Dialogue

3 โจทย์ใหญ่ ภาครัฐ ขับเคลื่อน SME ไทย สู่ ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’

ข้อมูลจากเวทีเสวนา ‘กลยุทธ์ธุรกิจไทยบนความยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ภายในงาน Earth Jump 2026 สะท้อนมุมมองการขับเคลื่อน​ความยั่งยืน ของกลุ่มธุรกิจ SME ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย และนับเป็นความท้าทายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า สิ่งที่ภาคธุรกิจ SME ต้องการจากภาครัฐมากที่สุดในวันนี้ คือ ความชัดเจนในทิศทางการขับเคลื่อน และความมั่นใจ เพื่อทำให้ภาค SME กล้าที่จะลงทุนเรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะ 3 ประเด็นสำคัญ ต่อไปนี้

– นโยบาย หรือกติกาที่ชัดเจนและต่อเนื่อง : นโยบายด้าน Green และ Sustainability ที่แน่นอนจจะช่วยให้ SME สามารถคาดการณ์และวางแผนการลงทุนได้ ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว

– สอดคล้องกับกติกาสากล : เช่น CBAM, ESG หรือ EUDR เนื่องจาก SME ไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ทำตลาดแค่ในประเทศ แต่ยังอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของบริษัทข้ามชาติ หากนโยบายไม่ไปในทิศทางเดียวกันจะทำให้ SME ปรับตัวลำบาก และสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

– ภาครัฐไม่ควรกำหนดแต่ กติกา แต่ควร​ช่วยสร้างตลาดหรือ​ Demand ให้ด้วย : การมองเห็นโอกาสและการเติบโตได้จริง​จากตลาดสินค้าและบริการสีเขียว จะทำให้ SME กล้าลงทุน ซึ่งภาครัฐสามารถกระตุ้นดีมานดืผ่านการมีส่วนช่วยสร้างตลาดสินค้าสีเขียว อาิท การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Green Procurement) และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริโภค หรือแนวทางการส่งเสริมที่เชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน

“ภาครัฐไม่ควรเป็นแค่ผู้กำหนดนโยบาย แต่ควรเป็นผู้สนับสนุน หรือการเปลี่ยนจาก Regulator สู่ Enabler เพื่อทำให้ SUstainability เข้าใจง่าย ทำตามได้ และเข้าถึงได้ รวมทั้งช่วยลดความซ้ำซ้อนด้านต้นทุนและการปรับตัว อาทิ การจัดทำคู่มือและแนวทางในการเปลี่ยนผ่าน การมี Checklist หรือเครื่องมือที่ช่วยประเมินตัวเองได้ การช่วยวางโรดแม็พและแผนการดำเนินการ รวมทั้งการให้ข้อมูลหรือตัวอย่างความสำเร็จของ SME ที่สามารถเปลี่ยผ่านได้จริง เพื่อช่วยให้ SME สามารถเริ่มทไตามได้​​และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”
นอกจากนี้ ภาคเอกชนหรือบริษัทขนาดใหญ่ ก็เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเปลี่ยนผ่านของ SME เพราะ SME จำนวนมาก อยู่ใน SUpplyChain ของบริษัทขนาดใหญ่ การเปลี่ยนผ่านจะเร็วขึ้น หากบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่ ‘สั่ง’ แต่ ‘ช่วย’ ในการเปลี่ยนผ่านด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดความรู้ การแบ่งปันเทคโนโลยีและเครื่องมือ ช่วยวัดผลและติดตาม ให้โอกาสทางการตลาด ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน
เช่นเดียวกับภาคการเงิน ที่ต้องไม่ใช่แค่ผู้ปล่อยกู้ แต่ต้องสนับสนุนทั้งทุนและความรู้ โดยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับการเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งแนะนำการลงทุนอย่างเหมาะสม
สำหรับผู้ประกอบการ SME เอง ต้องเปลี่ยนมุมมองต่อการลงทุนด้านความยั่งยืน โดยไม่มองเป็นภาระ แต่เป็นเครื่องมือ และโอกาสในการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ไม่มองเรื่อง Sustainability เป็นเพียงเรื่องที่ต้องทำให้เป็นไปตามกติกา แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ ทำแล้วช่วยลดค่าใช้จ่ายลง เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน ช่วยลดของเสีย รวมทั้งการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่ามากขึ้น รวมทั้งการขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น
“วันนี้ SME สามารถเริ่มขับเคลื่อนความยั่งยืน​ โดยไม่จำเป็นต้องทำแต่เรื่องใหญ่ แต่สามารถเริ่มจากเรื่องเล็กๆ ยังไม่ต้องมองว่าจะทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ให้มองหาความสูญเปล่า ​ภายในธุรกิจในวันนี้ก่อน ให้มองที่ Efficiency ก่อนเรื่อง Environment เริ่มจากสิ่งที่ควบคุมง่ายและเห็นผลได้ทันที ​ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายและทรงพลังที่สุด เพราะ ‘ทุกความสูญเปล่า คือต้นทุนของธุรกิจ’ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน น้ำ วัตถุดิบ ของเสีย ต้นทุน หรือกระบวนการทำงาน เพราะทุกบาทที่ไม่สูญเปล่า สามารถเปลี่ยนเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นได้ให้ธุรกิจ โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม”
ดังนั้น Sustainability ในมุมมองใหม่ จึงไม่ใช่การมีภาระ หรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน เมื่อทำแล้วธุรกิจจะมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ต้นทุนลดลง กำไรเพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยเงินลงทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มได้จากจุดเล็กๆ แล้วค่อยต่อจิ๊กซอว์ความยั่งยืนทีละขั้น เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ทำได้มากกว่าแค่การลดต้นทุน แต่เป็นการเพิ่มกำไร ยกระดับธุรกิจให้แข็งแรง และไปสู่มาตรฐานสากลเพื่อขยายสู่ตลาดใหม่ เชื่อมต่อโอกาสในการเป็นซัพพลายเชนของบริษัทใหญ่ และสามารถสร้างการเติบโตไปพร้อมการสร้างคุณค่าให้สังคม ชุมชน ​สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจให้ทีมงานและผู้มีส่วนร่วม
เส้นทางของ SME สู่ความยั่งยืนและการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
  • Step 1 : ลดสิ่งสูญเปล่า
  • Step 2 : เห็นผลลัพธ์จริงจากการปรับปรุง
  • Step3 : มีกำลังใจและความพร้อมในการต่อยอด
  • Step4 : เริ่มวัดและจัดการคาร์บอน
  • Step 5 : พัฒนาสินค้าและบริการสีเขียว
  • Step 6 : เข้าสู่ Supply Chain ของบริษัทขนาดใหญ่