ความก้าวหน้าจาก Ford เมื่อเผชิญหน้ากับความยั่งยืนยุคใหม่

ในสมัย Henry Ford ไม่มีคำว่าอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เขาก็มีเป้าหมายที่จะไม่เพิ่มขยะให้กับหลุมฝังกลบเพราะเขาเชื่อมาตลอดว่า ไม่มีสิ่งไหนที่ควรถูกทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ และ Ford ก็ยังยึดมั่นค่านิยมนี้มาจนถึงปัจจุบัน

William Clay Ford Jr. Executive Chairman of Ford Motor Company และ Jim Hackett   President and Chief executive officer, Ford Motor Company ร่วมพูดคุยประเด็น การวางมาตรฐานระยะใกล้ของเศรษฐกิจพลังงานกำลังได้รับการดำเนินการ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบริษัท และลูกค้าของ Ford ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย

ปัจจุบันนี้โลกของเรากำลังเผชิญกับหลากหลายความท้าทาย ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดจากความแออัดที่เพิ่มขึ้นของชุมชนเมือง ประชากรที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งหมดล้วนเป็นค่าของความเชื่อที่ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่เป็นเพียงแค่มีอัตราที่สูงขึ้นเท่านั้น

William Clay Ford Jr. (ซ้าย) และ Jim Hackett [Image: Ford Motor ,Twitter@forduk]

Ford ให้การสนับสนุนมาตรฐานรถยนต์สะอาดที่เพิ่มขึ้นตลอด มีการวางมาตรฐานนี้ครอบคลุมทั่วประเทศ กอปรกับความยืดหยุ่นเพื่อช่วยให้ลูกค้า มีตัวเลือกในการเลือกซื้อเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงเชื่อว่าการร่วมมือกับ EPA, NHTSA และ California จะเป็นการส่งมอบมาตรฐานนี้ได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ที่ Ford มีปณิธานที่จะลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้สอดคล้องกับความตกลงปารีส (Paris Climate Accord) และได้อนุมัติจัดตั้งคอร์สต่างๆ รวมถึงการลงทุนจำนวน 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลิตรถยนต์ไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบจำนวน 40 คันบนท้องถนนภายในปี ค.ศ.2022 เช่นเดียวกับการพัฒนาที่รับผิดชอบของรถที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

หลายอย่างได้รับการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ที่ได้จัดการปัญหาด้านความยั่งยืนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และเรายังคงทำสิ่งนั้นอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อลดน้ำ ขยะ พลังงานและฟุ้ตปริ้นท์การปล่อยก๊าซสำหรับโรงผลิตและรถยนต์ ยิ่งไปกว่านั้น ได้ดำเนินการให้พนักงานและซัพพลายเออร์ของเราเข้าร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ขึ้นต่อชุมชนของเรา

ในวันนี้ เราเผชิญหน้ากับความยั่งยืนในยุคสมัยใหม่ และเราก็ได้สร้างสรรค์วิสัยทัศน์ใหม่เพื่อเราจะก้าวไปโดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อมองไปข้างหน้าแล้ว เรารู้ดีว่าเราต้องการเมทริกซ์ แนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อประเมินความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในโลกที่มีการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ดี เรากำลังสร้างรถยนต์อัจฉริยะสำหรับสังคมโลกในอนาคตที่การขนส่งเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น รถยนต์ที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารตรงเวลาและยังมีการเชื่อมต่อกับจักรยานหรือบริการร่วมเดินทางอื่นๆ (Ride-sharing) โดยโซลูชั่นของการเดินทางบนท้องถนนวิธีใหม่นี้ (Mobility Solutions) จะช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนได้ ซึ่งเราจะนำเทคโนโลยีมาช่วยในการค้นหาสถานที่จอดรถเพื่อลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย

นอกจากนี้ เราเองกำลังสร้าง Transportation Mobility Cloud™ ซึ่งเป็นการรวมศูนย์การขนส่งต่างๆตามความต้องการของแต่ละคน ที่จะช่วยให้การสนับสนุนระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นวิธีการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกช่องหนึ่งด้วย

เราไม่สามารถตอบได้ทุกคำถามว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่เราทำลงไปนั้นเป็นตัวขับเคลื่อนและข้อผูกมัดในการทำสิ่งที่ถูกต้องที่จะช่วยให้เราสามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ต่อไป และเราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับคนอื่นๆที่พร้อมจะพูดคุยในประเด็นนี้ เพราะเรากำลังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านการเข้าถึงการขนส่งที่มีการเชื่อมต่อเพิ่มขึ้นและลดความแออัดลง หนำซ้ำยังลดการปล่อยก๊าซได้อีก

เรายึดมั่นที่จะส่งต่อรถยนต์อัจฉริยะสำหรับโลกอนาคต เนื่องจากอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายและตื่นเต้น และเราจะร่วมกันทำให้เกิดความแตกต่างที่แท้จริงเพื่อส่งมอบอนาคตให้ลูกหลานของเรา เพราะพวกเขาต่างก็เชื่อมั่นในตัวพวกเราด้วยเช่นกัน

[Image: Ford Motor]
ที่มา

Stay Connected
Latest News

บี.กริม เพาเวอร์ เผยผลประกอบการปี 2566 เติบโตแข็งแกร่ง เดินหน้าขับเคลื่อนความเป็นผู้นำด้านพลังงาน รุกเพิ่มกำลังการผลิต ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน พร้อมตอกย้ำความเป็นเลิศด้านความยั่งยืน

สส. ร่วมกับภาคเอกชน ชวนสายบุญ วิ่งปลอดคาร์บอน “We can run: Fund for legs” ตั้งเป้าสนับสนุนขาเทียม 100 ขา สร้างคุณภาพชีวิตให้คนพิการ รวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วกลับสู่ระบบรีไซเคิลกว่า 5 ล้านใบ