Top StoriesTrending

จาก ‘บ้าน’ สู่ ‘คอนโดมิเนียม’ TEI ผนึก กรุงเทพมหานคร ต่อยอด ‘คอนโดนี้ ไม่เทรวม’ สร้างต้นแบบ ‘คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง’ ร่วมวางระบบจัดการขยะในเมืองอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของ 4 หน่วยงานหลัก และภาคีเครือข่าย 'โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร' เพื่อสร้างต้นแบบการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในเขตเมือง และร่วมแก้ไขปัญหาขยะและการจัดการขยะทั้งระดับนโยบายและพื้นที่ เพื่อการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ปัจจุบัน ‘ปัญหาขยะ’ เป็น​สาเหตุสำคัญของการเกิดมลพิษ (Pollution) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ร่วมกับปัญหาสภาพอากาศ (Climate Change) และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) ซึ่งทั้งสามปัญหานี้ล้วนเชื่อมโยงกันและยังเป็นความท้าทายสำคัญที่ทั่วโลกกำลังร่วมมือกันเพื่อหาทางออก

โดยเฉพาะ​ ‘การจัดการขยะในเขตเมือง’ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมากและหนาแน่น ซึ่ง​​ส่วนใหญ่จะเป็นการอาศัยอยู่ในอาคารหรือตึกสูง ทำให้การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันการปนเปื้อน และส่งผล​ให้ปริมาณขยะในเขตเมืองเพิ่มมากขึ้น นำมาสู่​ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบทุกมิติตามมา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้ง​คุณภาพชีวิตของประชาชน

จาก ‘บ้านนี้ ไม่เทรวม’ สู่ ‘คอนโดนี้ ไม่เทรวม’

ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.), องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA), สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะและการจัดการขยะทั้งในเชิงระดับนโยบายและการปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน

พร้อมขับเคลื่อน ‘โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร’ โดยมีเป้าหมายในการสร้างต้นแบบระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร​ ตามนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ และตามข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ ของ กทม. ​พร้อมทั้งต่อยอดผลการดำเนินงานของโครงการฯ เพื่อนำไปสู่การ​ขยายผลไปยัง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียน เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวถึงความร่วมมือในโครงการว่า แม้ประเทศไทยได้​กำหนดให้เรื่องของ  ‘การบริหารจัดการขยะ’ (Waste Management) เป็น ‘วาระแห่งชาติ’ ในหลายโอกาส แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถ​ขับเคลื่อนให้สามารถก้าวข้าม และเกิดการแก้ปัญหาได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยในภาพรวมทั้งประเทศยังสูงถึงกว่า 27-28 ล้านตันต่อปี และมีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ทำให้มีโอกาสที่ขยะ​จะไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง​และหลุดรอดมาสร้างอันตราย เกิด​มลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนในสังคมได้

“สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และมีการทำงานเพื่อส่งเสริมด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้ามาสนับสนุนและเป็น​ที่ปรึกษาในโครงการนำร่องครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางในคอนโดมิเนียมของกรุงเทพมหานคร เพื่อความถูกต้องทั้งในการคัดแยก การจัดเก็บ การบริหารจัดการทั้งในเชิงนโยบายและในพื้นที่ โดยมีคอนโดมิเนียมนำร่อง 10 โครงการ จาก  2 เขต คือ เขตคลองเตย จำนวน 5 โครงการ และเขตวัฒนา จำนวน 5 โครงการ เพื่อ​นำ​​ข้อมูลที่ได้มา​วางแผนพัฒนาการบริหารจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมให้มีประสิทธิภาพ ​​สอดคล้องกับนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ ​และ​ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ของกรุงเทพฯ  เพื่อ​มุ่งเน้นให้มีการลดขยะได้ตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่การคัดแยก การจัดเก็บ การบริหารจัดการ การส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล ซึ่งมีการนำแผนนโยบายไปสู่แผนการปฏิบัติอย่างมีเป้าหมาย ” 

คุณพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม. ต้องแบกรับภาระ​การจัดการมูลฝอยกว่า 9,000 ตันต่อวัน และต้องใช้งบประมาณในการจัดการขยะที่สูงมาก หากสามารถลดปริมาณขยะลงได้ จะสามารถนำงบที่ลดลงไปสร้างประโยชน์​ในมิติอื่นๆ เช่น ด้านการศึกษา หรือสาธารณสุขได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณขยะในภาพรวมลงได้ โดยเฉพาะ 50% ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นเป็นขยะอาหาร การแยกจากต้นทางจะช่วยลดการปนเปื้อน และนำขยะประเภทอื่นๆ ไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ทั้งขยะทั่วไปที่สามารถนำไปทำเชื้อเพลิงอุตสาหกรรม หรือขยะรีไซเคิลที่มีมูลค่า และสามารถนำกลับเข้า​ระบบรีไซเคิลเพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่ลงได้

“กทม. ขับเคลื่อนการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างจริงจัง ผ่านนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ พร้อมยกระดับมาตรการสู่การบังคับใช้ ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 ที่ยึดหลักสากล ‘ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย’ (Polluter Pays Principle) เพื่อใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์สร้างแรงจูงใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยครัวเรือนที่คัดแยกขยะจะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง ส่วนผู้ไม่คัดแยกจะต้องชำระในอัตราที่สูงกว่า 3 เท่า พร้อมเริ่มโครงการ ‘บ้านนี้ไม่เทรวม แยกขยะลดค่าธรรมเนียม’ ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดี รวมทั้ง​มีคอนโดมิเนียมจำนวนมากแสดงความจำนงเข้าร่วม แต่ที่ผ่านมายังขาดระบบและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับโครงสร้างอาคารสูง โครงการความร่วมมือครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว เพื่อ​สร้างโมเดลต้นแบบการจัดการขยะที่หลากหลายและยืดหยุ่น ให้คอนโดมิเนียมอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่าย  และต่อยอดสู่การขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต รวมทั้งเป็นมาตรฐานในการขยายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียนเพื่อร่วมกันฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน และคืนสมดุลให้โลกอย่างยั่งยืน”

ศึกษา ‘เดนมาร์ก โมเดล’ สร้าง Best Practice ขยายผล ​

การขับเคลื่อนโครงการนำร่องครั้งนี้ เป็น​ส่วนหนึ่งของ วามร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย – เดนมาร์ก (SSC) ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะ โดยเดนมาร์ก เป็นหนึ่งประเทศต้นแบบที่มีศักยภาพสูง ด้านการ​บริการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถลดขยะจากครัวเรือนได้อย่างเป็นระบบ ​ประชาชนภายในประเทศมีการแยกขยะพื้นฐานในชีวิตประจำวันมากถึง 10 ประเภท ทำให้สามารถนำเศษวัสดุหลังการบริโภคเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้มากถึง 50% และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 60% ภายในปี 2030

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ช่วย​ส่งเสริมให้การคัดแยกตั้งแต่ต้นทางในเดนมาร์กประสบความสำเร็จ มาจากการออกแบบระบบให้ง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถเข้าถึงจุดรับแยกขยะได้ง่าย และความพร้อมของพื้นที่และการจัดวางถังขยะเพื่อรองรับการแยกขยะได้โดยสะดวก รวมทั้งการสื่อสารอย่างชัดเจน และเข้าใจง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนชาวเดนมาร์กเข้าใจได้ตรงกันทั้งประเทศ รวมทั้งสามารถต่อยอดความสำเร็จ จากการใช้ภาพสัญลักษณ์​ จากระดับประเทศ ไปสู่การขยายผลในสหภาพยุโรป  เพื่อใช้งานร่วมกันทั้งภูมิภาคยุโรป เป็นตัวอย่างความสำเร็จในการเปลี่ยน ‘โครงการนำร่อง’ ในวันนี้ สู่การสร้าง ‘มาตรฐาน’ ในอนาคต​

ส่วนแนวทางการขับเคลื่อนในประเทศไทยนั้น ดร.วิจารย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จะนำร่องในคอนโดมิเนียม 10 โครงการ จากเขตคลองเตย และวัฒนา ประกอบด้วย 1. นิติบุคคลอาคารชุด ดิ เอ็มโพริโอ เพลส, 2. อาคารชุด ไอดิโอคิว สุขุมวิท 36 , 3. สิริ แอท สุขุมวิท , 4. นิติบุคคลอาคารชุด ไอดีโอ มอร์ฟ 38 คอนโดมิเนียม, 5) นิติบุคคลอาคารชุด ไซมิส สุขุมวิท 48, 6. 15 สุขุมวิท เรสซิเดนเซส, 7. Eight Thonglor Residences , 8. โครงการอาคารชุด โนเบิล บี เทอร์ตี้ทรี , 9. นิติบุคคลอาคารชุด เดอะเบส และ 10. เดอะ รูม สุขุมวิท 69

พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่ายจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมประกาศเจตนารมณ์แสดงออกถึงความร่วมมือในการทำงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขยายผลไปยัง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นๆ เพื่อ​ยกระดับมาตรฐาการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

“คณะทำงานได้ทำการ​ลงสำรวจพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลรูปแบบการบริหารจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียม ทั้งข้อมูลปริมาณขยะ และรูปแบบสถานที่จากทั้ง 10 โครงการ ซึ่งมีความแตกต่างกันไป โดยจาก​ข้อมูลพบว่า ปริมาณขยะที่พบมากที่สุดในถังขยะทั่วไปของทั้ง 10 โครงการ ได้แก่ 1. ขยะอาหาร  มีสัดส่วน 33.8% , 2. กระดาษที่เลอะหรือเปื้อน 14.7%, 3. ขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง 9% , 4.พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 8.5%  และ 5. แก้ว 6.8%  ซึ่งในจำนวนนี้ สามารถแยกประเภทเป็น ‘ขยะทั่วไป’ ได้มากที่สุด  41% รองลงมาคือขยะอาหาร 35% ขยะรีไซเคิล 21% และขยะอันตราย 3% ตามลำดับ”

ทั้งนี้ ​จากการลงพื้นที่ โครงการได้ออกแบบการจัดการขยะมูลฝอยในคอนโดมิเนียมแต่ละแห่งอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเดินหน้าสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้อยู่อาศัยรวมทั้งผู้ดูแลโครงการ ผ่านการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งการช่วยดูแลการจัดพื้นที่ส่วนกลางเพื่อรองรับขยะแต่ละประเภทได้อย่างเหมาะสม ทั้งจุดทิ้งขยะประจำชั้น หรือส่วนคัดแยกสำหรับขยะแต่ละประเภท ทั้งขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอาหาร ​ขยะอันตราย รวมทั้งการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสามารถแยกบริหารจัดการขยะแต่ละประเภทอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเพื่อบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและยั่งยืนนั้น ไม่สามารถ​ขับเคลื่อนให้สำเร็จได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น นำมาสู่ การประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันจาก​ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างต้นแบบการจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามนโยบายและแผนการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพฯ ทั้งคอนโดมิเนียมนำร่องทั้ง 10 โครงการ รวมทั้งหน่วยงาน และผู้ประกอบการภายในระบบนิเวศด้านการบริหารจัดการขยะในแต่ละประเภท เพื่อขับเคลื่อนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมขยายผลทั้งในเชิงนโยบายและพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง เพิ่มปริมาณวัสดุ​กลับเข้าสู่ระบบ​รีไซเคิล ลดปริมาณขยะที่ต้องถูกส่งกำจัดในปลายทาง และสร้างสิ่งแวดล้อมของเมืองที่ยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  รวมทั้งการสร้างจุดเริ่มต้นสำคัญเพื่อขับเคลื่อน ‘กรุงเทพมหานคร’ สู่การเป็นผู้นำด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต