<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 20 Nov 2025 11:18:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เทรนด์ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; โตแรงในจีน มากกว่าแค่​ &#8216;รักสุขภาพ&#8217; แต่แบรนด์ต้อง​ &#8216;โปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/ditp-chinese-consumer-trends/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 11:18:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trends]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Label]]></category>
		<category><![CDATA[Safety]]></category>
		<category><![CDATA[Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ความโปร่งใส]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดจีน]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38147</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  รายงานสถานการณ์การค้าประเทศจีน พบเทรนด์ที่น่าสนใจของผู้บริโภคชาวจีน  ที่ปัจจุบันมีเทรนด์ที่เติบโตต่อยอด​จากกระแสใส่ใจสุขภาพ (Health Consciousness) โดยพบพฤติกรรมที่คนจีนในปัจจุบันนิยมทำคือ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดในฉลากสินค้า ผู้บริโภคชาวจีนจะให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของส่วนผสม  จากรายงาน &#8216;การบริโภคเพื่อสุขภาพของคนจีน ปี 2024&#8217; โดย 丁香医生  (https://dxy.com/) ระบุว่า 72% ของผู้บริโภค จะดูฉลากเพื่อตรวจสอบส่วนผสมก่อนซื้อ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่คือ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; ในตลาดอาหารของจีน สำหรับ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารปรุงแต่งหรือวัตถุเจือปนที่ไม่จำเป็น และมีฉลากที่อ่านเข้าใจง่าย โปร่งใส ​ไม่ใช้คำศัพท์ที่กำกวม เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ได้ชัดเจนว่าในสินค้านั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง เทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับบุตรหลานของตนเอง โดยมักตรวจสอบฉลากส่วนผสม​ของอาหารเด็กอย่างละเอียด เพื่อ​มั่นใจว่าสิ่งที่บุตรหลานบริโภคจะปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ  อีกหนึ่งสิ่งสะท้อนการเติบโตของเทรนด์ฉลากสะอาด  ผ่านการเกิดวลียอดฮิตภาษาจี​น อย่าว  &#8216;配料表比脸干净&#8217; หรือ &#8216;รายการส่วนผสมที่สะอาดกว่าหน้าตา&#8217; ที่กลายเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาด  หรือการรีวิวของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ที่ได้รับความนิยมในสังคมออนไลน์จีน ที่อ้างถึงการใช้คำที่ระบุในฉลากแบบชัดเจน ไม่กำกวม เช่น กลุ่มน้ำผลไม้ ที่ต้องระบุวัตถุดิบให้ชัดเจน มากกว่าแค่คำว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/ditp-chinese-consumer-trends/">เทรนด์ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; โตแรงในจีน มากกว่าแค่​ &#8216;รักสุขภาพ&#8217; แต่แบรนด์ต้อง​ &#8216;โปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์</strong>  รายงานสถานการณ์การค้าประเทศจีน พบเทรนด์ที่น่าสนใจของผู้บริโภคชาวจีน  ที่ปัจจุบันมีเทรนด์ที่เติบโตต่อยอด​จากกระแสใส่ใจสุขภาพ <span lang="TH">(</span><span lang="EN-SG">Health Consciousness</span>)</p>
<p><span id="more-38147"></span></p>
<p>โดยพบพฤติกรรมที่คนจีนในปัจจุบันนิยมทำคือ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดในฉลากสินค้า ผู้บริโภคชาวจีนจะให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของส่วนผสม  จากรายงาน &#8216;การบริโภคเพื่อสุขภาพของคนจีน ปี 2024&#8217; โดย <a href="https://dxy.com/" target="_blank" rel="noopener">丁香医生</a>  (https://dxy.com/) ระบุว่า 72% ของผู้บริโภค จะดูฉลากเพื่อตรวจสอบส่วนผสมก่อนซื้อ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่คือ <strong>&#8216;ฉลากสะอาด&#8217;</strong> ในตลาดอาหารของจีน</p>
<p>สำหรับ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารปรุงแต่งหรือวัตถุเจือปนที่ไม่จำเป็น และมีฉลากที่อ่านเข้าใจง่าย โปร่งใส ​ไม่ใช้คำศัพท์ที่กำกวม เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ได้ชัดเจนว่าในสินค้านั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง</p>
<p>เทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงก<span lang="TH">ลุ่มผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับบุตรหลานของตนเอง โดยมักตรวจสอบ</span><span lang="TH">ฉลากส่วนผสม</span><span lang="EN-AU">​</span><span lang="TH">ของอาหารเด็กอย่างละเอียด เพื่อ​มั่นใจว่าสิ่งที่บุตรหลานบริโภคจะปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ </span></p>
<p>อีกหนึ่งสิ่งสะท้อนการเติบโตของเทรนด์ฉลากสะอาด  ผ่านการเกิดวลียอดฮิตภาษาจี​น อย่าว  <strong>&#8216;配料表比脸干净&#8217;</strong> หรือ &#8216;รายการส่วนผสมที่สะอาดกว่าหน้าตา&#8217; ที่กลายเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาด  หรือการรีวิวของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ที่ได้รับความนิยมในสังคมออนไลน์จีน ที่อ้างถึงการใช้คำที่ระบุในฉลากแบบชัดเจน ไม่กำกวม เช่น กลุ่มน้ำผลไม้ ที่ต้องระบุวัตถุดิบให้ชัดเจน มากกว่าแค่คำว่า น้ำผลไม้แท้ น้ำผลไมม้เข้มข้น หรือมีเนื้อผลไม้ผสม รวมทั้งการใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น สารสกัดธรรมชาติ หรือสารปรุงแต่ง ที่อาจมีความหมายเหมือนกันแต่เรียกชื่อต่างกัน เพื่อเลือกความหมายที่ใกล้เคียงความเป็นธรรมชาติมากกว่า รวมไปถึงแนวคิด​การระบุส่วนผสมในฉลากด้วยเลข 0 ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าดีต่อสุขภาพมากกว่า หรือการมีรายการส่วนผสมที่น้อยรายการเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อสุขภาพมากเท่านั้น เพราะมีชนิดของสารปรุงแต่งผสมน้อย</p>
<p>​​สิ่งที่เกิดขึ้น จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญ จากความเชื่อที่อาจไม่ถูกต้องนักเกี่ยวกับฉลากสะอาด และอาจกลายเป็นเพียงเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาดที่​แบรนด์นำมาใช้เท่านั้น   เพราะในอุตสาหกรรมอาหาร สารปรุงแต่งบางอย่างก็ถือว่ามีความจำเป็น ทั้งการช่วยเรื่องเนื้อสัมผัสของอาหารให้นุ่มหรือฟู  รวมทั้งคุณสมบัติที่ช่วยยืดอายุอาหาร ซึ่งสามารถใช้ได้ในปริมาณตามที่กฎหมายกำหนด ดังน้ัน ไม่ว่าจะเป็นสารจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ก็มีความปลอดภัย​เช่นเดียวกัน</p>
<figure id="attachment_38149" aria-describedby="caption-attachment-38149" style="width: 1080px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-38149 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Credit-36kr.com_.jpg" alt="" width="1080" height="940" /><figcaption id="caption-attachment-38149" class="wp-caption-text">Credit: 36kr.com</figcaption></figure>
<p>แต่สิ่งที่ควรต้องระวังคือ ผู้ผลิตบางรายอาจมีความพยายามที่จะลดการใช้สารสังเคราะห์ จึงอาจเลิกใช้สารกันเสียที่ปลอดภัย แล้วหันไปใช้เกลือหรือน้ำตาลในปริมาณสูงเพื่อถนอมอาหารแทน แต่กลับสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพให้ผู้บริโภคมากกว่า นอกจากนี้ เครื่องปรุงบางชนิดติดฉลากว่าไม่มีการติมสารต่างๆ  ทั้งที่ความจริงอาจเป็นเพียงการตรวจไม่พบสารกันเสียหรือสารให้ความหวานในบางประเภทเท่านั้น ทำให้เกิดความกังวลว่า สุดท้ายแล้วเรื่องของ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; จะกลายเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดมากเกินไป</p>
<p>ดังนั้น อีกหนึ่งความหมายของ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; อาจไม่ได้หมายความว่า &#8216;การไม่ใส่สารปรุงแต่ง&#8217; แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมที่เด่นชัดของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ต้องการ &#8216;ความโปร่งใสและการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค&#8217;  เพื่อส่งสัญญาณเป็นแนวทางในการปรับตัวและยกระดับคุณภาพสินค้าของบรรดาผู้ผลิตต่างๆ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว มองว่า เทรนด์ฉลากสะอาดที่เกิดขึ้นนี้ อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย​ที่ต้องการขยายตลาดในประเทศจีนโดยเฉพาะสินค้าที่มีจุดเด่นด้าน ความเป็นธรรมชาติ ความปลอดภัย และความโปร่งใส  เช่น ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้ 100% เครื่องดื่มสมุนไพร และอาหารสุขภาพ ที่มีศักยภาพสูงในการเจาะตลาดผู้บริโภคจีนระดับกลาง–บน</p>
<p>โดยเฉพาะควรจัดทำฉลากสินค้าที่แสดงข้อมูลส่วนผสมอย่างชัดเจน ตามมาตรฐานที่ทางการจีนกำหนด รวมทั้ง<span lang="TH">ทำการ &#8216;ตรวจสอบฉลากอาหาร&#8217; กับ หน่วยงาน </span><span lang="EN-US">CIQ (China Inspection and Quarantine)</span><span lang="TH">  ให้เรียบร้อยก่อนการส่งออกไปยังตลาดจีน </span>เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้สินค้า​ รวม​ถึงการนำ​เทคโนโลยีมาช่วย  เช่น เพิ่ม QR Code เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบรวมไปถึงการสามารถตรวจสอบแบบย้อนกลับได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/ditp-chinese-consumer-trends/">เทรนด์ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; โตแรงในจีน มากกว่าแค่​ &#8216;รักสุขภาพ&#8217; แต่แบรนด์ต้อง​ &#8216;โปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องพฤติกรรมการกิน​ชาวจีน Gen Z  ชอบลองของใหม่ ​เน้นกินเพื่อความสุข แต่​สุขภาพและโภชนาการยังสำคัญ พร้อมจ่ายเพิ่มหากสะดวกขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/chinese-genz-insight-of-food-consumption-behavior/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Sep 2023 10:49:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Chinese]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Z Insight]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวจีน Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20909</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รายงานข้อมูล Z insight ถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรจีน Gen Z ปัจจุบันจีนมีประชากร Gen Z  (คนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1995 – 2009 ) ประมาณ 264 ล้านคน หรือราว 20%  ของประชากรจีนทั้งหมด แต่ในด้านการบริโภคมีสัดส่วนอยู่ถึง 40% และคาดว่าในปี 2035 มูลค่าการบริโภคของชาวจีน Gen Z จะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า หรือกว่า 16 ล้านล้านหยวน หรือราว 80 ล้านล้านบาท (1 หยวน = 5 บาท) ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า การเติบโตของตลาดการบริโภคโดยรวม และตลาดวัฒนธรรมในจีนจะถูกขับเคลื่อนโดย​ Gen Z ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/chinese-genz-insight-of-food-consumption-behavior/">ส่องพฤติกรรมการกิน​ชาวจีน Gen Z  ชอบลองของใหม่ ​เน้นกินเพื่อความสุข แต่​สุขภาพและโภชนาการยังสำคัญ พร้อมจ่ายเพิ่มหากสะดวกขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รายงานข้อมูล Z insight ถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรจีน Gen Z</p>
<p><span id="more-20909"></span></p>
<p>ปัจจุบันจีนมีประชากร Gen Z  (คนที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1995 – 2009 ) ประมาณ 264 ล้านคน หรือราว 20%  ของประชากรจีนทั้งหมด แต่ในด้านการบริโภคมีสัดส่วนอยู่ถึง 40% และคาดว่าในปี 2035 มูลค่าการบริโภคของชาวจีน Gen Z จะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า หรือกว่า 16 ล้านล้านหยวน หรือราว 80 ล้านล้านบาท (1 หยวน = 5 บาท)</p>
<p>ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า การเติบโตของตลาดการบริโภคโดยรวม และตลาดวัฒนธรรมในจีนจะถูกขับเคลื่อนโดย​ Gen Z</p>
<p>ทั้งนี้ พบว่า Gen Z เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีจิตใจ​เปิดกว้างยอมรับสิ่งใหม่ๆ ได้เร็ว แสวงหาความแปลกใหม่ที่สนุก ​พร้อมทั้ง​การแสวงหาคุณภาพชีวิตและค่านิยม มีความตระหนักในตนเองที่แข็งแกร่ง มุ่งที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต อาทิ ด้านสุขภาพร่างกาย ความพึงพอใจทางอารมณ์ การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังให้ความสำคัญกับความสุขและความเป็นอยู่ที่ดี โดยการปรับปรุงประสบการณ์ชีวิตด้วยการเลือกและการกระทำอย่างมีสติ</p>
<p>สำหรับพฤติกรรมในการเลือกบริโภคอาหารพบว่า ​ชาวจีน Gen Z ถือเป็นแฟนพันธุ์แท้ของผลิตภัณฑ์ที่ออกใหม่ และให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านรสชาติเป็นอันดับหนึ่ง  ​73.35%  ตามมาด้วย เรื่องของสุขภาพ 60.22% เลือกจากคุณภาพ 59.17% เลือกจากราคา 39.86% เลือกจากสุขลักษณะ 39.36 % เลือกจากหน้าตาอาหาร  18.77% เลือกจากปริมาณสินค้าใหม่ 15.04% เลือกจากความนิยม 10.66% เลือกจากสิ่งแวดล้อม​ 9.92%  เลือกจากแนวคิดของแบรนด์ 8.6% และเลือกจากปัจจัยอื่นๆ 0.11%</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-20910 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Z1.jpg" alt="" width="1200" height="1032" /></p>
<p>และเนื่องจากความหลากหลายของการบริโภคที่มากขึ้น ทำให้​ Gen Z มีทัศนคติว่าการกินเป็นเรื่องของประสบการณ์ชีวิต ทำให้ส่วนใหญ่แสวงหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีคุณภาพ มีนวัตกรรม และมีความหมาย โดยมีพฤติกรรมเด่นๆ ใน​ด้านการบริโภคอาหารของชาวจีน Gen Z มีดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. </strong><strong>ตระหนักเรื่องคุณภาพและตอบโจทย์ทางโภชนาการ </strong></p>
<p>Gen Z มองว่า อาหารถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะโรคภัยต่างๆ มีกเกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่ดี ทำให้ชาวจีน Gen Z ยุคใหม่ มีความพิถีพิถันในการเลือกอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารอย่างสมดุล เพื่อรักษาสัดส่วนการรับประทานที่เหมาะสมของธาตุอาหารต่างๆ แทนการพึ่งพาอาหารเพียงชนิดเดียวหรือการได้รับสารอาหารในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย</p>
<p>โดยข้อมูลจากการสำรวจพบว่า อาหารที่ให้โปรตีนสูงอย่าง ไข่  นม และผักผลไม้ เริ่มเข้ามาแทนที่ปลาและเนื้อแบบดั้งเดิม และได้กลายเป็นปริมาณสารอาหารที่สำคัญที่สุดในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ โดยพบถึง​​​ 82.06% เลือกรับประทานไข่และนมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ เลือกรับประทานผัก 81.35% เลือกรับประทานผลไม้  63.83% เลือกรับประทานเนื้อสัตว์และปลา 61.10% เลือกรับประทานธัญพืช  38.79% และ เลือกรับประทานอาหารประเภทอื่นๆ  1.06% ตามลำดับ  โดยยังพบว่า <strong>ชาวจีน </strong><strong>Gen Z </strong><strong>ยังให้ความสำคัญต่อการลดการบริโภคน้ำตาลและไขมัน </strong>เนื่องจากการรักษารูปร่างและน้ำหนัก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-20912 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Z5.jpg" alt="" width="1000" height="877" /></p>
<p><strong>2. การบริโภคเพื่อ</strong><strong>แสวงหาความอิ่มเอมใจ</strong></p>
<p>แนวคิดการบริโภคเพื่อให้ตัวเองมีความสุข คือแนวโน้มการบริโภคของชาวจีน Gen Z ยุคใหม่ โดยเน้นการบริโภคเพื่อผ่อนคลายและให้รางวัลกับตัวเอง โดยทั้งกลุ่ม Gen Y และ Gen Z จะมีพฤติกรรมรับประทานขนมขบเคี้ยวทั้งในเวลาที่อารมณ์ดี ​ในช่วงของการพักผ่อน รวมทั้งเวลาที่ต้องเผชิญกับแรงกดดัน หรือเมื่อต้องการให้รางวัลตัวเอง เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้​ ยังพบว่ามีชาวจีน Gen Z กว่า​​ 40% ที่มีพฤติกรรม “อยากกินก็กิน” โดยไม่ต้องคำนึงถึงอะไรเป็นพิเศษ</p>
<p><strong>3. </strong><strong>ยินดีที่จะจ่ายเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวก​และเพื่อประหยัดเวลา </strong></p>
<p>ชาวจีน Gen Z  62.59% มีค่าใช้จ่ายในการกินเฉลี่ย 30 – 100 หยวนต่อวัน (150 – 500 บาทต่อวัน) และนิยมแสวงหาประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และเพลิดเพลินกับอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น แม้ว่าราคาอาจจะต้องจ่ายมากขึ้น เพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลาย ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และมีบรรจุภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมแปลกใหม่มากขึ้น แสดงให้เห็นว่าคุณภาพสามารถดึงดูดชาวจีน Gen Z ได้มากกว่าราคาถูก</p>
<p>นอกจากนี้ ยัง​นิยมการสั่งอาหารเดลิเวอรีมากที่สุด เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหารรับประทาน รวมทั้งอาหารกึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารพร้อมทานก็จะเป็นกลุ่มตัวเลือกที่ Gen Z มีความสนใจ เพื่อช่วย​ประหยัดแรง ประหยัดเวลาในการทำอาหาร และยังให้ความสำคัญต่อสุขภาพและโภชนาการ โดยจะนำเสนอรูปแบบของอาหารที่มีน้ำมัน เกลือ และน้ำตาลต่ำ ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถตอบสนองความต้องการในการแสวงหาด้านสุขภาพของชาวจีน Gen Z ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>4. มีความ</strong><strong>ตระหนักเรื่องความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น</strong></p>
<p>หลังการแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 ปัจจัยเรื่องสุขอนามัย​ กลายมาเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของจีน ​มากขึ้น โดย​พบว่าชาวจีน Gen Z เกือบ 70% ให้ความสำคัญต่อเรื่อง Food Safety เพิ่มมากขึ้น​</p>
<p>ปัจจุบันชาวจีน Gen Z เลือกทำอาหารรับประทานเองเพื่อขจัดปัญหาด้านความปลอดภัยของอาหาร  รวมท้ังปัจจัยเรื่องมีต้นทุนต่ำ มีโภชนาการ รสชาติอร่อยตามความชอบตัวอง และทำเป็นงานอดิเรก ซึ่งอาหารโฮมเมดยังสามารถรับประกันได้ถึงคุณภาพของส่วนผสม สุขอนามัย และยังหลีกเลี่ยงการเติมสารเติมแต่งได้อีกด้วย ซึ่งแนวโน้มการเลือกบริโภครูปแบบนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกของชาวจีน Gen Z ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างเสรี ยั่งยืน และมีสุขภาพดีในสังคมสมัยใหม่ด้วยเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/chinese-genz-insight-of-food-consumption-behavior/">ส่องพฤติกรรมการกิน​ชาวจีน Gen Z  ชอบลองของใหม่ ​เน้นกินเพื่อความสุข แต่​สุขภาพและโภชนาการยังสำคัญ พร้อมจ่ายเพิ่มหากสะดวกขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แพกเกจซองเล็กล้นฟิลิปปินส์ ปริมาณใช้ทั้งปี ถมกรุงมะนิลาได้สูง 1 ฟุต ผู้บริโภคเกินครึ่งเชื่อไลฟ์สไตล์ Eco-friendly เป็นเรื่องยาก เพราะสินค้าหายากและมีราคาแพง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/philippine-consumers-reseach-about-eco-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Apr 2023 09:30:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-active]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-considerer]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[GAIA study]]></category>
		<category><![CDATA[Kantar]]></category>
		<category><![CDATA[Sachet]]></category>
		<category><![CDATA[Tingi Culcure]]></category>
		<category><![CDATA[ซองซาเช่]]></category>
		<category><![CDATA[ทิงกิ คัลเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมในฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17948</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจากการศึกษาเชิงลึกเรื่อง &#8220;สินค้าบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมในฟิลิปปินส์&#8221; โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา เผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ระบุว่า ​ปี 2564 ฟิลิปปินส์มีการใช้บรรจุภัณฑ์กว่า 60,000 ล้านชิ้น และคาดว่าจะมีการเติบโตของตลาด บรรจุภัณฑ์ราว 4% ต่อปี ในระหว่างปี 2564 – 2571 พร้อมระบุว่า ​ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์​มีความต้องการ​ใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการเงินจึงยังไม่ต้องการที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบด้านเงินเฟ้อในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระดับสูง​​ เป็นเหตุผลให้ฝั่งของผู้ผลิตพยายาม​คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือนำบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ไม่สูงจนเกินไป ทั้งนี้  ขนาดของบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์มีความหลากหลาย ตามความต้องการของผู้บริโภคและฐานะทางเศรษฐกิจ โดยผู้บริโภคกลุ่มที่มีกำลังซื้อมักนิยมเลือกสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ เนื่องจากมีราคาต่อหน่วยที่ต่ำกว่า ​ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่อาจมีกำลังซื้อไม่มากพอ ก็มักจะนิยมซื้อสินค้าในบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก แต่จะซื้อบ่อยครั้งมากกว่า โดยประชาชนชาวฟิลิปปินส์มักจะมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า ทิงกิ คัลเจอร์ (Tingi Culcure) หรือพฤติกรรมการซื้อสินค้าครั้งละเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะการซื้อผ่านร้านขายของชำขนาดเล็ก ​และพบปริมาณการใช้​บรรจุภัณฑ์แบบซองขนาดเล็ก หรือ ซาเช่  (Sachet) มากถึงกว่าวันละ​ 164 ล้านซอง​ โดย 62% หรือราว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/philippine-consumers-reseach-about-eco-packaging/">แพกเกจซองเล็กล้นฟิลิปปินส์ ปริมาณใช้ทั้งปี ถมกรุงมะนิลาได้สูง 1 ฟุต ผู้บริโภคเกินครึ่งเชื่อไลฟ์สไตล์ Eco-friendly เป็นเรื่องยาก เพราะสินค้าหายากและมีราคาแพง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูลจากการศึกษาเชิงลึกเรื่อง <strong>&#8220;สินค้าบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมในฟิลิปปินส์&#8221;</strong> โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา เผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ระบุว่า ​ปี 2564 ฟิลิปปินส์มีการใช้บรรจุภัณฑ์กว่า 60,000 ล้านชิ้น และคาดว่าจะมีการเติบโตของตลาด บรรจุภัณฑ์ราว 4% ต่อปี ในระหว่างปี 2564 – 2571</p>
<p><span id="more-17948"></span></p>
<p>พร้อมระบุว่า ​ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์​มีความต้องการ​ใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการเงินจึงยังไม่ต้องการที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบด้านเงินเฟ้อในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระดับสูง​​ เป็นเหตุผลให้ฝั่งของผู้ผลิตพยายาม​คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือนำบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ไม่สูงจนเกินไป</p>
<p>ทั้งนี้  ขนาดของบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์มีความหลากหลาย ตามความต้องการของผู้บริโภคและฐานะทางเศรษฐกิจ โดยผู้บริโภคกลุ่มที่มีกำลังซื้อมักนิยมเลือกสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ เนื่องจากมีราคาต่อหน่วยที่ต่ำกว่า ​ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่อาจมีกำลังซื้อไม่มากพอ ก็มักจะนิยมซื้อสินค้าในบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก แต่จะซื้อบ่อยครั้งมากกว่า</p>
<p>โดยประชาชนชาวฟิลิปปินส์มักจะมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า <strong>ทิงกิ คัลเจอร์</strong> (Tingi Culcure) หรือ<strong>พฤติกรรมการซื้อสินค้าครั้งละเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะการซื้อผ่านร้านขายของชำขนาดเล็ก</strong> ​<strong>และพบปริมาณการใช้​บรรจุภัณฑ์แบบซองขนาดเล็ก หรือ ซาเช่  (Sachet) มากถึงกว่าวันละ​ 164 ล้านซอง​ </strong>โดย 62% หรือราว 101 ล้านซอง จะ​ผลิตแบบซองหลายชั้น (Multi-layer) ซึ่งมีการผสมระหว่างอลูมิเนียม กาว และพลาสติก PVC​ และส่วนใหญ่มักใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับของเหลว เช่น ยาสระผม เครื่องดื่มชง เช่น นม น้ำผลไม้ กาแฟ ขณะที่อีก  38% จะเป็นซองแบบชั้นเดียว (Single layer sachet) ซึ่งนิยมใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทขนมขบเคี้ยว และผงซักฟอก เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17951 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Coffee.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากผลการศึกษา<strong> GAIA study</strong> ระบุว่า <strong>ซองขนาดเล็กที่ถูกทิ้งในฟิลิปปินส์ตลอด 1 ปีนั้น มีปริมาณมากพอที่จะฝังทั้งกรุงมะนิลาได้สูงถึง 1 ฟุต และแนวโน้มการใช้ซองดังกล่าว ยังมีจำนวนมากขึ้น</strong>ในกลุ่มผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า รวมทั้งมีปริมาณการใช้​ในชุมชนเมืองมากกว่าในชนบท</p>
<p>สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ซองซาเช่มากที่สุด ได้แก่ กาแฟสำเร็จรูป ตามมาด้วยสบู่ แชมพู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครัวเรือน และเครื่องปรุงรส โดยบรรจุภัณฑ์กลุ่มนี้สามารถหาได้ในช่องทางค้าปลีกทั่วไป ​​ไม่ว่าจะเป็นตลาด ร้านอาหารขนาดเล็ก ร้านค้าโชห่วย</p>
<p>ส่วน <strong>สาเหตุสำคัญที่ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์เลือกซื้อสินค้าแบบซาเช่​ เนื่องจากความสะดวก และราคาที่จับต้องได้ และทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแบรนด์ที่มีคุณภาพดีได้ในราคาที่ไม่แพง รวมทั้งสามารถหาซื้อได้จากร้านค้าปลีกในชุมชน</strong> ส่งผลให้พฤติกรรมดังกล่าวกลายเป็นวัฒนธรรมการซื้อสินค้าขนาดเล็กหรือ tingi culture ในที่สุด ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้อง​จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในบรรจุภัณฑ์แบบซองขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองกับตลาดดังกล่าวซึ่งถือว่าเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ</p>
<p>ขณะที่ผลสำรวจจาก <strong>Kantar</strong> ระบุถึงพฤติกรรมผู้บริโภคฟิลิปปินส์ไว้ว่า ​ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์มีความต้องการผลิตภัณฑ์และอยากมีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาทิ</p>
<p>&#8211; ผู้บริโภคมากกว่า​ 75% ชอบซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน</p>
<p>&#8211; 74%  ตั้งใจสนับสนุนแบรนด์ที่มีการส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>&#8211; มากกว่า​ 70% ยังลดการใช้พลาสติก รีไซเคิลขยะ และลดขยะที่เกิดจากอาหารด้วย โดยเฉพาะในกลุ่ม Baby boomer ซึ่งผู้บริโภคมีพฤติกรรมดังกล่าวถึงกว่า​ 80%</p>
<p>&#8211; มากกว่า 90% ต้องการซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และชื่นชอบสินค้าที่ทำจากวัตถุดิบทางธรรมชาติมากกว่า เพราะเชื่อว่าผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบทางธรรมชาติและสินค้าที่ผลิตภายในประเทศจะช่วยให้ชาวฟิลิปปินส์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงช่วยให้เกิดการจ้างงานในประเทศด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/shutterstock_1793191108.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่า มุมมองต่อการมีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเรื่องของผู้บริโภคที่มีฐานะร่ำรวยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของชาวฟิลิปปินส์ทุกคน โดยคนฟิลิปปินส์เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมากกว่าครึ่ง หรือ ​ 54% ของผู้บริโภคที่มีฐานะระดับปานกลาง -ล่าง เป็นครัวเรือนที่มีพฤติกรรมการบริโภคที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งที่ทำเป็นประจำ (Eco-active) หรือเป็นครั้งคราว​(Eco-considerer) เช่น ​การใช้ถุงผ้าซ้ำในการซื้อของ และการลดขยะพลาสติก เป็นต้น โดยหลายคนสังเกตุเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงต่อสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มเพื่อนหรือคนในครอบครัว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์เกินกว่าครึ่ง หรือมากกว่า​ 55% ระบุว่าการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องยาก เนื่องจากหาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ยาก หรือไม่ก็มักจะมีราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/philippine-consumers-reseach-about-eco-packaging/">แพกเกจซองเล็กล้นฟิลิปปินส์ ปริมาณใช้ทั้งปี ถมกรุงมะนิลาได้สูง 1 ฟุต ผู้บริโภคเกินครึ่งเชื่อไลฟ์สไตล์ Eco-friendly เป็นเรื่องยาก เพราะสินค้าหายากและมีราคาแพง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>JD.com เผยเทรนด์การบริโภค​ช่วงตรุษจีนของชาวจีนรุ่นใหม่ ​ให้ความสำคัญเรื่องความคุ้มค่า​ ​พร้อมฉลองร่วมกับสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/jd-supermarket-share-chinese-new-gen-spending-different-from-past/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2023 08:58:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Chinese New Generation]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Behavior]]></category>
		<category><![CDATA[JD Supermarket]]></category>
		<category><![CDATA[JD.com]]></category>
		<category><![CDATA[Market Trend]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Pet Humanization]]></category>
		<category><![CDATA[Pet Parent]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกซื้อของขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[ของขวัญวันตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[คนจีนยุคใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภคจึน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์การบริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16803</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ให้ข้อมูลแนวโน้มการบริโภคสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2566 ของชาวจีน โดยอ้างอิงจาก JD Supermarket  (ในเครือ JD.com) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแถวหน้าของจีน ที่เปิดเผยแนวโน้มการบริโภคสินค้าของชาวจีนช่วงตรุษจีนปี 2566 จากการวิเคราะห์ข้อมูล และยอดจำหน่าย รวมทั้งการรวบรวมคอมเม้นท์ และสำรวจความคิดเห็นของสมาชิกบนแพลตฟอร์ม กว่า 300,000 คน พบว่า ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่าน JD Supermarket ​ในช่วงตรุษจีนของชาวจีน มี 8 จุดประสงค์หลัก ได้แก่ เพื่อมอบให้ผู้อาวุโส เพื่อมอบให้ภรรยา เพื่อนำไปเยี่ยมญาติและเพื่อนฝูง เพื่อแสดงน้ำใจ เพื่อพบผู้ปกครอง เพื่อแสดงความขอบคุณ เพื่อมอบให้เด็กๆ และเพราะขี้เกียจ โดยการบริโภคของผู้บริโภคชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้  มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา อาทิ นิยมซื้อสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อเตรียมฉลองตรุษจีนกับสัตว์เลี้ยง การหันมาซื้อสินค้าที่เป็นสินค้าดั้งเดิมของจีนเพื่อเติมเต็มความรู้สึกในอดีต รวมทั้งนิยมซื้อสินค้าจากต่างถิ่นมากขึ้นเพื่อสร้างความหลากหลายในการบริโภค จนทำให้สินค้าสัตว์เลี้ยง สินค้าดั้งเดิมของจีนและ สินค้าต่างถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขยายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แนวโน้มการบริโภคข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการบริโภคของชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ มีความหลากหลายมากขึ้น ผู้บริโภคชาวจีนไม่เพียงบริโภคสินค้าเดิมๆ ที่เคยนิยมบริโภคเท่านั้น แต่ยังเลือก บริโภคสินค้าใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/jd-supermarket-share-chinese-new-gen-spending-different-from-past/">JD.com เผยเทรนด์การบริโภค​ช่วงตรุษจีนของชาวจีนรุ่นใหม่ ​ให้ความสำคัญเรื่องความคุ้มค่า​ ​พร้อมฉลองร่วมกับสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ให้ข้อมูลแนวโน้มการบริโภคสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2566 ของชาวจีน โดยอ้างอิงจาก <strong>JD Supermarket</strong>  (ในเครือ JD.com) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแถวหน้าของจีน ที่เปิดเผยแนวโน้มการบริโภคสินค้าของชาวจีนช่วงตรุษจีนปี 2566 จากการวิเคราะห์ข้อมูล และยอดจำหน่าย รวมทั้งการรวบรวมคอมเม้นท์ และสำรวจความคิดเห็นของสมาชิกบนแพลตฟอร์ม กว่า 300,000 คน</p>
<p><span id="more-16803"></span></p>
<p>พบว่า ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่าน JD Supermarket ​ในช่วงตรุษจีนของชาวจีน มี 8 จุดประสงค์หลัก ได้แก่ เพื่อมอบให้ผู้อาวุโส เพื่อมอบให้ภรรยา เพื่อนำไปเยี่ยมญาติและเพื่อนฝูง เพื่อแสดงน้ำใจ เพื่อพบผู้ปกครอง เพื่อแสดงความขอบคุณ เพื่อมอบให้เด็กๆ และเพราะขี้เกียจ</p>
<p>โดยการบริโภคของผู้บริโภคชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้  มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา อาทิ นิยมซื้อสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อเตรียมฉลองตรุษจีนกับสัตว์เลี้ยง การหันมาซื้อสินค้าที่เป็นสินค้าดั้งเดิมของจีนเพื่อเติมเต็มความรู้สึกในอดีต รวมทั้งนิยมซื้อสินค้าจากต่างถิ่นมากขึ้นเพื่อสร้างความหลากหลายในการบริโภค จนทำให้สินค้าสัตว์เลี้ยง สินค้าดั้งเดิมของจีนและ สินค้าต่างถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขยายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>แนวโน้มการบริโภคข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการบริโภคของชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ มีความหลากหลายมากขึ้น ผู้บริโภคชาวจีนไม่เพียงบริโภคสินค้าเดิมๆ ที่เคยนิยมบริโภคเท่านั้น แต่ยังเลือก บริโภคสินค้าใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น จนทำให้เกิดเทรนด์การบริโภคใหม่ที่สร้างโอกาสที่ดีให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>โดยมีพฤติกรรมผู้บริโภคจีนในช่วงตรุษจีนที่น่าสนใจ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. ผู้บริโภคชาวจีนที่เกิดหลังปี 1990 และปี 2000 ใช้เงินที่น้อยที่สุดเพื่อซื้อสินค้าที่มากที่สุด</strong></p>
<p>ผู้บริโภคชาวจีนที่เกิดหลังปี 1990และปี 2000ไม่ได้ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยอย่างที่คิดแต่กลับค่อนข้างประหยัด  ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่รู้จักประหยัดเงินและใช้เงินเป็น ​โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ พวกเขาสามารถใช้เงินที่น้อยที่สุดเพื่อให้ได้สินค้าจำนวนมาก ​โดยปริมาณการซื้อสินค้าของผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 6 ชิ้น  พร้อมทั้งการค้นหาผ่าน​คำว่า “<strong>สินค้าตรุษจีนราคาคุ้มค่า”</strong> เพื่อซื้อสินค้ามากกว่า 30 ล้านครั้ง</p>
<p>การยกระดับการบริโภคของชาวจีนยุคใหม่ ไม่เพียงทำให้ชาวจีนยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่ยังมองถึงการตอบโจทย์คุณค่าทางด้านจิตใจและอารมณ์มากขึ้นเช่นกัน โดยพบว่าชาวจีนซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงเพื่อความสุขทางใจมากขึ้น จนทำให้การฉลองตรุษจีนกับสัตว์เลี้ยงและการนำแมวกลับบ้านเกิดกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในช่วงตรุษจีนปีนี้</p>
<p>อีกทั้งยังทำให้การจำหน่ายอาหารส่งท้ายปีเก่าสำหรับสัตว์เลี้ยงขยายตัวขึ้นจากปีที่แล้ว​ 64% การจำหน่ายกะบะทรายแมวอัตโนมัติขยายตัวขึ้นจากเดือนที่แล้ว 4 เท่า และการเสิร์จหากระเป๋าใส่แมวมีจำนวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 180%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16804 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Chinese-Info1.jpg" alt="" width="1200" height="655" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16805 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Chinese-Info2.jpg" alt="" width="1200" height="494" /></p>
<p><strong>2. ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าต่างถิ่นมากขึ้น</strong></p>
<p>การซื้อสินค้าฉลองตรุษจีนข้ามเขตกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของจีน โดยพบว่าผู้บริโภคทางภาคตะวันออกที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลจะนิยมซื้อสินค้าฉลองตรุษจีนจากภาคตะวันตกและภาคใต้ ผู้บริโภคทางภาคตะวันตกและพื้นที่ที่ไม่ติดชายฝั่งทะเลจะนิยมซื้อ อาหารทะเลสดเป็นของขวัญวันตรุษจีน สินค้าทางภาคเหนือจะถูกสั่งซื้อให้ส่งไปยังภาคใต้ และของขวัญทางภาคใต้จะถูกสั่งซื้อจากผู้บริโภคทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นผลมาจากการโฆษณาสินค้าผ่านคลิปสั้นและสื่อใหม่ต่างๆ ของธุรกิจในจีน</p>
<p>ตัวเลขสถิติชี้ว่า ผู้บริโภคทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ริมชายฝั่งทะเลได้สั่งซื้อสินค้าแห้ง อาทิ เห็ดหูหนูดำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื้อรมควันเสฉวน เป็นต้น ขยายตัวขึ้นจากปีที่แล้วมากกว่า​ 50% ชุดกล่องของขวัญอาหารทะเลสดถูกขนส่งไปยังเมืองต่างๆ ในภาคตะวันตกของจีนมากกว่า 70% ของชุดของขวัญอาหารทะเลสดทั้งหมด ลูกพีชสีเหลืองกระป๋องของภาคเหนือกลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่ผู้บริโภคภาคใต้เลือกซื้อมากขึ้น ทำให้ยอดขายลูกพีชสีเหลืองจากผู้บริโภคภาคใต้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 120%</p>
<p>ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคชาวจีนยังได้บริโภคสินค้านำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนไม่น้อย​เพื่อสร้างความหลากหลายในการบริโภค โดย​ 70% ของผู้ที่เสิร์ชหาสินค้าเซอร์เบียจะตัดสินใจเลือกซื้อไวน์โช๊คเบอร์รี่ (Chokeberry Wine) เป็นของขวัญวันตรุษจีน นอกจากนี้ การจำหน่าย ชามาเต้ (Mate Tea) จากอเมริกากลางตั้งแต่สิ้นสุดฟุตบอลโลกจนถึงก่อนตรุษจีนของจีนมีมูลค่าขยายตัวขึ้นถึง 13 เท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16806 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Chinese-Info3.jpg" alt="" width="1200" height="683" /></p>
<p><strong>3. สินค้าดั้งเดิมของจีนกลายเป็นกระแสในจีนอีกครั้ง </strong></p>
<p>รายงานชี้ว่า การบริโภคสินค้าต้นตำรับของจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้โตขึ้นอีกครั้ง จนกลายเป็นเทรนด์การบริโภคใหม่ของจีน ซึ่งมีสาเหตุสืบเนื่องมาจากผู้บริโภคชาวจีนใช้เหตุผลในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น ทำให้แบรนด์สินค้าของจีนที่มีราคาย่อมเยาได้รับความสนใจจากชาวจีนมากกว่าแบรนด์ต่างชาติ</p>
<p>นอกจากนี้ การเสิร์ชหา <strong>“สินค้าดั้งเดิมของจีน”</strong> ของชาวจีนยังมีจำนวนเพิ่มขึ้น 120% โดย 70% ของผู้บริโภคภาคเหนือของจีนจะเลือกซื้อสินค้าที่เป็นต้นตำรับของจีนเพื่อมอบเป็นของขวัญ และ 50% ของชุดของขวัญสินค้าต้นตำรับจีนถูกซื้อโดยผู้บริโภคชาวจีนที่เกิดหลังปี 1990 และปี 2000 พร้อมทั้งพบว่าไวน์จีนมียอดจำหน่ายมากกว่าไวน์นำเข้า โดยไวน์จีนแบรนด์ Changyu มียอดจำหน่ายขยายตัวขึ้นกว่า​ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วในช่วงเทศกาลตรุษจีนของปีนี้</p>
<p>รวมทั้งมีการซื้อสินค้าเพื่อส่งมอบเป็นของขวัญวันตรุษจีนมากขึ้น โดยผู้บริโภคเกิดหลังปี 1970 ที่เสิร์ชหาของขวัญมีจำนวนมากกว่า  60%  มีการเสิร์ชหา <strong>“สินค้าให้พ่อตา”</strong> เพิ่มขึ้น  300% เสิร์ชหา <strong>“สินค้าให้ภรรยา” </strong>เพิ่มขึ้น 300% และชุดของขวัญผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมียอดจำหน่ายขยายตัวขึ้น 40% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมการมอบของขวัญวันตรุษจีนมากพอสมควร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16807 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Chinese-Info4.jpg" alt="" width="1007" height="800" /></p>
<p><strong>4. ชาวจีนส่วนใหญ่เลือกรับประทานเนื้อวัวในคืนต้อนรับวันตรุษจีนและเลือกซื้อลูกนัตเป็นของขวัญวันตรุษจีน</strong></p>
<p>จากการรวบรวมคอมเมนท์ เกี่ยวกับวัตถุดิบที่จะรับประทานในคืนต้อนรับวันตรุษจีนจำนวน 112,000 คอมเม้นท์ พบว่า เนื้อวัวเป็นวัตถุดิบที่ถูก แนะนำให้บริโภคในคืนต้อนรับวันตรุษจีนมากที่สุด รองลงมาคือ ปลิงทะเล ปู เนื้อแพะและเชอร์รี่ สำหรับประเภทสินค้า ที่ถูกแนะนำให้นำไปเยี่ยมญาติและเพื่อนฝูงในช่วงเทศกาลตรุษจีนมากที่สุดคือ ชุดของขวัญลูกนัต รองลงมาคือ ช็อกโกแลตลูกอม คุ้กกี้และนมวัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16808 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Chinese-Info5.jpg" alt="" width="1200" height="450" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/jd-supermarket-share-chinese-new-gen-spending-different-from-past/">JD.com เผยเทรนด์การบริโภค​ช่วงตรุษจีนของชาวจีนรุ่นใหม่ ​ให้ความสำคัญเรื่องความคุ้มค่า​ ​พร้อมฉลองร่วมกับสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความเข้าใจ &#8216;อินไซต์เจน Z&#8217; ผู้บริโภคกลุ่มหลักในอนาคต​ และมุมมอง​ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ที่ไม่ใช่เรื่องพิเศษ แต่เป็น &#8216;มาตรฐานขั้นต่ำ&#8217; ที่ต้องมี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/genaration-z-insight-the-next-main-stream-consumers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Jan 2023 08:09:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[​ Hartman Group]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Behavior]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Natives]]></category>
		<category><![CDATA[Generation Z]]></category>
		<category><![CDATA[GMO]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Meat Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนคคติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์เจน Z]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกาเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16689</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูลถึงการเข้ามามีบทบาทอย่างมากของผู้บริโภคเจน Z  ในตลาดอเมริกาเหนือ โดยพบว่า ผู้บริโภคเจน Z  ที่มีอายุระหว่าง 10-25 ปี  หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 1995 -2010​ ​กำลังเป็นกลุ่มที่นักการตลาดให้ความสำคัญที่สุด โดยมีสัดส่วนในตลาดแคนาดาสูงถึง 20% และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมากกว่าเจนก่อนหน้าอย่าง Millennials ทั้งจากการทำงานประจำ อาชีพเสริม หรือรายได้จากผู้ปกครอง  โดยตัวเลขจากปี 2021  Gen Z มีการใช้จ่ายทั้งปี สูงถึง 360 พันล้านเหรียญสหรัฐ (12.9 ล้านล้านบาท) ขณะที่ทัศนคติและพฤติกรรมมีความแตกต่างจากคนรุ่นก่อน โดยเฉพาะการตื่นตัวและรับรู้ต่อปัญหาเรื่องสภาพอากาศ หรือ Climate Change ซึ่ง 72% เชื่อว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนจะส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพวกเขาอย่างมากในอนาคต โดยมีมุมมองต่อประเด็นความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน หรือ Sustainability นั้น ไม่ใช่นโยบายสำคัญของธุรกิจ แต่ถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ เป็นความจำเป็นพื้นฐาน หรือเป็น ‘หน้าที่’ ​ที่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องทำอยู่แล้ว​ ต่างจากกลุ่ม Millennials ที่มองว่าภาคธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับแผนขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน ซึ่งสวนทางกับความเชื่อของนักการตลาดก่อนหน้าที่มองว่าทั้ง 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/genaration-z-insight-the-next-main-stream-consumers/">ทำความเข้าใจ &#8216;อินไซต์เจน Z&#8217; ผู้บริโภคกลุ่มหลักในอนาคต​ และมุมมอง​ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ที่ไม่ใช่เรื่องพิเศษ แต่เป็น &#8216;มาตรฐานขั้นต่ำ&#8217; ที่ต้องมี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูลถึงการเข้ามามีบทบาทอย่างมากของผู้บริโภคเจน Z  ในตลาดอเมริกาเหนือ โดยพบว่า ผู้บริโภคเจน Z  ที่มีอายุระหว่าง 10-25 ปี  หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 1995 -2010​ ​กำลังเป็นกลุ่มที่นักการตลาดให้ความสำคัญที่สุด</p>
<p><span id="more-16689"></span></p>
<p>โดยมีสัดส่วนในตลาดแคนาดาสูงถึง 20% และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมากกว่าเจนก่อนหน้าอย่าง Millennials ทั้งจากการทำงานประจำ อาชีพเสริม หรือรายได้จากผู้ปกครอง  โดยตัวเลขจากปี 2021  Gen Z มีการใช้จ่ายทั้งปี สูงถึง 360 พันล้านเหรียญสหรัฐ (12.9 ล้านล้านบาท)</p>
<p>ขณะที่ทัศนคติและพฤติกรรมมีความแตกต่างจากคนรุ่นก่อน โดยเฉพาะการตื่นตัวและรับรู้ต่อปัญหาเรื่องสภาพอากาศ หรือ <strong>Climate Change</strong> ซึ่ง 72% เชื่อว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนจะส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพวกเขาอย่างมากในอนาคต โดยมีมุมมองต่อประเด็นความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน หรือ<strong><em> Sustainability นั้น ไม่ใช่นโยบายสำคัญของธุรกิจ แต่ถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ เป็นความจำเป็นพื้นฐาน หรือเป็น ‘หน้าที่’ ​ที่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องทำ</em><em>อยู่แล้ว</em></strong>​ ต่างจากกลุ่ม Millennials ที่มองว่าภาคธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับแผนขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน ซึ่งสวนทางกับความเชื่อของนักการตลาดก่อนหน้าที่มองว่าทั้ง 2 เจนนี้ มีมุมมองต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เหมือนกัน</p>
<p>ก<strong>ลุ่มเจน Z ยังเชื่อมั่นในองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และพร้อมเปิดใจทดลองสิ่งใหม่ๆ</strong> เช่น การยอมรับสินค้าในกลุ่ม Plant based, Meat Lab หรือสินค้า GMO ที่มาจากการตัดต่อพันธุกรรมของพืช ซึ่งมุมมองก่อนหน้านี้อาจตีความว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่ไม่ดีต่อสุขภาพ (Unhealthy Food) แต่คนในรุ่นเจน Z มองว่า เป็นวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถเข้ามาช่วยทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตต่อไร่ และยังดีต่อสิ่งแวดล้อมมากว่า ทั้งจากการลดพื้นที่เพาะปลูก ลดการทำลายป่า และลดการใช้ทรัพยากรน้ำด้วย</p>
<figure id="attachment_16696" aria-describedby="caption-attachment-16696" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-16696 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/DIP-Insight-N-USA.jpg" alt="" width="1200" height="791" /><figcaption id="caption-attachment-16696" class="wp-caption-text"><em>ภาพ : สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ </em></figcaption></figure>
<p>​นอกจากนี้ ด้วยความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายช่องทาง และมีความเชี่ยวชาญในฐานะ Digital Natives ทำให้เจน Z ไม่ค่อยเชื่อถือหรือให้ความสำคัญกับสื่อโฆษณา แต่เลือกที่จะเชื่อ Influencer หรือการรีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า ทำให้สื่อโฆษณาต่างๆ อาจจะด้อยประสิทธิภาพในการโน้มน้าวคนกลุ่มนี้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เรื่องของการมีประสบการณ์ร่วมยังมีความสำคัญ ทำให้เจน Z นิยมใช้จ่ายจากช่องทางออนไลน์ควบคู่ไปกับออฟไลน์ ในรูปแบบ Omnichannel Shopping Experience ที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก โดยที่ยังสามารถเดินช้อปปิ้ง จับต้อง และมีประสบการณ์ร่วมกับสินค้าและบริการได้โดยตรง รวมทั้งอยากให้ร้านค้าต่างๆ สามารถรองรรับการชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือแม้แต่โฮมช้อปปิ้ง หรือทีวีช้อปปิ้ง ผ่านระบบของสมาร์ททีวี</p>
<p>ซึ่งตามข้อมูลจากบริษัทวิจัย​ Hartman Group พบว่า Gen Z  มีการจับจ่ายใช้สอย ภายในห้างค้าปลีกเฉลี่ย 2.5 ครั้งต่อสัปดาห์  ขณะที่กลุ่ม Millennials (อายุ 26-41 ปี) ไปจับจ่ายเพียง 1.9 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วน  Gen X (อายุ 42-57 ปี) อยู่ที่ราว 1.5 ครั้งต่อสัปดาห์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/genaration-z-insight-the-next-main-stream-consumers/">ทำความเข้าใจ &#8216;อินไซต์เจน Z&#8217; ผู้บริโภคกลุ่มหลักในอนาคต​ และมุมมอง​ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ที่ไม่ใช่เรื่องพิเศษ แต่เป็น &#8216;มาตรฐานขั้นต่ำ&#8217; ที่ต้องมี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประชากร  Vegan ในเกาหลีใต้เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลตลาดอาหารปราศจากเนื้อสัตว์ขยายตัวทั้งออนไลน์และออฟไลน์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/monitor-vegan-food-in-south-korea-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Dec 2022 14:20:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Lacto-vegetarian]]></category>
		<category><![CDATA[Ovo-vegetarian]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-Based Meat]]></category>
		<category><![CDATA[Vegan]]></category>
		<category><![CDATA[vegan food]]></category>
		<category><![CDATA[Vegetarian]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มังสวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารวีแกน]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อสัตว์ทดแทนจากพืช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15962</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้บริโภคกลุ่มวีแกน (Vegan) ​หรือกลุ่มที่ไม่รับประทานอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด และไม่มีขั้นตอนใดๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์ รวมถึงไม่รับประทานไข่ นม และเครื่องปรุงรสต่างๆ โดยจะรับประทานอาหารที่ทำมาจากผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เท่านั้น ​รวมถึงไม่ซื้อหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มีการทดลองในสัตว์ (Cruelty-free) อีกด้วย กลุ่มวีแกนมีความแตกต่างกับมังสวิรัติ (Vegetarian) ที่จะงดเนื้อสัตว์ แต่ยังรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ไข่และนมได้ และสามารถแบ่งย่อยเป็นกลุ่มที่เลือกบริโภคเฉพาะไข่หรือนมเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ Ovo-vegetarian ซึ่งรับประทานไข่ แต่งดเนื้อสัตว์และนม กับ Lacto-vegetarian ซึ่งรับประทานนมและ ผลิตภัณฑ์จากนม แต่งดเนื้อสัตว์และไข่ จากแนวโน้มการเลือกบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากเนื้อสัตว์กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดอาหารวีแกนของเกาหลีใต้ปรับตัว และมีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล รายงานว่า ตลาดสินค้าอาหารสำหรับกลุ่มวีแกน (Vegan) ของเกาหลีใต้ อยู่ในช่วงกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำนวของผู้บริโภควีแกนในเกาหลีใต้ เพิ่มเป็น 2.5 ล้านคน ในปี 2564 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น อาหารสำหรับชาววีแกนจึงเป็นกระแสสำคัญในอุตสาหกรรมของอาหารของเกาหลี​ โดยปี 2564 มีสินค้าอาหารได้การรับรองถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/monitor-vegan-food-in-south-korea-market/">ประชากร  Vegan ในเกาหลีใต้เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลตลาดอาหารปราศจากเนื้อสัตว์ขยายตัวทั้งออนไลน์และออฟไลน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผู้บริโภคกลุ่มวีแกน (Vegan) ​หรือกลุ่มที่ไม่รับประทานอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด และไม่มีขั้นตอนใดๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์ รวมถึงไม่รับประทานไข่ นม และเครื่องปรุงรสต่างๆ โดยจะรับประทานอาหารที่ทำมาจากผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เท่านั้น ​รวมถึงไม่ซื้อหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มีการทดลองในสัตว์ (Cruelty-free) อีกด้วย</p>
<p><span id="more-15962"></span></p>
<p>กลุ่มวีแกนมีความแตกต่างกับมังสวิรัติ (Vegetarian) ที่จะงดเนื้อสัตว์ แต่ยังรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ไข่และนมได้ และสามารถแบ่งย่อยเป็นกลุ่มที่เลือกบริโภคเฉพาะไข่หรือนมเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ <strong>Ovo-vegetarian</strong> ซึ่งรับประทานไข่ แต่งดเนื้อสัตว์และนม กับ <strong>Lacto-vegetarian</strong> ซึ่งรับประทานนมและ ผลิตภัณฑ์จากนม แต่งดเนื้อสัตว์และไข่</p>
<p>จากแนวโน้มการเลือกบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากเนื้อสัตว์กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดอาหารวีแกนของเกาหลีใต้ปรับตัว และมีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>ข้อมูลจาก<strong>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </strong>รายงานว่า ตลาดสินค้าอาหารสำหรับกลุ่มวีแกน (Vegan) ของเกาหลีใต้ อยู่ในช่วงกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำนวของผู้บริโภควีแกนในเกาหลีใต้ เพิ่มเป็น 2.5 ล้านคน ในปี 2564 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</p>
<figure id="attachment_15968" aria-describedby="caption-attachment-15968" style="width: 573px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15968 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN.-POPUlation.jpg" alt="" width="573" height="432" /><figcaption id="caption-attachment-15968" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>ดังนั้น อาหารสำหรับชาววีแกนจึงเป็นกระแสสำคัญในอุตสาหกรรมของอาหารของเกาหลี​ โดยปี 2564 มีสินค้าอาหารได้การรับรองถึง 286 ชนิด จาก <strong>Korea Agency of Vegan Certification and Services</strong> ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 114 ชนิดในปี 2563 ​ขณะที่บริษัทอาหารหลายแห่งกำลังขยายการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Vegan Food เช่น อาหารวีแกนพร้อมทานผ่านร้านสะดวกซื้อ และคาดว่าขนาดตลาดจะขยายตัวในอนาคต เพื่อรองรับผู้บริโภคในกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน</p>
<h3><strong>เทรนด์ตลาดสินค้าอาหารวีแกน (Vegan Food)</strong></h3>
<p>กระแสการรับประทานอาหารวีแกนได้รับการตอบรับที่ดี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารวีแกน มีการพัฒนาทั้งในด้านของรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากเมนูอาหารที่ปรุงสดจากผัก ผลไม้ และธัญพืชแล้ว ยังมีการแปรรูปวัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานเพื่อให้สะดวกมากขึ้น</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>1. ผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนจากพืช (Plant-Based Food) </strong></span></p>
<p>ปัจจุบันเกาหลีใต้มีความหลากหลายในตลาดอาหารวีแกน โดยมีการผลิตสินค้าจากพืชที่ให้โปรตีนสูง เช่น ถั่ว ข้าวโอ๊ต และอัลมอนด์ โดยพัฒนารสชาติ กลิ่น และสีให้ใกล้เคียงเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ทดแทน เกี๊ยว กิมจิ หรือเครื่องดื่มอย่างนมโอ๊ต เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_15967" aria-describedby="caption-attachment-15967" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15967 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN6.jpg" alt="" width="1200" height="399" /><figcaption id="caption-attachment-15967" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ทดแทนจากพืช (Plant-Based Meat) ถือเป็น 1 ในสินค้าอาหารที่ผู้บริโภควีแกน สามารถรับประทานได้ จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยรสชาติและลักษณะที่เหมือนเนื้อสัตว์  สำหรับวัตถุดิบที่นำมาผลิตอาหารเนื้อสัตว์ทดแทนจากพืชนั้น สามารถแบ่งได้เป็นถั่ว 62% รองลงมาคือผัก 29.3% และ ธัญพืช 8.7% ของตลาดทั้งหมด</p>
<p>ในปี 2563 ขนาดของตลาดเนื้อสัตว์ทดแทนจากพืช (Plant-based meat) ในเกาหลีเพิ่มขึ้น 23.7% จาก ปี 2559 เป็น 17.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.089 หมื่นล้านวอน ซึ่งเติบโตขึ้น 5.6%</p>
<p>โดยคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปี หรือปี 2568 ขนาดของตลาดสินค้าเนื้อสัตว์จากพืชในเกาหลีใต้จะเพิ่มขึ้นอีกถึง 29.7% เป็น 22.6 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ ประมาณ 2.71 หมื่นล้านวอน เมื่อเทียบกับปี2563</p>
<figure id="attachment_15966" aria-describedby="caption-attachment-15966" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15966 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN5.jpg" alt="" width="1200" height="382" /><figcaption id="caption-attachment-15966" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>ตลาดอาหารเนื้อสัตว์จากพืชกำลังเติบโตในบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงสตาร์ทอัพที่ผลิตสินค้าออกมาเรื่อยๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์จากบริษัทดังกล่าวคิดเป็น 75.8% ของการผลิตเนื้อสัตว์จากพืชทั้งหมด ​กล่าวได้ว่า ขณะนี้บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสำหรับการผลิตเนื้อสัตว์จากพืช</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้บริษัทขนาดใหญ่ก็ได้เริ่มให้ความสนใจกับผู้บริโภคกลุ่มนี้ และได้ ผลิตสินค้า Plant-based Meat ออกมาเพื่อตีตลาดกับ SMEs และสตาร์ทอัพ</p>
<figure id="attachment_15965" aria-describedby="caption-attachment-15965" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15965 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN3.jpg" alt="" width="1200" height="625" /><figcaption id="caption-attachment-15965" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>2. สินค้าอาหารวีแกนบนช่องทางออนไลน์ของไฮเปอร์มาร์เก็ต</strong> </span></p>
<p>อาหารวีแกนจำนวน 228 ชนิด ได้ถูกวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เช่น Emart Lottemart และ Homeplus โดยแฮมเป็นที่นิยมมากที่สุด ตามด้วยหมูทอดและสเต็ก และเนื้อที่ทำจากพืช นอกจากนี้ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารว่าง อาหารทะเล เครื่องปรุงรส และอาหารเสริม แต่จำนวนผลิตภัณฑ์ ยังค่อนข้างน้อยอยู่</p>
<figure id="attachment_15964" aria-describedby="caption-attachment-15964" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15964 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN2.jpg" alt="" width="1200" height="395" /><figcaption id="caption-attachment-15964" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>3. พื้นที่ของอาหารวีแกนที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภายในไฮเปอร์มาร์เก็ต </strong></span></p>
<p>ภายในไฮเปอร์มาร์เก็ตหลักของเกาหลี ก็ได้เพิ่มตู้แช่แข็งและขยายพื้นที่สำหรับอาหารวีแกน เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายชึ้น โดย E-Mart เพิ่ม<strong> &#8220;โซนอาหารวีแกน&#8221;</strong> จาก 20 แห่งในปี 2563 เป็น 33 แห่งในปีที่แล้ว</p>
<p>นอกจากนี้ร้านสะดวกซื้ออย่าง GS25, CU, 7-Eleven และ Emart 24 ก็มีการจำหน่ายสินค้าอาหารวีแกน และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนชนิดขึ้นตามแนวโน้มของตลาด เช่น GS25 วางแผนที่จะเพิ่มสินค้าอาหารวีแกนเป็น 30 ชนิดในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายอยู่ 15 ชนิด โดยผลิตภัณฑ์อาหารวีแกนที่ผู้บริโภคชาวเกาหลีคุ้นเคยมากที่สุด ได้แก่ เนื้อจากพืช (61.8%), นมจากพืช (61.3%), ก๋วยเตี๋ยววีแกน (55.5%), ขนมปังวีแกน (48.5%) และอาหารวีแกนสำเร็จรูป (47.6%) เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_15963" aria-describedby="caption-attachment-15963" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15963 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/VEGAN-HYPER.jpg" alt="" width="1200" height="447" /><figcaption id="caption-attachment-15963" class="wp-caption-text"><em>ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล </em></figcaption></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/monitor-vegan-food-in-south-korea-market/">ประชากร  Vegan ในเกาหลีใต้เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลตลาดอาหารปราศจากเนื้อสัตว์ขยายตัวทั้งออนไลน์และออฟไลน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
