<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 26 Jul 2026 09:01:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ญี่ปุ่น&#8217; ​เผชิญ &#8216;Kokushobi&#8217; ทะลุ 40 องศาฯ 5 วันต่อเนื่อง นานสุดรอบ 16 ปี ​ผู้ป่วยฮีทสโตรกพุ่งสูง พร้อมเปิด 4 แนวทาง​ ที่ภาครัฐเตรียมไว้ เพื่อรับมือสถานการณ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/how-japan-prepared-to-facing-kokushobi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Jul 2026 09:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Climate crisis]]></category>
		<category><![CDATA[Heatstroke]]></category>
		<category><![CDATA[Kokushobi]]></category>
		<category><![CDATA[Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติเหลว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อนจัด]]></category>
		<category><![CDATA[อุณภูมิสูง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคลมแดด]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42814</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุณภูมิที่สูงขึ้นกลายเป็นความท้าทายไปทั่วโลก ข้อมูลจาก European Union&#8217;s weather agency, the Copernicus Climate Change Service ได้มีการบันทึกสถิติระหว่างปี 2023 – 2025 พบว่า เป็น 3 ปีที่อุณภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.5 องศาเซลเซียส ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่รุนแรงขึ้นของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ อีกทั้ง มีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในปี 2026 จะยังคงสูงกว่าปกติทั่วโลก &#8216;ประเทศญี่ปุ่น&#8217; เป็นหนึ่งประเทศที่กำลังเผชิญสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นประวัติศาสตร์ มีอุณหภูมิที่ขยับสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันหลายวัน ขณะเดียวกันยังมี​ความตึงเครียดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการจัดหาพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเครื่องปรับอากาศและมาตรการชะลอความร้อนอื่นๆ ปรากฏการณ์ความร้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในญี่ปุ่น ส่งผลให้กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น (JMA) ได้มีการบัญญัติศัพท์ใหม่อย่าง Kokushobi (โคคุโชบิ)  ซึ่งแปลได้ว่า ร้อนอย่างทารุณ หรือ ร้อนอย่างรุนแรง สำหรับการเรียกวันที่มีอากาศร้อนจัดจากอุณหภูมิที่สูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการเพิ่มระดับจากปี 2007 ที่เคยบัญญัติศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศร้อนอย่างคำว่า Moshobi (โมโชบิ) สำหรับใช้เรียกวันที่อุณหภูมิสูงกว่า 35 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/how-japan-prepared-to-facing-kokushobi/">&#8216;ญี่ปุ่น&#8217; ​เผชิญ &#8216;Kokushobi&#8217; ทะลุ 40 องศาฯ 5 วันต่อเนื่อง นานสุดรอบ 16 ปี ​ผู้ป่วยฮีทสโตรกพุ่งสูง พร้อมเปิด 4 แนวทาง​ ที่ภาครัฐเตรียมไว้ เพื่อรับมือสถานการณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อุณภูมิที่สูงขึ้นกลายเป็นความท้าทายไปทั่วโลก ข้อมูลจาก European Union&#8217;s weather agency, the Copernicus Climate Change Service ได้มีการบันทึกสถิติระหว่างปี 2023 – 2025 พบว่า เป็น 3 ปีที่อุณภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.5 องศาเซลเซียส ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่รุนแรงขึ้นของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ อีกทั้ง มีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในปี 2026 จะยังคงสูงกว่าปกติทั่วโลก</p>
<p><span id="more-42814"></span></p>
<p><strong>&#8216;ประเทศญี่ปุ่น&#8217;</strong> เป็นหนึ่งประเทศที่กำลังเผชิญสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นประวัติศาสตร์ มีอุณหภูมิที่ขยับสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันหลายวัน ขณะเดียวกันยังมี​ความตึงเครียดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการจัดหาพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเครื่องปรับอากาศและมาตรการชะลอความร้อนอื่นๆ</p>
<p>ปรากฏการณ์ความร้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในญี่ปุ่น ส่งผลให้กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น (JMA) ได้มีการบัญญัติศัพท์ใหม่อย่าง <strong>Kokushobi (โคคุโชบิ)</strong>  ซึ่งแปลได้ว่า <strong>ร้อนอย่างทารุณ </strong>หรือ <strong>ร้อนอย่างรุนแรง</strong> สำหรับการเรียกวันที่มีอากาศร้อนจัดจากอุณหภูมิที่สูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการเพิ่มระดับจากปี 2007 ที่เคยบัญญัติศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศร้อนอย่างคำว่า <strong>Moshobi (โมโชบิ)</strong> สำหรับใช้เรียกวันที่อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียสมาแล้วก่อนหน้านี้</p>
<figure id="attachment_43364" aria-describedby="caption-attachment-43364" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-43364 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/JP-Heat-Wave4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><figcaption id="caption-attachment-43364" class="wp-caption-text">Photo : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>อุณหภูมิญี่ปุ่นพุ่งสูง เผชิญภาวะ Kokushobi มากสุดรอบ 16 ปี</strong></p>
<p>ล่าสุด <a href="https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/th/news/20260725_07/" target="_blank" rel="noopener"><strong>NHK World Japan</strong></a> ระบุข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น เมื่อ 23 ก.ค. 2026 ถึงสถานการณ์ที่อุณหภูมิ​สูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนานถึง 5 วัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่มีการรวบรวมข้อมูลที่สามารถนำมาเทียบเคียงได้ตั้งแต่ปี 2010 หรือในรอบ 16 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>พร้อมทั้งการ​ออกประกาศเตือนภาวะฮีทสโตรกใน  37 จังหวัด จากทั้งหมด 47 จังหวัดของญี่ปุ่น และจำนวนผู้ป่วยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยหน่วยดับเพลิงโตเกียวระบุว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม มีการนำตัวประชาชน 453 คนส่งโรงพยาบาลด้วยอาการที่สงสัยว่าเป็นฮีตสโตรก นับเป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 16 ปีเช่นกัน</p>
<figure id="attachment_43363" aria-describedby="caption-attachment-43363" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-43363 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/NHK1.jpg" alt="" width="1200" height="657" /><figcaption id="caption-attachment-43363" class="wp-caption-text">Photo : https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/th/news/</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการขอให้ประชาชนใช้เครื่องปรับอากาศ ดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอและรับประทานเกลือแร่ให้บ่อยครั้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันอาการฮีทสโตรก รวมทั้งการแจ้งเตือนให้ระมัดระวัง ภัยจากดินถล่ม น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ แม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ฟ้าผ่า และลมกระโชกแรงฉับพลัน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ</p>
<p>สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดความตระหนักและเฝ้าระวังผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในญี่ปุ่น ท่ามกลาง​ความเสี่ยง​​ด้านต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้นตามความร้อนแรงของสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้ง​ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพ จากการเผชิญภาะวอากาศร้อนจัดในช่วงนี้  รวมทั้งผลกระทบระยะยาว เช่น ความสามารถในการผลิตที่ลดลง ส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องเร่งดำเนินการป้องกันในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น</p>
<figure id="attachment_43369" aria-describedby="caption-attachment-43369" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-43369 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/JP-Heat-Wave3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-43369" class="wp-caption-text">Photo : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>4 วิธีรับมือสภาพ &#8216;อากาศร้อนจัด&#8217; ในประเทศญี่ปุ่น</strong></p>
<p>World Economic Forum เผยแพร่แนวทางการรับมือต่อสภาพอากาศที่ร้อนจัดของญี่ปุ่น โดยดำเนินงานผ่าน 4 มาตรการสำคัญ ประกอบไปด้วย</p>
<p><strong>1. มาตรการด้านพลังงาน รองรับการใช้งานเครื่องปรับอากาศ</strong></p>
<p>ฤดูร้อนของญี่ปุ่นมีลักษณะเด่นคืออุณหภูมิสูงและความชื้นสูง ทำให้เหงื่อระเหยได้ยาก ส่งผลให้เสี่ยงต่อภาวะเป็นโรคลมแดด (Heatstroke) ดังนั้น การใช้เครื่องปรับอากาศจึงไม่ใช่แค่เพื่อความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยปกป้องชีวิตได้อีกด้วย</p>
<p>ในเดือนพฤษภาคม ปี 2026 ที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ได้จัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอสำหรับความต้องการสูงสุดในช่วงฤดูร้อน และได้ชะลอประกาศขอความร่วมมือประหยัดไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน</p>
<p>แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาเชื้อเพลิงที่นำไปสู่ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ กระทรวงฯ ได้ระบุว่า การพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างจำกัด ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และแหล่งพลังงานอื่นๆ จะช่วยตอบสนองความต้องการในช่วงฤดูร้อนปีนี้ได้ รัฐบาลยังได้มีการส่งเสริมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเพื่อกระตุ้นให้มีการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p>ในกรุงโตเกียว รัฐบาลท้องถิ่นประกาศยกเว้นค่าน้ำประปาเป็นเวลา 4 เดือน ราว 8 ล้านครัวเรือน มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนของครัวเรือนได้ประมาณ 5,000 เยน เนื่องจากพบผู้ป่วยโรคลมแดดจำนวนมากเกิดขึ้นภายในบ้าน นโยบายนี้จึงมุ่งเป้าไปที่การบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคและส่งเสริมให้ประชาชนใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างไม่ลังเล แม้ว่าค่าครองชีพจะสูงขึ้นก็ตาม</p>
<p><strong>2.  ส่งเสริมการปรับตัวในสภาพอากาศร้อน</strong></p>
<p>ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับอากาศร้อนอย่างฉับพลันได้ทันที และการปรับตัวต่ออากาศร้อนที่ไม่เพียงพอจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโรคลมแดดได้ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงส่งเสริม &#8216;การปรับตัวให้เข้ากับอากาศร้อน&#8217; ซึ่งเป็นกระบวนการที่ให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนก่อนที่จะมาถึง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ การเริ่มส่งเสริมการออกกำลังกายเบาๆ การอาบน้ำอุ่น และกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเหงื่อของร่างกายจึงได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และสื่อต่างๆ ได้ร่วมเผยแพร่สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปรับตัวให้เข้ากับอากาศร้อนและความสำคัญของวิธีการเหล่านั้น ช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการสร้างความแข็งแกร่งเพื่อรับมือกับอากาศร้อนก่อนถึงช่วงฤดูร้อน</p>
<figure id="attachment_43367" aria-describedby="caption-attachment-43367" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43367 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/JP-Heat-Wave1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-43367" class="wp-caption-text">Photo : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>3. ภาคธุรกิจแนวใหม่ หนุนการป้องกันโรคลมแดด</strong></p>
<p>มาตรการป้องกันโรคลมแดดถูกบังคับใช้ในสถานที่ทำงานของญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2025 ส่งผลให้การเสียชีวิตในสถานที่ทำงานเนื่องจากโรคลมแดดลดลงครึ่งหนึ่งในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา</p>
<p>ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจ ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคลมแดดกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น บริษัทอาหารและเครื่องดื่ม ซันโทรี (Suntory) ของประเทศญี่ปุ่น ได้ผสานการบริการด้านการป้องกันโรคลมแดดเข้ากับเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ให้ความสดชื่น และสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มได้ง่ายขึ้นผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ รวมถึงการให้ความรู้และการสัมมนาด้านความปลอดภัยแก่พนักงาน เพื่อสนับสนุนพนักงานที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงอีกด้วย</p>
<p>ทางด้านบริษัทไดกิ้น (Daikin) ได้ร่วมมือกับ Future Design Shibuya และมหาวิทยาลัยโอซากา เปิดตัวโครงการ Shibuya Green Shift Project ซึ่งเป็นโครงการทดลองเกี่ยวกับจุดระบายความร้อน การจัดการอาคารประหยัดพลังงาน และแผนผังแสดงความเสี่ยงจากโรคลมแดด รวมถึงโครงการใหม่อื่นๆ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นเช่นนี้ กำลังช่วยสร้างสังคมที่ปรับตัวเข้ากับอากาศร้อนได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p><strong>4. </strong><strong>สร้างความยืดหยุ่น ในยุคที่อากาศร้อนรุนแรง</strong></p>
<p>เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น การปกป้องผู้คนจากอากาศร้อนจัดจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาชีวิตและดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ความเป็นอยู่ของผู้คนและชุมชน ดังนั้น การทำงานแบบบูรณาการจากหลายภาคส่วนของญี่ปุ่น นับเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านการปรับตัวของสังคมให้เข้ากับอากาศร้อนที่นับวันยิ่งอันตรายมากขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong><em>เนื่องจากอุณหภูมิยังคงสูงขึ้นทั่วโลก ความพยายามเหล่านี้จึงเป็นบทเรียนที่น่าสนใจ สำหรับประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับความร้อนที่มากขึ้นในอนาคต</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : NHK World Japan, World Economic Forum</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/how-japan-prepared-to-facing-kokushobi/">&#8216;ญี่ปุ่น&#8217; ​เผชิญ &#8216;Kokushobi&#8217; ทะลุ 40 องศาฯ 5 วันต่อเนื่อง นานสุดรอบ 16 ปี ​ผู้ป่วยฮีทสโตรกพุ่งสูง พร้อมเปิด 4 แนวทาง​ ที่ภาครัฐเตรียมไว้ เพื่อรับมือสถานการณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิด 4 กลยุทธ์ &#8216;สตาร์บัคส์ ประเทศไทย&#8217; กับเส้นทาง 28 ปี ในตลาดกาแฟไทย 6.5 หมื่นล้าน และการเติบโตที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้ทั้งพันธมิตร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/starbucks-thailand-sustainable-growth-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 14:02:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Aerocano]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Community Store]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks l POP MART MOLLY]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟเพื่อชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภา ศรีสมัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43209</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;สตาร์บัคส์ ประเทศไทย&#8217; ดำเนินธุรกิจในตลาดกาแฟ​ประเทศไทย ที่ Beyond Coffee ด้วยความตั้งใจให้แบรนด์สามารถส่งมอบได้มากกว่าแค่กาแฟให้แก่ลูกค้า แต่เป็นอีกหนึ่ง Destination ในฐานะ &#8216;บ้านหลังที่ 3&#8217; จึงให้ความสำคัญในการเติมเต็มประสบการณ์ภายในร้าน ทั้งจากเครื่องดื่มที่มาพร้อมทั้งคุณภาพและการบริการอย่างดี บรรยากาศภายในร้าน และความสะดวกสบายที่ได้รับ รวมทั้งในบริบทที่โลกถามหาความยั่งยืน โมเดลธุรกิจของสตาร์บัคส์ ที่ปัจจุบันขยายสาขาได้ถึง 574 แห่ง และกำลังจะมีสาขาที่​​ 600 ภายในปี 2570 นี้ ​พร้อมความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในการ​สร้างธุรกิจให้​เติบโต​ ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งพันธมิตร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดกาแฟที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความแข็งแกร่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด ผู้บริโภค โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดกาแฟประเทศไทยอยู่ที่กว่า 65,000 ล้านบาท และอัตราการเติบโตที่ราว 8% สะท้อนโอกาสในการขยายตัวได้ต่อเนื่อง ​​โดยผู้บริโภค​ปัจจุบันให้ความสำคัญกับประสบการณ์โดยรวม คุณค่าที่ได้รับ และจุดยืนของแบรนด์เพิ่มมากขึ้น การขับเคลื่อนการเติบโตของสตาร์บัคส์​จากนี้ จึงเน้นการทำความเข้าใจผู้บริโภคไทย และความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจ รวมถึงการลงทุนในด้านต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/starbucks-thailand-sustainable-growth-2026/">เปิด 4 กลยุทธ์ &#8216;สตาร์บัคส์ ประเทศไทย&#8217; กับเส้นทาง 28 ปี ในตลาดกาแฟไทย 6.5 หมื่นล้าน และการเติบโตที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้ทั้งพันธมิตร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;สตาร์บัคส์ ประเทศไทย&#8217;</strong> ดำเนินธุรกิจในตลาดกาแฟ​ประเทศไทย ที่ Beyond Coffee ด้วยความตั้งใจให้แบรนด์สามารถส่งมอบได้มากกว่าแค่กาแฟให้แก่ลูกค้า แต่เป็นอีกหนึ่ง Destination ในฐานะ &#8216;บ้านหลังที่ 3&#8217; จึงให้ความสำคัญในการเติมเต็มประสบการณ์ภายในร้าน ทั้งจากเครื่องดื่มที่มาพร้อมทั้งคุณภาพและการบริการอย่างดี บรรยากาศภายในร้าน และความสะดวกสบายที่ได้รับ</p>
<p><span id="more-43209"></span></p>
<p>รวมทั้งในบริบทที่โลกถามหาความยั่งยืน โมเดลธุรกิจของสตาร์บัคส์ ที่ปัจจุบันขยายสาขาได้ถึง 574 แห่ง และกำลังจะมีสาขาที่​​ 600 ภายในปี 2570 นี้ ​พร้อมความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในการ​สร้างธุรกิจให้​เติบโต​ ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งพันธมิตร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน</p>
<p><strong>คุณเนตรนภา ศรีสมัย</strong> กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดกาแฟที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความแข็งแกร่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด ผู้บริโภค โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดกาแฟประเทศไทยอยู่ที่กว่า 65,000 ล้านบาท และอัตราการเติบโตที่ราว 8% สะท้อนโอกาสในการขยายตัวได้ต่อเนื่อง ​​โดยผู้บริโภค​ปัจจุบันให้ความสำคัญกับประสบการณ์โดยรวม คุณค่าที่ได้รับ และจุดยืนของแบรนด์เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>การขับเคลื่อนการเติบโตของสตาร์บัคส์​จากนี้ จึงเน้นการทำความเข้าใจผู้บริโภคไทย และความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจ รวมถึงการลงทุนในด้านต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และสร้างการเติบโตที่ส่งต่อคุณค่าให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมกาแฟของไทย ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>​1. การนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์สตาร์บัคส์</strong></p>
<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์จากความเข้าใจในรสนิยม วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของผู้บริโภคชาวไทย เพื่อสามารถนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกาแฟ รวมทั้งกลุ่ม Non-coffee  การนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาครีเอทเป็นเมนูที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และไลฟ์สไตล์มากขึ้น อาทิ  เครื่องดื่มซี<strong>รีส์น้ำตาลโตนด </strong>สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกลยุทธ์การพัฒนาเมนูที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น พัฒนาเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและวัตถุดิบไทย</p>
<p>โดยปีนี้ต่อยอดสู่ <strong>ทุเรียน</strong> เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอเมนูที่พัฒนาขึ้นสำหรับประเทศไทย พร้อมร่วมเฉลิมฉลองความโดดเด่นของวัฒนธรรมอาหารไทย พร้อมเปิดตัวเมนู​ Starbucks Es Yen และ Iced Shaken Chocolate ซึ่งมอบทางเลือกในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ความพิถีพิถันในการรังสรรค์ และประสบการณ์กาแฟในแบบสตาร์บัคส์</p>
<p>ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อน​ระดับโลก​ ได้เปิดตัวเครื่องดื่ม <strong>Starbucks</strong> <strong>Aerocano</strong> ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ภายในงาน World of Coffee Bangkok 2026 สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดสำคัญด้านนวัตกรรมของเครือข่ายสตาร์บัคส์ทั่วโลก และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้บริโภคไทยที่พร้อมเปิดรับและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังขยายไลน์อาหารให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของวัน เพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้าร้าน รวมทั้ง​ต่อยอดความร่วมมือ​กับพันธมิตร​​ทำสินค้า Merchandise คอลเลกชันลิมิเต็ด Starbucks l POP MART MOLLY  สะท้อนกลยุทธ์​การสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมร่วมสมัย และสร้างความผูกพันกับลูกค้าในมิติที่มากกว่ากาแฟ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Starbucks-Press-Conference_3-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2.</strong> <strong>สร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อความสัมพันธ์ระยะยาว</strong></p>
<p>การต่อยอดประสบการณ์ และขยายช่องทางขาย ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าผ่าน Digital Platform ทั้งจากแอปพลิเคชั่น และ Line OA เพื่อความสะดวกทั้งการสั่งออเดอร์ การใช้จ่าย (Mobile Order &amp; Pay)  รวมถึงความร่วมมือกับ Grab และ LINE MAN เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงลูกค้าเข้าสู่ระบบ Starbucks Rewards อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัลมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกและความยืดหยุ่น</p>
<p>รวมทั้งโปรแกรม Starbucks Rewards ซึ่งถือเป็นหนึ่งหัวใจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ปัจจุบันมีฐานลูกค้าสมาชิกกว่า 1.9 ล้านราย โดยจำนวนสมาชิกและปริมาณธุรกรรม​มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการสร้างการกลับมาใช้บริการซ้ำ เสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์ และเพิ่มคุณค่าตลอดช่วงอายุความสัมพันธ์ของลูกค้า</p>
<p>พร้อมกันนี้ สตาร์บัคส์ยังนำการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าแต่ละราย พร้อมพัฒนาการสื่อสารและข้อเสนอที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล เพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าและรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว</p>
<p><strong>3. </strong><strong>รักษาความเป็นผู้นำด้วยคุณภาพและความแตกต่าง</strong></p>
<p>ความเป็นผู้นำของสตาร์บัคส์นั้น ให้ความสำคัญทั้งการสร้างร้านแต่ละสาขา การพัฒนาเมนูทั้งอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งการให้บริการจากพาร์ทเนอร์ (พนักงาน) ที่ผ่านการพัฒนาทักษะบาริสต้ามาโดยเฉพาะ เพื่อให้ทุกมิติของธุรกิจได้รับความเชื่อมั่น และสร้างความแตกต่างจากตลาด พร้อมทั้งการยกระดับและสร้างมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจ</p>
<p>ทั้งนี้ ในมิติคุณภาพการพัฒนาเมนู สอดคล้องกับการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในการตอบโจทย์ความต้องการและประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการให้บริการที่ดีจากพาร์ทเนอร์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง Asset ที่สำคัญ ทั้งการเป็นทัชพอยท์ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ได้</p>
<p>สำหรับคุณภาพในการสร้างร้านแต่ละสาขา แม้จะมีธีมสี หรือโทนโดยรวมที่คล้ายกัน แต่การออกแบบร้านทั้งหมดที่มีกว่า 500 สาขา มีความเฉพาะตัวและเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามโลเกชั่น และกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ที่แต่ละสาขาตั้งอยู่ โดยยังคงเอกลักษณ์ในความเป็น Coffee House รวมทั้งแนวคิดในการออกแบบ ที่เน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ท้ังการเลือกใช้วัสดุ หรืออุปกรณ์ในการตกแต่งร้านที่ช่วยประหยัดพลังงาน ​เช่น หลอดประหยัดไฟ การใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการบริหารจัดการของเสียภายในร้าน เพื่อการบริหารจัดการและการก่อสร้างสาขา ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน LEED ​เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43217 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Starbucks-Press-Conference_2-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4.</strong> <strong>การเติบโตที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน และสังคม </strong></p>
<p>ความสำเร็จสำคัญของสตาร์บัคส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการเท่านั้น แต่รวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่สร้างให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การดูแลพาร์ทเนอร์  ไปจนถึงกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ โดยให้ความสำคัญต่อแนวคิดนี้ ตั้งแต่การขยายสาขาแรก คือ สาขาหลังสวน ตั้งแต่ปี 2566  พร้อมแนวคิด <strong>&#8216;ร้านกาแฟเพื่อชุมชน&#8217;</strong> (<em><strong>Starbucks Community Store</strong></em>)​ เพื่อแบ่งรายได้บางส่วนจากยอดขายภายในร้าน รวมทั้งจากการจำหน่ายกาแฟ &#8216;ม่วนใจ๋เบลนด์&#8217;  โดยนำรายได้มอบให้มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (ITDF) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รวมกว่า 25 ล้านบาท</p>
<p>ปัจจุบันสตาร์บัคส์มีสาขา ร้านกาแฟเพื่อชุมชน รวม 3 สาขา ได้แก่ สาขาหลังสวน สาขาไอคอนสยาม และแม่ริม จ.เชียงใหม่ โดย​มีแนวคิดในการขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต  แต่ยัง​อยู่ระหว่างการหาพื้นที่ รวมทั้งภารกิจในการเข้าไปสนับสนุนและการทำงานร่วมกับชุมชนภายในพื้นที่อย่างเหมาะสม</p>
<p>ขณะที่การดำเนินงานในร้านได้ส่งเสริมให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการลดขยะ โดยพบว่า ลูกค้าในประเทศไทยได้นำแก้วส่วนตัวมาใช้มากกว่า 36 ล้านครั้ง นับตั้งแต่บริษัทเริ่มติดตามข้อมูลดังกล่าวในการดำเนินงานในประเทศไทย และเมื่อรวมกับการใช้แก้ว For Here  ภายในร้านสตาร์บัคส์ ทำให้​ช่วยลดการใช้แก้วแบบใช้ครั้งเดียวได้แล้วมากกว่า 41 ล้านใบ</p>
<p><b></b>ยังมีการเดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนผ่านโครงการ FoodShare ร่วมกับมูลนิธิสโกลาร์ส ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Foundation) โดยตั้งแต่ปี 2565 โครงการได้ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือแล้วกว่า 315,000 มื้อ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ด้วยเงินบริจาครวมกว่า 10 ล้านบาท ณ เดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมขยายความร่วมมือในการทำงานผ่านเครือข่าย Rescue Kitchen และการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน อาทิ โครงการฝึกอบรม Cooking Hero สำหรับอาสาสมัครในชุมชน เป็นต้น</p>
<p><em>&#8220;สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญนี้ เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทั้งการพัฒนาคุณภาพ ประสบการณ์ และคุณค่าของแบรนด์มากยิ่งขึ้น พร้อมการส่งมอบผลกระทบเชิงบวกให้ผู้เกี่ยวข้องได้ตลอดทั้ง Ecosystem แม้ธุรกิจจะยังต้องเผชิญความท้าทาย ทั้งจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หรือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการแข่งขันในตลาดกาแฟและเครื่องดื่มที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม&#8221;​  </em><strong>คุณเนตรนภา กล่าวทิ้งท้าย </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/starbucks-thailand-sustainable-growth-2026/">เปิด 4 กลยุทธ์ &#8216;สตาร์บัคส์ ประเทศไทย&#8217; กับเส้นทาง 28 ปี ในตลาดกาแฟไทย 6.5 หมื่นล้าน และการเติบโตที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้ทั้งพันธมิตร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องดีมานด์ตลาด &#8216;ไฮโดรเจน&#8217; พลังงาน-อุตสาหกรรม-นวัตกรรม ปัจจัยหนุนการเติบโต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/hydrogen-global-market-size/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 18:27:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[CleanEnergy]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Demand]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดโลก]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชียแปซิฟิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43017</guid>

					<description><![CDATA[<p>Green Hydrogen หรือ &#8216;ไฮโดรเจน&#8217; ที่ได้จากทรัพยากรหมุนเวียน มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประเทศและธุรกิจบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก ทิศทางลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีไฮโดรเจนทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยประเทศต่างๆ ได้ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจน อาทิ สหภาพยุโรป ประกาศแผนการลงทุนกว่า 4 แสนล้านยูโร เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีไฮโดรเจนภายในปี 2030 ขณะที่ญี่ปุ่นเร่งปรับปรุงแผนงานด้านไฮโดรเจน โดยมุ่งเน้นศักยภาพ​การผลิตทั้งภายในประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ สำหรับมูลค่าตลาดไฮโดรเจนทั่วโลกในปี 2025 อยู่ที่กว่า 2.8 แสนล้าน USD และคาดว่าจะภายในปี 2035 จะเติบโต​แตะ 6 แสนล้าน USD หรือมีอัตราโตเฉลี่ย 7.73% ต่อปี ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือว่าครองส่วนแบ่งสูงสุดของตลาดไฮโดรเจนทั่วโลก โดยครองส่วนแบ่งตลาด 36% ในปี 2025 หรือกว่า 1 ใน 3 ขณะที่มูลค่าตลาดไฮโดรเจนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปี ในปี 2025 อยู่ที่ 1.0 แสนล้าน USD และคาดว่าภายในปี 2035 จะเติบโตเพิ่มเป็นเกือบ 2.2 แสนล้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/hydrogen-global-market-size/">ส่องดีมานด์ตลาด &#8216;ไฮโดรเจน&#8217; พลังงาน-อุตสาหกรรม-นวัตกรรม ปัจจัยหนุนการเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>Green Hydrogen</strong> หรือ <strong>&#8216;ไฮโดรเจน&#8217; </strong>ที่ได้จากทรัพยากรหมุนเวียน มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประเทศและธุรกิจบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก</div>
</div>
<p><span id="more-43017"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ทิศทางลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีไฮโดรเจนทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยประเทศต่างๆ ได้ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจน</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">อาทิ สหภาพยุโรป ประกาศแผนการลงทุนกว่า 4 แสนล้านยูโร เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีไฮโดรเจนภายในปี 2030 ขณะที่ญี่ปุ่นเร่งปรับปรุงแผนงานด้านไฮโดรเจน โดยมุ่งเน้นศักยภาพ​การผลิตทั้งภายในประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><em><strong>สำหรับมูลค่าตลาดไฮโดรเจนทั่วโลกในปี 2025 อยู่ที่กว่า 2.8 แสนล้าน USD และคาดว่าจะภายในปี 2035 จะเติบโต​แตะ 6 แสนล้าน USD หรือมีอัตราโตเฉลี่ย 7.73% ต่อปี</strong></em></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือว่าครองส่วนแบ่งสูงสุดของตลาดไฮโดรเจนทั่วโลก โดยครองส่วนแบ่งตลาด 36% ในปี 2025 หรือกว่า 1 ใน 3</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>ขณะที่มูลค่าตลาดไฮโดรเจนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปี ในปี 2025 อยู่ที่ 1.0 แสนล้าน USD และคาดว่าภายในปี 2035 จะเติบโตเพิ่มเป็นเกือบ 2.2 แสนล้าน USD หรือมีอัตราโตเฉลี่ย 7.91% ต่อปี</strong></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">พร้อมตัวเลขคาดการณ์มูลค่าตลาดไฮโดรเจนทั้งระดับโลก และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<ul>
<li dir="auto">ปี 2025 มูลค่าตลาดโลก = 2.82 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.01 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2026 มูลค่าตลาดโลก = 3.04 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.09 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2027 มูลค่าตลาดโลก = 3.28 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.18 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2028 มูลค่าตลาดโลก = 3.54 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.27 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2029 มูลค่าตลาดโลก = 3.81 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.37 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2030 มูลค่าตลาดโลก = 4.11 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.48 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2031 มูลค่าตลาดโลก = 4.44 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.59 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2032 มูลค่าตลาดโลก = 4.78 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.72 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2033 มูลค่าตลาดโลก = 5.16 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 1.85 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2034 มูลค่าตลาดโลก = 5.56 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 2.03 แสนล้าน USD</li>
<li dir="auto">ปี 2035 มูลค่าตลาดโลก = 5.94 แสนล้าน USD, ตลาดเอเชียแปซิฟิก = 2.12 แสนล้าน USD</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ด้านปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตของตลาดไฮโดรเจน ประกอบด้วย</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">1. กระแสเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</div>
<div dir="auto">2. ความต้องการแหล่งพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น</div>
<div dir="auto">3. การพัฒนารถยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน</div>
<div dir="auto">4. ดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรม เช่น การผลิคแอมโมเนีย เหล็ก และการกลั่น</div>
<div dir="auto">5. แรงจูงใจจากภาครัฐทั่วโลก ทั้งด้านกฎหมาย ภาษี โครงสร้างพื้นฐาน วิจัยพัฒนา และส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยี</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ที่มา : Precedence Research</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/hydrogen-global-market-size/">ส่องดีมานด์ตลาด &#8216;ไฮโดรเจน&#8217; พลังงาน-อุตสาหกรรม-นวัตกรรม ปัจจัยหนุนการเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 โจทย์ใหญ่ ภาครัฐ ขับเคลื่อน SME ไทย สู่ &#8216;เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/3keysme-transition-to-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 18:19:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[EARTH JUMP 2026]]></category>
		<category><![CDATA[EarthJump]]></category>
		<category><![CDATA[Efficiency]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Tansition]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Chamber]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43021</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจากเวทีเสวนา &#8216;กลยุทธ์ธุรกิจไทยบนความยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8216; ภายในงาน Earth Jump 2026 สะท้อนมุมมองการขับเคลื่อน​ความยั่งยืน ของกลุ่มธุรกิจ SME ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย และนับเป็นความท้าทายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ &#8216;เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8217; คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า สิ่งที่ภาคธุรกิจ SME ต้องการจากภาครัฐมากที่สุดในวันนี้ คือ ความชัดเจนในทิศทางการขับเคลื่อน และความมั่นใจ เพื่อทำให้ภาค SME กล้าที่จะลงทุนเรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะ 3 ประเด็นสำคัญ ต่อไปนี้ &#8211; นโยบาย หรือกติกาที่ชัดเจนและต่อเนื่อง : นโยบายด้าน Green และ Sustainability ที่แน่นอนจจะช่วยให้ SME สามารถคาดการณ์และวางแผนการลงทุนได้ ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว &#8211; สอดคล้องกับกติกาสากล : เช่น CBAM, ESG หรือ EUDR เนื่องจาก SME ไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ทำตลาดแค่ในประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/3keysme-transition-to-sustainability/">3 โจทย์ใหญ่ ภาครัฐ ขับเคลื่อน SME ไทย สู่ &#8216;เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ข้อมูลจากเวทีเสวนา &#8216;<strong>กลยุทธ์ธุรกิจไทยบนความยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนต่ำ</span>&#8216;</strong> ภายในงาน Earth Jump 2026 สะท้อนมุมมองการขับเคลื่อน​<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ของกลุ่มธุรกิจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SME</span> ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย และนับเป็นความท้าทายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ <strong>&#8216;เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</strong></div>
</div>
<p><span id="more-43021"></span></p>
<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์</strong> รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และกรรมการบริหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กลุ่มเซ็นทรัล</span> ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า สิ่งที่ภาคธุรกิจ SME ต้องการจากภาครัฐมากที่สุดในวันนี้ คือ ความชัดเจนในทิศทางการขับเคลื่อน และความมั่นใจ เพื่อทำให้ภาค SME กล้าที่จะลงทุนเรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะ 3 ประเด็นสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<p><strong>&#8211; นโยบาย หรือกติกาที่ชัดเจนและต่อเนื่อง :</strong> นโยบายด้าน Green และ Sustainability ที่แน่นอนจจะช่วยให้ SME สามารถคาดการณ์และวางแผนการลงทุนได้ ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว</p>
<p><strong>&#8211; สอดคล้องกับกติกาสากล</strong> : เช่น CBAM, ESG หรือ EUDR เนื่องจาก SME ไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ทำตลาดแค่ในประเทศ แต่ยังอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของบริษัทข้ามชาติ หากนโยบายไม่ไปในทิศทางเดียวกันจะทำให้ SME ปรับตัวลำบาก และสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน</p>
<p><strong>&#8211; ภาครัฐไม่ควรกำหนดแต่ กติกา แต่ควร​ช่วยสร้างตลาดหรือ​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Demand</span> ให้ด้วย :</strong> การมองเห็นโอกาสและการเติบโตได้จริง​จากตลาดสินค้าและบริการสีเขียว จะทำให้ SME กล้าลงทุน ซึ่งภาครัฐสามารถกระตุ้นดีมานดืผ่านการมีส่วนช่วยสร้างตลาดสินค้าสีเขียว อาิท การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Green Procurement) และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริโภค หรือแนวทางการส่งเสริมที่เชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน</p>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><em>&#8220;ภาครัฐไม่ควรเป็นแค่ผู้กำหนดนโยบาย แต่ควรเป็นผู้สนับสนุน หรือการเปลี่ยนจาก Regulator สู่ Enabler เพื่อทำให้ SUstainability เข้าใจง่าย ทำตามได้ และเข้าถึงได้ รวมทั้งช่วยลดความซ้ำซ้อนด้านต้นทุนและการปรับตัว อาทิ การจัดทำคู่มือและแนวทางในการเปลี่ยนผ่าน การมี Checklist หรือเครื่องมือที่ช่วยประเมินตัวเองได้ การช่วยวางโรดแม็พและแผนการดำเนินการ รวมทั้งการให้ข้อมูลหรือตัวอย่างความสำเร็จของ SME ที่สามารถเปลี่ยผ่านได้จริง เพื่อช่วยให้ SME สามารถเริ่มทไตามได้​​และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน&#8221;</em></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">นอกจากนี้ ภาคเอกชนหรือบริษัทขนาดใหญ่ ก็เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเปลี่ยนผ่านของ SME เพราะ SME จำนวนมาก อยู่ใน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SUpplyChain</span> ของบริษัทขนาดใหญ่ การเปลี่ยนผ่านจะเร็วขึ้น หากบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่ &#8216;สั่ง&#8217; แต่ &#8216;ช่วย&#8217; ในการเปลี่ยนผ่านด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดความรู้ การแบ่งปันเทคโนโลยีและเครื่องมือ ช่วยวัดผลและติดตาม ให้โอกาสทางการตลาด ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">เช่นเดียวกับภาคการเงิน ที่ต้องไม่ใช่แค่ผู้ปล่อยกู้ แต่ต้องสนับสนุนทั้งทุนและความรู้ โดยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับการเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งแนะนำการลงทุนอย่างเหมาะสม</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สำหรับผู้ประกอบการ SME เอง ต้องเปลี่ยนมุมมองต่อการลงทุนด้านความยั่งยืน โดยไม่มองเป็นภาระ แต่เป็นเครื่องมือ และโอกาสในการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ไม่มองเรื่อง Sustainability เป็นเพียงเรื่องที่ต้องทำให้เป็นไปตามกติกา แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ ทำแล้วช่วยลดค่าใช้จ่ายลง เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน ช่วยลดของเสีย รวมทั้งการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่ามากขึ้น รวมทั้งการขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><em>&#8220;วันนี้ SME สามารถเริ่มขับเคลื่อนความยั่งยืน​ โดยไม่จำเป็นต้องทำแต่เรื่องใหญ่ แต่สามารถเริ่มจากเรื่องเล็กๆ ยังไม่ต้องมองว่าจะทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ให้มองหา<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความสูญเปล่า</span> ​ภายในธุรกิจในวันนี้ก่อน ให้มองที่ Efficiency ก่อนเรื่อง Environment เริ่มจากสิ่งที่ควบคุมง่ายและเห็นผลได้ทันที ​ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายและทรงพลังที่สุด เพราะ &#8216;ทุกความสูญเปล่า คือต้นทุนของธุรกิจ&#8217; ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน น้ำ วัตถุดิบ ของเสีย ต้นทุน หรือกระบวนการทำงาน เพราะทุกบาทที่ไม่สูญเปล่า สามารถเปลี่ยนเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นได้ให้ธุรกิจ โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม&#8221;</em></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ดังนั้น <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Sustainability</span> </strong>ในมุมมองใหม่ จึงไม่ใช่การมี<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาระ</span> หรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน เมื่อทำแล้วธุรกิจจะมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ต้นทุนลดลง กำไรเพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยเงินลงทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มได้จากจุดเล็กๆ แล้วค่อยต่อจิ๊กซอว์ความยั่งยืนทีละขั้น เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ทำได้มากกว่าแค่การลดต้นทุน แต่เป็นการเพิ่มกำไร ยกระดับธุรกิจให้แข็งแรง และไปสู่มาตรฐานสากลเพื่อขยายสู่ตลาดใหม่ เชื่อมต่อโอกาสในการเป็นซัพพลายเชนของบริษัทใหญ่ และสามารถสร้างการเติบโตไปพร้อมการสร้างคุณค่าให้สังคม ชุมชน ​สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจให้ทีมงานและผู้มีส่วนร่วม</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">เส้นทางของ SME สู่ความยั่งยืนและการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">Step 1 : ลดสิ่งสูญเปล่า</li>
<li dir="auto">Step 2 : เห็นผลลัพธ์จริงจากการปรับปรุง</li>
<li dir="auto">Step3 : มีกำลังใจและความพร้อมในการต่อยอด</li>
<li dir="auto">Step4 : เริ่มวัดและจัดการคาร์บอน</li>
<li dir="auto">Step 5 : พัฒนาสินค้าและบริการสีเขียว</li>
<li dir="auto">Step 6 : เข้าสู่ Supply Chain ของบริษัทขนาดใหญ่</li>
</ul>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/3keysme-transition-to-sustainability/">3 โจทย์ใหญ่ ภาครัฐ ขับเคลื่อน SME ไทย สู่ &#8216;เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังความนุ่มฟู &#8216;สกุชชี่&#8217; Fast Toy สุดฮิต และปลายทางที่บ่อฝังกลบ เพิ่มไมโครพลาสติกและขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/squishy-fast-toy-to-landfill/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 09:25:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[fast toy]]></category>
		<category><![CDATA[Social Listening]]></category>
		<category><![CDATA[squishy]]></category>
		<category><![CDATA[Zocial Eye]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ของเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลไม่ได้]]></category>
		<category><![CDATA[สกุชชี่]]></category>
		<category><![CDATA[สคบ.]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42835</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า ของเล่นที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้น &#8216;สกุชชี่&#8217; (Squishy) เพราะไม่ว่าจะเปิดไปในแพลตฟอร์มใดในโซเชียลก็มักจะเป็นกระแสพูดถึง ข้อมูลจาก Social Listening ของ Zocial Eye โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 1–24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พบว่า บนโซเชียลมีเดียในไทยมีการพูดถึงสกุชชี่มากกว่า 24,937 โพสต์ สร้าง Engagement กว่า 33.9 ล้านครั้ง โดยแพลตฟอร์มที่มีกระแสพูดถึงเป็นสัดส่วนมากถึง 85.8% หรือกว่า 29.1 ล้านครั้ง คือ Tiktok รวมทั้งร้านค้าที่วางขายกันทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ว่ากันว่า สกุชชี่ ช่วยคลายเครียดให้กับผู้เล่นได้จริง ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ดึงความสนใจออกจากสิ่งเร้า ลดความวิตกกังวล จัดการความเครียด และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ปัจจุบัน พบว่า สกุชชี่มีราคาให้เลือกตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกมาแจ้งเตือนและแสดงความห่วงใยถึงผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อของเล่นประเภท &#8216;สกุชชี่&#8217; (Squishy) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/squishy-fast-toy-to-landfill/">เบื้องหลังความนุ่มฟู &#8216;สกุชชี่&#8217; Fast Toy สุดฮิต และปลายทางที่บ่อฝังกลบ เพิ่มไมโครพลาสติกและขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า ของเล่นที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้น <strong>&#8216;สกุชชี่&#8217;</strong> (Squishy) เพราะไม่ว่าจะเปิดไปในแพลตฟอร์มใดในโซเชียลก็มักจะเป็นกระแสพูดถึง</p>
<p><span id="more-42835"></span></p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>Social Listening ของ Zocial Eye</strong> โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 1–24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พบว่า บนโซเชียลมีเดียในไทยมีการพูดถึงสกุชชี่มากกว่า 24,937 โพสต์ สร้าง Engagement กว่า 33.9 ล้านครั้ง โดยแพลตฟอร์มที่มีกระแสพูดถึงเป็นสัดส่วนมากถึง 85.8% หรือกว่า 29.1 ล้านครั้ง คือ Tiktok รวมทั้งร้านค้าที่วางขายกันทั้งออนไลน์และออฟไลน์</p>
<p>ว่ากันว่า สกุชชี่ ช่วยคลายเครียดให้กับผู้เล่นได้จริง ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ดึงความสนใจออกจากสิ่งเร้า ลดความวิตกกังวล จัดการความเครียด และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ปัจจุบัน พบว่า สกุชชี่มีราคาให้เลือกตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน</p>
<figure id="attachment_42849" aria-describedby="caption-attachment-42849" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Re-shutterstock_2585267737.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-42849" class="wp-caption-text">Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค </strong>(สคบ.) ได้ออกมาแจ้งเตือนและแสดงความห่วงใยถึงผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อของเล่นประเภท<strong> &#8216;สกุชชี่&#8217; (Squishy)</strong> โดยเฉพาะสินค้าลอกเลียนแบบ ไม่มียี่ห้อ และไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน หลังมีกระแสข่าวจากต่างประเทศ พบว่า สินค้าบางส่วนอาจมีการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายเกินเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชนได้</p>
<p>ขณะเดียวกัน จากการศึกษาของ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (Danish Environmental Protection Agency) พบว่า สกุชชี่ โดยเฉพาะสินค้าเกรดต่ำที่ไม่ได้มาตรฐาน มีการปลดปล่อยสารเคมีในกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ออกมาในปริมาณที่สูงเกินมาตรฐาน สารเคมีที่ตรวจพบ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Dimethylformamide (DMF)</strong> อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อดวงตา ระบบทางเดินหายใจ และส่งผลกระทบต่อตับหากสัมผัสเป็นเวลานาน</p>
<p><strong>&#8211; Toluene และ Phthalates</strong> สารเพิ่มความยืดหยุ่นในพลาสติก ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบประสาทและการเจริญเติบโตในเด็กเล็ก</p>
<p>ทั้งสองสารนี้อยู่บนผิว และในวัสดุสกุชชี่ โดยเฉพาะตัวที่มีน้ำหอม ยิ่งเป็นอันตรายหากตั้งทิ้งไว้ในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเทนานๆ</p>
<figure id="attachment_42842" aria-describedby="caption-attachment-42842" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42842 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Squishy3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-42842" class="wp-caption-text">Photo Credit: Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>สกุชชี่ (</strong><strong>squishy) ขยะพลาสติก กำจัดไม่ได้ ?</strong></p>
<p>นอกจากความกังวลในเรื่องสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้เล่นแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวล คือ ความนิยมของสกุชชี่ในปัจจุบัน ส่งผลให้การผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก และมีผู้ซื้อจำนวนมาก ในวันหนึ่ง สกุชชี่เหล่านี้ อาจกลายเป็นขยะที่สร้างปัญหาให้กับโลก</p>
<p><strong>สกุชชี่ ทำมาจากอะไร</strong></p>
<p><strong>รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ </strong>ได้อธิบายผ่าน เฟซบุ๊ก <a href="http://• https://www.facebook.com/JessadaDenduangboripant" target="_blank">Jessada Denduangboripant</a> เกี่ยวกับข้อคำถามที่ว่า<strong> &#8216;สกุชชี่&#8217; จะกลายเป็นปัญหาขยะพลาสติกหรือไม่ ?</strong> เนื่องจากทำจากวัสดุที่รีไซเคิลไม่ได้ พอเล่นกันจนเก่า จนเบื่อ ทิ้งไป จะไม่มีวิธีกำจัดที่เหมาะสม !?</p>
<p>จากที่ไปหาข้อมูลมา พบว่า สกุชชี่ ส่วนใหญ่ทำมาจากวัสดุหลัก ๆ 3 ประเภท คือ</p>
<p><strong>1. โพลียูรีเทนโฟม</strong> (Polyurethane Foam หรือ PU Foam) : นิยมใช้ทำสกุชชี่มากที่สุด (โดยเฉพาะพวกที่คล้ายขนมปัง หรือตุ๊กตาสัตว์) ตัวเนื้อโฟมจะมีโครงสร้างเซลล์เปิด คล้ายฟองน้ำขนาดเล็กจิ๋ว เมื่อเราบีบ อากาศจะถูกดันออก และเมื่อปล่อยมือ อากาศภายนอกจะค่อย ๆ ไหลกลับเข้าไป ทำให้มันค่อย ๆ คืนตัวอย่างช้า ๆ .. ในเกรดพรีเมียมบางแบรนด์ อาจผสม เมมโมรี่โฟม (Memory Foam) เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนมือยิ่งขึ้น สกุชชี่พวกนี้จะไวต่อความชื้นมาก ไม่ควรนำไปซักหรือล้างน้ำ เพราะจะทำให้เนื้อโฟมเปื่อยยุ่ย และเกิดเชื้อราได้ง่าย</p>
<p><strong>2. ซิลิโคนนิ่ม</strong> (Food-Grade Silicone) : มักพบในสกุชชี่กลุ่มที่เป็นงานแฮนด์เมด (DIY) หรือสกุชชี่โมจิ &#8230; ให้ความรู้สึกเนียน นุ่ม เด้งมือ และบางสูตรจะมีความเหนียวหนึบเล็กน้อย วัสดุนี้ค่อนข้างปลอดภัยสูง ทำความสะอาดง่ายกว่าแบบโฟม และทนทาน ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย</p>
<p><strong>3. ยาง </strong><strong>thermoplastic</strong> (TPR / TPE) : มักใช้ในสกุชชี่ประเภทที่เป็นเจลใส ๆ ยืดหยุ่นได้สูงมาก หรือสกุชชี่ประเภทที่ข้างในเป็นเนื้อเจล หรือเม็ดบีดส์ แล้วมีเปลือกหุ้ม มีความยืดหยุ่นสูงคล้ายยาง สามารถดึง ยืด หรือทุบได้แรงกว่าแบบโฟม เหมาะสำหรับของเล่นแนวคลายเครียด (Stress Balls)</p>
<p><strong>ดังนั้น จะเห็นว่า แม้ว่าสกุชชี่จะดูเหมือนเป็นของเล่นที่ใช้งานได้นาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจจะมีอายุสั้น กำจัดยาก และสร้างปัญหากับสิ่งแวดล้อมได้ไม่แพ้กับขยะพลาสติกอื่นๆ </strong></p>
<figure id="attachment_42848" aria-describedby="caption-attachment-42848" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42848 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Squishy5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-42848" class="wp-caption-text">Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong> </strong><strong>Fast Toy  มาไว ไปไว</strong></p>
<p><strong>รศ.ดร.เจษฎา </strong>อธิบายต่อไปว่า ประเด็นแรก  <strong>สกุชชี่ เป็นของเล่นแบบ fast toy</strong> ที่มาไว ไปไว ตามกระแสแฟชั่นความนิยมของเด็กๆ จึงทำให้เกิดกระแสการซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และก็เลิกเล่นกลายเป็นขยะอย่างรวดเร็วตามไปด้วย</p>
<p>และเนื่องจากเวลาเด็กๆ เอาสกุชชี่มาเล่น ก็จะใช้การบีบ การดึง หรือบิดเล่นอย่างรุนแรง ทำให้พังได้ง่าย อายุการใช้งานสั้นกว่าของเล่นทั่วไป  เนื้อโฟมโพลียูรีเทน (PU) จะฉีกขาด เนื้อสีลอก หรือสะสมคราบสกปรก จนดำคล้ำภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์</p>
<p><strong><em>“อย่างที่อธิบายไปในเรื่อง วัสดุของสกุชชี่แล้วว่า เนื่องจากส่วนใหญ่จะทำจากโฟมพียู เลยทำให้เอาไปล้างน้ำบ่อยๆ ไม่ได้ พอสกปรกหรือพัง เลยมักจะถูกเอาไป &#8220;ทิ้ง&#8221; แล้วซื้อชิ้นใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดวงจรการสร้างขยะพลาสติก อย่างต่อเนื่อง ในปริมาณมาก”</em></strong></p>
<figure id="attachment_42840" aria-describedby="caption-attachment-42840" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42840 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Squisgy2.jpg" alt="" width="1200" height="756" /><figcaption id="caption-attachment-42840" class="wp-caption-text">Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>ขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ </strong></p>
<p>ประเด็นที่สองที่ตามมา คือ<strong> พอทิ้งสกุชชี่ไป ก็ไม่สามารถเอากลับมารีไซเคิลดี ต้องกลายเป็นขยะฝังกลบเท่านั้น</strong> เนื่องจากวัสดุพวก โพลียูรีเทนโฟม (PU) และยาง TPR ที่ใช้ทำสกุชชี่ ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกประเภท Thermosetting หรือพลาสติกที่มีการขึ้นรูปถาวร ไม่สามารถนำมาหลอมละลาย เพื่อรีไซเคิลใหม่ได้ (ไม่เหมือนพวกขวดน้ำพลาสติก ขวด PET)</p>
<p>ถึงจะใช้วิธีเอาไปฝังกลบ ก็เจอปัญหาของการที่เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยากมากตามมาอีก ต้องใช้เวลาเดินทางหลายร้อยปี กว่าจะย่อยสลาย แถมแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ กลายเป็นการสร้างไมโครพลาสติก (Microplastics) ตามมา  ปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม และกระจายเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร สัตว์ตัวเล็กๆ อาจกินเข้าไป และท้ายที่สุดก็ย้อนกลับมาสู่มนุษย์</p>
<p><strong>หรือถ้าบางคนบอกว่า งั้นเอาไปเผากำจัดทิ้งละกัน </strong>? ก็พบว่า ไม่ควรทำ เพราะถ้าขยะสกุชชี่ถูกกำจัดด้วยการเผา อย่างไม่ถูกวิธี เช่น เผาขยะกันง่ายๆ ทั่วไป สารโพลียูรีเทนนั้นจะปล่อยก๊าซพิษที่เป็นอันตรายร้ายแรง เช่น ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen Cyanide) และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ออกมาได้</p>
<p><strong>สรุปว่า เราควรจะทำอย่างไรกันดี </strong><strong>? </strong></p>
<p>แน่นอนว่า คงไม่ต้องถึงขั้นห้ามเด็กๆ เล่นสกุชชี่ แต่ควรซื้อและเล่นอย่างเหมาะสม เช่น สอนให้เด็ก ๆ เล่นอย่างทะนุถนอม ไม่ดึงจนฉีกขาด และเก็บในที่แห้ง เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด เลือกซื้อสกุชชี่แบรนด์ที่มีคุณภาพ เนื้อทนทานแทนการซื้อของเลียนแบบราคาถูกที่อาจจะพังง่ายในไม่กี่วัน หรือถ้าเบื่อแล้ว ไม่ฮิตแล้ว แต่สภาพยังดีอยู่ ก็ทำการ reuse นำไปบริจาค ส่งต่อให้เด็กคนอื่นๆ จะช่วยกันลดขยะพลาสติกจากสกุชชีลงได้</p>
<p><strong>เลือกซื้อสกุชชี่อย่างไรให้ปลอดภัย </strong></p>
<p>คำแนะนำจาก สคบ. มีดังนี้</p>
<ul>
<li>เลือกซื้อสินค้าจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ</li>
<li>ตรวจสอบฉลาก รายละเอียดผู้ผลิต/ผู้นำเข้า และคำเตือนก่อนซื้อ</li>
<li>หลีกเลี่ยงสินค้าราคาถูกผิดปกติ ไม่มียี่ห้อ หรือไม่ระบุแหล่งที่มา</li>
<li>หากพบสินค้าน่าสงสัย ควรหลีกเลี่ยง และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</li>
</ul>
<figure id="attachment_42841" aria-describedby="caption-attachment-42841" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Squishy4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><figcaption id="caption-attachment-42841" class="wp-caption-text">Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่พบเห็นสินค้าไม่ปลอดภัยหรือต้องการร้องเรียน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC , Jessada Denduangboripant , Zocial Eye โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) , shop-dek.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/squishy-fast-toy-to-landfill/">เบื้องหลังความนุ่มฟู &#8216;สกุชชี่&#8217; Fast Toy สุดฮิต และปลายทางที่บ่อฝังกลบ เพิ่มไมโครพลาสติกและขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Time Out เปิดผลสำรวจ​ 10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; แห่งปี 2026 &#8216;บาธ&#8217; แห่งสหราชอาณาจักร ครองอันดับ 1 โดดเด่นด้วย &#8216;Green infrastructure Framework&#8217; คะแนนพื้นที่สีเขียว 94%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/10-world-best-cities-green-space/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jun 2026 08:16:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[Green Space]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Time Out]]></category>
		<category><![CDATA[world’s best cities for green space]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จัดอันดับเมืองสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42129</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่สีเขียว พื้นที่ธรรมชาติหรือพื้นที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น กำหนดขึ้นในเมืองหรือชุมชน ปกคลุมด้วยพืชพรรณเป็นองค์ประกอบหลัก มีประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ การดำรงชีวิตและคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งสำคัญของพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะในเขตเมืองไม่เพียงแค่มีอยู่ แต่ยังต้องได้รับการดูแล พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยังคงอยู่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พื้นที่สีเขียวที่มีความยั่งยืน ประกอบด้วยพืชพรรณที่มีความหลากหลายทั้งชนิด และปริมาณ โดยมีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก และได้รับการดูแลบำรุงรักษาให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อสมดุลทางระบบนิเวศ เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี สวยงาม ร่มเย็น น่าอยู่ และเพิ่มองค์ประกอบของการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในเมือง ชุมชน และผู้มาเยือน ตลอดจนเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย สำรวจ 10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด พื้นที่สีเขียว นับว่ามีความสำคัญต่อชีวิตคนเมืองไม่น้อยไปกว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้ชีวิต จากรายงาน Time Out’s Best Cities with Intrepid Travel โดย Time Out ได้มีการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวในปี 2026 จากการสอบถามกลุ่มเป้าหมายกว่า 24,000 คน พบว่า เมลเบิร์น ออสเตรเลีย คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/10-world-best-cities-green-space/">Time Out เปิดผลสำรวจ​ 10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; แห่งปี 2026 &#8216;บาธ&#8217; แห่งสหราชอาณาจักร ครองอันดับ 1 โดดเด่นด้วย &#8216;Green infrastructure Framework&#8217; คะแนนพื้นที่สีเขียว 94%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พื้นที่สีเขียว</strong> พื้นที่ธรรมชาติหรือพื้นที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น กำหนดขึ้นในเมืองหรือชุมชน ปกคลุมด้วยพืชพรรณเป็นองค์ประกอบหลัก มีประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ การดำรงชีวิตและคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งสำคัญของพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะในเขตเมืองไม่เพียงแค่มีอยู่ แต่ยังต้องได้รับการดูแล พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยังคงอยู่อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-42129"></span></p>
<p>ทั้งนี้ พื้นที่สีเขียวที่มีความยั่งยืน ประกอบด้วยพืชพรรณที่มีความหลากหลายทั้งชนิด และปริมาณ โดยมีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก และได้รับการดูแลบำรุงรักษาให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อสมดุลทางระบบนิเวศ เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี สวยงาม ร่มเย็น น่าอยู่ และเพิ่มองค์ประกอบของการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในเมือง ชุมชน และผู้มาเยือน ตลอดจนเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย</p>
<p><strong>สำรวจ </strong><strong>10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด </strong></p>
<p>พื้นที่สีเขียว นับว่ามีความสำคัญต่อชีวิตคนเมืองไม่น้อยไปกว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้ชีวิต จากรายงาน <strong>Time Out’s Best Cities with Intrepid Travel </strong>โดย Time Out ได้มีการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวในปี 2026 จากการสอบถามกลุ่มเป้าหมายกว่า 24,000 คน พบว่า <strong>เมลเบิร์น ออสเตรเลีย คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลก </strong>ไปครอง ตามมาด้วย อันดับ 2 เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อันดับ 3 เอดินบะระ สหราชอาณาจักร อันดับ 4 ลอนดอน สหราชอาณาจักร  และอันดับ 5 นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตามลำดับ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมี <strong>การจัดอันดับเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด</strong> จากการสำรวจชาวเมืองหลายพันคน ใน 150 เมืองทั่วโลก โดยให้​ประชาชนซึ่งอาศัยภายในเมืองนั้นๆ จริง ได้ให้​คะแนนการมีพื้นที่สีเขียวและความสามารถในการเข้าถึงธรรมชาติของแต่ละเมืองที่ตัวเองอาศัยเอาไว้ โดยพบ 10 เมือง​ที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละประเทศ ดังนี้</p>
<p><strong>1. บาธ (</strong><strong>Bath) สหราชอาณาจักร</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว : 94%</p>
<p><strong>&#8216;เมืองบาธ&#8217;</strong> ไม่เพียงล้อมรอบด้วยชนบทคอตส์โวลด์ (Cotswolds) ที่เขียวขจีเท่านั้น แต่ตัวเมืองเองยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น Prior Park Landscape Garden สวนสวยสุดคลาสสิค ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ภายใต้การดูแลขององค์การอนุรักษ์แห่งชาติ (National Trust) นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักสำรวจที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพราะมีการจัดทำคู่มือเดินป่าทั้งเส้นทางระยะสั้น และระยะยาวไว้ด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ ตามแผนพัฒนาพื้นที่สีเขียว ปี 2025 &#8211; 2035 ยังได้กำหนดกรอบการทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวไว้อย่างต่อเนื่อง (Green Infrastructure Framework) ทำให้มั่นใจได้ว่าอนาคตของเมืองบาธจะยังคงยั่งยืน เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศได้ดียิ่งขึ้น รวมท้ังการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวทุกส่วน​อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่สวนสาธารณะ สวนหย่อม ไปจนถึงคลอง (Blue and Green Corridors) รวมทั้งการระบายน้ำอย่างยั่งยืน</p>
<figure id="attachment_42131" aria-describedby="caption-attachment-42131" style="width: 856px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42131 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155441327.jpg" alt="" width="856" height="536" /><figcaption id="caption-attachment-42131" class="wp-caption-text">Photograph: Pajor Pawel / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>2. ชิคาโก้ (</strong><strong>Chicago) ประเทศสหรัฐอเมริกา</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 89 %</p>
<p><strong>&#8216;ชิคาโก้&#8217;</strong> ศูนย์กลางของตึกสูงระฟ้า แต่ก็ยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว จนได้รับฉายาว่า <strong>&#8216;เมืองในสวน&#8217;</strong> ข้อมูลจากหน่วยงานดูแลสวนสาธารณะแห่งชิคาโก้ (Chicago Park District) ระบุว่า ชิคาโก้มีสวนสาธารณะมากกว่า 600 แห่ง กระจายอยู่บนพื้นที่กว่า 8,800 เอเคอร์</p>
<p>นอกจากนี้ ชิคาโก้ยังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น Wild Mile โครงการของ Urban Rivers ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร สวนนิเวศลอยน้ำแห่งแรกของโลก ที่มีสิ่งแวดล้อมเลียนแบบระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งอาจพบได้ในพื้นที่ของชิคาโก้เมื่อนานมาแล้วก่อนที่เมืองจะได้รับการพัฒนาขึ้น</p>
<figure id="attachment_42132" aria-describedby="caption-attachment-42132" style="width: 864px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42132 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155465085.jpg" alt="" width="864" height="539" /><figcaption id="caption-attachment-42132" class="wp-caption-text">Photograph: Page Light Studios / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>3. มอนทรีออล (</strong><strong>Montreal) ประเทศแคนาดา</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 88%</p>
<p><strong>&#8216;มอนทรีออล&#8217;</strong> เมืองศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดของรัฐควิเบก และเป็นอันดับสองของแคนาดา ไม่เพียงได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพของพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ชื่อเมืองยังมีความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ โดยในปี ค.ศ. 1535 นักสำรวจชาวฝรั่งเศส ฌาคส์ การ์ติเยร์  (Jacques Cartier) ที่ได้ขนานนามเนินเขา 3 ยอดอันโด่งดังของเมืองว่า “เมาท์ รอยัล” (Mount Royal) และเชื่อกันว่าชื่อ &#8220;มอนทรีออล&#8221; มีที่มาจากชื่อดังกล่าว โดยใช้แทนชื่อเดิม คือ วิลล์ แมรี (Ville Marie)</p>
<p>ในสวนที่มีพื้นที่ทอดยาวกว่า 190 เฮกตาร์ ประกอบไปด้วย เส้นทางสำหรับเดินป่าหรือปั่นจักรยานในฤดูร้อน จุดสำหรับเล่นสกีครอสคันทรีและสำหรับเดินบนหิมะ ป่าไม้ที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ, พื้นที่ชุ่มน้ำ, ทะเลสาบบีเวอร์ (Beaver Lake) และนกมากกว่า 180 สายพันธุ์</p>
<p>อีกทั้ง เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์ที่ได้รับการดูแลอย่างดี และสวนสาธารณะฌอง ดราโป ที่ทอดยาวไปทั่วเกาะแซงต์ เอเลน (Sainte-Hélène) และเกาะน็อทร์ ดาม (Notre-Dame) สะท้อนความสมดุลที่ลงตัวระหว่างระบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวเป็นอย่างดี</p>
<figure id="attachment_42133" aria-describedby="caption-attachment-42133" style="width: 860px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42133 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155500241.jpg" alt="" width="860" height="534" /><figcaption id="caption-attachment-42133" class="wp-caption-text">Photograph: Firefighter Montreal / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>4. ริกา (</strong><strong>Riga) ประเทศลัตเวีย</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 87%</p>
<p><strong>&#8216;ริกา&#8217; </strong>หนึ่งในเมืองที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูลการวิเคราะห์พื้นที่สีเขียวผ่านดาวเทียม ของเว็บไซต์ HUGSI.green พบว่า 47% ของพื้นที่เมืองเป็นพื้นที่สีเขียว และมีพื้นที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ถึง 39% นอกจากนี้ ริกายังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมืองสีเขียวของสหภาพยุโรป ที่นำโดยนายกเทศมนตรี และได้กำหนดพันธสัญญาในการอนุรักษ์สวนสาธารณะในเมืองเพื่อสนับสนุนสภาพภูมิอากาศเฉพาะถิ่นและป้องกันผลกระทบจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (ปรากฏการณ์ที่เมืองมีพื้นผิวถนนลาดยางและคอนกรีตจำนวนมาก ทำให้เมืองกักเก็บความร้อนได้มากกว่าในชนบท)</p>
<figure id="attachment_42134" aria-describedby="caption-attachment-42134" style="width: 859px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42134 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155513960.jpg" alt="" width="859" height="538" /><figcaption id="caption-attachment-42134" class="wp-caption-text">Photograph: kavalenkava / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>5. เมลเบิร์น (</strong><strong>Melbourne) ประเทศออสเตรเลีย</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 87%</p>
<p><strong>&#8216;เมลเบิร์น&#8217;</strong>​ เมือง​ใหญ่​อันดับสองของออสเตรเลีย และได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกโดย Time Out เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การเข้าถึงธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวของเมืองนี้ นับเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสิน</p>
<p>หากย้อนไปในปี 2018 เมลเบิร์นได้เกิดไอเดียในการสร้างอีเมลประจำต้นไม้แต่ละต้น ซึ่งมีมากกว่า 70,000 ต้น เพื่อให้ชาวเมืองสามารถติดตามสถานภาพของต้นไม้ได้ สิ่งทีเกิดขึ้น คือ ชาวเมืองต่างเขียนจดหมายรักถึงต้นไม้แทน โดยจดหมายที่ส่งถึงต้นไม้ต้นต่างๆ ทั่วเมลเบิร์น ยังถูกรวบรวมโดยสถานีโทรทัศน์ ABC อีกด้วย</p>
<figure id="attachment_42135" aria-describedby="caption-attachment-42135" style="width: 858px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42135 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155526838.jpg" alt="" width="858" height="544" /><figcaption id="caption-attachment-42135" class="wp-caption-text">Photograph: Paul Harding 00 / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>6. เคปทาวน์ (</strong><strong>Cape Town) ประเทศแอฟริกาใต้</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 86%</p>
<p><strong>&#8216;เคปทาวน์&#8217;</strong> เมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขาแหล่งคุ้มครองพันธุ์พืชเคปฟอรัล (Cape Floral Region) หนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกและเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก แบ่งออกเป็น 13 กลุ่มที่แตกต่างกันออกไป ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติเทเบิลเมาน์เทน (Table Mountain National Park) และเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่ง (Garden Route Complex) พื้นที่รวมทั้งหมดกว่า 1,094,741 เฮกตาร์ และจากข้อมูลของ Cape Nature พบว่า 70% ของพืชที่เติบโตที่นี่ไม่สามารถพบได้ในพื้นที่อื่นในโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่ 86% ของชาวเคปทาวน์รู้สึกขอบคุณที่มีสิ่งนี้อยู่รอบๆ ตัวพวกเขา</p>
<figure id="attachment_42136" aria-describedby="caption-attachment-42136" style="width: 855px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42136 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155535596.jpg" alt="" width="855" height="536" /><figcaption id="caption-attachment-42136" class="wp-caption-text">Photograph: RomanSlavik.com / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>7. สิงคโปร์ (</strong><strong>Singapore)</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 86%</p>
<p><strong>&#8216;สิงคโปร์&#8217;</strong> ให้ความสำคัญกับการดูแลธรรมชาติอย่างมาก นับตั้งแต่ปี 1967 สิงคโปร์ วางเป้าหมาย ในการทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็น ‘<strong>Garden City</strong>’ และในปัจจุบัน<strong> เกือบ 50% ของพื้นที่ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยพื้นที่สีเขียว</strong> สวนการ์เดนส์บายเดอะเบย์ (Gardens by the Bay) ขนาด 250 เอเคอร์ ที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่จากการถมทะเล เป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์</p>
<p>รวมถึงเป้าหมายของสิงคโปร์ ในการมุ่งสู่เมืองสีเขียวที่สุดในโลกภายในปี 2030 ตามแผนสีเขียวที่ยั่งยืน ในการเดินหน้าปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นในเมือง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครัวเรือนจะสามารถเดินไปยังพื้นที่สีเขียวได้ภายใน 10 นาที</p>
<figure id="attachment_42137" aria-describedby="caption-attachment-42137" style="width: 849px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42137 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155544138.jpg" alt="" width="849" height="528" /><figcaption id="caption-attachment-42137" class="wp-caption-text">Photograph: Wirestock Creators / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>8. เมเดยิน (</strong><strong>Medellín) ประเทศโคลอมเบีย</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 86%</p>
<p><strong>&#8216;เมเดยิน&#8217; </strong>เมืองใหญ่อันดับสองของโคลอมเบีย ครองอันดับหนึ่งในการจัดอันดับเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุดในปี 2025 ที่ผ่านมา โดย 92% ของชาวเมือง ให้คะแนนสูงในด้านของพื้นที่ธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แม้ในปี 2026 คะแนนความพึงพอใจจะลดลง 6% แต่พื้นที่สีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ของเมืองนี้ ก็ยังคงได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 86% จากชาวเมือง</p>
<p>แม้ว่าเมเดยิน จะได้รับการขนานนามว่า <strong>&#8216;เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิชั่วนิรันดร์&#8217;</strong> จากอุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันสูงอย่างต่อเนื่อง แต่จุดเด่นของเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอย่าง<strong> &#8216;ทางเดินสีเขียว&#8217;</strong> ที่มีการปลูกตามถนนคอนกรีตเป็นหลักในปี 2016 ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิของเมืองลดลง 2 องศาเซลเซียสใน 3 ปีหลังจากนั้น</p>
<figure id="attachment_42138" aria-describedby="caption-attachment-42138" style="width: 856px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42138 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155558030.jpg" alt="" width="856" height="541" /><figcaption id="caption-attachment-42138" class="wp-caption-text">Photograph: oscar garces / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>9. สตอกโฮล์ม (</strong><strong>Stockholm) ประเทศสวีเดน</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 86 %</p>
<p>เมืองหลวงของสวีเดนเป็นหนึ่งในเมืองสีเขียวที่สุดในยุโรปมาเป็นระยะเวลานาน <strong>&#8216;สตอกโฮล์ม&#8217;</strong> เป็นเมืองแรกที่ได้รับรางวัลเมืองหลวงสีเขียวแห่งยุโรป (European Green Capital) ในปี 2010 และรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>จากรายงานของ หอการค้าสตอกโฮล์ม พบว่า 84% ของผู้อยู่อาศัยในเขตสตอกโฮล์มอาศัยอยู่ในเมืองที่มีแนวคิด  <strong>&#8216;เมือง 15 นาที&#8217;</strong> (การเดินทางไปยังสถานที่สำคัญในเวลาอันสั้น) ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติในเมืองแห่งแรกของโลก โดยมีศูนย์กลางคือสวนรอยัลดจูร์การ์เดน (Royal Djurgården) ซึ่งทอดยาวจากเซอเรนทอร์ป (Sörentorp) และอุลริกส์ดาล (Ulriksdal) ไปจนถึงดจูร์การ์เดน (Djurgården) และเกาะเฟียเดอร์โฮลมาร์นา (Fjäderholmarna) ปอดสีเขียวขนาดใหญ่ดังกล่าว เป็นที่ตั้งของป่าโอ๊กโบราณ จุดว่ายน้ำตามโขดหิน และเส้นทางปั่นจักรยานอีกด้วย</p>
<figure id="attachment_42139" aria-describedby="caption-attachment-42139" style="width: 854px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42139 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155571035.jpg" alt="" width="854" height="540" /><figcaption id="caption-attachment-42139" class="wp-caption-text">Photograph: Mikael Damkier / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>10. ฮัมบูร์ก (</strong><strong>Hamburg) ประเทศเยอรมนี</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 85%</p>
<p>เมืองฮัมบูร์กติดอันดับที่ 10 เมืองที่มีพื้นที่สีเขียวที่ดีที่สุด เหตุผลที่ชาวเมืองให้คะแนนสูงกว่า 85% เนื่องจากตลอดศตวรรษที่ผ่านมา ฮัมบูร์ก ได้ถูกออกแบบตามโครงการขนาดใหญ่ที่เรียกว่า &#8216;<strong>Green Network Hamburg&#8217;</strong> เชื่อมโยงเส้นทางน้ำของเมือง สวนสาธารณะ สวนชานเมือง และถนนที่มีต้นไม้เรียงราย นอกจากนี้ ฮัมบูร์กยังเป็นผู้นำในด้านอุตสาหกรรมหลังคาสีเขียว และมีมาตรการจูงใจให้ผู้อยู่อาศัยและธุรกิจต่างๆ ปรับปรุงอาคารบ้านเรือนของตนอีกด้วย</p>
<figure id="attachment_42140" aria-describedby="caption-attachment-42140" style="width: 855px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42140 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155580991.jpg" alt="" width="855" height="529" /><figcaption id="caption-attachment-42140" class="wp-caption-text">Photograph: ruzanna / Shutterstock</figcaption></figure>
<p>นอกจาก 10 อันดับข้างต้นแล้ว เมืองที่มีพื้นที่สีเขียวและการเข้าถึงธรรมชาติที่ดีที่สุด อันดับที่ 11 &#8211; 20 ในปี 2026 ตามความเห็นของชาวเมือง ได้แก่</p>
<p>11. ปักกิ่ง ประเทศจีน (84%)</p>
<p>12. เวียนนา ประเทศออสเตรีย (83%)</p>
<p>13. เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ (83%)</p>
<p>14. กรากุฟ ประเทศโปแลนด์ (82%)</p>
<p>15. ออสโล ประเทศนอร์เวย์ (81%)</p>
<p>16. โซล ประเทศเกาหลีใต้ (80%)</p>
<p>17. ทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย (79%)</p>
<p>18. โอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ (78%)</p>
<p>19. ลักเซมเบิร์ก ประเทศลักเซมเบิร์ก (78%)</p>
<p>20. เซาเปาโล ประเทศบราซิล (76%)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิง : Time Out , สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/10-world-best-cities-green-space/">Time Out เปิดผลสำรวจ​ 10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; แห่งปี 2026 &#8216;บาธ&#8217; แห่งสหราชอาณาจักร ครองอันดับ 1 โดดเด่นด้วย &#8216;Green infrastructure Framework&#8217; คะแนนพื้นที่สีเขียว 94%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jun 2026 06:11:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Emerging]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Rating]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Turnaround]]></category>
		<category><![CDATA[ESG100]]></category>
		<category><![CDATA[Thaipat]]></category>
		<category><![CDATA[Thaipat Institute]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบหลักทรัพย์ ESG]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุนสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42200</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้าทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรก พร้อมกับจัดทำ 100 รายชื่อหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2569 ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 สถาบันไทยพัฒน์ โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย และเป็นผู้จัดทำข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ได้จัดทำรายชื่อหลักทรัพย์มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ประจำปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 บริษัท/กองทุน/ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ESG จาก 6 แหล่ง [1] จำนวนกว่า 17,242 จุดข้อมูล ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธาน สถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า “การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าใหม่ในทำเนียบ ESG100 ในปีนี้ พิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/">ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์</strong><strong>ที่เข้าทำเนียบ </strong><strong>ESG100 </strong><strong>เป็นครั้งแรก พร้อมกับจัดทำ</strong><strong> 100 </strong><strong>รายชื่อ</strong><strong>หลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (</strong><strong>Environmental Social and Governance: ESG) </strong><strong>จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ.</strong><strong> 2569 </strong><strong>ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>12</strong></p>
<p><span id="more-42200"></span></p>
<p>สถาบันไทยพัฒน์ โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย และเป็นผู้จัดทำข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ได้จัดทำรายชื่อหลักทรัพย์มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ประจำปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 บริษัท/กองทุน/ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ESG จาก 6 แหล่ง <a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a> จำนวนกว่า 17,242 จุดข้อมูล</p>
<p><strong>ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ</strong> ประธาน สถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า <em>“</em><em>การพิจารณาคัดเลือก</em><em>หลักทรัพย์เข้าใหม่ในทำเนียบ </em><em>ESG100 </em><em>ในปีนี้ พิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน </em><em>ESG </em><em>ตามที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ และผ่านเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้นที่ใช้ในการประเมินหลักทรัพย์ </em><em>ESG100 </em><em>ของสถาบันไทยพัฒน์ โดยอ้างอิงตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ </em><em>WFE, GRI, IFRS, UN PRI</em><em>”</em></p>
<p>สำหรับหลักทรัพย์ซึ่งได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรกในปีนี้ มีจำนวน 17 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย  ASW BTG CCET CTW DITTO DMT IMPACT KCC METCO MRDIYT NTF PSGC SCGD TIPH TMAN TMW TRT</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42201 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ESG-Emerging.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในปี 2569 นี้ สถาบันไทยพัฒน์ยังได้คัดเลือกและจัดทำรายชื่อหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการพลิกฟื้นกลุ่ม ESG Turnaround เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับการลงทุนที่คำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ด้วยโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและมีปัจจัย ESG สนับสนุน</p>
<p>สำหรับหลักทรัพย์กลุ่ม ESG Turnaround ประกอบด้วย DUSIT HANA PAP PTTGC SNC TKS TMT TWPC  รวมจำนวน 8 หลักทรัพย์</p>
<p>การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการพลิกฟื้นกลุ่ม ESG Turnaround ในปีนี้ เป็นปีที่สี่ของการจัดทำรายชื่อบริษัทที่มี ESG ซึ่งได้ตามเกณฑ์ในรอบปีการประเมิน แต่ยังมีผลประกอบการติดลบหรือต่ำกว่าตลาด (Underperform) โดยมีสัญญาณการพลิกฟื้นและโอกาสในการไต่ระดับขึ้น (Upside) ของราคาหลักทรัพย์ จากการฟื้นตัวของตลาด และศักยภาพในธุรกิจแกนหลัก (Core Business) ของกิจการที่มี ESG เป็นปัจจัยสนับสนุน</p>
<p>ทั้งนี้ หลักทรัพย์กลุ่ม ESG100 ที่ได้รับคัดเลือกในปี 2569 จะใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการปรับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของ Thaipat ESG Index ประจำปี สำหรับใช้เป็นดัชนีเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุน (Benchmark Index) และใช้เป็นดัชนีอ้างอิงสำหรับการลงทุนแก่บริษัทจัดการลงทุนที่มีการให้บริการผลิตภัณฑ์การลงทุนในธีม ESG โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ S&amp;P Dow Jones&#8217; Custom Indices</p>
<p>สำหรับรายชื่อหลักทรัพย์กลุ่ม ESG100 ที่ได้รับคัดเลือกตั้งแต่ปี พ.ศ.2558-2568 สถาบันไทยพัฒน์ได้ทำการเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ https://thaipat.esgrating.com</p>
<p><em>หมายเหตุ: การนำเสนอข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์จดทะเบียน </em><em>ESG100 </em><em>รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่สถาบันไทยพัฒน์เป็นผู้ประเมิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้เป็นข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือการเสนอซื้อเสนอขายใดๆ ทั้งสิ้น</em></p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1"><em><strong>[1]</strong></em></a> <em>ประกอบด้วย ข้อมูลในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคมในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี</em><em>/</em><em>รายงานประจำปี</em><em> (แบบ 56-1 </em><em>One Report</em><em>) <strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์</strong> ข้อมูลการประเมินการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน (</em><em>ESG Rating) </em><strong><em>บริษัท อีเอสจี เรตติ้ง จำกัด</em></strong><em> ข้อมูลรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน <strong>ประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (</strong></em><strong><em>SDC)</em></strong> <em>ข้อมูลผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (</em><em>CG Scoring) </em><strong><em>สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (</em></strong><strong><em>IOD)</em></strong> <em>ข้อมูลโครงการประเมินระดับการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ (</em><em>CSR Progress Indicator) </em><strong><em>สถาบันไทยพัฒน์</em></strong><em> และข้อมูลการประเมินระดับการต้านทุจริตของกิจการ </em><em>(</em><em>Anti-corruption Indicator) </em><strong><em>เครือข่ายหุ้นส่วนต้านทุจริตเพื่อประเทศไทย </em></strong><strong><em>(</em></strong><strong><em>PACT)</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/">ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 May 2026 16:29:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[IUCN]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Positive]]></category>
		<category><![CDATA[NatureBased]]></category>
		<category><![CDATA[NatureBasedSolutions]]></category>
		<category><![CDATA[NbS]]></category>
		<category><![CDATA[Regeneration]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พรฤทัย โชติวิจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42115</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือรากฐานของการพัฒนา ขณะที่ในปัจจุบันการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตามปกติ (Business-as-usual) กำลังขับเคลื่อนการเสื่อมถอยให้แก่ธรรมชาติ โดยธุรกิจนั้น มีทั้งการพึ่งพา ขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบต่อความหลากหลายทางธรรมชาติด้วย ข้อมูลจากเวที Biodiversity Collapse : ธรรมชาติเสื่อม กับความเสี่ยงและการปรับตัว ​ภายใต้งานครบรอบ 33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  &#8216;สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย&#8217;  พื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และมุมมองต่อสัญญาณเตือนของวิกฤติธรรมชาติเสื่อมถอยและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในระดับโลก ภูมิภาคอาเซียน และ ประเทศไทย โดย​นำเสนอแนวคิด เครื่องมือ และทิศทางใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือวิกฤติสิ่งแวดล้อม อาทิ รายงานสิ่งแวดล้อมโลก แนวโน้มการพัฒนาแบบ (Nature-Positive) การปรับตัวของภาคธุรกิจที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ทิศทางนโยบายสีเขียวของอาเซียน (Green Policy) เส้นทางและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU) เครื่องมือทางการเงิน Nature Credits ที่เชื่อมโยง &#8216;ธรรมชาติ–เศรษฐกิจ&#8217; ตลอดจนแนวทาง Green Development ของจีน และบทบาทประเทศไทยต่อพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/">เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะ &#8216;<strong>ธรรมชาติ&#8217;</strong> คือรากฐานของการพัฒนา ขณะที่ในปัจจุบันการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตามปกติ (Business-as-usual) กำลังขับเคลื่อนการเสื่อมถอยให้แก่ธรรมชาติ โดยธุรกิจนั้น มีทั้งการพึ่งพา ขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบต่อความหลากหลายทางธรรมชาติด้วย</p>
<p><span id="more-42115"></span></p>
<p>ข้อมูลจากเวที <strong>Biodiversity Collapse : ธรรมชาติเสื่อม กับความเสี่ยงและการปรับตัว</strong> ​ภายใต้งานครบรอบ 33 ปี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><span class="xt0psk2"><span class="xjp7ctv">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  &#8216;<strong>สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย&#8217;  </strong></span></span></span>พื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และมุมมองต่อสัญญาณเตือนของวิกฤติธรรมชาติเสื่อมถอยและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในระดับโลก ภูมิภาคอาเซียน และ ประเทศไทย</p>
<p>โดย​นำเสนอแนวคิด เครื่องมือ และทิศทางใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือวิกฤติสิ่งแวดล้อม อาทิ รายงานสิ่งแวดล้อมโลก แนวโน้มการพัฒนาแบบ (Nature-Positive) การปรับตัวของภาคธุรกิจที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ทิศทางนโยบายสีเขียวของอาเซียน (Green Policy) เส้นทางและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU) เครื่องมือทางการเงิน Nature Credits ที่เชื่อมโยง &#8216;ธรรมชาติ–เศรษฐกิจ&#8217; ตลอดจนแนวทาง Green Development ของจีน และบทบาทประเทศไทยต่อพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่ คุ้มครอง (OECMs: Other Effective area-based Conservation Measures)</p>
<p>เวทีนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ตรง เพื่อร่วมกันมองหาแนวทางการปรับตัวและความร่วมมือ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับประเทศไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42117 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0021-1024x576.jpg" alt="" width="1024" height="576" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">
<p><strong>คุณพรฤทัย โชติวิจิตร</strong> เจ้าหน้าที่ติดตามและประเมินผลโครงการ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ​ระบุว่า <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ระบบนิเวศ</span> คือรากฐานสำคัญที่มนุษย์กำลังพึ่งพาอยู่ โดย​องค์ประกอบ​ทุกอย่างในการดำรงชีวิตล้วนอยู่ภายใต้ <strong>&#8216;บริการของระบบนิเวศ&#8217;</strong> ในมิติด้านการสนับสนุนต่อไปนี้</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านการเป็นแหล่งผลิต</strong> (Provisioning Services) ในฐานะแหล่งกำเนิดทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เช่น น้ำสะอาด แร่ธาตุ วัตถุดิบต่างๆ รวมถึงเป็นแหล่งอาหาร ยา และแหล่งรวมความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต</p>
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านการควบคุม</strong> (Regulating Services) ทั้งการควบคุมปรากฏการณ์และกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น ควบคุมสภาพภูมิอากาศ ผลิตออกซิเจน กักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยป้องกันการกัดเซาชายฝั่ง การย่อยสลาย การผสมเกษร เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านวัฒนธรรม</strong> (Cultural Services) การสร้างคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ประเพณี แหล่งศึกษาความรู้ ไปจนถึงแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ</p>
</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่ 5 ปัจจัยสำคัญ ที่นำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบไปด้วย</div>
<div dir="auto"><strong>1. การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและมหาสมุทร :</strong> ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพถิ่นที่อยู่ของชนิดพันธุ์ท้องถิ่น เช่น การทำลายป่า การทำลายระบบนิเวศจากการใช้ประโยชน์เกินปริมาณ ทำให้แหล่งที่อยู่ของชนิดพันธุ์เกิดการกระจายตัว จนเกิดความลำบากในการขยายพันธุ์ การอยู่อาศัย และการหาอาหาร</div>
<div dir="auto"><strong>2. การใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด :</strong> ทั้งการใช้ประโยชน์จากชนิดพันธุ์พืช สัตว์ และระบบนิเวศโดยทั่วไป เช่น การล่าสัตว์ การทำไม้อย่างไม่ยั่งยืน การทำประมงเกินขนาด</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ :</strong> เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิ ฤดูกาล ปริมาณน้ำฝน ความแรงลมพายุ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ</div>
<div dir="auto"><strong>4. การก่อมลพิษ :</strong> การปล่อยสารอันตราย เช่น การใช้สารเคมี ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศ รวมถึงมลพิษจากแสงและเสียง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>5. การแพร่กระจายของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน :</strong> โดยการเข้ามาของสายพันธุ์ต่างถิ่นและแพร่กระจายได้ตามธรรมชาติ เป็นชนิดพันธุ์เด่นในสิ่งแวดล้อมใหม่ (Dominant Species) และเป็นชนิดพันธุ์ที่อาจทำให้ชนิดพันธุ์พื้นเมืองสูญพันธุ์ รวมไปถึงส่งผลคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพและก่อให้เกิดความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขอนามัย</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42118 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0032-1024x592.jpg" alt="" width="1024" height="592" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ทั้งนี้ จะเกิดผลกระทบและความเสียหายเหล่านี้ตามมา หากในระบบนิเวศเกิดการ​สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss)</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>1. ระบบนิเวศอ่อนแอลง ไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนเดิม</strong></div>
<p>&#8211; ทนต่อการเปลี่ยนแปลงได้น้อยลง ทั้งโลกร้อน โรคระบาด ชนิดพันธุ์รุกราน</p>
<p>&#8211; ความสามารถในการฟื้นตัวลดลง มีความเสี่ยงต่อการล่มสลายของระบบนิเวศ</p>
<p>&#8211; เกิดปัญหาต่อเนื่อง เช่น ดินเสื่อมคุณภาพ ดินพังทลาย ส่งผลต่อการเกษตรและความสามารถของพื้นที่ในการหล่อเลี้ยงชีวิต</p>
<p><strong>2. บริการระบบนิเวศ ที่มนุษย์พึ่งพาจะเสื่อมลง</strong></p>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<p>&#8211; เพราะความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นผู้ให้บริการทั้ง น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ เป็นผู้ช่วยผสมเกษร การสร้างดินใหม่ การกักเก็บคาร์บอนและการควบคุมคุณภาพอากาศ</p>
<p>&#8211; เมื่อความหลากหลายลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการให้บริการเหล่านี้ลดลง</p>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. กระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยตรง</strong></div>
<p>&#8211; หลายพื้นที่ทั่วโลกสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำกว่า 95%</p>
<p>&#8211; แม่น้ำใหญ่ 2 ใน 3 ถูกกั้นด้วยเขื่อนจนระบบนิเวศเปลี่ยน</p>
<p>&#8211; ชุมชนที่พึ่งพาน้ำและปลาในพื้นที่ เผชิญวิกฤตแหล่งอาหารและน้ำจืดอย่างรุนแรง</p>
</div>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42119 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0041-1024x576.jpg" alt="" width="1024" height="576" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ดังนั้น การขับเคลื่อน<strong> Nature Positive</strong> จึงเป็นเป้าหมายระดับโลกในการ &#8216;<strong>หยุดยั้งการสูญเสียและพลิกฟื้นธรรมชาติ&#8217;</strong> ภายในปี 2030 เทียบกับปีฐานในปี 2020 รวมทั้งสามารถมุ่งสู่การฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ได้ (Full Recovery) ภายในปี 2050 โดยวัดจากการเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมของความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลาย และความสามารถในการปรับตัวของทั้งชนิดพันธุ์ ระบบนิเวศ และกระบวนการทางธรรมขาติ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">รวมทั้งการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่สามารถวัดผลได้ทั้งต่อมนุษย์และธรรมชาติ เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงที่สำคัญทั้งการมีสุขภาพที่ดี และเศรษฐกิจที่ดี อยู่บนพื้นฐานของการมีธรรมชาติที่ดี ภายใต้ความร่วมมือในการเปลี่ยนของภาคเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ จากการมีส่วนร่วมทั้งการขับเคลื่อนในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และการวิจัย เพื่อส่งเสริมการปรับตัวโดยเฉพาะการทำธุรกิจจากรูปแบบปกติ มาสู่การทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อธรรมชาติ ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟู เพื่อลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42143 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/">เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:37:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[EmissionsTradingSystem]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero2050]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41737</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ETS&#8217; หรือ Emissions Trading System​ คือ ระบบ ซื้อ-ขาย สิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG ถือเป็นหนึ่งกลไกในการ​ขับเคลื่อน​สู่เป้าหมาย NetZero2050 ภาครัฐ โด​ยหน่วยงาน​กำกับดูแล จะกำหนดสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (Free Allowance) ภายในประเทศ พร้อมกำหนด เพดาน การปล่อยสูงสุด (Cap)​ ตามขอบเขตอุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีการปรับลดเพดานลงอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่มีปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเพดานที่กำหนด ​สามารถซื้อสิทธิ์การปล่อย (Allowance) จากผู้ที่ปล่อยต่ำกว่าเพดาน หรือจากการประมูล เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับจากส่วนต่างที่เกิดขึ้น ศึกษา​ต้นแบบ EU ETS สหภาพยุโรป (EU) ถือเป็น​ผู้บุกเบิกระบบ ETS ของโลก ​เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2005 และนับว่าเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ​โดยครอบคลุมในภาคพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และการบินภายเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่​ 4 ครอบคลุมสถานประกอบการกว่า 11,000 แห่ง ใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/">ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;ETS&#8217;</strong> หรือ Emissions Trading System​ คือ ระบบ ซื้อ-ขาย สิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG</span> ถือเป็นหนึ่งกลไกในการ​ขับเคลื่อน​สู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">NetZero2050</span></p>
<p><span id="more-41737"></span></p>
<div dir="auto">ภาครัฐ โด​ยหน่วยงาน​กำกับดูแล จะกำหนดสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (Free Allowance) ภายในประเทศ พร้อมกำหนด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เพดาน</span> การปล่อยสูงสุด (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Cap</span>)​ ตามขอบเขตอุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีการปรับลดเพดานลงอย่างต่อเนื่อง</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">องค์กรที่มีปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเพดานที่กำหนด ​สามารถซื้อสิทธิ์การปล่อย (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Allowance</span>) จากผู้ที่ปล่อยต่ำกว่าเพดาน หรือจากการประมูล เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับจากส่วนต่างที่เกิดขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ศึกษา​ต้นแบบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EU</span> ETS</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สหภาพยุโรป</span> (EU) ถือเป็น​ผู้บุกเบิกระบบ ETS ของโลก ​เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2005 และนับว่าเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ​โดยครอบคลุมในภาคพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และการบินภายเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่​ 4 ครอบคลุมสถานประกอบการกว่า 11,000 แห่ง ใน 27 ประเทศสมาชิกและประเทศเชื่อมโยง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>เฟส 1 (2005 &#8211; 2007) ระยะทดลอง</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">กำหนด Free Allowance เกือบทั้งหมด</li>
<li dir="auto">ข้อมูลการปล่อยยังไม่แม่นยำ Allowance ล้นตลาด ราคาคาร์บอนตกต่ำ</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 2 (2008 &#8211; 2012) เริ่มใช้งาน</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ครอบคลุมอุตสาหกรรมมากขึ้น เน้น Free Allowance เป็นหลักแต่เข้มงวดขึ้น</li>
<li dir="auto">วิกฤตการเงินโลกทำให้การปล่อยลดลงเกินคาด ราคาผันผวน</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 3 (2013 &#8211; 2020) รวมศูนย์และเพิ่มการประมูล</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">กำหนด Cap ภาพรวมทั้ง EU แทนรายประเทศ เพิ่มระบบการประมูล</li>
<li dir="auto">เริ่มใช้ Market Stability Reserve (MSR) แก้ปัญหา Allowance ล้นตลาด</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 4 (2021 &#8211; 2030) บังคับใช้จริงจัง</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ลด Cap เร็วขึ้น ลด Free Allowance และเชื่อมโยงกับ CBAM</li>
<li dir="auto">ขยายระบบไปสู่ภาคใหม่ สำหรับกลุ่มอาคารและคมนาคม</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">บทเรียนสำคัญจากการที่สหภาพยุโรปนำระบบ EU ETS มาใช้ คือ ช่วยให้สามารถกำหนดเป้าหมายในการลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG</span> ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งการออกแบบตลาดคาร์บอนที่โปร่งใส ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับมาตรการทางการค้า ทำให้ระบบมีพลังใน​การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของ​ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">จับตา ETS <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ ประเทศไทยเองก็มี​​แนวโน้มในการนำระบบ ETS เข้ามาใช้เพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อควบคุมปริมาณการปล่อยกาซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHGEmission</span></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ดังนั้น การทำความเข้าใจระบบ ETS และเรียนรู้จากโมเดลการดำเนินงานของต่างประเทศ จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ประเทศ ทั้งด้านปฏิบัติการ (Operations) การเงิน (Finance) การรายงาน MRV ​(Measurement, Reporting และ Verification) ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ในระยะยาวของภาคธุรกิจ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">อย่างไรก็ตาม การนำระบบ ETS เข้ามาใช้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการช่วย​กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมเพื่อนำมาใช้​ลดต้นทุนโดยรวม และศักยภาพในการ​รลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องระมัดระวังการออกแบบระบบต่างๆ โดยเฉพาะ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">MRV</span> ที่ต้องมีความปลอดภัยระดับสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลทางการผลิต รวมทั้งการจัดสรรสิทธิ์อย่างยุติธรรม</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>ผลกระทบ ETS ต่อภาค<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อุตสาหกรรม</span></strong></div>
<div dir="auto"><strong>1. ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากราคาคาร์บอน</strong> : สะท้อนผ่านในหลายช่องทาง อาทิ ค่าไฟที่ปรับเพิ่มขึ้น หรือค่าใช้จ่ายในการซื้อสิทธิ์การปล่อย ทำให้โครงสร้างต้นทุนธุรกิจเปลี่ยนไป และอาจกระทบความสามารถในการแข่งขัน หากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน หรือปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>2. แรงจูงใจในการลงทุนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน :</strong> กลไก ETS จะทำหน้าที่เป็น ‘สัญญาณราคา’ กระตุ้นให้ภาคธุรกิจพิจารณาการลงทุนเพื่อลดคาร์บอนอย่างจริงจัง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงเครื่องจักร หรือนำเทคโนโลยีใหม่ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำมาใช้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. ความเสี่ยงต่อความผันผวนของตลาดคาร์บอน</strong> : ราคาสิทธิ์การปล่อยในระบบ ETS จะถูกกำหนดโดยอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐ ภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยทางพลังงาน ทำให้ราคาคาร์บอนมีความผันผวน ธุรกิจที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า อาจต้องเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาคาร์บอนปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>4. โอกาสทางการเงินและการสร้างมูลค่าใหม่ :</strong> บริษัทที่ปรับตัวได้เร็วและมีประสิทธิภาพ และสามารถลดการปล่อน GHG ได้ต่ำกว่าเพดาน จะมีสิทธิส่วนเกินซึ่งสามารถนำไปขายเพื่อเพิ่มรายได้ หรือนำไปชดเชยต้นทุนการดำเนินงาน ประกอบกับ ดีมานด์ในธุรกิจคาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้น จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสามารถเข้าถึง Green Finance ได้ง่ายขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>การเตรียมความพร้อมต่อมาตรการ ETS</strong></div>
<div dir="auto"><strong>1. การประเมินความพร้อมเบื้องต้น</strong> : ทำความเข้าใจภาพรวมการปล่อย GHG องค์กร (CFO) อย่างรอบด้าน ทั้ง 3 ระยะ ผ่านการวัดและการคำนวณตามมาตรฐานเพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ เพื่อประเมินสิทธิ์การปล่อย (Allowance) และวางแผนต้นทุนและกลยุทธ์การดำเนินงาน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>2. การพัฒนาระบบ MRV ที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานและยอมรับได้</strong> : ระบบการวัด การรายงาน และการทวนสอบ เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานในระบบ ETS ที่ต้องถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงควรมีการลงทุนในการติดตั้งระบบที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดใหญ่</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. การวางแผนกลยุทธ์ด้านการเงิน</strong> : เพื่อสามารถคำนวณผลกระทบได้ครอบคลุม ทั้งกระแสเงินสด งบกำไรขาดทุน และตุ้นทุนต่อหน่วยการการปล่อยคาร์บอน (Cost Per Ton Co2e) เพื่อมองผลกระทบได้ชัดเจน หรือพิจารณาใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาคาร์บอน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>4. การบริหารจัดการด้านการดำเนินงาน</strong> : ในเชิงปฏิบัติ การลด Emission อย่างยั่งยืน ต้องเกิดจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการใช้พลังงาน เช่น การปรับปรุงเครื่องจักร การใช้ระบบควบคุมอัจฉริยะ หรือการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>5. ความร่วมมือภายในห่วงโซ่อุปทาน</strong> : การเตรียมพร้อม ETS ไม่ควรจำกัดแค่ในองค์กร แค่ควรวางให้เชื่อมโยงกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อบรรลุ Net Zero เพื่อตัดสินใจด้านการลงทุน การจัดซื้อ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานได้อย่างสอดคล้องกัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>6. การมีส่วนร่วมกับนโยบายและกลไกสนับสนุน</strong> : โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ควนเข้าไปมีบทบาทเชิงรุก หรือมีส่วนร่วมด้านการกำหนดนโยบาย เช่น การให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานกำกับดูแลในช่วงรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้กฎเกณฑ์ที่ออกมาสามารถปฏิบัติได้จริง พร้อมทั้งโอกาสในการเข้าถึงกลไกสนับสนุนจากภาครัฐและภาคการเงิน เพื่อลดต้นทุนและเร่งการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/">ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:37:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[Competency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Development]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[FutureSkills]]></category>
		<category><![CDATA[GreenSkills]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Skillset]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableDevelopment]]></category>
		<category><![CDATA[การแข่งขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41733</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวง อว. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เดือนเมษายน 2569 กำหนด ‘ทักษะที่ต้องมี’ สำหรับสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) ​หรือ &#8216;Green Skills&#8217; เพื่อมุ่งพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ​ รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน พร้อม​กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ความยั่งยืน และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน คาร์บอนฟุตพรินท์ ทั้งนี้ ได้กำหนดทักษะสำคัญที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมี (Specialist Skills) แบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล, 2.ทักษะด้านการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการและขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และ 3. ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ โดยสามารถสรุป ทักษะเฉพาะ ของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานได้ ต่อไปนี้ 1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">กระทรวง อว. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เดือนเมษายน 2569 กำหนด <strong>‘ทักษะที่ต้องมี’</strong> สำหรับสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) ​หรือ <strong>&#8216;Green Skills&#8217; </strong>เพื่อมุ่งพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ​ รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน</div>
<p><span id="more-41733"></span></p>
<p>พร้อม​กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนฟุตพรินท์</span></p>
<p>ทั้งนี้ ได้กำหนดทักษะสำคัญที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมี (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Specialist</span> Skills) แบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล, 2.ทักษะด้านการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการและขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และ 3. ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โดยสามารถสรุป <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทักษะเฉพาะ</span> ของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานได้ ต่อไปนี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability Development Specialist)</strong></div>
<ul>
<li dir="auto"> พัฒนาและดำเนินกลยุทธ์ขององค์กร ที่เกี่ยวข้องกับ ESG</li>
<li dir="auto">เข้าใจอุตสาหกรรม นโยบาย กฎหมาย มาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งไทยและสากลอยู่เสมอ​ เช่น GRI, SASB, Paris Agreement และ ISO 14000</li>
<li dir="auto">วิเคราะห์ผลกระทบและความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Environmental</span> และความหลากหลายทางชีวภาพ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Biodiversity</span>) ความสัมพันธ์ชุมชน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Social</span> และธรรมาภิบาลองค์กร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Governance</span></li>
<li dir="auto">เก็บข้อมูลรอบด้าน จัดทำรายงานเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</li>
<li dir="auto">กำหนดเป้าหมายพาองค์กรสู่ความยั่งยืน ตามกรอบเวลา ต้นทุน ทรัพยากร เชื่อมโยงตัวชี้วัดทางการเงิน</li>
<li dir="auto">สร้างความร่วมมือ ติดตาม ประเมินผล ให้คำแนะนำ สื่อสารกลยุทธ์ความยั่งยืน และผลการดำเนินงาน</li>
<li dir="auto">ประสบการณ์ในสายงาน 3 ปีขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Specialist)</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ประมวลผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร</li>
<li dir="auto">เสนอแนวทางการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมองค์กรด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม</li>
<li dir="auto">เข้าใจเงื่อนไขทางอุตสาหกรรม การรายงานการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก</li>
<li dir="auto">เก็บข้อมูลเพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ระดับองค์กร (CFO) หรือผลิตภัณฑ์ (CFP)</li>
<li dir="auto">ประมวลผลบัญชีปริมาณก๊าซเรือนกระจก ใช้สารสนเทศก๊าซเรือนกระจก เช่น GIS / ETS</li>
<li dir="auto">เข้าใจมาตรฐานทั้งในประเทศไทยและสากล เช่น GHG Protocol และ ISO 14000</li>
<li dir="auto">เข้าใจความเสี่ยง Climate Risks และ Transition Risks ขององค์กร</li>
<li dir="auto">วิเคราะห์ความคุ้มค่าในตลาดการซื้อขายคาร์บอน (Carbon Market)</li>
<li dir="auto">ประสบการณ์ในสายงาน 3 ปีขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">นอกจากนี้ ยังกำหนด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทักษะทั่วไป</span> (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">General</span> Skills) ที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมีเหมือนกัน ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">1. การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking)</div>
<div dir="auto">2. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)</div>
<div dir="auto">3. สามารถทำงานเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ (Leadership)</div>
<div dir="auto">4. การนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่ายด้วย Data Visualization / Dashboard</div>
<div dir="auto">5. วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สื่อสาร สร้างแรงจูงใจให้เครือข่าย</div>
<div dir="auto">6. สื่อสารภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละด้าน</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
