จำนวนคนพิการทางการเคลื่อนไหวในประเทศไทยยังคงเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในบรรดาคนพิการทุกประเภท โดยข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีคนพิการกว่า 2.25 ล้านคน คิดเป็น 3.41% ของประชากรทั้งหมด
และในจำนวนนี้เป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหวมากถึง 1.1 ล้านคน หรือคิดเป็น 51.7% ของผู้พิการที่ขึ้นทะเบียน ซึ่ง ‘ขาเทียม’ คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะพัฒนาไปไกล แต่ความต้องการขาเทียมในแต่ละปียังคงมีจำนวนมาก นอกจากการผลิตใหม่สำหรับผู้ที่สูญเสียอวัยวะแล้ว ขาเทียมยังต้องมีการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งาน ส่งผลให้ภารกิจการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
พลังความร่วมมือ เพื่อ ‘ก้าว’ ที่ยั่งยืน
โครงการ LEG OF HOPE: ถุงน่องเก่า คือก้าวใหม่ โดย บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงน่องแบรนด์ Cherilon (เชอรีล่อน) มองเห็นคุณค่าของสิ่งของใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม และนำมาต่อยอดเป็นโครงการ CSR ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นที่มาในการขับเคลื่อน เพื่อเปลี่ยน ‘ถุงน่องใช้แล้ว’ เป็น ‘เบ้าขาเทียม’ นวัตกรรมรักษ์โลกที่มอบชีวิตใหม่ให้ผู้พิการ
หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า ถุงน่องไนลอนใช้แล้ว จะกลายมาเป็นส่วนประกอบสำคัญทางการแพทย์ได้ แต่ในแวดวงกายอุปกรณ์ พบว่าสามารถนำมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ ขาเทียม ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเมื่อนำถุงน่องมาซ้อนทับกันหลายๆ ชั้น และผ่านกระบวนการอัดเรซิ่น เส้นใยไนลอนจะแปรสภาพเป็นวัสดุที่มีความเหนียว ยืดหยุ่น และทนทานสูง คุณสมบัติอันโดดเด่นนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำมาหล่อเป็นโครงสร้างของ ‘เบ้าขาเทียม (Socket)’ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการเชื่อมต่อระหว่างตอขาของผู้พิการกับตัวขาเทียม ช่วยให้สวมใส่ได้อย่างกระชับ มั่นคง รองรับน้ำหนักได้ดี และลดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญ

เปลี่ยนขยะสิ่งทอ เป็นโอกาสตอบแทนสังคม
จากคุณสมบัติเฉพาะตัวของเส้นใยไนลอนในถุงน่อง ที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง เมื่อนำมาผสานเข้ากับน้ำยาเรซิ่นในกระบวนการขึ้นรูป จะได้วัสดุคอมโพสิตที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง สามารถรองรับแรงกระแทกจากการเดินได้อย่างดีเยี่ยม ถือเป็นการชุบชีวิตขยะสิ่งทอให้กลายเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จับต้องได้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญในการขับเคลื่นอโครงการ LEG OF HOPE: ถุงน่องเก่า คือก้าวใหม่
คุณพิภพ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเจตนารมณ์ของโครงการว่า เชอรีล่อนดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่าสิ่งของที่หมดหน้าที่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นขยะเสมอไป ถุงน่องไนล่อนที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ก็สามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ในกระบวนการผลิตขาเทียมได้
สำหรับโครงการ LEG OF HOPE จึงไม่ใช่เพียงการจัดการขยะสิ่งทอ (Textile Waste) แต่เป็นการเปลี่ยนทรัพยากรที่เหลือใช้ให้กลายเป็นโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งของผู้พิการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และพันธกิจด้าน ESG ที่บริษัทดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
ท้ังนี้ ในแต่ละปี ความต้องการขาเทียมในประเทศไทยยังคงสูงกว่าศักยภาพการผลิตหลายเท่าตัว เนื่องจากขาเทียมมีอายุการใช้งานและต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง การได้รับการสนับสนุนวัสดุอย่างถุงน่องไนลอนคุณภาพดี จึงมีส่วนช่วยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และส่งต่อก้าวใหม่ให้ผู้พิการได้มากยิ่งขึ้น
“โครงการนี้จึงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างผู้บริโภค แบรนด์ และภาคสังคม โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ง่าย ๆ เพียงนำถุงน่องที่ไม่ใช้แล้ว ไม่ว่าจะขาด รัน หรือหมดสภาพ มาซักให้สะอาดและส่งต่อผ่าน ‘Cherilon Care Box’ ที่จัดวาง ณ เคาน์เตอร์เชอรีล่อนในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อนำไปคัดแยกและส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลิตขาเทียม”

3 คุณประโยชน์เด่นของถุงน่องในการผลิตขาเทียม
– ยืดหยุ่นและประยุกต์ได้หลากหลาย : สามารถตัดแต่งเพื่อใช้งานในส่วนต่างๆ ของกายอุปกรณ์ หรือใช้แทนเชือกผูกในจุดที่ต้องการความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ
– ช่วยให้เบ้าขาเทียมเข้ารูปสมบูรณ์แบบ : เส้นใยที่แนบเนื้อช่วยให้การหล่อโมล (Mold) เข้ารูปได้พอดีกับสรีระของคนไข้ ส่งผลให้สวมใส่กระชับ และช่วยให้ช่างกายอุปกรณ์ทำงานในขั้นตอนถัดไปได้อย่างราบรื่น
– ปกป้องผิวหนังและลดการบาดเจ็บ : ทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกที่ช่วยลดแรงเสียดสีระหว่างสวมใส่ และป้องกันไม่ให้ผิวหนังอันบอบบางของคนไข้สัมผัสกับปูนหรือวัสดุหล่อโมลโดยตรงในระหว่างกระบวนการผลิต
6 ขั้นตอน เปลี่ยนถุงน่องสู่ เบ้าขาเทียมคุณภาพสูง
กระบวนการขึ้นรูปเบ้าขาเทียมโดยใช้ถุงน่อง มีขั้นตอนที่ต้องอาศัยความประณีตและความเชี่ยวชาญของช่างกายอุปกรณ์ ดังนี้
1. เตรียมถุงแม่พิมพ์ : นำถุงน่องมาตัดแต่ง โดยใช้ส่วนที่สั้นกว่าสวมเข้ากับตอขาเพื่อทำหน้าที่เป็นถุงแม่พิมพ์รองรับด่านแรก
2. ผสานเข้ากับเบ้าหนัง : ทำการเย็บยึดถุงน่องชิ้นดังกล่าวเข้ากับบริเวณขอบหรือปากของเบ้าหนังอย่างประณีต
3. จัดตำแหน่งโครงสร้างภายใน : นำถุงน่องส่วนที่ยาวกว่าใส่ซ้อนเข้าไปด้านใน จัดระยะและความยาวให้พอดีกับส่วนปลายของถุงหนังเทียมเพื่อรองรับแรงกด
4. เตรียมระบบสูญญากาศ : สวมโครงสร้างทั้งหมดเข้ากับตอขาของคนไข้ จัดระยะให้ถุงน่องแนบสนิทกับต้นขาอย่างทั่วถึง จากนั้นทำการต่อเข้ากับเครื่องดูดสูญญากาศ
5. อัดโฟมขึ้นรูปโครงสร้าง : เมื่อระบบสูญญากาศทำงาน เมล็ดโฟมพิเศษสำหรับหล่อขาเทียมจะถูกดูดและอัดตัวเข้าหากันจนแน่น แนบไปกับรูปทรงขาของคนไข้ได้อย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร
6. ปรับแต่งรูปทรงสู่ชิ้นงานพร้อมใช้: เททรายลงไปเพื่อช่วยปรับสมดุลและคงรูปทรงของขาเทียมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนั้นช่างกายอุปกรณ์จะทำการเก็บรายละเอียด เจียรแต่งขอบ และตรวจสอบความเรียบร้อย เพื่อส่งมอบขาเทียมที่สมบูรณ์แบบและพร้อมใช้งานจริงให้กับคนไข้ต่อไป

“เพราะ ‘น้ำใจ’ ไม่มีคำว่าน้อยเกินไป และถุงน่องเพียงคู่เดียว อาจเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตของใครบางคน เส้นใยเล็ก ๆ จากการแบ่งปันในวันนี้ ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะสิ่งทอ แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสและสร้างก้าวใหม่ให้ ผู้พิการ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง” คุณพิภพ กล่าวทิ้งท้าย






