<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SD Thailand &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/sd-thailand/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Jul 2025 10:42:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SD Thailand &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2025 10:42:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESGNIVERSE 2025]]></category>
		<category><![CDATA[From Reports to REAL IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Real – World of Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Waht's Next]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเดิมเวทีงานสัมมนา ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability ภายใต้คอนเซปต์ &#8216;From Reports to REAL IMPACT&#8217; โดย Brand Buffet ร่วมกับ SD Thailand  ด้วยแนวคิดการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ จาก คุณอาร์ม &#8211;  ปิยะชาติ   อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด (BRANDi &#38; Companies)  โดยได้มาร่วมแชร์มุมมองผ่านหัวข้อ &#8216;What is Next for the Sustainable Growth&#8216;  เพื่อสะท้อนแนวคิด​การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน​​ในระบบ​เศรษฐกิจ ที่ไม่เพียงสร้าง Profit แต่ต้องสามารถผนวก People และ Planet ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ด้วย คุณอาร์ม มองปัญหาที่ผ่านมา เหมือนการตั้งสมการที่ผิด เพราะการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปี 1800 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/">แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเดิมเวทีงานสัมมนา <b>ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability</b> ภายใต้คอนเซปต์ &#8216;<b>From Reports to REAL IMPACT&#8217;</b> โดย Brand Buffet ร่วมกับ SD Thailand  ด้วยแนวคิดการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ จาก <strong>คุณอาร์ม &#8211;  ปิยะชาติ </strong> <b> อิศรภักดี </b>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด <strong>(BRANDi &amp; Companies) </strong></p>
<p><span id="more-34620"></span></p>
<p>โดยได้มาร่วมแชร์มุมมองผ่านหัวข้อ &#8216;<strong>What is Next for the Sustainable Growth</strong>&#8216;  เพื่อสะท้อนแนวคิด​การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน​​ในระบบ​เศรษฐกิจ ที่ไม่เพียงสร้าง Profit แต่ต้องสามารถผนวก People และ Planet ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ด้วย</p>
<p><strong>คุณอาร์ม</strong> มองปัญหาที่ผ่านมา เหมือนการตั้งสมการที่ผิด เพราะการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปี 1800 -2000 เป็นต้นมา มุ่งโฟกัสเพียงการสร้าง<strong> กำไร</strong>  (Profit) ให้ได้มากที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึง <strong>คน</strong> (People) และ <strong>สิ่งแวดล้อม</strong> ( Planet)​ ไว้ในสมการเดียวกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2784.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ผลที่ตามมา และเห็นได้ชัดเจนหลังจากปี​ 2000  เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ที่สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ได้เติบโตตามที่หวัง ​พร้อมทั้งยังสร้างผลกระทบทั้งต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นห่วงโซ่ตามมาอีกด้วย</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา ไม่เพียงไม่ช่วย​​ให้ GDP หรือเศรษฐกิจเติบโต แถมยังทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตสูงขึ้นกว่าเดิม ศักยภาพหรือ Productivity ของคนทำงานก็ลดลงด้วย โดยปัจจุบันพบว่า คนทำงาน 1 คน สร้างการเติบโตให้ GDP ในช่วง 10 ปีนี้ น้อยลงกว่าเดิม 1.5% ขณะที่รายได้หรือเงินเดือนต่อคนลดลง 0.8% ซึ่งส่วนต่าง 0.7% เป็นภาคเอกชนที่ต้องแบกรับไว้ เพราะไม่สามารถปรับลดค่าจ้างตาม Productivity ที่ลดลงได้ รวมทั้งค่าครองชีพ และเงินเฟ้อก็สูงขึ้น ส่งผลให้เงินในกระเป๋าทุกคนน้อยลง กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดและไปต่อได้ จึง​อยู่ในสถานการณ์ ตายแล้ว ตายอยู่ ตายต่อ เนื่องจากไม่สามารถ​แบกรับสถานการณ์เช่นนี้ได้ไหว&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2848.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างบาลานซ์ Economy + Sustainability </strong></p>
<p>อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา คือ เกิดภาวะ &#8216;<strong>รวยกระจุก จนกระจาย&#8217;</strong> เพราะเมื่อสโคปภาพการเติบโตของ GDP ในช่วง 4-5 ปีย้อนหลัง จะเห็นว่า เศรษฐกิจที่เติบโตทุกวันนี้มาจากคนเพียง 25% จากเดิมที่มีบทบาทมากเกือบครึ่งที่ 45%</p>
<p>ขณะที่ตอนนี้การเติบโตส่วนใหญ่ถึงกว่า 40% มาจากกลุ่มเทคโนโลยีที่เรียกว่า <strong>Total Factor Productivity</strong> หรือ​เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการช่วยผลักดันการเติบโต โดยเฉพาะ AI ที่สามารถสร้างให้ธุรกิจเกิดความแตกต่าง จึงช่วยเพิ่ม Productivity และแนวโน้มจะเกิดช่องว่างระหว่างคนและเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2864.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><em>เมื่อคนเริ่มมีบทบาทในห่วงโซ่ของการผลิตน้อยลง ก็จะเป็นเหตุผลให้เกิดการลดการจ้างแรงงานคน​ กระทบต่อ​รายได้ที่ลดลง แต่รายได้ส่วนใหญ่จะไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแทน</em></strong></p>
<p>นอกจากมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจ​น้อยลง ในทางกลับกัน ยังเกิดภาวะการบริโภคมากขึ้น หรือ Overconsumption โดยพบว่าการบริโภครวมของประชากรทั้งโลกกว่า 8 พันล้านคนในปัจจุบัน มีการใช้ทรัพยากรต่างๆ ไปมากกว่าที่มีอยู่ถึง 1.75 เท่า ทำให้โลกของคนในรุ่นถัดไปจะสั้นลง โดยคาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้โลกขาดแคลนน้ำสะอาดใช้ ภายในปี 2030 และกระทบต่อ​ระบบความมั่นคงทางอาหาร ในปี 2050 รวมทั้งสภาพอากาศที่จะแปรปรวนและรุนแรง จนกระทบต่อการใช้ชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0131.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;โลกล้มเหลวต่อความพยายามลดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ไปแล้ว จากนี้ทำได้ดีที่สุดคือ การรักษาระดับไว้ที่  Best Case ราว 1.8 องศาเซลเซียส และ Worst Case ต้องไม่เกิน  2.6 องศาเซลเซียส สะท้อนได้ว่า <strong>สิ่งที่โลกเดินมาตลอดนั้นไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง และขาดความสามารถในการพัฒนา New Growth หรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างการเติบโต โดยตลอดกว่า 2 ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1820 ถึงปัจจุบัน มูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตเป็นร้อยเท่าจาก 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (USD) เป็น 105 ล้านล้าน USD แต่โตมาจากเม็ดเงินลงทุนที่สูงถึง 307 ล้านล้าน USD เท่ากับว่า เราต้องใส่เงินถึง 3 บาท เพื่อให้มีรายได้ 1 บาท</strong> ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องแบกรับอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&#8221; </em></p>
<p><strong>คุณอาร์ม</strong> ชี้ให้เห็นปัญหาเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่โลกไม่มีเงิน แต่เงินอยู่ที่ภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐหรือผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถหาวิธีนำเงินเหล่านี้ออกมาใช้ได้ โดยทุกประเทศทั่วโลก เงินของภาคเอกชน หรือ Private Wealth จะมีมูลค่ามากกว่างบประมาณจากภาครัฐหลายเท่าตัว แม้แต่ประเทศไทยเองที่มีสัดส่วนต่างกันเกือบ 4 เท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34621 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0163.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ดังนั้น วิธีแก้จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้คนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะภาคเอกชน เข้ามาอยู่ในระบบ​ของการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และ​​ผนวกการขับเคลื่อน Economy ​​โดยภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต เข้ากับเรื่องของ Sustainability ที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐ</p>
<p>เพื่อก้าวข้ามโมเดลการเติบโตเก่าๆ ที่เน้นแต่เศรษฐกิจเติบโต แต่คนและสิ่งแวดล้อมแย่ลง แม้ว่าอาจจะต้องทำให้ช้าลงบ้าง อ้อมไปบ้าง แต่จะเป็นการสร้างการเติบโตที่สามารถพาให้ทั้ง Human Capital และ Nature Capital เติบโตไปพร้อมกันด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ โมเดลที่เชื่อว่าจะเป็นโซลูชัน ในการแก้ปัญหา คือ <strong>Sustainomy</strong> เพื่อเปลี่ยนโมเดลการเติบโตจาก Consume The Future มาเป็น Create The Future โดยเปลี่ยนวิธีคิดจาก Norm. เดิมๆ ที่สะท้อนถึงการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน เพราะหากปล่อยให้เอกชนต้องแบกรับต่อไป อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแทนการเป็นโซลูชัน</p>
<p>จึงจำเป็นต้องหาโมเดลในการผนึกความร่วมมืออย่างถูกต้อง เพื่อให้ Risk ที่ภาคเอกชนจะต้องเข้าไปสนับสนุนประชาชน​ นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ผลักดันบริษัทให้เติบโต หรือกลุ่มเปราะบางต่างๆ กลายเป็น Opportunity หรือโอกาส​ ​ขณะที่ภาครัฐก็จะมีศักยภาพในการดูแลประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ดีมากขึ้น ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0184.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกการเปลี่ยนผ่าน จำเป็นต้องอาศัยทุน หรือ Capital โดยเฉพาะการ​​ช่วยให้ภาคเอกชนแข็งแรงมากขึ้น ผ่านการขับเคลื่อน 3 ระดับ ทั้ง  <strong>Macro</strong> ผ่านการปรับปรุงเงื่อนไข หรือกฏระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องการก้าวสู่ New Economy ​เพื่อนำเงินสำหรับการพัฒนามาใช้ให้เกิดการพัฒนาได้จริง, ระดับ <strong>Market</strong> ด้วยการหาตลาด หรือ Matching ​เพื่อช่วยให้ธุรกิจ​เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย และมีต้นทุนต่ำ พร้อมสร้างกำไรแบบพรีเมียม เพิ่ม​ความแข็งแรงในระบบนิเวศธุรกิจ ​รวมทั้งระดับ <strong>Micro </strong>ต้องมุ่งเพิ่มศักยภาพธุรกิจให้พร้อมรับต่อทุกความเสี่ยงในอนาคต โดยที่​ยังรักษาความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ หรือ Capacity Building โดยเฉพาะปัจจุบันทุกธุรกิจต้องเผชิญกับโจทย์ที่ยากและท้าทายอยู่ตลอดเวลา จึงต้องสามารถหาท่าใหม่ๆ มาใช้ในการทำธุรกิจเพื่อยังคงสามารถรอดและเติบโตต่อไปได้ ซึ่งการจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนที่แท้จริงนั้น ต้องสามารถช่วยแก้ปัญหาของวันนี้ได้ โดยไม่เพิ่มปัญหาให้วันพรุ่งนี้ และสร้างให้เกิดเป็นต้นทุนที่ดีสำหรับวันต่อไป&#8221;</em> คุณอาร์ม กล่าวสรุปส่งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0211.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/">แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เช็คอิน “4 หลาดเมืองคอน” โมเดลตลาดเพื่อชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/08/communitymarket/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Aug 2018 15:05:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขจรเกียรติ รักพานิชมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดกรีน หมู่บ้านภูมิปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดนครศรีธรรมราช]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดย้อนยุค@ปากพนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดริมน้ำเชียรใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหน้าพระธาตุ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านยาย โฮมสเตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พิเชษฐ์ กล้าสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วิไลศรี รอดเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์บ่มเพาะ]]></category>
		<category><![CDATA[หลาดเมืองคอน]]></category>
		<category><![CDATA[อ.ทวี พลายด้วง]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองคอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4308</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ทุกภาคส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังตื่นตัวและร่วมใจกันถอดโจทย์ “ ตลาดประชารัฐ”ของรัฐบาล ให้เป็น “ตลาดชุมชน” อันมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่าทางจังหวัดได้เริ่มสานต่อนโยบายโครงการตลาดประชารัฐของรัฐบาลมาตั้งแต่ปลายปี 2560 โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และแข่งขันได้อย่างยั่งยืน &#160; “ เราใช้หลักการตลาดประชารัฐเพื่อมาทำตลาดในรูปแบบของเรา โดยความร่วมมือของคนในพื้นที่ เริ่มจากเชิญทุกภาคส่วนมาคุยกันว่ารูปแบบตลาดในชุมชนควรจะเป็นอย่างไรและบริหารจัดการอย่างไร ดังนั้นตลาดแต่ละชุมชนจึงมีรูปแบบแตกต่างกันตามความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น มีการนำสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์แต่ละอำเภอเข้ามาขายในตลาด เพื่อเป้าหมากระจายรายได้ไปสู่ 23 อำเภอ” ขจรเกียรติกล่าว “ตลาดชุมชน” จึงเป็นมิติใหม่ของการบริหารจัดการในแนวคิดเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยการให้ชุมชนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและบริหารตลาดกันเองเพื่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนจากล่างขึ้นสู่บน ให้เป็นไปตามความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ส่งผลให้ตลาดชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องให้ทางจังหวัดเข้ามาคอยเป็นพี่เลี้ยงตลอด ส่วนทางจังหวัดมีหน้าที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับแหล่งท่องเที่ยว &#160; &#160; รองผู้ว่าขจรเกียรติ สรุปถึงผลการดำเนินการตลาดชุมชนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดย 5 เดือนแรกของปี 2561 ทางจังหวัดมีรายได้ 2 หมื่นกว่าล้านบาท มีนักท่องเที่ยวกว่า 5 แสนคน สามารถกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนทั้ง 23 อำเภอ 1 ปีที่ผ่านมา จังหวัดนครศรีธรรมราชร่วมมือกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ และชุมชนเพื่อดึงเสน่ห์ของอดีตที่กำลังจะหายไปให้กลับมาอีกครั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/08/communitymarket/">เช็คอิน “4 หลาดเมืองคอน” โมเดลตลาดเพื่อชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;"><strong>วันนี้ทุกภาคส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังตื่นตัวและร่วมใจกันถอดโจทย์ “ ตลาดประชารัฐ”ของรัฐบาล ให้เป็น “ตลาดชุมชน” อันมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม</strong></span></h4>
<p><span id="more-4308"></span></p>
<p><strong>ขจรเกียรติ รักพานิชมณี</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่าทางจังหวัดได้เริ่มสานต่อนโยบายโครงการตลาดประชารัฐของรัฐบาลมาตั้งแต่ปลายปี 2560 โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และแข่งขันได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4271" aria-describedby="caption-attachment-4271" style="width: 627px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4271 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-1.jpg" alt="" width="627" height="418" /><figcaption id="caption-attachment-4271" class="wp-caption-text">ขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</figcaption></figure>
<p>“ เราใช้หลักการตลาดประชารัฐเพื่อมาทำตลาดในรูปแบบของเรา โดยความร่วมมือของคนในพื้นที่ เริ่มจากเชิญทุกภาคส่วนมาคุยกันว่ารูปแบบตลาดในชุมชนควรจะเป็นอย่างไรและบริหารจัดการอย่างไร ดังนั้นตลาดแต่ละชุมชนจึงมีรูปแบบแตกต่างกันตามความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น มีการนำสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์แต่ละอำเภอเข้ามาขายในตลาด เพื่อเป้าหมากระจายรายได้ไปสู่ 23 อำเภอ” ขจรเกียรติกล่าว</p>
<p><strong>“ตลาดชุมชน”</strong> จึงเป็นมิติใหม่ของการบริหารจัดการในแนวคิดเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยการให้ชุมชนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและบริหารตลาดกันเองเพื่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนจากล่างขึ้นสู่บน ให้เป็นไปตามความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ส่งผลให้ตลาดชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องให้ทางจังหวัดเข้ามาคอยเป็นพี่เลี้ยงตลอด ส่วนทางจังหวัดมีหน้าที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับแหล่งท่องเที่ยว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4272 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-2.jpg" alt="" width="653" height="421" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รองผู้ว่าขจรเกียรติ สรุปถึงผลการดำเนินการตลาดชุมชนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดย 5 เดือนแรกของปี 2561 ทางจังหวัดมีรายได้ 2 หมื่นกว่าล้านบาท มีนักท่องเที่ยวกว่า 5 แสนคน สามารถกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนทั้ง 23 อำเภอ</p>
<p>1 ปีที่ผ่านมา จังหวัดนครศรีธรรมราชร่วมมือกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ และชุมชนเพื่อดึงเสน่ห์ของอดีตที่กำลังจะหายไปให้กลับมาอีกครั้ง โดยร่วมฟืนฟูวิถีชีวิต ศิลปะวัมนธรรมของคนเมืองคอนผ่านตลาดชุมชนย้อนยุค</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong> SDThailand.com ขอพาไปเช็คอิน “ ห้ามพลาด 4 หลาดสุดหรอย” เพื่อสัมผัสวิถีคนเมืองคอนทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร งานหัตถกรรม ฯลฯ</strong></span></p>
<h4></h4>
<h4><span style="color: #993366;"><strong>**ตลาดริมน้ำเชียรใหญ่**</strong></span></h4>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4273" aria-describedby="caption-attachment-4273" style="width: 655px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4273 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-1-1.jpg" alt="" width="655" height="448" /><figcaption id="caption-attachment-4273" class="wp-caption-text">สุกิต ประสบสุข นายกเทศบาลตำบลเชียรใหญ่</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่ 15.00 21.00 น บริเวณลานกว้างด้านหน้าที่ว่าการอำเภอเชียรใหญ่ ซึ่งติดกับแม่น้ำจะกลายเป็นตลาดชุมชนขนาดใหญ่ ที่อบอวลด้วยวิถีชาวเมืองคอน ตั้งแต่ซุ้มไม้ไผ่หลังคามุงจาก พ่อค้าแม่ค้าพร้อมใจกันแต่งกายชุดไทย</p>
<p><strong>สุกิต ประสบสุข</strong> นายกเทศบาลตำบลเชียรใหญ่ บอกว่าเสน่ห์ของตลาดเชียรใหญ่คือติดแม่น้ำใหญ่ที่ใสสะอาด จุดเด่นของตลาดคือต้องการนำเสนอเรื่องราวของ <strong>“ ต้นจาก”</strong> ซึ่งเป็นพืชสำคัญของท้องถิ่นขึ้นอยู่ตามสองฝั่งของแม่น้ำเชียรใหญ่ สามารถแปรรูปเป็นสินค้าชุมชนมากมาย อาทิ น้ำส้มสายชูและสาโท รวมถึงขนมหวานต่าง ๆ ที่ใช้ <strong>“น้ำตาลจาก”</strong> มาให้ความหวาน มาตลาดเชียรใหญ่มีทั้งอาหารและขนมท้องถิ่นที่หารับประทานได้ยาก เช่น ขนมใบบัว ผลิตภัณฑ์จากกล้วย และที่ห้ามพลาดคือ<strong> “ปลาแม่น้ำเชียร”</strong> ที่เนื้อหวานมัน นำมาทำเป็นเมนูปลานิลผัดเกี่ยมฉ่าย ซึ่งเป็นเมนูที่ประกวดชนะเลิศมาแล้ว หรือแปรรูปเป็นปลาร้า กะปิปลา ฯลฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4274 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-2-1.jpg" alt="" width="659" height="401" /></p>
<p>นอกจากอาหารแล้ว ทางเทศบาลยังจัดเวทีให้มีการแสดงทางด้านศิลปะวัฒนธรรม ทั้งร่ายรำมโนราห์ การเล่นดนตรีเปิดหมวกของเด็กนักเรียน เพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้มาเที่ยวชม ยิ่งช่วงหัวค่ำพระอาทิตย์กำลังตก ทำให้บรรยากาศของตลาดริมน้ำแห่งนี้ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุด</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>“มาคอน ต้องนอนเชียรใหญ่”</strong></span> เป็นคำพูดที่เชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนควรสัมผัสกับวิถีชุมชนให้นานขึ้น ควรจัดโปรแกรม One Day Trip เพื่อล่องเรือชมบรรยากาศแม่น้ำเชียรใหญ่ที่ใสสอาด และวิถีชีวิตชุมชนตลอด 2 ฟากริมฝั่ง แวะทำบุญไหว้พระที่วัดแม่เจ้าอยู่หัว แวะเดินตลาดริมน้ำเชียรใหญ่ และสุดท้ายคือนอนพักที่ <span style="color: #993366;"><strong>“ บ้านยาย โฮมสเตย์”</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4275 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-3.jpg" alt="" width="699" height="393" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>“บ้านยายโฮมสเตย์”</strong> </span>เป็นบ้านไม้เก่าแก่ยกพื้นสูง บ้านโปร่งสบาย หน้าบ้านหันหน้าหาแม่น้ำเชียร บรรยากาศสงบเงียบ เรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติในวิถีท้องถิ่น <strong>อ.วิไลศรี รอดเพชร</strong> เจ้าของบ้านพักอัธยาศัยดี ที่นี่ห้องพักไม่ต้องใช้แอร์เพราะมีลมเย็นตามธรรมชาติพัดตลอด บ้านยายโฮมสเตย์เน้น 3 เรื่องคือ อาหารดี อากาศดี และสิ่งแวดล้อมดี เพียงเท่านี้ก็คุ้มค่าเกินกว่าราคาห้องพักหลักไม่กี่ร้อยเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4276 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-1-2.jpg" alt="" width="676" height="380" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="color: #993366;"><strong>**ตลาดต้องชม บนถนนสายธรรม**</strong></span></h4>
<p><strong>“ตลาดหน้าพระธาตุ”</strong> ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ช่วงหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการโดยชุมชนอย่างแท้จริง <strong>เกียรติกร เจริญพานิช</strong> รองเลขาธิการหอการค้า จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่ากว่าจะก่อตั้งตลาดได้ก็ต้องผ่านประชาพิจารณ์จากชุมชนเรื่องความสะอาด เพราะมาตั้งอยู่บริเวณหน้าพระธาตุซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนเมืองคอนเคารพ ตลาดหน้าพระธาตุเปิดทุกวันเสาร์ 16.00 &#8211; 22.00 น.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4277 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-1-3.jpg" alt="" width="684" height="456" /></p>
<p>การจัดตั้งตลาดแห่งนี้มีแนวคิดว่า <span style="color: #993366;"><strong>“ ไม่ได้สร้างถนนคนเดินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเผยแพร่ และอนุรักษ์วัฒนธรรมของนครฯพร้อมกับสร้างเศราฐกิจในท้องถิ่น”</strong> </span>จึงแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน คือโซนศิลปวัฒนธรรม มีสาธิตทำผ้าบาติก แกะหนังตะลุง ย้อมผ้า ,โซนOTOP หัตถกรรม จำหน่ายสินค้า ของดีเมืองคอน และโซนอาหารของอร่อยในพื้นถิ่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4278 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-2-2.jpg" alt="" width="692" height="389" /></p>
<p>“เรื่องความสะอาดสำคัญมาก ทุกร้านจะต้องมีป้ายรับฝากขยะ เพราะเราจะไม่มีถังขยะส่วนกลาง ส่วนร้านอาหารจะต้องมีแผ่นปูพื้นเพื่อไม่ให้น้ำมันจากกระทะมาทำให้พื้นอิฐเก่าแก่หน้าพระธาตุเสียหาย และเมื่อปิดตลาดเวลา 4 ทุ่ม ผู้ค้าทุกรายต้องรีบนำขยะออกจากพื้นที่และคืนพื้นที่ให้สะอาดเหมือนเดิม เพราะจะมีประเพณีการทำบุญตักบาตรทุกเช้าวันอาทิตย์ ที่หน้าลานพระธาตุ”</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>นอกจากนี้ทางตลาดยังมีข้อตกลงกับทุกร้านค้าให้ใช้วัสดุธรรมชาติแทนถุงพลาสติก และทุกร้านจะต้องมีป้ายรับฝากขยะ เพื่อสะดวกแก่นักท่องเที่ยวสามารถทิ้งขยะได้ทุกที่</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4279 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-3-1.jpg" alt="" width="691" height="422" /></p>
<p>ตลาดแห่งนี้เปิดมาได้ปีกว่า ซึ่งเกียรติกร บอกว่าได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ปัจจุบันมีเงินหมุนเวียนสัปดาห์ละ3 ล้านบาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="color: #993366;"><strong>**ตลาดกรีน หมู่บ้านภูมิปัญญา**</strong></span></h4>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4280" aria-describedby="caption-attachment-4280" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4280" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-1-4.jpg" alt="" width="600" height="449" /><figcaption id="caption-attachment-4280" class="wp-caption-text">อ.ทวี พลายด้วง ศิลปินชาวเมืองคอน ผู้นำของตลาด</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ว่า <strong>“ตลาดกรีน หมู่บ้านภูมิปัญญา”</strong> เปิดมาได้ไม่กี่เดือน แต่ <strong>อ.ทวี พลายด้วง</strong> ศิลปินชาวเมืองคอน ผู้นำของตลาดแห่งนี้เล่าว่าเขาต้องใช้เวลากว่า 10 ปีในการเก็บร่องรอยทางภูมิปัญญาเพื่อมาตกผลึกให้มีคุณภาพและทรงคุณค่า</p>
<p><em><span style="color: #993366;"><strong>“ เราตั้งโจทก์ว่า พื้นที่ 12 ไร่ที่นำมาทำหมู่บ้านภูมิปัญญานั้น จะนำภูมิปัญญามารวมกันแล้วสร้างจุดขาย โดยต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกทั้ง 23 อำเภอ ว่าเมื่อวันหนึ่งที่เข้มแข็งแล้ว จะต้องกลับไปสร้างฐานของตัวเองในบ้านเกิดของตัวเองให้เข้มแข็งด้วย”</strong></span></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4281 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-2-3.jpg" alt="" width="644" height="429" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ตลาดกรีนจึงกำหนดเป็น <strong>“ศูนย์บ่มเพาะ”</strong> ด้านความรู้วิถีชุมชน โดยมีหลักสูตรที่รวบรวมช่างของเมืองนครกว่า 100 หลักสูตร ให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ภูมิปัญญาซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด สามารถนำไปทำมาหาเลี้ยงชีพได้</p>
<p>อีกไฮไลต์ของตลาดนี้คืออาหารเน้นคุณภาพสะอาดปลอดภัยไม่ใส่ผงชูรส ส่วนพืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ ราคาถูกเพราะเจ้าของสวนมาขายเอง งานหัตถกรรมแปลกใหม่มีให้เลือกมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4282 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-3-2.jpg" alt="" width="684" height="385" /></p>
<p><strong>ตลาดกรีนเปิดทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 18.00 น.</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="color: #993366;"><strong>**ตลาดย้อนยุค@ปากพนัง**</strong></span></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4283 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P-2-4.jpg" alt="" width="629" height="472" /></p>
<p>เมื่อหลายปีก่อนชุมชนปากพนังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ ชาวบ้านไม่มีงานทำจึงต้องออกไปรับจ้างทำงานยังต่างจังหวัด ผลที่ตามาคือลูกหลานที่ขาดพ่อแม่กลายเป็นเด็กมีปัญหา ยาเสพติด ตั้งท้องในวัยเรียน ฯลฯ. ในที่สุดเมื่อพิเชษฐ์ กล้าสกุล นายกฯเทศบาลปากพนัง ร่วมกับคนในชุมชนก่อตั้ง <strong>“ตลาดย้อนยุคปากพนัง”</strong> ขึ้นที่บริเวณด้านข้างของเรือนจำเพื่อสร้างงานให้ชุมชน</p>
<p>3 ปีผ่านไป ตลาดย้อนยุคแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างงานสร้างอาชีพ คนที่เคยออกไปทำงานที่อื่นก็กลับมาทำงานที่บ้านเกิด ความอบอุ่นในครอบครัวก็กลับมาอีกครั้ง</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>“ สร้างตลาดแห่งเดียว แต่ได้มากกว่ากำไรที่ได้ในแต่ละวัน เพราะปัญหาสังคมลดน้อยลง”</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4284 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/P3-1.jpg" alt="" width="661" height="372" /><br />
<strong>“ มีเงินไม่ถึงร้อย ก็หรอยได้”</strong> คือคำขวัญของตลาดแห่งนี้ที่จำหน่ายอาหารและสินค้าในราคาถูก ความโดดเด่นของตลาดย้อนยุคปากพนังเริ่มจากร้านขายของที่สร้างเป็นซุ้มด้วยวัสดุธรรมชาติกว่า 40 ร้าน เรียงเป็นแถวยาวอยู่ 2 ฝั่งคลอง มีส่วนนั่งกินอาหารแบบปูเสื่ออยู่ริมคลอง มาที่นี่ต้องกิน “ หมี่ปากพนัง” สูตรดั้งเดิมที่ชาวบ้านำมาฟื้นฟูขึ้นใหม่หลังจากที่สูญหายไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีขนมโบราณนำเสนอแก่นักชิม อาทิ ขนมจุ้นจู ขนมขี้หมาพองเช (คล้ายข้าวตู) ขนมจากไส้ลูกชิด ขนมขี้มัน ขนมตาบอด เป็นต้น</p>
<p><strong>นอกจากนี้ยังมีเรือท่องเที่ยวบริการนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ เป็นเรือ 2 ชั้น จุผู้โดยสาร50-100 คนราคาค่าเช่า 1,600 บาทต่อครั้ง (3 ชั่วโมง 30 นาที) ล่องไปเที่ยวชม 9 จุดสำคัญตลอดลุ่มน้ำปากพนัง ( ติดต่อ (075) 517266/(095 026 8298)</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/08/communitymarket/">เช็คอิน “4 หลาดเมืองคอน” โมเดลตลาดเพื่อชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้สูงวัย 19 ล้านคน มากพอที่จะทำ CSV ตอนนี้หรือไม่?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/03/mahidol-u-scg-eldercare-solution-csv/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Mar 2018 01:37:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Eldercare Solution]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[ปราโมทย์ ประสาทกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ความรู้สูงวัย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2104</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นตัวเลขเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากปี 2548 มีอยู่ 6 ล้านคนเศษ เรื่องความเป็นอยู่ทั่วไป สุขภาพอนามัย ควรที่จะได้เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ และจะต้องพัฒนาให้ทันกับการเพิ่มที่รวดเร็วของคนสูงอายุในอนาคต สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เผยงานวิจัย “ประชากรไทยในอนาคต” * เมื่อการเพิ่มขึ้นของประชากรไทยช้าลงแต่ผู้สูงอายุกลับเพิ่มเร็วขึ้น ปี พ.ศ. 2565 ดูเหมือนว่าจะเป็นปีที่ประชากรไทยถึงจุดอิ่มตัว อัตราเกิดจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับอัตราตาย ทำให้อัตราการเพิ่มของประชากรใกล้เคียงกับศูนย์ จำนวนเกิดในแต่ละปีพอ ๆ กับจำนวนตายหลังจากนั้น เป็นไปได้ว่าอัตราเพิ่มประชากรจะติดลบคือต่ำกว่าศูนย์บ้างเล็กน้อย ทำให้จำนวนประชากรแต่ละปีลดลง การที่ประชากรไทยในอนาคตเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จนอิ่มตัวแล้วลดลงนั้น เป็นผลเนื่องมาจากภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดต่ำลงและคนไทยมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีก ลักษณะเช่นนี้ทำให้โครงสร้างอายุของประชากรเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน  และการที่จำนวนประชากรวัยเด็กจะลดลงอย่างมากจะมีผลทำให้จำนวนประชากรในวัยเรียน (อายุ 6 – 21 ปี) ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 16 ล้านคนในปี พ.ศ. 2548 เป็น 11 ล้านคนในปี พ.ศ. 2578 คงจะเป็นการกล่าวไม่ผิดนัก หากจะบอกว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความใส่ใจในกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้นในทุกๆ มิติ โดยทุกเรื่องควรจะต้องมีงานวิจัยเป็นพื้นฐานรองรับ เพื่อสร้างสินค้าและการบริการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/mahidol-u-scg-eldercare-solution-csv/">ผู้สูงวัย 19 ล้านคน มากพอที่จะทำ CSV ตอนนี้หรือไม่?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>เป็นตัวเลขเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากปี 2548 มีอยู่ 6 ล้านคนเศษ เรื่องความเป็นอยู่ทั่วไป สุขภาพอนามัย ควรที่จะได้เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ และจะต้องพัฒนาให้ทันกับการเพิ่มที่รวดเร็วของคนสูงอายุในอนาคต</h4>
<p><span id="more-2104"></span></p>
<p><strong>สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล</strong> เผยงานวิจัย <a href="http://www.ipsr.mahidol.ac.th/IPSR/AnnualConference/ConferenceII/Article/Article02.htm" target="_blank" rel="noopener"><strong>“ประชากรไทยในอนาคต”</strong> </a><strong>*</strong> เมื่อการเพิ่มขึ้นของประชากรไทยช้าลงแต่ผู้สูงอายุกลับเพิ่มเร็วขึ้น ปี พ.ศ. 2565 ดูเหมือนว่าจะเป็นปีที่ประชากรไทยถึงจุดอิ่มตัว อัตราเกิดจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับอัตราตาย ทำให้อัตราการเพิ่มของประชากรใกล้เคียงกับศูนย์ จำนวนเกิดในแต่ละปีพอ ๆ กับจำนวนตายหลังจากนั้น เป็นไปได้ว่าอัตราเพิ่มประชากรจะติดลบคือต่ำกว่าศูนย์บ้างเล็กน้อย ทำให้จำนวนประชากรแต่ละปีลดลง</p>
<p>การที่ประชากรไทยในอนาคตเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จนอิ่มตัวแล้วลดลงนั้น เป็นผลเนื่องมาจากภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดต่ำลงและคนไทยมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีก ลักษณะเช่นนี้ทำให้โครงสร้างอายุของประชากรเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน  และการที่จำนวนประชากรวัยเด็กจะลดลงอย่างมากจะมีผลทำให้จำนวนประชากรในวัยเรียน (อายุ 6 – 21 ปี) ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 16 ล้านคนในปี พ.ศ. 2548 เป็น 11 ล้านคนในปี พ.ศ. 2578</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2109 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-Mahidol-SCG6.jpg" alt="" width="450" height="574" /></p>
<p>คงจะเป็นการกล่าวไม่ผิดนัก หากจะบอกว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความใส่ใจในกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้นในทุกๆ มิติ โดยทุกเรื่องควรจะต้องมีงานวิจัยเป็นพื้นฐานรองรับ เพื่อสร้างสินค้าและการบริการ ก่อนจะส่งต่อความรู้เกี่ยวกับผู้สูงวัย และลูกหลานที่เป็นคนดูแล เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายปลอดภัย และมีความสุข</p>
<h5>ความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และเอสซีจี เปิดตัว “ศูนย์ความรู้สูงวัย” รองรับสังคมผู้สูงอายุ เพื่อสุขภาวะที่ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ถือเป็นความร่วมมือส่งต่อความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง</h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2107 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-Mahidol-SCG-4.jpg" alt="" width="500" height="334" /></p>
<p><em>“อีกไม่นานประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ นับเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์ ด้วยตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของผู้สูงอายุ และเพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการรักษาโรคแก่ผู้ป่วยทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมีโรคเฉพาะทางที่จำเป็นต้องให้การรักษาอย่างถูกต้อง และใส่ใจเป็นพิเศษ จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนางานวิจัย เพื่อให้เกิดองค์ความรู้เฉพาะทางสำหรับกลุ่มผู้ป่วยสูงวัย โดยได้รับความร่วมมือจากเอสซีจีต่อยอดจากงานวิจัย ในการผนวกองค์ความรู้ทั้งด้านการแพทย์และด้านการอยู่อาศัยเข้าด้วยกัน จัดตั้งเป็น ศูนย์ความรู้สูงวัย”</em></p>
<p><strong>ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา</strong> คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ขยายความต่อว่า การร่วมมือกันจัดตั้งเป็น <strong>“ศูนย์ความรู้สูงวัย”</strong> นอกจากจะให้บริการและรักษาผู้ป่วยได้ครบวงจรมากขึ้น อันเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรของโรงพยาบาล ผู้ป่วย และญาติ ได้มีพื้นที่ที่สามารถมาทดลองและฝึกปฏิบัติจริง ถือเป็นการเตรียมตัวก่อนออกจากโรงพยาบาลไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองที่บ้านอย่างไม่ติดขัดแล้ว ยังถือเป็นการเผยแพร่ความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนทั่วไปอีกด้วย โดยมุ่งหวังให้ผู้สูงอายุได้มีสุขภาวะที่ดีในสภาพแวดล้อมที่จัดเตรียมไว้อย่างเหมาะสม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2111 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-Mahidol-SCG-2.jpg" alt="" width="500" height="298" /></p>
<p>หากพลิกหนังสือ <strong>“คู่มือความรู้ผู้สูงวัย”</strong> โดยศิริราช และเอสซีจี ก็จะพบเรื่องจะต้องระมัดระวังให้หนักคือ <strong>“การหกล้มของผู้สูงวัย ”</strong> ซึ่ง ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ก็ได้พูดเรื่องนี้อยู่หลายครั้งระหว่างการให้ข้อมูล เนื่องจากการหกล้มของผู้สูงอายุเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะเกิดข้อสะโพกเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม ข้อนิ้วเท้าเสื่อม ทั้งหมดเป็นข้อต่อกระดูกส่วนล่างตั้งแต่สะโพลงไป ซึ่งจะมีความยาลำบากต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาก โดยเฉพาะเรื่องการเดิน</p>
<p><em>“เมื่อผู้สูงอายุหกล้ม ร่ายกายไม่เหมือนเดิม อาจจะกระดูกหัก อาจจะจะมีโรคอื่นๆ ตามมา ที่อาจจะตามมาจากผลข้างเคียงของการทานยา ก็เป็นได้ ซึ่งถ้าคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุ เข้าใจเรื่องนี้ จะช่วยดูแลได้ดีขึ้น”</em></p>
<p><strong>นิธิ ภัทรโชค</strong> Vice President-Building Products and Distribution Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า ข้อมูลทางการแพทย์ที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น เป็นเรื่องเดียวกันกับเอสซีจีให้ความสำคัญเรื่องผู้สูงอายุมาโดยตลอด มีการต่อยอดและพัฒนาความรู้ด้านนวัตกรรมที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการศึกษาวิจัยเชิงลึกเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุ</p>
<p><em>“เอสซีจี ได้เปิดตัว SCG Eldercare Solution ตั้งแต่ปี 2557 เน้นการสร้างนวัตกรรมและบริการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง อย่างอิสระ สะดวกปลอดภัย และมีสุขภาวะที่ดี ภายในบ้านร่วมกับสมาชิกภายในครอบครัว และในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้สร้างผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุคอยให้บริการ ให้คำปรึกษาแก่ผู้สูงวัยและครอบครัว ในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม การเตรียมความพร้อมรองรับการกลับไปพักฟื้นที่บ้านให้กับผู้สูงอายุ รวมถึงญาติ และผู้ดูแล”</em></p>
<figure id="attachment_2108" aria-describedby="caption-attachment-2108" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-2108" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-Mahidol-SCG-5JPG.jpg" alt="" width="500" height="333" /><figcaption id="caption-attachment-2108" class="wp-caption-text">การออกแบบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในห้องน้ำ</figcaption></figure>
<p><strong>นิธิกล่าวต่อเนื่องถึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้เพิ่มเติมตั้งปีที่แล้วคือ IoT เช่นลูกๆ สามารถรู้ได้ผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟนว่า พ่อแม่ลุกเข้าห้องน้ำกลางคืนกี่ครั้ง ซึ่งจะเป็นข้อมูลให้ทราบว่านอนเพียงพอหรือไม่ หรือีปัญหาเรื่องปัสสาวะหรือไม่ ฯลฯ โดยทุกครั้งที่ลุกจากเตียง เมื่อเท้าแตะพื้นห้องนอน ระบบไฟพื้นจะสว่างขึ้นทันที เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเดินได้ง่ายขึ้น และขณะนี้กำลังนำ AI เข้ามาใ้ช้ร่วมด้วย ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลด้านการแพทย์จากศิริราช เพื่อตอบโจทย์ ทำอย่างไรในการป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย หรือเมื่อเกิดการหกล้อม มีอันตรายน้อยลง</strong></p>
<p>การเปิดตัว <strong>“ศูนย์ความรู้สูงวัย”</strong> และ <strong>“คู่มือความรู้ผู้สูงวัย”</strong> โดยศิริราชและเอสซีจี ถือเป็นมิติใหม่ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์และที่อยู่อาศัย เกิดจากความร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชน ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง พร้อมรับมือกับโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรู้เท่าทัน เพื่อต่อยอดและบูรณาการองค์ความรู้ให้เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย จะต้องสร้างคุณค่าร่วม (CSV) ให้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ญาติ ผู้ดูแล และประชาชนทั่วไปด้วย</p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong><br />
<strong>*ประชากรไทยในอนาคต</strong><br />
&#8211;<strong>ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์</strong> ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล<br />
&#8211;<strong>ปราโมทย์ ประสาทกุล</strong> ศาสตราจารย์ ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล</p>
<p><strong>ข่าวเกี่ยวเนื่อง</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://sdthailand.com/2017/11/sd-the-nest-good-home/" target="_blank" rel="noopener">SD ต้องเริ่มจากอะไร : The NEST Smart Eco-Care อธิบายนิยาม Good Home</a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/mahidol-u-scg-eldercare-solution-csv/">ผู้สูงวัย 19 ล้านคน มากพอที่จะทำ CSV ตอนนี้หรือไม่?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Schneider Electric ติดโผ &#8220;บริษัทที่น่ายกย่องที่สุดในโลก&#8221; ปี 2561 จากฟอร์จูน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/03/schneider-electric-the-worlds-most-admired-companies/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Mar 2018 04:41:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bloomberg Gender-Equality Index]]></category>
		<category><![CDATA[Forbs]]></category>
		<category><![CDATA[Gender Equality]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2102</guid>

					<description><![CDATA[<p>Schneider Electric ผงาดสู่อันดับที่ 5 ของกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากนิตยสารฟอร์จูน  ซึ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมและความยั่งยืน รวมถึงศักยภาพความเสมอภาคทางเพศของพนักงาน และความแตกต่างในกลุ่มอุตสาหกรรม Schneider Electric ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ได้รับเลือกจากนิตยสารฟอร์จูน Fortune ให้เป็นหนึ่งใน บริษัทที่น่ายกย่องที่สุดในโลก ประจำปี 2561 ( the World’s Most Admired Companies) โดยในปีนี้ Schneider Electric ได้รับการจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากปี 2560 ซึ่งรั้งอยู่ในอันดับที่ 8 ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างความสำเร็จรอบด้านในอุตสาหกรรม ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมโดยมุ่งเน้นอย่างจริงจังในการสร้างความยั่งยืน นิตยสารฟอร์จูน ได้มีการจัดอันดับบริษัทที่น่ายกย่องมากที่สุดในโลกประจำปีโดยอิงฐานการสำรวจจากบริษัทในทำเนียบฟอร์จูน 500 ทั้งที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก ซึ่งเป็นบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดในอุตสาหกรรมนั้นๆ การเฟ้นหาองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นใน 52 กลุ่มอุตสาหกรรมนั้นผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการ และนักวิเคราะห์ ในอุตสาหกรรมเหล่านั้นจะต้องให้ข้อมูลเพื่อจัดอันดับบริษัทที่มีความโดดเด่นใน 9 หัวข้อด้วยกัน ได้แก่ นวัตกรรม การบริหารคน การใช้สินทรัพย์องค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/schneider-electric-the-worlds-most-admired-companies/">Schneider Electric ติดโผ &#8220;บริษัทที่น่ายกย่องที่สุดในโลก&#8221; ปี 2561 จากฟอร์จูน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>Schneider Electric ผงาดสู่อันดับที่ 5 ของกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากนิตยสารฟอร์จูน  ซึ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมและความยั่งยืน รวมถึงศักยภาพความเสมอภาคทางเพศของพนักงาน และความแตกต่างในกลุ่มอุตสาหกรรม</h4>
<p><span id="more-2102"></span></p>
<p>Schneider Electric ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ได้รับเลือกจากนิตยสารฟอร์จูน Fortune ให้เป็นหนึ่งใน บริษัทที่น่ายกย่องที่สุดในโลก ประจำปี 2561 ( the World’s Most Admired Companies) โดยในปีนี้ Schneider Electric ได้รับการจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากปี 2560 ซึ่งรั้งอยู่ในอันดับที่ 8 ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างความสำเร็จรอบด้านในอุตสาหกรรม ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมโดยมุ่งเน้นอย่างจริงจังในการสร้างความยั่งยืน</p>
<p>นิตยสารฟอร์จูน ได้มีการจัดอันดับบริษัทที่น่ายกย่องมากที่สุดในโลกประจำปีโดยอิงฐานการสำรวจจากบริษัทในทำเนียบฟอร์จูน 500 ทั้งที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก ซึ่งเป็นบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดในอุตสาหกรรมนั้นๆ การเฟ้นหาองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นใน 52 กลุ่มอุตสาหกรรมนั้นผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการ และนักวิเคราะห์ ในอุตสาหกรรมเหล่านั้นจะต้องให้ข้อมูลเพื่อจัดอันดับบริษัทที่มีความโดดเด่นใน 9 หัวข้อด้วยกัน ได้แก่ นวัตกรรม การบริหารคน การใช้สินทรัพย์องค์กร ความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพการจัดการ ความมั่นคงทางการเงิน มูลค่าการลงทุนในระยะยาว คุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการ รวมไปถึงความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ซึ่งบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับต้องมีคะแนนอยู่ในระดับแถวหน้าในอุตสาหกรรมของตน</p>
<p><strong>โอลิเวียร์ บลูม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า <strong><em>“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการจัดอันดับอันทรงเกียรตินี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นในเรื่องการสร้างความยั่งยืน ซึ่งเห็นได้จากทุกสิ่งที่เราทำจากพันธกิจของเราในการคิดค้นนวัตกรรม พร้อมส่งมอบพลังงานที่สะอาด น่าเชื่อถือในราคาที่จับต้องได้สำหรับทุกคน เพื่อการสร้างองค์กรที่มีเอกภาพในความหลากหลายโดยจุดมุ่งหมายที่สำคัญนี้ช่วยสร้างศักยภาพให้กับพนักงานของเรา รวมถึงความสามารถที่ช่วยให้เราสร้างความแตกต่างได้&#8221;</em></strong></p>
<p>นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา <strong>Bloomberg Gender-Equality Index</strong> หรือตัวชี้วัดที่โดดเด่นเกี่ยวกับการสร้างความเสมอภาคทางเพศครอบคลุมทุกภาคส่วนทั่วโลก ได้ยกย่อง ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นบริษัทอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนและการมีส่วนร่วม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-2059 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-2.jpg" alt="" width="489" height="325" /></p>
<p>Schneider Electric ทำธุรกิจด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ตั้งแต่ บ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลกกว่า 100 ประเทศ โดยโดดเด่นในด้านการจัดการพลังงาน ทั้งแรงดันไฟฟ้าขนาดกลาง-ต่ำ และระบบสำรองไฟฟ้า รวมถึงระบบออโตเมชั่นต่างๆ ที่นำเสนอโซลูชั่นแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการผสานการทำงานร่วมกันทั้งในส่วนของพลังงาน ระบบออโตเมชั่น และซอฟต์แวร์ มีระบบนิเวศทั่วโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/schneider-electric-the-worlds-most-admired-companies/">Schneider Electric ติดโผ &#8220;บริษัทที่น่ายกย่องที่สุดในโลก&#8221; ปี 2561 จากฟอร์จูน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดาวอาสา 50 ปี ทำดีตามรอยพ่อ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/12/dow-volunteer-spirit-2017/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Dec 2017 03:45:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดาว ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดาวอาสา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1146</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดาว ประเทศไทย 50 ปี ทำดีตามรอยพ่อ โดยพนักงานดาวอาสาทุกคน นำศักยภาพของตนเองมาทำประโยชน์และสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคม นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2510 กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ร่วมได้นำนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงและความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ มาเพื่อคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าและผู้บริโภคอีกทั้งช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ ซึ่งความสำเร็จในระยะเวลาตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีว่า ดาว ประเทศไทย ไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการดำเนินการธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณค่า แต่ยังให้ความสำคัญต่อการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงานและสังคมโดยทั่วกัน ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “พ.ศ. 2560 นับเป็นปีสำคัญสำหรับ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เพราะเป็นปีที่บริษัทฯ ครบรอบ 50 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ดังนั้นในปีนี้ บริษัทฯ จึงมีแนวคิดในการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพนักงานดาวอาสาทุกคน ที่ได้นำศักยภาพของตนเองมาทำประโยชน์และสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคม” ใน พ.ศ. 2560 ภายใต้โครงการ “ดาว ประเทศไทย 50 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/dow-volunteer-spirit-2017/">ดาวอาสา 50 ปี ทำดีตามรอยพ่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดาว ประเทศไทย 50 ปี ทำดีตามรอยพ่อ โดยพนักงานดาวอาสาทุกคน นำศักยภาพของตนเองมาทำประโยชน์และสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคม</strong></p>
<p><span id="more-1146"></span></p>
<p>นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2510 กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ร่วมได้นำนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงและความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ มาเพื่อคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าและผู้บริโภคอีกทั้งช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ ซึ่งความสำเร็จในระยะเวลาตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีว่า ดาว ประเทศไทย ไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการดำเนินการธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณค่า แต่ยังให้ความสำคัญต่อการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงานและสังคมโดยทั่วกัน</p>
<p><strong>ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย</strong> ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “พ.ศ. 2560 นับเป็นปีสำคัญสำหรับ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เพราะเป็นปีที่บริษัทฯ ครบรอบ 50 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ดังนั้นในปีนี้ บริษัทฯ จึงมีแนวคิดในการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพนักงานดาวอาสาทุกคน ที่ได้นำศักยภาพของตนเองมาทำประโยชน์และสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคม”</p>
<p>ใน พ.ศ. 2560 ภายใต้โครงการ “ดาว ประเทศไทย 50 ปี ทำดีตามรอยพ่อ” พนักงานดาวอาสา ได้ร่วมแรงร่วมใจกับองค์กรในการดำเนินโครงการสำคัญ ๆ ได้แก่</p>
<p><strong>โครงการ “ดาว ประเทศไทย รวมพลังสามัคคี ทำดีเพื่อพ่อ”</strong> การปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ซึ่งพนักงานได้มีโอกาสร่วมกันทำความสะอาด ซ่อมแซม ทาสีอาคารและรั้วกั้น ปลูกต้นไม้ และปล่อยพันธุ์ปลากว่า 7,000 ตัว ซึ่งศูนย์ดังกล่าวกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเต็มรูปแบบในอีก 1-2 ปี ข้างหน้า</p>
<p><strong>โครงการ “มอบหัวใจใหม่ให้น้อง”</strong> สมทบทุนโครงการของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ โดยกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อการกุศลและสมทบทุน เป็นจำนวนทั้งสิ้นหนึ่งล้านบาท มอบให้แก่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจให้ได้รับการผ่าตัดรักษาอย่างทันถ่วงที ลดภาวะแทรกซ้อนและอัตราการเสียชีวิต ได้มากกว่า 20 คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1150 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SD-Thailand-DOW-CSR.002.jpg" alt="" width="501" height="376" /></p>
<p><strong>โครงการ “น้ำดื่มสะอาด กาชาด-ดาว เพื่อนักเรียน”</strong> กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมดำเนินการติดตั้งเครื่องกรองน้ำดื่มให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน 50 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีกรองน้ำระดับโลกที่ดาวพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ลดการเจ็บป่วยของเด็ก ๆ ที่เกิดจากการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด และร่วมกับภาคีเครือข่ายในการติดตามดูแลคุณภาพน้ำ ตรวจสอบการทำงาน สภาพเครื่องกรองน้ำ สภาพน้ำ และเปลี่ยนไส้กรองทุก ๆ หกเดือน รวมระยะเวลาอย่างน้อยห้าปี นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นการสร้างความตระหนักและปลูกฝังเยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรน้ำอีกด้วย</p>
<p><strong>โครงการ “สร้างเพื่อพ่อ&#8230;ก่อเพื่อสังคม”</strong> เนื่องในโอกาสพิเศษครบรอบ 50 ปี ใน พ.ศ. 2560 นี้ ดาว ประเทศไทย ได้ดำเนินกิจกรรม “สร้างเพื่อพ่อ&#8230;ก่อเพื่อสังคม” โดยขยายความช่วยเหลือในการสร้างที่อยู่อาศัยหรืออาคารเพื่อสาธารณประโยชน์ให้แก่ครอบครัวหรือชุมชนที่ขาดแคลนเพิ่มเติม โดยได้รับเงินสนับสนุนจาก Dow Foundation ของบริษัท ดาว เคมิคอล เป็นเงินจำนวน 1.8 ล้านบาท (หรือประมาณ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ) ซึ่งโครงการนี้เป็นการต่อยอดโครงการบ้านดาวอาสาซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยพนักงานดาวอาสาร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย สร้างและส่งมอบบ้านที่ปลอดภัย แข็งแรง และถูกสุขลักษณะ ให้กับครอบครัวของผู้มีรายได้น้อยไปแล้วทั้งสิ้น 35 หลัง</p>
<p><strong>โครงการ “เพิ่มผืนป่าชายเลน ถวายเป็นพระราชกุศล”</strong> กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมกับคณะทำงานไตรภาคีของบริษัทฯ และอาสาสมัครจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ณ อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส จังหวัดระยอง เพื่อป้องกันภัยจากคลื่นลมในฤดูมรสุม อนุรักษ์แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในชุมชน โดยได้ปลูกต้นโกงกางเพิ่มเติ่ม 999 ต้น ปล่อยพันธุ์ปลาจำนวน 999 ตัว เก็บขยะบริเวณชายหาด และมอบรองเท้ายางเพื่อใช้ในการปลูกป่าชายเลนให้กับเทศบาลตำบลปากน้ำประแสจำนวน 105 คู่ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2552 จวบจนปัจจุบัน บริษัทฯ พนักงงานดาวอาสา และจิตอาสา ได้ร่วมกันปลูกต้นโกงกางในพื้นที่ปากน้ำประแสไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน 11,999 ต้น</p>
<p><strong><em>“สำหรับ พ.ศ. 2561 ดาว ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่นและเปี่ยมด้วยพลังใจที่จะทำกิจกรรมเพื่อสังคม ผ่านความร่วมมือร่วมใจของพนักงานดาวอาสา และเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสังคม สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลังสืบต่อไป”</em></strong> ฉัตรชัย กล่าวในท้ายที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/dow-volunteer-spirit-2017/">ดาวอาสา 50 ปี ทำดีตามรอยพ่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 วิธีง่ายๆ สำหรับคนธรรมดาๆ ที่ห่วงใยโลก : ฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/11/inclusiveness/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Nov 2017 09:50:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusiveness]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=268</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้แต่คนธรรมดาที่สุดก็สามารถห่วงใยเอาใจใส่โลกใบนี้ได้ การพัฒนาที่ยั่งยืนมักมีหลักการแห่งความสำเร็จที่ว่าด้วย การสร้างการมีส่วนร่วม (Inclusiveness) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ บ่อยครั้งที่มีการพูดเรื่องใหญ่ๆ โดยคนใหญ่ๆ อย่างเช่น หยุดยั้งความยากจน ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและความยุติธรรม แก้ปัญหาโลกร้อน ในความเห็นของผู้นำโลก นายกสมาคม ประธานสหพันธ์&#8230; แต่!!! ทุกความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญระดับโลก เริ่มจากความร่วมมือของคนธรรมดาๆ ที่มีทั้งคนขยัน คนขี้เกียจ คนสามัญทั่วไป ได้เช่นกัน ด้วยความร่วมมือของนานาชาติ ทั้งภาครัฐ หน่วยงานสากล และผู้นำระดับต่างๆ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีการพูดถึงความร่วมมือของ “คนธรรมดา” “คนตัวเล็กๆ” หรือแม้แต่ “คนขี้เกียจ” เท่าใดนัก และนั่นอาจดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ค่อยมีความสำคัญและไม่มีพลัง พอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้มากนัก แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่คนธรรมดา คนตัวเล็กๆ หรือคนขี้เกียจ (แม้ในบางเวลา) อย่างเราท่านจะตกเทรนด์ในการแสดงความห่วงใยที่มีต่อโลกของเราทุกคนไม่ใช่หรือ? ทุกคนมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาและทางแก้ไขได้เสมอ ยังดีที่มีหลายวิธีการที่สุดแสนง่ายดาย ที่เราทุกคนสามารถทำได้ และหากเราร่วมมือพร้อมใจกันลงมือทำ ก็ย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางบวกสำหรับสังคมและสิ่งแวดล้อมบนโลกได้อย่างแน่นอน ลองเริ่มจาก 10 วิธีง่ายๆ ต่อไปนี้ดูไหม 1. ปิดไฟและถอดปลั๊กไฟทุกครั้ง เมื่อไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงคอมพิวเตอร์ของเราด้วย การที่เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ แม้ไม่ได้ใช้งาน กระแสไฟจะยังคงวิ่งไปตามสายไฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/inclusiveness/">10 วิธีง่ายๆ สำหรับคนธรรมดาๆ ที่ห่วงใยโลก : ฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แม้แต่คนธรรมดาที่สุดก็สามารถห่วงใยเอาใจใส่โลกใบนี้ได้ การพัฒนาที่ยั่งยืนมักมีหลักการแห่งความสำเร็จที่ว่าด้วย การสร้างการมีส่วนร่วม (Inclusiveness) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ </strong></p>
<p><span id="more-268"></span></p>
<p>บ่อยครั้งที่มีการพูดเรื่องใหญ่ๆ โดยคนใหญ่ๆ อย่างเช่น หยุดยั้งความยากจน ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและความยุติธรรม แก้ปัญหาโลกร้อน ในความเห็นของผู้นำโลก นายกสมาคม ประธานสหพันธ์&#8230;</p>
<p>แต่!!! ทุกความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญระดับโลก เริ่มจากความร่วมมือของคนธรรมดาๆ ที่มีทั้งคนขยัน คนขี้เกียจ คนสามัญทั่วไป ได้เช่นกัน</p>
<p>ด้วยความร่วมมือของนานาชาติ ทั้งภาครัฐ หน่วยงานสากล และผู้นำระดับต่างๆ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีการพูดถึงความร่วมมือของ<strong> “คนธรรมดา” “คนตัวเล็กๆ”</strong> หรือแม้แต่ <strong>“คนขี้เกียจ”</strong> เท่าใดนัก และนั่นอาจดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ค่อยมีความสำคัญและไม่มีพลัง พอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้มากนัก แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่คนธรรมดา คนตัวเล็กๆ หรือคนขี้เกียจ (แม้ในบางเวลา) อย่างเราท่านจะตกเทรนด์ในการแสดงความห่วงใยที่มีต่อโลกของเราทุกคนไม่ใช่หรือ?</p>
<p>ทุกคนมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาและทางแก้ไขได้เสมอ ยังดีที่มีหลายวิธีการที่สุดแสนง่ายดาย ที่เราทุกคนสามารถทำได้ และหากเราร่วมมือพร้อมใจกันลงมือทำ ก็ย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางบวกสำหรับสังคมและสิ่งแวดล้อมบนโลกได้อย่างแน่นอน ลองเริ่มจาก 10 วิธีง่ายๆ ต่อไปนี้ดูไหม</p>
<p>1. ปิดไฟและถอดปลั๊กไฟทุกครั้ง เมื่อไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงคอมพิวเตอร์ของเราด้วย การที่เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ แม้ไม่ได้ใช้งาน กระแสไฟจะยังคงวิ่งไปตามสายไฟ และเกิดการสูญเสียที่เปล่าประโยชน์</p>
<p>2. ไม่ใช้หรือลดการใช้กระดาษในกิจกรรมต่างๆ เช่น กรณีใบเสร็จหรือใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้บอกรับเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่ใช้กระดาษ ก็ไม่ต้องตัดต้นไม้ โลกก็จะมีทรัพยากรต้นไม้เพื่อช่วยฟอกอากาศและสร้างความชุ่มชื้น</p>
<p>3. แทนที่จะแค่คลิก Like หรืออ่านผ่านๆ ลองหันมากด Share หรือบอกต่อ เมื่อพบข้อความที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่ดีในการสร้างความยั่งยืนในประเด็นต่างๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อพบข้อความบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับความสำคัญของการศึกษาหรือการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในเด็กและเยาวชน (ซึ่งน่าสนใจมาก) ก็ควรแชร์หรือส่งต่อให้คนที่เป็น friends หรือคนที่อยู่ในเครือข่ายของเรา</p>
<p>4. ลดเวลาในการอาบน้ำให้สั้นลง หลีกเลี่ยงการใช้อ่างอาบน้ำ ซึ่งทำให้เราต้องเสียน้ำเท่ากับการเปิดน้ำจากฝักบัวต่อเนื่องนานถึง 5-10 นาที (คิดดูว่าจะสูญเสียน้ำไปมากแค่ไหน) ใช้น้ำเฉพาะที่จำเป็น พยายาม ลด ละ เลิก การใช้น้ำ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดเมื่อใช้</p>
<p>5. ลดการกินเนื้อสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ เนื้อสัตว์ที่เกิดจากปศุสัตว์เป็นการใช้ทรัพยากรที่มากกว่าการเกิดหรือดำรงชีวิตของสัตว์ตามธรรมชาติ ตลอดระยะเวลาในการเพาะเลี้ยง จะมีเรื่องของการให้อาหาร ควบคุมสภาพแวดล้อม และการเลี้ยงดูตลอดวงจรชีวิต ดังนั้นการบริโภคที่มากเกินความจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ไม่เพียงทำให้เกิดการสูญเสียโดยใช่เหตุ แต่ยังเป็นที่มาของสุขภาพที่ย่ำแย่ และนั่นคือการไม่คำนึงถึงการมีสุขภาพที่สมบูรณ์และการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ตามเป้าหมายที่ 3 ในการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p>6. แช่แข็งอาหารที่ทำสุกใหม่ๆ หรืออาหารที่เหลือจากมื้อก่อน เพื่อทานในมื้อต่อไป ก่อนที่วัตถุดิบอาหารเหล่านั้นจะเสีย นอกจากลดปริมาณอาหารที่ต้องใช้แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย แนะนำว่าให้คำนึงถึงหลักสุขอนามัยอีกเล็กน้อย และเลือกเก็บอาหารที่ปรุงสำเร็จในกล่องหรือภาชนะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (มากกว่าการเก็บในถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เพราะนั่นเท่ากับเป็นการเพิ่มขยะใหม่เข้ามาในระบบ)</p>
<p>7. คัดแยกขยะและนำสิ่งของต่างๆ กลับมาใช้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ กระป๋อง แก้ว พลาสติก เหล่านี้ล้วนเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ หรือนำกลับมาสู่กระบวนการผลิตแล้วเกิดเป็นสิ่งใหม่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น มองให้เห็นว่า กระดาษหนึ่งแผ่นมีอย่างน้อย 3 หน้า เขียนบนด้านหนึ่งแล้ว พลิกใช้อีกด้านด้วย เมื่อครบสองด้านแล้ว ให้นำส่งให้กับสมาคม โรงเรียน หรือชมรมช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา เพื่อใช้กระดาษแผ่นเดียวกันนั้น ในการผลิตหนังสืออักษรเบรลล์ (อักษรนูนสำหรับคนพิการทางสายตา เช่น ตาบอด)</p>
<p>8. เลือกซื้อของจากร้านขายของใกล้บ้าน อาจเป็นร้านเล็กๆ ที่เปิดโดยชาวบ้านด้วยกันเอง หรือคนในชุมชน การหมุนเวียนรายได้และสร้างเศรษฐกิจระดับชุมชน เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยให้เกิดความสงบสุขและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน นอกจากนี้ หากมองในแง่มุมของสิ่งแวดล้อมแล้ว การไม่ต้องเดินทางขับรถไปไกลๆ ก็ทำให้ประหยัดน้ำมันและลดมลพิษลงไม่น้อยทีเดียว</p>
<p>9. เวลาไปทานอาหารที่ร้านอาหารทะเล ลองถามพนักงานเวลาสั่งอาหารว่า “ร้านนี้ใช้อาหารทะเลที่รักษ์โลกรึเปล่า ใช้แรงงานประมงถูกกฎหมายรึเปล่า?” (ว้าวววว) ดูเหมือนการสอบถามดังกล่าวจะส่งสัญญาณให้ร้านโปรดของเรารู้ว่า คนธรรมดาอย่างเรายินดีสนับสนุนร้านอาหารหรือธุรกิจที่เป็นมิตรกับสัตว์น้ำ และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน รสชาติอาหารอาจดีขึ้นหากเรามีเป้าหมายดีๆ เพื่อโลกร่วมกัน ขณะนี้มีหลายๆ ร้านชั้นนำ ที่ติดป้ายแสดงให้เห็นด้วยซ้ำ เช่นว่า “ร้านนี้สนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่นจากชุมชนที่ห่างไกล”</p>
<p>10. ออกไปเลือกตั้งผู้นำชุมชนหรือผู้แทนในการกำหนดนโยบายชาติและแผนพัฒนาประเทศ และเลือกคนที่ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ ไว้วางใจได้ มีวิสัยทัศน์ และแน่นอน คำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน และแน่นอนลงมือปฏิบัติให้เห็นจริง</p>
<p>เหล่านี้เป็นเพียงวิธีการง่ายๆ ที่เราทุกคน แม้แต่คนขี้เกียจ คนธรรมดา คนตัวเล็กๆ สามารถทำได้ เพื่อที่วันหนึ่งเราจะไม่ต้องเสียใจที่ไม่ได้เป็นผู้กำหนดทิศทางของโลกใบนี้ เพียงเพราะเราห่วงใยเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม “น้อยเกินไป”</p>
<p>Ref.<a href="https://sustainabledevelopment.un.org/" target="_blank" rel="noopener"> https://sustainabledevelopment.un.org/</a></p>
<p>ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/inclusiveness/">10 วิธีง่ายๆ สำหรับคนธรรมดาๆ ที่ห่วงใยโลก : ฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คนตาบอด , สายตาเลือนราง , ผู้สูงอายุ เข้าถึง Mobile Banking เท่าๆ กับคนปกติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/11/k-plus-beacon-visually-impaired/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Nov 2017 01:55:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Financial Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[K PLUS Beacon]]></category>
		<category><![CDATA[K-Mobile Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile Banking]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Social Contribution]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Visually Impaired]]></category>
		<category><![CDATA[คนตาบอด]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชูจิต ตรีรัตนพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บกพร่องทางการเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้มีสายตาเลือนราง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[อภิรัตน์ หวานชะเอม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=584</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย น่าจะอธิบายเรื่องข้างต้นได้ดีผ่าน K PLUS Beacon แอปพลิเคชั่น บน Mobile Bank ที่ตอบโจทย์ ผู้บกพร่องทางการเห็น (Visually Impaired) ให้ทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือได้เป็นครั้งแรก เกิด Social Impact พร้อมๆ กัน เมื่อคนสายตา 3 ประเภท คือคนตาบอด , ผู้มีสายตาเลือนราง , ผู้สูงอายุ จะใช้บริการทางการเงินแบบพื้นฐานมากๆ เช่น ถอนเงิน โอน จ่าย เช็คยอด คิดว่าเขาจะทำอย่างไร ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ ผู้เชี่ยวชาญระบบออนไลน์สำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น ปัจจุบันเป็นนักวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีสายตาเลือนราง เคยเล่าถึงเวลาทำธุรกรรมทางการเงินง่ายๆ ผ่านตู้เอทีเอ็ม เมื่อครั้งได้ทุนเรียนต่างประเทศ จะใช้หูฟังเสียบเข้าที่ตู้เอทีเอ็มก็จะสามารถทำรายการทางการเงินได้ แต่ที่ประเทศไทยไม่มี จึงทำได้โดยการฝากให้คนตาดีทำธุรกรรมทางการเงินให้ในแต่ละช่องทาง จริงๆ แล้ว คนตาบอด , ผู้มีสายตาเลือนราง , ผู้สูงอายุ ก็น่าที่จะใช้บริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่องทางบนสมาร์ทโฟน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/k-plus-beacon-visually-impaired/">คนตาบอด , สายตาเลือนราง , ผู้สูงอายุ เข้าถึง Mobile Banking เท่าๆ กับคนปกติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารกสิกรไทย น่าจะอธิบายเรื่องข้างต้นได้ดีผ่าน K PLUS Beacon แอปพลิเคชั่น บน Mobile Bank ที่ตอบโจทย์ ผู้บกพร่องทางการเห็น (Visually Impaired) ให้ทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือได้เป็นครั้งแรก เกิด Social Impact พร้อมๆ กัน</strong></p>
<p><span id="more-584"></span></p>
<p><strong><em>เมื่อคนสายตา 3 ประเภท คือคนตาบอด , ผู้มีสายตาเลือนราง , ผู้สูงอายุ จะใช้บริการทางการเงินแบบพื้นฐานมากๆ เช่น ถอนเงิน โอน จ่าย เช็คยอด คิดว่าเขาจะทำอย่างไร</em></strong></p>
<p><strong>ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ</strong> ผู้เชี่ยวชาญระบบออนไลน์สำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น ปัจจุบันเป็นนักวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีสายตาเลือนราง เคยเล่าถึงเวลาทำธุรกรรมทางการเงินง่ายๆ ผ่านตู้เอทีเอ็ม เมื่อครั้งได้ทุนเรียนต่างประเทศ จะใช้หูฟังเสียบเข้าที่ตู้เอทีเอ็มก็จะสามารถทำรายการทางการเงินได้ แต่ที่ประเทศไทยไม่มี จึงทำได้โดยการฝากให้คนตาดีทำธุรกรรมทางการเงินให้ในแต่ละช่องทาง</p>
<p>จริงๆ แล้ว คนตาบอด , ผู้มีสายตาเลือนราง , ผู้สูงอายุ ก็น่าที่จะใช้บริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่องทางบนสมาร์ทโฟน เป็นการใช้ได้เท่าๆ กับคนสายตาปกติ แต่เรื่องจริงก่อนปี 2559 ก็ยังไม่เกิด นับเป็นโจทย์ใหญ่ของธนาคาร และสตาร์ทอัพจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ จนกระทั่ง <strong>“บีคอน อินเตอร์เฟส”</strong> สตาร์ทอัพของ ธนาคารกสิกรไทยชนะเลิศการแข่งขันฟินเทคระดับโลกที่สิงคโปร์ พัฒนาแอปพลิเคชั่นให้ผู้บกพร่องทางการเห็นทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟนได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-587 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SD-Thailand-K-PLUS-Beacon-.ok2_.jpg" alt="" width="500" height="366" /></p>
<p><strong>อภิรัตน์ หวานชะเอม</strong> Principle Visionary Architect จาก Kasikorn Labs และ <strong>ผศ.ดร.ชูจิต ตรีรัตนพันธ์</strong> รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ร่วมกันอธิบายเพิ่มเติม หลังจากได้รับรางวัลเมื่อปีที่แล้ว จนกระทั่งมาถึงเดือนนนี้ที่รับอาสาสมัครร่วมทดลองใช้งาน 300 คน</p>
<p><strong>พื้นที่ของธนาคารกสิกรไทยวันนั้น จัดให้เป็น Kasikorn Labs เชิญผู้พิการทางสายตาแบบตาบอด จากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยมาทดสอบ ระหว่างการทดสอบการใช้ K PLUS Beacon ใช้การฟังเสียง ทำตามคำสั่งที่ต้องการเลื่อนซ้ายขวา บนล่าง เสียงดังฟังชัด โอนเงิน ถามยอด จ่ายเงิน ตัวใหญ่ ผู้ใช้เลือกระดับความเร็วของเสียงได้ หรือเลือกปิดเสียงแบบใดแบบหนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการ การใช้เวลาทำ รอบแรก 3 นาที รอบต่อไป 1 นาที และสุดท้ายไม่เกิน 1 นาที ว่ากันว่าคนตาบอด เมื่อได้เริ่มเรียนรู้แล้ว ความสามารถพิเศษคือเขาจะสร้าง Mind Map ไว้ได้เลย การใช้แอปฯ K PLUS Beacon ก็เช่นกัน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-588 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SD-Thailand-K-PLUS-Beacon-ok3.jpg" alt="" width="500" height="330" /></p>
<p><strong><em>“การที่ธนาคารทำแอปฯ นี้ขึ้นมาเพื่อ Social Impact เป็น Social Contribution มากกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ และต้องการให้คนใช้เร็วที่สุด จริงๆ อยากให้ธนาคารอื่นในไทยเอาไปใช้ด้วย เพราะเราไม่ต้องการให้อยู่ในกสิกรไทยอย่างเดียว เป้าหมายเรื่องนี้คือ การสนับสนุนให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงบริการทางการเงิน ซึ่งการจะให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ ก็ต่อเมื่อทุกธนาคารพยายามทำเรื่องนี้”</em></strong></p>
<p>อภิรัตน์ กล่าวถึงช่วงเวที่ผ่านมาว่า ดีใจมากที่มาถึงวันนี้ เพราะนับตั้งแต่วันที่ชนะ คิดว่าคือจุดเริ่มต้น ที่คนหันมาฟัง แต่ก็ต้องการให้ใช้จริง วันนี้เข้าใกล้ความฝันขึ้นมาอีกขั้นแล้ว</p>
<p>อีกทั้งความฝันต่อไปคือ ต้องการนำจุดเด่นของ บีคอน อินเตอร์เฟส ไปใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ ที่ผู้บกพร่องทางการเห็นจำเป็นต้องใช้ เช่น ไมโครเวฟ ลิฟต์ เป็นต้น R&amp;Dไว้แล้ว สามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพราะทีมนี้ใช้เวลาปีกว่าๆ ทำเรื่องนี้เรื่องเดียว จึงมีอินไซด์เยอะมาก ไม่ใช่เรื่องการเงินอย่างเดียว บนสมาร์ทโฟนมีแอปฯ ทุกชนิด และยังประยุกต์ได้กับจอสัมผัสทุกชนิดที่ไม่ใช่เฉพาะจอสมาร์ทโฟนเท่านั้น แม้กระทั่งรถยนต์ในอนาคต ทีมีเนวิเกเตอร์ ใช้หลักการนี้ได้โดยไม่ต้องมองที่หน้าจอ</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปต้องตอบโจทย์ผู้มาทดสอบใน Lap ก่อน เพราะสิ่งที่ต้องการให้มีใน K PLUS Beacon เรื่องการลงทุนในกองทุน ซึ่งจะต้องทำงานกับบลจ.กสิกรไทย เพื่อเป็นอีกบริการหนึ่งของ K PLUS Beacon และเร็วๆ นี้ จะนำ K PLUS Beacon รวมไว้ใน K-Mobile Banking</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-589 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SD-Thailand-K-PLUS-Beacon-ok4.jpg" alt="" width="400" height="512" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/k-plus-beacon-visually-impaired/">คนตาบอด , สายตาเลือนราง , ผู้สูงอายุ เข้าถึง Mobile Banking เท่าๆ กับคนปกติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุดอึ้ง! ถอดทิ้งหมวกเชฟมิชลิน ผันมาเป็นเกษตรกรตามแนวทางพระราชดำริ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/11/i-am-a-chef-sustainable-farmer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Nov 2017 02:00:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[James Noble]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Farm]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableLife]]></category>
		<category><![CDATA[The Boutique Farmers Pak Nam Pran]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=280</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; James Noble อดีตเชฟมิชลิน 2 ดาว ที่แขวนหมวกเชฟหันมาทำฟาร์มตามแนวพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เรียกว่า Sustainable Farmer ทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวภรรยาคนไทยกับลูกอีก 2 คนที่ The Boutique Farmers อ.ปราณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างพอเพียงและมีความสุข James Noble ฝรั่งอารมณ์ดี วัย 47 ปี เริ่มบทสนทนาแนะนำตัวเองว่า “ I am a Chef ” และเขาเป็นถึงเชฟมิชลิน 2 ดาวที่ The Pink Geranium Restaurant เมือง Cambridgeshire ประเทศอังกฤษ ความโด่งดังของ James ถึงขนาดได้เป็นเชฟประจำตัวให้มิค แจ๊กเกอร์ นักร้องนำของ เดอะ โรลลิ่ง สโตน วงร็อกระดับตำนานของอังกฤษอยู่หลายปี แต่เมื่อชีวิตเชฟอิ่มตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/i-am-a-chef-sustainable-farmer/">สุดอึ้ง! ถอดทิ้งหมวกเชฟมิชลิน ผันมาเป็นเกษตรกรตามแนวทางพระราชดำริ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>James Noble อดีตเชฟมิชลิน 2 ดาว ที่แขวนหมวกเชฟหันมาทำฟาร์มตามแนวพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เรียกว่า Sustainable Farmer ทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวภรรยาคนไทยกับลูกอีก 2 คนที่ The Boutique Farmers อ.ปราณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างพอเพียงและมีความสุข</strong></p>
<p><span id="more-280"></span></p>
<p><strong>James Noble</strong> ฝรั่งอารมณ์ดี วัย 47 ปี เริ่มบทสนทนาแนะนำตัวเองว่า “ I am a Chef ” และเขาเป็นถึงเชฟมิชลิน 2 ดาวที่ The Pink Geranium Restaurant เมือง Cambridgeshire ประเทศอังกฤษ ความโด่งดังของ James ถึงขนาดได้เป็นเชฟประจำตัวให้มิค แจ๊กเกอร์ นักร้องนำของ เดอะ โรลลิ่ง สโตน วงร็อกระดับตำนานของอังกฤษอยู่หลายปี</p>
<p>แต่เมื่อชีวิตเชฟอิ่มตัว James เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาความฝันของเขา จากอาชีพเชฟเขาผันตัวมาเป็นผู้บริหารโรงแรมหลายแห่งในเมืองไทย แต่งานโรงแรมต้องรับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง ทุกอย่างเร่งรีบไปหมด จึงเกิดความเครียด เขาตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตหันหลังให้กับงานแล้วมาใช้ชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในที่สุดJames ก็ได้พบความฝันที่เขาตามหาแล้ว</p>
<p>เขาสร้างบ้านชั้นเดียวหลังพอดีกับสมาชิกครอบครัว 4 คน และใช้ผืนดินหลังบ้านเพียง 2 ไร่ เพื่อทำไร่ผสมผสาน ปลูกสารพัดพืชผักสวนครัวทำให้สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปีเพื่อเป็นรายได้มาเลี้ยงครอบครัว และจ้างแรงงานท้องถิ่นเพื่อช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน</p>
<p><strong><em>“ การดำเนินชีวิตพอเพียงตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเป้าหมาย 2 ประการคือ ได้ช่วยสร้างงานให้ชุมชน และได้อาหารที่ปลอดภัยจากฟาร์มที่เราปลูกเองช่วยประหยัดเงินด้วย”</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-284 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SDThailland-Dialogue-Chef-OK1.jpg" alt="" width="532" height="399" /></p>
<p>สวนหลังบ้านของ James เป็น Sustainable Farm คือพืชผักทั้งหมดเป็นออร์แกนิคที่ปลอดสารพิษ 100 % ไม่ใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโต เพียงใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือนที่เขาผลิตขึ้น</p>
<p>เองเท่านั้น ดังนั้นระหว่างเดินชมสวนนั้นเจ้าของสวนสามารถเด็ดพืชผักทุกต้นมาทานเพื่อยืนยันความปลอดภัย</p>
<p><em>“ พืชทุกชนิดผมปลูกด้วยเมล็ดที่เพาะมาจากต้น ดังนั้นที่นี่เป็นพืชปลอด GMO เราไม่ใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งการเติบโต ดังนั้นลูกค้าคนไหนมาเร่งว่าฉันต้องการผักในวันพรุ่งนี้ เราทำไม่ได้ เขาจะต้องรอ 3 เดือนจนกว่าจะเก็บผลผลิตได้ตามธรรมชาติ”</em></p>
<p>ฟาร์มของ James พยายามเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เขามีแผงโซล่าเซลล์เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาปั่นปั๊มน้ำขนาดเล็กเพื่อใช้ทำระบบน้ำหยดในโรงเรือนเพาะชำ ส่วนแปลงผักที่ไม่ชอบแดดแรงเขาจะไม่ใช้พลาสติกคลุมดิน แต่ใช้ฟาง ทำซุ้มหลังคาจากใบจากหรือปลูกกล้วยเป็นแนวเพื่ออาศัยร่มเงาของกล้วยกันแดดแทน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-282 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SDThailland-Dialogue-Chef-ok-1.jpg" alt="" width="410" height="547" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะความที่ James เป็นเชฟมาก่อน เขาจึงรู้ว่าร้านอาหารต้องการพืชผักชนิดใดก็จะปลูกผักเหล่านั้นที่ The Boutique Farmers ทุก ๆ เช้า James จะเดินอยู่ในฟาร์ม เด็ดดอกไม้ เมล็ดพืชทุกอย่างมาดมและชิม อาศัยสัญชาติญาณเชฟทำให้เขารู้ว่าพืชผักทุกอย่างที่อยู่ในฟาร์มนี้สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หมด และจะขายได้ราคาดีตอนช่วงไหน จึงไม่แปลกที่ “ดอกขจร” ที่เหลืองสวยของฟาร์มแห่งนี้จะขายได้สูงถึง 150 บาท สำหรับเชฟนำไปตกแต่งอาหารมื้อพิเศษ หรือเม็ดผักชีลาวที่ให้กลิ่นหอมสามารถนำไปปรุงแต่งอาหารขายได้กล่องละ250 บาท โดยทุกวันศุกร์และเสาร์ James กับภรรยาไทยที่ชื่อเมย์จะขับรถเข้ากรุงเทพฯเพื่อส่งผลผลิตจากฟาร์มของเขา</p>
<p>ทุกวัน James จะตื่นเช้าเข้าฟาร์มไปดูแลต้นไม้ของเขา พอสายหน่อยแดดแรงเขาก็จะเข้าบ้าน นำลูกหม่อนที่เก็บมาได้มาหมักน้ำส้มสายชู Vinegar นำดอกไม้ ผลไม้มาทำชา ทำโยร์เกิร์ต และการนำวัสดุใช้แล้วอย่างไม้พาเลททมาต่อเป็นโต๊ะอาหาร ตู้โชว์ ภายในบ้าน ซึ่งเขาจะภาคภูมิใจมากที่ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-283 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SDThailland-Dialogue-Chef-OK-3.jpg" alt="" width="410" height="547" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรียกได้ว่าJames เป็นตัวอย่างของคนที่ใช้ชีวิตแบบ Sustainable Life ที่แสดงออกและกระทำเพื่อห่วงใยโลกและสิ่งแวดล้อมที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วันนี้เขาจึงอยากส่งผ่านความสุขแบบนี้ไปสู่คนอื่น ๆ ด้วยการทำ The Boutique Farmers ให้เป็นโฮมสเตย์ ที่มีห้องนอนเพียง 3 ห้องเท่านั้น และเปิดรับลูกค้าเพียงวันศุกร์ และเสาร์ ในราคาคนละ 1, 000 บาท ราคานี้รวมที่พัก 1 คืน พร้อมอาหารเช้าที่ปรุงโดยเชฟมิชลินอย่างเจมส์ ซึ่งนำวัตถุดิบพืชผักมาจากสวนหลังบ้านที่เก็บสดใหม่ให้ความหวานกรอบอร่อย และกิจกรรมที่เจ้าของภูมิใจมากคือการนำแขกไปเดินชมสวนออร์แกนิคของเขา</p>
<p><em>“ The Boutique Farmers ไม่ได้มีห้องพักหรู หรือเสิร์ฟอาหารแพง แต่ผมต้องการให้ลูกค้าได้มาเรียนรู้เรื่องฟาร์ม คุณจะได้ปลูกพืชผักได้เอง ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อ และถ้าคุณมาเรียนรู้วิถีชีวิตแบบนี้ ผมก็หวังว่าคุณจะไปบอกเล่าเรื่องดี ๆ อย่างนี้ให้กับคนอื่น ๆ ด้วย”</em></p>
<p>นั่นคือความสุขทั้งหมดที่ James Noble อดีตเชฟมิชลินค้นพบความฝันของเขาแล้ว อย่างที่เขาบอกกับเราสั้น ๆ ว่า <strong>“ I took my life and I move my life ”</strong></p>
<p>** The Boutique Farmers Pak Nam Pran ตั้งอยู่ที่ 297 หมู่ 4 ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โทร. 081-226-7800 รับเฉพาะลูกค้าที่โทรจองห้องพักล่วงหน้าเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/i-am-a-chef-sustainable-farmer/">สุดอึ้ง! ถอดทิ้งหมวกเชฟมิชลิน ผันมาเป็นเกษตรกรตามแนวทางพระราชดำริ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เวที Banpu Champions for Change สร้าง Social Enterprise เติบโตได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/11/se-banpu-champions-for-change-7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Nov 2017 05:40:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Art for Cancer]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change 7]]></category>
		<category><![CDATA[Change Fusion]]></category>
		<category><![CDATA[FarmTO]]></category>
		<category><![CDATA[Heartist]]></category>
		<category><![CDATA[Impact Day]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ผัก Done]]></category>
		<category><![CDATA[ภูคราม]]></category>
		<category><![CDATA[สุนิตย์ เชรษฐา]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมลักษณ์ โอฬาร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 7]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=511</guid>

					<description><![CDATA[<p>SE เวทีนี้ รอดถึงปัจจุบัน 63% ผลดำเนินงานดี 50% เวทีนี้ทำให้เกิด SE อย่าง Local Alike ที่กลายมาเป็น StarUp แล้วคว้า 3 แสนยูโร จาก Booking.com booster ของ Booking.com  เวทีนี้มี 4 เรื่องพื้นฐานคือ การบริหารธุรกิจ การจัดการกระบวนการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม มี Passion และมีความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งในปีที่ 7 ยังคงถูกใช้เช่นเดิม ซึ่ง 11 ทีมที่มีไอเดียสร้างสรรค์เข้ารอบมาในเฟสแรกให้ทดลองดำเนินกิจการ และ 5 ทีมโดดเด่นในเฟสที่สองที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นผลตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา อุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน Change Fusion องค์กรไม่แสวงผลกำไรภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ขยายความถึง “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/se-banpu-champions-for-change-7/">เวที Banpu Champions for Change สร้าง Social Enterprise เติบโตได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SE เวทีนี้ รอดถึงปัจจุบัน 63% ผลดำเนินงานดี 50% เวทีนี้ทำให้เกิด SE อย่าง Local Alike ที่กลายมาเป็น StarUp แล้วคว้า 3 แสนยูโร จาก Booking.com booster ของ Booking.com </strong></p>
<p><span id="more-511"></span><br />
เวทีนี้มี<strong> 4 เรื่องพื้นฐานคือ การบริหารธุรกิจ การจัดการกระบวนการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม มี Passion และมีความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ </strong>ซึ่งในปีที่ 7 ยังคงถูกใช้เช่นเดิม ซึ่ง 11 ทีมที่มีไอเดียสร้างสรรค์เข้ารอบมาในเฟสแรกให้ทดลองดำเนินกิจการ และ 5 ทีมโดดเด่นในเฟสที่สองที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นผลตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา</p>
<p><strong>อุดมลักษณ์ โอฬาร</strong> ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ<strong>สุนิตย์ เชรษฐา</strong> ผู้อำนวยการสถาบัน Change Fusion องค์กรไม่แสวงผลกำไรภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ขยายความถึง <strong>“โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 7”</strong> หรือ <strong>Banpu Champions for Change 7</strong> ว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนกิจการเพื่อสังคมรวม 61 กิจการ และเมื่อเร็วๆ นี้ได้ทำการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact Assessment) ของโครงการฯ ซึ่งมีกิจการจำนวน 51 กิจการเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว พบว่าในจำนวนนี้ 63% อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน และ 50% มีผลการดำเนินงานที่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-524" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SD-Thaialnd-BC4C-1.jpeg" alt="" width="510" height="340" /></p>
<p><strong><em>“ภาพรวมของโครงการฯ ในปีนี้ มีกิจการเพื่อสังคมที่โดดเด่นและตอบโจทย์ปัญหาสังคมในหลายด้าน อาทิ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การเงิน และผู้พิการทางสมอง เป็นต้น นอกจากความตั้งใจของทีมต่างๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมแล้ว พวกเขายังมาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ในการเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหาให้เป็นแผนทางธุรกิจ”</em></strong></p>
<p>หลังจากเปิดรับสมัครผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคมรุ่นใหม่ให้ส่งแผนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โครงการฯ ก็ได้จัดเวิร์คช็อปเบื้องต้นครอบคลุมทั้งเรื่อง</p>
<ul>
<li><strong>การบริหารธุรกิจ</strong></li>
<li><strong>การจัดการกระบวนการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม</strong></li>
<li><strong>การทดสอบความมุ่งมั่นตั้งใจ (Passion)</strong></li>
<li><strong>การมีความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ</strong></li>
</ul>
<p><strong><em>11 กิจการให้ได้รับทุนสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 800,000 บาทนำไปดำเนินกิจการจริงในระยะแรก พร้อมจัดเวิร์คช็อปในหัวข้อต่างๆ และ 5 กิจการที่มีความโดดเด่นที่ได้รับทุนสนับสนุนต่อเนื่องรวมกว่า 1.25 ล้านบาท ประกอบไปด้วย</em></strong></p>
<p><strong>ผัก Done</strong> – ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากการจัดการขยะอินทรีย์ มุ่งแก้ปัญหาทางด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>FarmTO</strong> – ช่องทางการจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรออนไลน์โดยมีการจับจองแปลงผลผลิตล่วงหน้า มุ่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ สร้างช่องทางการขายและส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น</p>
<p><strong>ภูคราม</strong> – ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายย้อมครามโดยชุมชนในจังหวัดสกลนคร มุ่งสร้างอาชีพและปรับเปลี่ยนทัศนคติให้แก่คนในชุมชน</p>
<p><strong>Art for Cancer</strong> – ช่องทางในการสร้างอาชีพเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง มุ่งสร้างกำลังใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่ถูกต้อง และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง</p>
<p><strong>Heartist</strong> – แบรนด์กระเป๋าที่ผลิตจากเนื้อผ้าถักทอโดยผู้พิการทางสมอง มุ่งบำบัดพัฒนาการทางด้านอารมณ์ให้แก่ผู้พิการทางสมอง และสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ครอบครัวของผู้พิการทางสมอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-526" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SD-Thailand-BC4C-3.jpg" alt="" width="510" height="383" /></p>
<p>นอกเหนือจากการเป็นผู้ช่วยส่งเสริมคนรุ่นใหม่แล้ว โครงการ Banpu Champions for Change ยังสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เริ่มโครงการฯ เมื่อปี 2554 กิจการเพื่อสังคมที่เข้าร่วมโครงการได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกหลากหลายด้านแก่ชุมชน 50 แห่ง องค์กรภาคสังคม 15 องค์กร ครอบคลุม ผู้คนกว่า 120,000 คนให้มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p>
<p>ทางด้านสิ่งแวดล้อมเองก็เช่นกัน โดยกิจการเพื่อสังคมที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถช่วยลดของเสียไปได้กว่า 3,000 กิโลกรัม อีกทั้งยังสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้แก่ชุมชนหลายสิบแห่ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการฯ ที่ได้มองเห็นกิจการศิษย์เก่าได้มีโอกาสและนำความตั้งใจของพวกเขาไปสร้างประโยชน์ และสร้างชื่อเสียงให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป</p>
<p>พร้อมกันนี้ ในปีนี้ได้จัดงาน <strong>“Impact Day: เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มได้จากตัวเรา”</strong> เพื่อต่อยอดในการขยายเครือข่ายโครงการฯ และกิจการเพื่อสังคมนอกโครงการฯ ให้มาร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมให้ไปสู่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้น ด้วยการเชิญกิจการต่างๆ มาออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการที่จะไปสร้างประโยชน์แก่สังคมต่อไป และเชิญนิสิตนักศึกษาที่สนใจทำกิจการเพื่อสังคมมาร่วมพูดคุยกับรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการมาแล้ว ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจการเลือกเส้นทางอาชีพต่อไป ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาระบบนิเวศกิจการเพื่อสังคมไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น สอดคล้องกับความเชื่อของบ้านปูฯ ที่ว่า พลังความรู้ คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/se-banpu-champions-for-change-7/">เวที Banpu Champions for Change สร้าง Social Enterprise เติบโตได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เที่ยวกันเถอะ ! “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 4”   เทศกาลสร้างชุมชนยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/11/doitung/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Nov 2017 01:55:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง พลัส]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านสมเด็จย่า]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สวนแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[หอแห่งแรงบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลสีสันแห่งดอยตุงครั้งที่4]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=486</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลมหนาวเริ่มมาเยือนบนดอยตุงอีกครั้ง เป็นสัญญาณแห่งสีสัน รอยยิ้มและความสนุกสนานที่จะเกิดขึ้นในเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่4” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ธ.ค. 2560 – 28 ม.ค.2561 ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” จัดเป็นประจำทุกปี โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เพื่อเป็นเวทีในการเสริมศักยภาพ สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวบ้าน และที่สำคัญ คือ การสืบสานพระราชปณิธาน “ช่วยให้ เขาช่วยตัวเอง” ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า ในการส่งเสริมให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน การก้าวสู่ปีที่ 4 ของงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ การ “สานต่อ &#8211; ต่อยอด” พระราชปณิธานของสมเด็จย่า พร้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยไฮไลต์ภายในงาน อาทิ งานศิลปะสร้างสรรค์ ผสมผสานภูมิปัญญาและเทคนิคระหว่างช่างฝีมือท้องถิ่นกับสถาปนิกคนเมือง , กาดชนเผ่า ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมือง ทั้งอาหารของทั้ง 6 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/doitung/">เที่ยวกันเถอะ ! “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 4”   เทศกาลสร้างชุมชนยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ลมหนาวเริ่มมาเยือนบนดอยตุงอีกครั้ง เป็นสัญญาณแห่งสีสัน รอยยิ้มและความสนุกสนานที่จะเกิดขึ้นในเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่4” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ธ.ค. 2560 – 28 ม.ค.2561 ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย</strong><span id="more-486"></span><br />
<strong>เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง”</strong> จัดเป็นประจำทุกปี โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เพื่อเป็นเวทีในการเสริมศักยภาพ สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวบ้าน และที่สำคัญ คือ การสืบสานพระราชปณิธาน<strong> “ช่วยให้ เขาช่วยตัวเอง”</strong> ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า ในการส่งเสริมให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-487" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung1.jpg" alt="" width="430" height="608" /><br />
การก้าวสู่ปีที่ 4 ของงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ การ<strong> “สานต่อ &#8211; ต่อยอด”</strong> พระราชปณิธานของสมเด็จย่า พร้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร<br />
โดยไฮไลต์ภายในงาน อาทิ งานศิลปะสร้างสรรค์ ผสมผสานภูมิปัญญาและเทคนิคระหว่างช่างฝีมือท้องถิ่นกับสถาปนิกคนเมือง , กาดชนเผ่า ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมือง ทั้งอาหารของทั้ง 6 ชนเผ่าที่หาทานได้ยาก งานหัตถกรรม ผลผลิตทางการเกษตรกว่า 80 ร้านค้าที่จะมาตั้งเรียงรายต้อนรับนักท่องเที่ยวบนถนนคนเดินที่สูงที่สุดในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-488" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung-2.jpg" alt="" width="500" height="333" /><br />
นอกจากนี้ยังมีงานเวิร์คช็อปงานทำมือ อาทิ งานปั้น เพ้นท์เซรามิค เย็บสมุดกระดาษษา เพื่อสานต่อพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ตลอดจนการละเล่นอีกมากมายที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพื้นเมืองอย่างใกล้ชิด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-489" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung4.jpg" alt="" width="500" height="333" /><br />
ที่พลาดไม่ได้คือจุดท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้บนดอยตุง ได้แก่<strong>พระตำหนักดอยตุง</strong> หรือ “บ้านสมเด็จย่า” ที่สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรอันเรียบง่ายและพอเพียงชองสมเด็จย่าได้ชัดเจน , <strong>หอแห่งแรงบันดาลใจ</strong> สถานที่รวบรวมแนวคิดและพระราชประวัติของสมเด็จย่าและราชสกุลมหิดล จุดกำเนิดพระราชกรณียกิจแห่งการให้อันยิ่งใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-490" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung5.jpg" alt="" width="430" height="621" /><br />
<strong>สวนแม่ฟ้าหลวงโฉม</strong>ใหม่ที่ร่มรื่นสีสันงดงามไปด้วยดอกไม้นานาพรรณที่ปรับพื้นที่ใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงดงามของดอกไม้ได้อย่างใกล้ชิด และสะพานเดินเรือนยอดไม้ ยาว 300 เมตร เป็นการผจญภัยท้าทายบนความสูงสุดยอดไม้เพื่อจะได้เห็นผืนป่าดอยตุงอันเขียวขจี</p>
<p><strong>ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ได้ขยายความของคอนเซ็ปต์ “สานต่อ – ต่อยอด” ว่า</p>
<p><em>“ งานสีสันแห่งดอยตุง ในปีที่ 4 นั้น เราต้องการ สานต่อและต่อยอด โดยเน้นให้ชุมชนบนดอยตุงสามารถพัฒนายกระดับสินค้าของพวกเขาให้มีมาตรฐาน มีการปรับแพคเกจจิ้งให้ทันสมัย หรือเข้าไปสอนเรื่องการออกแบบที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของคนเมือง เพื่อให้สินค้าชุมชนสามารถลงไปขายในเมืองใหญ่หรือกรุงเทพฯได้ โดยผ่านโครงการดอยตุง พลัส”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-491" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung6.jpg" alt="" width="420" height="630" /><br />
<strong>ดอยตุง พลัส</strong> <strong>เป็น Social Enterprise หรือธุรกิจเพื่อสังคม ทำหน้าที่เป็น Retail Operationโดยมีเป้าหมายคือทำการตลาดเพื่อแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม สินค้าชุมชนที่ผ่านช่องทางนี้จะต้องเป็นสินค้าเพื่อสังคม ไม่มีผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยต้นปี 2561 ดอยตุง พลัสจะใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Pop Up Store ตามออฟฟิศ บิวดิ้งต่าง ๆในกรุงเทพฯ</strong></p>
<figure id="attachment_492" aria-describedby="caption-attachment-492" style="width: 420px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-492" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/doitung7.jpg" alt="" width="420" height="526" /><figcaption id="caption-attachment-492" class="wp-caption-text">ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง</figcaption></figure>
<p>ขณะเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ยังกล่าวเสริมอีกภาระกิจหลักของดอยตุงคือ การสร้างทางเลือกอย่างยั่งยืนให้กับคนรุ่นใหม่บนดอยตุง เพื่อสกัดลูกหลานหรือคนรุ่นใหม่ออกจากพื้นที่ไปหางานทำนอกพื้นที่ ดังนั้นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงจึงพยายามส่งเสริมอาชีพ สร้างแรงจูงใจ สร้างผลตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับคนในเมืองใหญ่ได้</p>
<p><strong>“ ปัจจุบันชุมชนบนดอยตุงสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง ตอนนี้ในชุมชนก็เริ่มทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาแล้ว เราจึงอยากให้คนรุ่นใหม่มีทางเลือกทำงานในพื้นที่ อยากให้พวกเขารู้สึกว่าดอยตุงคือหนึ่งในทางเลือกที่เขาอยากมาทำและมีความสุข”</strong></p>
<p>ข่าวเกี่ยวข้อง</p>
<p>&#8211;<a href="https://sdthailand.com/2017/12/doitung-zero-waste/" target="_blank" rel="noopener">ดอยตุงประกาศสงครามกับขยะ ปี 61 ต้อง Zero Waste</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/doitung/">เที่ยวกันเถอะ ! “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 4”   เทศกาลสร้างชุมชนยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
