SD-ers

สะท้อนมุมมอง CSR ผ่านละคร ‘หวานรักต้องห้าม’

หนึ่งมุมมองเกี่ยวกับการทำโครงการเพื่อสังคม หรือ CSRที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอด ผ่านเนื้อหาในละครเรื่องล่าสุดของทาง ช่อง3 อย่าง หวานรักต้องห้าม ไว้ได้อย่างน่าสนใจ


พร้อมเส้นเรื่องในละครที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน ที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมทั้งอิทธิพลในการชี้นำสังคมของบรรดา Content Creator ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก​

โดยเฉพาะประเด็นการสร้างคอนเทนต์สายบุญ ของเหล่าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตา ซึ่งละคร ‘หวานรักต้องห้าม‘ ได้ถ่ายทอดมิตินี้ ผ่านตัวละคร ‘ผกามาลิน‘ รับบทโดย แมท ภีรนีย์ คงไทย แม่ค้าออนไลน์ที่สร้างรายได้หลักหลายล้านในแต่ละวันจากการไลฟ์ขายของ และเลือกที่จะทำโครงการ CSR ที่หลากหลายกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ​เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนสังคม ​

ขณะที่ ​’คธา’ นักศึกษา Activist ผู้เคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคม​ รับบทโดย ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว ต่อต้านวิธีการดังกล่าว และมองว่าเป็นการทำบุญเพื่อคอนเทนต์ ฉวยโอกาสในการประชาสัมพันธ์จากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และ​เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้สังคม

โดยตัวละคร ‘คธา’ ได้พูดถึงมุมมองในการทำโครงการเพื่อสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า

“โครงการต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากความต้องการของชุมชนจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่มี ความยั่งยืน หรือการเลือกที่จะไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล โรงเรียน ​หรือการไปเดินแจกเงินตามบ้านในชุมชนแออัด ซึ่งสุดท้ายก็ตอบไม่ได้ว่าจะให้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะคนทำ CSR อาจจะมองว่าเป็นการทำเพื่อให้ได้บุญ ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สุดท้ายแล้ว เป็นการทำเพราะเป็นเรื่องทางการตลาด การที่เรามีผู้ติดตามจำนวนมาก สิ่งที่เราทำสามารถส่งผลต่อความคิดของผู้คน เราจึงควรทำอะไรให้มากกว่านี้”

Quote ด้านบน​ สะท้อนให้เห็นปัญหาในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมในปัจจุบัน ที่บางครั้งไม่ตอบโจทย์ ไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ ทำให้เสียงบประมาณโดยไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริง เช่น สิ่งที่ตัวละครผกามาลินทำในพื้นที่ เช่น การไปสร้างเรือนปลูกผักออแกนิกส์ไว้บนดอย แต่สุดท้ายกลับถูกทิ้งร้าง เพราะชาวบ้านคุ้นเคยกับการปลูกแบบวิธีดั้งเดิมมากกว่า หรือการไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ชายแดน แต่ขาดคนดูแลทำให้เสียและไม่สามารถใช้งานได้จริง รวมทั้งโครงการปลูกต้นไม้แต่สุดท้ายปล่อยให้ต้นไม้ทั้งหมดตายไปเพราะไม่มีคนคอยดูแล เป็นตัวอย่างของการทำ CSR ที่ไม่ถูกต้อง เพราะนอกจากไม่สร้างให้เกิดประโยชน์แล้ว แต่กลับสร้างภาระกลายเป็นปัญหาให้กับคนในพื้นที่ในที่สุดด้วย