เมื่อ ‘จอบและเสียม’ อาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป ท่ามกลางวิกฤตโลกนั้น ภาคการเกษตรต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ทั้งภาวะสงคราม สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนแบบสุดขั้ว ทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง และจำนวนประชากรที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งทำให้ต้องเร่งผลิตอาหารให้เพียงพอ เทคโนโลยีจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ได้กลายเป็น ‘ทางรอด’ สำคัญ ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์จากงานหนักรายได้น้อย สู่ธุรกิจไฮเทคที่สร้างกำไรได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน
เมื่อโลกหมุนไวเกษตรไทยต้อง ‘ทำถึง‘ ส่องเมกะเทรนด์เขย่าวงการเกษตรปี 2568
ในยุคปัจจุบัน วงการเกษตรทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความอัจฉริยะแบบก้าวกระโดด ด้วยการเข้ามาของ Agentic AI ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ประมวลผลข้อมูล แต่สามารถช่วยตัดสินใจและสั่งการระบบอัตโนมัติในไร่นาได้แบบเรียลไทม์
ควบคู่ไปกับการก้าวเข้าสู่ยุค Regenerative Agriculture หรือการเกษตรแบบฟื้นฟู ที่มุ่งเน้นการคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่หน้าดินและระบบนิเวศ การนำวิทยาศาสตร์เข้ามาผสานกับวิถีธรรมชาติ ช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความผันผวนของโลกได้อย่างมีชั้นเชิง ซึ่งเป็นกุญแจในการสร้างรายได้ โดยเฉพาะการยกระดับผลผลิตให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและมาตรฐานการค้าระดับสากลที่เข้มงวดมากขึ้น
ธนาคารกรุงเทพได้รวบรวมเครือข่ายเกษตรกรยุคใหม่มาไว้ใน วันเกษตรก้าวหน้า ’68 เพื่อพิสูจน์ว่านวัตกรรมไทย ‘ทำถึง’ และก้าวตามเทรนด์โลกเพียงใด
พาชม 3 นวัตกรรมไฮไลท์และบทสัมภาษณ์พิเศษจากผู้ได้รับรางวัลเกษตรกรต้นแบบที่คุณไม่ควรพลาด!
1. นวัตกรรม GPS Land Leveling จากรางวัลเกษตรกรผู้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรดีเด่น
บอกลาการเดาสุ่มด้วยพลังของ ‘เกษตรแม่นยำ’ ที่ใช้เซนเซอร์วัดค่าดิน น้ำ และอากาศ ผสานกับระบบ IoT ( Internet of Things : การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต) ตรวจสภาพไร่นาที่ช่วยให้เกษตรกรรู้ใจพืชได้ในทุกนาที ล้ำไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี GPS Land Leveling (การปรับระดับพื้นที่การปลูกพืชหมุนเวียนด้วยระบบ GPS) และระบบ RTK (Real-Time Kinematic: เทคโนโลยีการระบุตำแหน่งที่มีความแม่นยำสูง) ที่ช่วยปรับหน้าดินให้เรียบกริบ ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังและประหยัดน้ำได้สูงสุดถึง 40-60% ลดต้นทุนปุ๋ยและยาลงได้ 15–40% พร้อมช่วยเพิ่มผลผลิตให้พุ่งสูงขึ้น 10–30% อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ เจ้าของไร่พัฒนศักดิ์ ผู้ได้รับรางวัลเกษตรกรผู้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรดีเด่น ทายาทเกษตรรุ่นที่ 3 ผู้พลิกโฉมการทำไร่อ้อยแปลงใหญ่กว่า 2,600 ไร่ ในจังหวัดกำแพงเพชร จากเกษตรแบบพึ่งพาฟ้าฝน สู่การเป็นโมเดลเกษตรอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำและพื้นที่อย่างเป็นระบบ จนได้รับ รางวัลเกษตรกรผู้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรดีเด่น
“ในอดีตเราต้องเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ผันผวน ทั้งแล้งจัดและน้ำท่วมขังทำให้แปลงอ้อยเสียหาย จึงตัดสินใจนำระบบ GPS Land Leveling เข้ามาปรับหน้าดินให้มีความลาดเอียงเหมาะสมตามระดับ GPS ซึ่งช่วยให้ประหยัดน้ำได้ถึง 40% และระบายน้ำได้ดีลดปัญหาโรคพืชจากความชื้นสะสม นอกจากนี้เรายังใช้ ‘เครื่องปลูกอ้อยบิลเลต’ ที่ทำงานได้ถึง 40 ไร่ต่อวัน ทดแทนแรงงานฝีมือที่หายากขึ้น และที่ภูมิใจคือการเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งให้เป็นรายได้ด้วยการใช้เครื่องกวาดและอัดใบอ้อย นำส่งโรงไฟฟ้าชีวมวลแทนการเผาที่สร้างฝุ่น PM 2.5 วันนี้ไร่พัฒนศักดิ์พิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีช่วยให้เราลดกำลังงานลง แต่กลับได้ผลผลิตที่มั่นคงและยั่งยืนกว่าเดิม”

2. นวัตกรรม Traceability บน Blockchain จากรางวัลผู้บริหารห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตรดีเด่น
ยกระดับสินค้าไทยสู่พรีเมียมด้วยการใช้ AI ตรวจคุณภาพและคัดแยกผลผลิตอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ใบรับรองมาตรฐานโลกทั้ง GAP และ Organic พร้อมสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดผ่านระบบ Traceability บน Blockchain ที่ให้ผู้บริโภคสแกนตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การใช้ Smart Packaging ร่วมกับระบบตรวจสอบย้อนกลับ ช่วยสร้างแต้มต่อในตลาดต่างประเทศและเพิ่มมูลค่าการค้าได้ถึง 20%

คุณจารุวรรณ์ ณติณณ์วิรุฬห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุวิรุฬห์ชาไทย จำกัด ผู้ได้รับรางวัลบริหารห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตรดีเด่น ผู้บุกเบิกไร่ชาอินทรีย์พื้นที่รวมกว่า 1,400 ไร่ และสร้างเครือข่ายเกษตรกร (Contract Farming) อีกกว่า 20,000 ไร่ในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการยกระดับชาไทยสู่มาตรฐานออร์แกนิกสากล (USDA, EU) จนคว้า รางวัลผู้บริหารห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตรดีเด่น
“การนำชาไทยสู่ตลาดโลกต้องเริ่มจากมาตรฐานที่ตรวจสอบได้จริง สุวิรุฬห์ชาไทยจึงยึดหลัก Organic 100% มาตั้งแต่ปี 2537 เราบริหารเครือข่ายเกษตรกรกว่า 1,500 ราย ที่เน้นความเป็นธรรมและดูแลกันเหมือนครอบครัว ในส่วนของโรงงานเราใช้เทคโนโลยีแปรรูปที่ควบคุมด้วยระบบ GMP, CODEX และ HACCP โดยมีห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยคอยพัฒนาสูตรชาให้ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันเราส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ และยังนำระบบ Blockchain Traceability มาใช้เพื่อให้ลูกค้าสแกนตรวจสอบที่มาได้ทันที นอกจากนี้เรายังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ถุงชาใยข้าวโพดย่อยสลายได้ และติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม”

3. นวัตกรรม Food Tech จากรางวัลเกษตรกรรุ่นใหม่ดีเด่น
สร้างรายได้แบบทวีคูณผ่านแนวคิด Zero Waste Agriculture ที่เน้นการนำผลผลิตมาแปรรูปด้วยนวัตกรรม Food Tech เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากวัสดุที่คนเคยมองข้ามให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้การใช้เครื่องจักรต้นทุนต่ำระดับชุมชนผสานเทคโนโลยีถนอมอาหาร สามารถช่วยยืดอายุสินค้าและสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้แก่เกษตรกรได้อีกด้วย

คุณฉัตรชัย ดีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลมอน มี ฟาร์ม จำกัด ผู้ได้รับ รางวัลเกษตรกรรุ่นใหม่ดีเด่น วิศวกรหนุ่มที่ผันตัวมาสืบทอดสวนมะนาว และพลิกวิกฤตจากน้ำท่วมใหญ่สู่การเป็นอาณาจักรมะนาวครบวงจรในจังหวัดนครปฐม โดดเด่นด้วยการใช้ทุกส่วนของมะนาวสร้างมูลค่าเพิ่มจนได้รับรางวัลเกษตรกรรุ่นใหม่ดีเด่น
“เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สอนให้รู้ว่าเราทำเกษตรแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว เราจึงนำพื้นฐานวิศวกรรมมาปรับใช้เป็นระบบ Smart Farming และยึดแนวคิด Zero Waste มะนาวทุกลูกต้องถูกใช้ประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การทำน้ำมะนาวแช่แข็ง ไปจนถึงเปลือกมะนาวที่นำมาทำเป็นเปลือกมะนาวโรล ซึ่งได้รับความสนใจมาก ปัจจุบันเรามีผลิตภัณฑ์กว่า 50 รายการที่ได้มาตรฐาน HALAL และส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง และจีน นอกจากนี้ฟาร์มของเรายังใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์มากกว่า 90% และผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุเหลือมาใช้เอง เพื่อพิสูจน์ว่าเกษตรกรรมคืออาชีพที่มั่นคง มีรายได้ดี และสามารถเติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนของโลกได้”

ธนาคารกรุงเทพกับบทบาท ‘Great Connector’ คู่ภาคเกษตรไทย
งานวันเกษตรก้าวหน้า ’68 คือเครื่องยืนยันว่าเกษตรกรไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ยุค การเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) อย่างเต็มตัว โดยมีธนาคารกรุงเทพเป็น ‘Great Connector’ ที่คอยสนับสนุนทั้งความรู้ เทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล ตลอดจนเป็นศูนย์กลางในการสร้างเครือข่ายเกษตรกรไทย ผ่านการจัดสัมมนาที่ให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญและการจัดงานวันเกษตรก้าวหน้าที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการภาคเกษตรไทยทั้งรายใหญ่และรายย่อยให้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน
ตลอดระยะเวลากว่า 81 ปี ธนาคารกรุงเทพ ยึดมั่นในเจตนารมณ์การเป็น ‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’ โดยเริ่มต้นจากการเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่ ริเริ่มให้สินเชื่อเพื่อการเกษตรในปี 2505 ก่อนจะต่อยอดสู่การก่อตั้ง ‘โครงการเกษตรก้าวหน้า’ ในปี 2542 เพื่อสร้างเครือข่ายห่วงโซ่การผลิตที่เข้มแข็ง และก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบันที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลกในฐานะรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชาติอย่างแท้จริง






