เพราะเชื่อว่าการขับเคลื่อนเรื่องของ ความยั่งยืน ไม่ใช่การเพิ่ม ต้นทุน แต่ถือเป็นการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งธรรมชาติของการลงทุน จะต้องให้ ผลตอบแทน กลับมา ในระยะยาว โดยผลตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงในภาพรวม หรือโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Operation
เพราะสุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีความสามารถในการสร้าง กำไร ให้ได้
มุมมองของ คุณจูน -จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA Group
พร้อมฉายภาพให้เห็น ‘ผลตอบแทน’ จากกความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนของ WHA Group ในรูปแบบของการสร้างรายได้ให้ธุรกิจที่แตะหลักพันล้านบาทได้แล้ว จากผลกำไรทั้งกรุ๊ปรวมกว่า 4,500 ล้านบาท นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการลดต้นทุน และการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ที่สามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน CarbonNeutrality ได้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2021
พร้อมทั้งโอกาสเติบโตที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งจากดีมานด์ และศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชั่นที่รองรับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และเป้าหมายสู่ Net Zero ของภาคธุรกิจ ทำให้เชื่อว่ารายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในฟาก Green จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2025 นี้
โดยหลังจาก WHA Group ประกาศ Mission เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net zero ในปี 2050 พร้อมวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการทำ Digital Transformation เพื่อเพิ่มศักยภาพและความพร้อมให้องค์กร พร้อมประกาศ Commitment องค์กร เพื่อเติบโตควบคู่ไปกับการสร้าง Positive Impact และวางเป้าหมายไว้ทั้งระยะสั้นในปี 2030 ที่ต้องการลด Emission 42% จากปีฐาน 2021 , ส่งเสริม Green Procurement 50% รวมทั้งการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ให้ได้ 70%
รวมทั้งเป้าหมายระยะยาวในปี 2050 ทั้งการบรรลุ Net zero ทั้ง 3 สโคป การสร้าง Circularity Ecosystem ภายในธุรกิจ รวมทั้งการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้ได้ทั้ง 100%
หลังวางเป้าหมายชัดเจน ก็นำมาสู่การจัดกระบวนทัพและวางกลยุทธ์ให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ผ่านการขับเคลื่อน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ กลุ่มนิคมอุตสากรรม กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค รวมทั้งธุรกิจใหม่อย่าง Mobilix เพื่อรองรับ Green Logistics รวมทั้งกลุ่มพัมนาดิจิทัลโซลูชั่นส์ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตที่ยั่งยืน มีการเติบโตที่แข็งแรงและสามารถสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการลด Carbon Emission จากการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
ไม่ว่าจะเป็น Mobilix ที่ปี 2024 ที่ผ่านมา มีจำนวนรถ EV ให้บริการในแพลตฟอร์มแล้ว 330 คัน สร้างรายได้แล้ว 132 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มรถเป็นกว่า 2 หมื่นคันในปี 2029 ซึ่งคาดว่าจะสามารถลด Emisison ลงได้ถึง 2,800 ตันคาร์บอนเทียบเท่า
ส่วนกลุ่ม Renewable Energy สามารถผลิตไฟฟ้าได้แล้ว 437 เมกะวัตต์ สร้างรายได้ 493 ล้านบาท และคาดจะเพิ่มเป็น 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยลด Emission ได้มากกว่า 6.1 หมื่นตันคาร์บอน ขณะที่สามารถบำบัดและบริหารจัดการน้ำในปีที่ผ่านมาได้กว่า 7.64 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างรายได้ 303 ล้านบาท และคาดว่าจะทำได้เพิ่มเป็น 24.25 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเทียบเป็นปริมาณที่ให้คนนำไปใช้ได้มากกว่า 2.15 แสนคน
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างศึกษา หรือรอโอกาสเติบโตและเป็น New Engine ใหม่ให้องค์กรได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากคาร์บอนเครดิต การต่อยอดจากการบริหารจัดการแบตเตอรี่เก่า จากฟลีทรถขนส่ง EV รวมทั้งพลังงานสะอาดที่จะเดินหน้าต่อเนื่อง พร้อมทั้งศึกษาเรื่องของพลังงานิวเคลียร์ SMR และการจัดเก็บคาร์บอน CCUS ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับพันธมิตร หรือรอให้ต้นทุนทางเทคโนโลยีปรับตัวลดลงเพื่อเข้าไปลงทุน เพิ่มโอกาสเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต
สำหรับแนวทางที่ WHA จะใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน จะโฟกัสผ่าน 5 ด้าน คือ Green Mobility, Water Conservation Program , Waste Reduction By 3R , Green Construction และ Decarbonization เพื่อสามารถต่อยอดและสร้างรากฐานทีแข็งแกร่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง






