TCEB จับมือ นฤมิตไพรด์ ผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival กรุงเทพมหานคร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประกาศความพร้อม ในการเสนอชื่อ ‘ประเทศไทย’ เพื่อเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 เพื่อปักหมุด ‘กรุงเทพมหานคร’ ในฐานะมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลกในอนาคต
ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) เปิดเผยว่า การจัดงานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030 ครั้งที่ 1/2569 และแถลงข่าวครั้งประวัติศาสตร์ประกาศ ‘ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030‘ เพื่อประกาศความพร้อมของกรุงเทพมหานคร และประเทศไทย ในการปักหมุดหมายเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok WorldPride ปี 2030

ทั้งนี้ TCEB ได้รับมอบหมายตามนโยบายรัฐบาล ให้ดำเนินการเตรียมประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงาน WorldPride 2030 ในปี พ.ศ. 2573 เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) โดยนายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030 เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้ง TCEB ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ กรุงเทพมหานคร, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงต่างประเทศ, บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival, มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (ThaiTGA), มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (for-sogi), เครือข่ายผู้จัดงานไพรด์ทั่วประเทศ (Pride City Network) และอีกหลายๆ องค์กร จากหน่วยงานรัฐและเอกชน ซึ่งถือว่าเป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่มากเป็นประวัติการณ์ เพราะเป้าหมายของเรานอกจากความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok WorldPride ปี 2030 แล้ว ประเทศไทยยังพร้อมผลักดัน ‘กรุงเทพมหานคร’ เป็นมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลกด้วย

“การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 คือ บทพิสูจน์ถึงพลังความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐ กรุงเทพมหานคร ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชนไพรด์ เพื่อประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่าประเทศไทยพร้อมเป็น Global Destination ที่โอบรับความหลากหลายอย่างแท้จริง TCEB พร้อมขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้โอกาสสำคัญจากเวทีการประชุมระดับโลกอย่าง InterPride World Conference ในปี 2569 เพื่อปูทาง สร้างความเชื่อมั่น และตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีโลก”
คุณวาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล), วันสมรสเท่าเทียม (Marriage Equality Day) และ วาเลนไทน์ วาเลนฐาน – มรดกแห่งรักเหนือกาลเวลา (Valentine Valen Than : Heritage of Love) กล่าวว่า การเดินทางของเราเต็มไปด้วยการต่อสู้ที่ยาวนาน จนในที่สุดก็สามารถผลักดันเรื่องสมรสเท่าเทียมได้สำเร็จ และการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok WorldPride ปี 2030 ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อขยายเพดานการต่อสู้ของเราให้กว้างไกลไปถึงระดับเอเชีย และเราต้องการใช้เวทีนี้เป็นพลังในการผลักดันกฎหมายที่เราเรียกร้องมาตลอด โดยเฉพาะ พ.ร.บ.รับรองเพศสภาพ เพราะการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน คือ หัวใจที่แท้จริงของการจัดงาน WorldPride

“สิ่งที่เราขับเคลื่อนนี้สอดคล้องอย่างยิ่งกับภาพลักษณ์ของประเทศ เรื่องการส่งเสริมความหลากหลายและความเป็นธรรมทางเพศ ทำให้เกิดการพัฒนาทั้งเรื่องสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่โอบรับทุกคน รวมไปถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ เพื่อการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ ที่สามารถสร้างมูลค่าได้มหาศาลเป็นแสนล้าน แต่กว่าจะได้มาซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจเหล่านั้น สิทธิขั้นพื้นฐานของเราคือสิ่งที่ต้องมาก่อนและสำคัญที่สุด และวันนี้พวกเราทั้งทีมงาน Bangkok Pride และเครือข่าย Pride City Network จากทั่วประเทศ มีความพร้อมและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ที่จะจับมือลุยการ Bidding WorldPride ครั้งนี้ให้สำเร็จ”

ก่อนหน้านี้ นฤมิตไพรด์ ได้ลงนาม MOU ผนึกกำลัง 3 ภาคส่วน กับ TCEB และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมพัฒนา Pride Digital Platform ฐานข้อมูลและนวัตกรรมอัจฉริยะ ซึ่งจะเป็น ‘เครื่องมือยุทธศาสตร์‘ ในการเสนอตัวชิงชัยเป็นเจ้าภาพงานระดับโลก ด้วยมาตรฐานความพร้อมขั้นสูงสุดในระดับสากล เพื่อหวังปักหมุดหมาย Bangkok WorldPride ปี 2030 ให้สำเร็จ ซึ่งการผนึกกำลังระหว่างสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านเทคโนโลยี กับหน่วยงานภาครัฐผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม MICE และภาคประชาสังคมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางความหลากหลาย (Global Pride Hub) ภายใต้ปณิธาน PEACE • PEOPLE • PRIDE






