<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 07 Jun 2026 08:57:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Time Out เปิดผลสำรวจ​ 10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; แห่งปี 2026 &#8216;บาธ&#8217; แห่งสหราชอาณาจักร ครองอันดับ 1 โดดเด่นด้วย &#8216;Green infrastructure Framework&#8217; คะแนนพื้นที่สีเขียว 94%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/10-world-best-cities-green-space/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jun 2026 08:16:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[Green Space]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Time Out]]></category>
		<category><![CDATA[world’s best cities for green space]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จัดอันดับเมืองสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42129</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่สีเขียว พื้นที่ธรรมชาติหรือพื้นที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น กำหนดขึ้นในเมืองหรือชุมชน ปกคลุมด้วยพืชพรรณเป็นองค์ประกอบหลัก มีประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ การดำรงชีวิตและคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งสำคัญของพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะในเขตเมืองไม่เพียงแค่มีอยู่ แต่ยังต้องได้รับการดูแล พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยังคงอยู่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พื้นที่สีเขียวที่มีความยั่งยืน ประกอบด้วยพืชพรรณที่มีความหลากหลายทั้งชนิด และปริมาณ โดยมีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก และได้รับการดูแลบำรุงรักษาให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อสมดุลทางระบบนิเวศ เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี สวยงาม ร่มเย็น น่าอยู่ และเพิ่มองค์ประกอบของการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในเมือง ชุมชน และผู้มาเยือน ตลอดจนเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย สำรวจ 10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด พื้นที่สีเขียว นับว่ามีความสำคัญต่อชีวิตคนเมืองไม่น้อยไปกว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้ชีวิต จากรายงาน Time Out’s Best Cities with Intrepid Travel โดย Time Out ได้มีการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวในปี 2026 จากการสอบถามกลุ่มเป้าหมายกว่า 24,000 คน พบว่า เมลเบิร์น ออสเตรเลีย คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/10-world-best-cities-green-space/">Time Out เปิดผลสำรวจ​ 10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; แห่งปี 2026 &#8216;บาธ&#8217; แห่งสหราชอาณาจักร ครองอันดับ 1 โดดเด่นด้วย &#8216;Green infrastructure Framework&#8217; คะแนนพื้นที่สีเขียว 94%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พื้นที่สีเขียว</strong> พื้นที่ธรรมชาติหรือพื้นที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น กำหนดขึ้นในเมืองหรือชุมชน ปกคลุมด้วยพืชพรรณเป็นองค์ประกอบหลัก มีประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ การดำรงชีวิตและคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งสำคัญของพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะในเขตเมืองไม่เพียงแค่มีอยู่ แต่ยังต้องได้รับการดูแล พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยังคงอยู่อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-42129"></span></p>
<p>ทั้งนี้ พื้นที่สีเขียวที่มีความยั่งยืน ประกอบด้วยพืชพรรณที่มีความหลากหลายทั้งชนิด และปริมาณ โดยมีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก และได้รับการดูแลบำรุงรักษาให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อสมดุลทางระบบนิเวศ เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี สวยงาม ร่มเย็น น่าอยู่ และเพิ่มองค์ประกอบของการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในเมือง ชุมชน และผู้มาเยือน ตลอดจนเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย</p>
<p><strong>สำรวจ </strong><strong>10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด </strong></p>
<p>พื้นที่สีเขียว นับว่ามีความสำคัญต่อชีวิตคนเมืองไม่น้อยไปกว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้ชีวิต จากรายงาน <strong>Time Out’s Best Cities with Intrepid Travel </strong>โดย Time Out ได้มีการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวในปี 2026 จากการสอบถามกลุ่มเป้าหมายกว่า 24,000 คน พบว่า <strong>เมลเบิร์น ออสเตรเลีย คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลก </strong>ไปครอง ตามมาด้วย อันดับ 2 เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อันดับ 3 เอดินบะระ สหราชอาณาจักร อันดับ 4 ลอนดอน สหราชอาณาจักร  และอันดับ 5 นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตามลำดับ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมี <strong>การจัดอันดับเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด</strong> จากการสำรวจชาวเมืองหลายพันคน ใน 150 เมืองทั่วโลก โดยให้​ประชาชนซึ่งอาศัยภายในเมืองนั้นๆ จริง ได้ให้​คะแนนการมีพื้นที่สีเขียวและความสามารถในการเข้าถึงธรรมชาติของแต่ละเมืองที่ตัวเองอาศัยเอาไว้ โดยพบ 10 เมือง​ที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละประเทศ ดังนี้</p>
<p><strong>1. บาธ (</strong><strong>Bath) สหราชอาณาจักร</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว : 94%</p>
<p><strong>&#8216;เมืองบาธ&#8217;</strong> ไม่เพียงล้อมรอบด้วยชนบทคอตส์โวลด์ (Cotswolds) ที่เขียวขจีเท่านั้น แต่ตัวเมืองเองยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น Prior Park Landscape Garden สวนสวยสุดคลาสสิค ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ภายใต้การดูแลขององค์การอนุรักษ์แห่งชาติ (National Trust) นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักสำรวจที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพราะมีการจัดทำคู่มือเดินป่าทั้งเส้นทางระยะสั้น และระยะยาวไว้ด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ ตามแผนพัฒนาพื้นที่สีเขียว ปี 2025 &#8211; 2035 ยังได้กำหนดกรอบการทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวไว้อย่างต่อเนื่อง (Green Infrastructure Framework) ทำให้มั่นใจได้ว่าอนาคตของเมืองบาธจะยังคงยั่งยืน เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศได้ดียิ่งขึ้น รวมท้ังการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวทุกส่วน​อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่สวนสาธารณะ สวนหย่อม ไปจนถึงคลอง (Blue and Green Corridors) รวมทั้งการระบายน้ำอย่างยั่งยืน</p>
<figure id="attachment_42131" aria-describedby="caption-attachment-42131" style="width: 856px" class="wp-caption alignnone"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-42131 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155441327.jpg" alt="" width="856" height="536" /><figcaption id="caption-attachment-42131" class="wp-caption-text">Photograph: Pajor Pawel / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>2. ชิคาโก้ (</strong><strong>Chicago) ประเทศสหรัฐอเมริกา</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 89 %</p>
<p><strong>&#8216;ชิคาโก้&#8217;</strong> ศูนย์กลางของตึกสูงระฟ้า แต่ก็ยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว จนได้รับฉายาว่า <strong>&#8216;เมืองในสวน&#8217;</strong> ข้อมูลจากหน่วยงานดูแลสวนสาธารณะแห่งชิคาโก้ (Chicago Park District) ระบุว่า ชิคาโก้มีสวนสาธารณะมากกว่า 600 แห่ง กระจายอยู่บนพื้นที่กว่า 8,800 เอเคอร์</p>
<p>นอกจากนี้ ชิคาโก้ยังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น Wild Mile โครงการของ Urban Rivers ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร สวนนิเวศลอยน้ำแห่งแรกของโลก ที่มีสิ่งแวดล้อมเลียนแบบระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งอาจพบได้ในพื้นที่ของชิคาโก้เมื่อนานมาแล้วก่อนที่เมืองจะได้รับการพัฒนาขึ้น</p>
<figure id="attachment_42132" aria-describedby="caption-attachment-42132" style="width: 864px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="wp-image-42132 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155465085.jpg" alt="" width="864" height="539" /><figcaption id="caption-attachment-42132" class="wp-caption-text">Photograph: Page Light Studios / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>3. มอนทรีออล (</strong><strong>Montreal) ประเทศแคนาดา</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 88%</p>
<p><strong>&#8216;มอนทรีออล&#8217;</strong> เมืองศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดของรัฐควิเบก และเป็นอันดับสองของแคนาดา ไม่เพียงได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพของพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ชื่อเมืองยังมีความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ โดยในปี ค.ศ. 1535 นักสำรวจชาวฝรั่งเศส ฌาคส์ การ์ติเยร์  (Jacques Cartier) ที่ได้ขนานนามเนินเขา 3 ยอดอันโด่งดังของเมืองว่า “เมาท์ รอยัล” (Mount Royal) และเชื่อกันว่าชื่อ &#8220;มอนทรีออล&#8221; มีที่มาจากชื่อดังกล่าว โดยใช้แทนชื่อเดิม คือ วิลล์ แมรี (Ville Marie)</p>
<p>ในสวนที่มีพื้นที่ทอดยาวกว่า 190 เฮกตาร์ ประกอบไปด้วย เส้นทางสำหรับเดินป่าหรือปั่นจักรยานในฤดูร้อน จุดสำหรับเล่นสกีครอสคันทรีและสำหรับเดินบนหิมะ ป่าไม้ที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ, พื้นที่ชุ่มน้ำ, ทะเลสาบบีเวอร์ (Beaver Lake) และนกมากกว่า 180 สายพันธุ์</p>
<p>อีกทั้ง เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์ที่ได้รับการดูแลอย่างดี และสวนสาธารณะฌอง ดราโป ที่ทอดยาวไปทั่วเกาะแซงต์ เอเลน (Sainte-Hélène) และเกาะน็อทร์ ดาม (Notre-Dame) สะท้อนความสมดุลที่ลงตัวระหว่างระบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวเป็นอย่างดี</p>
<figure id="attachment_42133" aria-describedby="caption-attachment-42133" style="width: 860px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="wp-image-42133 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155500241.jpg" alt="" width="860" height="534" /><figcaption id="caption-attachment-42133" class="wp-caption-text">Photograph: Firefighter Montreal / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>4. ริกา (</strong><strong>Riga) ประเทศลัตเวีย</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 87%</p>
<p><strong>&#8216;ริกา&#8217; </strong>หนึ่งในเมืองที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูลการวิเคราะห์พื้นที่สีเขียวผ่านดาวเทียม ของเว็บไซต์ HUGSI.green พบว่า 47% ของพื้นที่เมืองเป็นพื้นที่สีเขียว และมีพื้นที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ถึง 39% นอกจากนี้ ริกายังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมืองสีเขียวของสหภาพยุโรป ที่นำโดยนายกเทศมนตรี และได้กำหนดพันธสัญญาในการอนุรักษ์สวนสาธารณะในเมืองเพื่อสนับสนุนสภาพภูมิอากาศเฉพาะถิ่นและป้องกันผลกระทบจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (ปรากฏการณ์ที่เมืองมีพื้นผิวถนนลาดยางและคอนกรีตจำนวนมาก ทำให้เมืองกักเก็บความร้อนได้มากกว่าในชนบท)</p>
<figure id="attachment_42134" aria-describedby="caption-attachment-42134" style="width: 859px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42134 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155513960.jpg" alt="" width="859" height="538" /><figcaption id="caption-attachment-42134" class="wp-caption-text">Photograph: kavalenkava / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>5. เมลเบิร์น (</strong><strong>Melbourne) ประเทศออสเตรเลีย</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 87%</p>
<p><strong>&#8216;เมลเบิร์น&#8217;</strong>​ เมือง​ใหญ่​อันดับสองของออสเตรเลีย และได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกโดย Time Out เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การเข้าถึงธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวของเมืองนี้ นับเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสิน</p>
<p>หากย้อนไปในปี 2018 เมลเบิร์นได้เกิดไอเดียในการสร้างอีเมลประจำต้นไม้แต่ละต้น ซึ่งมีมากกว่า 70,000 ต้น เพื่อให้ชาวเมืองสามารถติดตามสถานภาพของต้นไม้ได้ สิ่งทีเกิดขึ้น คือ ชาวเมืองต่างเขียนจดหมายรักถึงต้นไม้แทน โดยจดหมายที่ส่งถึงต้นไม้ต้นต่างๆ ทั่วเมลเบิร์น ยังถูกรวบรวมโดยสถานีโทรทัศน์ ABC อีกด้วย</p>
<figure id="attachment_42135" aria-describedby="caption-attachment-42135" style="width: 858px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42135 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155526838.jpg" alt="" width="858" height="544" /><figcaption id="caption-attachment-42135" class="wp-caption-text">Photograph: Paul Harding 00 / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>6. เคปทาวน์ (</strong><strong>Cape Town) ประเทศแอฟริกาใต้</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 86%</p>
<p><strong>&#8216;เคปทาวน์&#8217;</strong> เมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขาแหล่งคุ้มครองพันธุ์พืชเคปฟอรัล (Cape Floral Region) หนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกและเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก แบ่งออกเป็น 13 กลุ่มที่แตกต่างกันออกไป ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติเทเบิลเมาน์เทน (Table Mountain National Park) และเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่ง (Garden Route Complex) พื้นที่รวมทั้งหมดกว่า 1,094,741 เฮกตาร์ และจากข้อมูลของ Cape Nature พบว่า 70% ของพืชที่เติบโตที่นี่ไม่สามารถพบได้ในพื้นที่อื่นในโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่ 86% ของชาวเคปทาวน์รู้สึกขอบคุณที่มีสิ่งนี้อยู่รอบๆ ตัวพวกเขา</p>
<figure id="attachment_42136" aria-describedby="caption-attachment-42136" style="width: 855px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42136 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155535596.jpg" alt="" width="855" height="536" /><figcaption id="caption-attachment-42136" class="wp-caption-text">Photograph: RomanSlavik.com / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>7. สิงคโปร์ (</strong><strong>Singapore)</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 86%</p>
<p><strong>&#8216;สิงคโปร์&#8217;</strong> ให้ความสำคัญกับการดูแลธรรมชาติอย่างมาก นับตั้งแต่ปี 1967 สิงคโปร์ วางเป้าหมาย ในการทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็น ‘<strong>Garden City</strong>’ และในปัจจุบัน<strong> เกือบ 50% ของพื้นที่ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยพื้นที่สีเขียว</strong> สวนการ์เดนส์บายเดอะเบย์ (Gardens by the Bay) ขนาด 250 เอเคอร์ ที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่จากการถมทะเล เป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์</p>
<p>รวมถึงเป้าหมายของสิงคโปร์ ในการมุ่งสู่เมืองสีเขียวที่สุดในโลกภายในปี 2030 ตามแผนสีเขียวที่ยั่งยืน ในการเดินหน้าปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นในเมือง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครัวเรือนจะสามารถเดินไปยังพื้นที่สีเขียวได้ภายใน 10 นาที</p>
<figure id="attachment_42137" aria-describedby="caption-attachment-42137" style="width: 849px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42137 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155544138.jpg" alt="" width="849" height="528" /><figcaption id="caption-attachment-42137" class="wp-caption-text">Photograph: Wirestock Creators / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>8. เมเดยิน (</strong><strong>Medellín) ประเทศโคลอมเบีย</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 86%</p>
<p><strong>&#8216;เมเดยิน&#8217; </strong>เมืองใหญ่อันดับสองของโคลอมเบีย ครองอันดับหนึ่งในการจัดอันดับเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุดในปี 2025 ที่ผ่านมา โดย 92% ของชาวเมือง ให้คะแนนสูงในด้านของพื้นที่ธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แม้ในปี 2026 คะแนนความพึงพอใจจะลดลง 6% แต่พื้นที่สีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ของเมืองนี้ ก็ยังคงได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 86% จากชาวเมือง</p>
<p>แม้ว่าเมเดยิน จะได้รับการขนานนามว่า <strong>&#8216;เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิชั่วนิรันดร์&#8217;</strong> จากอุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันสูงอย่างต่อเนื่อง แต่จุดเด่นของเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอย่าง<strong> &#8216;ทางเดินสีเขียว&#8217;</strong> ที่มีการปลูกตามถนนคอนกรีตเป็นหลักในปี 2016 ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิของเมืองลดลง 2 องศาเซลเซียสใน 3 ปีหลังจากนั้น</p>
<figure id="attachment_42138" aria-describedby="caption-attachment-42138" style="width: 856px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42138 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155558030.jpg" alt="" width="856" height="541" /><figcaption id="caption-attachment-42138" class="wp-caption-text">Photograph: oscar garces / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>9. สตอกโฮล์ม (</strong><strong>Stockholm) ประเทศสวีเดน</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 86 %</p>
<p>เมืองหลวงของสวีเดนเป็นหนึ่งในเมืองสีเขียวที่สุดในยุโรปมาเป็นระยะเวลานาน <strong>&#8216;สตอกโฮล์ม&#8217;</strong> เป็นเมืองแรกที่ได้รับรางวัลเมืองหลวงสีเขียวแห่งยุโรป (European Green Capital) ในปี 2010 และรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>จากรายงานของ หอการค้าสตอกโฮล์ม พบว่า 84% ของผู้อยู่อาศัยในเขตสตอกโฮล์มอาศัยอยู่ในเมืองที่มีแนวคิด  <strong>&#8216;เมือง 15 นาที&#8217;</strong> (การเดินทางไปยังสถานที่สำคัญในเวลาอันสั้น) ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติในเมืองแห่งแรกของโลก โดยมีศูนย์กลางคือสวนรอยัลดจูร์การ์เดน (Royal Djurgården) ซึ่งทอดยาวจากเซอเรนทอร์ป (Sörentorp) และอุลริกส์ดาล (Ulriksdal) ไปจนถึงดจูร์การ์เดน (Djurgården) และเกาะเฟียเดอร์โฮลมาร์นา (Fjäderholmarna) ปอดสีเขียวขนาดใหญ่ดังกล่าว เป็นที่ตั้งของป่าโอ๊กโบราณ จุดว่ายน้ำตามโขดหิน และเส้นทางปั่นจักรยานอีกด้วย</p>
<figure id="attachment_42139" aria-describedby="caption-attachment-42139" style="width: 854px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42139 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155571035.jpg" alt="" width="854" height="540" /><figcaption id="caption-attachment-42139" class="wp-caption-text">Photograph: Mikael Damkier / Shutterstock</figcaption></figure>
<p><strong>10. ฮัมบูร์ก (</strong><strong>Hamburg) ประเทศเยอรมนี</strong></p>
<p>คะแนนพื้นที่สีเขียว: 85%</p>
<p>เมืองฮัมบูร์กติดอันดับที่ 10 เมืองที่มีพื้นที่สีเขียวที่ดีที่สุด เหตุผลที่ชาวเมืองให้คะแนนสูงกว่า 85% เนื่องจากตลอดศตวรรษที่ผ่านมา ฮัมบูร์ก ได้ถูกออกแบบตามโครงการขนาดใหญ่ที่เรียกว่า &#8216;<strong>Green Network Hamburg&#8217;</strong> เชื่อมโยงเส้นทางน้ำของเมือง สวนสาธารณะ สวนชานเมือง และถนนที่มีต้นไม้เรียงราย นอกจากนี้ ฮัมบูร์กยังเป็นผู้นำในด้านอุตสาหกรรมหลังคาสีเขียว และมีมาตรการจูงใจให้ผู้อยู่อาศัยและธุรกิจต่างๆ ปรับปรุงอาคารบ้านเรือนของตนอีกด้วย</p>
<figure id="attachment_42140" aria-describedby="caption-attachment-42140" style="width: 855px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-42140 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1780155580991.jpg" alt="" width="855" height="529" /><figcaption id="caption-attachment-42140" class="wp-caption-text">Photograph: ruzanna / Shutterstock</figcaption></figure>
<p>นอกจาก 10 อันดับข้างต้นแล้ว เมืองที่มีพื้นที่สีเขียวและการเข้าถึงธรรมชาติที่ดีที่สุด อันดับที่ 11 &#8211; 20 ในปี 2026 ตามความเห็นของชาวเมือง ได้แก่</p>
<p>11. ปักกิ่ง ประเทศจีน (84%)</p>
<p>12. เวียนนา ประเทศออสเตรีย (83%)</p>
<p>13. เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ (83%)</p>
<p>14. กรากุฟ ประเทศโปแลนด์ (82%)</p>
<p>15. ออสโล ประเทศนอร์เวย์ (81%)</p>
<p>16. โซล ประเทศเกาหลีใต้ (80%)</p>
<p>17. ทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย (79%)</p>
<p>18. โอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ (78%)</p>
<p>19. ลักเซมเบิร์ก ประเทศลักเซมเบิร์ก (78%)</p>
<p>20. เซาเปาโล ประเทศบราซิล (76%)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิง : Time Out , สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/10-world-best-cities-green-space/">Time Out เปิดผลสำรวจ​ 10 &#8216;เมืองสีเขียว&#8217; แห่งปี 2026 &#8216;บาธ&#8217; แห่งสหราชอาณาจักร ครองอันดับ 1 โดดเด่นด้วย &#8216;Green infrastructure Framework&#8217; คะแนนพื้นที่สีเขียว 94%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jun 2026 06:11:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Emerging]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Rating]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Turnaround]]></category>
		<category><![CDATA[ESG100]]></category>
		<category><![CDATA[Thaipat]]></category>
		<category><![CDATA[Thaipat Institute]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบหลักทรัพย์ ESG]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุนสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันไทยพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42200</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้าทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรก พร้อมกับจัดทำ 100 รายชื่อหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2569 ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 สถาบันไทยพัฒน์ โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย และเป็นผู้จัดทำข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ได้จัดทำรายชื่อหลักทรัพย์มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ประจำปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 บริษัท/กองทุน/ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ESG จาก 6 แหล่ง [1] จำนวนกว่า 17,242 จุดข้อมูล ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธาน สถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า “การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าใหม่ในทำเนียบ ESG100 ในปีนี้ พิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/">ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์</strong><strong>ที่เข้าทำเนียบ </strong><strong>ESG100 </strong><strong>เป็นครั้งแรก พร้อมกับจัดทำ</strong><strong> 100 </strong><strong>รายชื่อ</strong><strong>หลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (</strong><strong>Environmental Social and Governance: ESG) </strong><strong>จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ.</strong><strong> 2569 </strong><strong>ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>12</strong></p>
<p><span id="more-42200"></span></p>
<p>สถาบันไทยพัฒน์ โดยหน่วยงาน ESG Rating ซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย และเป็นผู้จัดทำข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ได้จัดทำรายชื่อหลักทรัพย์มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ประจำปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 บริษัท/กองทุน/ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทำการประเมินโดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ESG จาก 6 แหล่ง <a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a> จำนวนกว่า 17,242 จุดข้อมูล</p>
<p><strong>ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ</strong> ประธาน สถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า <em>“</em><em>การพิจารณาคัดเลือก</em><em>หลักทรัพย์เข้าใหม่ในทำเนียบ </em><em>ESG100 </em><em>ในปีนี้ พิจารณาจากข้อมูลการดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน </em><em>ESG </em><em>ตามที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ และผ่านเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้นที่ใช้ในการประเมินหลักทรัพย์ </em><em>ESG100 </em><em>ของสถาบันไทยพัฒน์ โดยอ้างอิงตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ </em><em>WFE, GRI, IFRS, UN PRI</em><em>”</em></p>
<p>สำหรับหลักทรัพย์ซึ่งได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรกในปีนี้ มีจำนวน 17 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย  ASW BTG CCET CTW DITTO DMT IMPACT KCC METCO MRDIYT NTF PSGC SCGD TIPH TMAN TMW TRT</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42201 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ESG-Emerging.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในปี 2569 นี้ สถาบันไทยพัฒน์ยังได้คัดเลือกและจัดทำรายชื่อหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการพลิกฟื้นกลุ่ม ESG Turnaround เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับการลงทุนที่คำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ด้วยโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและมีปัจจัย ESG สนับสนุน</p>
<p>สำหรับหลักทรัพย์กลุ่ม ESG Turnaround ประกอบด้วย DUSIT HANA PAP PTTGC SNC TKS TMT TWPC  รวมจำนวน 8 หลักทรัพย์</p>
<p>การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการพลิกฟื้นกลุ่ม ESG Turnaround ในปีนี้ เป็นปีที่สี่ของการจัดทำรายชื่อบริษัทที่มี ESG ซึ่งได้ตามเกณฑ์ในรอบปีการประเมิน แต่ยังมีผลประกอบการติดลบหรือต่ำกว่าตลาด (Underperform) โดยมีสัญญาณการพลิกฟื้นและโอกาสในการไต่ระดับขึ้น (Upside) ของราคาหลักทรัพย์ จากการฟื้นตัวของตลาด และศักยภาพในธุรกิจแกนหลัก (Core Business) ของกิจการที่มี ESG เป็นปัจจัยสนับสนุน</p>
<p>ทั้งนี้ หลักทรัพย์กลุ่ม ESG100 ที่ได้รับคัดเลือกในปี 2569 จะใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการปรับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของ Thaipat ESG Index ประจำปี สำหรับใช้เป็นดัชนีเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุน (Benchmark Index) และใช้เป็นดัชนีอ้างอิงสำหรับการลงทุนแก่บริษัทจัดการลงทุนที่มีการให้บริการผลิตภัณฑ์การลงทุนในธีม ESG โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ S&amp;P Dow Jones&#8217; Custom Indices</p>
<p>สำหรับรายชื่อหลักทรัพย์กลุ่ม ESG100 ที่ได้รับคัดเลือกตั้งแต่ปี พ.ศ.2558-2568 สถาบันไทยพัฒน์ได้ทำการเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ https://thaipat.esgrating.com</p>
<p><em>หมายเหตุ: การนำเสนอข้อมูลกลุ่มหลักทรัพย์จดทะเบียน </em><em>ESG100 </em><em>รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่สถาบันไทยพัฒน์เป็นผู้ประเมิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้เป็นข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นคำแนะนำในการลงทุน หรือการเสนอซื้อเสนอขายใดๆ ทั้งสิ้น</em></p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1"><em><strong>[1]</strong></em></a> <em>ประกอบด้วย ข้อมูลในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคมในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี</em><em>/</em><em>รายงานประจำปี</em><em> (แบบ 56-1 </em><em>One Report</em><em>) <strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์</strong> ข้อมูลการประเมินการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน (</em><em>ESG Rating) </em><strong><em>บริษัท อีเอสจี เรตติ้ง จำกัด</em></strong><em> ข้อมูลรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน <strong>ประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (</strong></em><strong><em>SDC)</em></strong> <em>ข้อมูลผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (</em><em>CG Scoring) </em><strong><em>สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (</em></strong><strong><em>IOD)</em></strong> <em>ข้อมูลโครงการประเมินระดับการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ (</em><em>CSR Progress Indicator) </em><strong><em>สถาบันไทยพัฒน์</em></strong><em> และข้อมูลการประเมินระดับการต้านทุจริตของกิจการ </em><em>(</em><em>Anti-corruption Indicator) </em><strong><em>เครือข่ายหุ้นส่วนต้านทุจริตเพื่อประเทศไทย </em></strong><strong><em>(</em></strong><strong><em>PACT)</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/thaipat-release-esg-100-2026/">ไทยพัฒน์ เปิดโผ 17 หุ้น ESG เข้าใหม่ ปี 2569 พร้อมจัดทำรายชื่อหุ้น ESG100 ให้ผู้ลงทุนสถาบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 May 2026 16:29:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[IUCN]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Positive]]></category>
		<category><![CDATA[NatureBased]]></category>
		<category><![CDATA[NatureBasedSolutions]]></category>
		<category><![CDATA[NbS]]></category>
		<category><![CDATA[Regeneration]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พรฤทัย โชติวิจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42115</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือรากฐานของการพัฒนา ขณะที่ในปัจจุบันการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตามปกติ (Business-as-usual) กำลังขับเคลื่อนการเสื่อมถอยให้แก่ธรรมชาติ โดยธุรกิจนั้น มีทั้งการพึ่งพา ขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบต่อความหลากหลายทางธรรมชาติด้วย ข้อมูลจากเวที Biodiversity Collapse : ธรรมชาติเสื่อม กับความเสี่ยงและการปรับตัว ​ภายใต้งานครบรอบ 33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  &#8216;สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย&#8217;  พื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และมุมมองต่อสัญญาณเตือนของวิกฤติธรรมชาติเสื่อมถอยและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในระดับโลก ภูมิภาคอาเซียน และ ประเทศไทย โดย​นำเสนอแนวคิด เครื่องมือ และทิศทางใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือวิกฤติสิ่งแวดล้อม อาทิ รายงานสิ่งแวดล้อมโลก แนวโน้มการพัฒนาแบบ (Nature-Positive) การปรับตัวของภาคธุรกิจที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ทิศทางนโยบายสีเขียวของอาเซียน (Green Policy) เส้นทางและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU) เครื่องมือทางการเงิน Nature Credits ที่เชื่อมโยง &#8216;ธรรมชาติ–เศรษฐกิจ&#8217; ตลอดจนแนวทาง Green Development ของจีน และบทบาทประเทศไทยต่อพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/">เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะ &#8216;<strong>ธรรมชาติ&#8217;</strong> คือรากฐานของการพัฒนา ขณะที่ในปัจจุบันการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตามปกติ (Business-as-usual) กำลังขับเคลื่อนการเสื่อมถอยให้แก่ธรรมชาติ โดยธุรกิจนั้น มีทั้งการพึ่งพา ขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบต่อความหลากหลายทางธรรมชาติด้วย</p>
<p><span id="more-42115"></span></p>
<p>ข้อมูลจากเวที <strong>Biodiversity Collapse : ธรรมชาติเสื่อม กับความเสี่ยงและการปรับตัว</strong> ​ภายใต้งานครบรอบ 33 ปี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><span class="xt0psk2"><span class="xjp7ctv">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  &#8216;<strong>สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย&#8217;  </strong></span></span></span>พื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และมุมมองต่อสัญญาณเตือนของวิกฤติธรรมชาติเสื่อมถอยและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในระดับโลก ภูมิภาคอาเซียน และ ประเทศไทย</p>
<p>โดย​นำเสนอแนวคิด เครื่องมือ และทิศทางใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือวิกฤติสิ่งแวดล้อม อาทิ รายงานสิ่งแวดล้อมโลก แนวโน้มการพัฒนาแบบ (Nature-Positive) การปรับตัวของภาคธุรกิจที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ทิศทางนโยบายสีเขียวของอาเซียน (Green Policy) เส้นทางและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU) เครื่องมือทางการเงิน Nature Credits ที่เชื่อมโยง &#8216;ธรรมชาติ–เศรษฐกิจ&#8217; ตลอดจนแนวทาง Green Development ของจีน และบทบาทประเทศไทยต่อพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่ คุ้มครอง (OECMs: Other Effective area-based Conservation Measures)</p>
<p>เวทีนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ตรง เพื่อร่วมกันมองหาแนวทางการปรับตัวและความร่วมมือ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับประเทศไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42117 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0021-1024x576.jpg" alt="" width="1024" height="576" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">
<p><strong>คุณพรฤทัย โชติวิจิตร</strong> เจ้าหน้าที่ติดตามและประเมินผลโครงการ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ​ระบุว่า <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ระบบนิเวศ</span> คือรากฐานสำคัญที่มนุษย์กำลังพึ่งพาอยู่ โดย​องค์ประกอบ​ทุกอย่างในการดำรงชีวิตล้วนอยู่ภายใต้ <strong>&#8216;บริการของระบบนิเวศ&#8217;</strong> ในมิติด้านการสนับสนุนต่อไปนี้</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านการเป็นแหล่งผลิต</strong> (Provisioning Services) ในฐานะแหล่งกำเนิดทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เช่น น้ำสะอาด แร่ธาตุ วัตถุดิบต่างๆ รวมถึงเป็นแหล่งอาหาร ยา และแหล่งรวมความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต</p>
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านการควบคุม</strong> (Regulating Services) ทั้งการควบคุมปรากฏการณ์และกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น ควบคุมสภาพภูมิอากาศ ผลิตออกซิเจน กักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยป้องกันการกัดเซาชายฝั่ง การย่อยสลาย การผสมเกษร เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; นิเวศบริการด้านวัฒนธรรม</strong> (Cultural Services) การสร้างคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ประเพณี แหล่งศึกษาความรู้ ไปจนถึงแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ</p>
</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่ 5 ปัจจัยสำคัญ ที่นำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบไปด้วย</div>
<div dir="auto"><strong>1. การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและมหาสมุทร :</strong> ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพถิ่นที่อยู่ของชนิดพันธุ์ท้องถิ่น เช่น การทำลายป่า การทำลายระบบนิเวศจากการใช้ประโยชน์เกินปริมาณ ทำให้แหล่งที่อยู่ของชนิดพันธุ์เกิดการกระจายตัว จนเกิดความลำบากในการขยายพันธุ์ การอยู่อาศัย และการหาอาหาร</div>
<div dir="auto"><strong>2. การใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด :</strong> ทั้งการใช้ประโยชน์จากชนิดพันธุ์พืช สัตว์ และระบบนิเวศโดยทั่วไป เช่น การล่าสัตว์ การทำไม้อย่างไม่ยั่งยืน การทำประมงเกินขนาด</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ :</strong> เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิ ฤดูกาล ปริมาณน้ำฝน ความแรงลมพายุ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ</div>
<div dir="auto"><strong>4. การก่อมลพิษ :</strong> การปล่อยสารอันตราย เช่น การใช้สารเคมี ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศ รวมถึงมลพิษจากแสงและเสียง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>5. การแพร่กระจายของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน :</strong> โดยการเข้ามาของสายพันธุ์ต่างถิ่นและแพร่กระจายได้ตามธรรมชาติ เป็นชนิดพันธุ์เด่นในสิ่งแวดล้อมใหม่ (Dominant Species) และเป็นชนิดพันธุ์ที่อาจทำให้ชนิดพันธุ์พื้นเมืองสูญพันธุ์ รวมไปถึงส่งผลคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพและก่อให้เกิดความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขอนามัย</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42118 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0032-1024x592.jpg" alt="" width="1024" height="592" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ทั้งนี้ จะเกิดผลกระทบและความเสียหายเหล่านี้ตามมา หากในระบบนิเวศเกิดการ​สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss)</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>1. ระบบนิเวศอ่อนแอลง ไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนเดิม</strong></div>
<p>&#8211; ทนต่อการเปลี่ยนแปลงได้น้อยลง ทั้งโลกร้อน โรคระบาด ชนิดพันธุ์รุกราน</p>
<p>&#8211; ความสามารถในการฟื้นตัวลดลง มีความเสี่ยงต่อการล่มสลายของระบบนิเวศ</p>
<p>&#8211; เกิดปัญหาต่อเนื่อง เช่น ดินเสื่อมคุณภาพ ดินพังทลาย ส่งผลต่อการเกษตรและความสามารถของพื้นที่ในการหล่อเลี้ยงชีวิต</p>
<p><strong>2. บริการระบบนิเวศ ที่มนุษย์พึ่งพาจะเสื่อมลง</strong></p>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<p>&#8211; เพราะความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นผู้ให้บริการทั้ง น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ เป็นผู้ช่วยผสมเกษร การสร้างดินใหม่ การกักเก็บคาร์บอนและการควบคุมคุณภาพอากาศ</p>
<p>&#8211; เมื่อความหลากหลายลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการให้บริการเหล่านี้ลดลง</p>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. กระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยตรง</strong></div>
<p>&#8211; หลายพื้นที่ทั่วโลกสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำกว่า 95%</p>
<p>&#8211; แม่น้ำใหญ่ 2 ใน 3 ถูกกั้นด้วยเขื่อนจนระบบนิเวศเปลี่ยน</p>
<p>&#8211; ชุมชนที่พึ่งพาน้ำและปลาในพื้นที่ เผชิญวิกฤตแหล่งอาหารและน้ำจืดอย่างรุนแรง</p>
</div>
<div dir="auto" style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-42119 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/0041-1024x576.jpg" alt="" width="1024" height="576" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ดังนั้น การขับเคลื่อน<strong> Nature Positive</strong> จึงเป็นเป้าหมายระดับโลกในการ &#8216;<strong>หยุดยั้งการสูญเสียและพลิกฟื้นธรรมชาติ&#8217;</strong> ภายในปี 2030 เทียบกับปีฐานในปี 2020 รวมทั้งสามารถมุ่งสู่การฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ได้ (Full Recovery) ภายในปี 2050 โดยวัดจากการเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมของความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลาย และความสามารถในการปรับตัวของทั้งชนิดพันธุ์ ระบบนิเวศ และกระบวนการทางธรรมขาติ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">รวมทั้งการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่สามารถวัดผลได้ทั้งต่อมนุษย์และธรรมชาติ เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงที่สำคัญทั้งการมีสุขภาพที่ดี และเศรษฐกิจที่ดี อยู่บนพื้นฐานของการมีธรรมชาติที่ดี ภายใต้ความร่วมมือในการเปลี่ยนของภาคเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ จากการมีส่วนร่วมทั้งการขับเคลื่อนในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และการวิจัย เพื่อส่งเสริมการปรับตัวโดยเฉพาะการทำธุรกิจจากรูปแบบปกติ มาสู่การทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อธรรมชาติ ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟู เพื่อลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42143 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/global-trends-nature-positive-by-iucn/">เพราะ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนา แต่การขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพึ่งพาและสร้างผลกระทบให้ระบบนิเวศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:37:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[EmissionsTradingSystem]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero2050]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41737</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ETS&#8217; หรือ Emissions Trading System​ คือ ระบบ ซื้อ-ขาย สิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG ถือเป็นหนึ่งกลไกในการ​ขับเคลื่อน​สู่เป้าหมาย NetZero2050 ภาครัฐ โด​ยหน่วยงาน​กำกับดูแล จะกำหนดสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (Free Allowance) ภายในประเทศ พร้อมกำหนด เพดาน การปล่อยสูงสุด (Cap)​ ตามขอบเขตอุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีการปรับลดเพดานลงอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่มีปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเพดานที่กำหนด ​สามารถซื้อสิทธิ์การปล่อย (Allowance) จากผู้ที่ปล่อยต่ำกว่าเพดาน หรือจากการประมูล เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับจากส่วนต่างที่เกิดขึ้น ศึกษา​ต้นแบบ EU ETS สหภาพยุโรป (EU) ถือเป็น​ผู้บุกเบิกระบบ ETS ของโลก ​เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2005 และนับว่าเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ​โดยครอบคลุมในภาคพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และการบินภายเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่​ 4 ครอบคลุมสถานประกอบการกว่า 11,000 แห่ง ใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/">ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;ETS&#8217;</strong> หรือ Emissions Trading System​ คือ ระบบ ซื้อ-ขาย สิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG</span> ถือเป็นหนึ่งกลไกในการ​ขับเคลื่อน​สู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">NetZero2050</span></p>
<p><span id="more-41737"></span></p>
<div dir="auto">ภาครัฐ โด​ยหน่วยงาน​กำกับดูแล จะกำหนดสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (Free Allowance) ภายในประเทศ พร้อมกำหนด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เพดาน</span> การปล่อยสูงสุด (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Cap</span>)​ ตามขอบเขตอุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีการปรับลดเพดานลงอย่างต่อเนื่อง</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">องค์กรที่มีปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเพดานที่กำหนด ​สามารถซื้อสิทธิ์การปล่อย (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Allowance</span>) จากผู้ที่ปล่อยต่ำกว่าเพดาน หรือจากการประมูล เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับจากส่วนต่างที่เกิดขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ศึกษา​ต้นแบบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EU</span> ETS</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สหภาพยุโรป</span> (EU) ถือเป็น​ผู้บุกเบิกระบบ ETS ของโลก ​เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2005 และนับว่าเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ​โดยครอบคลุมในภาคพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และการบินภายเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่​ 4 ครอบคลุมสถานประกอบการกว่า 11,000 แห่ง ใน 27 ประเทศสมาชิกและประเทศเชื่อมโยง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>เฟส 1 (2005 &#8211; 2007) ระยะทดลอง</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">กำหนด Free Allowance เกือบทั้งหมด</li>
<li dir="auto">ข้อมูลการปล่อยยังไม่แม่นยำ Allowance ล้นตลาด ราคาคาร์บอนตกต่ำ</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 2 (2008 &#8211; 2012) เริ่มใช้งาน</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ครอบคลุมอุตสาหกรรมมากขึ้น เน้น Free Allowance เป็นหลักแต่เข้มงวดขึ้น</li>
<li dir="auto">วิกฤตการเงินโลกทำให้การปล่อยลดลงเกินคาด ราคาผันผวน</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 3 (2013 &#8211; 2020) รวมศูนย์และเพิ่มการประมูล</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">กำหนด Cap ภาพรวมทั้ง EU แทนรายประเทศ เพิ่มระบบการประมูล</li>
<li dir="auto">เริ่มใช้ Market Stability Reserve (MSR) แก้ปัญหา Allowance ล้นตลาด</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 4 (2021 &#8211; 2030) บังคับใช้จริงจัง</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ลด Cap เร็วขึ้น ลด Free Allowance และเชื่อมโยงกับ CBAM</li>
<li dir="auto">ขยายระบบไปสู่ภาคใหม่ สำหรับกลุ่มอาคารและคมนาคม</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">บทเรียนสำคัญจากการที่สหภาพยุโรปนำระบบ EU ETS มาใช้ คือ ช่วยให้สามารถกำหนดเป้าหมายในการลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG</span> ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งการออกแบบตลาดคาร์บอนที่โปร่งใส ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับมาตรการทางการค้า ทำให้ระบบมีพลังใน​การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของ​ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">จับตา ETS <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ ประเทศไทยเองก็มี​​แนวโน้มในการนำระบบ ETS เข้ามาใช้เพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อควบคุมปริมาณการปล่อยกาซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHGEmission</span></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ดังนั้น การทำความเข้าใจระบบ ETS และเรียนรู้จากโมเดลการดำเนินงานของต่างประเทศ จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ประเทศ ทั้งด้านปฏิบัติการ (Operations) การเงิน (Finance) การรายงาน MRV ​(Measurement, Reporting และ Verification) ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ในระยะยาวของภาคธุรกิจ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">อย่างไรก็ตาม การนำระบบ ETS เข้ามาใช้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการช่วย​กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมเพื่อนำมาใช้​ลดต้นทุนโดยรวม และศักยภาพในการ​รลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องระมัดระวังการออกแบบระบบต่างๆ โดยเฉพาะ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">MRV</span> ที่ต้องมีความปลอดภัยระดับสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลทางการผลิต รวมทั้งการจัดสรรสิทธิ์อย่างยุติธรรม</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>ผลกระทบ ETS ต่อภาค<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อุตสาหกรรม</span></strong></div>
<div dir="auto"><strong>1. ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากราคาคาร์บอน</strong> : สะท้อนผ่านในหลายช่องทาง อาทิ ค่าไฟที่ปรับเพิ่มขึ้น หรือค่าใช้จ่ายในการซื้อสิทธิ์การปล่อย ทำให้โครงสร้างต้นทุนธุรกิจเปลี่ยนไป และอาจกระทบความสามารถในการแข่งขัน หากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน หรือปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>2. แรงจูงใจในการลงทุนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน :</strong> กลไก ETS จะทำหน้าที่เป็น ‘สัญญาณราคา’ กระตุ้นให้ภาคธุรกิจพิจารณาการลงทุนเพื่อลดคาร์บอนอย่างจริงจัง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงเครื่องจักร หรือนำเทคโนโลยีใหม่ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำมาใช้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. ความเสี่ยงต่อความผันผวนของตลาดคาร์บอน</strong> : ราคาสิทธิ์การปล่อยในระบบ ETS จะถูกกำหนดโดยอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐ ภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยทางพลังงาน ทำให้ราคาคาร์บอนมีความผันผวน ธุรกิจที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า อาจต้องเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาคาร์บอนปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>4. โอกาสทางการเงินและการสร้างมูลค่าใหม่ :</strong> บริษัทที่ปรับตัวได้เร็วและมีประสิทธิภาพ และสามารถลดการปล่อน GHG ได้ต่ำกว่าเพดาน จะมีสิทธิส่วนเกินซึ่งสามารถนำไปขายเพื่อเพิ่มรายได้ หรือนำไปชดเชยต้นทุนการดำเนินงาน ประกอบกับ ดีมานด์ในธุรกิจคาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้น จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสามารถเข้าถึง Green Finance ได้ง่ายขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>การเตรียมความพร้อมต่อมาตรการ ETS</strong></div>
<div dir="auto"><strong>1. การประเมินความพร้อมเบื้องต้น</strong> : ทำความเข้าใจภาพรวมการปล่อย GHG องค์กร (CFO) อย่างรอบด้าน ทั้ง 3 ระยะ ผ่านการวัดและการคำนวณตามมาตรฐานเพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ เพื่อประเมินสิทธิ์การปล่อย (Allowance) และวางแผนต้นทุนและกลยุทธ์การดำเนินงาน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>2. การพัฒนาระบบ MRV ที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานและยอมรับได้</strong> : ระบบการวัด การรายงาน และการทวนสอบ เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานในระบบ ETS ที่ต้องถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงควรมีการลงทุนในการติดตั้งระบบที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดใหญ่</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. การวางแผนกลยุทธ์ด้านการเงิน</strong> : เพื่อสามารถคำนวณผลกระทบได้ครอบคลุม ทั้งกระแสเงินสด งบกำไรขาดทุน และตุ้นทุนต่อหน่วยการการปล่อยคาร์บอน (Cost Per Ton Co2e) เพื่อมองผลกระทบได้ชัดเจน หรือพิจารณาใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาคาร์บอน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>4. การบริหารจัดการด้านการดำเนินงาน</strong> : ในเชิงปฏิบัติ การลด Emission อย่างยั่งยืน ต้องเกิดจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการใช้พลังงาน เช่น การปรับปรุงเครื่องจักร การใช้ระบบควบคุมอัจฉริยะ หรือการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>5. ความร่วมมือภายในห่วงโซ่อุปทาน</strong> : การเตรียมพร้อม ETS ไม่ควรจำกัดแค่ในองค์กร แค่ควรวางให้เชื่อมโยงกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อบรรลุ Net Zero เพื่อตัดสินใจด้านการลงทุน การจัดซื้อ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานได้อย่างสอดคล้องกัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>6. การมีส่วนร่วมกับนโยบายและกลไกสนับสนุน</strong> : โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ควนเข้าไปมีบทบาทเชิงรุก หรือมีส่วนร่วมด้านการกำหนดนโยบาย เช่น การให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานกำกับดูแลในช่วงรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้กฎเกณฑ์ที่ออกมาสามารถปฏิบัติได้จริง พร้อมทั้งโอกาสในการเข้าถึงกลไกสนับสนุนจากภาครัฐและภาคการเงิน เพื่อลดต้นทุนและเร่งการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/">ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:37:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[Competency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Development]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[FutureSkills]]></category>
		<category><![CDATA[GreenSkills]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Skillset]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableDevelopment]]></category>
		<category><![CDATA[การแข่งขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41733</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวง อว. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เดือนเมษายน 2569 กำหนด ‘ทักษะที่ต้องมี’ สำหรับสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) ​หรือ &#8216;Green Skills&#8217; เพื่อมุ่งพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ​ รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน พร้อม​กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ความยั่งยืน และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน คาร์บอนฟุตพรินท์ ทั้งนี้ ได้กำหนดทักษะสำคัญที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมี (Specialist Skills) แบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล, 2.ทักษะด้านการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการและขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และ 3. ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ โดยสามารถสรุป ทักษะเฉพาะ ของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานได้ ต่อไปนี้ 1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">กระทรวง อว. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เดือนเมษายน 2569 กำหนด <strong>‘ทักษะที่ต้องมี’</strong> สำหรับสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) ​หรือ <strong>&#8216;Green Skills&#8217; </strong>เพื่อมุ่งพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ​ รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน</div>
<p><span id="more-41733"></span></p>
<p>พร้อม​กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนฟุตพรินท์</span></p>
<p>ทั้งนี้ ได้กำหนดทักษะสำคัญที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมี (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Specialist</span> Skills) แบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล, 2.ทักษะด้านการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการและขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และ 3. ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โดยสามารถสรุป <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทักษะเฉพาะ</span> ของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานได้ ต่อไปนี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability Development Specialist)</strong></div>
<ul>
<li dir="auto"> พัฒนาและดำเนินกลยุทธ์ขององค์กร ที่เกี่ยวข้องกับ ESG</li>
<li dir="auto">เข้าใจอุตสาหกรรม นโยบาย กฎหมาย มาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งไทยและสากลอยู่เสมอ​ เช่น GRI, SASB, Paris Agreement และ ISO 14000</li>
<li dir="auto">วิเคราะห์ผลกระทบและความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Environmental</span> และความหลากหลายทางชีวภาพ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Biodiversity</span>) ความสัมพันธ์ชุมชน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Social</span> และธรรมาภิบาลองค์กร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Governance</span></li>
<li dir="auto">เก็บข้อมูลรอบด้าน จัดทำรายงานเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</li>
<li dir="auto">กำหนดเป้าหมายพาองค์กรสู่ความยั่งยืน ตามกรอบเวลา ต้นทุน ทรัพยากร เชื่อมโยงตัวชี้วัดทางการเงิน</li>
<li dir="auto">สร้างความร่วมมือ ติดตาม ประเมินผล ให้คำแนะนำ สื่อสารกลยุทธ์ความยั่งยืน และผลการดำเนินงาน</li>
<li dir="auto">ประสบการณ์ในสายงาน 3 ปีขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Specialist)</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ประมวลผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร</li>
<li dir="auto">เสนอแนวทางการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมองค์กรด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม</li>
<li dir="auto">เข้าใจเงื่อนไขทางอุตสาหกรรม การรายงานการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก</li>
<li dir="auto">เก็บข้อมูลเพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ระดับองค์กร (CFO) หรือผลิตภัณฑ์ (CFP)</li>
<li dir="auto">ประมวลผลบัญชีปริมาณก๊าซเรือนกระจก ใช้สารสนเทศก๊าซเรือนกระจก เช่น GIS / ETS</li>
<li dir="auto">เข้าใจมาตรฐานทั้งในประเทศไทยและสากล เช่น GHG Protocol และ ISO 14000</li>
<li dir="auto">เข้าใจความเสี่ยง Climate Risks และ Transition Risks ขององค์กร</li>
<li dir="auto">วิเคราะห์ความคุ้มค่าในตลาดการซื้อขายคาร์บอน (Carbon Market)</li>
<li dir="auto">ประสบการณ์ในสายงาน 3 ปีขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">นอกจากนี้ ยังกำหนด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทักษะทั่วไป</span> (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">General</span> Skills) ที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมีเหมือนกัน ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">1. การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking)</div>
<div dir="auto">2. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)</div>
<div dir="auto">3. สามารถทำงานเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ (Leadership)</div>
<div dir="auto">4. การนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่ายด้วย Data Visualization / Dashboard</div>
<div dir="auto">5. วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สื่อสาร สร้างแรงจูงใจให้เครือข่าย</div>
<div dir="auto">6. สื่อสารภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละด้าน</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มอง &#8216;การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ภาคพลังงานไทย&#8217; ป่าสาละ พัฒนา Net Zero Tracker เช็คลิสต์​เป้าหมาย​ &#8216;ทำจริง&#8217; หรือ&#8217;ฟอกเขียว&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/sal-forest-net-zero-tracker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2026 06:45:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Closed Loop Packaging System]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[bcp]]></category>
		<category><![CDATA[BGRIM]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[EGCO]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[Net zero tracker]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[RATCH]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SRPC]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ป่าสาละ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าสาละ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สฤณี อาชวานันทกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40915</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ป่าสาละ จำกัด บริษัทวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืน เปิดเผยผลการศึกษา การติดตามความก้าวหน้าด้าน &#8216;​การขับเคลื่อน​เป้าหมาย ​Net Zero 2050 ของภาค​พลังงาน&#8217; ผ่านเครื่องมือที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาสำหรับติดตามการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ของภาคธุรกิจโดยเฉพาะ ภายใต้แพลตฟอร์ม &#8216;Net Zero Tracker&#8217; สำหรับแพลตฟอร์ม Net Zero Tracker (www.netzerotracker.co) ถือเป็นแพลตฟอร์มแรกของประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้​ติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้า การดำเนินการสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ  Net Zero ของภาคธุรกิจ ภายหลังจากการประกาศเป้าหมายแล้วมีการขับเคลื่อนจริงเพื่อบรรลุเป้าหมายในแต่ละมิติอย่างไรบ้าง โดยเริ่มนำร่องใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมภาคพลังงานเป็นกลุ่มแรก และเลือกติดตามการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสูงสุดในระบบการจัดการพลังงานของประเทศ ​รวมทั้งบริษัทพลังงาน ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวม 10 แห่ง ประกอบด้วย ​1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย , 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , 3. บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/sal-forest-net-zero-tracker/">มอง &#8216;การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ภาคพลังงานไทย&#8217; ป่าสาละ พัฒนา Net Zero Tracker เช็คลิสต์​เป้าหมาย​ &#8216;ทำจริง&#8217; หรือ&#8217;ฟอกเขียว&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท ป่าสาละ จำกัด บริษัทวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืน เปิดเผยผลการศึกษา การติดตามความก้าวหน้าด้าน <strong>&#8216;​การขับเคลื่อน​เป้าหมาย ​Net Zero 2050 ของภาค​พลังงาน&#8217;</strong> ผ่านเครื่องมือที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาสำหรับติดตามการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ของภาคธุรกิจโดยเฉพาะ ภายใต้แพลตฟอร์ม<strong> &#8216;Net Zero Tracker&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-40915"></span></p>
<p>สำหรับแพลตฟอร์ม <strong>Net Zero Tracker</strong> (www.netzerotracker.co) ถือเป็นแพลตฟอร์มแรกของประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้​ติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้า การดำเนินการสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ  Net Zero ของภาคธุรกิจ ภายหลังจากการประกาศเป้าหมายแล้วมีการขับเคลื่อนจริงเพื่อบรรลุเป้าหมายในแต่ละมิติอย่างไรบ้าง โดยเริ่มนำร่องใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมภาคพลังงานเป็นกลุ่มแรก และเลือกติดตามการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสูงสุดในระบบการจัดการพลังงานของประเทศ ​รวมทั้งบริษัทพลังงาน ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวม 10 แห่ง ประกอบด้วย</p>
<p>​1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย , 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , 3. บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) , 4. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), 5. บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) , 6. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), 7. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), 8. บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) , 9. บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) และ 10. บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40927 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Re-ksarinee.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสฤณี อาชวานันทกุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสาละ จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมถึงการนำร่องใช้แพลตฟอร์ม <strong>&#8216;Net Zero Tracker&#8217;</strong> <strong>(NZT)</strong> ในกลุ่มภาคอุตสาหกรรมพลังงานว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง (High Emission) ​ในสัดส่วนที่มากกว่า 70% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ขณะเดียวกันยังมีความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะการใช้พลังงานหมุนเวียนในหลากหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงานต่างออกมาประกาศเป้าหมาย Net Zero เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</p>
<p>นอกจากนี้ การขยับเป้าหมาย​​ระดับประเทศให้เร็วขึ้น 15 ปี พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแผน NDC 3.0 ไว้ที่ 47% หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนในภาคพลังงานได้ ก็จะมีส่วนช่วยผลักดันประเทศไทยไปสู่เป้าหมายได้ตามแผนที่วางไว้ ประกอบกับการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายของภาคพลังงานมีความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อกลุ่ม​​ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายมิติ ทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือกลุ่มเปราะบาง ​การติดตามเพื่อให้เกิดกระบวนการในการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมจึงมีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน</p>
<p>สำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์มได้ทำการอ้างอิงเกณฑ์​การประเมินให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มในต่างประเทศอย่าง Climate Action 100+  ที่ศึกษาเรื่อง​การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของภาคธุรกิจ เพื่อประกอบการกำหนดเกณฑ์การประเมินในแต่ละมิติอย่างรอบด้าน ทำให้แพลตฟอร์มมีความแตกต่างจากมาตรฐานด้านความยั่งยืนอื่นๆ ที่อาจโฟกัสเรื่องของการรายงาน ขณะที่ Net Zero Tracker จะเน้นการติดตามเพื่อให้เกิด<strong> การแข่งขันที่ดี และการเปลี่ยนผ่านที่น่าเชื่อถือในภาคพลังงาน</strong> เนื่องจาก คะแนนที่ได้สะท้อนการขับเคลื่อนและผลการดำเนินงานจริงของแต่ละองค์กรผ่าน 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย 1. การกำหนดเป้าหมาย (Target)​ 2.การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล (Oversight and Disclosure) 3.ผลการดำเนินงาน (Performance) และ 4.การเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม (Just Transition) ซึ่งทั้ง 10 บริษัทสามารถเข้าไปดูคะแนนของตัวเองทั้งคะแนนโดยรวม คะแนนแต่ละด้าน รวมทั้งการเปรียบเทียบผลการดำเนินการของตัวเองและคู่แข่งเพื่อนำมาปรับปรุงแผนการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ให้มีประสิทธิภาพได้เพิ่มมากขึ้น​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40926 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/re-k-sarinee.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เครื่องมือนี้ยังสามารถเป็นตัวช่วยที่ดีของบริษัทพลังงานต่างๆ เพื่อสามารถทราบถึงสถานะในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะเป้าหมายสู่ Net Zero รวมทั้งการพิจารณาว่ามีเกณฑ์เรื่องใดบ้างที่ยังต้องปรับปรุงหรือเร่งเครื่องให้มากขึ้น โดยเฉพาะการประเมินทั้งมิติด้านข้อมูล เป้าหมาย และผลของการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้น ​​ทำให้ทราบว่าบริษัทต่างๆ ที่ออกมาประกาศเป้าหมาย Net Zero นั้น ได้มีการวางแผนงาน และการขับเคลื่อนจริงเป็นอย่างไร หรือมีเกณฑ์การชี้วัดอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา ซึ่งเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมานี้สามารถสะท้อนข้อเท็จจริง และความโปร่งใสต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ในอนาคตยังสามารถนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาหรือติดตามการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Fair Finance ซึ่งทางป่าสาละได้พัฒนามาก่อนหน้านี้ สำหรับติดตามการขับเคลื่อนความยั่งยืนในกลุ่มธุรกิจภาคการเงิน ทำให้ปัจจุบันมีความตื่นตัวด้านความยั่งยืน และมีการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเห็นการเปลี่ยนผ่านและการพัฒนาของ Sustainable Finance ได้อย่างชัดเจน และเชื่อว่าจะสามารถเกิดขึ้นในภาคพลังงานเช่นเดียวกัน&#8221;</em></p>
<p><strong>สรุปผลการประเมิน Net Zero Tracker ปีแรก พร้อม 3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย</strong></p>
<p>ทั้งนี้ ในส่วนผล​​การประเมินของ Net Zero Tracker ในปีแรก จากการติดตาม​​การขับเคลื่อน​เป้าหมาย ​Net Zero 2050 ของภาค​พลังงาน สามารถสรุปผลการประเมินได้ต่อไปนี้</p>
<p>​- บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดมีจำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) โดยได้ 15 คะแนน จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน</p>
<p>&#8211; ตามมาด้วย บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) 14.11 คะแนน, บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) 14 คะแนน, บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) 12.11 คะแนน, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) 12 คะแนน, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) 11 คะแนน, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) 6 คะแนน และ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) 2.25 คะแนน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40917 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/score-logo.png" alt="" width="1200" height="704" /></p>
<p>&#8211; พร้อมรายละเอียดการประเมิน โดยแยกในแต่ละ​มิติในการดำเนินการ ประกอบด้วย<br />
<strong>1. การกำหนดเป้าหมาย :</strong> มีบริษัท 7 แห่งที่ได้คะแนนเรื่องนี้ โดยมีระดับคะแนนเฉลี่ยที่ 2.00 คะแนน จาก 10 คะแนน จากการประกาศเป้าหมาย Net zero ในสโคป 1 และ 2 และไม่ต่ำกว่า 95% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ขณะที่อีก 3 แห่งยังไม่ได้ประกาศเป้า Net Zero หรือมีเพียง Zero Carbon , Carbon Neutral</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40925 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Target-.png" alt="" width="1200" height="612" /></p>
<p><strong>2. การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล</strong> : บริษัททุกแห่งได้คะแนนในหัวข้อนี้ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.10 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ส่วนใหญ่มีการตั้งคณะกรรมการหรือผู้บริหารที่รับผิดชอบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ รวมทั้งมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40922 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/disclosed.png" alt="" width="1200" height="607" /></p>
<p><strong>3.ผลการดำเนินงาน</strong> : มีบริษัท 6 แห่ง เท่านั้นที่ได้คะแนนในหัวข้อนี้ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 0.65 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน เนื่องจากมีปริมาณการปล่อย หรือความเข้มข้นในการปล่อย​ลดลงได้เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้บางแห่งจะใช้วิธีชดเชย (offsets) ขณะที่แผนลดคาร์บอนส่วนใหญ่ยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน อาทิ การเปิดเผยปริมาณการชดเชย ประเภทการชดเชย และใบรับรองการชดเชย เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40923 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Performance.png" alt="" width="1200" height="613" /></p>
<p><strong>4. การเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม</strong> : บริษัท 9 แห่งที่ได้คะแนนจากหัวข้อนี้ โดยคะแนนเฉลี่ยอยู่ที 1.9 เต็ม 10 ส่วนใหญ่มีการประกาศว่าจะเคารพสิทธิมนุษยชนและพร้อมเยียวยาเมื่อเกิดการละเมิด รวมทั้งบางแห่งที่มีนโยบายเฉพาะ เช่น การไม่ฟ้องปิดปากผู้ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบริษัทในที่สาธารณะ หรือไม่ตอบโต้ผู้ร้องเรียน เป็นต้น</p>
<p><b> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40924 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Transiiton.png" alt="" width="1200" height="614" /></b></p>
<p><b>&#8211; </b>สำหรับ 3 ​ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านในภาคพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย</p>
<p>1. ภาครัฐควรประกาศแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับชาติที่ชัดเจน เนื่องจาก ปัจจุบันบริษัทพลังงานยังต้องเจอความท้าทายเพราะนโยบายของภาครัฐในเรื่องนี้ยังไม่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะยังไม่มีนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานที่กำหนดปีเป้าหมายในการปลดระวางโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหินและก๊าซ) ก่อนกำหนดอย่างชัดเจน หรือมีกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม (just energy transition) ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เพื่อจูงใจการดำเนินการของบริษัทพลังงานได้เพิ่มมากขึ้น<br />
2. ภาครัฐควรออกนโยบายสนับสนุนการแก้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทเจ้าของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น</p>
<p>3. เรื่องกฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปาก (anti-SLAPP law) เพื่อคุ้มครองการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในประเด็นสาธารณะ รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย Net Zero และการดำเนินธุรกิจของบริษัทพลังงานด้วย เนื่องจาก เรื่องพลังงานมักเป็นประเด็นที่ภาคประชาสังคมวิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังไม่มีกฎหมายชัดเจนจากภาครัฐ ถ้ามีการประกาศเรื่องนี้ชัดเจน จะเป็นกลไกที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม ภาคพลังงานเองก็จะมีข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40916 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/NZT-Report.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/sal-forest-net-zero-tracker/">มอง &#8216;การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ภาคพลังงานไทย&#8217; ป่าสาละ พัฒนา Net Zero Tracker เช็คลิสต์​เป้าหมาย​ &#8216;ทำจริง&#8217; หรือ&#8217;ฟอกเขียว&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา 20 ความเสี่ยงโลก &#8216;The Global Risks Report 2026&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/the-global-risks-report-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2026 06:20:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Economic]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Geopolitical]]></category>
		<category><![CDATA[Global Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Societal]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Technological]]></category>
		<category><![CDATA[The Global Risks Report]]></category>
		<category><![CDATA[The Global Risks Report 2026]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40822</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; เปิดรายงาน &#8216;The Global Risks Report 2026&#8216; โดยสภาเศรษฐกิจโลก หรือ WEF (World Economic Forum) ประเมิน ความเสี่ยง ที่โลกต้องเผชิญทั้งในระยะสั้น (ช่วง 2 ปีข้างหน้า) และในระยะยาว (10 ปีข้างหน้า) ท้ังนี้ เพื่อสะท้อนทิศทางและ​ความท้าทายที่อาจกลายเป็นตัวกำหนดอนาคตของโลก ​ครอบคลุม​มิติสำคัญทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม และเทคโนโลยี &#8217;20 ความเสี่ยง&#8217; ที่ส่งผลกระทบต่อโลกสูงสุด ในระยะสั้น ช่วง 2 ปีข้างหน้า (ประเมินถึง 2028) ประกอบด้วย1. การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ 2. ​ข้อมูลผิดและบิดเบือน3. ความแตกแยกทางสังคม4 . สภาพอากาศสุดขั้ว5. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ6. ความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์7. ความเหลื่อมล้ำ8. การละเมิดด้านสิทธิและเสรีภาพ9. วิกฤตมลพิษ10. การบังคับให้อพยพหรือพลัดถิ่น11. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ12. อันตรายทางออนไลน์13. ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ/ว่างงาน14. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/the-global-risks-report-2026/">จับตา 20 ความเสี่ยงโลก &#8216;The Global Risks Report 2026&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>เปิดรายงาน <strong>&#8216;The Global Risks Report 2026</strong>&#8216; โดยสภาเศรษฐกิจโลก หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">WEF</span> (World Economic Forum) ประเมิน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความเสี่ยง</span> ที่โลกต้องเผชิญทั้งในระยะสั้น (ช่วง 2 ปีข้างหน้า) และในระยะยาว (10 ปีข้างหน้า)</p>
<p><span id="more-40822"></span></p>
<p>ท้ังนี้ เพื่อสะท้อนทิศทางและ​ความท้าทายที่อาจกลายเป็นตัวกำหนดอนาคตของโลก ​ครอบคลุม​มิติสำคัญทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม และเทคโนโลยี</p>
<p><br class="html-br" /><strong>&#8217;20 ความเสี่ยง&#8217; ที่ส่งผลกระทบต่อโลกสูงสุด ในระยะสั้น ช่วง 2 ปีข้างหน้า </strong>(ประเมินถึง 2028) ประกอบด้วย<br class="html-br" /><br class="html-br" />1. การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ <br class="html-br" />2. ​ข้อมูลผิดและบิดเบือน<br class="html-br" />3. ความแตกแยกทางสังคม<br class="html-br" />4 . สภาพอากาศสุดขั้ว<br class="html-br" />5. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ<br class="html-br" />6. ความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์<br class="html-br" />7. ความเหลื่อมล้ำ<br class="html-br" />8. การละเมิดด้านสิทธิและเสรีภาพ<br class="html-br" />9. วิกฤตมลพิษ<br class="html-br" />10. การบังคับให้อพยพหรือพลัดถิ่น<br class="html-br" />11. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ<br class="html-br" />12. อันตรายทางออนไลน์<br class="html-br" />13. ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ/ว่างงาน<br class="html-br" />14. การเซ็นเซอร์ /สอดส่อง<br class="html-br" />15. การรวมศูนย์ของทรัพยากร/ เทคโนโลยี<br class="html-br" />16. ปัญหาหนี้สิน<br class="html-br" />17. การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ<br class="html-br" />18. สินทรัพย์ฟองสบู่แตก<br class="html-br" />19. การชะงักของห่วงโซ่อุปทาน<br class="html-br" />20. ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานและการคุ้มครองทางสังคม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>&#8217;20 ความเสี่ยง&#8217; ที่ส่งผลกระทบต่อโลกสูงสุด ในระยะยาว ช่วง 10 ปีข้างหน้า </strong>(ประเมินถึง 2036) ประกอบด้วย<br class="html-br" /><br class="html-br" />1. สภาพอากาศสุดขั้ว ​<br class="html-br" />2. การสูญเสียความหลากหลายในระบบนิเวศ<br class="html-br" />3. การเปลี่ยนแปลงสำคัญของระบบโลก<br class="html-br" />4. ข้อมูลผิดและบิดเบือน<br class="html-br" />5. ผลกระทบเชิงลบจาก AI<br class="html-br" />6. การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ<br class="html-br" />7. ความเหลื่อมล้ำ<br class="html-br" />8. ความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์<br class="html-br" />9. ความแตกแยกทางสังคม<br class="html-br" />10. วิกฤตมลพิษ<br class="html-br" />11. การรวมศูนย์ของทรัพยากร/ เทคโนโลยี<br class="html-br" />12. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ<br class="html-br" />13. การบังคับให้อพยพหรือพลัดถิ่น<br class="html-br" />14. ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ/ว่างงาน<br class="html-br" />15. การเซ็นเซอร์ /สอดส่อง<br class="html-br" />16. การละเมิดด้านสิทธิและเสรีภาพ<br class="html-br" />17. ปัญหาหนี้สิน<br class="html-br" />18. อันตรายทางออนไลน์<br class="html-br" />19. การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ<br class="html-br" />20. อันตรายจากอาวุธชีวภาพ / นิวเคลียร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8211; รายงานฉบับดังกล่าว ผ่านการเก็บข้อมูลจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,300 คนทั่วโลก เพื่อส่งสัญญาณในการเตรียมความพร้อมและการปรับตัวท่ามกลางโลกที่มีความผันผวนและไม่แน่นอนในระดับสูง รวมทั้ง​การอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับวิกฤตหลายๆ ด้านพร้อมกัน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Polycrisis</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; ความเสี่ยงสำคัญสูงสุดของโลกในปัจจุบันไปจนถึง 2 ปีข้างหน้า คือเรื่องของการเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Geoeconomic</span> และปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐ รวมทั้งความกังวลสำคัญในยุคข้อมูลข่าวสารอย่างการได้รับข้อมูลที่ผิดและบิดเบือน และปัญหาความแตกแยกทางสังคม<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; ขณะที่ความกังวลต่อปัญหาด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ</span> ในช่วง 1-2 ปีนี้ อยู่ในอันดับ 4 จากปีก่อนหน้าอยู่ในอันดับ 2 สะท้อนให้เห็นความกังวลต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และสังคม รวมไปถึงความกังวลต่อปัญหา​เศรษฐกิจที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอยย่างเห็นได้ชัด<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span> ยังคงเป็นปัญหาสูงสุดของโลกในระยะยาว และถูกมองเป็นความเสี่ยงสูงสุดอันดับ 1 มายาวนานถึง 5 ปีติดต่อกัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; โดยความเสี่ยง TOP3 ที่โลกกังวลสูงสุดในช่วง 10 ปีข้างหน้า ล้วนเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสภาพอากาศสุดขั้ว, การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของระบบโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; สิ่งสำคัญคือ​ ความร่วมมือในการเดินหน้าจัดการต่อความเสี่ยงและความท้าทายที่เกิดขึ้น​อย่างบูรณาการและเร่งด่วน เพื่อจัดการต่อความเสี่ยงในโลกที่มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น และสามารถสร้างให้โลกมีความยืดหยุ่นในการขับเคลื่อนต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/the-global-risks-report-2026/">จับตา 20 ความเสี่ยงโลก &#8216;The Global Risks Report 2026&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤติ &#8216;ฮอร์มุซ&#8217; สร้าง &#8216;Supply Shock&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-supply-shock/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2026 06:15:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Crisis]]></category>
		<category><![CDATA[Geopolitical]]></category>
		<category><![CDATA[Global Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Hormuz]]></category>
		<category><![CDATA[Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Shock]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[ตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สงคราม]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40825</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; วิกฤติความไม่สงบบริเวณ &#8216;ช่องแคบฮอร์มุซ&#8217; (Hormuz) ไม่เพียงสร้างผลกระทบต่อ ราคาน้ำมัน แต่ยัง​กระทบต่อห่วงโซ่ธุรกิจ ทำให้เกิด &#8216;Supply Shock&#8217; ในอุตสาหกรรมสำคัญทั่วโลก ​โดยเฉพาะใน 11 อุตสาหกรรมสำคัญที่อาศัยเส้นทางบริเวณช่องแคบนี้เป็นทางผ่านสำคัญ ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซ​ นับเป็นหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นทั้งแหล่งพลังงานและผู้ผลิตวัตถุดิบอุตสาหกรรมสำคัญของโลก โดยปี​ 2025 มีการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรล/วัน หรือราว 20% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลกประกอบกับตะวันออกกลางยังเป็นผู้ผลิต feedstock ปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติก ดังนั้น ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซนี้ จึงกระทบ Global Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างพลังงาน กลางน้ำอย่างเทคโนโลยี ไปจนถึงปลายน้ำอย่างอุตสาหกรรม EVส่องผลกระทบต่อ &#8216;ห่วงโซ่โลก&#8217; ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ1. น้ำมันดิบ (Crude Oil)&#8211; ซัพพลายน้ำมันดิบ ผ่านช่องแคบนี้​ราว 20% ของการค้าน้ำมันทางทะเลโลก โดยทาง IRGC (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-supply-shock/">วิกฤติ &#8216;ฮอร์มุซ&#8217; สร้าง &#8216;Supply Shock&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>วิกฤติความไม่สงบบริเวณ <strong>&#8216;ช่องแคบฮอร์มุซ&#8217; (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Hormuz)</span> </strong>ไม่เพียงสร้างผลกระทบต่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ราคาน้ำมัน</span> แต่ยัง​กระทบต่อห่วงโซ่ธุรกิจ ทำให้เกิด &#8216;<strong>Supply Shock&#8217;</strong> ในอุตสาหกรรมสำคัญทั่วโลก ​โดยเฉพาะใน 11 อุตสาหกรรมสำคัญที่อาศัยเส้นทางบริเวณช่องแคบนี้เป็นทางผ่านสำคัญ</p>
<p><span id="more-40825"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซ​ นับเป็นหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นทั้งแหล่งพลังงานและผู้ผลิตวัตถุดิบอุตสาหกรรมสำคัญของโลก โดยปี​ 2025 มีการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรล/วัน หรือราว 20% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" />ประกอบกับตะวันออกกลางยังเป็นผู้ผลิต feedstock ปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติก ดังนั้น ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซนี้ จึงกระทบ Global Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างพลังงาน กลางน้ำอย่างเทคโนโลยี ไปจนถึงปลายน้ำอย่างอุตสาหกรรม EV<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ส่องผลกระทบต่อ &#8216;ห่วงโซ่โลก&#8217; ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>1. น้ำมันดิบ (Crude Oil)</strong><br class="html-br" />&#8211; ซัพพลายน้ำมันดิบ ผ่านช่องแคบนี้​ราว 20% ของการค้าน้ำมันทางทะเลโลก โดยทาง IRGC (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน คาดการณ์ว่าราคาอาจจะขยับไปถึง 200 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากช่วงก่อนสงครามราคาอยู่ที่ราว 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>2. LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว)</strong><br class="html-br" />&#8211; ซัพพลายราว 20% ของ LNG ทั้งโลกที่ผ่านช่องแคบและได้รับผลกระทบ ซึ่งทาง​กาตาร์ได้หยุดผลิตแล้ว และหาก Restart ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>3. เม็ดพลาสติก &amp; ปิโตรเคมี (PE, PP, Naphtha, EG)</strong><br class="html-br" />&#8211; PE ที่มา​จาก Middle East อยู่ที่ราว 84% และส่งออกผ่านช่องแคบ ขณะที่ปริมาณ Naphtha อยู่ที่​ 80% ของดีมานด์ในเอเชีย<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>4. ปุ๋ยเคมี (Urea, Ammonia, Sulfur)</strong><br class="html-br" />&#8211; ปริมาณปุ๋ยเคมี​ 33% ของทั้ง​โลกที่ผ่านช่องแคบ โดยราคา Urea พุ่งจากตันละ 475 เหรียญสหรัฐ ไปถึง 680 เหรียญสหรัฐ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>5. Helium</strong><br class="html-br" />&#8211; Helium ใช้ในกระบวนการผลิตชิป และอุตสาหกรรม Semiconductor ซึ่งกาตาร์ถือเป็นแหล่งผลิต Helium​ รายใหญ่ 1 ใน 3 ของโลก หรือราว 30-35% ของซัพพลายทั้งโลก โดยโรงงานทั้ง 3 แห่งหยุดหมด และไม่มีสารทดแทน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>6. Methanol</strong><br class="html-br" />&#8211; อิหร่าน ถือเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดโลก (9+ ล้านตัน/ปี) ​ขณะที่ซัพพลายผ่านช่องแคบถึง​ 35-45% ของ Methanol ที่ส่งออกทางทะเลทั่วโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>7. อะลูมิเนียม</strong><br class="html-br" />&#8211; คาดการณ์ว่าราคาจะพุ่งขึ้นราว 8% และอาจทะลุ 4,000 เหรียญสหรัฐ​​ต่อตัน กระทบทั้งต่ออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>8. อาหาร (น้ำมันถั่วเหลือง)</strong><br class="html-br" />&#8211; น้ำมันถั่วเหลืองพุ่งตาม Crude ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ ผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปเผชิญแรงกดดันจากราคา Edible Oil ที่สูงขึ้น ไปจนถึงธุรกิจร้านอาหาร<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>9. เสื้อผ้า &amp; สิ่งทอ</strong><br class="html-br" />&#8211; วัตถุดิบของเสื้อผ้าและเส้นใยสิ่งทอราว 70% มาจากอนุพันธ์น้ำมัน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>10. กำมะถัน &amp; กรดกำมะถัน (Sulfur Sulfuric Acid)</strong><br class="html-br" />&#8211; กำมะถัน ราว 92% ของโลก เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมัน/แปรรูปก๊าซ เมื่อโรงกลั่นอ่าวเปอร์เซียหยุด/ลดกำลัง กำมะถันผลิตน้อยลง ทำให้กรดกำมะถันขาด ส่งผลให้สกัดแร่ทองแดง+โคบอลต์ได้ยากขึ้น กระทบทั้งผู้ผลิตแบตเตอรี่ รวมทั้งกลุ่มที่ใช้ทองแดง อาทิ ก่อสร้าง, Data Center, AI infrastructure และระบบไฟฟ้า เป็นต้น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>11. เดินเรือ &amp; โลจิสติกส์ (Shipping &amp; Logistics)</strong><br class="html-br" />&#8211; เรือสินค้า มากกว่า 100 ลำ/วัน ต้องเปลี่ยนเส้นทาง เพิ่มกว่า 14-20 วัน ทำให้จำนวนเรือในตลาดไม่พอ กระทบ้นทุนให้เพิ่มขึ้น ทั้ง​ค่าระวาง, ค่าน้ำมันเรือ, ค่าประกันภัยสงคราม, ค่าเสียเวลาที่ท่าเรือ (Demurrage) ซึ่งผลกระทบจะมาถึงใน 2-5 สัปดาห์เมื่อคอนเทนเนอร์มาถึงพร้อมกันเป็นคลื่น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-supply-shock/">วิกฤติ &#8216;ฮอร์มุซ&#8217; สร้าง &#8216;Supply Shock&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกเข้าสู่ยุค &#8216;Adaptation&#8217; ธุรกิจ &#8216;ไปต่อ&#8217; หรือ &#8216;ตกขบวน&#8221;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/adaptation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 17:52:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Checklists]]></category>
		<category><![CDATA[CllimateChange]]></category>
		<category><![CDATA[ESGTrends]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Impact]]></category>
		<category><![CDATA[PositiveImpact]]></category>
		<category><![CDATA[Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Survival]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40564</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขยับเป้าหมาย NetZero มาสู่ปี 2050 ถือเป็นโจทย์ใหญ่ และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทุกภาคส่วน​ต้องเร่งปรับตัว เพื่อสามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางโลกแห่งความผันผวน ไม่แน่นอน รวมทั้งความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และวิกฤตสภาพอากาศ การปรับตัว (Adaptation) เป็นหนึ่งวาระสำคัญของภาคธุรกิจ เพื่อสามารถอยู่รอดได้ ผ่านการพัฒนานวัตกรรม สร้างความร่วมมือต่างๆ กับพันธมิตร เพื่อสร้างความยืดหยุ่น และ​เปลี่ยนผ่านได้อย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งการสร้างให้เกิดผลลัพธ์ Impact ในแบบที่สามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม Why ทำไม ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีการปรับตัว? ปี 2026 นี้ นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยรอบด้าน พร้อมทั้งมองหาโอกาสใหม่ เพื่อสามารถรักษาศักยภาพในการแข่งขัน และยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุค Decarbonization ที่ภาคธุรกิจมุ่งขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ LowCarbon หากภาคธุรกิจปรับตัวได้จะนำมาซึ่งโอกาสที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ &#8211; ต้นทุนทางการเงิน ดอกเบี้ยถูกลง จากการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ซึ่งการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำสามารถช่วยบรรเทาความท้าทายให้ธุรกิจจากการมีต้นทุนทางการผลิตที่สูงขึ้นได้ &#8211; โอกาสเชิงการตลาดสูงขึ้น รักษาลูกค้า กลุ่มเดิม เพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความท้าทายในภาวะที่ธุรกิจมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น &#8211; ความยั่งยืน ภูมิคุ้มกันป้องกันธุรกิจจากภัยพิบัติจาก สภาพอากาศ ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงที่ขยับเข้ามาใกล้ตัวและสร้างผลกระทบที่รุนแรงได้มากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/adaptation/">โลกเข้าสู่ยุค &#8216;Adaptation&#8217; ธุรกิจ &#8216;ไปต่อ&#8217; หรือ &#8216;ตกขบวน&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">การขยับเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">NetZero</span> มาสู่ปี 2050 ถือเป็นโจทย์ใหญ่ และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทุกภาคส่วน​ต้องเร่งปรับตัว เพื่อสามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางโลกแห่งความผันผวน ไม่แน่นอน รวมทั้งความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และวิกฤตสภาพอากาศ</div>
</div>
<p><span id="more-40564"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">การปรับตัว (<strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Adaptation) </span></strong>เป็นหนึ่งวาระสำคัญของภาคธุรกิจ เพื่อสามารถอยู่รอดได้ ผ่านการพัฒนานวัตกรรม สร้างความร่วมมือต่างๆ กับพันธมิตร เพื่อสร้างความยืดหยุ่น และ​เปลี่ยนผ่านได้อย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งการสร้างให้เกิดผลลัพธ์ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Impact</span> ในแบบที่สามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Why</span> ทำไม ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีการปรับตัว?</strong></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ปี 2026 นี้ นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยรอบด้าน พร้อมทั้งมองหาโอกาสใหม่ เพื่อสามารถรักษาศักยภาพในการแข่งขัน และยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุค <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ที่ภาคธุรกิจมุ่งขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">LowCarbon</span> หากภาคธุรกิจปรับตัวได้จะนำมาซึ่งโอกาสที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ</div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">&#8211; ต้นทุน</span>ทางการเงิน</strong> <strong>ดอกเบี้ยถูกลง</strong> จากการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ซึ่งการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำสามารถช่วยบรรเทาความท้าทายให้ธุรกิจจากการมีต้นทุนทางการผลิตที่สูงขึ้นได้</div>
<div dir="auto"><strong>&#8211; โอกาสเชิงการตลาดสูงขึ้น</strong> รักษา<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ลูกค้า</span> กลุ่มเดิม เพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความท้าทายในภาวะที่ธุรกิจมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น</div>
<div dir="auto"><strong>&#8211; ความยั่งยืน</strong> ภูมิคุ้มกันป้องกันธุรกิจจากภัยพิบัติจาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ</span> ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงที่ขยับเข้ามาใกล้ตัวและสร้างผลกระทบที่รุนแรงได้มากขึ้น ส่งผลให้กฎระเบียบด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ESG</span> มีความเข้มงวดมากขึ้น เช่น <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CBAM</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EUDR</span> รวมทั้งไปความกังวลและตระหนักในเรื่องของข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>7 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Checklists</span> บทพิสูจน์ จากคำมั่นสัญญา สู่ ‘ผลลัพธ์จริง’</strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>1. รายงานความยั่งยืน จะเป็น ‘มากกว่ารายงาน’</strong></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">หลังจากปี 2026 บทบาทของการเปิดเผยข้อมูล <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> จะเพิ่มความสำคัญ​มากขึ้น ข้อมูลด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ESG</span> ​ถือเป็นภาษากลางสำหรับสื่อสารกันระหว่าง Financial Officer, investor, Banking และจะมีผลในการชี้วัดธุรกิจได้จริง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. Carbon pricing ต้นทุนทางธุรกิจ</strong></div>
<div dir="auto">Carbon pricing จะเป็นต้นทุนโดยตรง ที่ภาคธุรกิจต้องรับมือมากขึ้น และจะถูกนำไปคำนวณในต้นทุน กำไรเพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>3. การเติบโตของพลังงานสะอาด</strong></div>
<div dir="auto">หลังจากปี 2026 พลังงานจะเติบโตเร็ว​ขึ้น​สองเท่า จะคาดว่า​กำลังผลิตพลังงานสะอาดจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 4,000 -5,000 กิกะวัตต์ ภายในปี 2030 และจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาคอขวดในระบบ เช่น การพัฒนาสายส่ง, ระบบแบตเตอรี่</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>4. การควบคุมทั้งระบบซัพพลายเชน</strong></div>
<div dir="auto">​มาตรการที่กำลังขับเคลื่อนสู่ภาคบังคัง อาทิ CBAM หรือ EUDR จะเข้ามามีบทบาทในการบังคับซัพพลายเชนทั่วโลก ความสามารถในการเปิดเผยข้อมูลจะมีความสำคัญ และช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าสำหรับภาคการส่งออกเพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>5. ความพร้อมด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Climate</span> Adaptation</strong></div>
<div dir="auto">ความสามารถในการรับมือต่อความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ และภัยธรรมชาติ ​ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นด้วยความถี่ และความรุนแรงมากขึ้น จำเป็นต้องมีแผนในการกระจายความเสี่ยง ด้วยการลงทุนเพื่อการป้องกันและลดความเสียหาย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>6. การลงทุนอย่างเชื่อมโยงกับธรรมชาติ</strong></div>
<div dir="auto">การตั้งรับ ปรับตัว โดยใช้ความได้เปรียบจากความหลากหลายทางธรรมชาติของประเทศไทยในฐานะ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CarbonSink</span> เพื่อการป้องกันหรือลดความเสี่ยง รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการเข้าถึง Green Finance หรือต่อยอดสู่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Biodiversity</span> Credit , <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Nature</span> Credit</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>7. การ Up-skill, Re-skill</strong></div>
<div dir="auto">ทุกองค์กรต้องเริ่มจริงจังในการสร้างบุคลากรด้านความยั่งยืน การ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Upskill</span>, <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Reskill</span> บุคลากรจึงถือ​เป็นกลไกสำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/adaptation/">โลกเข้าสู่ยุค &#8216;Adaptation&#8217; ธุรกิจ &#8216;ไปต่อ&#8217; หรือ &#8216;ตกขบวน&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;​ยกระดับกลยุทธ์ &#8216;Holistic Shared Value Ecosystem&#8217; ​วางระบบพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ต่อยอด​ &#8216;พื้นที่คาร์บอนต่ำ&#8217; สร้างคุณค่าทั้งห่วงโซ่ นำร่อง &#8216;ชัยภูมิ&#8217; โมเดลต้นแบบแห่งแรก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/central-tham-holistic-shared-value-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Feb 2026 11:13:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Shared Value Ecosystem​]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative]]></category>
		<category><![CDATA[Shared Value]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาองค์รวม]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งท่องเที่ยวชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40257</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ก้าวสู่ปีที่ 9 ของการดำเนินงาน พร้อมยกระดับทิศทาง มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบระดับพื้นที่ ผ่านการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (Holistic Shared Value Ecosystem) ด้วยการบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างคุณค่าร่วมที่ ยั่งยืนในระยะยาว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;  ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง CSV (Creating Shared Value) เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ มาช่วย​แก้ไขและตอบโจทย์ความต้องการทางสังคม โดยมุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบการขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืน 6 แนวทางหลัก ประกอบด้วย  Community : การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้และต่อยอดสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน,  Inclusion : ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคอย่างเท่าเทียม, Talent : การดูแลและพัฒนาศักยภาพให้บุคลากร, Circularity : ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน, Climate : ฟื้นฟูสภาพอากาศ ร่วมแก้วิกฤตโลกร้อน และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/central-tham-holistic-shared-value-ecosystem/">&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;​ยกระดับกลยุทธ์ &#8216;Holistic Shared Value Ecosystem&#8217; ​วางระบบพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ต่อยอด​ &#8216;พื้นที่คาร์บอนต่ำ&#8217; สร้างคุณค่าทั้งห่วงโซ่ นำร่อง &#8216;ชัยภูมิ&#8217; โมเดลต้นแบบแห่งแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการ &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ก้าวสู่ปีที่ 9 ของการดำเนินงาน พร้อมยกระดับทิศทาง มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบระดับพื้นที่ ผ่านการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (</strong><strong>Holistic Shared Value Ecosystem)</strong><strong> ด้วยการบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างคุณค่าร่วมที่ ยั่งยืนในระยะยาว</strong></p>
<p><span id="more-40257"></span></p>
<p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา &#8216;<strong>เซ็นทรัล ทำ&#8217; </strong> ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง <strong>CSV</strong> (Creating Shared Value) เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ มาช่วย​แก้ไขและตอบโจทย์ความต้องการทางสังคม โดยมุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบการขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืน 6 แนวทางหลัก ประกอบด้วย <strong> Community :</strong> การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้และต่อยอดสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน, <strong> Inclusion :</strong> ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคอย่างเท่าเทียม,<strong> Talent</strong> : การดูแลและพัฒนาศักยภาพให้บุคลากร,<strong> Circularity</strong> : ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน,<strong> Climate :</strong> ฟื้นฟูสภาพอากาศ ร่วมแก้วิกฤตโลกร้อน และ <strong>Nature :</strong>  ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ดูแลระบบนิเวศและความหลากหลายทางธรรมชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40260 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/22.พัฒนาการศึกษา-เด็กและเยาวชน-และการดูแลคนพิการ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ยกระดับการขับเคลื่อน สู่การพัฒนาแบบองค์รวมในระดับพื้นที่ </strong></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์  </strong>กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ให้ข้อมูล Positive Impact หรือผลกระทบเชิงบวก จากการขับเคลื่อน &#8216;<strong>เซ็นทรัล ทำ</strong>&#8216; มาอย่างต่อเนื่องว่า สามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าร่วมทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นในทุกปี โดยสามารถสรุปผลการขับเคลื่อนโครงการจนถึงสิ้นปี 2568 ที่ผ่านมา แต่ละมิติ ได้ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <strong>Community &amp; Social Contribution (</strong><strong>ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สร้างอาชีพ และบรรเทาสาธารณภัย)</strong> สร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนรวมกว่า <strong>2,240</strong> ล้านบาท และเสริมความเข้มแข็งให้เครือข่ายท้องถิ่นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ</p>
<p>&#8211; <strong>Inclusion (</strong><strong>ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม)</strong> <strong>สนับสนุนและพัฒนาโรงเรียนรวม </strong><strong>203 </strong><strong>แห่ง เพื่อยกระดับโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนอย่างต่อเนื่อง</strong> สามารถสร้างงานและสนับสนุนอาชีพให้แก่คนพิการกว่า <strong>1,395</strong> คน พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนในชุมชนมากกว่า <strong>150,000</strong> ราย ขณะเดียวกัน มิติ <b> </b></p>
<p><strong>&#8211; Talent &amp; Human Capital Development </strong><strong>(พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์)</strong> กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญการเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานในองค์กร พัฒนาศักยภาพ มีความสมดุลทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/24.การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Circular Economy &amp; Waste Management </strong><strong>(ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน และบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ)</strong> และ <strong>Food Loss &amp; Food Waste Reduction (</strong><strong>ลดการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิต และลดปริมาณขยะอาหาร) </strong>สามารถลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารได้กว่า <strong>27,300</strong> ตัน ลดปริมาณขยะที่เข้าสู่หลุมฝังกลบกว่า <strong>93,490</strong> ตัน</p>
<p>&#8211; <strong>Climate Action</strong> <strong>(ฟื้นฟูสภาพอากาศ ลดมลภาวะ และผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน)</strong> ได้มีการติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน <strong>1,487</strong> สถานที่ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา <strong>259</strong> แห่ง และผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมถึง <strong>252,176</strong> เมกะวัตต์ชั่วโมง สะท้อนความมุ่งมั่นในการลดมลภาวะและผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างชัดเจน</p>
<p><strong>&#8211; Nature</strong> ได้ขับเคลื่อนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูป่ากว่า <strong>15,000</strong> ไร่ เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><em>&#8220;สำหรับ <strong>การขับเคลื่อน &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; ในปี 2569 นี้ ได้ยกระดับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนมาสู่ &#8216;การพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม&#8217;  หรือ Holistic Shared Value Ecosystem​ </strong> เพื่อต่อยอดการทำงานระหว่างเครือข่ายในแต่ละพื้นที่ และสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่าง​บูรณาการเพื่อการพัฒนาที่รอบด้านและครอบคลุมได้มากขึ้น <strong>นำไปสู่การขับเคลื่อนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบระดับพื้นที่ </strong>โดยเฉพาะการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก 13 ชุมชนต้นแบบ ​ที่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาคท่ัวประเทศ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ชัยภูมิ สกลนคร  สุรินทร์ สุราษฎร์ธานี  ตรัง สมุทรปราการ และอยุธยา​ ในการต่อยอดโมเดลการพัฒนาที่เป็น Best Practice ไปสู่พื้นที่ต่างๆ ได้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40259 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Re2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างคุณค่าร่วมผ่าน 8 มิติ เชื่อมโยงการพัฒนา​ทั้งระบบนิเวศ</strong></p>
<p>แนวทางการพัฒนาชุมชนตามหลัก <strong>Holistic Shared Value Ecosystem​</strong> จะเป็นการบูรณาการทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างคุณค่าร่วมได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ​ซึ่งจะมีแกนในการขับเคลื่อนครอบคลุมใน 8 ด้าน ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. พัฒนาการศึกษา เด็กและเยาวชน และการดูแลคนพิการ</strong> : บูรณาการการพัฒนาการศึกษาอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งหลักสูตร STEM ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน อาชีวศึกษา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับการพัฒนา <strong>&#8216;โค้ชครู&#8217;</strong> และการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคตให้เด็กและเยาวชนพร้อมขยายโอกาสการมีงานทำและการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่คนพิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างสังคมที่ทุกคนเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมเพื่อบูรณาการเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตอย่างครบวงจร สร้างคุณค่าร่วมที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><strong>2. พัฒนาพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างให้ได้มาตรฐาน</strong> : ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งปลูกสร้างให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนในการแข่งขันทางการตลาด สนับสนุนการเข้าถึงช่องทาง Modern Trade และการขยายตลาดใหม่ โดยมุ่งพัฒนาอาคารและสถานที่ผลิตที่ตอบโจทย์คุณภาพ ความปลอดภัย และความต้องการของตลาดในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/19.พัฒนาการศึกษา-เด็กและเยาวชน-และการดูแลคนพิการ-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างอาชีพ</strong> : ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนในเชิงองค์รวม ผ่านการเสริมสร้างศักยภาพด้านอาชีพ รายได้ และการบริหารจัดการชุมชน เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ลดการพึ่งพิง และเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><strong>4. เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างแบรนด์สู่สากล</strong> : พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มีอัตลักษณ์ โดดเด่น และได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมผลักดันการสร้างแบรนด์ชุมชนให้เป็นที่ยอมรับใน ระดับสากล เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ที่มั่นคง และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของชุมชน</p>
<p><strong>5. ศูนย์การเรียนรู้ และการขยายผลสู่ทุกภูมิภาค</strong> : ผลักดันให้ชุมชนต้นแบบสามารถเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน รองรับการอบรม การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อขยายผลการพัฒนาไปยังทุกภูมิภาคอย่างเป็นระบบและยั่งยืน</p>
<p><strong>6. ยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน</strong> : ต่อยอดศักยภาพด้านภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย ส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ที่สร้างรายได้ ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อการเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/06.สวนเทพพนา-อ.เทพสถิต-จ.ชัยภูมิ.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>7. มุ่งสู่ชุมชนยั่งยืนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</strong> : ขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอนจากทุกกิจกรรมของชุมชน ตั้งแต่การเกษตรคาร์บอนต่ำด้วยแนวคิดไบโอชาร์ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><strong>8. การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ มุ่งสู่ </strong><strong>ZERO WASTE</strong> : พัฒนาระบบบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร เพื่อลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มธุรกิจ พนักงาน และชุมชน ในการคัดแยก ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล มุ่งสู่เป้าหมาย ZERO WASTE อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>นำร่อง บ้านเทพพนา ชัยภูมิ &#8216;แหล่งปลูกอะโวคาโดคาร์บอนต่ำ&#8217;  </strong></p>
<p>สำหรับการ​​ขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ <strong>Holistic Shared Value Ecosystem​</strong> ได้ยกโครงการพัฒนาพื้นที่นำร่องของ <strong>วิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาแบบองค์รวม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาพื้นที่สู่การเกษตรคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-และคุณวิเชียร-พรมทุ่งค้อ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;วิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา&#8217;</strong> เป็นหนึ่งใน 7 กลุ่มผู้ปลูกอะโวคาโดพันธุ์แฮสส์แมกซิโกในประเทศไทย สายพันธุ์คุณภาพระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านรสชาติและมาตรฐานการผลิต โดยเริ่มต้นจากความตั้งใจในการเพิ่มรายได้และสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ก่อนพัฒนาต่อยอดสู่ระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ชุมชนได้ปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ การจัดทำธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำ <strong>เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี</strong> มาใช้ควบคุมโรคพืชในแปลงอะโวคาโด เพื่อลดการใช้สารเคมีและรักษาสมดุลทางธรรมชาติ</p>
<p>แนวทางดังกล่าวไม่เพียงยกระดับคุณภาพผลผลิต หากยังเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ พร้อมวางรากฐานการพัฒนาการเกษตรที่คำนึงถึงทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันอย่างสมดุล</p>
<p><em><strong>นอกจากการพัฒนาด้านคุณภาพผลผลิต ชุมชนยังต่อยอดสู่การทำเกษตรคาร์บอนต่ำ โดยใช้แนวคิด ไบโอชาร์ ควบคู่การจัดการดินและน้ำอย่างยั่งยื</strong><strong>น</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/13.ใช้ไบโอชาร์-ฝังรอบโคนต้น.jpg" alt="" width="1000" height="750" /></p>
<p><strong>ไบโอชาร์ หรือ ถ่านชีวภาพ</strong> มีโครงสร้างรูพรุนเพื่อ<strong>ช่วยกักเก็บธาตุอาหารและความชื้น</strong> รวมทั้งฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ส่งเสริมจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี<strong> และช่วยกักเก็บคาร์บอนในดินเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong> ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพสูงขึ้น เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยัง<strong>ตอบโจทย์การทำเกษตรคาร์บอนต่ำ </strong></p>
<p>ส่วน <strong>การจัดการธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ควบคู่กับการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับสูบน้ำบาดาล เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน </strong>ยกระดับชุมชนสู่ต้นแบบเกษตรยั่งยืนที่สมดุลทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต</p>
<p><strong>ปัจจุบัน สวนเทพพนาได้รับการรับรองมาตรฐาน </strong><strong>Organic Thailand : </strong><strong>ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่รับรองโดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย ปลอดสารเคมีสังเคราะห์ </strong><strong>100%</strong><strong> ไม่ใช้พืช </strong><strong>GMO </strong><strong>และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ตั้งแต่แหล่งผลิต การจัดการแปลง ไปจนถึงการแปรรูป สะท้อนความเข้มงวดด้านคุณภาพ ความโปร่งใสของระบบการผลิต และความรับผิดชอบต่อทั้งผู้บริโภคและระบบนิเวศ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40266" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/08.อะโวคาโดพันธุ์แฮส-Hass-จากสวนเทพพนา-1.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p><b> <strong>ต่อยอดพื้นที่เกษตร สู่ศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน</strong></b></p>
<p>การพัฒนาพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการ <strong>ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างอาชีพผ่านมิติสินค้าการเกษตร </strong>เท่านั้น แต่ยังขยายผล <strong>ยกระดับสู่การท่องเที่ยวและการเรียนรู้</strong> อย่างเป็นระบบ</p>
<p>โดย เซ็นทรัล ทำ ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์รองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ 2 อาคาร รองรับผู้เข้าอบรมและนักท่องเที่ยวในปี 2568 ได้รวมกว่า 330,000 คน พร้อมพัฒนากิจกรรมดูดาวซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับพื้นที่สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ปราศจากมลภาวะทางแสง ควบคู่กับการรณรงค์ลดการใช้แสงสว่างที่ไม่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ป่า และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ อันเป็นการส่งเสริมความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ <strong>โดยพื้นที่ท้องฟ้าสวนเทพพนา อยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด หรือ </strong><strong>Dark Sky Park </strong><strong>ปี 2569 โดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (</strong><strong>NARIT)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เซ็นทรัล ทำ ร่วมพัฒนาพื้นที่สวนเทพพนา สู่การเป็นทั้งศูนย์เรียนรู้การปลูกอะโวคาโด และการทำเกษตรคาร์บอนต่ำ พร้อมจุดขายสำคัญของพื้นที่ จากการมีธรรมชาติสวยงาม ทั้งกิจกรรมดูดาว และเดินป่า รวมทั้งการมีส่วนเข้ามาช่วยฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ตามแนวทาง <strong>Green Restoration &amp; Low-carbon Model </strong>จากป่าต้นน้ำ สู่ท้องทะเล โดยตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน สามารถฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวได้แล้ว 6,500 ไร่ ทั้งการส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม การอนุรรักษ์ป่า และฟื้นฟูปัญหาดินเสื่อมโทรม มลภาวะจากการเผา และปัญหา PM 2.5 พร้อมส่งเสริมการเพิ่มรายได้ด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง อาทิ อะโวคาโด แมคคาเดเมีย ทุเรียน และกาแฟโรบัสต้า  ผ่านการดำเนินงานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อการพัฒนา &#8216;ห่วงโซ่คุณค่าไม่เผา&#8217; เปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรให้กลับมาเป็นทรัพยากร ผ่านกระบวนการผลิตและใช้ไบโอชาร์และปุ๋ยหมักภายในชุมชน เพื่อลดการเผา ลดต้นทุนปุ๋ย ฟื้นฟูดิน จนสามารถพัฒนาพื้นที่เป็น <strong>ศูนย์เรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน สวนเทพพนา </strong>เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ให้เกษตรกรในเครือข่าย พร้อมสร้าง <strong>เส้นทางเรียนรู้และท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ</strong> เป็นกลไกสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้ชุมชน &#8220;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ชุมชนบ้านเทพนา มีแผนขยาย​พื้นที่ฟื้นฟูเพิ่มเติมอีก​ <strong>5,000 </strong><strong>ไร่ ภายในปี </strong><strong>2030</strong> รวมถึง​​จัดทำ &#8216;<strong>แผนที่คาร์บอนต่ำระดับอำเภอ&#8217;</strong> และยกระดับแนวทางพัฒนาป่าชุมชนสู่การขึ้นทะเบียนและพัฒนาคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ต่อไป พร้อมทั้งมิติทางสังคม ที่ได้เข้าไปพัฒนาด้านการศึกษา ดูและเด็ก เยาวชน รวมทั้งการจ้างงานคนพิการในพื้นที่ในการดูแลสวน โดยได้ยกระดับโรงเรียนบ้านไร่พัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมต้น ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ส่งเสริมการปลูกอะโวคาโดในพื้นที่ <strong>โดยปีที่ผ่านมาได้พัฒนานักเรียนจำนวน 1,326 คน และครูบุคลากร 113 คน พร้อมขยายผลสู่เครือข่ายโรงเรียนอีก 10 แห่ง</strong> เน้นการพัฒนาครูด้านภาษาอังกฤษ STEM และการสร้างนักเรียนที่มีคุณธรรม</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40269 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/26.เด็กๆ-ร่วมทำกิจกรรมดูดาว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>ในปี 2568 ที่ผ่านมา วิสาหกิจชุมชนสามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกกว่า 60 ล้านบาท และขยายผลเครือข่ายผู้ปลูกอะโวคาโดได้ถึง 1,500 ราย สะท้อนศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p>“กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า การเติบโตของธุรกิจจะมีความหมายอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อเดินควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการ ‘เซ็นทรัล ทำ’ จึงไม่ได้มุ่งเพียงสร้างกิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือการสร้าง ‘คุณค่าร่วม’ ให้ทุกภาคส่วน ผ่านการยกระดับศักยภาพของชุมชน เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ ด้วยความเชื่อว่า <em><strong>หัวใจของความสำเร็จอยู่ที่การมองการพัฒนาในภาพรวม ไม่แยกส่วน ไม่ทำเฉพาะด้าน แต่เชื่อมโยงทุกมิติให้เดินหน้าไปพร้อมกัน</strong>&#8220;</em></p>
<p><strong>การพัฒนาชุมชนในวันนี้จึงไม่ใช่การดำเนินโครงการเฉพาะส่วน หากแต่คือการออกแบบระบบเศรษฐกิจระดับพื้นที่ใหม่</strong> ที่ผสานรายได้ การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ในกรอบเดียวกัน และ <strong>Holistic Shared Value Ecosystem</strong> คือกลไกที่ทำให้การเติบโตของธุรกิจและความเข้มแข็งของชุมชนเกื้อหนุนกันอย่างยั่งยืน ​ที่สำคัญยังสามารถขยายผลได้ทั้งระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของชุมชนไทยในระยะยาว เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่แข็งแรงและปรับตัวได้ต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40271 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/27.กิจกรรมดูดาว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โมเดล </strong><strong>Holistic Shared Value Ecosystem </strong><strong>ที่เน้นการขับเคลื่อนการพัฒนา </strong><strong>8 </strong><strong>มิติในระดับพื้นที่ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เกิดผลลัพธ์ที่แข็งแรงในระยะยาว เติบโตเคียงข้างชุมชนในทุกช่วงเวลา พร้อมวางรากฐานการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ขยายผลได้ และสนับสนุนให้ชุมชนไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/central-tham-holistic-shared-value-ecosystem/">&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;​ยกระดับกลยุทธ์ &#8216;Holistic Shared Value Ecosystem&#8217; ​วางระบบพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ต่อยอด​ &#8216;พื้นที่คาร์บอนต่ำ&#8217; สร้างคุณค่าทั้งห่วงโซ่ นำร่อง &#8216;ชัยภูมิ&#8217; โมเดลต้นแบบแห่งแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
