สารคดีพิเศษ ‘Exploring the Future: The Answer is Earth’ ภายใต้ความร่วมมือในการผลิตระหว่าง Discovery Channel และ WildAid เพื่อสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องของพลังงานทดแทน และการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศจีน โดยได้นักแสดง ‘จางหลิงเฮ่อ’ จากซีรีส์ล่าหยก มาพร้อมตัวตนจริงในฐานะ ‘จางเจี่ยเหว่ย’ และภารกิจฝึกงานในอุตสาหกรรมไฟฟ้าของ ‘วิศวกรจาง’ มาชวนร่วมออกเดินทางเพื่อไปสำรวจอนาคตแบบคาร์บอนต่ำด้วยตัวเอง
เนื้อหาภายในสารคดีนี้ เชื่อมโยงถึงความสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อขับเคลื่อนโลกแห่งอนาคตที่มุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งถือเป็นประเด็นระดับโลกและมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยถือโอกาสใช้วาระสำคัญอย่างวัน EARTH DAY ในวันที่ 22 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดตัวสารคดีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมกำหนดการออกอากาศจริงครั้งแรก ในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2026 ผ่านแพลตฟอร์ม Bilibili แบบเอ็กคลูซีฟ

ภายในงานเปิดตัวทีมผู้สร้างสารคดีให้เหตุผลในการคัดเลือก ‘จางหลิงเฮ่อ’ มาเข้าร่วมโปรเจ็กต์ และยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็น WildAid Ambassador เพราะตอบโจทย์ 3 เกณฑ์สำคัญในการคัดเลือก ทั้งการมีความรู้พื้นฐานด้านพลังงานและไฟฟ้า การเป็นผู้มีจิตสาธารณะต่อส่วนรวมและลงมือทำจริง รวมทั้งยังเป็นผู้ที่มีอิทธิพลทางสังคมในระดับสูง เพื่อสามารถสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นและยิ่งใหญ่เพิ่มมากขึ้นได้ในอนาตค
สำหรับ ‘จางหลิงเฮ่อ’ จบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้ามาโดยตรง ทำให้มีความรู้พื้นฐานในเรื่องของพลังงานและไฟฟ้า และมีความเข้าใจได้เป็นอย่างดีเมื่ออยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง พร้อมทั้งสามารถทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ในเชิงเทคนิคให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่ายขึ้น ผ่านภารกิจ ‘Ling Explores The Future’ เพื่อให้แนวคิดเรื่องของพลังงานสะอาด และสังคมคาร์บอนต่ำ เข้าถึงผู้คนในวงกว้างได้มากขึ้น สร้างความตระหนักรู้ในการร่วมขับเคลื่อนพัฒนาเทคโนโลยีทางพลังงานเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน และการบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ได้ในใอนาคต

ก่อนหน้านี้ทีมผู้ผลิตได้ปล่อยเนื้อหาบางส่วนสำหรับการโปรโมทสารคดีเรื่องนี้ ซึ่ง จางหลิงเฮ่อ ได้ถ่ายทอดมุมมองของตัวเองไว้ว่า หากไม่ได้ทำงานเป็นนักแสดง ก็อาจจะได้ทำงานในสายงานด้านไฟฟ้าหรือพลังงาน การได้เข้าร่วมโปรเจ็กต์ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสให้มีประสบการณ์ตรงในโลกคู่ขนานอีกด้านหนึ่งของชีวิต และยังรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมแสดงมุมมองและแนวคิดที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงภายในอุตสาหกรรมนี้ด้วยตัวเองอีกครั้ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็นการพัฒนาเทคโนโลยีทดแทนที่น่าทึ่งเหล่านี้ ทั้งพลังงานโซลาร์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ซึ่งทั้งไฟฟ้า และพลังงาน ถือเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งหมด
สารคดีชิ้นนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำระดับโลกของจีน ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน รวมทั้งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ที่ได้เริ่มประกาศใช้ในเดือนมีนาคม ปี 2026 นี้เป็นปีแรก สำหรับเป็นทิศทางในการพัฒนาประเทศช่วง 5 ปี นับจากนี้ (2026-2030) โดยแผนพัฒนาฉบับนี้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาสีเขียวเพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลต่อการใช้พลังงานทั้งประเทศจาก 21.7% ในปี 2025 ให้เป็น 25% ภายในปี 2030
ส่วนนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้แตะระดับสูงสุด (Carbon Peak) ให้ได้ก่อนปี 2030 และสามารถขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ภายในปี 2060 โดยสามารถลดความเข้มข้นในการการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วย GDP ลง17% เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและคาร์บอนต่ำในภาคส่วนสำคัญๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งกำเนิดพลังงานสะอาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งพลังงานไฮโดรเจน และพลังงานนิวเคลียร์ จากปัจจุบันถือได้ว่าจีนเป็นผู้นำในเทคโนโลยีพลังงานสำคัญทั้งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ รวมทั้งแบตเตอรี่







