีจำนวนมาก และยังหาทางใช้ประโยชน์ได้ไม่หมด กลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ นักวิจัยนาโนเทค สวทช. นำมาต่อยอดเป็น “ถ่านชีวภาพ (BioCoal)” เชื้อเพลิงชีวภาพ ทางเลือก-ทางรอด สำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลและอุตสาหกรรมที่ใช้ถ่านหิน ด้วยประสิทธิภาพเทียบเคียงถ่านหิน แต่หาได้ง่ายกว่า ที่สำคัญยังช่วยลดของเหลือใช้ทางการเกษตร ลดเลี่ยงการกำจัดทิ้งด้วยการเผาที่อาจก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 รวมถึงเป็นช่องทางสร้างงาน สร้างรายได้ ตอบโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อความยั่งยืนทางพลังงานของไทย ดร.สัญชัย คูบูรณ์ ทีมวิจัยตัวเร่งปฏิกิริยา กลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาและการคำนวณระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โรงไฟฟ้าชีวมวลมักประสบปัญหาจากการใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงโดยตรงในการผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น ชีวมวลมีค่าความชื้นสูง ค่าความร้อนต่ำ ประสิทธิภาพการเผาไหม้ต่ำ เกิดการเสื่อมสภาพระหว่างการจัดเก็บจากการย่อยสลายของจุลินทรีย์ การเก็บรวบรวมและการขนส่งมีต้นทุนสูง ตลอดจนวัตถุดิบมีไม่เพียงพอตลอดทั้งปี เป็นต้น “เราต้องการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากชีวมวลที่มีในประเทศให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงอยากที่จะพัฒนาเชื้อเพลิงที่สามารถใช้ทดแทนถ่านหินที่กำลังจะถูกจำกัดการใช้งานในอนาคตอันใกล้ จึงมองว่า การพัฒนาถ่านชีวภาพ จะเข้ามาตอบความต้องการ ลดข้อจำกัดของผู้ใช้ชีวมวลในปัจจุบัน” ดร. สัญชัยชี้ “ถ่านชีวภาพ” หรือ “BioCoal” คือ เชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ ที่มีสมบัติต่างๆ ใกล้เคียงกับถ่านหิน ผลิตโดยกระบวนการที่เรียกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/nanotech-develop-biocoal-for-industrail-fuel/">&#8216;Biomass2.0&#8217; นักวิจัยไทยพัฒนา “ถ่านชีวภาพ” เป็นเชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกให้โรงงานชีวภาพ ทดแทนถ่านหิน ลดต้นตอ PM2.5 ตอบโจทย์ BCG เพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีจำนวนมาก และยังหาทางใช้ประโยชน์ได้ไม่หมด กลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ นักวิจัยนาโนเทค สวทช. นำมาต่อยอดเป็น <strong>“ถ่านชีวภาพ (BioCoal)”</strong> เชื้อเพลิงชีวภาพ ทางเลือก-ทางรอด สำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลและอุตสาหกรรมที่ใช้ถ่านหิน</p>
<p><span id="more-22670"></span></p>
<p>ด้วยประสิทธิภาพเทียบเคียงถ่านหิน แต่หาได้ง่ายกว่า ที่สำคัญยังช่วยลดของเหลือใช้ทางการเกษตร ลดเลี่ยงการกำจัดทิ้งด้วยการเผาที่อาจก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 รวมถึงเป็นช่องทางสร้างงาน สร้างรายได้ ตอบโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อความยั่งยืนทางพลังงานของไทย</p>
<p><strong>ดร.สัญชัย คูบูรณ์ ทีมวิจัยตัวเร่งปฏิกิริยา กลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาและการคำนวณระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> กล่าวว่า โรงไฟฟ้าชีวมวลมักประสบปัญหาจากการใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงโดยตรงในการผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น ชีวมวลมีค่าความชื้นสูง ค่าความร้อนต่ำ ประสิทธิภาพการเผาไหม้ต่ำ เกิดการเสื่อมสภาพระหว่างการจัดเก็บจากการย่อยสลายของจุลินทรีย์ การเก็บรวบรวมและการขนส่งมีต้นทุนสูง ตลอดจนวัตถุดิบมีไม่เพียงพอตลอดทั้งปี เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Biocoal4.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>“เราต้องการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากชีวมวลที่มีในประเทศให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงอยากที่จะพัฒนาเชื้อเพลิงที่สามารถใช้ทดแทนถ่านหินที่กำลังจะถูกจำกัดการใช้งานในอนาคตอันใกล้ จึงมองว่า การพัฒนาถ่านชีวภาพ จะเข้ามาตอบความต้องการ ลดข้อจำกัดของผู้ใช้ชีวมวลในปัจจุบัน”</em> ดร. สัญชัยชี้</p>
<p><strong>“ถ่านชีวภาพ” หรือ “</strong><strong>BioCoal” </strong><strong>คือ เชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ ที่มีสมบัติต่างๆ ใกล้เคียงกับถ่านหิน ผลิตโดยกระบวนการที่เรียกว่า ทอร์รีแฟคชัน (</strong><strong>Torrefaction) </strong><strong>ซึ่งเป็นการปรับปรุงคุณภาพและเปลี่ยนรูปชีวมวลผ่านกระบวนการทางเคมีความร้อน โดยให้ความร้อนแก่ชีวมวลในสภาวะไร้ออกซิเจนหรือจำกัดออกซิเจน (อากาศ) ในช่วงอุณหภูมิ 200-300 องศาเซลเซียส ถ่านชีวภาพสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วม (</strong><strong>Co-firing) </strong><strong>หรือทดแทน (</strong><strong>Replacement) </strong><strong>เชื้อเพลิงชีวมวลและถ่านหินสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าหรือความร้อนได้ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22713 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/biocoal6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทีมวิจัยนาโนเทค สวทช. นำของเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นใบอ้อย ใบข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง ทะลายปาล์ม ไม้โตไวตระกูลกระถิน เปลือกไม้ยูคาลิบตัส เป็นต้น มาพัฒนาโดยมีการหาสภาวะที่เหมาะสมของกระบวนการทอร์รีแฟคชันในการผลิตถ่านชีวภาพจากชีวมวลแต่ละชนิด และวิเคราะห์ทดสอบสมบัติของถ่านชีวภาพที่ผลิตได้ รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีระบบผลิตถ่านชีวภาพที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p>ดร. สัญชัยเผยว่า ถ่านชีวภาพที่พัฒนาขึ้นมานั้น มีค่าความร้อนขั้นต่ำ 18-24 MJ/kg ความหนาแน่น 0.65-0.75 kg/l และความชื้น 1-5 wt% เมื่อเทียบคุณสมบัติถ่านชีวภาพกับสินค้าคู่แข่ง เช่น ชีวมวล ไม้สับ (Wood chips) และเชื้อเพลิงไม้อัดแท่ง (Wood pellets) ถ่านชีวภาพจะมีค่าความร้อนสูงกว่า ในขณะที่ความชื้นของถ่านชีวภาพต่ำกว่า และสามารถจัดเก็บได้นานกว่า นั่นหมายถึง ถ่านชีวภาพมีคุณสมบัติที่สำคัญดีกว่า ชีวมวล ไม้สับ และเชื้อเพลิงไม้อัดแท่ง อีกทั้งถ่านชีวภาพยังสามารถใช้แทนถ่านหินได้ เนื่องจากถ่านชีวภาพมีค่าความร้อนสูงใกล้เคียงกับถ่านหิน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22712 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/biocoal3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>“ถ่านชีวภาพนี้ มีโอกาสทางการตลาดที่น่าสนใจ ด้วยสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงสะอาดเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าหรือความร้อน เช่นใน โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรืออุตสาหกรรมอื่นๆที่ใช้ความร้อนในกระบวนการผลิต ซึ่งมีความต้องการทางการตลาดสูงในประเทศไทย” นักวิจัยนาโนเทคกล่าว </strong></p>
<p>ในขณะเดียวกัน ก็ยังตอบโจทย์เชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม การใช้ถ่านชีวภาพสามารถส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิงถ่านชีวภาพขึ้นในประเทศไทย ทำให้เกิดการลงทุน และการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรนำชีวมวลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการเผาชีวมวลทิ้งในที่โล่งแจ้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝุ่น PM2.5 อีกทั้ง การใช้ถ่านชีวภาพทดแทนถ่านหินยังสามารถลดปัญหาการเกิดสภาวะโลกร้อนและมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22714 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Biocoal5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“งานวิจัยพัฒนากระบวนการผลิตถ่านชีวภาพ สอดคล้องกับแนวทางของโมเดลเศรษฐกิจ BCG ด้านการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากชีวมวลเหลือทิ้งทางการเกษตรให้มากที่สุด เพื่อนำมาเป็นพลังงานหมุนเวียนในการผลิตกระแสไฟฟ้าและความร้อน สามารถลดปัญหาการเกิดสภาวะโลกร้อน และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ” ดร. สัญชัยกล่าว พร้อมชี้ว่า สำหรับการวิจัยต่อยอด ทีมวิจัยต้องการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพที่มีกำลังการผลิตสูงให้สามารถใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการพัฒนาฐานข้อมูลเชื้อเพลิงถ่านชีวภาพจากชีวมวลที่มีศักยภาพในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22711 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Biocoal1.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นวัตกรรมถ่านชีวภาพนี้ ถูกนำเสนอและร่วมจัดแสดงในงาน </strong><strong>NanoThailand </strong><strong>2023</strong> หรือการประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติทางนาโนเทคโนโลยี ครั้งที่ 8 ที่นาโนเทค สวทช. ร่วมกับสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) จัดขึ้นภายใต้กรอบแนวคิด &#8220;Nanotechnology for Sustainable World&#8221; ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. -1 ธันวาคม 2566 ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา โดยได้รับความสนใจและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะเกาหลีและญี่ปุ่น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/nanotech-develop-biocoal-for-industrail-fuel/">&#8216;Biomass2.0&#8217; นักวิจัยไทยพัฒนา “ถ่านชีวภาพ” เป็นเชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกให้โรงงานชีวภาพ ทดแทนถ่านหิน ลดต้นตอ PM2.5 ตอบโจทย์ BCG เพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jun 2023 09:17:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[=o]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Kantar]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Research Study]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วงเปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิรันพัล ซิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[รายงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชียแปซิฟิค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19021</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกเรื่อง “เป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศในเอเชียแปซิฟิกตกอยู่ในความเสี่ยง &#8211; ความจำเป็นอันเร่งด่วนในการทำข้อตกลงเชิงรุก” ซึ่งจัดทำขึ้นช่วงปลายปี 2565 โดย เบย์วา อาร์.อี. ผู้พัฒนา ผู้ผลิตพลังงานอิสระ ผู้ให้บริการ และผู้จัดจำหน่ายพลังงานทดแทนระดับโลก และ Kantar บริษัทที่ปรึกษาและผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นการสำรวจผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจด้านพลังงาน 346 คน ในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 100 คน ในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดยผลการศึกษาพบว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จากแรงต้านและแรงกดดันในภูมิภาค เช่น ปัจจัยทางสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การขาดแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน ทำให้แผนการเดินหน้าเปลี่ยนแปลงและเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ อีกทั้งนโยบายภาครัฐที่ไม่ต่อเนื่องยังทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลักดันเป้าหมายความยั่งยืนให้บรรลุผล นิรันพัล ซิงห์ ผู้จัดการทั่วไป เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า &#8220;ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ยังคงเป็นแรงต้านหลักต่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อุปสรรคเหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/">เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกเรื่อง<strong> “เป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศในเอเชียแปซิฟิกตกอยู่ในความเสี่ยง &#8211; ความจำเป็นอันเร่งด่วนในการทำข้อตกลงเชิงรุก”</strong> ซึ่งจัดทำขึ้นช่วงปลายปี 2565</p>
<p><span id="more-19021"></span></p>
<p>โดย <strong>เบย์วา อาร์.อี.</strong> ผู้พัฒนา ผู้ผลิตพลังงานอิสระ ผู้ให้บริการ และผู้จัดจำหน่ายพลังงานทดแทนระดับโลก และ<strong> Kantar</strong> บริษัทที่ปรึกษาและผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นการสำรวจผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจด้านพลังงาน 346 คน ในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 100 คน ในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม</p>
<p>โดยผลการศึกษาพบว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จากแรงต้านและแรงกดดันในภูมิภาค เช่น ปัจจัยทางสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การขาดแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน ทำให้แผนการเดินหน้าเปลี่ยนแปลงและเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ อีกทั้งนโยบายภาครัฐที่ไม่ต่อเนื่องยังทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลักดันเป้าหมายความยั่งยืนให้บรรลุผล</p>
<p><strong>นิรันพัล ซิงห์</strong> ผู้จัดการทั่วไป เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า &#8220;<em>ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ยังคงเป็นแรงต้านหลักต่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อุปสรรคเหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากองค์กรและภาครัฐเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่าผู้นำองค์กรได้รับแรงจูงใจให้ประสานกับพันธมิตรและคู่แข่ง เรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย </em><em>Net-Zero เราหวังว่าข้อเรียกร้องอันเร่งด่วนครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้การใช้พลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกรุดหน้ายิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19023 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Bewar.jpg" alt="" width="597" height="535" /></p>
<p><strong>ข้อมูลสำคัญจากรายงาน </strong></p>
<p>การดำเนินงานของรัฐบาลที่ล่าช้าทั้งด้านนโนบายพลังงานหมุนเวียน นโยบายที่คาดเดาได้ยาก และสิ่งแวดล้อมในตลาดท้องถิ่น เป็นอุปสรรคต้นๆ ในสัดส่วน 36% และ 33% ตามลำดับ โดยพบว่า</p>
<p>ผู้ตอบแบบสอบถาม 59% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าแทนที่จะผลักดันนโยบายพลังงานสีเขียว รัฐบาลในภูมิภาคนี้จะเพิ่มการสนับสนุนพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในอีก 2-3 ปีข้างหน้า</p>
<p>ขณะที่องค์กรในโอเชียเนียและเอเชียตะวันออก 47% เชื่อว่าการสนับสนุนของรัฐบาลด้านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจะยังคงไม่แน่นอนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนการปรับเปลี่ยนสู่พลังงานสีเขียว 42% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่าภาษีของรัฐบาลด้านพลังงานสีน้ำตาลจะสนับสนุนการผลักดันขององค์กรไปสู่พลังงานหมุนเวียน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบสัญญาณจากองค์กรต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก ที่ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นความท้าทายและอุปสรรคที่ต้องเอาชนะ โดยองค์กรเกือบครึ่งหนึ่งที่สำรวจให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน โดยองค์กรในเอเชียแปซิฟิก 48% มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 40% ภายในทศวรรษนี้ และองค์กรภายในกลุ่มนี้ 79% ตั้งเป้าที่จะบรรลุผลด้านพลังงานหมุนเวียนในอีก 5 ปีข้างหน้า</p>
<p>องค์กรส่วนใหญ่ยังมองเห็นคุณค่าในการเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกพลังงานที่สะอาดกว่า โดย 54% สรุปว่าพลังงานหมุนเวียนจะทำให้บริษัทมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดเห็นด้วยว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนจะทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบทางธุรกิจบางประเภท และอีก 42% เสนอว่าพลังงานสีเขียวจะทำให้องค์กรได้เปรียบในการสรรหาบุคลากรและการรักษาทาเลนท์ ​ขณะที่พลังงานโซล่าร์บนหลังคาเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จะกลายเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ถูกกว่ารัฐอุดหนุน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19022 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Final-Infographic-Thai.jpg" alt="" width="547" height="774" /></p>
<p><strong>เร่งเดินหน้าแผนเปลี่ยนผ่าน</strong></p>
<p>ผู้นำองค์กรที่ได้ร่วมทำแบบสำรวจในรายงานฉบับนี้ ตระหนักถึงความต้องการที่มากขึ้นในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรและคู่แข่ง และเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งนี้ สองในสาม (68%) ของบริษัทที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานหมุนเวียนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าบริษัทต่างๆ ควรจัดตั้งแนวร่วมและทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนเดียวกันยังระบุว่า สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกทำงานร่วมกันเพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>รายงานฉบับดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า ทศวรรษหน้าถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของภูมิภาคในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน แต่ยังมีความท้าทายจากหลากหลายปัญหา เช่น ภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หรือกระทั่งวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายกว่าเดิม</p>
<p>การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานยุคเก่าถือเป็นเรื่องสำคัญและควรต้องเร่งเดินหน้าอย่างจริงจัง ผู้มีอำนาจตัดสินใจในองค์กรต้องกล้าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงภายในเอเชียแปซิฟิกและรวมพลังทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน ร่วมมือและกดดันภาครัฐ เร่งรัดกระบวนการและขับเคลื่อนการใช้พลังงานทดแทนให้รุดหน้าอย่างรวดเร็ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/">เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษทำสำเร็จ! พลังงานลมกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดได้เป็นครั้งแรกแล้ว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/uk-first-time-wind-power-becomes-largest-source-of-electricity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 May 2023 09:52:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Dr. Iain Staffell]]></category>
		<category><![CDATA[Drax Electric Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Imperial College London]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[กังหันลม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานลม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18574</guid>

					<description><![CDATA[<p>จำนวนกังหันลมที่เพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ โดยจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่สหราชอาณาจักรสามารถผลิตได้ใน 3 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 24 TWh (1 terawatt-hour (TWh) = 1 ,000 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงs (kWh) ) ซึ่งพลังงานที่ผลิตได้นั้น สามารถนำไปชาร์จรถยนต์เทสลา Model Y ได้มากกว่า 300 ล้านคันเลยทีเดียว ทั้งนี้  ไฟฟ้าเกือบหนึ่งในสาม (32.4%) ของสหราชอาณาจักร จัดหาจากพลังงานลมในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ​แซงหน้าก๊าซธรรรมชาติที่มีสัดส่วนอยู่ที่  31.7% และนับเป็นครั้งแรกที่พลังงานลมมีส่วนแบ่งพลังงานมากที่สุดรายไตรมาส ในประวัติศาสตร์ของโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ ผลการวิจัยรายไตรมาส จากรายงาน Drax Electric Insights  โดยนักวิชาการจาก Imperial College London ระบุว่า ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ ​กังหันลมทั้งหมดของสหราชอาณาจักร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 TWh หรือ 24,000 kWh ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จ Tesla Model [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/uk-first-time-wind-power-becomes-largest-source-of-electricity/">อังกฤษทำสำเร็จ! พลังงานลมกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดได้เป็นครั้งแรกแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จำนวนกังหันลมที่เพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้</p>
<p><span id="more-18574"></span></p>
<p>โดยจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่สหราชอาณาจักรสามารถผลิตได้ใน 3 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 24 TWh (1 terawatt-hour (TWh) = 1 ,000 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงs (kWh) ) ซึ่งพลังงานที่ผลิตได้นั้น สามารถนำไปชาร์จรถยนต์เทสลา Model Y ได้มากกว่า 300 ล้านคันเลยทีเดียว</p>
<p>ทั้งนี้  ไฟฟ้าเกือบหนึ่งในสาม (32.4%) ของสหราชอาณาจักร จัดหาจากพลังงานลมในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ​แซงหน้าก๊าซธรรรมชาติที่มีสัดส่วนอยู่ที่  31.7% และนับเป็นครั้งแรกที่พลังงานลมมีส่วนแบ่งพลังงานมากที่สุดรายไตรมาส ในประวัติศาสตร์ของโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ</p>
<p>ผลการวิจัยรายไตรมาส จากรายงาน Drax Electric Insights  โดยนักวิชาการจาก Imperial College London ระบุว่า ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ ​กังหันลมทั้งหมดของสหราชอาณาจักร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 TWh หรือ 24,000 kWh ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จ Tesla Model Y มากกว่า 300 ล้านคัน และมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ​ไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 3% ขณะที่การผลิตจากก๊าซธรรมชาติลดลง 5%</p>
<p>ทั้งนี้ยังพบว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงไตรมาสแรกปี 2566  เกือบ 42% ของสหราชอาณาจักรมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน (ลม แสงอาทิตย์ ชีวมวล และพลังน้ำ) ขณะที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล  33% ส่วนที่เหลือมาจากการนำเข้าจากต่างประเทศ​และจากแหล่งอื่นๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18580 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/WIND-UK1.jpg" alt="" width="1200" height="772" /></p>
<p><strong>Dr. Iain Staffell </strong>จาก Imperial College London ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงาน Drax Electric Insights ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความสำเร็จในการปฏิวัติการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของสหราชอาณาจักร นำมาซึ่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น</p>
<p>“ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้เลิกใช้ถ่านหินไปเกือบหมดแล้ว หลังจากพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุดเป็นเวลากว่าศตวรรษ ในการขับเคลื่อนประเทศของเรา ยังคงมีอุปสรรคมากมายในการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าที่ปราศจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างสมบูรณ์ แต่การเลิกใช้ก๊าซธรรมชาติจะเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ​ และสะท้อนได้ถึงความสำเร็จที่เกิดจากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานสะอาด&#8221;​​</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://esgnews.com/wind-power-becomes-uks-largest-source-of-electricity/" target="_blank" rel="noopener">source </a><i> </i></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/uk-first-time-wind-power-becomes-largest-source-of-electricity/">อังกฤษทำสำเร็จ! พลังงานลมกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดได้เป็นครั้งแรกแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บิลล์ เกตส์ คุย AMA ครั้งที่ 11 บน Reddit  &#8216;หมดหวัง&#8217; ต้านอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศา แม้เทคโนโลยีล้ำหน้าไปมาก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/bill-gate-11th-ask-me-anything-on-reddit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2023 10:49:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AMA]]></category>
		<category><![CDATA[Ask Me Anything]]></category>
		<category><![CDATA[Bill Gates]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Meat Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[Reddit]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทางเลือก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16716</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft  หนึ่งในมหาเศรษฐีระดับโลก ​ผู้ซึ่งหันมาอุทิศตนให้กับงานด้านสาธารณกุศล​ผ่านมูลนิธิบิลล์ แอนด์ เมลินด้า เกตส์ พร้อมทั้งสนับสนุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด​ Breakthrough Energy  ได้เข้าไปพุดคุยกับผู้ใช้งานเว็บบอร์ด Reddit ผ่านการตั้งกระทู้ AMA หรือ Ask Me Anything เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มสามารถเข้าไปพิมพ์ถามอะไรก็ได้ ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 11 แล้ว ​ โดยในครั้งนี้ มีผู้ใช้งานเข้าไปคำถามหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจ ทั้งหนังสือหรือภาพยนตร์ที่ชื่นชอบ ความมีจริยธรรมของเหล่ามหาเศรษฐี รวมทั้งในมิติที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ​ปัญหาสภาพอากาศ  รวมทั้งเรื่องของพลังงานทดแทน โดยบิลล์ เกตส์  มีมุมมองว่า ​นวัตกรรมต่างๆ มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ​แต่ก็คงไม่อาจสามารถหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ไม่ให้สูงเกินกว่าระดับ 1.5 องศาเเซลเซียสอย่างที่ต้องการได้  สำหรับคำถามถึงการรับมือต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงของโลก บิลล์ เกตส์ ยังเชื่ออีกว่า สภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบกับการพัฒนาทุนมนุษย์ เพราะบางพื้นที่บางส่วนของโลก ในประเทศยากจน มีเด็กมากกว่า 10% ที่ต้องเสียชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบ และมากกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/bill-gate-11th-ask-me-anything-on-reddit/">บิลล์ เกตส์ คุย AMA ครั้งที่ 11 บน Reddit  &#8216;หมดหวัง&#8217; ต้านอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศา แม้เทคโนโลยีล้ำหน้าไปมาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Bill Gates</strong> ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft  หนึ่งในมหาเศรษฐีระดับโลก ​ผู้ซึ่งหันมาอุทิศตนให้กับงานด้านสาธารณกุศล​ผ่านมูลนิธิบิลล์ แอนด์ เมลินด้า เกตส์ พร้อมทั้งสนับสนุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด​ Breakthrough Energy  ได้เข้าไปพุดคุยกับผู้ใช้งานเว็บบอร์ด Reddit ผ่านการตั้งกระทู้ AMA หรือ Ask Me Anything เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มสามารถเข้าไปพิมพ์ถามอะไรก็ได้ ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 11 แล้ว ​</p>
<p><span id="more-16716"></span></p>
<p>โดยในครั้งนี้ มีผู้ใช้งานเข้าไปคำถามหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจ ทั้งหนังสือหรือภาพยนตร์ที่ชื่นชอบ ความมีจริยธรรมของเหล่ามหาเศรษฐี รวมทั้งในมิติที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ​ปัญหาสภาพอากาศ  รวมทั้งเรื่องของพลังงานทดแทน</p>
<p>โดยบิลล์ เกตส์  มีมุมมองว่า ​นวัตกรรมต่างๆ มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ​แต่ก็คงไม่อาจสามารถหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ไม่ให้สูงเกินกว่าระดับ 1.5 องศาเเซลเซียสอย่างที่ต้องการได้  สำหรับคำถามถึงการรับมือต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงของโลก</p>
<p>บิลล์ เกตส์ ยังเชื่ออีกว่า สภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบกับการพัฒนาทุนมนุษย์ เพราะบางพื้นที่บางส่วนของโลก ในประเทศยากจน มีเด็กมากกว่า 10% ที่ต้องเสียชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบ และมากกว่า 30% มีภาวะทุพโภชนาการหรือขาดแคลนอาหาร ทำให้ไม่สามารถพัฒนาร่างกายและสมองได้อย่างเต็มที่</p>
<p>แต่เขายังมีความเชื่อว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่เลวร้ายนี้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16717 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Bill-Gate-AMA.jpg" alt="" width="1200" height="511" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Bill-Gate-Climate-Change.gif" alt="" width="1200" height="373" /></p>
<p>สำหรับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขั้นสูง TerraPower ซึ่งมีอยู่ 2 เครื่อง กำลังสร้างโดยใช้โซเดียมเหลวเป็นสารหล่อเย็นและยูเรเนียมเป็นแหล่งเชื้อเพลิง แต่ได้รับผลกระทบจากสงครามยูเครนและรัสเซีย ทำให้ได้รับเชื้อเพลิงยูเรเนียมล่าช้า โดยคาดว่าเครื่องปฏิกรณ์เครื่องแรกที่กำลังสร้างในไวโอมิง น่าจะเดินเครื่องได้ภายในปี 2573  ซึ่งจะส่งผลต่อความท้าทายด้านสภาพอากาศ เนื่องจากจะมีต้นทุนต่ำและปลอดภัย ​</p>
<p>เกตส์ ยังสนับสนุนเรื่องของเนื้อสัตว์ทางเลือก เพราะส่งผลต่อสภาพอากาศน้อยกว่า โดยเขาให้การสนับสนุนบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทางเลือกหลายแห่ง อาทิ Beyond Meat, Impossible Foods และ Memphis Meats ( ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Upside Foods) ในกลุ่ม Meat Lab โดยมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี แม้อาจจะยังมีส่วนแบ่งในตลาดที่น้อยอยู่ในปัจจุบัน ​พร้อมมองว่ากลุ่มผู้บริโภค Vegan เป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Bill-Gate-AMA-Vegan.jpg" alt="" width="1200" height="752" /></p>
<p><span>“กุญแจสำคัญเกี่ยวกับสภาพอากาศคือการทำให้ผลิตภัณฑ์สะอาดมีราคาถูกพอๆ กับผลิตภัณฑ์ทั่วไปในทุกๆ ด้านของการปล่อยมลพิษ เช่น เครื่องบิน คอนกรีต เนื้อสัตว์ ฯลฯ แต่หากยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากในการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ก็จะไม่มีทางขับเคลื่อนได้สำเร็จ&#8221;  อีกหนึ่งความเห็นของบิลล์ เกตส์ ที่เขียนไว้ใน ​</span> Reddit</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16719 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Bill-Gate-Consumer.jpg" alt="" width="1200" height="446" /></p>
<p>และในฐานะผู้บริโภคที่มีสิทธิเลือก หากเลือกที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อแลกกับการชดเชยมลภาวะให้ลดน้อยลงได้ ลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของแต่ละคนลง เช่น การเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เป็นแนวทางที่จะช่วยโลกได้จากตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีที่เกตส์และครอบครัวเลือกทำเช่นกัน พร้อมความเห็นเพิ่มเติมว่า &#8220;การสนับสนุนเรื่องของสภาพภูมิอากาศ ต้องมีความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งในสหรัฐเองและในทุกๆ ประเทศ ซึ่งการมีความหวังถือว่าเป็นเรื่องที่ดี&#8221;</p>
<p><a href="https://www.cnbc.com/2023/01/13/bill-gates-we-will-overshoot-1point5-degrees-of-global-warming.html" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.reddit.com/r/IAmA/comments/109eze3/im_bill_gates_and_im_back_for_my_11th_ama_ask_me/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/bill-gate-11th-ask-me-anything-on-reddit/">บิลล์ เกตส์ คุย AMA ครั้งที่ 11 บน Reddit  &#8216;หมดหวัง&#8217; ต้านอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศา แม้เทคโนโลยีล้ำหน้าไปมาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กทม. หารือองค์กร The Ocean Cleanup นำนวัตกรรมเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ มาช่วยจัดการขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/11/bangkok-update-bring-interceptor-cleanup-chao-praya-river/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Nov 2022 05:51:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Boyan Slat]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Interceptor]]></category>
		<category><![CDATA[Steven Paalman]]></category>
		<category><![CDATA[The Ocean Cleanup]]></category>
		<category><![CDATA[TOC]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[สตีเวน พาล์นแมน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อมดี]]></category>
		<category><![CDATA[เรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[โบแยน สแลต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15596</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับและร่วมหารือกับ นางมิเรียม อ๊ตโตะ (Mrs. Miriam Otti) หัวหน้าแผนกเศรษฐกิจและการเมือง สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย นายโบแยน สแลต (Mr. Boyan Slat) ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งองค์กร The Ocean Cleanup และ นายสตีเวน พาล์นแมน (Mr. Steven Paalman) ผู้อำนวยการด้านแม่น้ำในทวีปเอเชีย องค์กร The Ocean Cleanup เพื่อแจ้งความก้าวหน้าการดำเนินโครงการการบริหารจัดการขยะในกรุงเทพมหานคร โดยใช้นวัตกรรมเครื่อง Interceptor เป้าหมายการดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และความร่วมมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นวัตกรรมเครื่อง Interceptor เป็นเรือเก็บขยะในแม่น้ำก่อนลงสู่ทะเลและมหาสมุทร โดยขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 100% และจะได้นำมาใช้ในประเทศไทย โดยขยะที่เก็บได้จะนำมาคัดแยกและนำไปรีไซเคิล  ซึ่งจะทำการติดตั้งเครื่อง Interceptor ในแม่น้ำจำนวน 10 สาย ในทวีปเอเชีย และความท้าทายคือ การเร่งติดตั้งเครื่อง Interceptor ในประเทศต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/bangkok-update-bring-interceptor-cleanup-chao-praya-river/">กทม. หารือองค์กร The Ocean Cleanup นำนวัตกรรมเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ มาช่วยจัดการขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> ให้การต้อนรับและร่วมหารือกับ นางมิเรียม อ๊ตโตะ (Mrs. Miriam Otti) หัวหน้าแผนกเศรษฐกิจและการเมือง สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย <strong>นายโบแยน สแลต</strong> (Mr. Boyan Slat) ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งองค์กร<strong> The Ocean Cleanup</strong> และ <strong>นายสตีเวน พาล์นแมน</strong> (Mr. Steven Paalman) ผู้อำนวยการด้านแม่น้ำในทวีปเอเชีย องค์กร The Ocean Cleanup เพื่อแจ้งความก้าวหน้าการดำเนินโครงการการบริหารจัดการขยะในกรุงเทพมหานคร โดยใช้นวัตกรรมเครื่อง Interceptor เป้าหมายการดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และความร่วมมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><span id="more-15596"></span></p>
<p>นวัตกรรมเครื่อง Interceptor เป็นเรือเก็บขยะในแม่น้ำก่อนลงสู่ทะเลและมหาสมุทร โดยขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 100% และจะได้นำมาใช้ในประเทศไทย โดยขยะที่เก็บได้จะนำมาคัดแยกและนำไปรีไซเคิล  ซึ่งจะทำการติดตั้งเครื่อง Interceptor ในแม่น้ำจำนวน 10 สาย ในทวีปเอเชีย และความท้าทายคือ การเร่งติดตั้งเครื่อง Interceptor ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก</p>
<p>นายสตีเวนฯ กล่าวว่า หลังประกอบเรือเก็บขยะ Interceptor จะดำเนินโครงการในระยะแรก คือ การเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยจะนำไปจอดบริเวณหน้าสวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 9 และขอความอนุเคราะห์จากกรุงเทพมหานครใช้พื้นที่และอำนวยความสะดวกในการนำขยะขึ้นที่จุดขนขยะที่คลังสินค้าราษฎร์บูรณะ และนำขยะไปจัดการอย่างเหมาะสม และในระยะที่สองจะติดตั้งเรือเก็บขยะตามคลองสายย่อยต่าง ๆ</p>
<p>ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดำเนินโครงการวิจัยกำจัดขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานคร มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี (ปี 2564- 2567) โดยได้ติดตั้งกล้องสำรวจตามลำน้ำสาขาและบนสะพานข้ามแม่น้ำ รวมถึงติดตั้งกล้องบันทึกภาพ (The River Monitoring System) และพัฒนาโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อใช้ตรวจติดตามปริมาณขยะลอยน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 8 ชุด บนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานอรุณอมรินทร์ และสะพานภูมิพล เพื่อศึกษาลักษณะเฉพาะของแม่น้ำเจ้าพระยาในฐานะห้องปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้ขออนุญาตจากกรมเจ้าท่าเพื่อติดตั้งนวัตกรรมเครื่อง Interceptor บริเวณสวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 9 เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอการอนุญาตจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (EXAT) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15598 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/0-Bangkok.jpg" alt="" width="1200" height="810" /></p>
<p>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แม่น้ำเจ้าพระยามีปัญหาขยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติกและผักตบชวา การติดตั้งเครื่อง Interceptor ในกรุงเทพมหานครถือเป็นการสร้างความตระหนักให้กับประชาชนและหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ควรขยายการดำเนินการไปยังคลองสายย่อยซึ่งมีบ้านเรือนตั้งอยู่ ปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้ส่งเสริมให้ประชาชนแยกขยะ เริ่มจากขยะเศษอาหาร ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะนำประเด็นการติดตั้งเครื่อง Interceptor เข้าหารือที่กระทรวงคมนาคมในสัปดาห์หน้า เพื่อให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (EXAT) พิจารณาการขออนุญาตจอดเครื่อง Interceptor บริเวณที่กำหนด</p>
<p>สำหรับองค์กร The Ocean Cleanup (TOC) คือ องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรด้านเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำระดับโลก ดำเนินการด้านการจัดการขยะในทะเลจากราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์และเป็นผู้คิดค้นเครื่อง Interceptor ในการดักขยะในแม่น้ำก่อนลงสู่ทะเล เครื่อง Interceptor ประกอบด้วย แผงทุ่นลอยน้ำที่โยงติดกับโรงเก็บขยะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายแพเรือที่ทอดสมออยู่ในแม่น้ำ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาเซลล์และทำงานด้วยระบบอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์ในการควบคุม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/bangkok-update-bring-interceptor-cleanup-chao-praya-river/">กทม. หารือองค์กร The Ocean Cleanup นำนวัตกรรมเรือเก็บขยะพลังงานแสงอาทิตย์ มาช่วยจัดการขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิจัยเผย กังหันลมในอนาคต อาจมากกว่าแค่ผลิตพลังงานสะอาด แต่ช่วยทั้งดักจับ CO2 และผลิตปูนซีเมนต์จากอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/11/wind-turbines-remove-co2-from-the-atmosphere/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Nov 2022 05:03:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[atmosphere]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Chnage]]></category>
		<category><![CDATA[CO2]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Wind Energy]]></category>
		<category><![CDATA[wind turbines]]></category>
		<category><![CDATA[กังหันลม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ดักจับคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15431</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นที่ทราบกันดีว่า กังหันลม เป็นเครื่องจักรกลสำคัญอย่างหนึ่งในการผลิตพลังงานสะอาดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมาอย่างยาวนาน แม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา กังหันลมอาจไม่ค่อยได้รับการพูดถึงมากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับพลังงานสะอาดชนิดอื่น แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า กังหันลมเป็นโซลูชันในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนมาอย่างยาวนาน  และในอนาคตอันใกล้นี้ กังหันลมคงไม่ใช่อุปกรณ์สร้างพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อาจเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รวมทั้งสามารถผลิตปูนซีเมนต์จากอากาศได้อีกด้วย  พัฒนาการของกังหันลม กังหันลมถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในช่วงปี 1800 เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการผลิตพลังงานสะอาดโดยใช้พลังงานจลน์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานลม โดยในปี 1887 ศาสตราจารย์ James Blyth จาก Anderson’s College ในเมืองกลาสโกว์ ได้สร้างกังหันลมแรกที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า  ในปี 1897 ประเทศเดนมาร์กก็ได้พัฒนาต่อยอดกังหันลมที่มีขนาดใหญ่ถึง 22.8 เมตร โดยใช้ใบพัดแนวนอนเพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้นับเป็นต้นกำเนิดของพลังงานลมสมัยใหม่นั่นเอง  ตลอด 1 ศตวรรษต่อมา วิทยาศาสาตร์สมัยใหม่ยังคงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาต่อยอดพลังงานลม โดยล่าสุด นักวิจัยยังได้เผยว่ากังหันลมอาจไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องจักรผลิตพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่จะสามารถใช้เป็นตัวดักจับก๊าซเรือนกระจกในอากาศได้ด้วย กังหันลมดักจับ CO2 ในอากาศได้อย่างไร จุดเด่นของกังหันลมเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการดักจับ CO2 คือความสูง ของกังหันลม เพราะบ่อยครั้งที่โรงงานและเมืองต่างๆ ปล่อยมลพิษ มักกระจุกตัวอยู่ที่ระดับความสูง ซึ่งเครื่องจักรที่ระดับพื้นดินไม่สามารถดักจับมลพิษเหล่านั้นได้ รวมทั้งงบประมาณในการติดตั้งอุปกรณ์ที่ราคาสูง และการพัฒนาระบบท่อใต้ดินที่ซับซ้อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/wind-turbines-remove-co2-from-the-atmosphere/">นักวิจัยเผย กังหันลมในอนาคต อาจมากกว่าแค่ผลิตพลังงานสะอาด แต่ช่วยทั้งดักจับ CO2 และผลิตปูนซีเมนต์จากอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่ทราบกันดีว่า กังหันลม เป็นเครื่องจักรกลสำคัญอย่างหนึ่งในการผลิตพลังงานสะอาดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมาอย่างยาวนาน แม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา กังหันลมอาจไม่ค่อยได้รับการพูดถึงมากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับพลังงานสะอาดชนิดอื่น แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า กังหันลมเป็นโซลูชันในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนมาอย่างยาวนาน </span></p>
<p><span id="more-15431"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในอนาคตอันใกล้นี้ กังหันลมคงไม่ใช่อุปกรณ์สร้างพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อาจเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รวมทั้งสามารถผลิตปูนซีเมนต์จากอากาศได้อีกด้วย </span></p>
<p><b>พัฒนาการของกังหันลม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กังหันลมถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในช่วงปี 1800 เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการผลิตพลังงานสะอาดโดยใช้พลังงานจลน์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานลม โดยในปี 1887 ศาสตราจารย์ <strong>James Blyth</strong> จาก Anderson’s College ในเมืองกลาสโกว์ ได้สร้างกังหันลมแรกที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 1897 ประเทศเดนมาร์กก็ได้พัฒนาต่อยอดกังหันลมที่มีขนาดใหญ่ถึง 22.8 เมตร โดยใช้ใบพัดแนวนอนเพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้นับเป็นต้นกำเนิดของพลังงานลมสมัยใหม่นั่นเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอด 1 ศตวรรษต่อมา วิทยาศาสาตร์สมัยใหม่ยังคงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาต่อยอดพลังงานลม โดยล่าสุด นักวิจัยยังได้เผยว่ากังหันลมอาจไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องจักรผลิตพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่จะสามารถใช้เป็นตัวดักจับก๊าซเรือนกระจกในอากาศได้ด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15434 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Wind.jpg" alt="" width="1200" height="807" /></p>
<p><b>กังหันลมดักจับ CO2 ในอากาศได้อย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นของกังหันลมเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการดักจับ CO2 คือความสูง ของกังหันลม เพราะบ่อยครั้งที่โรงงานและเมืองต่างๆ ปล่อยมลพิษ มักกระจุกตัวอยู่ที่ระดับความสูง ซึ่งเครื่องจักรที่ระดับพื้นดินไม่สามารถดักจับมลพิษเหล่านั้นได้ รวมทั้งงบประมาณในการติดตั้งอุปกรณ์ที่ราคาสูง และการพัฒนาระบบท่อใต้ดินที่ซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ฟาร์มกังหันลมที่สามารถผลิตพลังงานได้มากเกินไป การมีระบบกำจัดคาร์บอนก็จะช่วยให้เกิดการสูญเสียพลังงานน้อยลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยแนวคิดดังกล่าว จึงทำให้นักวิจัยจาก Purdue University ในรัฐอินดีแอนา สหรัฐอเมริกา ได้พัฒนากังหันลมจำลองเพื่อศึกษากระบวนการทำงานในการดึงมลพิษที่ดักจับได้ในอากาศลงดินเพื่อการกำจัดอย่างปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทาง Purdue University ยังเปิดเผยอีกว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้ระบบกรองของเหลวที่ดักจับ CO2 จากอากาศที่พัดผ่านกังหันลม ซึ่งจะสามารถดูดซับ CO2 ลงในสารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้น CO2 จะทำปฏิกิริยากับแคลเซียมไฮดรอกไซด์ ก่อให้เกิดแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการผลิตคอนกรีตได้ โดยนักวิจัยก็เชื่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะส่งผลในวงกว้างในแง่ของการปิดลูปการผลิตคอนกรีต ที่มีส่วนปล่อย CO2 คิดเป็น 8% ของการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การพัฒนากังหันลมอาจต้องการการวางแผนมากมาย แม้ว่ากังหันมีอายุการใช้งานอยู่ราว 25 ปี ซึ่งถือเป็นการลงทุนระยายาว โดยนักวิจัยจะนำเสนอระบบดังกล่าวต่อที่ประชุม the American Physical Society’s Division of Fluid Dynamics ที่จัดขึ้นในรัฐอินเดียนาโพลิส ในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้</span></p>
<p><a href="https://www.euronews.com/next/2022/11/03/researchers-are-working-to-make-wind-turbines-capture-carbon-dioxide-and-use-it-for-cement" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/wind-turbines-remove-co2-from-the-atmosphere/">นักวิจัยเผย กังหันลมในอนาคต อาจมากกว่าแค่ผลิตพลังงานสะอาด แต่ช่วยทั้งดักจับ CO2 และผลิตปูนซีเมนต์จากอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
