<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Surplus Food &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/surplus-food/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 03 May 2026 14:38:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Surplus Food &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2026 14:38:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[CIT]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Hero]]></category>
		<category><![CDATA[Food Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[VAT]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41550</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี) รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้น หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้   ทั้งนี้ ประเทศไทยมี RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)</p>
<p><span id="more-41550"></span></p>
<p>รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ดังนั้น <em><strong>หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้  </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยมี<strong> RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร</strong> (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน Food Rescue โดยเฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ราว 1% หรือประมาณ 2,000 ตันต่อปีเท่านั้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA3.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>สวทช. เสนอมาตรการทางภาษีเพิ่มแนวร่วมบริจาคอาหาร </strong></p>
<p>นำมาสู่การศึกษาเพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย <em><strong>&#8216;การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน&#8217;</strong>  </em>ของ <strong>สวทช.</strong>  เพื่อสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายตามโรดแม็พการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะการเพิ่มแนวร่วมจากภาคธุรกิจ ในการนำสินค้ากลุ่มอาหารที่ไม่ได้จำหน่ายแต่ยังสามารถรับประทานได้ เข้าสู่ระบบการบริจาคเพื่อลดปริมาณขยะอาหาร และสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกิน เพื่อลดขยะอาหารได้ตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น <em><strong>โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการกอบกู้อาหารในประเทศไทยให้มากขึ้น 10 เท่า หรือจาก 2,000 ตันต่อปี เป็น 20,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 3,040 ล้านบาทต่อปี</strong></em></p>
<p>ข้อมูลจากการศึกษาของ สวทช. พบว่า <em><strong>ความสามารถในการกอบกู้อาหารประเทศไทยส่วนเกินของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 1%  หรือราว 2,000 ตันต่อปี</strong> </em>จากปริมาณอาหารส่วนเกินที่มีมากกว่า 4 ล้านตัน โดย<strong>อาหารที่กอบกู้มาได้ นำไปช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนอาหารให้ประชากรในประเทศไทย 8.4 ล้านมื้อ หรือคิดเป็นผลกระทบ​ทางเศรษฐกิจมูลค่า 294 ล้านบาทต่อปี</strong> (อาหาร 1 กิโลกรัม สามารถแจกจ่ายได้ประมาณ 4.2 มื้อ และอ้างอิงราคาอาหารจากร้านธงฟ้าที่ 35 บาทต่อมื้อ) <strong>พร้อมทั้งลดภาระในการบริหารจัดการขยะของประเทศลงได้ 4.95 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 5,060 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)ต่อปี ซึ่งสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ถึงกว่า 5.39 ล้านบาทต่อปี</strong> (อ้างอิงราคาตลาด T-VER กลุ่มป่า ระดับโครงการ P-REDD+ ณ เดือน ต.ค. 2568)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA-1.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><em><strong>และหากสามารถเพิ่มการกอบกู้อาหารได้มากขึ้น 10 เท่า เป็น 20,000 ตันต่อปี จะทำให้ช่วยลดความหิวโหยของประชากรได้ถึง 84 ล้านมื้อ เทียบเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่า 2,940 ล้านบาทต่อปี ลดภาระในการจัดการขยะ 49.5 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 50,600 ตัน CO2e ต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นพะยูง 2.34 -3.72 ล้านต้น และสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ราว 54 ล้านบาทต่อปี </strong></em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>อุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนที่แม้มีสินค้ากลุ่มอาหารที่ต้องการร่วมบริจาคเพื่อลดปริมาณ Food Waste แต่สุดท้าย​​ตัดสินใจเลือกที่จะไม่บริจาคอาหาร คือ</strong> <strong>&#8216;การติดเงื่อนไขทางภาษี&#8217;</strong> เนื่องจาก <em><strong>ข้อกฎหมายประเทศไทยในปัจจุบัน กำหนดให้การบริจาคอาหาร ยังจำเป็นต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายสินค้า รวมทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มสินค้ารายจ่ายต้องห้าม ที่กำหนดเพดานไว้ 2% ของกำไรสุทธิ เพื่อนำไปหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ​​ทำให้ไม่จูงใจภาคธุรกิจ และหลายบริษัทเลือกที่จะใช้วิธีการทำลายอาหารแทน</strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>เนื่องจาก ไม่มีทั้งภาระ​​ภาษีมูลค่า (VAT) พร้อมทั้งสามารถหักภาษีซื้อได้เต็มจำนวน ประกอบกับยังสามารถหักรายจ่ายจากกระบวนการในการทำลายสินค้า เช่น ต้นทุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทำลายสินค้า หรือค่าจ้างบุคลากรในการนำไปทำลาย ซึ่งช่วยลด​ภาระด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ให้แก่ภาคธุรกิจได้</p>
<p>ทำให้ในปัจจุบัน สินค้าอาหารราว 90% ​​ที่ภาคเอกชนนำมาบริจาคให้องค์กรต่างๆ มักจะอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่เสีย VAT  เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวสาร เบเกอรี่ หรือกลุ่มอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุการบริโภค (Shelf-life) ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่สินค้าอาหารส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าระบบในการส่งต่อผ่านการบริจาคอาหาร ซึ่งสูญเสียทั้งโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งยังกระทบต่อปัญหาความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร และปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มจำนวนขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA4.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>สวทช. จึงได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากร เพื่อให้พิจารณาปรับปรุงระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน ให้กับหน่วยรับบริจาคอาหารภายใต้โครงการธนาคารอาหาร (Food Bank) หรือที่ได้รับการรับรอง ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการประเภทต่างๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ เพื่อลดภาระให้​​ภาคธุรกิจที่ต้องการ​บริจาคอาหารสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับการทำลายอาหาร เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการบริจาคอาหาร จากกลุ่มธุรกิจ​และประเภทของอาหารที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งมีปริมาณอาหารส่วนเกินเข้ามาในระบบ เพื่อนำไปส่งต่อประโยชน์แก่ผู้ที่มีความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาทางทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในภาพรวมให้ลดลงได้</p>
<p>นอกจากเรื่องของมาตรการทางภาษีแล้ว การเพิ่มแรงจูงใจด้วยการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต​ เนื่องจาก สามารถ​คำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงจากปริมาณการบริจาคอาหาร และนำไปขอขึ้นทะเบียนจากทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  เพื่อขอรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการทำให้ภาคธุรกิจหันมาบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>SOS Thailand เดินหน้าภารกิจกอบกู้อาหาร ตั้งเป้า 15 ล้านกิโลกรัม</strong></p>
<p><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) </strong>อีกหนึ่งแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทยมากว่า 10 ปี โดยมีฐานปฏิบัติงานอยู่ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และเชียงใหม่ โดยในปัจจุบันมีการดำเนินงานอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย</p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย SOS Thailand เปิดเผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา SOS Thailand สามารถช่วยกอบกู้อาหารได้มากกว่า 18 ล้านกิโลกรัม เพื่อนำไปส่งต่อเป็นมื้ออาหารได้รวมกว่า 76 ล้านมื้อ เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศได้มากกว่า 6,623 แห่ง โดยช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท​ ขณะที่อิมแพ็คที่สร้างได้จากการกอบกู้อาหาร ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอนลงได้กว่า 46,000 ตัน CO2e เทียบเท่าการปลูกต้นไม่เพื่อดูดซับคาร์บอนมากกว่า 7.63 แสนต้น ขณะที่การคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 23 เท่า (เมื่อเทียบการลงทุน1 บาท สร้างผลตอบแทนเทียบเท่า​​ 23 บาท)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Tawee.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับการขยายพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทย  SOS Thailand สามารถขยายพื้นที่ดำเนินงานได้รวม 19 จังหวัด ​แต่หากรวมเครือข่ายการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ผ่านโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank เท่ากับทำงานได้ครอบคลุมกว่า 50 จังหวัด หรือเข้าถึงพื้นที่ได้กว่า 65% ของประเทศ  ขณะที่จำนวนพันธมิตรในปัจจุบันมีอยู่ 5 กลุ่มสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มร้านอาหาร กลุ่มโรงแรม กลุ่มเกษตรกร กลุ่มตลาด และกลุ่มโรงงานผลิตอาหารต่างๆ  รวมกว่า 316 แบรนด์ จำนวนจุดเข้ารับอาหารเกือบ 2,300 จุด</p>
<p><em>&#8220;แนวทางการขยายจำนวนพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมการกอบกู้อาหารในปีนี้ มีทั้งการเพิ่มปริมาณอาหารจากจุดรับอาหารที่ดำเนินการอยู่แล้ว รวมทั้งการเพิ่มจุดรับอาหารใหม่ๆ จากแบรนด์เดิม รวมทั้งการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อให้เข้าร่วมโครงการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนในการเข้าร่วมโครงการมีหลากหลาย ทั้งในแง่ของข้อกฏหมายทางภาษีซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้ภาคเอกชนตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ แม้จะทราบถึงประโยชน์ และต้องการมีส่วนร่วมในการลดขยะอาหาร ​ซึ่งทาง สวทช. ได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาเพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ ในด้านการบริหารจัดการ ซึ่งทาง SOS Thailand พยายามเข้าไปรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อสามารถขยายความร่วมมือกับพันธมิตรได้เพิ่มมากขึ้น และสามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าไปกอบกู้อาหารส่วนเกินในปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านกิโลกรัม พร้อมระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานได้ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/sos-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ SOS Thailand มีบทบาทในการกอบกู้อาหาร ผ่าน 5 ภารกิจสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Food Rescue Program : ​</strong>การเข้าไปกอบกู้อาหารจากพันธมิตรด้วยรถตู้เย็น ที่ปัจจุบันมีรวม 15 คัน สำหรับปฏิบัติงานใน 4 จังหวัด​หลัก  ผ่าน Food Rescue Ambassador รวม 18 คน พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานผ่านเครือข่ายไปได้แล้ว 19 จังหวัด โดยภารกิจหลักในการเข้าไปรับอาหารส่วนเกินจากผู้บริจาค เพื่อนำไปส่งต่อ รวมทั้งการจัดทำรายงานสรุปให้ผู้บริจาคทราบถึงผลกระทบเชิงบวกที่สามารถสร้างได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Rescue Kitchen Program :</strong> กิจกรรมครัวรักษ์อาหาร ร่วมกับภาคเอกชน ในการทำกิจกรรมอาหารแจกจ่ายให้ชุมชนที่มีความต้องการ โดยใช้วัตถุดิบหลักมาจากอาหารที่กอบกู้ได้ และเป็นอีกหนึ่งโซลูชันการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับทางชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 101 ครั้ง</p>
<p><strong>&#8211; Healthy School Meal Program :</strong> เป็นการนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ทางโรงเรียนใน กทม. เพื่อดูแลโภชนการให้เด็กนักเรียน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนรู้และการเติบโต โดยได้ดำเนินการรวมแล้วใน 32 โรงเรียน และค่า BMI ของนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมดีขึ้นได้มากกว่า 82%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211;  Rescue Farm Program :</strong> การเข้าไปช่วยกลุ่มเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต จากฟาร์มที่มีผลผลิตจำนวนมาก และไม่ได้เก็บเกี่ยวหรือนำไปจำหน่าย ทาง SOS จะนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ พร้อมมีทีมอาสาเข้าไปเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตมาส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ขณะที่เกษตรกรก็จะไม่ต้องเสียค่าจ้างเก็บเกี่ยว หรือปล่อยให้ผลผลิตเสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยปัจจุบันดำเนินการในหัวหิน และเชียงใหม่ และได้เข้าไปช่วยเก็บเกี่ยวแล้วมากกว่า 80 แห่ง</p>
<p><strong>&#8211; Thailand&#8217;s Food Bank Program :</strong> การขับเคลื่อน<strong> &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217;</strong> โดยความร่วมมือกับทาง สวทช. ในการพัฒนาโมเดลการกอบกู้อาหารให้สามารถกระจายการทำงานไปได้ท่ัวทั้งประเทศ ผ่านการมีเครือข่ายจิตอาสากระจายไปได้ทั่วประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง สวทช. ทั้งการเข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเป็นข้อมูลกลางด้าน​การกอบกู้อาหารในระดับประเทศ รวมทั้งการทำงานร่วมกับนักวิจัยในหลากหลายสาขา เพื่อสร้าง Food Safety Guideline ในการเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสำหรับการบริจาค เพื่อการอบรมทั้งกลุ่มอาสาที่จะเข้ามาเป็น Food Hero (ผู้เข้ารับอาหารส่วนเกินเพื่อนำไปบริจาค) ​รวมทั้งกลุ่มผู้รับบริจาค ซึ่งโครงการนี้ มีความสำคัญในการช่วยเพิ่มตัวกลางในการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีอาสาร่วมโครงการแล้วกว่า 556 คน ขยายพื้นที่โครงการเพิ่มเติมได้อีกกว่า 16 จังหวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;จากการดำเนินงานมากว่า 10 ปี ของ SOS Thailand ทำให้ทราบว่า <strong>ปริมาณอาหารในประเทศไทย รวมทั้งทั่วโลก ไม่ได้ขาดแคลน ​แต่ละวันมีการผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับการบริโภคของผู้คนได้ทุกคน เพียงแต่ยังขาดตัวกลางในการนำอาหารจากผู้ผลิตไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ซึ่ง SOS Thailand พยายามเพิ่มเครือข่ายและรูปแบบในการทำงานกับทุกภาคส่วน  เพื่อเซ็ตอัพโมเดลการขับเคลื่อนที่แข็งแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้อย่างแพร่หลาย ทำให้เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหารให้กับทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง</strong> พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งทุกคนสามารถ​มีส่วนร่วมการขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้เช่นกัน เพราะ <strong>นอกจาการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในรูปแบบ BtoB แล้ว ยังสามารถ​รณรงค์การขับเคลื่อนแบบรายบุคคล หรือ CtoC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ได้มากยิ่งขึ้น เนื่อง​จากประเทศไทย มีวัฒนธรรมในการแชร์อาหารให้แก่กันมาช้านานแล้ว</strong>&#8220;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 22:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day DISCOVERY]]></category>
		<category><![CDATA[Food Discovery & Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grocery]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[My Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Chinese New Year 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ของไหว้ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลตรุษจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39996</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217; หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับ &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​ ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น &#8216;วันเที่ยว&#8217; โดยมี &#8216;วันจ่าย&#8217; 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;วันไหว้&#8217; 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก  อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ &#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217; ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้  ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217;</strong> หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><span id="more-39996"></span></p>
<p>สำหรับ<strong> &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​</strong> ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น <strong>&#8216;วันเที่ยว&#8217;</strong> โดยมี &#8216;<strong>วันจ่าย&#8217;</strong> 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;<strong>วันไหว้&#8217;</strong> 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต</p>
<p><strong>เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก </strong></p>
<p>อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ <strong>&#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217;</strong> ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้<em><strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้ </strong></em></p>
<p>ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;<strong>แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์&#8217;</strong> ผ่าน​ช่องทาง<strong> LINE TOPS Thailand</strong> และ <strong>Personal Shopper</strong> และสะท้อนถึงพฤติกรรมลูกค้าที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความใส่ใจต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ทำให้​กลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Consumption&#8217;</strong> ที่​มีสัดส่วนถึง 63% ตั้งใจ​​​เฉลิมฉลองแบบรักษ์โลก ด้วยการบริหารจัดการปริมาณของไหว้ในปีนี้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหา Food Waste</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/15_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่ม Conscious Consumption จะเน้น​การ​เฉลิมฉลองอย่างมีสติและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ถือ​เป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในกลุ่มคนเมือง ​รวมทั้ง​ยังพบ <em><strong>ผู้บริโภค 18% ที่กังวลในเรื่องของอาหารเหลือจนสร้าง Food Waste ในช่วงตรุษจีน</strong></em> และอีกกว่า<em><strong> 15% ที่มองหาชุดของไหว้ที่ช่วยลดพลาสติก</strong></em> ซึ่งผลสำรวจที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นการเติบโตของเทรนด์ Sustainability หรือความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ผลสำรวจที่เกิดขึ้น​ นำมาสู่การถอดรหัสเพื่อทำความเข้าใจอินไซต์​ลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก​ตามวิถี <strong>&#8216;กินเพื่ออยู่</strong>&#8216; (Eat to Live) ที่เน้นความพอดี พอประมาณ และไม่เหลือทิ้งขว้าง (Zero Waste) เพื่อมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเริ่มต้นได้ตั้งแต่การวางแผนซื้อวัตถุดิบ หรือสั่งอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยลดปริมาณ Food Waste ได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ท็อปส์ ต่อยอด​ &#8216;ชุดของไหว้&#8217; แบบพอดี &#8216;คุ้มค่า คุ้มราคา แต่ความหมายครบ&#8217;</strong></p>
<p>หลังถอดรหัสความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มสำคัญ​ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่าง <strong>Conscious Consumption </strong>ได้แล้ว <strong>​&#8217;ท็อปส์&#8217;</strong> ได้ต่อยอด​อินไซต์ดังกล่าว มาสู่การจัดแคมเปญเทศกาลตรุษจีน &#8216;<strong>The Great Chinese New Year 2026&#8242; </strong>ให้​ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​แนวคิดการจัด <strong>ชุดของไหว้แบบ &#8216;พอดี&#8217;</strong> เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อเพื่อนำไปใช้ในการไหว้ได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของครอบครัวตัวเอง โดยแบ่งเป็น 3 ขนาด ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดเล็ก (</strong><strong>Minimal) </strong><strong>สำหรับมือใหม่ – ไหว้ให้ถูกหลัก ตั้งต้นมงคล </strong>แบบเบสิค ขนาดเล็ก แต่ของครบ ราคาประหยัด : My Choice ชุดซาแซอุดมสมบูรณ์ M, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคล ชุดสุดคุ้ม, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะ และ ชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/12_ชุดไหว้ขนาดกลาง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดกลาง</strong><strong> – </strong><strong>พอดีครบ เสริมสมดุลทุกพลังมงคล </strong>: My Choice ชุดซาแซเสริมสุข, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคลประหยัด, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะใหญ่ และชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดใหญ่ &#8211;</strong> <strong>สำหรับครอบครัวใหญ่ :</strong> My Choice ชุดโหงวแซรับความมั่งคั่ง, Set Lucky Premium Fruit Gift, ชุดโหงวแซซีฟู้ด, ชุดไหว้เทพเจ้าพิเศษ (ไฉ่ซิงเอี้ยะ) และ ชุดไหว้บรรพบุรุษใหญ่พิเศษ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจัดตัวเลือกของไหว้เพิ่มเติมสำหรับลูกค้า ทั้งของคาว–หวาน กระดาษเงินกระดาษทอง และของประดับมงคลเพื่อช่วยให้การจัดโต๊ะไหว้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ My Choice ชุดหัวหมูครบเซต, ชุดไหว้เจ้าที่ , My Choice ขนมไหว้ และ My Choice พุ่มซิ่วท้อไส้ถั่วแดง พร้อมของประดับมงคลต่างๆ เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อของไหว้ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกได้ภายในจุดเดียว รวมท้ังสามารถเลือกซื้อให้ตอบโจทย์รูปแบบ​การไหว้ของตัวเองได้อย่างเหมาะสมและพอดีภายในครอบครัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดของเหลือจน​กลายเป็นสร้างภาระให้สิ่งแวดล้อมตามมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/18_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แนะ 4 แนวทาง จัดการ &#8216;อาหาร​ส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; </strong></p>
<p>​​ ไม่เพียงให้ความสำคัญในการออกแบบชุดของไหว้ตั้งแต่ต้นทางอย่างพอดีเท่านั้น แต่ท็อปส์ยังได้นำเสนอแนวทางเพื่อช่วยบริหาร​​จัดการ ​&#8217;อาหารส่วนเกิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน เพื่อรองรับในกรณียังคงมีอาหารที่เหลือจากการบริโภคในช่วงเทศกาลอยู่  เพื่อสามารถสร้างให้เกิดคุณค่าเพิ่ม รวมทั้ง​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร สาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งนำไปสู่ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>Eat – Share – Feed </strong>และ<strong> Return to Earth​ </strong>โดยแต่ละแนวทางสามารถปฏิบัติได้จริงและไม่ยุ่งยาก  ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Eat : กินให้หมดอย่างมีแผน</strong></p>
<p><strong>ความยั่งยืนที่ดีที่สุด คือ การไม่สร้างของเสียตั้งแต่ต้น</strong> ดังน้ัน ​​อาหารจากการไหว้ที่ยังอยู่ในสภาพดีควรถูกนำกลับมาใช้เพื่อการบริโภคได้ใหม่ ทั้งการแปรรูปหลากหลายเมนู รวมทั้งการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุ และนำกลับมาเป็นวัตถุดิบเพื่อทำเป็นเมนูต่างๆ ได้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดปริมาณ Food Waste ได้จริง ซึ่งการ<strong> &#8216;กินให้หมด&#8217;</strong> ในที่นี้ไม่ใช่การฝืนกิน แต่เป็นการออกแบบเพื่อนำอาหารจากเทศกาลไปทำเป็นอาหารมื้อใหม่ในชีวิตประจำวันได้อีกครั้งอย่างมีคุณภาพและสมดุล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/7X0A4307.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. Share : แบ่งปันเพื่อขยายคุณค่า</strong></p>
<p>เมื่อมีปริมาณอาหารมากเกินความต้องการ <strong>&#8216;การแบ่งปัน​&#8217;</strong> จะช่วย​ต่ออายุและสร้างคุณค่าเพิ่มให้​ทรัพยากร การส่งต่ออาหารที่ยังรับประทานได้อย่างปลอดภัย​ให้แก่เพื่อนบ้าน ชุมชน หรือองค์กรเพื่อสังคม จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่สร้างสรรค์ เพราะไม่เพียงช่วยลดโอกาสและปริมาณการเกิดของเสีย แต่ยัง <em><strong>เพิ่มการมีส่วนร่วมและส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลจากแค่ภายในครอบครัว ไปสู่การสร้างความเอื้อเฟื้อระหว่างกันภายในชุมชน</strong> </em>เพิ่มผลกระทบเชิงบวกไปสู่สังคมวงกว้าง ​สร้าง Social Impact ที่จับต้องได้มากกว่าการบริจาคเชิงสัญลักษณ์</p>
<p><strong>3. Feed :  เลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่น​ในระบบนิเวศ </strong></p>
<p>สำหรับอาหารที่เหลือช่วงเทศกาล แต่​​​อาจจะไม่เหมาะสำหรับการนำไปบริโภคต่อแล้ว สามารถนำไปเป็นทรัพยากรอาหารเพื่อเลี้ยง​สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศได้ต่อ เช่น การนำเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ สำหรับฟาร์มต่างๆ ที่อยู่ภายใน​ชุมชน หรือส่งต่อให้ระบบที่ได้รับการจัดการอย่างถูกลักษณะ เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์ เพราะ <strong>ถึงแม้จะเป็นเศษอาหารแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดคุณค่า</strong> สามารถเปลี่ยนบทบาทจากการหล่อเลี้ยงผู้คน ไปสู่การเลี้ยงชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ภายในระบบนิเวศเดียวกันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. Return to Earth : คืนสู่ธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ</strong></p>
<p>สำหรับเศษอาหารที่จำเป็นต้องทิ้งจริงๆ เช่น เศษผัก ผลไม้ หรือเปลือกของผัก​​ผลไม้ รวมทั้งเศษอาหารที่ไม่สามารถนำ​ไปใช้  (Reuse) ต่อได้  ก็ยังมีแนวทางเพื่อส่งกลับสู่ธรรมชาติอย่างถูกวิธี ด้วยการนำไป <strong>เข้าสู่กระบวนการเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือฝังกลบขยะอินทรีย์ในดินอย่างถูกวิธีและเหมาะสม</strong> เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร ซึ่งการแยกจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง คือ จุดเล็กๆ ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8216;ซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217; ​ลดขยะ &#8211; ความเหลื่อมล้ำทางอาหาร </strong></p>
<p>ท็อปส์ มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน <strong>&#8216;Zero Food Waste to Landfill&#8217;</strong> โดยไม่ได้มองเพียงการจัดการเริ่มต้นจากปลายทางของ <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> แต่เห็นได้ว่าได้ให้ความสำคัญมาต้ังแต่ <strong>&#8216;ต้นน้ำ&#8217;</strong> ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผ่านการ​บริหารจัดการสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การคัดเลือก การจัดเก็บ การควบคุมอายุสินค้า ไปจนถึงการบริการจัดการที่หน้าร้าน เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด ก่อนจะกลายเป็นอาหารส่วนเกินเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>และเมื่อผ่านการบริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังคงมีอาหารที่มีคุณภาพเหลืออยู่ ท็อปส์จึงเดินหน้าส่งต่อ ตามแนวทาง <strong>&#8216;จากซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217;</strong> ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิ <strong>Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand)</strong> ภายใต้กิจกรรม <strong>‘Food for Good Deed’ (อาหารปันสุข)</strong> รวมถึงการทำงานร่วมกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อกระจายอาหารส่วนเกินและวัตถุดิบที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ไปยังกลุ่มชุมชนที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2O4A9798.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ อาหารที่ส่งต่อจะผ่านกระบวนการจัดการที่สะอาด ปลอดภัย และคงคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนแปรรูปหรือกระจายสู่ผู้บริโภคในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งตลอดความร่วมมือกับทาง SOS Thailand  (ข้อมูลสะสม ณ ธันวาคม 2568)  ได้มีการส่งต่อมื้ออาหารรวมแล้วมากกว่า 8.6 ล้านมื้ออาหาร คิดเป็นปริมาณอาหารที่ช่วยลดการเกิด Food Waste ​ลงได้กว่า 2,039,934 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดการปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 5,161 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ครอบคลุม 109 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p>โครงการนี้สะท้อนบทบาทของท็อปส์ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกที่มุ่งลดปัญหา Food Waste ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำทางอาหาร (Food Inequality) อย่างเป็นรูปธรรม เพราะอาหารที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่าและซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการซื้อขายแต่สามารถเป็น <strong>&#8216;จุดเชื่อมต่อ&#8217;</strong> ที่เปลี่ยนทรัพยากรส่วนเกิน ให้กลายเป็นคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40004 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากการสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โครงการยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชน (Employee–Community Engagement) จากส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม ภายใต้กลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จากพลังของการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตามแนวคิด ‘<strong>Small Acts Together</strong>’ และปรัชญา <strong>CRC Care</strong> ของเซ็นทรัล รีเทล</p>
<p><strong>ตอกย้ำผู้นำ Food Discovery &amp; Destination </strong></p>
<p>การออกแบบชุดของไหว้ในปีนี้ของท็อปส์ นอกจากสะท้อนความเข้าใจกลุ่ม <strong>Conscious Consumption</strong> ได้อย่างถ่องแท้แล้ว ในขณะเดียวกัน​ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะ<strong> Food Discovery &amp; Destination</strong> ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มได้แบบครบ จบในที่เดียว</p>
<p>เพราะไม่เพียง​การเป็นผู้นำการเฉลิมฉลอง​เทศกาลตรุษจีน 2569 แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น​กลุ่ม <strong>Smart Planner</strong> ที่ยังกังวลเรื่องของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ​ทำให้ต้องวางแผนการซื้ออย่าง &#8216;<strong>ฉลาดเลือก</strong>&#8216;​ เน้นซื้อของมีคุณภาพ แต่ก็ยังต้องการโปรโมชันที่ช่วยเพิ่ม​ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายได้มากขึ้น</p>
<p>​รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง <strong>GenX , GenY</strong> ที่เริ่มก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักของครอบครัวในการจัดการเรื่องของไหว้ ซึ่งจัดเป็นผู้บริโภคสายโมเดิร์น ที่แม้จะให้ความสำคัญกับการสืบทอดประเพณีแต่ก็ยังต้องการความสะดวกสบาย ​ไปที่เดียวสามารถซื้อของได้ครบถ้วนแบบ One-stop Service และด้วยความที่เป็น​​คนรุ่นใหม่ ทำให้มี Painpoint เรื่องความกลัวในการจัดของไหว้ที่ผิดไปจากประพณีหรือความเชื่อ จึงต้องการตัวช่วยจาก​ชุดของไหว้ที่จัดมาแบบสำเร็จรูปและถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ท็อปส์ได้ถอดรหัสเพื่อ​นำเสนอให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/19_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้ง​เพิ่มความเป็นสิริมงคลมากขึ้น ด้วยการมีที่ปรึกษาอย่าง <strong>&#8216;หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา&#8217; </strong>เพื่อให้ของไหว้ทุกชุดไม่ว่าจะเป็นชุดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่มาพร้อม <strong>4 พลังแห่งความเป็นมงคล</strong> ทั้งพลังแห่งโชคลาภ <strong>(Luck)</strong> พลังแห่งสุขภาพที่ดี <strong>(Health)</strong> พลังแห่งความมั่งคั่ง <strong>(Wealth)</strong> และพลังแห่งความรัก <strong>(Love) </strong> อีกด้วย</p>
<p>​สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมความเฮง ต้อนรับปีใหม่จีน ท็อปส์ยังมีโปรโมชันสุดคุ้มมาฝากกับ<strong> &#8216;ท็อปส์แจก 3 เฮง รับตรุษจีน&#8217;</strong> เพื่อช่วยผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าอีกด้วย</p>
<p><strong>เฮงที่ 1 :</strong> รับคูปองส่วนลด <strong>The Great Chinese New Year 2026</strong> ​สูงสุด 15% สำหรับสมาชิกเดอะวัน ที่​ซื้อสินค้าครบ​ 600 บาท ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์​ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์,  ซื้อสินค้าครบ 400 บาท ที่ท็อปส์ สาขาที่ร่วมรายการ, ท็อปส์แคร์​, เพ็ตแอนด์มี ที่เข้าร่วมรายการ รวมถึงร้านมัทสึคิโยะ และเมื่อซื้อสินค้าครบ 150 บาท ที่ท็อปส์ เดลี่ทุกสาขา โดยมีสิทธิ์ลุ้นได้ถึง 12 สิทธิ์ต่อหมายเลขสมาชิก ตลอดแคมเปญ</p>
<p><strong>เฮงที่ 2</strong> : แลกคะแนน The1 เท่ายอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p><strong>เฮงที่ 3 :</strong> รับหรือแลกคะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p>พิเศษ! สำหรับลูกค้า The1 ยังมี​โปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Super Burn ลด on-top ทั้งตะกร้า เพียงแลกคะแนน The 1 ตามยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มทันที 20% โดยมียอดแลกขั้นต่ำ 800 คะแนนต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์ ทุกสาขา และ ท็อปส์ ออนไลน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/14_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบแคมเปญ <strong>&#8216;The Great Chinese New Year 2026&#8217; </strong> ที่ท็อปส์คัดสรรสินค้าและโซลูชันสำหรับเทศกาลตรุษจีนมาอย่างครบถ้วน เพื่อรับทั้งความเฮงและ ความปัง ตลอดเทศกาลจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์ และท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์</p>
<p>พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ https://www.tops.co.th/th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand หรือ LINE @TOPSThailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 08:33:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bakery]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี ซินดิเคท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38902</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จับมือ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand โดย คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และคุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ร่วมประกาศความสำเร็จผ่านการขยายโครงการ S&#38;P Food Rescue ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินสู่สังคม จาก 96 จุดขาย เพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงโครงการ S&#38;P Food Rescue ว่า  ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัท  S&#38;P มุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/">S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำโดย <strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ<strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จับมือ <strong>มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand</strong> โดย<strong> คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และ<strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย ร่วมประกาศความสำเร็จผ่านการขยายโครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong> ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินสู่สังคม จาก 96 จุดขาย เพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-38902"></span></p>
<p><strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงโครงการ S&amp;P Food Rescue ว่า  ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัท  S&amp;P มุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ซึ่งมีเป้าหมายคือ การลดเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตลงไม่น้อยกว่า 4.5% ของยอดขาย ภายในปี 2573 และการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตให้เกิดประโยชน์แก่สังคม 20% จากสัดส่วนเบเกอรี่ส่วนเกิน ในปี 2573</p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายดังกล่าวนับเป็นความท้าทายของบริษัทฯ แต่ S&amp;P  ได้รับความร่วมมือที่ดีในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตจากพันธมิตร คือ <strong>มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand</strong> มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้โครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong>&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38905 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา บริษัทฯ ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกิน จากกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย จากร้านอาหาร S&amp;P และเบเกอรี่ช็อปจำนวน  96 จุดขาย จากใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กรุงเทพฯ จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้ส่งต่อแก่ชุมชนไปแล้ว 241,777 กิโลกรัม เทียบเท่าอาหาร 1 ล้านมื้อ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากขยะฝังกลบได้ถึง 601,541 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเบเกอรี่ส่วนเกินนี้สามารถนำไปสร้างประโยชน์​แก่สังคมให้ได้อิ่มท้องและช่วยลดค่าครองชีพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน</p>
<p><em>&#8220;S&amp;P และ SOS Thailand ได้ขยายความร่วมมือในการจัดการเบเกอรี่ส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง โดยใน​เดือนธันวาคม 2568 นี้  S&amp;P ได้ขยายโครงการความร่วมมือเพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมทั้งสิ้น 205 จุดขายทั่วประเทศ ทั้งการขยายเพิ่มเติมในจังหวัดเดิมที่ดำเนินการแล้ว และขยายไปจังหวัดอื่นๆ  ได้แก่ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.ลำปาง จ.นครสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ลำพูน เพื่อมุ่งหวังกระจายความช่วยเหลือไปยังชุมชนทั่วประเทศเพื่อผู้บริโภคได้รับประทานอาหารคุณภาพดี สร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารอย่างเท่าเทียม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38907 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนพัฒนาร้าน S&amp;P สาขาโรงพยาบาลศิริราชเป็นร้านต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งต่อถึงผู้บริโภค โดยมุ่งมั่นลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งโครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong> นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>การขับเคลื่อนของ S&amp;P​ ตอกย้ำความ​มุ่งมั่นในการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำใน​การเข้าถึงอาหารแก่คนในสังคมอย่างเท่าเทียม พร้อมมีส่วนร่วมลดปัญหาขยะอาหารที่สร้างผลกระทบต่อโลก เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38908 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/">S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P รับมอบรางวัล &#8216;The Good Sustaining Partner Award&#8217; มุ่งมั่นขยายความร่วมมือส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง    </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/thesp-hits-good-sustaining-partner-award/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 11:01:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[SOS Thailand Awards 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[The Good Sustaining Partner Award]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เบเกอรี่ส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37790</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร รับมอบรางวัล &#8220;The Good Sustaining Partner Award&#8221; จากคุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และ คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand เป็นผู้มอบรางวัล ภายในงาน “SOS Thailand Awards 2025” ณ SAMA Garden ไบเทค บางนา ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตของเอส แอนด์ พี ร่วมกับ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/thesp-hits-good-sustaining-partner-award/">S&#038;P รับมอบรางวัล &#8216;The Good Sustaining Partner Award&#8217; มุ่งมั่นขยายความร่วมมือส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) </strong>นำโดย <strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร </strong>รับมอบรางวัล <strong>&#8220;</strong><strong>The Good Sustaining Partner Award&#8221;</strong> จากคุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และ คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand เป็นผู้มอบรางวัล ภายในงาน “<strong>SOS Thailand Awards 2025</strong>” ณ SAMA Garden ไบเทค บางนา<span id="more-37790"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/1447378.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตของเอส แอนด์ พี ร่วมกับ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้ <strong>โครงการ </strong><strong>S&amp;P Food Rescue</strong> โดยบริษัทฯ ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตที่มีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย จากร้าน S&amp;P 87 จุดขายใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กรุงเทพฯ จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ <strong>โดยส่งต่อแก่ชุมชนไปแล้ว 229,675 กิโลกรัม เทียบเท่าอาหาร 965,059 มื้อ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากขยะฝังกลบได้ถึง 570,924 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37793 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/1447380.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายโครงการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังกระจายความช่วยเหลือไปยังชุมชนทั่วประเทศเพื่อผู้บริโภคได้รับประทานอาหารคุณภาพดี สร้างโอกาสในการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม อีกทั้งยังช่วยลดค่าครองชีพท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/1447373.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย สนับสนุนการเข้าถึงอาหารแก่คนในสังคมได้อย่างเท่าเทียม  </em><em>อีกทั้งเป็นการลดปัญหาขยะอาหารที่สร้างผลกระทบต่อโลก เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/thesp-hits-good-sustaining-partner-award/">S&#038;P รับมอบรางวัล &#8216;The Good Sustaining Partner Award&#8217; มุ่งมั่นขยายความร่วมมือส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สตาร์บัคส์ &#8216;Global Month of Good&#8217; ผนึก SOS ลงพื้นที่​ &#8216;ครัวรักษ์อาหาร&#8217; กอบกู้ทั้ง &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; พร้อมดูแล &#8216;ชุมชน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/starbucks-rescue-kitchen-in-global-month-of-good-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Apr 2025 09:53:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[FoodShare]]></category>
		<category><![CDATA[Global Month of Good]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[SOS Rescue Kitchen]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กอบกู้อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[จุฑาทิพย์ เก่งมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภา ศรีสมัย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โจ ไคน์ สนูปปี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32743</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกๆ  เดือนเมษายน สตาร์บัคส์ทั่วโลกจะจัดกิจกรรม Global Month of Good หรือเดือนแห่งการช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะมีการจัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 15 ปีแล้ว โดยในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จะเชิญชวนพาร์ทเนอร์ (พนักงาน) ของสตาร์บัคส์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกระทบเชิงบวกในสังคมที่สตาร์บัคส์ดำเนินธุรกิจอยู่ ผ่านการทำกิจกรรมจิตอาสารูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ และในปีนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ได้ชวนพาร์ทเนอร์ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรม &#8216;โครงการครัวรักษ์อาหาร&#8217; หรือ SOS Rescue Kitchen  ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสตาร์บัคส์ และมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ​เพื่อร่วมกันจัดการแก้ไขขยะอาหาร (Food Waste) และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ​ซึ่งได้จัด​ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งปีนี้นำร่องโครงการด้วยการลงพื้นที่ ชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขตภาษีเจริญ เพื่อนำอาหารส่วนเกินมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อส่งมอบอาหารกว่า 1,200  มื้อ ให้แก่ 9 ชุมชนโดยรอบ เพื่อเข้าถึงผู้มีความต้องการได้มากกว่า 500 คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/starbucks-rescue-kitchen-in-global-month-of-good-campaign/">สตาร์บัคส์ &#8216;Global Month of Good&#8217; ผนึก SOS ลงพื้นที่​ &#8216;ครัวรักษ์อาหาร&#8217; กอบกู้ทั้ง &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; พร้อมดูแล &#8216;ชุมชน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกๆ  เดือนเมษายน สตาร์บัคส์ทั่วโลกจะจัดกิจกรรม <strong>Global Month of Good</strong> หรือเดือนแห่งการช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะมีการจัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 15 ปีแล้ว</p>
<p><span id="more-32743"></span></p>
<p>โดยในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จะเชิญชวนพาร์ทเนอร์ (พนักงาน) ของสตาร์บัคส์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกระทบเชิงบวกในสังคมที่สตาร์บัคส์ดำเนินธุรกิจอยู่ ผ่านการทำกิจกรรมจิตอาสารูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ</p>
<p>และในปีนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ได้ชวนพาร์ทเนอร์ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรม <strong>&#8216;โครงการครัวรักษ์อาหาร&#8217;</strong> หรือ<strong> SOS Rescue Kitchen</strong>  ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง<strong>สตาร์บัคส์</strong> และ<strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS)</strong> องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ​เพื่อร่วมกันจัดการแก้ไขขยะอาหาร (Food Waste) และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ​ซึ่งได้จัด​ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32747 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Starbucks-SOS-Rescue-Kitchen_3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ซึ่งปีนี้นำร่องโครงการด้วยการลงพื้นที่ <strong>ชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม</strong> เขตภาษีเจริญ เพื่อนำอาหารส่วนเกินมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อส่งมอบอาหารกว่า 1,200  มื้อ ให้แก่ 9 ชุมชนโดยรอบ เพื่อเข้าถึงผู้มีความต้องการได้มากกว่า 500 คน โดยมีผู้บริหารสตาร์บัคส์ ประเทศไทย อาทิ <strong>คุณ​เนตรนภา ศรีสมัย</strong> กรรมการผู้จัดการ และ<strong> คุณจุฑาทิพย์ เก่งมานะ</strong> ผู้จัดการด้านผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืน รวมทั้งตัวแทนพาร์ทเนอร์จากสาขาต่างๆ ​ร่วมลงพื้นที่ทำกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p>
<p>โครงการครัวรักษ์อาหาร หรือ SOS Rescue Kitchen เป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือระหว่างสตาร์บัคส์ และมูลนิธิ SOS ที่ขับเคลื่อน <strong>โครงการสตาร์บัคส์ FoodShare ร่วมส่งต่ออาหารให้ชุมชน </strong>โดยจะมี 2 กิจกรรมหลัก คือ การแบ่งปันความสุขด้วยขนมสตาร์บัคส์ ด้วยการนำสินค้าภายในร้านสตาร์บัคส์ที่จำหน่ายไม่หมด แต่ยังมีคุณภาพที่ดี และยังสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย ส่งต่อให้ SOS นำไปมอบให้ชุมชนโดยรอบ ซึ่งปัจจุบันมีร้านสตาร์บัคส์ 100 สาขา ได้เข้าร่วมโครงการแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเครือข่ายของ SOS ดำเนินการอยู่ ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หัวหิน และภูเก็ต และในปีนี้ ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนสาขาอีก 30  แห่ง เพื่อเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32746 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Starbucks-SOS-Rescue-Kitchen_6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วนอีกโครงการคือ การลงพื้นที่เป็นเป็นจิตอาสา ในการร่วมปรุงอาหาร จากอาหารส่วนเกินที่กอบกู้ได้ และนำมาทำเป็นเมนูอาหารเพื่อแจกจ่ายให้ชุมชนต่างๆ เพื่อสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ถูกหลักอนามัย และช่วยลดปริมาณการเกิดขยะอาหารไปสู่หลุมฝังกลบ โดยสามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้ผู้ที่มีความต้องการและช่วยเหลือชุมชนที่ยังมีความขาดแคลน</p>
<p>​การเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์กับมูลนิธิ SOS ของสตาร์บัคส์นั้น เข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบคลุมในทุกความจำเป็น สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมส่งมอบอาหารส่วนเกิน การสนับสนุนงบประมาณ รวมทั้งการส่งพนักงานจิตอาสาร่วมลงพื้นที่เพื่อมีส่วนดูแลชุมชน โดยตลอดกว่า 3 ปี นับตั้งแต่เริ่มสนับสนุนมูลนิธิ​ ปัจจุบัน สตาร์บัคส์ได้ร่วมสมทบทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิไปแล้วกว่า 8.3 ล้านบาท พร้อมทั้งได้สนับสนุนรถขนส่งอาหารแช่เย็น 1 คัน เพื่อใช้ในการขนส่งอาหารไปแจกจ่ายยังชุมชนในหลากหลายพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32748 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Starbucks-SOS-Rescue-Kitchen_8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>และนับตั้งแต่การจัดทำโครงการครัวรักษ์อาหารครั้งแรกในเดือนมีนาคมปี 2566 จนถึงธันวาคม 2567 สตาร์บัคส์ได้ช่วย<strong>ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังรับประทานได้ </strong>รวมกว่า 4,800 กิโลกรัม เพื่อมอบอาหารให้ชุมชนแล้วกว่า 20,170 มื้อ ช่วย ​<strong>ลดการปลดปล่อยคาร์บอน </strong>ได้กว่า 12,150 กิโลกรัม <strong>​</strong>Co2e (หรือ 12 ตัน <strong>​</strong>Co2e ) โดยแผนในปีนี้ตั้งเป้าส่งมอบมื้ออาหารเพิ่มเติมอีกกว่า 3,000 มื้อ ผ่านการเพิ่มจำนวนสาขาที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น รวมทั้งการลงพื้นที่ Rescue Kitchen ตลอดทั้งปี</p>
<p>ความร่วมมือกับมูลนิธิ SOS เป็นหนึ่งในแผนขับเคลื่อนความยั่งยืนของสตาร์บัคส์ โดยเฉพาะเป้าหมาย Zero Food Waste ในปี 2030 ​ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนในมิติอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนในภาพรวม โดยเฉพาะการลดคาร์บอน ลดการใช้น้ำ และลดขยะ จากการดำเนินธุรกิจลงให้ได้ 50% โดยเฉพาะการเพิ่มการมีส่วนร่วมจากลูกค้า ผ่านแคมเปญ <strong> LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. </strong>เพื่อช่วยลดขยะพลาสติก ด้วยการนำแก้วส่วนตัวกลับมาใช้ รวมทั้งการให้บริการแก้ว For Here ครบทุกสาขาแล้ว  โดยสิ้นเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา สามารถลดการสร้างขยะพลาสติกลงได้แล้วมากกว่า 33 ล้านชิ้น รวมทั้งแผนในการขยายสาขาร้านกาแฟชุมชน ที่จะมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกาแฟ เพื่อนำไปช่วยเหลือโครงการเพื่อสังคม รวมทั้งการขยาย Green Store เพิ่มเติม จากปัจจุบันมี 22 สาขา และมีแผนเพิ่มเติมให้ครบ 40 สาขา ภายในปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32744 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Starbucks-SOS-Rescue-Kitchen_12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ยังมีภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนในมิติอื่นๆ ทั้งความร่วมมือกับ <strong>มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน</strong> (Integrated Tribal Development Foundation หรือ ITDF) เพื่อสนับสนุนการปลูกกาแฟเป็นอาชีพ สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชาวไร่กาแฟในพื้นที่ภาคเหนือ มาตั้งแต่ปี 2546 , <strong>การพัฒนาสินค้าเพื่อสร้างความยั่งยืน ร่วมกับ ศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต</strong> ในการเปลี่ยนกากกาแฟ เป็นสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้งานภายในร้าน เช่น ที่รองแก้ว ถาดและโต๊ะกาแฟ เพื่อเน้นย้ำประสบการณ์ร้านกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม , <strong>การร่วมงานกับสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย และชุมชน </strong>เพื่อนำผลิตภัณฑ์จากชุมชนในจังหวัดต่างๆ มารังสรรค์สินค้าคอลเลกชันพิเศษในไทย , <strong>การทำงานร่วมกับมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก (Books for Children)</strong> เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ผ่านกิจกรรมการอ่านในชุมชน การจัดสรรมุมหนังสือและห้องสมุดให้กับชุมชน และ  <strong>ความร่วมมือกับ Planet W</strong><strong>ater Foundation </strong>เพื่อส่งมอบน้ำสะอาดให้ชุมชนขาดแคลนพร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสุขอนามัย เป็นต้น</p>
<p>สำหรับกิจกรรม<strong> Global Month of Good</strong> ในปีนี้ ยังได้เพิ่มความพิเศษมากขึ้นอีก ในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี ​จึงได้มีการประกาศ​ความร่วมมือระดับโลก ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชัน <strong>‘พีนัทส์ โจ ไคน์ สนูปปี้’</strong> (Peanuts Joe Kind Snoopy) ใหม่ล่าสุด ที่นำเสนอคาแรกเตอร์โจ ไคน์ สนูปปี้ สุดน่ารักที่ออกแบบมาสำหรับสตาร์บัคส์โดยเฉพาะ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเชื่อมต่อ แบ่งปัน และเติมพลังให้แก่กันระหว่างสตาร์บัคส์ ลูกค้า และชุมชน ผ่านน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่มีความหมายในทุกวัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/starbucks-rescue-kitchen-in-global-month-of-good-campaign/">สตาร์บัคส์ &#8216;Global Month of Good&#8217; ผนึก SOS ลงพื้นที่​ &#8216;ครัวรักษ์อาหาร&#8217; กอบกู้ทั้ง &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; พร้อมดูแล &#8216;ชุมชน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Nov 2024 13:00:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Bo Holmgreen]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[World Food Day 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ZERO HUNGER]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วันอาหารโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29922</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ  SOS (Scholars of Sustenance) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อทั่วประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่า​เป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 50 ล้านมื้อ ภายในปี 2568 จากการช่วยบริการจัดการ​อาหารส่วนเกิน ช่วง​เฉลิมฉลองวันอาหารโลกปี 2567 มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินถือเป็นโซลูชั่นที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ ช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลกอย่างความหิวโหยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทุกปีโลกผลิตอาหารเพียงพอสำหรับ 10 พันล้านคน แต่ยังคงมีประชากร 2.33 พันล้านคน ที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับปานกลางถึงรุนแรง และมีถึง​ 864 ล้านคน ที่เผชิญความหิวโหยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การสูญเสียอาหารยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซมีเทนในหลุมฝังกลบ ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา SOS มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินและนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ปัจจุบัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/">SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ  SOS (Scholars of Sustenance)</strong> ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อทั่วประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่า​เป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 50 ล้านมื้อ ภายในปี 2568 จากการช่วยบริการจัดการ​อาหารส่วนเกิน</p>
<p><span id="more-29922"></span></p>
<p>ช่วง​เฉลิมฉลองวันอาหารโลกปี 2567 มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินถือเป็นโซลูชั่นที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ ช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลกอย่างความหิวโหยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทุกปีโลกผลิตอาหารเพียงพอสำหรับ 10 พันล้านคน แต่ยังคงมีประชากร 2.33 พันล้านคน ที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับปานกลางถึงรุนแรง และมีถึง​ 864 ล้านคน ที่เผชิญความหิวโหยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การสูญเสียอาหารยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซมีเทนในหลุมฝังกลบ ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/2.jpg" alt="" width="1200" height="558" /></p>
<p>ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา SOS มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินและนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ปัจจุบัน Scholars of Sustenance เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ช่วยเหลืออาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด</p>
<p>โดยมูลนิธิฯ มีแผนที่จะขยายการทำงานเพื่อให้มีระบบอาหารที่ยั่งยืนและยุติธรรมทั่วเอเชีย ด้วยการสร้างพันธมิตรกับองค์กรสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรม ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารที่สามารถบริจาคอาหารส่วนเกิน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่สามารถช่วยสนับสนุนโครงการช่วยเหลืออาหารและการกระจายอาหารผ่านอาสาสมัคร</p>
<p>&#8220;ความสำเร็จของเราทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงให้เห็นว่า การช่วยเหลืออาหารเป็นโซลูชั่นที่สามารถทำได้จริงและขยายผลได้ ด้วยการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เราสามารถขยายและเพิ่มผลกระทบทั้งต่อผู้คนและโลก โดยการลดขยะอาหาร เรากำลังก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ข้อ 2: ขจัดความหิวโหย และข้อ 13: การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ&#8221; <strong>Bo Holmgreen</strong> ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SOS กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29985 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/3.jpg" alt="" width="1200" height="601" /></p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันอาหารโลก SOS ได้เฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ร่วมกับพันธมิตรและชุมชนทั่วภูมิภาค:</p>
<p>&#8211; ในประเทศไทย SOS และพันธมิตรได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร จัดเก็บอาหารเพื่อแจกจ่าย 40,000 มื้อให้กับชุมชนใน 12 เขต</p>
<p>&#8211; ในอินโดนีเซีย โรงเรียนนานาชาติหลายแห่งได้จัดโครงการรับบริจาคอาหาร ซึ่งรวบรวมอาหารได้ 3 ตัน และแปลงเป็นมื้ออาหารได้ 12,986 มื้อ</p>
<p>&#8211; ในฟิลิปปินส์ อาสาสมัคร 400 คนจาก 12 บริษัท ได้เตรียมอาหารจำนวน 7,000 มื้อตลอดเดือนตุลาคม</p>
<p>สำหรับมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสิ่งแวดล้อมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2559 เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอาหารและความไม่มั่นคงทางอาหารใน 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการส่งต่ออาหารส่วนเกินจากร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้าปลีก ฟาร์ม และผู้ผลิตอาหารเจ็ดวันต่อสัปดาห์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน โดยได้แจกจ่ายอาหารไปแล้วกว่า 55 ล้านมื้อ และลดการปล่อย CO2e กว่า 33 ล้านกิโลกรัม ผ่านการขยายประสิทธิภาพการดำเนินงานและการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและอุตสาหกรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/">SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โออิชิ&#8217; สานต่อ​ Zero Food Waste Management ผนึก SOS Thailand เดินหน้าส่งต่ออาหารส่วนเกินให้​ชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/oishi-joint-sos-thailand-drive-zero-food-waste-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Aug 2024 12:25:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Food Donation]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi Group]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการอาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียมทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[นิกุยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกู้ภัยอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เครือโออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโอเอส ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ บุฟเฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ อีทเทอเรียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28359</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน มาจากปัญหาอาหารที่สูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตและส่วนที่เหลือจากการบริโภค (Food Loss and Food Waste) ที่เป็นส่วนเกินเหลือทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์จำนวนมาก ซึ่งควรได้รับความร่วมมือแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนจากทุกภาคส่วนของสังคม  บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นรายใหญ่ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรอาหาร และเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อลดปริมาณอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) และการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด ผ่านกิจกรรม และการดำเนินงานรูปแบบต่างๆ อย่างรอบด้าน อาทิ โครงการ #กินหมดเกลี้ยง CHALLENGE หรือแม้แต่โครงการ ไม่กินบอก&#8230;เอาออกให้ เป็นต้น โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ ภารกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้มีประโยชน์สูงสุด โดยการส่งต่อให้กับชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร พร้อมประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ สู่องค์กรการกุศล และชุมชน (ที่มีความต้องการอาหาร) เพื่อร่วมขับเคลื่อนและสร้างความเท่าเทียมทางอาหารในสังคมไปด้วยกัน ภารกิจฯ ดังกล่าว เป็นการส่งมอบวัตถุดิบและอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อ​นำไปบริโภคหรือ​ประกอบ​อาหาร​ ซึ่งคัดสรรเป็นอย่างดีจากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ เบื้องต้น ได้แก่ (1) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/oishi-joint-sos-thailand-drive-zero-food-waste-management/">&#8216;โออิชิ&#8217; สานต่อ​ Zero Food Waste Management ผนึก SOS Thailand เดินหน้าส่งต่ออาหารส่วนเกินให้​ชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ </strong><strong>(Climate Change) </strong><strong>และภาวะโลกร้อน มาจากปัญหาอาหารที่สูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตและส่วนที่เหลือจากการบริโภค </strong><strong>(Food Loss and Food Waste) </strong><strong>ที่เป็นส่วนเกินเหลือทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์จำนวนมาก ซึ่งควรได้รับความร่วมมือแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนจากทุกภาคส่วนของสังคม</strong><strong> </strong><span id="more-28359"></span></p>
<p><strong>บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>ในฐานะผู้ให้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นรายใหญ่ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรอาหาร และเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อลดปริมาณอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) และการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด ผ่านกิจกรรม และการดำเนินงานรูปแบบต่างๆ อย่างรอบด้าน อาทิ โครงการ <strong>#กินหมดเกลี้ยง CHALLENGE</strong> หรือแม้แต่โครงการ<strong> ไม่กินบอก&#8230;เอาออกให้</strong> เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28363 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/06_โออิชิ-ร่วมกับ-เอสโอเอส-ประเทศไทย.jpg" alt="" width="765" height="510" /></p>
<p>โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ <strong>ภารกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้มีประโยชน์สูงสุด โดยการส่งต่อให้กับชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร </strong>พร้อมประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ สู่องค์กรการกุศล และชุมชน (ที่มีความต้องการอาหาร) เพื่อร่วมขับเคลื่อนและสร้างความเท่าเทียมทางอาหารในสังคมไปด้วยกัน</p>
<p>ภารกิจฯ ดังกล่าว เป็นการส่งมอบวัตถุดิบและอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อ​นำไปบริโภคหรือ​ประกอบ​อาหาร​ ซึ่งคัดสรรเป็นอย่างดีจากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ เบื้องต้น ได้แก่ <strong>(1) </strong><strong>โออิชิ บุฟเฟต์ </strong><strong>(2) </strong><strong>โออิชิ อีทเทอเรียม </strong><strong>(3) </strong><strong>ชาบูชิ </strong>และ <strong>(4)</strong><strong> นิกุยะ</strong> จำนวนกว่า 20 สาขา ให้กับผู้คนและชุมชนเป้าหมายที่มีความต้องการ แต่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้ ภายใต้ความร่วมมือในโครงการ <strong>“รักษ์อาหาร” โดย</strong><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ในประเทศไทย </strong><strong>(SOS THAILAND) </strong>หรือมูลนิธิกู้ภัยอาหารแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นตัวกลางในการดำเนินการ และร่วมจัดการอาหารส่วนเกินนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28362 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/05_โออิชิ-ร่วมกับ-เอสโอเอส-ประเทศไทย.jpg" alt="" width="721" height="721" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​พนักงานทุกฝ่าย และจากทุกสาขาที่เข้าร่วมภารกิจฯ จะได้รับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ฝ่ายประกันคุณภาพ (QA) ของบริษัทฯ ตามข้อกำหนดร่วมกันของ เอสโอเอส ประเทศไทย ในเรื่องการจัดการอาหารส่วนเกิน และการจัดการวัตถุดิบอาหารอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ตลอดจนขั้นตอนการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างถูกสุขลักษณะและปลอดภัย ให้มีความพร้อมสำหรับการส่งมอบสู่ชมุชนต่อไป</p>
<p>ภารกิจฯ ดังกล่าว เริ่มดำเนินการครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ขณะที่ปัจจุบันยังคงดำเนินการอย่างจริงจัง​​ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว ​โดยมีแผนจะขยายเครือข่ายการสนับสนุนจากร้านอาหารในเครือสาขาอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/04_โออิชิ-ร่วมกับ-เอสโอเอส-ประเทศไทย.jpg" alt="" width="1200" height="1200" /></p>
<p><strong>&#8216;โออิชิ&#8217; มุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดการอาหารส่วนเกินทั้งในกระบวนการผลิตและการจัดจำหน่าย เพื่องส่งเสริมแนวทางการบริโภคอย่างยั่งยืน และลดปริมาณการเกิดขยะอาหาร พร้อมเปลี่ยนเป็นการสร้างคุณค่าโภชนาการ ส่งต่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินธุรกิจไปสู่สังคมและ​สิ่งแวดล้อม​ และเป็นการขับเคลื่อนเป้าหมาย Zero Food Waste ​ภายในปี 2030 ตามที่ได้ประกาศไว้  </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/oishi-joint-sos-thailand-drive-zero-food-waste-management/">&#8216;โออิชิ&#8217; สานต่อ​ Zero Food Waste Management ผนึก SOS Thailand เดินหน้าส่งต่ออาหารส่วนเกินให้​ชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SOS Thailand เร่งขยายพันธมิตร พร้อมแชร์อินไซต์ ภาคธุรกิจบางส่วนมอง Surplus Food ​คือความล้มเหลวในการจัดการ Zero Food Waste ของตัวเอง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/sos-thailand-expand-food-donation-partnership/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2024 13:30:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Donation]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโอเอส ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25041</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้​ว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจอาหาร (Food Industry)  ทุกรายล้วนมีอาหารส่วนเกิน​ ​หรือ Surplus Food ​ซึ่งถือเป็น​​อาหารที่ยังคงมีคุณภาพดี แต่​ไม่สามารถจำหน่ายได้ทันก่อน​ที่อาหารเหล่านั้นจะหมดอายุ หรือบางชิ้นที่อาจดูไม่สวยงามทำให้ไม่สามารถขายได้ การบริหารจัดการ​ Surplus Food ได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ยังช่วยลดการเกิดขยะอาหาร หรือ Food Waste ​​ไปสู่หลุมฝังกลบ​ ด้วยการนำอาหารส่วนเกินเหล่านี้ไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ​เช่น ชุมชนต่างๆ ที่มีรายได้ต่ำ ​​กลุ่มเปราะบาง องค์กร หรือหน่วยงาน​ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน ​ซึ่งนอกจาก​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร ยังช่วยลด Carbon Emission เพื่อลดผลกระทบปัญหาด้านสภาพอากาศได้อีกทางหนึ่งด้วย มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอสโอเอส ประเทศไทย (SOS Thailand) อีกหนึ่งหน่วยงานที่มีภารกิจด้าน Food Rescue หรือการกู้ชีพอาหารส่วนเกินที่ได้รับการบริจาคอาหารจากพันธมิตร และนำไปส่งต่อเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ ซึ่งเริ่มขับเคลื่อนในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2016 จนถึงเดือนมีนาคม 2024 ที่ผ่านมา ​​สามารถกู้ชีพอาหารได้รวมกันแล้ว​ 8.16  ล้านกิโลกรัม พร้อมส่งต่อมื้ออาหารไปยัง​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/sos-thailand-expand-food-donation-partnership/">SOS Thailand เร่งขยายพันธมิตร พร้อมแชร์อินไซต์ ภาคธุรกิจบางส่วนมอง Surplus Food ​คือความล้มเหลวในการจัดการ Zero Food Waste ของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้​ว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจอาหาร (Food Industry)  ทุกรายล้วนมีอาหารส่วนเกิน​ ​หรือ Surplus Food ​ซึ่งถือเป็น​​อาหารที่ยังคงมีคุณภาพดี แต่​ไม่สามารถจำหน่ายได้ทันก่อน​ที่อาหารเหล่านั้นจะหมดอายุ หรือบางชิ้นที่อาจดูไม่สวยงามทำให้ไม่สามารถขายได้</p>
<p><span id="more-25041"></span></p>
<p>การบริหารจัดการ​ Surplus Food ได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ยังช่วยลดการเกิดขยะอาหาร หรือ Food Waste ​​ไปสู่หลุมฝังกลบ​ ด้วยการนำอาหารส่วนเกินเหล่านี้ไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ​เช่น ชุมชนต่างๆ ที่มีรายได้ต่ำ ​​กลุ่มเปราะบาง องค์กร หรือหน่วยงาน​ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน ​ซึ่งนอกจาก​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร ยังช่วยลด Carbon Emission เพื่อลดผลกระทบปัญหาด้านสภาพอากาศได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (ประเทศไทย) </strong>หรือ<strong> เอสโอเอส ประเทศไทย (SOS Thailand) </strong>อีกหนึ่งหน่วยงานที่มีภารกิจด้าน Food Rescue หรือการกู้ชีพอาหารส่วนเกินที่ได้รับการบริจาคอาหารจากพันธมิตร และนำไปส่งต่อเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ ซึ่งเริ่มขับเคลื่อนในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2016 จนถึงเดือนมีนาคม 2024 ที่ผ่านมา ​​สามารถกู้ชีพอาหารได้รวมกันแล้ว​ 8.16  ล้านกิโลกรัม พร้อมส่งต่อมื้ออาหารไปยัง​ 3,600 ชุมชน รวมกัน​ได้มากกว่า 34.29 ล้านมื้อ รวมทั้งช่วยลดการปล่อย CO2 ลง 20,658 ตันCO2e</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25042 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/22.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกูล</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการแห่งประเทศไทย  SOS Thailand กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนมากขึ้น ทำให้มีพันธมิตรเข้ามาร่วมมือกับทางมูลนิธิฯ เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันมีพันธมิตรราว 100 ราย ทั้งจากรายใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 10 ราย ทั้งใน กทม. และในอีก 3 พื้นที่ คือ เชียงใหม่,​ ภูเก็ต และหัวหิน รวมทั้งพันธมิตรเดิมที่เพิ่มจำนวนสาขาในแต่ละพื้นที่มาเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความร่วมมือจะมีทั้งพันธมิตรที่บริจาคต่อเนื่อง บริจาครายปี รายครึ่งปี หรือ​​กลุ่มที่มาร่วมทำ​ CSR เป็นรายโปรเจ็กต์​ ซึ่งทางมูลนิธิฯ ไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ</p>
<p>ขณะเดียวกันปริมาณความต้องการอาหารในระบบก็ยังอยู่ในระดับที่สูงเช่นกัน ทั้ง​กลุ่มคนที่ต้องการอาหารเพิ่มขึ้น รวมทั้งความจริงจังในการขับเคลื่อนมาตรการ Zero Food Waste ของพันธมิตร ​ทำให้มูลนิธิฯ ​พยายามมองหา​พื้นที่ใหม่ๆ ที่ยังเป็นรอยรั่วในการเกิดอาหารส่วนเกิน ​เ​ช่น ภายใน​ซัพพลายเชนของ​ธุรกิจอาหาร เพราะส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะเป็นอาหารส่วนเกินที่อยู่หน้าร้านเป็นหลัก แต่ภายในห่วงโซ่ เช่น ในส่วนการผลิต ​​การขนส่ง คลังสินค้า หรือจากกลุ่มซัพพลายเออร์ของแต่ละธุรกิจ รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจอาหารส่งออก อาหารประป๋อง อาหารแช่แข็ง ซึ่ง​ทางมูลนิธิฯ จะเพิ่มความร่วมมือเข้าไปยัง​พันธมิตรในกลุ่มเหล่านี้ให้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25044 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/22Feb_480.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;ปัจจุบันพันธมิตรที่ร่วมมือกับทางมูลนิธิฯ อาจจะมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของผู้ประกอบการของธุรกิจอาหาร ซึ่ง​ปริมาณความต้องการอาหารยังคงอยู่ในระดับสูง จึงได้ตั้งเป้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรให้เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 25% เพื่อเพิ่มปริมาณอาหารในการนำไปช่วยเหลือผู้ที่มีความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทั้งการส่งต่ออาหารที่ได้รับบริจาคมาไปสู่ผู้รับได้ในเวลาที่เหมาะสม ทันกับช่วงเวลาในการรับประทานอาหารของคนในชุมชน รวมทั้งการ​บดูแลด้าน​​ Shelf Life หรืออายุในการเก็บรักษา เพราะอาหารส่วนเกินที่ได้รับบริจาคมาส่วนใหญ่จะมีอายุสั้นกว่าปกติ จึงต้องระวังทั้งการสร้าง​ขยะอาหารเพิ่ม หรือการดูแลไม่ให้กระทบต่อสุขภาพของผู้รับบริจาค&#8221;</p>
<p>ยังมีอินไซต์สำคัญเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อการบริจาคอาหาร หรือ Food Donation ของภาคธุรกิจบางส่วน ที่มองว่า การนำอาหารมาบริจาคสะท้อนถึงความล้มเหลวด้าน Zero Food Waste Management ของตัวเอง และไม่กล้าร่วมมือกับทางมูลนิธิฯ ทำให้อาหารส่วนเกินอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้ถูกนำมาจัดการอย่างเหมาะสม และอาจต้องกลายเป็นขยะอาหารไปในที่สุด​ หรือบางองค์กรที่อาจไม่ได้มีการจัดทำระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้​ไม่ทราบว่าภายในกระบวนการยังมีอาหารส่วนเกิน หรือขยะอาหารเกิดขึ้นในจุดไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งยังคงมีผู้ประกอบการบางราย​ที่ยังคงเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารจัดการ​หรือนำไปทำลายในระดับสูง ​</p>
<p>&#8220;อยากให้ภาคธุรกิจทั่วไปมองว่า Surplus Food เป็นเรื่องปกติมากๆ และหลีกเลี่ยงได้ยาก​สำหรับธุรกิจอาหาร ที่จะ​ทำให้อาหารที่ถูกผลิตขึ้นสามารถขายได้ทั้งหมด ทั้งจากกลไกทางการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค หรือแม้แต่กระบวนการในการขนส่งสินค้าเข้าออกภายในประเทศ​ ที่ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาหารส่วนเกินได้ทั้งสิ้น ไม่ได้สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการขององค์กรแต่อย่างใด ซึ่งทางมูลนิธิฯ จะเร่งสื่อสาร และสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ ที่มีอาหารส่วนเกินอยู่ เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการในการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม​ ​ขณะที่การบริจาคอาหารถือเป็นหนึ่งในโซลูชั่น​การแก้ปัญหาที่ถูกต้องมากที่สุดวิธีการหนึ่ง ​ซึ่งนอกจากผู้บริจาคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แล้ว ทางมูลนิธิฯ ยังได้สรุปรายงาน​ Positive Impact ที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อน​​ร่วมกันทั้งการช่วยลดปริมาณขยะอาหาร การสร้างคุณค่าให้สังคมผ่านมื้ออาหาร และปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่ลดลงได้ เป็นต้น&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25045 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับ สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) อย.​ (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมมลพิษ ในการออกคู่มือการบริจาคอาหารเพื่อเพิ่มการสื่อสารไปยังภาคธุรกิจตางๆ ทั้งในกลุ่มโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือร้านสะดวกซื้อ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดมาตรฐานสำหรับการดำเนินการบริจาคอาหาร​ที่มีความสอดคล้องไปกับมาตรฐาน​อาหารปลอดภัย หรือ Food Safety เพื่อให้ประเทศไทยมีโมเดลและมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบ Food Donation เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีขึ้นในระบบนิเวศทั้งจากผู้บริจาค หน่วยงานหรือองค์กรด้าน Food Recue เพื่อสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ได้รับบริจาค ควบคู่ไปกับการได้มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤต​​สภาพอากาศด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/sos-thailand-expand-food-donation-partnership/">SOS Thailand เร่งขยายพันธมิตร พร้อมแชร์อินไซต์ ภาคธุรกิจบางส่วนมอง Surplus Food ​คือความล้มเหลวในการจัดการ Zero Food Waste ของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อึ้ง! คนไทยก่อขยะอาหารปีละเกือบ 10 ล้านตัน!! เร่งสร้างแนวร่วมจัดการ Foodwaste​ ระดับชาติ วางโรดแม็พ 3 ปี ลดการสูญเสียอาหาร 25%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/national-cooperation-drive-food-waste-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jan 2024 12:03:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณณัฐณิชา ยี่ลังกา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชาติวุฒิ วังวล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภานุวัฒน์ อ่อนเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ อินทรกำแหง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีญาพร สุวรรณเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งกำเนิดขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23555</guid>

					<description><![CDATA[<p>สสส. ผนึก สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)  กรมควบคุมมลพิษ กรมโลกร้อน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมอนามัย กทม. และ 14 ศูนย์อาหารทั้งภาครัฐและเอกชน นำร่องลดขยะอาหาร ส่งต่ออาหารส่วนเกินให้กลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในเขตเมือง พร้อมวางโรดแม็พตั้งเป้าลดขยะอาหารลง 25% ภายในปี 2570  ดร.ชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. กล่าวว่า การจัดการขยะอาหารและปัญหาอาหารส่วนเกินเป็นหนึ่งในวาระระดับโลก ทาง UN จึงกำหนดหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านการ​ลดปริมาณขยะอาหารในระดับค้าปลีกและการบริโภคทั่วโลกลง 50% ภายในปี 2573 (จากปีฐาน 2558)  เช่นเดียวกับปัญหาในประเทศไทย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ที่มีคนอาศัยหนาแน่น และขาดพื้นที่จัดการอาหารส่วนเกิน จึงเกิดการทิ้งอาหารส่วนเกินทั้งจาก​บ้านเรือน ตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์อาหาร รวมท้ังไม่มีการนำไปจัดการอย่างถูกต้อง ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการแก้ไขตั้งแต่ต้นทางแหล่งกำเนิด​ พร้อมสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างผู้สร้างขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงส่งต่อให้กลุ่มเปราะบาง เพื่อช่วยลดทั้งปริมาณขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน ​​ลดมลพิษและการสร้างก๊าซเรือนกระจก  ​รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในเขตเมืองด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/national-cooperation-drive-food-waste-roadmap/">อึ้ง! คนไทยก่อขยะอาหารปีละเกือบ 10 ล้านตัน!! เร่งสร้างแนวร่วมจัดการ Foodwaste​ ระดับชาติ วางโรดแม็พ 3 ปี ลดการสูญเสียอาหาร 25%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>สสส. ผนึก สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)  กรมควบคุมมลพิษ กรมโลกร้อน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมอนามัย กทม. และ 14 ศูนย์อาหารทั้งภาครัฐและเอกชน นำร่องลดขยะอาหาร ส่งต่ออาหารส่วนเกินให้กลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในเขตเมือง พร้อมวางโรดแม็พตั้งเป้าลดขยะอาหารลง 25% ภายในปี 2570 </b></p>
<p><span id="more-23555"></span></p>
<p><b>ดร.ชาติวุฒิ วังวล </b>ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. <span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า การจัดการขยะอาหารและปัญหาอาหารส่วนเกินเป็นหนึ่งในวาระระดับโลก ทาง UN จึงกำหนดหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านการ​ลดปริมาณขยะอาหารในระดับค้าปลีกและการบริโภคทั่วโลกลง 50% ภายในปี 2573 (จากปีฐาน 2558)  เช่นเดียวกับปัญหาในประเทศไทย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ที่มีคนอาศัยหนาแน่น และขาดพื้นที่จัดการอาหารส่วนเกิน จึงเกิดการทิ้งอาหารส่วนเกินทั้งจาก​บ้านเรือน</span> ตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์อาหาร รวมท้ังไม่มีการนำไปจัดการอย่างถูกต้อง ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการแก้ไขตั้งแต่ต้นทางแหล่งกำเนิด​ พร้อมสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างผู้สร้างขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงส่งต่อให้กลุ่มเปราะบาง เพื่อช่วยลดทั้งปริมาณขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน ​​ลดมลพิษและการสร้างก๊าซเรือนกระจก  ​รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในเขตเมืองด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23562 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/2-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ </b>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ <span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า</span> <span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยมีปริมาณขยะอาหารประมาณ 9.7 ล้านตัน หรือราว 146 กิโลกรัม/คน/ปี โดยแหล่งกำเนิดสำคัญของขยะอาหาร ประกอบด้วย ตลาดสด ซึ่งมีสัดส่วนขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณขยะทั้งหมดภายในตลาด </span><span style="font-weight: 400;">ตามมาด้วย​ ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ มีสัดส่วนขยะอาหาร 54.94% จากปริมาณขยะทั้งหมด อาคารสำนักงาน มีสัดส่วนขยะอาหาร 41.41%  คอนโดมิเนียม 40.998%  โรงแรม 37.03%  ซึ่งสถานประกอบการต่างๆ ส่วนใหญ่มักจะมีศูนย์อาหาร​อยู่ด้วย และถือเป็นจุดสำคัญที่สร้างให้เกิดขยะอาหาร ที่จำเป็นต้องเข้ามาจัดการดูแล เพื่อมุ่งสู่​เป้าหมายที่ทาง UN ได้วางไว้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23559 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/แหล่งเกิดขยะอาหรที่ต้องจัดการ_0.jpg" alt="" width="605" height="756" /></p>
<p><em>&#8220;ทั้งนี้ โรดแม็พเพื่อการขับเคลื่อนการจัดการขยะอาหารให้ลดลงครึ่งหนึ่งตามเป้าหมายในปี 2573 ​ได้​วาง​ Action Plan ​เป็น 2 ระยะที่ ซึ่งระยะแรก ระหว่าง พ.ศ. 2566 – 2570 เพื่อวางกรอบและทิศทางการ​แก้ไขปัญหาการจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืนจากแหล่งกำเนิด มุ่งเน้นการเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งผู้จำหน่ายอาหาร ผู้ประกอบอาหาร รวมทั้งผู้บริโภค ตามวิถีการบริโภคที่ยั่งยืน ทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดขยะอาหารตั้งแต่ต้นทาง การลดขยะอาหาร การนำไปใช้ประโยชน์ต่ออย่างคุ้มค่า เพื่อให้เหลือปริมาณส่วนน้อยที่สุดสำหรับ​นำไปกำจัดอย่างถูกต้อง โดยมีเป้าหมายลดขยะอาหารลงมากกว่า 25% ภายในปี 2570 และระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี 2571 -2573 ในรูปแบบของการขยายผลเพื่อลดปริมาณขยะอาหารลงให้เพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายในปี 2573&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23560 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Timeline-ทิศทางจัดการขยะอาหาร_0.jpg" alt="" width="630" height="788" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่กำแพงสำคัญของประเทศในการบริหารจัดการขยะอาหาร<strong> ดร.วิจารย์ อินทรกำแหง</strong> ผอ.ส่วนบริการจัดการมูลฝอยชุมชน กรมควบคุมมลพิษ เสริมว่า ​มาจาก​ 10 ปัญหาต่อไปนี้ คือ 1. ขาดข้อมูลขยะอาหารของแต่ละภาคส่วน 2.การปรับพฤติกรรมของผู้บริโภต (การบริโภค -การทิ้ง) 3.ไม่มีแนวปฏิบัติในการป้องกัน ลด การใช้ประโยชน์จากขยะอาหาร 4. การบริจาคและส่งต่ออาหารส่วนเกินยังไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ 5.ไม่มีมาตรฐานกลางในการดูแลอาหารส่วนเกิน 6.ขาดแรงจูงใจ เครื่องมือ กลไกให้ภาคธุรกิจปฏิบัติ 7.นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการกำจัดอาหารยังมีราคาแพง 8. ไม่มีระบบคัดแยกและจัดเก็บขยะมูลฝอย 9. ขาดระบบจัดเก็บและรายงานข้อมูลขยะอาหาร และ 10. ขาดศูนย์ความรู้กลางด้านการจัดการขยะอาหาร</span></p>
<p><strong>&#8216;ศูนย์อาหาร&#8217; แหล่งกำเนิดหลักขยะอาหาร</strong></p>
<p><strong>คุณณัฐณิชา ยี่ลังกา</strong> นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ปริมาณขยะอาหารเกือบ 10 ล้านตัน ในปี 2565 ที่ผ่านมา คิดเป็น 38% ของขยะมูลฝอย 26 ล้านตัน ที่เกิดภายในชุมชน ซึ่งเกือบ 90% ที่นำไปเทกองและฝังกลบ และราว 10% ที่มีการนำไปจัดการภายในครัวเรือน และนำไปทำปุ๋ยหมัก ขณะที่ศูนย์อาหารเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน ​มักจะมีวัตถุดิบที่เหลือทิ้งทั้งจากขั้นตอนการเตรียมอาหาร  ที่อาจมีการสูญเสียวัตถุดิบ จากการจัดเก็บไม่ได้คุณภาพทำให้เสียหรือหมดอายุ รวมทั้งจากการตัดแต่งเพื่อนำไปก่อนนำไปปรุง ขณะที่ในการปรุงอาหาร ที่อาจจะมีการเตรียมในปริมาณมากเกินไป ทำผิด หรืออาหารไหม้ หรืออาหารที่ลูกค้ารับประทานเหลือ รวมไปถึงขยะอื่นๆ ภายในครัวที่มักจะทิ้งรวมๆ กันไป ทำให้ปริมาณขยะทั้งในครัวและที่เหลือภายในจานมีปริมาณมากพอๆกัน</p>
<p>&#8220;การจัดการขยะอาหารภายในศูนย์อาหารจะใช้หลักการทั้งการป้องกัน การลด เพื่อให้เกิดการสูญเสียอาหารให้น้อยที่สุด รวมทั้งการนำส่วนที่รับประทานไม่หมดมาแปรรูป หรือแปลงสภาพ​เพื่อให้มีส่วนที่เหลือมา​กำจัดให้น้อยที่สุด และนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง  ภายใต้ความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับทั้งผู้บริหารองค์กร ผู้จัดการศูนย์อาหาร ที่มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและวางแผนการขับเคลื่อนของพนักงาน หรือในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารหรือผู้ปรุงอาหาร ที่ต้องคำนวณวัตถุดิบในการนำมาใช้อย่างเหมาะสม รวมทั้งการจัดเก็บ และการใช้วัตถุดิบ หรือการตักอาหารให้ลูกค้าในขณะจำหน่าย จากการสังเกตุพฤติกรรมของลูกค้าหรือจำนวนยอดขายที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ในส่วนของพนักงาน ก็ต้องให้ความสำคัญกับการแยกประเภทขยะแต่ละประเภทโดยไม่ปะปนกัน รวมทั้งในส่วนของลูกค้าเองก็สามารถบอกปริมาณที่ตัวเองต้องการ หรือไม่รับอาหารที่ไม่ทาน เพื่อป้องกันการเกิดขยะ และหากมีอาหารเหลือก็ให้แยกทิ้งออกจากอาหารประเภทอื่น&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/4-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ภานุวัฒน์ อ่อนเทศ</strong> ผู้อำนวยการส่วนบริการจัดการมูลฝอย สำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จากการขับเคลื่อนนโยบาย &#8216;ไม่เทรวมของ กทม.&#8217; ส่งผลให้ปริมาณขยะของ กทม. ในปี 2566 ลดลงจากปี 2665 จำนวนเฉลี่ย 204 ตันต่อวัน จาก 8,979 ตันต่อวัน เหลือ 8,775 ตันต่อวัน ​​หรือลดลงได้มากกว่า 74,460 ตัน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บลงได้มากกว่า 140 ล้านบาท ขณะที่ขยะอาหารเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุดถึง​ 48%  จากขยะ 14 ประเภทตามชนิดของวัสดุ ซึ่งทาง กทม. ​ได้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไป เพื่อนำไปบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ภายใต้การจัดการขยะของ กทม. ที่เน้นการจัดเก็บอย่างครอบคลุมเพื่อไม่มีขยะตกค้าง และกำจัดขยะที่จัดเก็บให้หมดวันต่อวัน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการลดและคัดแยกขยะที่แหล่งกำเนิด โดยส่งเสริมให้ประชาชนทุกครัวเรือน และแหล่งกำเนิดขยะใหญ่ ๆ เช่นโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ตลาด วัด ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาเก็ต โรงพยาบาล ธนาคาร สำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม ร้านอาหาร ลดและคัดแยกขยะตามหลักการ 3R คือ Reduce ลดการใช้ ลดการผลิตขยะ Reuse การใช้ซ้ำ และ Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ โดยขยะรีไซเคิล จะนำไป​ส่งขาย ขยะอินทรีย์ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่แหล่งกำเนิด ขยะอันตราย แยกขายใช้ประโยชน์หรือส่งกำจัด ส่วนที่เหลือคือขยะทั่วไป ซึ่งจะมีการส่งกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/PIC-Group1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า </span>การประกาศเจตจำนงความร่วมมือจัดการขยะอาหารจากศูนย์อาหาร จะเป็นการนำร่องความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการขยะอาหารและอาหารส่วนเกินของประเทศ มีความร่วมมือสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. สนับสนุนให้ศูนย์อาหารและหน่วยงานต่าง ๆ มีข้อมูลและกำหนดเป้าหมายลดปริมาณขยะอาหารและอาหารส่วนเกินด้วยระบบคัดแยกและรวบรวมให้เอื้อต่อการนำไปใช้ประโยชน์และกำจัดอย่างเหมาะสม 2. ส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมป้องกันและลดการเกิดขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน  3. ส่งเสริมองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี สำหรับผู้ประกอบอาหารและผู้จำหน่ายอาหารในการป้องกัน ลด คัดแยก และจัดการขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน  4. พัฒนาและขยายผลรูปแบบที่เหมาะสมและแนวปฏิบัติที่ดีในการป้องกันและลดการเกิดขยะอาหารและอาหารส่วนเกินจากศูนย์อาหาร และจัดการขยะอาหารและอาหารส่วนเกินที่แหล่งกำเนิด  5. ขับเคลื่อนนโยบายและแผนจัดการขยะอาหารและอาหารส่วนเกิน ด้วยกลไกข้อมูล กฎระเบียบ และการสื่อสาร เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและกว้างขวาง</p>
<p>&#8220;​​สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มุ่งสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดการขยะอาหารอย่างเป็นระบบ สนับสนุนทางวิชาการ การเผยแพร่ข้อมูล และผลักดันให้เกิดการจัดการขยะอาหารจากแหล่งอาหารอย่างเป็นรูปธรรม&#8221; ดร.วิจารย์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/national-cooperation-drive-food-waste-roadmap/">อึ้ง! คนไทยก่อขยะอาหารปีละเกือบ 10 ล้านตัน!! เร่งสร้างแนวร่วมจัดการ Foodwaste​ ระดับชาติ วางโรดแม็พ 3 ปี ลดการสูญเสียอาหาร 25%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPF เดินหน้ามอบอาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย แก่กลุ่มเปราะบาง รับ &#8220;วันอาหารโลก&#8221;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/cpf-circular-meal-to-change-the-world/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Oct 2022 12:43:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Meal...มื้อนี้เปลี่ยนโลก]]></category>
		<category><![CDATA[CPF 2030 Sustainability in Action]]></category>
		<category><![CDATA[GEPP]]></category>
		<category><![CDATA[Leave NO ONE behind]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Value]]></category>
		<category><![CDATA[World Food Day]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เก็บสะอาด จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[วันอาหารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิกานดา สังวรราชทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15128</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี ตรงกับ วันอาหารโลก (World Food Day) เป็นวันสำคัญที่กระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร ขจัดความอดอยาก หิวโหย ซึ่งในปี 2022 (พ.ศ. 2565) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations :FAO) ตอกย้ำ แนวคิด “Leave NO ONE behind”หรือ“ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ มีวิสัยทัศน์เป็นครัวของโลกที่ยั่งยืน และมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้ความสำคัญต่อกระบวนการความยั่งยืนในธุรกิจอาหารทั้งด้านความปลอดภัยและคุณภาพในการผลิตอาหาร บนหลักการดำเนินธุรกิจด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และมุ่งสู่เป้าหมายลดปริมาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ภายใต้ความมุ่งมั่นด้านการสร้างคุณค่าปราศจากขยะ (Waste to Value) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/cpf-circular-meal-to-change-the-world/">CPF เดินหน้ามอบอาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย แก่กลุ่มเปราะบาง รับ &#8220;วันอาหารโลก&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>วันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี ตรงกับ <strong>วันอาหารโลก (World Food Day</strong>) เป็นวันสำคัญที่กระตุ้นให้ทุ<wbr />กภาคส่วนร่วมกันตระหนักถึ<wbr />งความสำคัญของความมั่<wbr />นคงทางอาหาร ขจัดความอดอยาก หิวโหย ซึ่งในปี 2022 (พ.ศ. 2565) องค์การอาหารและการเกษตรแห่<wbr />งสหประชาชาติ (<strong>Food and Agriculture Organization of the United Nations :FAO</strong>) ตอกย้ำ แนวคิด “<strong>Leave NO ONE behin</strong>d”หรือ“<strong>ไม่ทิ้งใครไว้ข้<wbr />างหลัง</strong>”</div>
<p><span id="more-15128"></span></p>
<div><b>นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ </b>รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสั<wbr />งคมและการพัฒนาความยั่งยืนองค์<wbr />กร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ มีวิสัยทัศน์เป็นครัวของโลกที่<wbr />ยั่งยืน และมุ่งมั่นสร้างความมั่<wbr />นคงทางอาหาร ให้ความสำคัญต่อกระบวนการความยั่<wbr />งยืนในธุรกิจอาหารทั้งด้<wbr />านความปลอดภัยและคุณภาพในการผลิ<wbr />ตอาหาร บนหลักการดำเนินธุรกิจด้<wbr />วยการบริหารจัดการทรัพยากรเกิ<wbr />ดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิ<wbr />จหมุนเวียน (Circular Economy) และมุ่งสู่เป้าหมายลดปริ<wbr />มาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็<wbr />นศูนย์ ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ภายใต้ความมุ่งมั่นด้านการสร้<wbr />างคุณค่าปราศจากขยะ (Waste to Value) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมการเข้าถึ<wbr />งอาหารของผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเปราะบางในสังคม ซึ่งบริษัทได้ให้ความช่วยเหลื<wbr />อมาอย่างต่อเนื่อง</div>
<div></div>
<div><strong>ซีพีเอฟ</strong> ร่วมมือกับ <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS)</strong> และ<strong> บริษัท เก็บสะอาด จำกัด</strong> หรือ<strong> GEPP</strong> ดำเนินโครงการ “<strong>Circular Meal มื้อนี้เปลี่ยนโลก</strong>” เป็นต้นแบบการจัดการอาหารส่<wbr />วนเกินและรับผิดชอบต่อบรรจุภั<wbr />ณฑ์ สู่การบริโภคอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่<wbr />ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยได้มอบอาหารเพื่อช่วยเหลือชุ<wbr />มชนเปราะบาง มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ส่งมอบอาหารไปแล้วทั้งสิ้น 74,906 มื้อ แก่ 85 ชุมชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริ<wbr />มณฑล และตั้งแต่ปี 2564 ได้ร่วมกับทำงานกับบริษัท GEPP ได้เก็บกลับบรรจุภัณฑ์พลาสติ<wbr />กและกระดาษ (Take back system) เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจั<wbr />ดการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ ช่วยจัดการปัญหาขยะในชุมชนกว่า 6,000 ชิ้น ส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่ไม่<wbr />สามารถรีไซเคิลได้ นำเข้าสู่กระบวนการจัดการที่<wbr />เหมาะสมเพื่อลดปริมาณขยะสู่หลุ<wbr />มฝังกลบ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ หลังจากที่มอบอาหารให้แก่ชุ<wbr />มชนแล้ว ทาง GEPP จะติดตามเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการที่<wbr />เหมาะสม</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15131 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/CPF2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>นอกจากนี้ เนื่องในวันอาหารโลกปีนี้ บริษัทฯ ร่วมกับ มูลนิธิ SOS และ ภาคีเครือข่าย มอบอาหารให้แก่กลุ่มเปราะบาง ตามแนวคิด “Leave NO ONE behind”หรือ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเปลี่ยนอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) เป็นเมนูอร่อย สะอาด ปลอดภัย มอบให้ชุมชนที่อาศัยในพื้นที่<wbr />รอยต่อระหว่างเขตลาดพร้าว เขตห้วยขวาง และเขตจตุจักร 2,500 มื้อ ประกอบด้วย ชุมชนซอยลาดพร้าววังหิน 10 และ 12 ชุมชนสันติสุข ชุมชนลาดพร้าว 45 และชุมชนหลังตลาดสุภาพงษ์ โดยใช้โรงครัววัดลาดพร้าว เป็นสถานที่ปรุงอาหารเพื่อบรรจุ<wbr />กล่องแจกในชุมชนกลุ่<wbr />มเปราะบางอย่างทั่วถึง มีการลงเรือนำอาหารกล่องแจกครั<wbr />วเรือนที่ขาดแคลนริมคลอง รวมทั้งทำอาหารปรุงสุกให้<wbr />ประชาชนนำภาชนะส่วนตัวมาใส่เพื่<wbr />อลดขยะบรรจุภัณฑ์ โดยซีพีเอฟสนับสนุนอาหารที่มี<wbr />โภชนาการและสารอาหารครบถ้วน มอบโปรตีน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ อาทิ ขาเป็ดพะโล้ หมูดำบด สะโพกหมูซีพีคูโรบูตะหั่นชิ้น ขาหมูเผาสไลซ์อนามัยซีพี กระดูกซุปหมูหั่นชิ้นอนามัยซีพี และหมูแดดเดียว</div>
<div></div>
<div><strong>นายทวี อิ่มพูลทรัพย์ </strong>หัวหน้าโครงการด้<wbr />านอาหารและความปลอดภัยทางอาหาร มูลนิธิ SOS กล่าวว่า มูลนิธิ ฯ จัดกิจกรรมครัวรักษ์อาหาร เนื่องในโอกาสวันอาหารโลก 16 ตุลาคม 2565 โดยได้ทำเมนูอาหารจากอาหารส่<wbr />วนเกิน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซีพี<wbr />เอฟ ที่สนับสนุนเนื้อสัตว์และวัตถุ<wbr />ดิบส่วนเกินในการปรุงอาหาร รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากจิ<wbr />ตอาสาของชุมชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่<wbr />นคงของมนุษย และสำนักเขตฯ มาช่วยกัน เพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้ชุ<wbr />มชนประมาณ 2,500 มื้อ นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญในเรื่<wbr />องของปัญหาขยะ โดยบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์ซึ่งเป็<wbr />นวัตถุดิบที่นำมาทำอาหาร จะนำถุงมาล้างและเก็บกลับไปที่<wbr />มูลนิธิ SOS จากนั้น บริษัท เก็บสะอาด จำกัด จะนำบรรจุภัณฑ์เข้าสู่<wbr />กระบวนการรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะ โดยขอฝากถึงบริษัทเอกชน หากมีอาหารส่วนเกิน อาหารเหล่านี้ถือว่ายังเป็<wbr />นอาหารที่มีประโยชน์ที่<wbr />สามารถบริจาคผ่านทางมูลนิธิ SOS และทางมูลนิธิฯจะมีการบริหารจั<wbr />ดการ เพื่อส่งต่ออาหารที่มีคุณภาพสู่<wbr />ผู้บริโภคกลุ่มเปราะบาง</div>
<div></div>
<div>ด้าน<strong>นางวิกานดา สังวรราชทรัพย์</strong> ประธานคณะกรรมการเครือข่ายชุ<wbr />มชนเขตลาดพร้าว กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่เห็นทุกภาคส่<wbr />วนร่วมมือร่วมใจกันผลิตอาหารเพื่<wbr />อแจกจ่ายให้ชุมชนเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่<wbr />จำนวนมาก ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจากภาคเอกชน เช่น ซีพีเอฟ ที่ส่งมอบเนื้อสัตว์และวัตถุดิ<wbr />บของสดเพื่อนำมาผลิตอาหาร ในฐานะตัวแทนของชุมชน ขอบอกว่าหนึ่งมื้อของชุมชน เป็นหนึ่งมื้อที่ทำให้เราประหยั<wbr />ดและอิ่มท้องได้</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15132 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/CPF3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>โครงการ “<strong>Circular Meal มื้อนี้เปลี่ยนโลก</strong>” เป็นการส่งมอบอาหารปลอดภัยให้<wbr />แก่ผู้ที่ขาดแคลนและด้อยโอกาส ลดการสูญเสียอาหารและจั<wbr />ดการอาหารส่วนเกิน พร้อมสร้างสรรค์อาหารที่มีคุณค่<wbr />าทางโภชนาการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างความมั่<wbr />นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน สอดรับกับแนวคิด “<strong>Leave NO ONE behind</strong>”หรือ“<strong>ไม่ทิ้งใครไว้ข้<wbr />างหลัง</strong>” ซึ่งกำหนดโดยองค์<wbr />การอาหารและการเกษตรแห่<wbr />งสหประชาชาติ เนื่องในวันอาหารโลก ปี 2022 เป็นหนึ่งในโครงการที่ซีพี<wbr />เอฟดำเนินการ ภายใต้ความมุ่งมั่นด้าน <strong>Waste to Value</strong> มีเป้าหมายในการลดปริ<wbr />มาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็<wbr />นศูนย์ ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์<strong> CPF 2030 Sustainability in Action</strong> ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของบริษัทในอีก 9 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2564-2573) และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่<wbr />ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs ) ในประเด็นการขจัดความหิวโหย และการส่งเสริมการผลิตและการบริ<wbr />โภคอย่างยั่งยืน</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/cpf-circular-meal-to-change-the-world/">CPF เดินหน้ามอบอาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย แก่กลุ่มเปราะบาง รับ &#8220;วันอาหารโลก&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
