<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>StartUp &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/startup/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Jan 2026 11:33:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>StartUp &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Sustain Tech ยังแรง โตเฉลี่ย 25% ต่อปี พร้อม 5 ไอเดีย Startup &#8216;Green Tech&#8217; กับโซลูชันตอบโจทย์ปัญหาสภาพอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/5-startup-in-sustainable-technology/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jan 2026 10:34:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AMP]]></category>
		<category><![CDATA[Bluebird Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[green product]]></category>
		<category><![CDATA[Green Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Green Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Krill Design]]></category>
		<category><![CDATA[Next Gen]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Voltpost]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ตอัป]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39185</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการศึกษา &#8216;Startup Industry Trends 2025&#8217; ของ Stripe คาดการณ์ไว้ว่าปี 2025 ​กลุ่มสตาร์ทอัพด้านความยั่งยืน ​(Climate Tech) จะ​เติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2033 โดยเฉพาะกลุ่มโซลูชันที่เชื่อมโยงต่อการปรับตัวรับปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ  ทั้งด้านพลังงาน การจัดการขยะ และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคที่มีความยั่งยืน สอดคล้องกับข้อมูลจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) พบว่า เทรนด์ที่น่าจับตาของสตาร์ทอัพ ปี 2025 ได้แก่ เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน (GreenTech) เทคโนโลยีสะอาด (Clean Tech) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) โดยตลาดโลกคาดการณ์ธุรกิจนี้ไว้ว่าจะเติบโตเฉลี่ยถึง 25% ตลอด 10 ปีข้างหน้า 5 เทคโนโลยี Green Tech มาแรงในปี 2025 แน่นอนว่า เมื่อโลกพูดถึงความยั่งยืน โซลูชั่นที่จะเข้ามาตอบโจทย์และแก้ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Ditto มองว่าในปี 2025 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/5-startup-in-sustainable-technology/">Sustain Tech ยังแรง โตเฉลี่ย 25% ต่อปี พร้อม 5 ไอเดีย Startup &#8216;Green Tech&#8217; กับโซลูชันตอบโจทย์ปัญหาสภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em><strong>ผลการศึกษา &#8216;Startup Industry Trends 2025&#8217; ของ Stripe คาดการณ์ไว้ว่าปี 2025 ​กลุ่มสตาร์ทอัพด้านความยั่งยืน ​(Climate Tech) จะ​เติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2033</strong> </em></p>
<p><span id="more-39185"></span></p>
<p>โดยเฉพาะกลุ่มโซลูชันที่เชื่อมโยงต่อการปรับตัวรับปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ  ทั้งด้านพลังงาน การจัดการขยะ และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคที่มีความยั่งยืน</p>
<p>สอดคล้องกับข้อมูลจาก <em><strong>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) พบว่า เทรนด์ที่น่าจับตาของสตาร์ทอัพ ปี 2025 ได้แก่ เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน (GreenTech) เทคโนโลยีสะอาด (Clean Tech) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) โดยตลาดโลกคาดการณ์ธุรกิจนี้ไว้ว่าจะเติบโตเฉลี่ยถึง 25% ตลอด 10 ปีข้างหน้า</strong></em></p>
<p><strong>5 เทคโนโลยี Green Tech มาแรงในปี 2025</strong></p>
<p>แน่นอนว่า เมื่อโลกพูดถึงความยั่งยืน โซลูชั่นที่จะเข้ามาตอบโจทย์และแก้ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก <em><strong>Ditto มองว่าในปี 2025 Green Tech มีอัตราการเติบโตกว่า 27.1% โ</strong></em>ดยมีนวัตกรรมสุดล้ำ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Carbon Data &amp; Analytics –</strong>เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีวิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูลวัดปริมาณคาร์บอนโดยใช้ AI ประมวลผลข้อมูล</p>
<p><strong>&#8211; Renewable Energy Software –</strong>การใข้ซอฟต์แวร์และระบบต่างๆ ในการจัดการแหล่งพลังงานหมุนเวียน</p>
<p><strong>&#8211; Smart Building –</strong>ระบบอาคารอัจฉริยะ ช่วยลดปัญหาด้านมลภาวะและช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Paperless Solutions –</strong> แนวคิดการใช้กระดาษอย่างประหยัด เพื่อลดความสิ้นเปลืองทรัพยากร</p>
<p><strong>&#8211; Reverse Logistics –</strong> พัฒนาระบบขนส่งและคลังสินค้า สร้าง Waste Flow กับผู้แปรรูปขยะเพื่อคัดแยกวัสดุที่มีมูลค่าสูงไปรีไซเคิล อัปไซเคิล</p>
<p><strong>5 สตาร์ทอัพ Green Tech  น่าจับตา </strong></p>
<p>นอกจากธุรกิจขนาดใหญ่ที่มุ่งปรับนโยบาย เพิ่มการลงทุน เพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว การเกิดขึ้นของ สตาร์ทอัพยังเข้ามาสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป้าหมายของโลก</p>
<p><strong>SD Thailand</strong> ชวนทำความรู้จัก 5 สตาร์ทอัพ ที่มาพร้อมโซลูชั่นสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหา การพัฒนาโซลูชั่นเพื่อเสริมทัพธุรกิจ หรือการคิดค้นนวัตกรรมวัสดุแห่งอนาคต​ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น</p>
<ul>
<li><strong>Bluebird Climate ตัวช่วยลดคาร์บอนภาคธุรกิจ</strong></li>
</ul>
<p>ในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &#8216;<strong>Bluebird Climate&#8217; </strong>สตาร์ทอัพ จากนิวยอร์ก ได้พัฒนาซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ (Software as a Service : SaaS) โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในการวัดผลการดำเนินงานอย่างยั่งยืน วิเคราะห์ทั้งด้านวัสดุ การผลิต การขนส่ง บรรจุภัณฑ์ เรียกว่าครอบคลุมวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เพื่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ น้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์ พร้อมสื่อสารความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนเหล่านั้นไปยังลูกค้า</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-39186 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Bluebird.jpg" alt="" width="819" height="818" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา : IG &#8211; bluebirdclimate</p>
<ul>
<li><strong>Next Gen นวัตกรรมเนื้อไก่จากพืช</strong></li>
</ul>
<p><strong>Next Gen </strong>สตาร์ทอัพด้านอาหารจากพืช ถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านอาหารที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ มุ่งพัฒนาและจำหน่ายอาหารที่มีนวัตกรรมและยั่งยืน ก่อตั้งในปี 2020 โดย <strong>Timo Recker and Andre Menezes </strong>เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมการเกษตร แบรนด์แรกที่ผลิตโดย Next Gen Foods ได้แก่ ทินเดิล (TiNDLE) เนื้อไก่ที่พัฒนาจากพืช (Plant-based) สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย และที่สำคัญ ยังใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกน้อยลง 74% ใช้น้ำน้อยลง 82% ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง 88% เมื่อเทียบกับการเลี้ยงไก่ทั่วไป</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="wp-image-39191 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tindle2.jpg" alt="" width="800" height="390" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา : TiNDLE</p>
<ul>
<li><strong>Krill Design เปลี่ยนขยะอาหารเป็นงานดีไซน์</strong></li>
</ul>
<p><strong>Krill Design </strong>สตาร์ทอัพสัญชาติอิตาลี ที่ใช้ไอเดียเปลี่ยนขยะอาหาร เป็นผลิตภัณฑ์สุดเก๋ จากการพัฒนา ReKrill ไบโอโพลิเมอร์ วัสดุทดแทนพลาสติกจากปิโตรเลียมโพลีโพรพิลีน (PP) และอะคริโลไนไตรล์-บิวทาไดอีน-สไตรีน (ABS) ลดคาร์บอนมากถึง 67% เมื่อเทียบกับพลาสติกทั่วไป สามารถย่อยสลายได้ และไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติก ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ReKrill ทำให้สามารถขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ หรือ ของตกแต่งบ้าน ด้วยจุดแข็งที่ใกล้เคียงกับพลาสติกแบบดั้งเดิม สามารถเข้ากับเครื่องจักรที่มีในปัจจุบัน ทำให้สามารถฉีดขึ้นรูป การขึ้นรูปแบบหมุน หรือ การพิมพ์ 3 มิติ ได้โดยไม่ต้องลงทุนใหม่ นอกจากนี้ ReKrill ยังได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-39189 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Krill-Design.jpg" alt="" width="800" height="644" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา : Krill Design</p>
<ul>
<li><strong>AMP เทคโนโลยี AI แยกขยะ  </strong></li>
</ul>
<p><strong>AMP</strong> สตาร์ทอัพแห่งเมืองลุยส์วิลล์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 2014 ในชื่อ AMP Robotics และเปลี่ยนเป็น AMP ในปีที่ผ่านมา ผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ในการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลออกจากกองขยะมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว สามารถระบุและคัดแยกวัสดุรีไซเคิลได้อย่างแม่นยำ นอกจากจะช่วยลดขยะแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด จะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบของ AMP มีการติดตั้งใช้งานทั่วอเมริกาเหนือ เอเชีย และยุโรป นอกจากนี้ ยังดำเนินการโรงงานแห่งใหม่ของ Waste Connections ในเมืองคอมเมิร์ซซิตี้ รัฐโคโลราโด ในปี 2026 โดยโรงงานแห่งนี้ จะสามารถแปรรูปวัสดุรีไซเคิลได้ กว่า 62,000 ตันต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-39190 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/AMP-AI.jpg" alt="" width="800" height="532" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา : https://fortune.com/</p>
<ul>
<li><strong>Voltpost เปลี่ยนไฟถนน เป็นที่ชาร์จ EV</strong></li>
</ul>
<p><strong>Voltpost</strong> สตาร์ทอัพจากสหรัฐอเมริกา ที่มีแนวคิดในการพัฒนาโซลูชั่นเปลี่ยนไฟตามท้องถนน ให้เป็นที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้เวลาติดตั้งเครื่องชาร์จกับเสาไฟภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และใช้งบประมาณเล็กน้อย ถือเป็นการเพิ่มประโยชน์ใช้สอยของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่น ที่สามารถเช็กตำแหน่งสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุดได้ อีกทั้ง ยังเป็นการช่วยให้ชุมชนที่ห่างไกลได้เข้าถึง โดยจุดชาร์จของ Voltpost สามารถรองรับได้ 2 ถึง 4 ปลั๊ก สามารถติดตั้งการเชื่อมต่อ WiFi เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตระหว่างรอได้</p>
<p>นอกจากนี้ Voltpost ยังได้เข้าร่วมโครงการสตูดิโอของกรมการขนส่งนครนิวยอร์ก (DOT) ทดลองติดตั้งสถานีชาร์จบนเสาไฟ ผลักดันเป้าหมายการติดตั้งที่ชาร์จริมทางเท้า 10,000 เครื่องในนิวยอร์ก เรียกได้ว่าเป็นไอเดียที่ลดความกังวลของคนที่กำลังลังเลที่จะซื้อรถ EV ลงได้มากเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-39192 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Voltpost.jpg" alt="" width="800" height="578" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา : www.designboom.com</p>
<p>นอกจาก สตาร์ทอัพทั้ง 5 ราย ที่ถูกหยิบยกมาแล้ว ปัจจุบัน ยังมีธุรกิจสตาร์ทอัพหลากหลายรายที่ประสบความสำเร็จ และมาแรง ด้วยเป้าหมายในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่ม <strong>Social Tech Startup</strong> ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น <strong>&#8216;HealthTech&#8217;</strong> เทคโนโลยีสุขภาพเพื่อการเข้าถึงที่เท่าเทียม, <strong>&#8216;EdTech&#8217;</strong> นวัตกรรมการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และ <strong>&#8216;AgriTech&#8217;</strong> เทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเกษตรกรไทยยุคใหม่ เพื่อรับมือกับสภาวะโลกร้อน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/5-startup-in-sustainable-technology/">Sustain Tech ยังแรง โตเฉลี่ย 25% ต่อปี พร้อม 5 ไอเดีย Startup &#8216;Green Tech&#8217; กับโซลูชันตอบโจทย์ปัญหาสภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา​ &#8216;นอนนอน&#8217; (nornnorn) ภาคต่อธุรกิจครอบครัว Gen 4 และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้โลก ​ที่ผนวกทั้ง Ecommerce , FinTech และ RecyclingTech ไว้ด้วยกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/nornnorn-model-of-ecommerce-fintech-and-recycling/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 13:31:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CE]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[eCommerce]]></category>
		<category><![CDATA[Fintech]]></category>
		<category><![CDATA[Green Financing]]></category>
		<category><![CDATA[mattresses]]></category>
		<category><![CDATA[nornnorn]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Subscription]]></category>
		<category><![CDATA[ที่นอน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจที่นอน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[นพพล เตชะพันธ์งาม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นอนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซอร์คิวลาร์ริตี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35428</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;นอนนอน&#8217; (nornnron) ธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ผู้ก่อตั้งเป็นทายาทรุ่น 4 ของครอบครัว ซึ่งเชี่ยวชาญและอยู่ในธุรกิจการผลิตที่นอนมากว่า 95 ปี รวมทั้งยังเป็นผู้สร้างตำนานให้อุตสาหกรรมที่นอนในฐานะ First Mover ที่สร้างโรงงานผลิตที่นอนสปริงรายแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เส้นทางธุรกิจเริ่มจากการซื้อมาขายไป &#8216;ที่นอนนุ่น&#8217;​ ในรุ่นที่ 1 สู่การพัฒนา​เป็น &#8216;ที่นอนฟองน้ำ&#8217; รายแรกๆ ของไทย ก่อนจะต่อยอด​สู่ &#8216;ที่นอนสปริง&#8217; ภายใต้แบรนด์ &#8216;ดาร์ลิ่ง’ (Darling) ในรุ่นที่ 2 พร้อมทั้งการตั้งโรงงานที่นอนสปริงแห่งแรกของประเทศและภูมิภาคอาเซียนในเจนเนอเรชั่นนี้ จนมาถึงรุ่นที่ 3 ที่รุก​ขยายตลาดที่นอนสปริงสู่กลุ่ม B2B ​​ให้​ธุรกิจที่พัก และโรงแรมต่างๆ รวมทั้งการแยกมาตั้งแบรนด์ใหม่อย่าง &#8216;สปริงเมท&#8217; (Springmate) เป็นของตัวเอง แต่ด้วยการแข่งขันในตลาดที่​​รุนแรงมากขึ้น มีแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์จากต่างประเทศ ทำให้ช่องทางจำหน่ายเริ่มถูก​จำกัดมากขึ้น ​​รวมทั้งกระแส Digital Disruption ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีต่างๆ ไปจนถึง​​​ความผันผวนและ​เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งบริบททางสังคม รวมไปถึง​​พฤติกรรมของผู้บริโภค​ กลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผู้สานต่อในรุ่นที่ 4 อย่าง คุณต้น -นพพล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nornnorn-model-of-ecommerce-fintech-and-recycling/">จับตา​ &#8216;นอนนอน&#8217; (nornnorn) ภาคต่อธุรกิจครอบครัว Gen 4 และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้โลก ​ที่ผนวกทั้ง Ecommerce , FinTech และ RecyclingTech ไว้ด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;นอนนอน&#8217; (nornnron)</strong> ธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ผู้ก่อตั้งเป็นทายาทรุ่น 4 ของครอบครัว ซึ่งเชี่ยวชาญและอยู่ในธุรกิจการผลิตที่นอนมากว่า 95 ปี รวมทั้งยังเป็นผู้สร้างตำนานให้อุตสาหกรรมที่นอนในฐานะ First Mover ที่สร้างโรงงานผลิตที่นอนสปริงรายแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><span id="more-35428"></span></p>
<p>เส้นทางธุรกิจเริ่มจากการซื้อมาขายไป &#8216;ที่นอนนุ่น&#8217;​ ในรุ่นที่ 1 สู่การพัฒนา​เป็น &#8216;ที่นอนฟองน้ำ&#8217; รายแรกๆ ของไทย ก่อนจะต่อยอด​สู่ &#8216;ที่นอนสปริง&#8217; ภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;ดาร์ลิ่ง’ (Darling)</strong> ในรุ่นที่ 2 พร้อมทั้งการตั้งโรงงานที่นอนสปริงแห่งแรกของประเทศและภูมิภาคอาเซียนในเจนเนอเรชั่นนี้ จนมาถึงรุ่นที่ 3 ที่รุก​ขยายตลาดที่นอนสปริงสู่กลุ่ม B2B ​​ให้​ธุรกิจที่พัก และโรงแรมต่างๆ รวมทั้งการแยกมาตั้งแบรนด์ใหม่อย่าง <strong>&#8216;สปริงเมท&#8217; (Springmate)</strong> เป็นของตัวเอง</p>
<p>แต่ด้วยการแข่งขันในตลาดที่​​รุนแรงมากขึ้น มีแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์จากต่างประเทศ ทำให้ช่องทางจำหน่ายเริ่มถูก​จำกัดมากขึ้น ​​รวมทั้งกระแส Digital Disruption ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีต่างๆ ไปจนถึง​​​ความผันผวนและ​เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งบริบททางสังคม รวมไปถึง​​พฤติกรรมของผู้บริโภค​ กลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผู้สานต่อในรุ่นที่ 4 อย่าง <strong>คุณต้น -นพพล เตชะพันธ์งาม </strong>ที่ต้องหาวิธีการปรับตัว เพื่อสร้างโอกาสและตลาดในการเติบโตใหม่ๆ เพื่อป้องกันธุรกิจถูก​ดิสรัปจนไม่สามารถเติบโต​อย่างแข็งแรงได้อีกต่อไปในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35448 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/454781.jpg" alt="" width="1156" height="867" /></p>
<p>ปี 2015  <strong>คุณต้น -นพพล เตชะพันธ์งาม</strong> หรือที่เพื่อนๆ เรียกกันจนติดปากว่า <strong>&#8216;คุณแนป&#8217;</strong> ซึ่งเป็นช่อย่อ​มาจากนพพล และยังมีความหมายที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับการนอน จึงได้ตัดสินใจแยกตัวจากธุรกิจครอบครัวหลังจากเข้าไปช่วยงานได้​​ 10 ปี เพื่อออกมาตั้ง​ <strong>&#8216;บริษัท เซอร์คิวลาร์ริตี จำกัด&#8217; </strong> เพื่อดำเนินธุรกิจ​​​สตาร์ทอัพของตัวเอง ด้วย​การพัฒนาแพลตฟอร์มให้เช่าที่นอน (Subscription) พร้อมรับคืน และนำไปรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ​ ภายใต้ชื่อ <strong>&#8216;นอนนอน&#8217; (nornnorn)  </strong></p>
<p><strong>ตั้งต้นจาก 3 Pain point ของธุรกิจดั้งเดิม</strong></p>
<p><strong>คุณแนป </strong>เล่าถึงที่มาของ nornnorn เกิดจากความเข้าใจในธุรกิจที่นอนอย่างลึกซึ้ง จากเส้นทางเกือบศตวรรษที่ครอบครัวอยู่ในธุรกิจนี้  ทำให้​พบและอยากเข้าไปมีส่วนช่วยแก้ไข  <strong>3 Pain point</strong> สำคัญในธุรกิจ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>การเข้าถึง</strong> : จากการที่ที่นอนสปริงคุณภาพสูง มาพร้อมราคาที่แพง ทำให้จำกัดการเข้าถึงได้เพียงลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น การพัฒนาโมเดลนี้ จึงมีส่วนในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อีกทางหนึ่ง​</p>
<p><strong>การทิ้ง :</strong> เนื่องจากที่นอนเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ ทำให้เป็นภาระและยากต่อการทิ้ง จุดจบส่วนใหญ่จึงเป็นการถูกนำไปฝังกลบ หรือเผาทำลาย และบ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นที่นอนกลายไปเป็นขยะในที่ที่ไม่ควรอยู่ โดยพบข้อมูลว่า มีปริมาณที่นอนถูกทิ้งทั่วโลกกว่า 150 ล้านชิ้นต่อปี หรือพบภายในภูมิภาคอาเซียนกว่าหลายสิบล้านชิ้นต่อปี</p>
<p><strong>การรีไซเคิล :</strong> ยังไม่มีกระบวนการในการรีไซเคิลที่นอนอย่างเป็นระบบ เนื่องจาก มีต้นทุนในการดำเนินงานสูง ขณะที่ Value ที่ได้จากการรีไซเคิลไม่สูง ทำให้ไม่คุ้มค่าในการลงทุน จึงยังไม่มีใครเข้ามาในส่วนนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35445 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/nornnorn1.png" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>3 ข้อจำกัดดังกล่าว จึงเป็นที่มาให้คุณแนป คิดโมเดลธุรกิจในรูปแบบ <strong>PaaS (Product as a Service) </strong>ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์ม &#8216;<strong>นอนนอน&#8217; (nornnorn)</strong> เพื่อให้บริการเช่าที่นอนสปริงใหม่ คุณภาพสูง โดยสามารถชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน และเลือกระยะสัญญาได้ตามความต้องการ ตั้งแต่ 12 -120 เดือน ​โดยราคาที่ชำระได้รวมค่าบริการเก็บกลับผลิตภัณฑ์ และการนำไป​รีไซเคิลตามกระบวนการอย่างถูกต้องและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนทั่วไป รวมทั้งผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีทุนมากนัก สามารถลดต้นทุนจากที่นอนไปพัฒนาส่วนอื่นๆ ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>​nornnorn ได้เริ่มทดลองให้บริการ (Pilot Project) ในปี 2018 พร้อมกัน​ 2 ประเทศ ทั้งในไทย ที่มีที่นอนแบรนด์สปริงเมทเป็นพันธมิตรเบื้องต้น​ และในอินโดนีเซีย มีแบรนด์สปริงแอร์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่นอนรายใหญ่ในอินโดนีเซียร่วมเป็นพันธมิตร โดยนำร่อง​ทำตลาดในกลุ่ม B2B เจาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม ที่พักขนาดเล็ก หรือธุรกิจที่ใส่ใจเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถเข้าถึงที่นอนสปริงคุณภาพสูง ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดยที่ไม่ต้องลงทุนสูงมากเกินไป</p>
<p><em>&#8220;ช่วงเปิดตัวได้ปีกว่าๆ เป็นช่วงที่สถานการณ์โควิดแพร่ระบาด ทำให้เริ่มมีการปรับแผนในประเทศไทย ด้วยการขยายบริการสู่กลุ่ม B2C เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ แต่กลับได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี เพราะสามารถเข้าถึงที่นอนคุณภาพสูงในราคาไม่แพง ทำให้ตอนนี้ฐานลูกค้าในไทย ทั้งกลุ่มธุรกิจ (B2B) และค้าปลีก (B2C) ​มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ในอนาคต จะรุกตลาดในกลุ่มค้าปลีกมากขึ้น เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงให้ธุรกิจได้ดีกว่า ทั้งอัตราค่าเช่าที่สูงกว่า โดย B2B เริ่มต้นที่ 89 บาท/เดือน ขณะที่ค้าปลีก อยู่ที่ 112 บาท/เดือน รวมทั้งหากเกิดกรณีผิดนัดชำระ กลุ่มค้าปลีกที่เช่าเริ่มต้นเพียง 1 ชิ้น จะกระทบน้อยกว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่มักจะเช่าในสเกลที่ใหญ่กว่า ทำให้กระทบต่อสภาพคล่องธุริกจได้มากกว่า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35443 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Info-Thai.png" alt="" width="1200" height="768" /></p>
<p><strong>จุดนัดพบ  Ecommerce + FinTech + Recycling Technology</strong></p>
<p>การพัฒนา nornnorn ของคุณแนป ยังถือว่าเป็นการสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจใหม่ ที่เป็น First Mover ของโลก​ เหมือนกับที่ครอบครัวเคยทำได้มาแล้วในอุตสาหกรรมที่นอนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการ Subscribe ที่นอนคุณภาพสูง ตามแนวทาง PaaS และให้บริการ​ผ่านแพลตฟอร์ม​ออนไลน์เช่นเดียวกับ​ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ</p>
<p>นอกจากนี้ ยัง​​ประยุกต์เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ในรูปแบบ Green Financing ผสมผสานกับ Tokenization ​มาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตและขยายธุรกิจในอนาคต ทำให้ nornnorn ​​เป็นสตาร์ทอัพด้านความยั่งยืนรายแรกของประเทศที่สามารถออก <strong>&#8216;หุ้นกู้สีเขียว&#8217;</strong> (Mini Green Bond) ในรูปแบบ Digital Investment Token ภายใต้การสนับสนุน​จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างถูกต้อง โดยจะใช้ระบบนำรายได้จากสัญญาระยะยาวของลูกค้าซึ่งเป็นแหล่งในการสร้างรายได้ให้ธุรกิจกลับ​มาจ่ายเป็นเงินปันผลคืนให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยเข้ามารองรับการขยายธุรกิจในอนาคตให้เติบโตได้ต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35444 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Impact-.jpg" alt="" width="1620" height="1392" /></p>
<p><em>&#8220;​ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน จะทำให้ผู้ลงทุน​ทราบเส้นทางการเงินและ Journey ของธุรกิจว่าช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไรบ้าง ขณะที่การประเมิน Life Cycle Assessment (LCA) หรือการประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตามโมเดลของ nornnorn ที่เป็นรูปแบบของการ เช่า-ใช้-คืน-รีไซเคิล เมื่อเทียบกับโมเดลเดิม ที่เป็นการซื้อ -ใช้ -ทิ้ง และเกิดเป็นขยะ พบว่า nornnorn ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 31%  รวมทั้งลดมลภาวะทางอากาศ​ 28% และลด​สารพิษที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์อย่างน้อย 24% ขณะเดียวกันยังสามารถลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบลงได้เกือบ 20 ตัน &#8220;​</em></p>
<p>อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ nornnorn ซึ่งถือว่ามีความ​ท้าทายมากที่สุด และอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาใช้ได้จริงและมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ คือ <strong>การพัฒนากระบวนการรีไซเคิลที่นอน (Recycling Technology)</strong> โดยเฉพาะในส่วนของฟองน้ำ ที่แม้จะมีเทคโนโลยีในการรีไซเคิลแต่ยังมีต้นทุนที่สูง จึงอยู่ระหว่างการวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพิ่มเติมเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้จริง ​ขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆ อย่างผ้าและเส้นใยต่างๆ สามารถนำไปใช้เป็นไส้กรองน้ำมันอุตสาหกรรม หรือนำไปแปรรูปในธุรกิจสิ่งทอ ส่วนลวดเหล็กสปริงก็สามารถนำไปหลอมเพื่อนำกลับมาเป็นเหล็กเพื่อใช้งานใหม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35442 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Recycle-Mattress.jpg" alt="" width="1200" height="866" /></p>
<p><em>&#8220;มากกว่า 90% ของที่นอนสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ โดยเป้าหมายที่เราต้องการคือการวิจัยพัฒนาเพื่อให้วัสดุทุกชิ้นสามารถนำกลับเข้าสู่ระบบการผลิตเพื่อทดแทนการใช้ทรัพยากรใหม่ได้ท้ังหมด​ เพราะไม่อย่างนั้น สุดท้ายปลายทางจะกลายเป็นขยะไปสู่หลุมฝังกลบเช่นเดิม ซึ่งตามแผนเตรียมปรับโรงงานผลิตที่นอนเก่าในจังหวัดขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางการรีไซเคิล โดยจะใช้เป็นสถานที่ในการรวบรวมที่นอนเก่า เพื่อนำมาแยกชิ้นส่วนและรีไซเคิล แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจกลุ่มนี้จะมีต้นทุนที่สูงและยากที่จะมีกำไร ทำให้ในเชิงธุรกิจจึงต้องมีฝั่งที่ทำกำไรจากกลุ่ม Subscribe มาช่วยสนับสนุน ประกอบกับการเดินหน้าวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้มีจุดคุ้มทุนที่ดีที่สุดเพื่อสามารถทำกำไรได้บ้าง ก่อนที่จะขยายสเกลธุรกิจในแต่ละส่วนในอนาคตต่อไป&#8221;</em></p>
<p>สำหรับแผนในอนาคต นอกจาก​การพัฒนาแพลตฟอร์ม nornnorn ให้รองรับการขยายการเติบโตของธุรกิจ ทั้งการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ หรือการเปิดรับพันธมิตรแบรนด์ที่นอนใหม่ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้บริการ  รวมทั้งยังให้ความสำคัญในการเดินหน้าวิจัยและพัฒนา​ โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีในผลิตภัณฑ์ที่นอน เพื่อทำให้ที่นอนสามารถรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น หรือมีน้ำหนักเบาขึ้น ไปจนถึงการมีเทคโนโลยี Self Cleaning ที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนผ้าปู หรือมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อให้สินค้าตอบโจทย์กระแสโลกหรือบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป รวมทั้งส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nornnorn-model-of-ecommerce-fintech-and-recycling/">จับตา​ &#8216;นอนนอน&#8217; (nornnorn) ภาคต่อธุรกิจครอบครัว Gen 4 และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้โลก ​ที่ผนวกทั้ง Ecommerce , FinTech และ RecyclingTech ไว้ด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีคอน วีซี ร่วมกับ สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก ส่งเสริมสตาร์ทอัพและนวัตกรรม Climate Tech ในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/beacon-vc-mou-gggi-to-climate-tech-equity-trust/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Oct 2024 07:54:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beacon Impact Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Beacon VC]]></category>
		<category><![CDATA[Beacon Venture Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Frank Rijsberman]]></category>
		<category><![CDATA[GGGI]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพงษ์ ณ ระนอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บีคอน วีซี]]></category>
		<category><![CDATA[บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก ประจำประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟรงค์ ไรซ์เบอร์แมน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29826</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี) บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย  และ สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก ประจำประเทศไทย (GGGI) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพและสนับสนุนการเติบโตของนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบนิเวศสำหรับนวัตกรรมด้าน Climate Tech และเตรียมความพร้อมให้สตาร์ทอัพในการระดมทุน การขยายธุรกิจ รวมถึงการจัดหาเงินทุนในอนาคต ซึ่งการทำงานร่วมกันในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างบีคอน วีซี และ GGGI ที่อยู่ระหว่างจัดทำบันทึกขอจัดตั้ง Climate Tech Equity Trust เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Tech ของไทย คุณธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี) เปิดเผยว่า บีคอน วีซี มีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารกสิกรไทย รวมทั้งการขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) จึงได้มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน และมีการจัดตั้ง Beacon [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/beacon-vc-mou-gggi-to-climate-tech-equity-trust/">บีคอน วีซี ร่วมกับ สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก ส่งเสริมสตาร์ทอัพและนวัตกรรม Climate Tech ในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี)</strong> บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย  และ <strong>สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก ประจำประเทศไทย (GGGI)</strong> ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพและสนับสนุนการเติบโตของนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><span id="more-29826"></span></p>
<p>เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบนิเวศสำหรับนวัตกรรมด้าน Climate Tech และเตรียมความพร้อมให้สตาร์ทอัพในการระดมทุน การขยายธุรกิจ รวมถึงการจัดหาเงินทุนในอนาคต ซึ่งการทำงานร่วมกันในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างบีคอน วีซี และ GGGI ที่อยู่ระหว่างจัดทำบันทึกขอจัดตั้ง Climate Tech Equity Trust เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Tech ของไทย</p>
<p><strong>คุณธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี)</strong> เปิดเผยว่า บีคอน วีซี มีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารกสิกรไทย รวมทั้งการขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) จึงได้มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน และมีการจัดตั้ง <strong>Beacon Impact Fund</strong> ในปี 2563 ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นการลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน Climate Tech เพิ่มเติม นับเป็นอีกกำลังสำคัญในการเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608 หรือเทียบเท่าปี ค.ศ. 2065</p>
<p><strong>ดร. แฟรงค์ ไรซ์เบอร์แมน (</strong><strong>Dr. Frank Rijsberman) </strong><strong>ผู้อำนวยการใหญ่ของสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก ประจำประเทศไทย (</strong><strong>GGGI)</strong> กล่าวว่า GGGI ดำเนินการสนับสนุนระบบนิเวศสำหรับวงการสตาร์ทอัพด้าน Climate Tech ในประเทศไทย โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง GGGI กับบีคอน วีซี ครั้งนี้เป็นหนึ่งในย่างก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืนและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมสีเขียวในประเทศไทย เพิ่มเติมจากความร่วมมือในการจัดตั้ง Climate Tech Equity Fund</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29827 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/03_บีคอน-วีซี-จับมือ-สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก-ส่งเสริม-Climate-Tech-ในไ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนาและริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบนิเวศสำหรับนวัตกรรมด้าน Climate Tech ซึ่งรวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร การรณรงค์และเสริมสร้างความตระหนักรับรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สตาร์ทอัพด้าน Climate Tech ในการระดมทุน การขยายธุรกิจ รวมถึงการจัดหาเงินทุนในอนาคตต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/beacon-vc-mou-gggi-to-climate-tech-equity-trust/">บีคอน วีซี ร่วมกับ สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก ส่งเสริมสตาร์ทอัพและนวัตกรรม Climate Tech ในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024  สาขา Best Brotherhood of the Year</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/ais-won-prime-minister-award-national-startup-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Aug 2024 06:57:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[AIS The StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Best Brotherhood of the Year]]></category>
		<category><![CDATA[National Startup 2024]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership for Inclusive Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Prime Minister Award]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[สมชัย เลิศสุทธิวงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27772</guid>

					<description><![CDATA[<p>AIS ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024  สาขา Best Brotherhood of the Year  ตอกย้ำเป้าหมาย Partnership for Inclusive Growth  การทำงานเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ Startup ของ AIS ที่มีแนวทางการทำงานอย่างชัดเจนโดยมุ่งสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับผู้ประกอบการ Startup อย่างรอบด้านด้วยแนวคิด Partnership for Inclusive Growth เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ล่าสุด AIS The StartUp คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024 สาขา Best Brotherhood of the Year โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยรัฐบาลไทย เพื่อมอบให้กับองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่มีผลงานโดดเด่นในการผลักดันนวัตกรรม (innovation) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ais-won-prime-minister-award-national-startup-2024/">AIS ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024  สาขา Best Brotherhood of the Year</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>AIS </strong><strong>ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล</strong><strong> Prime Minister Award </strong><strong>ในหมวด </strong><strong>National Startup 2024  </strong><strong>สาขา </strong><strong>Best Brotherhood of the Year </strong><strong> ตอกย้ำเป้าหมาย</strong><strong> Partnership for Inclusive Growth  </strong><strong>การทำงานเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน </strong><span id="more-27772"></span></p>
<p>ด้วยเป้าหมายการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ Startup ของ AIS ที่มีแนวทางการทำงานอย่างชัดเจนโดยมุ่งสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับผู้ประกอบการ Startup อย่างรอบด้านด้วยแนวคิด Partnership for Inclusive Growth เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน <strong><em>ล่าสุด</em></strong><strong><em> AIS The StartUp </em></strong><strong><em>คว้ารางวัล </em></strong><strong><em>Prime Minister Award </em></strong><strong><em>ในหมวด </em></strong><strong><em>National Startup </em></strong><strong><em>2024 สาขา </em></strong><strong><em>Best Brotherhood of the Year</em></strong> โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยรัฐบาลไทย เพื่อมอบให้กับองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่มีผลงานโดดเด่นในการผลักดันนวัตกรรม (innovation) และผู้ประกอบการทางเทคโนโลยี (Tech Entrepreneurs) ในประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ Ecosystem ของวงการ Startup ไทยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>AIS</strong> กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา AIS เป็นผู้ให้บริการดิจิทัลที่สร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ Startup ภายใต้ในแนวคิด <strong>Partnership for Inclusive Growth</strong> ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรามุ่งมั่นใช้ศักยภาพทั้งจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม องค์ความรู้ ทั้งของ AIS และในกลุ่มบริษัท รวมถึงการเชื่อมต่อกับพาร์ทเนอร์และกลุ่มนักลงทุนไปจนถึงโอกาสในการทำการตลาด  เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ Startup ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>นั่นจึงเป็นเหตุผลที่วันนี้เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับอีกหนึ่งรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024 สาขา Best Brotherhood of the Year สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและวิสัยทัศน์การทำงานที่มุ่งผลักดันและสนับสนุนสร้างเวทีให้กับผู้ประกอบการ Startup รวมถึงการส่งต่อไอเดียสู่โลกธุรกิจจริงผ่านการสร้างนวัตกรรมรูปแบบบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคและลูกค้าในปัจจุบัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27768 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Photo-03-AIS-ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย-คว้าPrime-Minister-Award.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ขอขอบคุณกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ที่เล็งเห็นถึงความความตั้งใจของ AIS The StartUpโดยเรายืนยันว่า จะยังคงทำงานตามเจตนารมณ์ข้างต้นเพื่อเคียงข้างผู้ประกอบการทุกกลุ่ม เพราะนอกจากจะส่งเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจประเทศแล้ว ยังจะนำไปสู่การสนับสนุน การสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเป็นมูลค่าเพิ่มทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย”</em> <strong>นายสมชัย </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ais-won-prime-minister-award-national-startup-2024/">AIS ยืนหนึ่งวงการสตาร์ทอัพไทย คว้ารางวัล Prime Minister Award ในหมวด National Startup 2024  สาขา Best Brotherhood of the Year</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เป๊ปซี่โคประกาศสตาร์ตอัปที่เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ครั้งที่สอง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/pepsico-announces-10-startup-finalists-greenhouse-accelerator/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 09:30:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Ecological footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Food & Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Greenhouse Accelerator]]></category>
		<category><![CDATA[PepsiCo Positive]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค เอเชียแปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[เหวิน หยวน ตัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25864</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป๊ปซี่โคประกาศผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้เข้ารอบในปีนี้มาจากออสเตรเลีย จีน เวียดนาม ไทย และฟิลิปปินส์ ที่พร้อมนำเสนอโซลูชันหลากหลายแบบ เพื่อขจัดอุปสรรคสำคัญด้านความยั่งยืนในภูมิภาค โดยในปี 2567 นี้ เป๊ปซี่โคได้รับใบสมัครเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับโครงการแรก ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเมื่อปี 2566 เป๊ปซี่โค ผู้นำระดับโลกด้านเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูป ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้เปิดรับใบสมัครจากสตาร์ตอัปทั่วเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ผู้เข้ารอบสุดท้ายผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการที่ล้วนเป็นผู้บริหารของเป๊ปซี่โค โดยพิจารณาจากความสามารถในการนำเสนอโซลูชันที่มีนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน และการรับมือด้านสภาพภูมิอากาศ การคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายแต่ละรายดูจากแนวทางที่แปลกใหม่ในการจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นเกณฑ์หลักภายใต้เป้าหมาย pep+ เพื่อการทำทรานส์ฟอร์เมชันของเป๊ปซี่โค (PepsiCO Positive) โครงการนี้เน้นย้ำปณิธานของเป๊ปซี่โคที่มีต่อระบบอาหารในยุคหน้าเพื่อความรุ่งเรืองของผู้คนและโลกไปพร้อมกัน ปี 2567 เป๊ปซี่โคได้ขยายโครงการ Greenhouse Accelerator ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ครอบคลุมหัวข้อใหม่ที่สำคัญอย่างเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรกรรมมีบทบาทสำคัญในระบบอาหารของเรา ดังนั้น เป๊ปซี่โคจึงเฟ้นหาสตาร์ตอัปผู้บุกเบิกในภาคส่วนนี้ให้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/pepsico-announces-10-startup-finalists-greenhouse-accelerator/">เป๊ปซี่โคประกาศสตาร์ตอัปที่เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ครั้งที่สอง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>เป๊ปซี่โคประกาศผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก </em><em>ผู้เข้ารอบในปีนี้มาจากออสเตรเลีย จีน เวียดนาม ไทย และฟิลิปปินส์ ที่พร้อมนำเสนอโซลูชันหลากหลายแบบ</em> <em>เพื่อขจัดอุปสรรคสำคัญด้านความยั่งยืนในภูมิภาค โดย</em><em>ในปี 2567 นี้</em> <em>เป๊ปซี่โคได้รับใบสมัครเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับโครงการแรก</em> <em>ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเมื่อปี 2566 </em><span id="more-25864"></span></p>
<p>เป๊ปซี่โค ผู้นำระดับโลกด้านเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูป ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้เปิดรับใบสมัครจากสตาร์ตอัปทั่วเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ผู้เข้ารอบสุดท้ายผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการที่ล้วนเป็นผู้บริหารของเป๊ปซี่โค โดยพิจารณาจากความสามารถในการนำเสนอโซลูชันที่มีนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน และการรับมือด้านสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>การคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายแต่ละรายดูจากแนวทางที่แปลกใหม่ในการจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นเกณฑ์หลักภายใต้เป้าหมาย pep+ เพื่อการทำทรานส์ฟอร์เมชันของเป๊ปซี่โค (PepsiCO Positive) โครงการนี้เน้นย้ำปณิธานของเป๊ปซี่โคที่มีต่อระบบอาหารในยุคหน้าเพื่อความรุ่งเรืองของผู้คนและโลกไปพร้อมกัน</p>
<p>ปี 2567 เป๊ปซี่โคได้ขยายโครงการ Greenhouse Accelerator ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ครอบคลุมหัวข้อใหม่ที่สำคัญอย่างเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรกรรมมีบทบาทสำคัญในระบบอาหารของเรา ดังนั้น เป๊ปซี่โคจึงเฟ้นหาสตาร์ตอัปผู้บุกเบิกในภาคส่วนนี้ให้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 2 ราย โดยแต่ละรายล้วนมีแนวทางอันทันสมัยในด้านการทำสวนทำไร่อย่างยั่งยืน</p>
<p>นอกจากนี้ เป๊ปซี่โคยังได้ขยายขอบเขตของโครงการให้ครอบคลุมยิ่งยืนด้วยการจับมือกับพันธมิตรใหม่ซึ่งเป็นผู้บรรจุขวดอย่างซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยทั้งสองบริษัทมีความตั้งใจอันแรงกล้าในการสร้างสิ่งดีๆ ต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของตนเองในทุกส่วน ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการผสานความยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคและครอบคลุมผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย เพื่อขยายผลลัพธ์จากความร่วมมือให้ก่อเกิดประโยชน์ในวงกว้าง</p>
<p><strong>Greenhouse Accelerator</strong> ตั้งเป้าหมายในการกระตุ้นให้สตาร์ตอัปเหล่านี้เติบโตและเสริมสร้างโอกาสในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมีความหมาย บรรดาผู้เข้ารอบสุดท้ายถือเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการที่มากความสามารถหลากหลายด้าน ในเอเชียแปซิฟิก และช่วยสานภารกิจของเป๊ปซี่โคในการเฟ้นหาโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายและมีศักยภาพ</p>
<p>พันธกิจหลักของเป๊ปซี่โคก็คือ การบูรณาการแนวทางที่ทันสมัยเหล่านี้ไว้ในห่วงโซ่คุณค่าทั่วโลกของบริษัท เพื่อต่อยอดความมุ่งมั่นที่จะยกระดับรอยเท้านิเวศ (Ecological footprint) ให้ดียิ่งขึ้น โดยภายในปี 2568 เป๊ปซี่โคตั้งใจที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดรีไซเคิลได้ สลายตัวได้ ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือใช้ซ้ำได้ พร้อมด้วยเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40% ภายในปี 2573</p>
<p><strong>โครงการ Greenhouse Accelerator</strong> ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เกื้อหนุนและเชื่อมโยงผู้เข้ารอบสุดท้ายให้เข้าถึงเครือข่ายที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และทรัพยากรต่างๆ อันนับไม่ถ้วนของเป๊ปซี่โค กรอบการทำงานดังกล่าวออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนา ร่นระยะเวลาเข้าสู่ตลาด และเพิ่มศักยภาพในการขยับขยายโซลูชันให้ครอบคลุมการใช้งานในวงกว้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25866 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Wern-Yuen-Tan-CEO-APAC-and-Chief-Commercial-Officer-PepsiCo.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เหวิน หยวน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของเป๊ปซี่โค เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า </strong>&#8220;เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสตาร์ตอัปรายใหม่ๆ ในโครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตื่นเต้นที่ได้เห็นนวัตกรรมต่างๆ จากบริษัทเหล่านี้&#8221; โซลูชันที่ล้ำหน้าเหล่านี้ จะช่วยจัดการกับปัญหาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เกษตรกรรมยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความสำคัญกับวาระ pep+ ของเรา เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือเหล่านี้จะทำให้ทุกอย่างรุดหน้าได้รวดเร็ว โดยในปีนี้ความร่วมมือระหว่างเรากับผู้บรรจุขวดทำให้เราสามารถขยายการทดลองโซลูชันที่ทันสมัยเหล่านี้ออกไปได้ในวงกว้างยิ่งกว่าเดิม&#8217;ที่ผ่านมามี 7 โครงการจากปี 2566 ในเอเชียแปซิฟิกที่ได้ทดลองดำเนินการในเครือข่ายบริษัทของเป๊ปซี่โค ทำให้ผู้เข้ารอบสุดท้ายดังกล่าวเติบโต 110% และมียอดขายเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Greenhouse Accelerator ของเป๊ปซี่โคได้ที่ <a href="about:blank">https://greenhouseaccelerator.com/</a>, <a href="about:blank">LinkedIn</a> หรือ <a href="about:blank">X</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/pepsico-announces-10-startup-finalists-greenhouse-accelerator/">เป๊ปซี่โคประกาศสตาร์ตอัปที่เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ครั้งที่สอง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Apr 2024 05:18:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Accelerated Program]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI for Climate and Nature Grand Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon.com]]></category>
		<category><![CDATA[Andrew Steer]]></category>
		<category><![CDATA[Bezos Earth Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Jeff Bezos]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Loss]]></category>
		<category><![CDATA[power grid optimization]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Protein]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. แอนดรูว์ สเตียร์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[เจฟฟ์ เบโซส์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี AI]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25395</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bezos Earth Fund โดย มร.เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) ประธานกรรมการบริหารกองทุน Bezos Earth Fund และผู้ก่อตั้ง Amazon.com ประกาศงบสนับสนุนการพัฒนาโครงการ AI for Climate and Nature Grand Challenge ด้วยเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโซลูชัน AI เพื่อแก้ปัญหาจากความท้าทายของ​สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการสูญเสีย​ทางธรรมชาติ (Nature Loss) นอกจากนี้ ​​ ยังช่วย​จุดประกายการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ระหว่างกลุ่มผู้นำที่ทำงานด้านการดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชั่นหรือแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อการแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างยกระดับมากขึ้น โดยเตรียมเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ในเดือนพฤษภาคมนี้ &#8220;การพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อหาแนวทาง​รับมือ​ปัญหาสภาพอากาศและช่วยป้องกันการ​สูญเสียทางธรรมชาติ โดยในรอบแรกของโครงการ​จะมุ่งพัฒนาโซลูชั่นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ โปรตีนที่ยั่งยืน (Sustainable proteins) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity conservation) และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้า (Power [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/">Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Bezos Earth Fund</strong> โดย <strong>มร.เจฟฟ์ เบโซส์</strong> (Jeff Bezos) ประธานกรรมการบริหารกองทุน Bezos Earth Fund และผู้ก่อตั้ง Amazon.com ประกาศงบสนับสนุนการพัฒนาโครงการ <strong>AI for Climate and Nature Grand Challenge</strong> ด้วยเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโซลูชัน AI เพื่อแก้ปัญหาจากความท้าทายของ​สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการสูญเสีย​ทางธรรมชาติ (Nature Loss)</p>
<p><span id="more-25395"></span></p>
<p>นอกจากนี้ ​​ ยังช่วย​จุดประกายการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ระหว่างกลุ่มผู้นำที่ทำงานด้านการดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชั่นหรือแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อการแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างยกระดับมากขึ้น <strong>โดยเตรียมเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ในเดือนพฤษภาคมนี้</strong></p>
<p><em>&#8220;การพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อหาแนวทาง​รับมือ​ปัญหาสภาพอากาศและช่วยป้องกันการ​สูญเสียทางธรรมชาติ โดยในรอบแรกของโครงการ​จะมุ่งพัฒนาโซลูชั่นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ โปรตีนที่ยั่งยืน (Sustainable proteins) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity conservation) และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้า (Power grid optimization) นอกจากนี้ยัง​รวมไปถึงกลุ่ม &#8220;Wild Card&#8221; สำหรับไอเดียที่น่าสนใจและทรงพลังนอกเหนือจาก 3 กลุ่มนี้อีกด้วย โดยในโครงการจะมีโอกาสระดมทุนได้ 2 ครั้ง ซึ่งเฟสแรก​จะ​สนับสนุนให้กับ  30 เมล็ดพันธุ์สำหรับแนวคิดของ AI ที่มุ่งในประเด็นที่โฟกัส ซึ่งผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการประกาศในงาน Bezos Earth Fund-TED ในช่วง Climate Week NYC ​ช่วงปลายเดือนกันยายน ส่วนเฟส​ที่สอง ผู้ที่ได้รับรางวัลเหล่านี้จะมีสิทธิ์สมัครขอรับทุนสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาแนวคิดของตนให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริง พร้อมรับคำปรึกษา การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน​และชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการขยายผลต่อไป&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ Bezos Earth Fund เริ่มเชิญชวนเหล่าผู้ขับเคลื่อน นักวิจัย นักสร้างวรรค์นวัตกรรมต่างๆ ทั้งจากมหาวิทยาลัย องค์กรเอกชน (NGOs) บริษัทเอกชน และองค์กรระดับประเทศ ที่มีสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาสภาพอากาศและธรรมชาติ จากการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อนำศักยภาพที่มีมาช่วยในการแก้ปัญหาผ่านการขับเคลื่อนร่วมกัน</p>
<p>ด้าน <strong>ดร. แอนดรูว์ สเตียร์ </strong>(Andrew Steer) ประธานและซีอีโอของ Bezos Earth Fund กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยเฉพาะการเกิดจุดเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งอาจะนำไปสู่ทั้งมิติที่ดี หรือไม่ดี แต่การพัฒนาโซลูชั่น AI ที่มีศักยภาพ จากโครงการนี้ จะมีส่วนเข้ามาช่วยคลี่คลายจากปัญหาที่ยากและท้าทายให้กับโลกได้ร่วมกัน</p>
<p>พร้อมเปิดกว้างให้ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมโครงการได้จาก​ <a href="https://www.bezosearthfund.org/ai-climate-nature" target="_blank" rel="noopener">Bezos Earth Fund</a></p>
<p><iframe loading="lazy" title="AI for Climate and Nature: The Bezos Earth Fund Announces $100M Grand Challenge" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/nyP3yU5Qu9Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/">Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่อง 8 ผู้ประกอบการ​ ​ปั้นโมเดลธุรกิจธุรกิจเพื่อสังคม​ ใน SET Social Impact GYM 2023: Pitching Day</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/8-se-pitching-day-by-set-social-impact-gym-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Oct 2023 10:36:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Haze Free Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[J-RAJA]]></category>
		<category><![CDATA[JOB ดาว ​]]></category>
		<category><![CDATA[LEARN DO]]></category>
		<category><![CDATA[maiA]]></category>
		<category><![CDATA[RESTART ACADEMY]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Social Impact GYM 2023: Pitching Day]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[TAN BIOCHEMICAL]]></category>
		<category><![CDATA[YORICE]]></category>
		<category><![CDATA[Your Pal]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งต้นดี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ตั้งต้นดี เพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ลอว์เอ็กซ์เทค จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ลีกัล คอนเน็กท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เลิร์น ดู จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แทนไบโอเคมิคอล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างหุ้นส่วจำกัด เฮซ ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เจรจา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21851</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่โครงการ SET Social Impact GYM 2023 ร่วมบ่มเพาะและสร้าง​พื้นที่ให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise จำนวน 8 ราย และบริษัทจดทะเบียนที่มาร่วมเป็นโค้ชอาสา ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการเพื่อสังคมสามารถขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต​และอยู่รอดได้อย่างแข็งแรง​​ พร้อมเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมได้อย่างยั่งยืน สำหรับโครงการ SET Social Impact GYM ในปีนี้เป็นปีที่ 7 หลังเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ด้วยความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ สมาคมบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) พร้อมพันธมิตรที่เข้ามาร่วมสนับสนุนโครงการในปีนี้ อาทิ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ PwC ประเทศไทย ที่ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนและพัฒนาทักษะการทำธุรกิจให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม​ที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้รวมทั้งสิ้น 8 ราย ครอบคลุมการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม 4 ด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม 2 ราย  ผู้เปราะบาง 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/8-se-pitching-day-by-set-social-impact-gym-2023/">ส่อง 8 ผู้ประกอบการ​ ​ปั้นโมเดลธุรกิจธุรกิจเพื่อสังคม​ ใน SET Social Impact GYM 2023: Pitching Day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่โครงการ <strong>SET Social Impact GYM 2023 </strong>ร่วมบ่มเพาะและสร้าง​พื้นที่ให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise จำนวน 8 ราย และบริษัทจดทะเบียนที่มาร่วมเป็นโค้ชอาสา ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการเพื่อสังคมสามารถขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต​และอยู่รอดได้อย่างแข็งแรง​​ พร้อมเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-21851"></span></p>
<p>สำหรับโครงการ<strong> SET Social Impact GYM </strong>ในปีนี้เป็นปีที่ 7 หลังเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ด้วยความร่วมมือระหว่าง<strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> และ <strong>สมาคมบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA)</strong> พร้อมพันธมิตรที่เข้ามาร่วมสนับสนุนโครงการในปีนี้ อาทิ<strong> กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)</strong> และ<strong> PwC ประเทศไทย</strong> ที่ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนและพัฒนาทักษะการทำธุรกิจให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม​ที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้รวมทั้งสิ้น 8 ราย ครอบคลุมการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม 4 ด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม 2 ราย  ผู้เปราะบาง 3 ราย การพัฒนาชุมชน 2 ราย และด้านการเกษตร 1 ราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Coach-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p style="font-weight: 400;">โดย​ในปีนี้ มีโค้ชจิตอาสาที่เป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทจดทะเบียนใน maiA และ SET จำนวน 22 ท่าน  มาร่วมให้คำแนะนำ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดเชิงธุรกิจ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแผนธุรกิจในรูปแบบการโค้ชตัวต่อตัวให้กับ​ผู้ประกอบการแต่ละราย ​พร้อมด้วย 3 พันธมิตร ทั้ง สสส. บสย. และ PwC ประเทศไทย มาเสริมทักษะในการทำธุรกิจอย่างรอบด้าน ทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ รวมทั้งความรู้ด้านบัญชี กฎหมาย และภาษีที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินธุรกิจในทุกขนาด</p>
<p>โดยบรรยากาศวัน Pitching Day ในวันปิดโครงการ SET Social Impact GYM 2023 เป็นโอกาสที่ท้ัง 8 ธุรกิจ จะได้นำเสนอสินค้าต้นแบบ และโมเดลธุรกิจ รวมทั้งแผนการในขยายธุรกิจมานำเสนอต่​อสาธารณะ เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับการสนับสนุนจากบริษัทและนักลงทุนต่างๆ ที่เข้ามาร่วมฟังการนำเสนอภายในงาน โดยธุรกิจเพื่อสังคมทั้ง 8 ราย ที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21854 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/GYM2-Haxe-Free.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>1. Haze Free Thailand</strong> โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮซ ฟรี  ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ลดการเผาป่าที่สร้างมลพิษทางอากาศ ช่วยให้ชุมชนมีอาหารที่ปลอดภัยพร้อมสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21855 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Yorice.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. YORICE</strong> โดยบริษัท ทีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านการพัฒนาชุมชน ผ่านการนำนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้ข้าวไทย เพื่อทดแทนการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ และช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผ่านแนวคิด<strong> ชาวนาไม่จน คนไม่ป่วย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21859 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/GYM3-TAN.jpg" alt="" width="1200" height="858" /></p>
<p><strong>3. TAN BIOCHEMICAL</strong> โดยบริษัท แทนไบโอเคมิคอล จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านการเกษตร ช่วยแก้ไข Painpoint ให้เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ​ที่เผชิญปัญหาต้นทุนสูงแต่ขายได้ราคาต่ำ จึงใช้นวัตกรรมมาต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่​ <strong>หอมแดงเทอราปี</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21862 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Learn-Do1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>4. LEARN DO</strong> โดยบริษัท เลิร์น ดู จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเชื่อมโยงเรื่องของการศึกษาเข้ากับเรื่องของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านห้องเรียนธรรมชาติ เพื่อทำให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21861 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/tungtondee1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>5. ตั้งต้นดี (RESTART ACADEMY)</strong> โดยบริษัท ตั้งต้นดี เพื่อสังคม จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านผู้เปราะบาง  ขยายโอกาสให้ผู้เคยก้าวพลาดได้มีโอกาสต้ังต้นชีวิตใหม่ และไม่กลับไปทำผิดซ้ำ ผ่านธุรกิจอาหารและการจัดเลี้ยง​ เพื่อสร้างอาชีพให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21863 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Job-Down-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>6. JOB ดาว ​</strong>โดยสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านผู้เปราะบาง เพื่อพัฒนาทักษะด้านอาชีพให้ผู้พิการทางสติปัญญา ในการหางานที่เหมาะสมกับผู้พิการ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมั่นใจในการจ้างงานคนพิการมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21858 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/GYM4-Law.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>7. Your Pal</strong> โดยบริษัท ลอว์เอ็กซ์เทค จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านผู้เปราะบาง เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถเป็นคนกลาง เพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหา Sexual Harrassment ภายในองค์กร และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกฏหมายของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21857 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/GYM5-Debt.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p><strong>8. J-RAJA (เจรจา)</strong> โดยบริษัท ลีกัล คอนเน็กท์ จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านการพัฒนาชุมชน เพื่อลดปัญหาหนี้ครัวเรือนและสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ผู้บริโภค ด้วยการเป็นตัวแทนลูกหนี้ในการเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อหารูปแบบชำระอย่างเหมาะสม พร้อมให้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาหนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SET-Social-Impact-GYM-2023_Pitching-Day_2.jpg" alt="" width="1200" height="736" /></p>
<p>ซึ่งภายหลังการนำเสนอครบทั้ง 8 ราย แล้ว ทางตลาดหลักทรัพย์ ได้คัดเลือก 3 ธุรกิจ เพื่อมอบ GYM APPRECIATION ให้เป็นกำลังใจสำหรับ​การนำไปขยายผล​เพื่อสร้างให้เกิด Social Impact ได้ในวงกว้าง โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่ ธุรกิจ YORICE โดยบริษัท ทีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด ,  ธุรกิจ HAZE FREE THAILAND  โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮซ ฟรี และ ธุรกิจ ตั้งต้นดี โดยบริษัท ต้ังต้นดี เพื่อสังคม จำกัด โดยทั้งสามธุรกิจ ได้รับเงินรางวัลเป็นกำลังใจจำนวน 1 หมื่นบาท 2 หมื่นบาท และ 3 หมื่นบาท ตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21864 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Pitching-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 7 ปี ของโครงการ SET Social Impact GYM มีผู้ประกอบการเพื่อสังคมผ่านการอบรมในโครงการ SET Social Impact GYM แล้วกว่า 80 ราย โดยมีสัดส่วนการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม 5 ด้าน ดังนี้ 40% เป็นด้านพัฒนาชุมชนและสังคม อีก 60% เป็นด้านสุขภาพ ด้านผู้เปราะบาง ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา ​พร้อมต่อยอดความร่วมมือให้เกิด Social Business Co-Creation ระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/8-se-pitching-day-by-set-social-impact-gym-2023/">ส่อง 8 ผู้ประกอบการ​ ​ปั้นโมเดลธุรกิจธุรกิจเพื่อสังคม​ ใน SET Social Impact GYM 2023: Pitching Day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ชาร์กเต้ &#8211; ชาร์กจิง” ผนึกกำลังติดปีก “โรโบคลาวด์” บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมคนไทยเติบโตระดับโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/singha-and-thai-summit-invest-in-robocloud/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Jul 2023 06:38:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Robocloud]]></category>
		<category><![CDATA[Robocloud Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[Shark Tank Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Factory]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาร์กจิง]]></category>
		<category><![CDATA[ชาร์กเต้]]></category>
		<category><![CDATA[ชาร์กแทงก์ ไทยแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรโบคลาวด์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พิฑูรย์ วัฒกภาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูริต ภิรมย์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[โรโบคลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยซัมมิท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19991</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายการ “ชาร์กแทงก์ ไทยแลนด์” (Shark Tank Thailand) เวทีที่เปิดโอกาสให้คนไทยมากฝีมือในหลากหลายอุตสาหกรรม มาโชว์ไอเดีย ความรู้ความสามารถ และแผนการดำเนินธุรกิจ โดยผู้ที่ผ่านด่านและเข้าตากรรมการหรือ “ชาร์ก” จะได้รับข้อเสนอเงินลงทุน เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจ และต่อยอดแผนงานให้ก้าวสู่เป้าหมายตามที่ได้เสนอไว้ โดยใน Shark Tank Thailand ซีซั่น 3 ที่ผ่านมา จากการนำเสนอของ บริษัท โรโบคลาวด์ จำกัด (Robocloud Company Limited) บริษัทคนไทย ผู้สร้างสรรค์ด้านการพัฒนาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม (Robotic &#38; Automation System) ได้รับความสนใจร่วมทุน จาก “ชาร์กเต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี” และ “ชาร์กจิง ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ” 2 ซีอีโอจากบริษัทชั้นนำของเมืองไทย ล่าสุดได้มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือ เพื่อพัฒนา ส่งเสริมคนไทยที่มีศักยภาพ และร่วมกันผลักดันธุรกิจไปสู่การเติบโตในประเทศและระดับสากลต่อไป “ชาร์กเต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/singha-and-thai-summit-invest-in-robocloud/">“ชาร์กเต้ &#8211; ชาร์กจิง” ผนึกกำลังติดปีก “โรโบคลาวด์” บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมคนไทยเติบโตระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายการ <strong>“ชาร์กแทงก์ ไทยแลนด์” (Shark Tank Thailand)</strong> เวทีที่เปิดโอกาสให้คนไทยมากฝีมือในหลากหลายอุตสาหกรรม มาโชว์ไอเดีย ความรู้ความสามารถ และแผนการดำเนินธุรกิจ โดยผู้ที่ผ่านด่านและเข้าตากรรมการหรือ “ชาร์ก” จะได้รับข้อเสนอเงินลงทุน เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจ และต่อยอดแผนงานให้ก้าวสู่เป้าหมายตามที่ได้เสนอไว้</p>
<p><span id="more-19991"></span></p>
<p>โดยใน Shark Tank Thailand ซีซั่น 3 ที่ผ่านมา จากการนำเสนอของ บริษัท โรโบคลาวด์ จำกัด (Robocloud Company Limited) บริษัทคนไทย ผู้สร้างสรรค์ด้านการพัฒนาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม (Robotic &amp; Automation System) ได้รับความสนใจร่วมทุน จาก <strong>“ชาร์กเต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี”</strong> และ <strong>“ชาร์กจิง ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ”</strong> 2 ซีอีโอจากบริษัทชั้นนำของเมืองไทย ล่าสุดได้มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือ เพื่อพัฒนา ส่งเสริมคนไทยที่มีศักยภาพ และร่วมกันผลักดันธุรกิจไปสู่การเติบโตในประเทศและระดับสากลต่อไป</p>
<p><strong>“ชาร์กเต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี”</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า “จากการได้ทำหน้าที่ “ชาร์ก” ในรายการ Shark Tank Thailand ทำให้มีโอกาสได้พบผู้ประกอบการคนไทยที่มีความสามารถในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่มีโมเดลธุรกิจน่าสนใจ แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถเติบโตได้เพราะปัญหาเรื่องเงินทุนและประสบการณ์ในการทำธุรกิจ ซึ่งการเข้ามาร่วมลงทุนกับโรโบคลาวด์ในครั้งนี้ จะเป็นการร่วมสร้างโอกาส และพัฒนาศักยภาพในการขยายธุรกิจ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม (Robotic &amp; Automation System) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการผลิต สู่การเป็น Smart Factory ซึ่งเชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ทางด้านการตลาดและการผลิต ที่กลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่มี จะสามารถเป็นประโยชน์ในการพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดภาคการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&#8221;</p>
<p>จากการเข้ามาสนับสนุนโรโบคลาวด์ บริษัทของคนไทย โดยผู้บริหารเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีทั้ง Passion และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสายงานแมคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ซึ่งเป็นสาขาที่ครอบคลุมทั้งด้านเครื่องกล ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และหุ่นยนต์ นำโดย ก้อง-พิฑูรย์ วัฒกภาสน์ โดยเทคโนโลยีของทีมโรโบคลาวด์ ไม่เพียงจะช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ยังสามารถเติบโต และขยายตลาดในต่างประเทศได้</p>
<p><strong>“ชาร์กจิง ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ”</strong> รองประธานกรรมการอาวุโส บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ให้ความเห็นว่า ไทยซัมมิทมุ่งเน้นการใช้ Automation ในกระบวนการการผลิตเป็นหลัก ปัจจุบันกลุ่มไทยซัมมิทเป็นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีจำนวน Robot มากที่สุดบริษัทหนึ่ง การใช้หุ่นยนต์และแขนกลในการผลิตนั้น จะต้องสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องจักรได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพและความแม่นยำในการผลิต รวมถึงลดของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต ซึ่งทางไทยซัมมิทมีทีมวิศวกรออกแบบและพัฒนาการทำงานด้านที่กล่าวมาเหล่านี้ บริษัทจึงเชื่อมั่นว่านอกจากเงินลงทุนที่สนับสนุนให้แก่ทางโรโบคลาวด์แล้ว ยังสามารถให้การสนับสนุนเรื่องการวิจัยและพัฒนา, การขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้อีกด้วย</p>
<p>ทางชาร์กจิงเข้าใจดีว่าผู้ประกอบการที่เข้ามาขอเงินลงทุน โดยปกติจะคาดหวังเรื่องของการช่วยเหลือในด้านอื่นจากชาร์กด้วย โดยยิ่งเป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือรายที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ ก็จะยิ่งคาดหวังมาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือให้คำแนะนำในด้าน การตลาด การเงิน Know-How เพื่อการพัฒนาสินค้า ดังนั้นในการเลือกลงทุนในแต่ละครั้ง ก็จะสนับสนุนตามความคาดหวังของผู้ประกอบการให้ได้มากที่สุดตามที่คุยกันก่อนการลงทุน ดังเช่นในกรณีของบริษัทโรโบคลาวด์เป็นต้น และขอแสดงความยินดีกับคุณพิฑูรย์ วัฒกภาสน์ และ คุณทิพย์วดี กวีวัฒนกร ที่แสดงศักยภาพและความตั้งใจออกมา และสามารถดึงชาร์กถึงสองท่านมาร่วมลงทุนได้</p>
<p><strong>พิฑูรย์ วัฒกภาสน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรโบคลาวด์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท โรโบคลาวด์ หลังจากได้รับการลงทุนจาก บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด  และ ไทยซัมมิท เรากำลังเติบโตและขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วแบบติดปีก เนื่องจากทางผู้ลงทุนทั้งสองบริษัทเข้ามาช่วยทั้งด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ รวมถึงร่วมสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมอาหาร/เครื่องดื่ม และชิ้นส่วนยานยนต์ ให้พัฒนายิ่งขึ้น ซึ่งเราพร้อมที่จะเป็นบริษัทชั้นนำในการให้บริการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในประเทศและต่างประเทศ โดยเราตั้งเป้าหมายว่านอกจากการเป็นผู้นำการให้บริการแล้ว เราพร้อมที่จะแบ่งปันและเป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งภาคการศึกษาและภาคเอกชน โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบุคคลากรของประเทศ</p>
<p>สำหรับ บริษัท โรโบคลาวด์ จำกัด ดำเนินธุรกิจมาเป็นปีที่ 8 ภายใต้ทีมงานวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านแมคาทรอนิกส์ จึงมีความสามารถทั้งการออกแบบและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบการผลิตให้ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ตามที่ต้องการแบบ Customization ไม่ว่าจะเป็นรับออกแบบและติดตั้งเครื่องจักรอัตโนมัติ รับสร้างระบบหุ่นยนต์ รับสร้างโปรแกรมบริหารจัดการและการผลิต รวมทั้งรับสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาระบบอัตโนมัติที่ทำให้โรงงานสามารถสั่งงานระบบต่างๆ ให้ทำงานอย่างสมบูรณ์เพียงแค่การกดเพียงปุ่มเดียว หรือ One Touch Manufacturing เพื่อเป็นหนึ่งในผู้นำที่ทำให้ระบบอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) ของไทย ก้าวสู่ Digital Transformation ได้ในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/singha-and-thai-summit-invest-in-robocloud/">“ชาร์กเต้ &#8211; ชาร์กจิง” ผนึกกำลังติดปีก “โรโบคลาวด์” บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมคนไทยเติบโตระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปลาทูแท่งอบกรอบของพรปัญญาคว้าใจกรรมการ รับเงินรางวัล 2 แสน พร้อมเตรียมต่อยอดกับไลอ้อนจากโครงการ LION Health Startup Business Contest   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/lion-health-startup-business-contest/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jul 2023 06:23:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[LION Health Startup Business Contest]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาทูแท่งอบกรอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19814</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังเปิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม SMEs หรือ ธุรกิจ Startup ได้มีโอกาสเติบโตไปด้วยกันในโครงการ “LION Health Startup Business Contest” หรือโครงการประกวดแผนพัฒนาธุรกิจเพื่อสุขภาพ และมีผู้ประกอบการ 28 รายยื่นส่งแผนเข้าประกวด ทั้งนี้ ทีมพรปัญญา ทีมธรรมรักษา และทีม Talk to PEACH คือ 3 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบการประกวดในโครงการนี้ นอกจากจะได้รับสิทธิ์ในการออกบูธโปรโมทสินค้าร่วมกับบูธกิจกรรมของ ไลอ้อน ประเทศไทย ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. – 2 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ทั้ง 3 ทีม นำเสนอแผนธุรกิจเพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO บริษัท PaySolutions จํากัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/lion-health-startup-business-contest/">ปลาทูแท่งอบกรอบของพรปัญญาคว้าใจกรรมการ รับเงินรางวัล 2 แสน พร้อมเตรียมต่อยอดกับไลอ้อนจากโครงการ LION Health Startup Business Contest   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังเปิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม SMEs หรือ ธุรกิจ Startup ได้มีโอกาสเติบโตไปด้วยกันในโครงการ “<strong>LION Health Startup Business Contest”</strong> หรือโครงการประกวดแผนพัฒนาธุรกิจเพื่อสุขภาพ และมีผู้ประกอบการ 28 รายยื่นส่งแผนเข้าประกวด</p>
<p><span id="more-19814"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ทีมพรปัญญา ทีมธรรมรักษา และทีม Talk to PEACH คือ 3 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบการประกวดในโครงการนี้ นอกจากจะได้รับสิทธิ์ในการออกบูธโปรโมทสินค้าร่วมกับบูธกิจกรรมของ ไลอ้อน ประเทศไทย ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. – 2 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ทั้ง 3 ทีม นำเสนอแผนธุรกิจเพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 5 ท่าน ได้แก่<strong> คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ</strong> CEO บริษัท PaySolutions จํากัด และ TARAD.com <strong>คุณผรินทร์ สงฆ์ประชา</strong> CEO ผู้ก่อตั้งบริษัท นาสเก็ต รีเทล จํากัด<strong> คุณกรรณิการ์ จําปาพันธ์</strong> CEO บริษัท SLEEP COACH ประเทศไทย จํากัด<strong> คุณเกศกานดา พรรณกลิ่น</strong> DIGITAL SOLUTION EXECUTIVE MANAGER บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จํากัด และ <strong>ดร.ชาลินี ฮิราโน</strong> Chief Strategy Officer/ Deputy Managing Director บริษัท Far East Fame Line DDB จํากัด (มหาชน) นอกจากนี้ ทั้ง 3 ทีม ยังได้รับประสบการณ์ และคำแนะนำจากคณะกรรมการที่เป็นกูรูด้านการตลาด นักสื่อสาร นักสร้างแบรนด์ และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจสุขภาพ ที่ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าแข่งขันทั้งสามทีม</p>
<p>ทีมพรปัญญา ผู้ชนะการประกวดแผนธุรกิจ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ปลาทูแท่งอบกรอบ “โกเล” ที่มีส่วนผสมของแคลเซียมสกัดจากก้างปลา ผลิตจากปลาทูแท้ 100% ไม่ผสมแป้ง มีแคลเซียมสูง วิตามิน คอลลาเจน และไฟเบอร์ ได้นำเสนอแผนงานธุรกิจที่เปลี่ยนก้างปลาจากที่เป็น Food Waste มาเป็นแคลเซียมผงที่มี value และสามารถปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกหลากหลายรูปแบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19819 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/3-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ธุรกิจของ บริษัท พรปัญญา จำกัด เริ่มจากการขายส่งลูกชิ้นปลาทะเล ที่ทำมานานกว่า 15 ปี และพบว่ามีก้างปลาเหลือทิ้งจำนวนมาก จึงเกิดแนวคิดเพิ่มมูลค่าให้กับก้างปลา โดยนำมาผสมกับเนื้อปลาทูและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ปลาทูแท่งอบกรอบที่มีปริมาณสารแคลเซียมสูงกว่าปกติ</p>
<p>จากการนำเสนอแผนงานของพรปัญญา ทำให้คณะกรรมการได้มองเห็นช่องทางการตลาด พร้อมกับคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์ในการทำการตลาดที่แนะนำให้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งของสินค้าจากตลาดกลุ่มอาหารเสริมแคลเซียมมาเป็นตลาดกลุ่มพรีเมียมสแน็ค เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับตลาดแคลเซียมที่เป็น red ocean มีผู้เล่นหลายรายและมีเจ้าตลาดที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว หากปรับตำแหน่งมาเจาะตลาดกลุ่มพรีเมียมสแน็ค ยังจะสามารถเคลมได้ว่า เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ผลิตภัณฑ์ทำมาจากปลา และที่สำคัญตลาดพรีเมียมสแน็คยังมีช่องว่างในการทำตลาดได้อีกมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19820 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/9-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วนผู้เข้ารอบอีกสองทีมที่คว้ารางวัลอันดับ 2 คือทีม Talk to PEACH  แอปพลิเคชันที่ให้คําปรึกษาเรื่องเพศออนไลน์กับคุณหมอ และนักเพศวิทยาแบบไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งได้รวบรวมนักเพศวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้าน Sexology ที่พร้อมให้คำปรึกษา และเข้าใจทุกความหลากหลายของทุกคน โมเดลธุรกิจคือรายรับที่มาจากค่าบริการให้คำปรึกษาและรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ผ้าอนามัย ถุงยางอนามัย น้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ฯลฯ และผู้รับรางวัลอันดับ 3 คือ ทีมธรรมรักษา ผู้พัฒนาผักพื้นบ้าน อาทิ คะน้าไชยา ใบหม่อน และชะพลู  มาแปรรูปเป็นผงผัก ที่เก็บง่าย นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารได้สะดวก เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาในการหาซื้ออาหาร แต่ยังต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน กินง่าย และให้ประโยชน์ทางโภชนาการสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19816 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/7-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โครงการ </strong><strong>LION Health Startup Business Contest </strong>เป็นโครงการที่ไลอ้อน จัดขึ้นเป็นปีแรก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้กับ Startup ยุคใหม่ และเป็นกำลังในการสนับสนุนและผลักดันธุรกิจเพื่อสุขภาพของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของไลอ้อน ที่มุ่งมั่นดำเนินการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะสนับสนุนธุรกิจขนาดย่อม SMEs หรือ ธุรกิจ Startup ที่ดำเนินธุรกิจสินค้า บริการ หรือเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ ให้เติบโตไปด้วยกัน ด้วยการเชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจสินค้า บริการ หรือเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ  เข้าร่วมประกวดแผนพัฒนาธุรกิจเพื่อสุขภาพที่มีศักยภาพสูง สามารถดำเนินการได้ผลจริง และมีผลเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจเพื่อสุขภาพของประเทศไทย ชิงรางวัลเงินสนับสนุนธุรกิจจากบริษัทฯ มูลค่ารวม 590,000 บาท พร้อมกับโอกาสในการต่อยอดธุรกิจร่วมกันต่อไปในอนาคตกับ ไลอ้อน ประเทศไทย</p>
<p>ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด ความเคลื่อนไหว และกิจกรรมต่างๆ ของโครงการฯ เพิ่มเติม ได้ที่  <a href="https://www.facebook.com/LIONGOODNESSSOCIETY" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/LIONGOODNESSSOCIETY</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/lion-health-startup-business-contest/">ปลาทูแท่งอบกรอบของพรปัญญาคว้าใจกรรมการ รับเงินรางวัล 2 แสน พร้อมเตรียมต่อยอดกับไลอ้อนจากโครงการ LION Health Startup Business Contest   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PEPSICO ขยายโครงการ GREENHOUSE ACCELERATOR สู่เอเชียแปซิฟิก เฟ้นหาไอเดียสตาร์ทอัพช่วยขับเคลื่อนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนและแก้ปัญหาสภาพอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/pepsico-expand-pepsico-greenhouse-program-apac/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Apr 2023 07:01:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Invester]]></category>
		<category><![CDATA[Journey to Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[pep+]]></category>
		<category><![CDATA[PepsiCo Greenhouse Program- APAC]]></category>
		<category><![CDATA[PepsiCo Positive]]></category>
		<category><![CDATA[PepsiCo Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เหวิน หยวน ตัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18202</guid>

					<description><![CDATA[<p>PepsiCo (NASDAQ: PEP) ประกาศเปิดตัวโครงการ PepsiCo Greenhouse Program- APAC โครงการปี 2566 เพื่อร่วมมือและสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ซึ่งส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับบรรจุภัณฑ์และการลดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อคัดเลือก​บริษัทสตาร์ทอัพจำนวน 10 ราย ที่มีสิทธิได้รับเงินทุนสนับสนุนและการให้คำปรึกษา รายละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นต่อ pep+ (PepsiCo Positive) ซึ่งเป็นกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงแบบครบวงจรของ @PepsiCo บริษัทฯ จึงลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการ Greenhouse Accelerator เป็นส่วนขยายของความมุ่งมั่นนี้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ทอัพในด้านความยั่งยืน การเปิดตัวโครงการ Greenhouse Accelerator Program ของ PepsiCo ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นข้อยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องและยาวนานเพื่อความยั่งยืนและนวัตกรรม ในฐานะบริษัท @PepsiCo ตระหนักดีถึงบทบาทที่สำคัญของบริษัทในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับทุกคน คุณเหวิน หยวน ตัน ประธานกรรมการบริหาร เป๊ปซี่โค เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า &#8220;โครงการ Greenhouse Accelerator Program เป็นกรอบที่สำคัญ ในการพัฒนาความสามารถและความว่องไว ทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับผู้ประกอบการที่มีแนวคิดเดียวกันและมีภารกิจร่วมกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/pepsico-expand-pepsico-greenhouse-program-apac/">PEPSICO ขยายโครงการ GREENHOUSE ACCELERATOR สู่เอเชียแปซิฟิก เฟ้นหาไอเดียสตาร์ทอัพช่วยขับเคลื่อนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนและแก้ปัญหาสภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>PepsiCo</strong> (NASDAQ: PEP) ประกาศเปิดตัวโครงการ <strong>PepsiCo Greenhouse Program- APAC</strong> โครงการปี 2566 เพื่อร่วมมือและสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ซึ่งส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับบรรจุภัณฑ์และการลดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อคัดเลือก​บริษัทสตาร์ทอัพจำนวน 10 ราย ที่มีสิทธิได้รับเงินทุนสนับสนุนและการให้คำปรึกษา รายละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p><span id="more-18202"></span></p>
<p>เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นต่อ<strong> pep+ (PepsiCo Positive)</strong> ซึ่งเป็นกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงแบบครบวงจรของ @PepsiCo บริษัทฯ จึงลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการ Greenhouse Accelerator เป็นส่วนขยายของความมุ่งมั่นนี้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ทอัพในด้านความยั่งยืน</p>
<p>การเปิดตัวโครงการ Greenhouse Accelerator Program ของ PepsiCo ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นข้อยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องและยาวนานเพื่อความยั่งยืนและนวัตกรรม ในฐานะบริษัท @PepsiCo ตระหนักดีถึงบทบาทที่สำคัญของบริษัทในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับทุกคน</p>
<p><strong>คุณเหวิน หยวน ตัน</strong> ประธานกรรมการบริหาร เป๊ปซี่โค เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า &#8220;โครงการ Greenhouse Accelerator Program เป็นกรอบที่สำคัญ ในการพัฒนาความสามารถและความว่องไว ทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับผู้ประกอบการที่มีแนวคิดเดียวกันและมีภารกิจร่วมกัน โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีการปรับแนวคิดเชิงนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมอนาคตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/pepco3.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้ความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน นอกจากนี้ โครงการ <strong>Journey to Zero Waste</strong> ซึ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2565 ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งแสดงให้เห็นว่า PepsiCo Thailand ให้ความสำคัญกับปัญหาบรรจุภัณฑ์พลาสติกอ่อนหลายชั้น (multilayer plastic – MLP) เป็นอย่างมาก</p>
<p>PepsiCo เปิดรับสมัครผู้สนใจจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2023 เพื่อค้นหาบริษัทสตาร์ทอัพ 10 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรูปแบบของโครงการที่จะเข้าร่วมต้องมีการรวมเอาวัตถุประสงค์ไว้ในความมุ่งมั่นของผู้สมัครทั้งหลาย โดยต้องสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมสำหรับธุรกิจ ผู้บริโภค ชุมชน และโลกของเรา สตาร์ทอัพที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนสนับสนุน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ และจะเข้าร่วมในโปรแกรมเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการนำแนวคิดตั้งต้นไปใช้ เป็นเวลา 4 เดือน โปรแกรมนี้ยังมีการให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่างๆ ของ PepsiCo รวมถึงแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อช่วยจัดการกับการดำเนินธุรกิจที่สำคัญในระยะเริ่มต้น เช่น การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การจัดโครงสร้างองค์กร และการระดมทุน บริษัทสตาร์ทอัพจะสามารถเข้าถึงการเพิ่มประสิทธิภาพแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การเข้าหาลูกค้า และการจัดจำหน่ายในระหว่างการดำเนินโครงการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18205 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Pepco1.jpg" alt="" width="800" height="806" /></p>
<p>เมื่อสิ้นสุดโครงการ บริษัทสตาร์ทอัพที่ชนะเลิศ จำนวน 1 บริษัท จะได้รับเงินทุนเพิ่มเติมเป็นจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อขยายธุรกิจต่อไป และโอกาสในการเป็นพันธมิตรกับ PepsiCo ต่อไปสำหรับโครงการในอนาคต</p>
<p>PepsiCo เปิดตัวโครงการ Greenhouse ครั้งแรกในยุโรปในปี 2560 และขยายโครงการไปยังภูมิภาคอเมริกาเหนือในฤดูใบไม้ร่วงปี 2561 จากนั้นไปที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้ (AMESA) ในปี 2565 โครงการ Greenhouse Accelerator ดำเนินมาเป็นปีที่ 7 และสนับสนุนแบรนด์สตาร์ทอัพใหม่ๆ จำนวน 58 แบรนด์ ให้มีการเติบโตของยอดขายโดยรวมที่รายได้มากกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>สำหรับข้อมูลผู้สมัครและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ PepsiCo Greenhouse ประจำปีนี้ สามารถดูได้จาก <a href="https://greenhouseaccelerator.com/apac/" target="_blank" rel="noopener">https://greenhouseaccelerator.com/apac/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/pepsico-expand-pepsico-greenhouse-program-apac/">PEPSICO ขยายโครงการ GREENHOUSE ACCELERATOR สู่เอเชียแปซิฟิก เฟ้นหาไอเดียสตาร์ทอัพช่วยขับเคลื่อนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนและแก้ปัญหาสภาพอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
