Top StoriesTrending

จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้า สู่ Energy Solution Provider ‘บางกอกเคเบิ้ล’ ซื้อกิจการ ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อปหลักแสนล้าน

ดีลยักษ์พลังงานสะอาด 'บางกอกเคเบิ้ล' ​ซื้อกิจการ ION Energy ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งใน BCC Group Ecosystem เพื่อปรับทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจครั้งใหญ่ของ BCC จากการเป็น ผู้พัฒนาสายไฟฟ้า สู่ Energy Solution Provider

อีกหนึ่งดีลน่าสนใจในยุคที่โลกกำลังให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน เมื่อ บางกอกเคเบิ้ล บริษัทผู้พัฒนาและส่งมอบสายไฟคุณภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นมากว่า 6 ทศวรรษ และ​มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย เดินหน้าขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ด้วยการเข้าซื้อกิจการ ION Energy เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติมสู่​ธุรกิจพลังงานทดแทน ในกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์อย่างครบวงจร

จากผู้พัฒนาสายไฟฟ้า สู่ Energy Solution Provider

ทั้งนี้ ION Energy เป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำและครบวงจร โดยมุ่งพัฒนา​โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรให้ตอบโจทย์ทั้งภาคครัวเรืนและอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น การที่ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เข้าซื้อกิจการ ION Energy ให้กลายเป็นหนึ่งใน BCC Group Ecosystem จึงถือเป็นยุทธศาสตร์ในการปรับทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจครั้งใหญ่ของ BCC จากการเป็น ผู้พัฒนาสายไฟฟ้า สู่ Energy Solution Provider  เพื่อศักยภาพในการเติบโตได้เพิ่มมากขึ้นในระยะยาว

คุณพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด (BCC :  Bangkok Cable) และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy กล่าวว่า ตลอด 61 ปีที่ผ่านมา BCC  ได้ผลิต พัฒนา และส่งมอบสายไฟฟ้า อันเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของไทยให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ก้าวต่อไปจากนี้ ​​บริบทสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานคือ การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ดังนั้น การมี ION Energy มาเป็นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศธุรกิจ จึงทำให้บริษัทสามารถให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้อย่างครบวงจร​ในฐานะ ผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า (Energy Solution Provider) อย่างครบวงจร  มากกว่าภาพของการเป็นบริษัทผู้พัฒนาสายไฟฟ้าแต่เพียงอย่างเดียว

“ก้าวสำคัญครั้งนี้สะท้อนการขยายบทบาทเชิงกลยุทธ์ของ BCC สู่ภูมิทัศน์พลังงานแห่งอนาคตอย่างชัดเจน การมี ION Energy เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้บริษัทสามารถ​ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบและช่วย​เสริมความพร้อมของทั้งสององค์กรในการตอบสนองต่อความต้องการพลังงานยุคใหม่  เพื่อก้าวสู่ภูมิทัศน์พลังงานแห่งอนาคตอย่างชัดเจน ผ่านการ​ต่อยอดจากความแข็งแกร่งที่สั่งสมมายาวนานด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อขยายขีดความสามารถขององค์กรในการส่งมอบโซลูชันด้านพลังงานที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น สอดคล้องต่อความต้องการของตลาด ความยืดหยุ่นในการแข่งขัน และการสร้างคุณค่าในระยะยาว”

3 จุดแข็ง รับอานิสสงส์การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน

ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ ยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตในระดับสูง ทั้งจากบริบทของโลกรวมทั้งเป้าหมายสำคัญของประเทศไทยที่กำลังให้ความสำคัญในการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน (Energy Transition) ประกอบกับความผันผวนที่เกิดขึ้นและกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานโดยตรง​​ รวมทั้งการมีมาตรการจากภาครัฐที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดถึง 200,000 บาท เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเติบโตให้กับตลาด และขยับตำแหน่งของตลาดโซลาร์เซลล์จากที่เคยอยู่ในกลุ่มตลาดเฉพาะ หรือ Niche Market ให้ก้าวมาสู่การเป็นตลาดหลัก หรือ Mainstream ที่คนส่วนใหญ่ภายในประเทศมีความต้องการ และเป็นส่วนที่ BCC สามารถเข้าไปต่อยอดในฐานะกระดูกสันหลังของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้

 สำหรับการเข้ามา​​ลงทุนใน ION Energy ​เนื่องจาก ศักยภาพของธุรกิจโดยเฉพาะ​การเป็นผู้นำในตลาดกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ อาทิ แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี เอพี มีปริมาณการติดตั้งสะสมมากกว่า 6,500 หลัง มีจุดเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่

1.เครือข่ายพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตในตลาดจริง ION Energy มีความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและพันธมิตรทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเร่งการเข้าถึงตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน บริษัทมีประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์จริงในระดับใหญ่ พร้อมควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ในระดับอุตสาหกรรม

3.แพลตฟอร์มพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ION Energy มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถขยายจากโซลาร์รูฟท็อป ไปสู่โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการต่อยอดสู่ Energy Platform รองรับการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดในระยะยาว

โซลาร์เซลล์ ตลาดแสนล้าน ยังเต็มไปด้วยช่องว่างและ​โอกาส 

คุณพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2563 ภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโซลาร์ (Solar Energy Business​ Landscape) มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก อาทิ ความสำคัญของพลังงานสะอาดต่อภาคธุรกิจ ต้นทุนเทคโนโลยีที่ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับราคาขายที่จับต้องได้มากขึ้น ไปจนถึงจำนวนผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดธุรกิจโซลาร์ในไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก โดยประเทศไทยมีประชากรประมาณ 20 ล้านครัวเรือน บริษัทประเมินว่าน่าจะมีครัวเรือนที่สามารถติดตั้งโซลาร์ได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดโซลาร์เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ขณะที่ปัจจุบัน มีครัวเรือนไทยที่ติดตั้งโซลาร์สะสมเพียงแค่ 70,000 ครัวเรือนเท่านั้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 5% ของตลาด จึง​​​เป็นตลาดที่ยังมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับสูง

ประกอบกับปัจจุบันผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การติดตั้งโซลาร์เซลล์จึงเป็นหนึ่งทางออกที่คนไทยให้ความสนใจ เนื่องจากการลงทุนเพียงครั้งเดียว และสามารถผลิตภกระแสไฟฟ้าใช้ภายในบ้านได้ยาวนานกว่า 25-30 ปี ทำให้ภาพรวมในการลงทุนมีความคุ้มค่า จากความสามารถในการประหยัดค่าไฟฟ้าได้ตลอดอายุการใช้งาน ​

“การ​เข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล จะช่วยให้เรามีต้นทุนในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้น เพราะสายไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนอันดับ 3 ของธุรกิจโซลาร์ รองจากตัวแผงโซลาร์และ Inverter ขณะเดียวกัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางกอกเคเบิ้ล ช่วยให้เราขยายตลาดโซลาร์ในภูมิภาค มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราให้โดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด” 

 สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจหลังจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการหลังการขายของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนื่องจากโซลาร์รูฟท็อป จะเป็นสิ่งที่อยู่กับลูกค้าแต่ละรายไปประมาณ 30 ปี ​จึงได้พัฒนาบริการโดรนล้างโซลาร์ และเตรียมเปิดตัวในงานสถาปนิก’69 (ASA Architect Expo) ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ในวันที่ 28 เม.ย.-3 พ.ค.นี้ เพื่อสะท้อนให้ผู้บริโภคเห็นถึงนวัตกรรมในการส่งมอบบริการที่ทันสมัย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณา การเปิดตัวศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่ ที่มีความต้องการโซลาร์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค และการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เบื้องต้น บริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์ให้แก่ครัวเรือน 1,500-2,000 หลัง ภายในสิ้นปี 2569