“xTool (เอ็กซ์ทูล)” ผู้นำระดับโลกด้านเครื่องมือสร้างสรรค์ จัดงาน “Southeast Asia Brand Premiere” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ประกาศเดินหน้ารุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มรูปแบบ
ภายในงานยังได้เผยโฉมนวัตกรรมเรือธงประจำปี “M2 Color Craft Laser” ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้สร้างสรรค์งานคราฟต์และผู้ประกอบการธุรกิจสร้างสรรค์โดยเฉพาะ พร้อมยังได้เปิดตัวโครงการ “xTool Thailand Local Brand Power-UP Program (100 Local Brands Initiative)” เพื่อเปิดโอกาสให้แบรนด์ สตูดิโอ และสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพทางธุรกิจ เข้าร่วมต่อยอดและขยายธุรกิจกับ xTool ผ่านกิจกรรมป๊อปอัพแบบ immersive การให้คำปรึกษาเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร การสร้างการรับรู้แบรนด์ร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุนการสร้างทราฟฟิกบนโซเชียลมีเดียในประเทศไทย

คุณเจสซี หลิว ประธานบริษัท xTool เปิดเผยว่า ปัจจุบัน xTool (เอ็กซ์ทูล) ถือเป็นแบรนด์เป็นอันดับ 1 ในตลาดเครื่องเลเซอร์แกะสลักและตัดระดับโลก โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดและมากกว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของคู่แข่งอันดับ 2 ถึงอันดับ 10 รวมกัน สะท้อนศักยภาพทางธุรกิจและความสำเร็จอันเกิดจากความเชื่อมั่นของครีเอเตอร์หลายล้านคนทั่วโลกที่ทำให้ xTool เป็น “เครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้และต่อยอดธุรกิจสร้างสรรค์” สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยหัวใจสำคัญมาจากการนำเทคโนโลยีเลเซอร์อุตสาหกรรมที่เดิมมีราคาสูงและเข้าถึงยาก มาพัฒนาให้เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม
“xTool เชื่อมั่นในศักยภาพทางธุรกิจของตลาดไทยในอนาคตอย่างมาก เนื่องด้วยประเทศไทยมีระบบนิเวศด้านความคิดสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่งและมีรากฐานด้านงานฝีมืออันโดดเด่น บริษัทฯ จึงเลือกก่อตั้งโรงงานและวางโครงสร้างซัพพลายเชนแบบครบวงจรในประเทศ ซึ่งการตัดสินใจนี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวต่อตลาดไทย แต่ยังเป็นการมอบคุณค่าที่เหนือชั้นให้แก่ผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ ทั้งในด้านการจัดส่งที่รวดเร็ว การตอบสนองความต้องการโดยทีมงานมืออาชีพในไทย ตลอดจนความมั่นใจด้านเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ”
ตัวเลือกแรกของผู้เริ่มต้นธุรกิจยุคใหม่ด้วยต้นทุนต่ำ พร้อมพิสูจน์โมเดลธุรกิจสินค้าสั่งทำเฉพาะบุคคลที่สร้างกำไรสูง เพื่อการสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับนักสร้างสรรค์ชาวไทย xTool M2 ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดข้อจำกัดในการเริ่มต้นธุรกิจและเร่งการหมุนเวียนเงินทุน ภายใต้แนวคิด “Easy, Powerful, Accessible” โดยรุ่น M2 ได้นำเทคโนโลยี Dual Cameras และระบบ ACS™ (Auto-Creation System) ซึ่งเดิมพบได้เฉพาะในเครื่องระดับไฮเอนด์ มาให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยราคาเริ่มต้นที่สามารถแข่งขันได้ M2 ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์งานแฮนด์เมดจากที่บ้านสามารถผลิตผลงานคุณภาพระดับมืออาชีพได้จากโฮมสตูดิโอของตนเอง โดยปราศจากความกดดันด้านต้นทุนทางการเงิน
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดด้านเทคนิคได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้โมเดลธุรกิจ “Customization Service” ซึ่งเป็นโมเดลที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างกำไรในระดับสูง ถูกนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วในกลุ่ม Home Crafters ด้วยระบบการใช้งานที่เรียบง่าย ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจจากที่บ้านสามารถผลิตสินค้าต่างๆ เช่น จี้สั่งทำพิเศษ ที่รองแก้ว และการ์ดดีไซน์ประณีต ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที พร้อมช่วยให้เกิดการคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศและนักศึกษาที่ต้องการสร้างรายได้เสริม หรือคุณแม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจที่มั่นคงในเวลาว่าง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ด้วยต้นทุนที่ไม่สูง ในขณะเดียวกัน สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจของขวัญขนาดกลางและขนาดย่อม (Gift SMBs) งานคัสตอมยังช่วยเพิ่มมูลค่าทางศิลปะให้กับวัสดุทั่วไป เช่น ไม้ โลหะ และหนัง ส่งผลให้สามารถสร้างกำไรต่อออเดอร์ได้สูงขึ้น และลดระยะเวลาคืนทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศักยภาพในการสร้างกำไรในระดับสูงนี้ได้รับการพิสูจน์จากตลาดแล้ว โดยในปีที่ผ่านมา xTool ได้ทดลองโมเดล “Customization Service” ในเมืองพัทยา ผ่านการใช้งาน xTool F2 ซึ่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุด ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าโดดเด่นอย่างมาก โดยเครื่องเพียงหนึ่งเครื่องสามารถรองรับออเดอร์ได้มากกว่า 150 รายการภายในวันเดียว และสร้างรายได้สูงสุดต่อวันมากกว่า 17,000 บาท ตลอดระยะเวลาทดลองหนึ่งเดือน โครงการดังกล่าวสามารถสร้างรายได้รวมเกือบ 120,000 บาท ซึ่งสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ โคมไฟแกะสลักลายใบไม้ แก้วน้ำสั่งทำเฉพาะบุคคล และเครื่องประดับสลักลวดลายเฉพาะบุคคล
“xTool Retail Studio” เพิ่มประสบการณ์คัสตอมแบบเรียลไทม์ สร้างทราฟฟิกและมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ
ในฐานะหัวใจสำคัญของโครงการ Power-Up Program xTool ยังได้เปิดตัวโซลูชัน “xTool Retail Studio” ที่เปลี่ยนประสบการณ์ “การคัสตอมหน้างาน” ให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มทราฟฟิกและประสิทธิภาพการดำเนินงานของร้านค้า สำหรับประเทศไทย ความร่วมมือระหว่าง xTool และ Starbucks Thailand เป็นต้นแบบสำคัญด้านนวัตกรรมค้าปลีก โดยปัจจุบันร้าน Starbucks Reserve™ Chao Phraya Riverfront ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ได้เปิดให้บริการ xTool Retail Customization Station อย่างเป็นทางการ เพื่อมอบประสบการณ์ออกแบบข้อความเฉพาะบุคคลที่สะท้อนตัวตนบนแก้วทัมเบลอร์ให้แก่ลูกค้า

ด้าน คุณนิภารัตน์ เยาว์วิวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมการขายและการตลาด สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เผยว่า หลังจากเปิดให้บริการออกแบบข้อความเฉพาะบุคคลที่ Starbucks Reserve™ Chao Phraya Riverfront ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม บริษัทฯ ได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกอย่างล้นหลามจากลูกค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล ลูกค้าไม่ได้เพียงเพลิดเพลินกับบริการดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์กับโอกาสในการสร้างสรรค์ไอเทมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการสลักชื่อของตนเองหรือคนสำคัญลงบนผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยเติมเต็มประสบการณ์ที่มีความหมายและสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน ความต้องการสินค้าสั่งทำเฉพาะบุคคลนี้ได้ช่วยเพิ่มทราฟฟิกให้ร้านค้า รวมถึงสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดียในตลาดพรีเมียมอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ในปี 2569 เทรนด์การสร้างสรรค์สินค้าเฉพาะบุคคลกำลังก้าวขึ้นมาเป็นมาตรฐานใหม่ของร้านแฟลกชิปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกของ Huawei, Meta Lab ในนิวยอร์ก และร้าน Decathlon กว่า 200 สาขาทั่วโลก ได้นำบริการสร้างสรรค์สินค้าตามความต้องการเฉพาะบุคคลมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลของร้าน Huawei ในเซี่ยงไฮ้ พบว่า ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดให้บริการ ยอดขายสินค้าของ 5 สาขานำร่องเพิ่มขึ้นถึง 58% ขณะที่จำนวนผู้เข้าใช้บริการภายในร้านเพิ่มขึ้น 18% นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับช่องทางออนไลน์ อัตราการคืนสินค้าลดลงถึง 80% และยังสามารถสร้างสถิติ “ไม่มีข้อร้องเรียนจากลูกค้า” ตลอด 10,000 ออเดอร์ที่ผ่านมา โดย xTool เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีเบื้องหลังแบรนด์ชั้นนำเหล่านี้ ปัจจุบันโซลูชัน Retail Studio ของ xTool ได้ถูกนำไปใช้งานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ และครอบคลุมจุดให้บริการมากกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก ทำให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้า ผ่านประสบการณ์ออกแบบเฉพาะบุคคลที่สร้างความแตกต่างเหนือสินค้ามาตรฐานทั่วไปได้มากยิ่งขึ้น

โรงงานในประเทศไทยและระบบ Care+: เสริมความต่อเนื่องทางธุรกิจผ่านระบบสนับสนุนในประเทศ
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการหลักด้านความมั่นคงในการดำเนินงานของผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ xTool ได้เปิดตัวระบบบริการ “Care+ Exclusive Service System” โดยอาศัยจุดแข็งจากโรงงานและเครือข่ายซัพพลายเชนภายในประเทศไทย ระบบดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากทีมเทคนิคที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้การให้บริการและการสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น ขณะเดียวกัน ระบบคลังสินค้าในประเทศยังช่วยรองรับการจัดส่งที่รวดเร็วเป็นพิเศษ ช่วยลดระยะเวลาในการเริ่มต้นธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เพื่อให้ธุรกิจของ Home Crafters และผู้ประกอบการสามารถดำเนินต่อได้อย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงซ่อมบำรุง Care+ ยังได้เปิดตัวระบบ “Loaner Machine” หรือเครื่องสำรองใช้งาน โดยในระหว่างที่ลูกค้าส่งเครื่องเข้ารับการซ่อมบำรุง xTool จะจัดส่งเครื่องสำรองให้ใช้งานชั่วคราว กลไกดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบจาก Downtime ต่อสายการผลิต และช่วยรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบสนับสนุนแบบครบวงจรนี้ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยศักยภาพการผลิตภายในประเทศ จะช่วยให้ผู้สร้างสรรค์ชาวไทยสามารถรักษาความต่อเนื่องในการผลิตและขยายศักยภาพทางธุรกิจได้อย่างมั่นคงตลอดเส้นทางการเติบโตเชิงพาณิชย์
สำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ M2 สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการได้ดังต่อไปนี้






