โลกร้อน อาจทำเขตทุนดราในไซบีเรียหายไปในอีก 500 ปี พร้อมปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศถึง 1,400 กิกะตัน

การระเบิดในเขตทุนดราทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่หนาวที่สุดในโลก ในช่วงเดือนกันยายนปี 2020 ซึ่งภายหลังการเกิดระเบิดได้สร้างหลุมที่มีความลึก 165 ฟุต หรือราว 50 เมตร  ถือเป็นสัญญาณของการเกิดสภาพอากาศที่ร้อนเป็นพิเศษของไซบีเรีย ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากภาวะโลกร้อน

มีรายงานใหม่เปิดเผยว่า เขตทุนดราในไซบีเรียอาจหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2500 หรือในอีกราว 500 ปีข้างหน้า หากยังไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ แต่สิ่งที่แยกว่านั้น คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพของทุนดราที่เคยถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง​จะกลายสภาพกลายเป็นป่าไปอย่างช้าๆ และทำให้ชั้นดินเยือกแข็งของทุนดราค่อยๆ ละลาย พร้อมกับปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บเอาไว้จำนวนมหาศาลกว่า 1,400 กิกะตัน ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศทั่วโลก ซ้ำเติมให้ภาวะโลกร้อนแย่ลงไปอีก

Stefan Kruse นักนิเวศวิทยาและนักสร้างแบบจำลองป่าไม้ แห่งสถาบัน Alfred Wegener Institute (AWI) Helmholtz  เพื่อการวิจัยขั้วโลกและทางทะเล จากเยอรมนี กล่าวว่า สิ่งที่น่าทึ่งคือ การได้เห็นว่าทุนดราจะเปลี่ยนไปเป็นป่าได้เร็วเพียงใด ขณะที่ ศาสตราจารย์ Ulrike Herzschuh ของ AWI ได้พัฒนาโมเดลคอมพิวเตอร์ใหม่ที่ตรวจสอบวิวัฒนาการทั้งหมด ที่เกิดขึ้นในทุนดราไซบีเรียอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประเมินการเติบโตและพัฒนาการของต้นไม้ที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดไปจนถึงการเติบโตเป็นต้นไม้เต็มที่ รวมท้ังวิวัฒนาการต่างๆ จากความแตกต่างของอุณหภูมิ และน้ำฝน ​​

นักวิจัยสรุปว่า ต้นไม้ที่เริ่มเติบโตตามการตอบสนองที่มีต่อภาวะโลกร้อน จะเติบโตอย่างรวดเร็วและจะไม่ถอยกลับแม้ว่าอุณหภูมิจะเย็นลงอีกครั้ง หรือหากมนุษย์สามารถทำให้อุณหภูมิเย็นลงได้อีก หลังจากที่ทุนดรากลายเป็นป่าไปแล้ว ​แนวต้นไม้ก็จะคงอยู่อย่างที่เป็นอยู่ ไม่ถอยกลับเป็นทุ่งน้ำแข็ง​เช่นเดิม เนื่องจากต้นไม้ที่โตเต็มวัยสามารถทนทานต่อการเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่ปลูก

ขณะที่ทุนดรา จะแบ่งออกเป็น  2​ ส่วน ประกอบด้วย Chukotka ทางตะวันออกไกล และอีกแห่งบนคาบสมุทร Taymyr ทางตอนเหนือ ซึ่งการแยกทุนดราออกเป็นสองส่วนจะส่งผลร้ายแรงต่อกวางเรนเดียร์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ และสำหรับวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองที่ล่าพวกมัน เช่น ชาวเนเน็ตส์ (Nenets) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของไซบีเรีย ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับทุนดรา “หากสิ่งนี้สูญหาย มันจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับมนุษยชาติ” นักวิจัยกล่าวเสริม

source 

Stay Connected
Latest News