<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%aa/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 May 2026 10:26:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;น้ำ&#8217; เชื่อมโยงโครงสร้าง​เศรษฐกิจไทยกว่า 17 ล้านล้านบาท ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; เร่งผลักดันแนวคิด Water Economy เปลี่ยนความเสี่ยงจากน้ำ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/water-resilience-forum-2-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2026 10:26:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn University]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Water Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience Center]]></category>
		<category><![CDATA[กันก่อนท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ชยันต์ เมืองสง]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พลิกน้ำ สร้างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์​กันก่อนท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[สทนช.)]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศสุดขั้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41719</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; (Water Resilience Center) เปิดเวที Water Resilience Forum 2/2026 ภายใต้หัวข้อ &#8216;Water Economy : พลิกน้ำ สร้างชาติ&#8217; ชี้ปัญหาประเทศไทย เผชิญทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมจากอากาศแปรปรวน (Climate Change) สร้างความสูญเสียซ้ำซาก กด GDP ให้ลดลงต่อเนื่อง พร้อมชวนเปลี่ยนมุมมอง​ น้ำไม่ใช่แค่ภัยพิบัติ แต่เป็น &#8216;โจทย์เศรษฐกิจของประเทศ&#8217; ถ้าบริหารดีสร้างมูลค่า บริหารพลาด สูญเสียมหาศาล ระดมความร่วมมือ จัดการน้ำเชิงรุก เปลี่ยนความเสี่ยงน้ำเป็นโอกาสเศรษฐกิจ พลิกจากรอดสู่รวย  ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน โดย​ความเสียหายจากมหาอุทกภัยปี 2554  ประเมินมูลค่าผลกระทบสูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท ขณะที่ 2 ปีต่อจากนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/water-resilience-forum-2-2026/">&#8216;น้ำ&#8217; เชื่อมโยงโครงสร้าง​เศรษฐกิจไทยกว่า 17 ล้านล้านบาท ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; เร่งผลักดันแนวคิด Water Economy เปลี่ยนความเสี่ยงจากน้ำ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; (</strong><strong>Water Resilience Center) </strong><strong>เปิดเวที </strong><strong>Water Resilience Forum 2/2026 </strong><strong>ภายใต้หัวข้อ &#8216;</strong><strong>Water Economy : </strong><strong>พลิกน้ำ สร้างชาติ&#8217; ชี้ปัญหาประเทศไทย เผชิญทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมจากอากาศแปรปรวน</strong><strong> (Climate Change) </strong><strong>สร้างความสูญเสียซ้ำซาก กด </strong><strong>GDP ให้</strong><strong>ลดลงต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-41719"></span></p>
<p><strong>พร้อมชวนเปลี่ยนมุมมอง​ น้ำไม่ใช่แค่ภัยพิบัติ แต่เป็น &#8216;โจทย์เศรษฐกิจของประเทศ&#8217; ถ้าบริหารดีสร้างมูลค่า บริหารพลาด สูญเสียมหาศาล ระดมความร่วมมือ จัดการน้ำเชิงรุก เปลี่ยนความเสี่ยงน้ำเป็นโอกาสเศรษฐกิจ พลิกจากรอดสู่รวย </strong></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร </strong>อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน โดย​ความเสียหายจากมหาอุทกภัยปี 2554  ประเมินมูลค่าผลกระทบสูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท ขณะที่ 2 ปีต่อจากนั้น ในปี 2555 &#8211; 2556 ประเทศไทยกลับประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งสร้างมูลค่าความเสียหายประมาณ 30,000 ล้านบาทตามมา</p>
<p><em> “ประเทศไทยสูญเสียให้กับน้ำทุกปี ไม่ว่าจะแล้งหรือท่วม หากยังแก้ปัญหาแบบเดิม เราจะสูญเสียซ้ำไปเรื่อยๆ  นำมาสู่การผลักดันแนวคิด <strong>Water Economy</strong> เพื่อเปลี่ยนน้ำจากความเสี่ยง เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ด้วยความร่วมมือของศูนย์ <strong>&#8216;กันก่อนท่วม&#8217;</strong> (Water Resilience Center) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก และภาคเอกชนหลายแห่ง พร้อม <strong>ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เน้นการบริหารจัดการเชิงรุกด้วยข้อมูล วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เพื่อพลิกวิกฤตน้ำให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ</strong>”</em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41721 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Water-Resilience4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผลักดัน Water Economy เปลี่ยนความเสี่ยงจากน้ำ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ</strong></p>
<p><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์</strong> คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ประธานคณะกรรมการศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; (Water Resilience Center) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า <em><strong>ทรัพยากรน้ำไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ต่างจากพลังงาน ดิจิทัล หรือระบบโลจิสติกส์ ​ปัจจุบันทรัพยากรน้ำเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนโครงสร้างเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 17 ล้านล้านบาทของประเทศไทย</strong></em></p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญ ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และอุทกภัยรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และความ เชื่อมั่นในการลงทุน โดย <strong>บทเรียนจากมหาอุทกภัยปี 2554 แสดงให้เห็นว่าความเสียหายสามารถส่งผลให้ GDP ของ ประเทศลดลงได้ถึง​​ 2.5% ขณะที่ความเสี่ยงในอนาคตมีแนวโน้มรุนแรงและถี่ขึ้นจาก Climate Extremes</strong></p>
<p>ดังนั้น ​มุมมองเกี่ยวกับน้ำจึงควรเปลี่ยนจากภัยพิบัติสู่ &#8216;<strong>สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ</strong>&#8216; ตามแนวคิด Water Economy ที่มองน้ำเป็น <strong>เหรียญสองด้าน </strong>ของระบบเศรษฐกิจ ในด้านหนึ่ง น้ำคือ <strong>&#8216;ตัวคูณทางเศรษฐกิจ&#8217;</strong> (Economic Generator) ที่สนับสนุนภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว สุขภาพ และ คุณภาพชีวิต แต่อีกด้านหนึ่ง หากขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ น้ำจะกลายเป็น <strong>&#8216;ตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจ&#8217;</strong> (Economic Disruptor) ที่สร้างความเสียหายต่อธุรกิจ การผลิต และกลุ่มเปราะบางในสังคม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Water-Resilience3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“<strong>โจทย์สำคัญของประเทศไทยไม่ใช่เพียงรับมือภัยแล้งหรือน้ำท่วมเฉพาะหน้า แต่คือการยกระดับระบบ เศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience Economy) ผ่านการลงทุนที่ถูกที่ ถูกเวลา และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล วิทยาศาสตร์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</strong> ศูนย์กันก่อนท่วม (Water Resilience Center) เป็นแพลตฟอร์มกลางทางวิชาการที่เป็นมิตรและเป็นกลาง ทำหน้าที่สังเคราะห์ข้อมูล พัฒนาองค์ ความรู้ และสื่อสารความเสี่ยงด้านน้ำเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก อาทิ เนเธอร์แลนด์ญี่ปุ่น และภาคเอกชน <strong>เพื่อผลักดันแนวคิด Water Economy และเปลี่ยน  &#8216;ความเสี่ยงด้านน้ำ&#8217; ให้เป็น  &#8216;โอกาสทางเศรษฐกิจ&#8217; ของประเทศในระยะยาว</strong>” </em></p>
<p><strong>คุณชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)</strong> กล่าวในหัวข้อ<strong> &#8216;พลิกนโยบายน้ำ สร้างเศรษฐกิจ&#8217;</strong> ว่า ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย เป็นปัญหาซ้ำซากที่กระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจ สทนช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพบูรณาการหน่วยงานด้านน้ำเพื่อป้องกันภัยพิบัติ เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนแก้ วิกฤตน้ำให้เป็น “วาระแห่งชาติ”อย่างมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการแก้ไขปัญหา น้ำได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการพยากรณ์อากาศให้มีความแม่นยำและการแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ ประชาชนรอดพ้นจากวิกฤตได้ทันท่วงที</p>
<p><em>&#8220;​สทนช. ได้เสนอ <strong>มาตรการรับมือฤดูฝน แก้ภัยแล้ง และควบคุมคุณภาพน้ำ</strong> ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ นอกเขตชลประทาน เพื่อเตรียมจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรช่วยเหลือไม่ให้เกิดผลกระทบ ล่าสุด ครม.มีมติ เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัด ประกอบกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการ ทั้งภาคการศึกษาที่มี​ทั้งองค์ความรู้​ เทคโนโลยี รวมทั้งภาคเอกชน​ที่ให้ความสำคัญในการยกระดับการแก้ภัยแล้ง น้ำท่วมได้ครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ เชื่อว่าจะสามารถช่วยลดผลกระทบต่อปากท้องของประชาชน และนำไปสู่การเตรียมการล่วงหน้า เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งยั่งยืนร่วมกัน ” </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Water-resilience5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ยกระดับปัญหาน้ำ = วาระแห่งชาติ เดินหน้าแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ</strong></p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> ที่ปรึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และรองประธานคณะกรรมการศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในช่วงสรุป &#8216;<strong>Water Economy: พลิกน้ำ เปลี่ยนชะตาประเทศไทย&#8217;</strong> ว่า ประเทศไทย กำลังเข้าสู่ยุคที่ <strong>‘น้ำ’ ไม่ใช่เรื่องฤดูกาล แต่คือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา </strong>โดยชี้ว่า ภายใต้ภาวะเอลนีโญ และ Climate Change ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และน้ำแปรปรวนรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และค่าครองชีพของประชาชน ขณะที่รัฐยังต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการเยียวยาซ้ำซาก ทุกปีแต่ยังไม่ได้ลงทุนเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนแนวคิด Water Economy สู่การปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จนั้น ประเทศไทยมีต้นแบบที่พิสูจน์ แล้วว่าสามารถ <strong>&#8216;พลิกน้ำเป็นโอกาส&#8217;</strong> ลดความสูญเสียและสร้างเศรษฐกิจได้จริงในระดับพื้นที่ เช่น จังหวัดกาญจนบุรีที่ใช้ การบริหารจัดการเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ร่วมกับระบบกระจายน้ำแบบ &#8216;ก้างปลา&#8217; และ &#8216;แก้มลิง ธรรมชาติ&#8217; เพื่อลดแรงมวลน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ รวมทั้ง​โครงการขนาดใหญ่ระดับโลก เช่น เขื่อนสามผา (Three Gorges Dam) ของจีน แสดงให้เห็นว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำสามารถปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ และ สร้างเสถียรภาพให้กับประเทศในระยะยาว&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Water-Resilience6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความท้าทายสำคัญในการบริหารจัดการของไทยคือ <strong>&#8216;การขาดการเชื่อมต่อจากโมเดล พื้นที่สู่ระดับประเทศ&#8217;</strong> ทำให้ศักยภาพที่มีอยู่ยังไม่ถูกขยายผลอย่างเต็มที่ ​ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; จึง​มุ่งขับเคลื่อน Water Economy ผ่าน 3 แนวทาง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. ยกระดับ ‘วิกฤตน้ำ’ เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง :  </strong>ปรับโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำให้เป็นเอกภาพและบูรณาการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>2. สร้าง </strong><strong>Water Smart Community :  </strong>สนับสนุนชุมชนและภาคประชาสังคมให้มีองค์ความรู้และบริหารจัดการน้ำเองได้</p>
<p><strong>3. ลงทุนระบบข้อมูลน้ำแห่งชาติ (</strong><strong>National Water Data Platform) : </strong>ใช้ Real-time Data เพื่อคาดการณ์ เตือนภัย และวางแผนเชิงรุก</p>
<p><strong>Designing Resilience : พลิกการออกแบบเมือง อยู่กับน้ำอย่างชาญฉลาด</strong></p>
<p>ช่วงเสวนาหัวข้อ <strong>&#8216;Designing Resilience: พลิกการออกแบบเมือง อยู่กับน้ำอย่างชาญฉลาด&#8217;</strong> โดย <strong>ศาสตราจารย์มิโฮ มาซูเรียว (</strong><strong>Prof. Miho Mazereeuw) </strong>ผู้อำนวยการ MIT Climate Mission และผู้อำนวยการ Urban Risk Lab และ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรายุทธ ทรัพย์สุข </strong>คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอ <em><strong>กรณีศึกษาการออกแบบอาคารและพื้นที่ต้นแบบที่สามารถรับมืออุทกภัย ใช้งานได้ในช่วงเกิดภัย พิบัติ และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/2254006.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> ​ศาสตราจารย์มิโฮ</strong> ถ่ายทอดตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่น ​สะท้อนแนวคิด การออกแบบ <strong>หนึ่งได้สอง </strong> (dual‑use design) ที่เชื่อมโยงการป้องกันภัยพิบัติกับบริบทเศรษฐกิจน้ำ และให้ ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรายุทธ </strong>สะท้อนความเปราะบางของเมืองไทยจากรูปแบบการพัฒนาในอดีต พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทของสถาปัตยกรรมเชิงยืดหยุ่นในการฟื้นฟูชุมชน ลดความเสี่ยง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว</p>
<p><strong>คุณประเชิญ คนเทศ</strong> ผู้จัดการมูลนิธิลุ่มน้ำท่าจีนนครปฐม กล่าวว่า พื้นที่นครปฐมเคยเผชิญวิกฤตน้ำซ้ำซาก ทั้ง น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย และการบริหารจัดการที่ <strong>ต่างคนต่างทำ</strong> ส่งผลให้ปัญหาของพื้นที่หนึ่งไปซ้ำเติมอีกพื้นที่หนึ่งไม่จบสิ้น</p>
<p>จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2566 กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ริเริ่มให้ชุมชนใช้ <strong>ผังภูมิสังคม (Geo-Social Map)</strong> มาใช้เป็นฐานข้อมูลกลาง บูรณาการข้อมูลภูมิศาสตร์และข้อมูลชุมชน ทำให้สามารถวางแผนจัดการน้ำได้ทั้งระบบ ครอบคลุมทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำ</p>
<p>“จากฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้น นำไปสู่โจทย์สำคัญของชุมชนว่า จะต่อยอดแหล่งน้ำให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ อย่างไร ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว จึงขับเคลื่อนผ่านโครงการวิจัย​​​ ที่ทำหน้าที่เป็น​พื้นที่กลาง​เชื่อมภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เข้ามาร่วมวางแผนอนาคตบนข้อมูลชุดเดียวกัน เช่น ระบบเตือนภัยที่ทุกคนเข้าถึงได้ทำให้นครปฐมรับมือมวลน้ำได้โดยไม่กระทบวงกว้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/2254033.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>หลังจากนั้นเริ่ม <strong>&#8216;พลิกน้ำเป็นรายได้ จากรอดสู่รวย&#8217;</strong> หลังจากมหาอุทกภัยปี 2554 เกษตรกรที่นครปฐมแทบหมดตัว ไม่มีรายได้ ปัจจุบันเฉพาะ สวนส้มโอ ปีนี้มีผลผลิตเกือบ 6,000 ตัน มูลค่าสูงถึง 1,500 ล้านบาท เฉลี่ยครอบครัวละ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ภาคบริการ ท่องเที่ยว ก็ทำรายได้สู่ท้องถิ่นได้ดีชุมชนนครปฐมบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ ปีที่ผ่านมา สวนส้มโอไม่เสียหายจากน้ำท่วมเลย พิสูจน์แล้วว่าการจัดการน้ำที่ดี สร้างเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว” นายประเชิญกล่าว</p>
<p><strong>คุณวรสถิตย์ บัวแดง</strong> ต้นกล้าชุมชน มูลนิธิเอสซีจี สะท้อนจากประสบการณ์ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม​ในภาคเหนือว่า น้ำท่วมไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ แต่​ยังพรากชีวิตและอนาคตของคนจำนวนมาก การรับมือแบบคลำทางในช่วงวิกฤต ชุมชนจำนวนมากยังขาดข้อมูลพื้นฐานสำคัญ เช่น พื้นที่เสี่ยง จุดปลอดภัย หรือกลุ่มเปราะบาง ทำให้การช่วยเหลือไม่ตรงจุด พร้อมเสนอ 3 แนวทางเร่งด่วนเพื่อ &#8216;ติดอาวุธให้ชุมชน&#8217; เพื่อความมั่นคงของชีวิตและเศรษฐกิจในระยะยาว  ได้แก่</p>
<p>&#8211; สร้าง <strong>Geo-Social Map</strong> ให้ชุมชนรู้พื้นที่และความเสี่ยงของตัวเอง</p>
<p>&#8211; พัฒนา <strong>อาสาสมัครภัยพิบัติในชุมชน</strong> ให้พร้อมรับมือทันที</p>
<p>&#8211; ใช้<strong>เทคโนโลยีและระบบเตือนภัยที่แม่นยำ</strong> เปลี่ยนความตระหนกเป็นตระหนัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านเยาวชนไทย <strong>คุณกิตตินันท์ สงคำ </strong>และ <strong>คุณณฐนนท์ เขื่อนทา ทีมพัฒนา </strong><strong>AI &#8216;</strong><strong>น้องเฝ้าน้ำ&#8217; </strong>ผู้ชนะเลิศในโครงการ กล้าใหม่ใฝ่รู้ SCB Challenge ปี 2568 เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย ที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก จึงพัฒนา <strong>ระบบ AI คาดการณ์น้ำ</strong> โดยใช้ข้อมูลระดับน้ำแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์แนวโน้มล่วงหน้า สามารถติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนผ่าน เว็บไซต์ SmartFlood AI และ AI LINE Chatbot  &#8216;น้องเฝ้าน้ำ&#8217; ให้คน ‘รู้ก่อน’ จะได้ ‘รอดก่อน’ ช่วยให้ชุมชนเตรียมรับมือได้ทันท่วงที ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41725 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/2253985_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เวที Water Resilience Forum 2/2026 สะท้อนชัดว่า การแก้ปัญหาน้ำไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ไปจนถึงนโยบายระดับประเทศ เมื่อข้อมูลวิทยาศาสตร์ และคนในพื้นที่ทำงานร่วมกัน ประเทศไทย  จะสามารถ &#8216;พลิกน้ำ สร้างชาติ&#8217; ได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/water-resilience-forum-2-2026/">&#8216;น้ำ&#8217; เชื่อมโยงโครงสร้าง​เศรษฐกิจไทยกว่า 17 ล้านล้านบาท ศูนย์ &#8216;กันก่อนท่วม&#8217; เร่งผลักดันแนวคิด Water Economy เปลี่ยนความเสี่ยงจากน้ำ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศรัทธาร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดพระธรรมมุนี (สน่ำ) กว่า 1.3 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/utcc-pr-offering-robes-to-buddhist-priests-at-monastery/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jun 2024 05:01:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ชมรมร่มไทรทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.สมพร เจนนภา]]></category>
		<category><![CDATA[พลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดี์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธรรมมุนี (สน่ำ)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26316</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชมรมร่มไทรทอง (พนักงานเกษียณอายุ) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี ผศ.สมพร เจนนภา (ที่ปรึกษาชมรมฯ) และคณะกรรมการ ร่วมกันจัดทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อหาทุนบูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถ วัดพระธรรมมุนี (สน่ำ) อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ทั้งนี้ ศรัทธาจาก 29 สายบุญทำให้ยอดรวมทั้งสิ้นกว่า 1.3 ล้านบาท ซึ่งมีพลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดี์ คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส  รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รวมทั้งผู้บริหารและผู้มีจิตศรัทธาหลายภาคส่วนจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอื่นๆ ร่วมเป็นสักขีพยานในการทอดผ้าป่าครั้งนี้  โดยมีพระครูวิสิฐวรการ ประธานสงฆ์วัดพระธรรมมุนี (สน่ำ) เป็นผู้พิจารณาผ้าป่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/utcc-pr-offering-robes-to-buddhist-priests-at-monastery/">ศรัทธาร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดพระธรรมมุนี (สน่ำ) กว่า 1.3 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b></b><strong>ชมรมร่มไทรทอง (พนักงานเกษียณอายุ) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong> โดยมี <strong>ผศ.สมพร เจนนภา</strong> (ที่ปรึกษาชมรมฯ) และคณะกรรมการ ร่วมกันจัดทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อหาทุนบูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถ วัดพระธรรมมุนี (สน่ำ) อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ทั้งนี้ ศรัทธาจาก 29 สายบุญทำให้ยอดรวมทั้งสิ้นกว่า 1.3 ล้านบาท ซึ่งมี<strong>พลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดี์ คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส  รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย</strong> รวมทั้งผู้บริหารและผู้มีจิตศรัทธาหลายภาคส่วนจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอื่นๆ ร่วมเป็นสักขีพยานในการทอดผ้าป่าครั้งนี้  โดยมีพระครูวิสิฐวรการ ประธานสงฆ์วัดพระธรรมมุนี (สน่ำ) เป็นผู้พิจารณาผ้าป่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/utcc-pr-offering-robes-to-buddhist-priests-at-monastery/">ศรัทธาร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดพระธรรมมุนี (สน่ำ) กว่า 1.3 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ หนุน 4 ข้อเสนอเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ย้ำการเปลี่ยนผ่านต้องมีเป้าหมายชัดเจน และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/thai-pm-praises-proposal-transition-thailand-into-a-low-carbon-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Oct 2023 00:24:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[นายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21490</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายกฯ หนุนเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย พร้อมขยายผลเศรษฐกิจหมุนเวียน และการเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาด โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจ ดึงดูดนักลงทุน เชื่อมั่นพลังความร่วมมือจะพาไทยเติบโตแบบคาร์บอนต่ำได้สำเร็จ ในงาน ESG Symposium 2023 คุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ​ร่วมงาน ESG Symposium 2023 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 11 ในหัวข้อ “ร่วม เร่ง เปลี่ยน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ” ด้วยความร่วมมือจากหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ เอสซีจี ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้ร่วมงานจากทุกภาคส่วนกว่า 2,000 คน โดยนายกรัฐมนตรีได้รับฟังข้อเสนอ “ร่วม เร่ง เปลี่ยนประเทศไทย สู่สังคมคาร์บอนต่ำ” ที่มาจากการระดมสมอง ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาสังคมกว่า 500 คน ตลอดเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย 4 แนวทาง ได้แก่  1. ร่วมสร้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/thai-pm-praises-proposal-transition-thailand-into-a-low-carbon-society/">นายกฯ หนุน 4 ข้อเสนอเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ย้ำการเปลี่ยนผ่านต้องมีเป้าหมายชัดเจน และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>นายกฯ หนุนเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย พร้อมขยายผลเศรษฐกิจหมุนเวียน และการเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาด โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจ ดึงดูดนักลงทุน เชื่อมั่นพลังความร่วมมือจะ</b><b>พาไทยเติบโตแบบคาร์บอนต่ำได้สำเร็จ </b><b>ในงาน </b><b>ESG Symposium 2023</b></p>
<p><span id="more-21490"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คุณเศรษฐา ทวีสิน</strong> นายกรัฐมนตรี ​ร่วม</span><b>งาน </b><b>ESG Symposium 2023</b> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 11 ในหัวข้อ </span><span style="font-weight: 400;">“</span><strong>ร่วม เร่ง เปลี่ยน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ</strong><span style="font-weight: 400;">”</span><span style="font-weight: 400;"> ด้วยความร่วมมือจากหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ เอสซีจี ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้ร่วมงานจากทุกภาคส่วนกว่า </span><span style="font-weight: 400;">2,000</span><span style="font-weight: 400;"> คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> โดยนายกรัฐมนตรีได้รับฟังข้อเสนอ</span> <b>“</b><b>ร่วม เร่ง เปลี่ยนประเทศไทย สู่สังคมคาร์บอนต่ำ</b><b>”</b><span style="font-weight: 400;"> ที่มาจากการระดมสมอง ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาสังคมกว่า 500 คน ตลอดเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย </span><span style="font-weight: 400;">4 </span><span style="font-weight: 400;">แนวทาง ได้แก่ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21492 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/2-1_นายกรัฐมนตรี-นายเศรษฐา-ทวีสิน-แสดงวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่งาน-ESG-Symposium-2023.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>1. ร่วมสร้าง “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย</b> <span style="font-weight: 400;">ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว เกษตรยั่งยืน ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากสระบุรีเป็นจังหวัดที่มีความซับซ้อนและท้าทายมาก เพราะมีระบบเศรษฐกิจทั้งภาคอุตสาหกรรมหนัก การเกษตร การท่องเที่ยว และความเป็นเมืองที่ผสมผสาน</span><span style="font-weight: 400;">จึงสามารถเป็นตัวแทนเสมือนของประเทศไทยได้ เพื่อศึกษาเรียนรู้ปัจจัยความสำเร็จและข้อจำกัดต่าง ๆ ในการเปลี่ยนสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ซึ่งร่วมบูรณาการโดยผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมจริง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และภาคประชาสังคมที่ได้รับผลกระทบ หากประสบความสำเร็จจะเป็นแรงจูงใจให้จังหวัดอื่น ๆ ได้ ปัจจุบันมีความร่วมมือเกิดขึ้นแล้ว อาทิ การกำหนดใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในทุกงานก่อสร้างในจังหวัดสระบุรีตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป การทำนาเปียกสลับแห้ง ช่วยลดการใช้น้ำ การปลูกพืชพลังงาน หญ้าเนเปียร์ และนำของเหลือจากการเกษตรไปแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน สร้างรายได้ให้ชุมชน รวมทั้งร่วมปลูกป่าชุมชน 38 แห่งทั่วจังหวัด ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก และนำไปสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สร้างรายได้ให้ชุมชน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21495 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/5-2_นายกฯ-เยี่ยมชมนิทรรศการปูนคาร์บอนต่ำ-ในงาน-ESG-Symposium-2023.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>2. เร่งผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นวาระแห่งชาติ</b> <span style="font-weight: 400;">เพราะเป็นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบ</span><span style="font-weight: 400;">คาร์บอนต่ำ ในประเทศไทยมี 3 อุตสาหกรรมที่ลงมือทำแล้ว คืออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และก่อสร้าง </span><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นได้จริง คือ</span><span style="font-weight: 400;"> กำหนดนโยบาย กฎหมาย มาตรฐาน การคัดแยกและจัดเก็บขยะเป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ กำหนดตัวชี้วัดในการติดตามผล ตลอดจนสร้าง </span><span style="font-weight: 400;">Eco</span><span style="font-weight: 400;">&#8211;</span><span style="font-weight: 400;">system </span><span style="font-weight: 400;">สนับสนุนสิทธิประโยชน์ในการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมทั้งรณรงค์ใช้สินค้ากรีนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพ ออกกฎหมายระบุปริมาณอย่างชัดเจน โดยหน่วยงานภาครัฐนำร่องจัดซื้อจัดหาสินค้ากรีน เพื่อให้เกิดการยอมรับอย่างแพร่หลาย</span></p>
<p><b>3. เปลี่ยนสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน</b> <b>ปลดล็อกข้อจำกัด</b> <span style="font-weight: 400;">โดยเปิดเสรีซื้อ-ขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ</span><span style="font-weight: 400;"> (Grid Modernization)</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนใช้เครือข่ายไฟฟ้าร่วม</span><span style="font-weight: 400;">กัน ให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานสะอาดสะดวกยิ่งขึ้น สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานสะอาดและใช้พื้นที่ว่างเปล่า</span><span style="font-weight: 400;">กักเก็บพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น พลังงานน้ำ พลังงานความร้อน พลังงานกล พลังงานเคมี รวมทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาพลังงานทดแทนใหม่</span> <span style="font-weight: 400;">ๆ และผลักดันให้อยู่ในแผนพลังงานชาติ เช่น พลังงานไฮโดรเจน พืชพลังงาน ขยะจากชุมชน ของเสียจากโรงงาน</span> <span style="font-weight: 400;">ตลอดจนปรับปรุงนโยบายและให้สิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการใช้พลังงานสะอาด และส่งเสริมการใช้ข้อมูล </span><span style="font-weight: 400;">Big Data </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21493 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/5-1_นายกฯ-เยี่ยมชมนิทรรศการชุมชนริมคลองน่ามองน่าอยู่-ในงาน-ESG-Symposium-2023.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>4. ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง </b><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่สามารถปรับตัวได้ เช่น </span><span style="font-weight: 400;">SMEs </span><span style="font-weight: 400;">แรงงาน เกษตรกร และชุมชน  โดยแบ่งกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบและจัดสรรความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้ตระหนักรู้ เข้าถึงเทคโนโลยีลดคาร์บอนและแหล่งเงินทุนสิ่งแวดล้อมทั่วโลก</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งมีอยู่มากถึง </span><span style="font-weight: 400;">52 </span><span style="font-weight: 400;">ล้านล้านบาท และขอเสนอให้ไทยควรร่วมเร่งเข้าถึงกองทุนดังกล่าว เพื่อขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม เช่น กองทุนนวัตกรรมจัดการน้ำให้กลุ่มเกษตรกรรับมือสภาพภูมิอากาศแปรปรวน กองทุนฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าพร้อมสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต  นอกจากนี้ ยังควรพัฒนาทักษะแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านให้มีความพร้อมปรับตัวทันท่วงทีและพึ่งพาตัวเองได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21494 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/5-3_นายกฯ-เยี่ยมชมนิทรรศการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์-ในงาน-ESG-Symposium-2023.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>นายกรัฐมนตรี </b><b>นายเศรษฐา ทวีสิน</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวชื่นชม</span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสนอดังกล่าว และเชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันตาม</span><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ </span><span style="font-weight: 400;">ESG (Environmental, Social, and Governance) </span><span style="font-weight: 400;">ที่เน้นสร้างเศรษฐกิจควบคู่กับสมดุลทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส</span> <span style="font-weight: 400;">มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน จะช่วยกู้โลกให้กลับมาดีขึ้น </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทยต้องมีแนวทางที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดังนี้  1.</span><span style="font-weight: 400;"> มุ่งมั่นการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านหลักการไปให้ถึงและช่วยเหลือกลุ่มที่รากหญ้า  2</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศ สำหรับประชากรทุกคนในประเทศ และให้ความสำคัญกับสิทธิด้านสุขภาพ  3</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ผลักดันความร่วมมือทุกระดับ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงบริการพลังงาน ในราคาที่เหมาะสมและมีความน่าเชื่อถือภายในปี ค.ศ </span><span style="font-weight: 400;">2030</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “ผมรู้สึกประทับใจมาก ที่ได้เห็นคนไทยทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ร่วมกันหาแนวทางทำให้ประเทศไทยเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ เพราะภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลก และ</span><span style="font-weight: 400;">ชื่นชมความตั้งใจสร้าง <strong>“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong>” เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย  เพราะเป็นจังหวัดที่มีความท้าทายสูง มีอุตสาหกรรมใหญ่อยู่มาก ซึ่งจะสำเร็จได้ต้องอาศัยการดำเนินงานร่วมมือกันหลายส่วน ทั้งมาตรการและเงินทุน </span><span style="font-weight: 400;">จึงขอเชิญชวนภาคส่วนอื่น ๆ มาร่วมกัน เพราะหากสำเร็จจะเป็นตัวอย่างให้เมืองและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อไป&#8221;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21498 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/2-4_นายกรัฐมนตรี-นายเศรษฐา-ทวีสิน-แสดงวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่งาน-ESG-Symposium-2023.jpg" alt="" width="384" height="575" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นวาระแห่งชาติ ผมชื่นชมความมุ่งมั่นทั้ง 3 อุตสาหกรรมนำร่อง ทั้งบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และก่อสร้าง ซึ่งรัฐบาลจะขยายผลความสำเร็จนี้ โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายจัดการขยะและเปิดให้จัดหาสินค้ากรีนเพื่อสร้าง</span><span style="font-weight: 400;"> Eco</span><span style="font-weight: 400;">&#8211;</span><span style="font-weight: 400;">system </span><span style="font-weight: 400;">ที่เอื้อต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน  สำหรับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดให้เต็มประสิทธิภาพ และศึกษาการเปิดให้สามารถซื้อ-ขายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้มากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมทั้งรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ดึงดูดนักลงทุนและบริษัทต่างชาติในอนาคต</span></p>
<p><b>นายกรัฐมนตรี </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวทิ้งท้ายว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ผมขอขอบคุณทุกคนที่มุ่งเปลี่ยนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง </span><span style="font-weight: 400;">เพราะยังมีประชาชนอีกมากโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก เกษตรกร และชุมชน ที่ยังไม่ตระหนักถึงวิกฤตินี้ หรือยังไม่พบทางออกเพื่อรับมือ เราควรสนับสนุนการเข้าถึงความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงเงินทุน ให้ทุกคนสามารถปรับตัวอยู่รอดได้ สำหรับข้อเสนอในวันนี้ ผมจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21496 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/3-3_นายรุ่งโรจน์-รังสิโยภาส-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><b>คุณรุ่งโรจน์  รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">คณะจัดงานขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติมาร่วมงาน และรับฟังข้อเสนอจากพวกเราทุกภาคส่วนในวันนี้  ผมเชื่อมั่นว่าภายใต้การบริหารงานของท่านที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมทั้งแนวนโยบายที่ชัดเจนของประเทศ จะทำให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21497 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/4-3_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-รองกรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-นำเสนอแนวทางเร่งเปลี่ยนปร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>คุณธรรมศักดิ์  เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">เอสซีจีพร้อมนำแนวทางจากท่านนายกรัฐมนตรีไปผลักดันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเร่งพัฒนากระบวนการผลิตสีเขียว ควบคู่กับนวัตกรรมกรีน เช่น ปูนคาร์บอนต่ำ พลาสติกรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ อีกทั้งผสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนแก้วิกฤติโลกเดือด ซึ่งเย็นวันนี้ </span><span style="font-weight: 400;">80 </span><span style="font-weight: 400;">ซีอีโอ จากหลายอุตสาหกรรม เช่น ภาคพลังงาน การผลิต อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ สุขภาพ บริการ มาร่วมระดมสมองเพิ่มเติม ซึ่งมั่นใจว่าจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโต พร้อมโลว์คาร์บอน เป็นจริงได้แน่นอน</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/thai-pm-praises-proposal-transition-thailand-into-a-low-carbon-society/">นายกฯ หนุน 4 ข้อเสนอเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ย้ำการเปลี่ยนผ่านต้องมีเป้าหมายชัดเจน และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG นำทีมภาครัฐ -เอกชน ​ยื่นหนังสือให้นายกฯ เสนอ 4 แนวทาง เร่งเปลี่ยนผ่านประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/4-approaches-accelerate-thailand-transition-to-low-carbon-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Oct 2023 12:11:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Society]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใส สันตะบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[พรรรัตน์ เพชรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วม เร่ง เปลี่ยน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญชัย เฉลียวเกรียงไกร]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21427</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี ผนึก ภาครัฐ -เอกชน เสนอ 4 แนวทาง เปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ร่วม สร้างเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ–เร่งผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน– เปลี่ยนสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน–ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง    ในวันที่  5 ตุลาคม 2566 ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม กว่า 500 คน นำโดยเอสซีจี เตรียมยื่นหนังสือ​นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในงาน ESG Symposium 2023 เพื่อเสนอแนวทางขับเคลื่อนเร่งเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ Low Carbon Society อย่างบูรณาการ​ คุณรุ่งโรจน์  รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ​ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ซึ่งส่งผลกระทบที่เร็วและรุนแรงขึ้นต่อทุกชีวิตในโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เอสซีจีจึงเชิญชวนภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมกว่า 500 คน ระดมสมองหาแนวทางกู้วิกฤตดังกล่าว เพื่อนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ในงาน ESG Symposium 2023 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/4-approaches-accelerate-thailand-transition-to-low-carbon-society/">SCG นำทีมภาครัฐ -เอกชน ​ยื่นหนังสือให้นายกฯ เสนอ 4 แนวทาง เร่งเปลี่ยนผ่านประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี ผนึก ภาครัฐ -เอกชน เสนอ </strong><strong>4 แนวทาง </strong><strong>เปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ <em><u>ร่วม</u> </em>สร้างเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ</strong><strong>–</strong><strong><em><u>เร่ง</u></em></strong><strong>ผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong><strong>– </strong><strong><em><u>เปลี่ยน</u></em>สู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน</strong><strong>–</strong><strong>ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง </strong><strong> </strong><strong> </strong><span id="more-21427"></span></p>
<p>ในวันที่  5 ตุลาคม 2566 ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม กว่า 500 คน นำโดยเอสซีจี เตรียมยื่นหนังสือ​นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในงาน <strong>ESG Symposium 2023</strong> เพื่อเสนอแนวทางขับเคลื่อนเร่งเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ Low Carbon Society อย่างบูรณาการ​</p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์  รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่</strong> <strong>เอสซีจี</strong> กล่าวว่า ​ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ซึ่งส่งผลกระทบที่เร็วและรุนแรงขึ้นต่อทุกชีวิตในโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เอสซีจีจึงเชิญชวนภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมกว่า 500 คน ระดมสมองหาแนวทางกู้วิกฤตดังกล่าว เพื่อนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ในงาน <strong>ESG Symposium 2023</strong> วันที่ 5 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ผ่าน 4 แนวทางในการขับเคลื่อน ทั้งมิติในการ <strong>ร่วม</strong> เพื่อสร้างการขับเคลื่อนอย่างบูรณาการ <strong>เร่ง</strong> เพื่อเร่งผลักดัน Circular Economy สู่วาระแห่งชาติ <strong>เปลี่ยน</strong> เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและยั่งยืน และสุดท้าย ต้อง <strong>ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</strong> โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องสามารถเปลี่ยนผ่านไปได้พร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21466 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/2.นายรุ่งโรจน์-รังสิโยภาส-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="437" height="655" /></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์  เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า “ทุกภาคส่วนอยากเห็นการทำงานแบบบูรณาการให้เศรษฐกิจไทยเติบโตควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำให้เกิดขึ้นจริง นำมาสู่การเสนอ 4 แนวทางความร่วมมือ เพื่อ <strong>ร่วม เร่ง เปลี่ยน </strong>และ <strong>ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</strong> โดยรายละเอียดในแต่ละมิติ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1) </strong><strong>ร่วมสร้าง “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์”</strong> เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบการศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เนื่องจาก สระบุรีมีความซับซ้อนในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหลายมิติ หาก​สามารถขับเคลื่อนการแก้ปัญหาได้ ผ่านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว เกษตรยั่งยืน ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อพัฒนามาสูาการเป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศในอนาคตต่อไปได้</p>
<p><strong>2)</strong> <strong>เร่งผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นวาระแห่งชาติ</strong> ซึ่งขณะนี้มี 3 อุตสาหกรรมต้นแบบแล้ว คือ บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ ก่อสร้าง การผลักดันเป็นวาระแห่งชาติจะดึงดูดให้อุตสาหกรรมอื่น ๆ ร่วมขยายผล เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21467 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/3.นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-รองกรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3) </strong><strong>เปลี่ยน</strong><strong>สู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน</strong> <strong>ปลดล็อกข้อจำกัด</strong>จากการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาด ให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ได้สะดวก อาทิ เปิดเสรีซื้อ-ขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Grid Modernization) ส่งเสริมการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานสะอาด (Energy Storage System) และส่งเสริมพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานไฮโดรเจน เชื้อเพลิงชีวมวล ขยะจากชุมชน พืชพลังงาน</p>
<p><strong>4) </strong><strong>ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง </strong>ช่วยเหลือทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางให้มีความตระหนักรู้ เข้าถึงเทคโนโลยีลดคาร์บอนและแหล่งเงินทุนสิ่งแวดล้อม ผมเชื่อว่าหากทุกภาคส่วนบูรณาการตามข้อเสนอจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบคาร์บอนต่ำสร้างความสมดุลให้สิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและโมเดลเศรษฐกิจ BCG</p>
<p><strong>ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) </strong>กล่าวถึงรายละเอียดในการขับเคลื่อนโมเดล  “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อเป็นฐานไปสู่การเป็นพื้นที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero emission แห่งแรกของไทย</p>
<p>ทั้งนี้ มีความท้าทายอยู่ที่จังหวัดสระบุรีเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมหนักและมีปัญหาสิ่งแวดล้อมสะสม หากเปลี่ยนให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำหรือ Net Zero ได้สำเร็จ ซึ่งการเป็นได้นั้นต้องใช้นวัตกรรมและรูปแบบการทำงานข้ามภาคส่วนจากการทำงานนี้จะเป็นรูปแบบและบทเรียนให้จังหวัดอื่นๆ ทำได้เช่นกัน การจะทำให้ <u>ภาคอุตสาหกรรม </u>เปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ลงทุนให้ใช้พลังงานสะอาดได้อย่างเต็มที่ ผลักดันให้พัฒนาส่งเสริมการใช้งานและส่งออกสินค้ากรีน เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Bio Energy Pallet <u>ภาคการเกษตร</u> เปลี่ยนเป็นเกษตรยั่งยืน เช่น ทำนาเปียกสลับแห้ง ช่วยลดการใช้น้ำ ลดต้นทุน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งปลูกหญ้าเนเปียร์และนำของเหลือจากการเกษตรไปแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน ช่วยลดคาร์บอนและสร้างรายได้ให้ชุมชน ร่วมปลูกป่าชุมชนเพิ่ม 38 แห่งทั่วจังหวัดเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยดูดซับคาร์บอน และนำไปสู่<u>การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ</u> สร้างรายได้ให้ชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-21468" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/4.ดร.กิติพงค์-พร้อมวงค์-ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา-วิทยาศาสตร์-วิจัยและนวั.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณพรรรัตน์ เพชรภักดี รองผู้อำนวยการใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า “ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจะประสบความสำเร็จ เช่นในประเทศสวีเดน และฟินแลนด์ ต้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ให้เกิดการปฏิบัติจริงอย่างแพร่หลาย สำหรับประเทศไทยมี 3 อุตสาหกรรมที่ได้นำร่องจนเกิดผลสำเร็จแล้ว คือ บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และก่อสร้าง ทั้งนี้ การขยายผลไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ต้องกำหนดกฎหมาย นโยบาย และมาตรฐานคัดแยก จัดเก็บขยะให้เป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ ตลอดจนสร้าง Eco System สนับสนุนสิทธิประโยชน์ในการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมทั้ง รณรงค์ใช้สินค้ากรีนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพ ออกกฎหมายระบุปริมาณอย่างชัดเจน โดยหน่วยงานภาครัฐนำร่องจัดซื้อจัดหาสินค้ากรีน เพื่อให้เกิดการยอมรับอย่างแพร่หลาย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21469 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/15.บรรยากาศการ-Workshop.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณเจริญชัย เฉลียวเกรียงไกร ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สระบุรี </strong>กล่าวว่า “ก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 70 ในประเทศไทยมาจากภาคพลังงาน เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero จึงต้องเปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลซึ่งปล่อยคาร์บอนสูงมาสู่พลังงานสะอาด โดยร่วมกันปลดล็อกข้อจำกัด เพื่อยกระดับความมั่นคงทางพลังงานและยั่งยืนในประเทศ และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยเปิดเสรี ซื้อ-ขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Grid Modernization) ทั้งภาครัฐ เอกชนใช้เครือข่ายไฟฟ้าร่วมกัน เพื่อให้เข้าถึงและใช้ได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งเสริมการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานสะอาด ให้มีประสิทธิภาพสูง ราคาเหมาะสม ส่งเสริมการผลิตให้เป็น New S-Curve ตลอดจนสนับสนุนการใช้พื้นที่ว่างเปล่าเพื่อกักเก็บพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น พลังงานน้ำ พลังงานความร้อน พลังงานกล พลังงานเคมี อีกทั้ง พัฒนาพลังงานทดแทนใหม่ ๆ ให้อยู่ในแผนพลังงานชาติ เช่น พลังงานไฮโดรเจน<br />
พืชพลังงาน ขยะชุมชน ของเสียจากโรงงาน ตลอดจนปรับปรุงนโยบายและสิทธิประโยชน์ที่จูงใจให้ใช้พลังงานสะอาด โดยตั้งเป้าใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพิ่มจากร้อยละ 13 เป็นร้อยละ 50 ในปี 2050”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21470 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/11.ระดมสมองด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเเละยั่งยืน-Energy-Transition.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณจิตใส สันตะบุตร คนรุ่นใหม่ใจรักษ์โลก กลุ่ม</strong><strong> SDG</strong><strong>7 </strong><strong>Global Youth Ambassador for Southeast Asia</strong> กล่าวว่า “ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างราบรื่น ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ขาดทรัพยากร และความรู้ความเข้าใจในการปรับตัว ได้แก่ SMEs แรงงาน เกษตรกร และชุมชน เราควรแบ่งกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบและจัดสรรความช่วยเหลือตามความต้องการอย่างเหมาะสม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ให้มีความตระหนักรู้ เข้าถึงเทคโนโลยีลดคาร์บอนและแหล่งเงินทุนสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีมากถึง 52 ล้านล้านบาท โดยขอเสนอให้ไทยตั้งเป้าขอรับเงินสนับสนุนโครงการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ปีละ 350,000 ล้านบาท เช่น กองทุนนวัตกรรมจัดการน้ำให้กลุ่มเกษตรกรรับมือสภาพภูมิอากาศแปรปรวน กองทุนฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าพร้อมสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต นอกจากนี้มุ่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านให้ปรับตัวทันท่วงทีและพึ่งพาตัวเองได้”</p>
<p>“ข้อเสนอทั้ง 4 ข้อนี้ จะนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ในงาน  <strong>ESG Symposium 2023</strong> วันที่ 5 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ผมเชื่อมั่นว่า หากทุกภาคส่วนร่วมมือบูรณาการกันอย่างแท้จริง ไม่มองเป้าหมายแค่เพื่อตัวเอง หรือเป้าหมายขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เพื่อความอยู่รอดของประเทศ และโลกของเรา ร่วม-เร่ง-เปลี่ยนแก้วิกฤติโลกเดือด โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต พร้อมโลว์คาร์บอนเป็นจริงได้แน่นอน” คุณธรรมศักดิ์ กล่าวปิดท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21471 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/16.Infographic_ESG-Symposium-2023.jpg" alt="" width="626" height="783" /></p>
<p>ESG Symposium 2023 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 11 ในหัวข้อ <strong>“ร่วม เร่ง เปลี่ยน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ”</strong> ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้ร่วมงานจากทุกภาคส่วนกว่า 1,500 คน โดยมีวิทยากรระดับโลก ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และตัวอย่างที่หลากหลาย ชมนิทรรศการความร่วมมือและนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำจากองค์กรชั้นนำทั่วโลก ผู้สนใจรับชมออนไลน์ได้ที่ Facebook และ Youtube ของ SCG ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ เวลา 12.00-17.15 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติม <a href="http://www.scg.com" target="_blank" rel="noopener">www.scg.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/4-approaches-accelerate-thailand-transition-to-low-carbon-society/">SCG นำทีมภาครัฐ -เอกชน ​ยื่นหนังสือให้นายกฯ เสนอ 4 แนวทาง เร่งเปลี่ยนผ่านประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jul 2023 08:25:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-PET]]></category>
		<category><![CDATA[Rondo Energy]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Decor]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมกะเทรนด์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20162</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจีรายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 ​​มีรายได้จากการขาย 253,379 ล้านบาท ลดลง​ 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายลดลงใน​ทุกกลุ่มธุรกิจตามสถานการณ์ตลาดที่อ่อนตัว แต่มีกำไรสำหรับงวด 24,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ยอดขายเกินกว่าครึ่ง หรือ 54% ของรายได้จากการขายรวม เป็น​ยอดขายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Choice 137,258 ล้านบาท ขณะที่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA (High-Value Added Products &#38; Services) ​​อยู่ที่ 86,411 ล้านบาท คิดเป็น  34% ​ รวมท้ังยังมีรายได้​จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกจากประเทศไทย ในครึ่งปีแรกของปี 2566 ทั้งสิ้น 108,672 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43% ของรายได้จากการขายรวม สำหรับผลประกอบการเอสซีจี สำหรับ​ไตรมาส 2 นั้น ฟื้นตัวจากการเร่งปรับตัวตามแผนงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/">เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจีรายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 ​​มีรายได้จากการขาย 253,379 ล้านบาท ลดลง​ 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายลดลงใน​ทุกกลุ่มธุรกิจตามสถานการณ์ตลาดที่อ่อนตัว แต่มีกำไรสำหรับงวด 24,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p><span id="more-20162"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ยอดขายเกินกว่าครึ่ง หรือ 54% ของรายได้จากการขายรวม เป็น​ยอดขายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Choice 137,258 ล้านบาท ขณะที่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA (High-Value Added Products &amp; Services) ​​อยู่ที่ 86,411 ล้านบาท คิดเป็น  34% ​</p>
<p>รวมท้ังยังมีรายได้​จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกจากประเทศไทย ในครึ่งปีแรกของปี 2566 ทั้งสิ้น 108,672 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43% ของรายได้จากการขายรวม</p>
<p>สำหรับผลประกอบการเอสซีจี สำหรับ​ไตรมาส 2 นั้น ฟื้นตัวจากการเร่งปรับตัวตามแผนงาน ท่ามกลางเศรษฐกิจอาเซียน จีน โลกชะลอตัว โดยมีรายได้รวมในไตรมาสนี้ 124,631 ล้านบาท  กำไรสำหรับงวด 8,082 ล้านบาท  กำไรจากการดำเนินงาน 5,216 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน จากการขายสินค้าพอลิโอเลฟินส์เพิ่มขึ้นในธุรกิจเคมิคอลส์ และต้นทุนพลังงานที่ลดลง</p>
<figure id="attachment_20164" aria-describedby="caption-attachment-20164" style="width: 1200px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20164 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1_รุ่งโรจน์-รังสิโยภาส-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-และ-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-รองกรรมการ-ผู.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-20164" class="wp-caption-text"><em><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส และ คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม </strong></em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> ​กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจโลก จีนและอาเซียน ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์​​​ โดยเอสซีจี ได้เร่งปรับตัวอย่างต่อเนื่องตามแผนงานด้วยการลดต้นทุน ​เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) และสินค้ากรีน  ประกอบกับเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ด้วยอานิสงส์จากการท่องเที่ยว ตลาดวัสดุก่อสร้างดีขึ้นโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว  ส่งผลให้ผลประกอบการเอสซีจีดีขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา</p>
<p>พร้อมเตรียมเร่งเครื่องใน 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตตามเมกะเทรนด์โลก ประกอบด้วย</p>
<p>1. <strong>โครงการปิโตรเคมีครบวงจรใหญ่สุดในเวียดนาม</strong> ฐานผลิตสำคัญของภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพสูง ผลิตเม้ดพลาสติกคุณภาพสูง และนวัตกรรมเคมีภัณฑ์ ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ป้อนตลาดโลก ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว</p>
<p>2. ผนึกกำลังกับคู่ธุรกิจชั้นนำระดับโลกด้านนวัตกรรมกรีน ยกระดับ Green Innovation ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก และสอดคล้องกับเทรนด์ ESG ได้แก่ <strong>นวัตกรรม ‘Bio-based Plastic จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ’</strong> โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงผลิตเป็นวัตถุดิบสำหรับพลาสติก <strong>Bio-PET</strong> ที่ย่อยสลายได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20168 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/8_Bio-based-Plastic-จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ.jpg" alt="" width="1200" height="654" /></p>
<p>3. ลงทุนใน<strong>เทคโนโลยีวัสดุกักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด</strong> ที่เก็บอุณหภูมิได้สูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแบตเตอรี่ความร้อน ตอบโจทย์การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสีเขียว ตามเป้าหมาย Net Zero</p>
<p>4. เตรียม <strong>SCG Decor  เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ</strong> ก้าวสู่ผู้นำตลาดอาเซียนด้านวัสดุตกแต่งผิว และสุขภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม Smart Bathroom โดยมูลค่าตลาดอาเซียนมีโอกาสโตสูงถึง 78,000 ล้านบาท ในปี 2569</p>
<p>ด้าน <strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีบริหารต้นทุนพลังงานได้ดีในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวนช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566  โดยเฉพาะ <strong>ธุรกิจซีเมนต์ในประเทศไทยได้เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนได้ </strong><strong>40% </strong>ขณะที่​ ธุ<strong>รกิจพลังงานสะอาด SCG Cleanergy ซึ่งให้บริการซื้อ-ขายไฟฟ้าครบวงจร สำหรับภาครัฐ ธุรกิจและอุตสาหกรรม เติบโตต่อเนื่อง</strong> โดดเด่นด้วยระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid เริ่มใช้งานแล้วที่กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน บางปะกง โดยเอสซีจีมีการติดตั้งโซลาร์สำหรับใช้ภายใน และส่วนที่ให้บริการกับภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนผ่าน SCG Cleanergy คิดเป็นกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 231 เมกะวัตต์ ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2566</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/4_SCG-Cleanergy-ธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ขณะเดียวกันเอสซีจียังได้ลงทุนใน <strong>Rondo Energy</strong> สตาร์ทอัพด้านพลังงานสะอาดระดับโลก จากสหรัฐอเมริกา  ร่วมวางแผนผลิตวัสดุกักเก็บความร้อน (Thermal Media) สามารถกักเก็บความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแบตเตอรี่ความร้อน (Rondo Heat Battery) นำพลังงานแสงอาทิตย์มาเก็บเป็นความร้อน ใช้ในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่มุ่งสู่ Net Zero ตามแนวทาง ESG</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>กลุ่มไทยเบฟและเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ร่วมลงทุนใน NocNoc</strong> ศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ เพื่อขยายธุรกิจทั้งในไทยและอาเซียน โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2566 เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท</p>
<p>ขณะที่ทิศทางการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจต่างๆ ของเอสซีจี ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC  <strong>คุณ</strong><strong>ธนวงษ์ อารีรัชชกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่  กล่าวว่า <em>“ยอดขายรวมของ SCGC ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากปริมาณการขายสินค้าพอลิโอเลฟินส์ที่เพิ่มขึ้น  และส่วนต่างราคาสินค้าบางชนิดเพิ่มขึ้น ล่าสุด โครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP เวียดนาม  อยู่ระหว่างการทดสอบระบบต่างๆ ภายในโรงงาน เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินการเชิงพาณิชย์ต่อไป ขณะเดียวกันได้ผนึกกำลัง 2 ผู้นำเทคโนโลยีกรีนพลาสติกของโลก  บริษัท Avantium N.V. จากเนเธอร์แลนด์ และ บริษัท ไอเอชไอ (IHI) จากญี่ปุ่น  เตรียมสร้างโรงงานต้นแบบนำก๊าซ CO2 มาแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีรักษ์โลก รวมถึงพัฒนาเป็นวัตถุดิบทางเลือกอื่นๆ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ”</em></p>
<figure id="attachment_20167" aria-describedby="caption-attachment-20167" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20167 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/9_โครงการปิโตรเคมีครบวงจร-LSP-เวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-20167" class="wp-caption-text">โครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP เวียดนาม</figcaption></figure>
<p>&#8211; ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี  <strong>คุณนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่  กล่าวว่า  “เศรษฐกิจอาเซียนชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อยอดขายทั้งกลุ่มธุรกิจ ประกอบกับไม่รวมยอดขายของ SCG Logistics เนื่องจากได้รวมกิจการกับ JWD ในไตรมาสแรก  ขณะที่ยอดขายธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างลดลงเล็กน้อย  แต่คาดว่ากำลังซื้อจะกลับมาโดยเฉพาะนวัตกรรมสินค้า บริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่า สะดวก ปลอดภัย รักษ์โลก ประกอบกับอาเซียนมีประชากรกว่า 560 ล้านคน  เอสซีจีเตรียมคว้าโอกาสนำ SCG Decor เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ  ปักธงเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียน ชูนวัตกรรม Smart Bathroom โดยมูลค่าตลาดอาเซียนมีโอกาสสูงถึง 78,000 ล้านบาท ในปี 2569 ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20169 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/7_ห้องน้ำอัจฉริยะ-Smart-Bathroom.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8211; บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP <strong> คุณวิชาญ  จิตร์ภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า  “ไตรมาส 2​ นี้ สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง​ จากการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ​พัฒนานวัตกรรมและโซลูชันให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยอยู่ระหว่างพัฒนา Bio-based Plastic จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากอเมริกา Origin Materials  ซึ่งผลทดสอบล่าสุดได้ผ่านขั้นตอนที่ 1 การทดสอบในห้องปฏิบัติการ และขั้นตอนที่ 2 การปรับคุณสมบัติที่เหมาะสม พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 Pilot Plant และเลือกพันธมิตรเพื่อร่วมมือพัฒนาในขั้นตอนต่อไป รวมทั้ง การวิจัยและพัฒนา Biodegradable Wooden Foodservice Packaging จากไม้ยูคาลิปตัส เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรทดแทน ตอบโจทย์เทรนด์การใช้บรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก และเพิ่มมูลค่าให้แก่ไม้ยูคาลิปตัส สร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียตั้งแต่ต้นทางการปลูกจนถึงการแปรรูปไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน”</p>
<p><em>“นอกจากปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประเทศไทยยังคงต้องเฝ้าระวังปรากฏการณ์ภัยแล้งเอลนีโญ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงสิงหาคมปีนี้ถึงปลายปีหน้า  อย่างไรก็ตาม สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ หรือ สสน. คาดการณ์ว่า ในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมปีนี้ จะมีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่  ทุกภาคส่วนควรกักเก็บน้ำสำรองไว้ให้มากที่สุด และใช้น้ำกันอย่างประหยัด เพราะปีหน้าอาจเกิดเอลนีโญระดับรุนแรง และเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร ท่องเที่ยว หรืออุตสาหกรรม”</em> นายรุ่งโรจน์ กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/">เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจีส่งมอบเตียงสนามกระดาษและสุขากระดาษ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/scgp-give-paper-bed-and-paper-toilet-help-turkish-earthquake/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Feb 2023 07:44:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP Paper Bed]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP Paper Toilet]]></category>
		<category><![CDATA[ดอน ปรมัตถ์วินัย]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี]]></category>
		<category><![CDATA[สุขากระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[เตียงสนามกระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แซรัป แอร์ซอย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17350</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจีผสานความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศ เร่งส่งมอบเตียงสนามกระดาษและสุขากระดาษ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งไร้ที่พักอาศัยและต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ร่วมส่งมอบนวัตกรรมเตียงสนามกระดาษและสุขากระดาษเอสซีจีพี ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี โดยมีนางแซรัป แอร์ซอย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ณ จังหวัดคาห์รามันมาราช และจังหวัดใกล้เคียง นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจี ขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียจากสถานการณ์แผ่นดินไหวในตุรกี จึงได้ประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เร่งส่งนวัตกรรมเตียงสนามกระดาษ 200 หลัง และสุขากระดาษเอสซีจีพี 1,000 ชิ้น มูลค่ารวม 500,000 บาท ไปยังสาธารณรัฐตุรกีโดยเร็วที่สุด” นวัตกรรมเพื่อสังคม เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี (SCGP Paper Bed) ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ เพื่อรองรับการใช้งานของสรีระ น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ขนส่งและการจัดเก็บ ประกอบง่ายใน 8 นาที โดยไม่ต้องใช้กาว และรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัมในแนวราบ สุขากระดาษเอสซีจีพี (SCGP [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/scgp-give-paper-bed-and-paper-toilet-help-turkish-earthquake/">เอสซีจีส่งมอบเตียงสนามกระดาษและสุขากระดาษ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจีผสานความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศ เร่งส่งมอบเตียงสนามกระดาษและสุขากระดาษ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งไร้ที่พักอาศัยและต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด</p>
<p><span id="more-17350"></span></p>
<p><strong>นาย<em>ดอน ปรมัตถ์วินัย</em></strong><strong> </strong><strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ </strong><strong>และ นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> ร่วมส่งมอบนวัตกรรมเตียงสนามกระดาษและสุขากระดาษเอสซีจีพี <strong>ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี โ</strong>ดยมี<strong>นางแซรัป แอร์ซอย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย</strong> เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ณ จังหวัดคาห์รามันมาราช และจังหวัดใกล้เคียง</p>
<p><strong>นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า “เอสซีจี ขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียจากสถานการณ์แผ่นดินไหวในตุรกี จึงได้ประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เร่งส่งนวัตกรรมเตียงสนามกระดาษ 200 หลัง และสุขากระดาษเอสซีจีพี 1,000 ชิ้น มูลค่ารวม 500,000 บาท ไปยังสาธารณรัฐตุรกีโดยเร็วที่สุด”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17352 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/SCG-Social2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นวัตกรรมเพื่อสังคม <strong>เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี</strong><strong> </strong><strong>(</strong><strong>SCGP Paper Bed</strong><strong>)</strong> ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ เพื่อรองรับการใช้งานของสรีระ น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ขนส่งและการจัดเก็บ ประกอบง่ายใน 8 นาที โดยไม่ต้องใช้กาว และรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัมในแนวราบ <strong>สุขากระดาษเอสซีจีพี (</strong><strong>SCGP Paper Toilet</strong><strong>)</strong> ผลิตจากกระดาษลูกฟูก ประกอบง่าย ประหยัดพื้นที่ ถูกสุขอนามัย<br />
รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม จัดเก็บและขนส่งได้สะดวกในพื้นที่ห่างไกลเพื่อส่งความช่วยเหลือได้ทันท่วงที</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/scgp-give-paper-bed-and-paper-toilet-help-turkish-earthquake/">เอสซีจีส่งมอบเตียงสนามกระดาษและสุขากระดาษ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2023 10:57:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BUSINESS]]></category>
		<category><![CDATA[Green Polymer]]></category>
		<category><![CDATA[Mega World Trend]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Air Scrubber​]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Built-in Solar Tile​]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Living Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chian]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[​เมกะเทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16900</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเปิดเผยผลประกอบในปีที่ผ่านมา เอสซีจียอมรับว่า ปี2565 ที่ผ่านมา เป็นจุดที่ต่ำสุดของธุรกิจในรอบ 14-15 ปี เพราะแม้รายได้ของธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ราว7% แต่กำไรกลับลดลลงอย่างมาก แม้จะเดินหน้าลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม โดยผลประกอบการทั้งปี เอสซีจีมีรายได้ 569,609 ล้านบาท ​ขณะที่มีกำไร 21,382 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขกำไรทั้งปี ลดลงจากเดิมเกินกว่าครึ่ง หรือ 55% แต่หากเทียบตัวเลขเฉพาะไตรมาสที่ 4 กำไรของบริษัทลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึงมากกว่า 90% เลยทีเดียว คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ปีที่ผ่านมาเป็นการเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ท้ังต้นทุนทางด้านพลังงาน รวมท้ังต้นทุนทางการเงินที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบหลายปี รวมทั้งดีมานด์ในตลาดทั่วโลกที่หายไป ทั้งจากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซีย รวมท้ังมาตรการเฝ้าระวังโควิดของประเทศจีน​ ประกอบกับวัฏจักรปิโตรเคมีขาลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางมรสุมนี้ ​เอสซีจียังมีความเชื่อว่าจะสามารถรักษาการเติบโตให้กับธุรกิจได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จากกลุ่มธุริกจพลังงานสะอาด และสินค้าในกลุ่ม Green Business รวมท้ังการเข้าไปลงทุนในตลาดต่างประเท​ศ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานทดแทน รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีความแข็งแรงทางการเงินเป็นอย่างดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/">เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการเปิดเผยผลประกอบในปีที่ผ่านมา เอสซีจียอมรับว่า ปี2565 ที่ผ่านมา เป็นจุดที่ต่ำสุดของธุรกิจในรอบ 14-15 ปี เพราะแม้รายได้ของธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ราว7% แต่กำไรกลับลดลลงอย่างมาก แม้จะเดินหน้าลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม</p>
<p><span id="more-16900"></span></p>
<p>โดยผลประกอบการทั้งปี เอสซีจีมีรายได้ 569,609 ล้านบาท ​ขณะที่มีกำไร 21,382 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขกำไรทั้งปี ลดลงจากเดิมเกินกว่าครึ่ง หรือ 55% แต่หากเทียบตัวเลขเฉพาะไตรมาสที่ 4 กำไรของบริษัทลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึงมากกว่า 90% เลยทีเดียว</p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ปีที่ผ่านมาเป็นการเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ท้ังต้นทุนทางด้านพลังงาน รวมท้ังต้นทุนทางการเงินที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบหลายปี รวมทั้งดีมานด์ในตลาดทั่วโลกที่หายไป ทั้งจากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซีย รวมท้ังมาตรการเฝ้าระวังโควิดของประเทศจีน​ ประกอบกับวัฏจักรปิโตรเคมีขาลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16901 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Info.jpg" alt="" width="800" height="1000" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางมรสุมนี้ ​เอสซีจียังมีความเชื่อว่าจะสามารถรักษาการเติบโตให้กับธุรกิจได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จากกลุ่มธุริกจพลังงานสะอาด และสินค้าในกลุ่ม Green Business รวมท้ังการเข้าไปลงทุนในตลาดต่างประเท​ศ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานทดแทน รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีความแข็งแรงทางการเงินเป็นอย่างดี ด้วยจำนวนกระแสเงินสดในธุรกิจมากกว่า 95,000 ล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้ เอสซีจีมีแผนลงทุนต่อเนื่องในปีนี้ ด้วยงบลงทุนราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 50% จะใช้ในการลงทุนต่อเนื่องในเวียดนาม เพื่อให้สามารถเริ่มเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ภายในปีนี้ ขณะที่การขับเคลื่อนแต่ละ Business Unit ในปีนี้ มีทิศทางในการขับเคลื่อนดังนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>​กลุ่มธุรกิจพลังงาน</strong></span></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี มองว่า ปัญหาวิกฤตพลังงานถือว่าค่อนข้างหนักในปีที่ผ่านมา ซึ่งต้นทุนพลังงานคาดว่าจะเป็นปัญหาในระยะยาว  ​แต่ในวิกฤตยังมีโอกาสสำคัญสำหรับเอสซีจี จากการหันมาขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น ด้วยระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid ที่มีกำลังผลิต 234 เมกะวัตต์ สำหรับนิคมอุตสาหกรรม เครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล ล่าสุดติดตั้งแล้วที่กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน บางปะกง เชื่อมโยงพลังงานสะอาดระหว่าง 10 บริษัท ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ 30%​ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ 3,670 ตันคาร์บอน ​โดยปี 2565 เอสซีจีเพิ่มสัดส่วนใช้เชื้อเพลิงทดแทน 34% จาก 26% ในปีก่อนหน้า</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 194 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจาก 130 เมกะวัตต์ในปีก่อน ​ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมทั้งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์คาร์บอน (Carbon Capture and Utilization &#8211; CCU) จากการผลิตปูนซีเมนต์ในไทยและอาเซียน เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16903 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCG2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>กลุ่มธุรกิจ Green Polymer </strong></span></p>
<p><strong>คุณธนวงษ์ อารีรัชชกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ <strong>บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC </strong>กล่าวว่า​ บริษัทเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลก “<strong>SCGC GREEN POLYMERTM</strong>” ต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดโลก มียอดขายกว่า 140,000 ตัน เติบโตกว่า 5 เท่า ในปีที่ผ่านมา​ พร้อมทั้งการขยายเข้าสู่ธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกครบวงจร โดยนำร่องก่อนในยุโรป ด้วยความพร้อมทั้งของวัตถุดิบ ดีมานด์ในตลาด รวมทั้งบริบททางกฏระเบียบต่างๆ ที่เอื้อต่อการเติบโต โดยบริษัทได้ลงนามซื้อกิจการของคราส (Kras) ผู้นำด้าน Waste Management ของเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งในธุรกิจ Green Polymer ของโปรตุเกส เพื่อสามารถนำเทคโนโลยี นวัตกรรมระดับโกลบอลมาปรับใช้ในภูมิภาคและในประเทศได้ในอนาคต</p>
<p>ทั้งนี้ SCGC วางทิศทางในการขับเคลื่อนนวัตกรรม 4 แนวทาง ได้แก่<strong> Redcue</strong> เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้ แต่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ <strong>Recyclable</strong> การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น<strong>  Recycle </strong>การเข้ามาขับเคลื่อนในในธุรกิจพลาสติกรีไซเคิล รวมทั้งการศึกษาแนวทางด้าน<strong>Renewable Plastic</strong> อีกด้วย โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในการผลิต Green Polymer ให้ได้ถึง 1 ล้านตัน ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>กลุ่ม Smart living </strong></span></p>
<p>ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างสูง โดย <strong>คุณนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า จะโฟกัสด้านโซลูชั่นในการประหยัดพลังงานสำหรับกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะโซลูชันเพื่อประหยัดพลังงานและค่าไฟ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดในช่วงค่าไฟปรับตัวสูง โดยในปี 2565 เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า​ 40%  อาทิ <strong>SCG Air Scrubber​</strong> นวัตกรรมประหยัดพลังงานระดับโลก สำหรับอาคารขนาดใหญ่ ศูนย์ประชุม หรือห้างสรรพสินค้า มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงานได้ถึง 20-30% ติดตั้งแล้ว 7 อาคารขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า Terminal 21 สาขาพัทยา, Kloud by Kbank สยามสแควร์  ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จึงจะมีโครงการลงทุนขยายรุ่นสินค้าตามความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ได้พัฒนา ​SCG Built-in Solar Tile​ นวัตกรรมแผงโซลาร์สำหรับหลังคาบ้านสไตล์โมเดิร์น ที่ออกแบบเนียนเรียบไปกับผืนหลังคา ช่วยลดค่าไฟได้ถึง 60% ซึ่งนอกจากฟังก์ชันด้านพลังงาน ยังตอบด้านความสวยง​ามอีกด้วย ​ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงจากจำนวนบ้านเรือนอยู่อาศัยที่มีหลายล้านหลังคาเรือน ​</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16902 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Solar-Roof.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>สินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม</strong></span></p>
<p><strong>คุณวิชาญ จิตร์ภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <strong>บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP</strong> กล่าวว่า​ SCGP กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มโซลูชันบรรจุภัณฑ์ ตั้งงบลงทุนและค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในปี 2566 รวม 800 ล้านบาท โดยพัฒนานวัตกรรม “เส้นใยนาโนเซลลูโลส” จากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์อาหาร พร้อมขยายไปยังอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ และวัสดุคอมโพสิต รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สู่การปลูกพืชและสมุนไพรมูลค่าสูง ตลอดจนมุ่งพัฒนาวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาเป็นพลังงานหมุนเวียน โดยอยู่ระหว่างการพัฒนา “เทคโนโลยี Torrefaction” เพื่อใช้พลังงานชีวมวล (Biomass) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เสริมการดำเนินงานด้าน ESG</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/">เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ทุ่ม 1 แสนล้าน ขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ โชว์โซลูชันเพื่ออนาคต ผ่าน 3 แกนหลัก &#8216;ลูกค้า เทคโนโลยี ความยั่งยืน&#8217; คาดปี 2030 มีสัดส่วนพอร์ตใหม่ 20-25%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/scg-the-next-chapter-with-solutions-for-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Dec 2022 10:38:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biocoal]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass]]></category>
		<category><![CDATA[EV Solution Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Health and Medical Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Living Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[The Next Chapter]]></category>
		<category><![CDATA[ความต้องการผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัลโลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวมวลคุณภาพสูง]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16048</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCG ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจสู่ The Next Chapter ​รับมือโลกใบใหม่ที่ต่างไปจากเดิม ทั้งเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและมีความกังวลรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ​ต้นทุนพลังงาน ​การแข่งขันที่สูงขึ้นของภาคธุรกิจ ขณะที่ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง​ บริบทใหม่ๆ ของโลกที่ให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงนำมาสู่การปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในโลกใหม่นี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี อธิบายเพิ่มเติมถึงความหมายของ​ &#8216;SCG : The Next Chapter&#8216; คือ ความมุ่งมั่น หรือ Passion ของ SCG ในการเป็นผู้ส่งมอบโซลูชันให้ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ทั้งกับลูกค้า สังคม รวมทั้งผู้คนทั่วไปในสังคมให้ดีขึ้นได้ และอย่างสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและบริบทของโลกที่เปลี่ยนไป​ อาทิ การพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด สุขภาพและการแพทย์ ดิจิทัลโลจิสติกส์ นวัตกรรมกรีน สมาร์ทลีฟวิ่ง และหุ่นยนต์อัจฉริยะ เป็นต้น โดยมี 3 แกนหลัก​สำคัญที่ต้องคำนึงถึงในทุกๆ การขับเคลื่อน เพื่อนำมาสู่การพัฒนาสินค้า บริการ หรือโซลูชันต่างๆ ออกมาในอนาคต​ ได้แก่ 1. Customer [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/scg-the-next-chapter-with-solutions-for-transition/">เอสซีจี ทุ่ม 1 แสนล้าน ขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ โชว์โซลูชันเพื่ออนาคต ผ่าน 3 แกนหลัก &#8216;ลูกค้า เทคโนโลยี ความยั่งยืน&#8217; คาดปี 2030 มีสัดส่วนพอร์ตใหม่ 20-25%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCG</strong> ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจสู่<strong> The Next Chapter </strong>​รับมือโลกใบใหม่ที่ต่างไปจากเดิม ทั้งเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและมีความกังวลรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ​ต้นทุนพลังงาน ​การแข่งขันที่สูงขึ้นของภาคธุรกิจ ขณะที่ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง​ บริบทใหม่ๆ ของโลกที่ให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงนำมาสู่การปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในโลกใหม่นี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย</p>
<p><span id="more-16048"></span></p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี อธิบายเพิ่มเติมถึงความหมายของ​ &#8216;<strong>SCG : The Next Chapter</strong>&#8216; คือ ความมุ่งมั่น หรือ Passion ของ SCG ในการเป็นผู้ส่งมอบโซลูชันให้ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ทั้งกับลูกค้า สังคม รวมทั้งผู้คนทั่วไปในสังคมให้ดีขึ้นได้ และอย่างสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและบริบทของโลกที่เปลี่ยนไป​ อาทิ การพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด สุขภาพและการแพทย์ ดิจิทัลโลจิสติกส์ นวัตกรรมกรีน สมาร์ทลีฟวิ่ง และหุ่นยนต์อัจฉริยะ เป็นต้น</p>
<p>โดยมี 3 แกนหลัก​สำคัญที่ต้องคำนึงถึงในทุกๆ การขับเคลื่อน เพื่อนำมาสู่การพัฒนาสินค้า บริการ หรือโซลูชันต่างๆ ออกมาในอนาคต​ ได้แก่</p>
<p><strong>1. Customer</strong> โดยเอสซีจีจะขยับเข้ามาสร้างความใกล้ชิดลูกค้าในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปหรือกลุ่ม B2C มากขึ้น รวมทั้งยังคงรักษาลูกค้าในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่ง​เป็นกลุ่มในฟาก B2B ซึ่ง​เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงก่อนหน้านี้ไว้ด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p><strong>2. Technology</strong> การพัฒนาเทคโนโลยีมีความสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนในอนาคตของเอสซีจี เพื่อสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งความสะดวก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และช่วยลดต้นทุนทั้งในการอยู่อาศัย หรือการดำเนินธุรกิจได้</p>
<p><strong>3. Sustainability</strong> กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งบริบทสำคัญที่ผู้ทำธุรกิจไม่สามารถละเลยได้ เมื่อทุกภาคส่วนมีเป้าหมายขับเคลื่อนโลกไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และจะเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีจากนี้ไปที่ต้องตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16051 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/PGA07736.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ SCG ได้วางงบประมาณในช่วง 5 ปีแรกของการเปลี่ยนผ่าน ไว้ที่ 1 แสนล้านบาท เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายในเข็มไมล์แรก ที่วางไว้ภายในปี 2030 ​กับความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้ลดลง 20% รวมทั้งการก้าวสู่การเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงที่สามารถตอบสนองตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดโลกในอนาคต</p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีได้จัดสรรงบประมาณ​ในสัดส่วนราว 60% สำหรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพของกลุ่มธุรกิจเดิม ให้สามารถลดต้นทุนและประหยัดพลังงานรวมทั้งทรัพยากรต่างๆ ลงได้มากขึ้น  ขณะที่อีก 40% จะใช้ในการพัฒนาโอกาส และสร้างโซลูชันใหม่ๆ ให้ธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานสะอาด หรือ SCG Cleanergy เช่น นวัตกรรมอากาศสะอาด ที่สามารถผลิตอากาศที่ดีให้กับผู้บริโภคไปพร้อมๆ กับมีความสามารถในการประหยัดพลังงาน ซึ่งจะมีทั้งโซลูชั่นส์สำหรับองค์กรธุรกิจต่างๆ รวมทั้งสำหรับผู้บริโภคทั่วไปซึ่งมีพฤติกรรมในการทำงานที่บ้านมากขึ้น ทำให้บ้านเป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่มีบทบาททั้งในการทำงานและรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่มากขึ้นของเอสซีจีด้วยเช่นกัน  รวมไปถึงการพัฒนาสินค้ากรีนโพลีเมอร์ในกลุ่มนวัตกรรมสีเขียว ที่สามารถพัฒนาพลาสติกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งสามารถย่อยสลายได้ง่าย​ เป็นต้น โดยคาดว่าในอนาคต กลุ่มธุรกิจใหม่จะมีสัดส่วนได้ราว 20-25% ภายในปี 2030&#8243;​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16052 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/PGA07559.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับนวัตกรรมและโซลูชันส์ต่างๆ ที่อยู่ในไปป์ไลน์ ของเอสซีจี ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. โซลูชันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด​ (Energy Transition Solutions)</strong></p>
<p><strong>&#8211; พลังงานแสงอาทิตย์ </strong><strong>(Solar Energy) </strong>สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัย SCG Solar Roof Solutions สำหรับโรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มอาคารขนาดใหญ่ โรงพยาบาล ​โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ด้วยโซลูชันพลังงานสะอาดครบวงจร ในรูปแบบ Smart Grid Smart Platform ปัจจุบันมีกำลังการผลิตกว่า 195 เมกะวัตต์ พร้อมตั้งเป้า 3,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี</p>
<p><strong>&#8211; นวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง (</strong><strong>Heat Battery</strong><strong>) </strong>พัฒนานวัตกรรม Heat Battery หรือ Thermal Energy Storage ประสิทธิภาพสูง สามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าที่ได้จาก solar เป็นพลังงานความร้อน กักเก็บความร้อนไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด เพื่อให้โรงงานมีพลังงานไว้ใช้ ป้องกันปัญหาพลังงานขาดแคลน</p>
<p><strong>&#8211; มุ่งพัฒนาพลังงานชีวมวลคุณภาพสูง (</strong><strong>Biomass </strong><strong>และ </strong><strong>Biocoal)</strong> จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และเชื้อเพลิงจากขยะ (Refused Derived Fuel : RDF) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในโรงงานซีเมนต์ มุ่งสู่ Net Zero นอกจากนี้ ยังพัฒนาเม็ดพลังงานชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) เพื่อสร้างโอกาสให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเชื้อเพลิงสะอาดภายในปี 2027</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16058 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/A1_00027.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้า </strong><strong>(</strong><strong>EV Solution Platform</strong><strong>)</strong> ได้แก่<strong> อะเซทิลีนแบล็ค (Acelylene Black)</strong> ใช้เป็นส่วนประกอบในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และเป็นวัสดุผลิตสายส่งไฟฟ้าแรงสูง  <strong>EV Fleet Solution</strong> ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การจัดหายานยนต์ไฟฟ้า ประกันภัย ซ่อมบำรุง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการเช่า ขนส่งสินค้าและรับ-ส่งพนักงาน  โดยตั้งเป้าส่งมอบรถ EV ในปีนี้​ 492 คัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 6,400 ตัน และในปี 2023 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่ม​เป็น 9,600 ตันต่อปี</p>
<p><strong>2. โซลูชันสุขภาพและการแพทย์ (Health and Medical Solutions) </strong></p>
<p>โดยมีแผนเข้าสู่​ตลาด<strong>วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์</strong> (Medical Supplies and Labware) กว่า 15,000 รายการ โดย SCGP เข้าถือหุ้น Deltalab ประเทศสเปน อาทิ Deltaswab ที่เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากร่างกาย และ Cryoinstant หลอดน้ำยาสำหรับเก็บรักษาตัวอย่างเชื้อด้วยความเย็น รวมทั้งการผลิต <strong>เม็ดพลาสติกเพื่อการแพทย์ </strong>โดย SCGC™ PP และ PVC  อาทิ กระบอกเข็มฉีดยา สายและถุงน้ำเกลือ ถุงเลือด​ และโ<strong>ซลูชันที่เพิ่มคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย</strong> อาทิ รถเข็นจ่ายยาอัจฉริยะ ถังทิ้งเข็มฉีดยา รถเข็นผู้ป่วย แคปซูลขนส่งผู้ป่วยทางอากาศ และหน้ากากอนามัยภายใต้แบรนด์ VAROGARD</p>
<p><strong>3. ดิจิทัลโลจิสติกส์ครบวงจร </strong><strong>(Digital logistics)</strong></p>
<p>ด้วยบริการขนส่งและซัพพลายเชนครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดย SCGJWD ให้บริการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ขนส่งหลากหลายทั้งทางบก เรือ ราง อากาศ รองรับสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อาทิ วัคซีน ยา งานศิลปะมูลค่าสูง รถยนต์ อาหารแช่แข็ง สินค้าอันตราย พร้อมเครือข่ายครอบคลุมทั่วอาเซียนและจีน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16056 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/1Y1A5604.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. นวัตกรรมกรีน </strong><strong>(</strong><strong>Green Solutions</strong><strong>)</strong></p>
<p>เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ ภายใต้ฉลาก SCG Green Choice จำนวน 232 รายการ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 67 ภายในปี 2573 จากนวัตกรรมต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีก่อสร้างครบวงจรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม CPAC Green Solution​ , นวัตกรรมพลาสติกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCGC GREEN POLYMER, EcoBioPlas นวัตกรรมเร่งการย่อยสลายของพอลิโพรพิลีนเพื่อแก้ปัญหาพลาสติกหลุดรอดไปสู่ธรรมชาติ และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น</p>
<p><strong>5. โซลูชันสมาร์ทลิฟวิ่ง (Smart Living Solutions) </strong></p>
<p>โซลูชันเพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวก สบาย สุขภาพดี ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ <strong>โซลูชันอากาศสะอาดและประหยัดพลังงาน </strong>สำหรับกลุ่มอาคาร (Smart Building) ได้แก่ <strong>SCG Bi</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ion </strong><strong>และ</strong><strong>SCG HVAC Air</strong><strong>Scrubber</strong>,<strong> ระบบดูแลสุขภาพและความปลอดภัยด้วย </strong><strong>DoCare </strong>เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อบ้านกับโรงพยาบาล หรือ<strong>โซลูชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย​ </strong>เช่น COTTO X ONE ก๊อกน้ำอัจฉริยะพูดได้ มีระบบสั่งการเปิด-ปิดด้วยเสียง ที่ช่วยประหยัดน้ำ และลดการสัมผัสที่เสี่ยงต่อเชื้อ และ BCI (brain-computer interface) สำหรับผู้ป่วยอัมพาต เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/A1_00078.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>6. หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Artificial Intelligence Solutions) </strong></p>
<p>โซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต เช่น <strong>สมาร์มฟาร์มมิ่งครบวงจร</strong> โดยสยามคูโบต้า เพื่อส่งเสริมเกษตรกร เพิ่มผลผลิต เพาะปลูกแม่นยำ ประหยัดต้นทุน ด้วยเทคโนโลยี IoT อาทิ รถปลูกผักอัตโนมัติ แทรกเตอร์ไร้คนขับ ทั้งนี้ ยังมีแทรกเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสะอาด ชาร์จไฟได้รวดเร็ว ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ <strong>เครื่องจักรกล-ออโตเมชั่น </strong>ให้บริการออกแบบ ผลิตเครื่องจักรกลให้โรงงานต่างๆ ที่มีความต้องการที่หลากหลาย โดยใช้​ AI​ และ Machine Learning ตั้งแต่กระบวนการผลิต ประกอบ บรรจุ ลำเลียงและระบบคลังสินค้า อาทิ เครื่องจักรกลช่วยไลน์ประกอบรถยนต์  หุ่นยนต์ช่วยจัดเรียงสินค้า และเครื่องคัดแยกกุ้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/PGB03070.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/scg-the-next-chapter-with-solutions-for-transition/">เอสซีจี ทุ่ม 1 แสนล้าน ขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ โชว์โซลูชันเพื่ออนาคต ผ่าน 3 แกนหลัก &#8216;ลูกค้า เทคโนโลยี ความยั่งยืน&#8217; คาดปี 2030 มีสัดส่วนพอร์ตใหม่ 20-25%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พูดแล้วทำ” แอ็คชั่นสู่ความยั่งยืนในแบบเอสซีจี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/scg-sustainability-expo-2022-good-balance-better-world/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Oct 2022 12:08:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BETTER WORLD]]></category>
		<category><![CDATA[CEO Panel Discussion: Leading Sustainable Business]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[GOOD BALANCE]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Expo 2022]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability for All]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15022</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยมุมมองเดินหน้าธุรกิจอย่างยั่งยืน ต้อง “พูดแล้วทำ” เน้นมองภาพให้ตรงกัน ตั้งเป้าหมายให้ชัดเหมือนเป้าหมายการทำธุรกิจ พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความยั่งยืนจากเอสซีจี “ความยั่งยืน” เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในงาน “SUSTAINABILITY EXPO 2022 : GOOD BALANCE, BETTER WORLD” มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เมื่อไม่นานนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทุกภาคส่วนที่ได้มาร่วมแบ่งปันแนวคิด แนวปฏิบัติและแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวบนเวทีเสวนา “CEO Panel Discussion: Leading Sustainable Business” ว่า “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีใช้เวลาในการตอบคำถามว่า ทำไมต้องทำเพื่อความยั่งยืน ทำไมเลือกลงทุนกับสิ่งนี้ ท่ามกลางภาวะโลกร้อนหรือโลกรวน ซึ่งมีความไม่แน่นอนที่สูงมาก และความไม่แน่นอนในที่นี้ ไม่ใช่เรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แต่เป็นเรื่องของ “ระยะเวลา” ของความผันผวน” ในแง่การลงทุน รุ่งโรจน์มองว่า บางอย่างทำแล้วเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก แต่กลับไม่ตอบสนองด้านรายได้ หรือบางอย่างทำรายได้ดีมาก แต่ไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากนัก ในทางปฏิบัติ ทุกองค์กรเจอเหมือนกันหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/scg-sustainability-expo-2022-good-balance-better-world/">“พูดแล้วทำ” แอ็คชั่นสู่ความยั่งยืนในแบบเอสซีจี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยมุมมองเดินหน้าธุรกิจอย่างยั่งยืน ต้อง “พูดแล้วทำ” เน้นมองภาพให้ตรงกัน ตั้งเป้าหมายให้ชัดเหมือนเป้าหมายการทำธุรกิจ พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความยั่งยืนจากเอสซีจี</p>
<p><span id="more-15022"></span></p>
<p>“ความยั่งยืน” เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในงาน “SUSTAINABILITY EXPO 2022 : GOOD BALANCE, BETTER WORLD” มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เมื่อไม่นานนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทุกภาคส่วนที่ได้มาร่วมแบ่งปันแนวคิด แนวปฏิบัติและแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน</p>
<p><strong>รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวบนเวทีเสวนา “<strong>CEO Panel Discussion: Leading Sustainable Business”</strong> ว่า “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีใช้เวลาในการตอบคำถามว่า ทำไมต้องทำเพื่อความยั่งยืน ทำไมเลือกลงทุนกับสิ่งนี้ ท่ามกลางภาวะโลกร้อนหรือโลกรวน ซึ่งมีความไม่แน่นอนที่สูงมาก และความไม่แน่นอนในที่นี้ ไม่ใช่เรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แต่เป็นเรื่องของ “ระยะเวลา” ของความผันผวน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/1scg2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในแง่การลงทุน รุ่งโรจน์มองว่า บางอย่างทำแล้วเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก แต่กลับไม่ตอบสนองด้านรายได้ หรือบางอย่างทำรายได้ดีมาก แต่ไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากนัก ในทางปฏิบัติ ทุกองค์กรเจอเหมือนกันหมด ซึ่งเอสซีจีจะต้องจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนในด้านต่าง ๆ</p>
<p>“สุดท้ายแล้ว จะต้องมองย้อนกลับไปที่วิสัยทัศน์ขององค์กรว่าตรงกันหรือไม่ ต้องการเดินไปข้างหน้าอย่างไร ซึ่งในวิกฤติที่เรากำลังเผชิญ ถ้ามองให้ดีก็คือโอกาส โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ทั้งยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ”</p>
<p><strong>พูด-ทำ ให้ตรงกัน</strong></p>
<p>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งความท้าทายในการเดินหน้าสู่ความยั่งยืนคือ “การพูดและทำให้ตรงกัน” ซึ่งเป็นความท้าทายของทุกฝ่าย รวมถึงเอสซีจีด้วย เพราะบางครั้ง เมื่อพูดไปแล้วกลับไม่ได้ทำจริง หรือทำไปคนละทางกับที่พูดไว้ “เรื่องนี้อาจแก้ได้ด้วยการตั้งเป้า วางแผน และติดตามผลให้เหมือนกับการดำเนินธุรกิจ ถ้าทุกคนพูดและทำแบบเดียวกัน เราก็ค่อนข้างสบายใจได้ว่าปัญหาโลกร้อนคงจะแก้ไขได้ สำหรับเอสซีจี แม้จะมีความท้าทายมาก แต่เราพร้อมสู้”</p>
<p>นอกจากนี้ รุ่งโรจน์ได้ยกตัวอย่างสิ่งที่เอสซีจีกำลังดำเนินการอยู่คือ การตั้งเป้าหมายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยจะลดการใช้ถ่านหินลงเรื่อย ๆ และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้นในการผลิตซีเมนต์ โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือ การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและติดตามผลให้เหมือนกับการตั้งเป้าหมายทางธุรกิจ โดยแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นในปี 2030 เอสซีจีจะลดการปล่อยคาร์บอนลงให้ได้ 20% เมื่อบริษัทมีเป้าหมายแล้ว การวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายก็จะตามมาในท้ายที่สุด</p>
<p>คำแนะนำที่อยากบอกกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจีกล่าวว่า การเปลี่ยนโครงสร้างด้านพลังงานอาจทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะธุรกิจมีทุนจำกัด แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ ให้มองย้อนกลับไปที่พื้นฐานในการทำธุรกิจโดยตั้งต้นจาก “ลูกค้า” สำรวจความต้องการและปัญหา (Pain Point) ของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ทั้งในแง่ของสินค้า การใช้งาน และการรีไซเคิล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15099 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/1scg4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“การนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้เข้าไปจับเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้ง่าย และจะเป็นตัวอย่างของเคสของความสำเร็จเล็ก ๆ ภายในองค์กรของเรา และทำให้เกิดการขยายวงที่กว้างขึ้นได้” รุ่งโรจน์กล่าวปิดท้ายในช่วงเสวนา</p>
<p><strong>โชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน</strong></p>
<p>ในงานดังกล่าว เอสซีจีได้นำนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลมาจัดแสดงภายใต้คอนเซ็ปต์<strong> “Sustainability for All”</strong> ที่ชวนทุกคนก้าวสู่ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ตอกย้ำความมุ่งมั่นตามแนวทาง <strong>ESG 4 Plus </strong>(มุ่ง Net Zero 2050 – Go Green – Lean เหลื่อมล้ำ – ย้ำร่วมมือ ภายใต้ความเชื่อมั่น โปร่งใส) ดังนี้</p>
<p>นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตดียั่งยืน (Sustainable Being) อาทิ “SCG Bi-ion” ระบบไอออนกำจัดเชื้อโรคในอากาศ กำจัดเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย สูงถึง 99% รวมถึงช่วยลดฝุ่น PM 2.5 และ “Wellness Home Hub” เทคโนโลยีเชื่อมโยงบริการด้านสุขภาพมาไว้ที่บ้านของทุกคน ส่งข้อมูลสุขภาพ-ติดตามอาการ-ปรึกษาแพทย์ได้เรียลไทม์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/1scg3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยยั่งยืน (Sustainable Living) อาทิ “Trinity” ระบบ IoT Ecosystem Platform ที่เชื่อมต่อการทำงานของนวัตกรรมต่าง ๆ ภายในบ้านได้อย่างสะดวกสบายในแพลตฟอร์มเดียว ทั้ง SCG Solar Roof Solutions, SCG Active AIRflow System และ SCG Active AIR Quality รวมถึง “Smart Faucet” ก๊อกน้ำอัจฉริยะสั่งงานด้วยเสียง ควบคุมการเปิดปิดน้ำสะดวก ประหยัดน้ำได้มากกว่าเดิม และ “Mixed Reality” เทคโนโลยีความเป็นจริงผสม ที่ช่วยให้อาชีพเสี่ยงอันตราย ฝึกฝนได้ยาก เช่น นักผจญเพลิง นักสำรวจอวกาศ สามารถฝึกอบรมได้เสมือนจริงโดยไม่ต้องอยู่ในสถานการณ์จริง</p>
<p>นวัตกรรมเพื่ออนาคตยั่งยืน (Sustainable Future) อาทิ “SCG Solar Roof Solutions ระบบ Hybrid” ระบบหลังคาโซลาร์ เทคโนโลยีไฮบริด มีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้ไฟฟ้าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วยประหยัดสูงสุดถึง 60% และ “CPAC BIM” เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการออกแบบก่อสร้างแม่นยำ ลดการสูญเสียทรัพยากร</p>
<p>รุ่งโรจน์ กล่าวถึงเป้าประสงค์นวัตกรรมของเอสซีจีว่า “ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ นอกจากจะเน้นเรื่องความสะดวกสบาย ปลอดภัยแล้ว ยังต้องไม่สร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างเอสซีจีและคนรุ่นใหม่หลากหลายสาขา เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข และได้ร่วมดูแลโลกไปพร้อมกันในทุก ๆ วัน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/scg-sustainability-expo-2022-good-balance-better-world/">“พูดแล้วทำ” แอ็คชั่นสู่ความยั่งยืนในแบบเอสซีจี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เริ่มแล้ว  SX 2022  งานมหกรรมความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชูพันธกิจความร่วมมือมิติใหม่ สร้างสมดุลที่ดีเพื่อโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/thaibev-start-sustainability-expo-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Sep 2022 12:46:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Expo]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Expo 2022]]></category>
		<category><![CDATA[SX 2022]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปน สิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรพงศ์ จันศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ปณต วัฒนสิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมการแสดงสินค้าด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14752</guid>

					<description><![CDATA[<p>เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับงานมหกรรมการแสดงสินค้าด้านความยั่งยืนยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน &#8220;Sustainability Expo 2022&#8221; (SX2022)  ปีที่ 3 ​ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” ร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีขึ้น บนพื้นที่กว่า 4 หมื่นตารางเมตร ตลอด 7 วันเต็ม  ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. &#8211; 2 ต.ค. 2565 นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานนี้ 5 องค์กรธุรกิจชั้นนำ ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับสากล ได้เข้ามาร่วมยกระดับงาน Sustainability Expo ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน รวมพลังบวกสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือเพื่อผลักดันทศวรรษแห่งการปฎิบัติ ภายใต้แนวคิด &#8220;พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก&#8221; (Sufficiency for Sustainability) พร้อมปลุกกระแสร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีขึ้น นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/thaibev-start-sustainability-expo-2022/">เริ่มแล้ว  SX 2022  งานมหกรรมความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชูพันธกิจความร่วมมือมิติใหม่ สร้างสมดุลที่ดีเพื่อโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับงานมหกรรมการแสดงสินค้าด้านความยั่งยืนยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน <strong>&#8220;</strong><strong>Sustainability Expo 2022</strong><strong>&#8221; (</strong>SX2022<strong>)  </strong>ปีที่ 3 ​ภายใต้แนวคิด <strong>“พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”</strong> ร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีขึ้น บนพื้นที่กว่า 4 หมื่นตารางเมตร ตลอด 7 วันเต็ม  ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. &#8211; 2 ต.ค. 2565 นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์<span id="more-14752"></span></p>
<p>ภายในงานนี้ 5 องค์กรธุรกิจชั้นนำ ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับสากล ได้เข้ามาร่วมยกระดับงาน <strong>Sustainability Expo</strong> ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน รวมพลังบวกสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือเพื่อผลักดันทศวรรษแห่งการปฎิบัติ ภายใต้แนวคิด <strong>&#8220;พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก&#8221; (Sufficiency for Sustainability)</strong> พร้อมปลุกกระแสร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีขึ้น</p>
<p><strong>นายฐาปน สิริวัฒนภักดี</strong> กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า <em>“งาน </em><em>Sustainability Expo </em><em>2022 หรือ </em><em>SX </em><em>2022 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมารวมตัวกัน และขยายเครือข่ายออกไปยังต่างประเทศ แต่ยังคงยึดโมเดลและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการจัดงาน และสร้างแรงบันดาลใจให้นำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ให้เกิดความยั่งยืนในบริบทของสังคมไทย</em></p>
<p><em>จากการริเริ่ม </em><em>TSX Expo </em><em>ภายใต้เครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน หรือ </em><em>Thailand Supply Chain Network (TSCN) </em><em>ใน 2 ปีที่ผ่านมา ปีนี้ 5 องค์กรธุรกิจ ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </em><em>GC </em><em>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผนึกกำลังกันพัฒนาแพลตฟอร์มสู่มหากรรมด้านความยั่งยืนระดับภูมิภาค ภายใต้ชื่อ </em><em>SX </em><em>2022 นอกจากนี้ งาน </em><em>SX2022 </em><em>ยังเป็นแพลตฟอร์มที่นำเสนอโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า </em><em>B</em><em>2</em><em>C</em><em>2</em><em>B (Business-to-Consumer-to-Business) </em><em>ซึ่งยึดผู้บริโภคเป็นแกนกลาง โดยเชื่อมโยงระหว่างองค์กรธุรกิจกับผู้บริโภค และผู้บริโภคจะเชื่อมโยงกลับสู่ภาคธุรกิจ”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14753 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/K-noom1.jpg" alt="" width="1200" height="796" /></p>
<p><strong>นายธีรพงศ์ จันศิริ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การทำงานด้านความยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยน โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้ผู้คน และดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล หรือ Healthy Living, Healthy Oceans ให้กับคนรุ่นต่อไป ภายใต้กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของเราที่เรียกว่า SeaChange® <em>“ไทยยูเนี่ยนตั้งใจที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกกับทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลของโลก ใน 4 ด้าน คือ แรงงานปลอดภัยและถูกกฎหมาย การจัดหาวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ การดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ รวมไปถึงการดูแลผู้คนและชุมชน ซึ่งเป็นแกนหลักในการทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ” นายธีรพงศ์กล่าว</em></p>
<p><em><strong>นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี กล่าวว่า “ในภาวะโลกรวน ทุกคนต้องคำนึงถึงการดำรงชีวิตและดูแลโลกไปพร้อมกัน เอสซีจีขอเชิญชวนให้ทุกคนใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก เช่น ระบบหลังคาโซลาร์ ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ลดค่าไฟ แพคเกจจิ้งรักษ์โลกที่ช่วยยืดอายุผักและผลไม้ ลดขยะอาหาร สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ รวมถึงนวัตกรรมที่ช่วยให้คุณและครอบครัวปลอดภัยจากฝุ่น </em><em>PM</em><em>2.5 เชื้อโรค และไวรัส เช่น </em><em>SCG Active AIR Quality </em><em>เอสซีจีพร้อมสร้างโลกที่น่าอยู่ส่งต่อถึงคนรุ่นต่อไป”</em></p>
<p><strong>ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวเสริมว่า ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Sustainability Expo GC มุ่งมั่นและให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจบนหลักการความยั่งยืนมาโดยตลอด ด้วยสมดุล ESG คือ บรรษัทภิบาล (เศรษฐกิจ) สังคมและสิ่งแวดล้อม <em>“วันนี้ </em><em>GC </em><em>มีเป้าหมายที่ท้าทายในการยกระดับสู่การเป็นองค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ “</em><em>Net Zero” </em><em>ภายในปี 2050  ผ่านการดำเนินงานด้านการปรับปรุงกระบวนการผลิตลดการปล่อย </em><em>Carbon </em><em>การต่อยอดสู่ธุรกิจ </em><em>High Value Business </em><em>และ </em><em>Low Carbon Business  </em><em>และการปลูกป่าและดักจับคาร์บอน นอกจากนั้น ยังมีโครงการอีกมากมายเพื่อคืนกลับสู่</em><em>สังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน  การดำเนินการทั้งหมดนี้เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต และส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้คนรุ่นต่อไป”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14754 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/THaibev2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>นายปณต วัฒนสิริวัฒนภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวเสริมว่า <em>“บริษัทฯ ยินดีที่ได้ร่วมจัดงานมหกรรมความยั่งยืน </em><em>SX2022 </em><em>เนื่องจากสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบริษัทฯ คือ </em><em>Inspiring Experiences, Creating Places for Good </em><em>หรือการมุ่งเน้นสร้างสิ่งที่ดีที่ยั่งยืนให้กับผู้คน ธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจในการส่งมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้ลูกค้า การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การมุ่งไปสู่การเป็นองค์กรที่ปลอดการปล่อยคาร์บอน หรือการสร้างธุรกิจที่พร้อมสำหรับอนาคตที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์โลกที่ทุกคนได้รับประสบการณ์อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้”</em></p>
<p>งาน SX 2022 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน &#8211; 2 ตุลาคม 2565 บนพื้นที่กว่า 40,000 ตรม. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีบริษัทชั้นนำและองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศรวมกว่า 100 แห่งมาร่วมงาน และผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำองค์กรธุรกิจกว่า 150 รายที่มาร่วมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนทัศนคติบนเวทีเสวนา เพื่อให้ความรู้ ความเห็น และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเทรนด์นวัตกรรม เทคโนโลโลยีที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในทุกมิติ ผ่านนิทรรศการ เวทีสัมมนา/เสวนา ตลอดจนหลากหลายกิจกรรมที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/THaibev4.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/thaibev-start-sustainability-expo-2022/">เริ่มแล้ว  SX 2022  งานมหกรรมความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชูพันธกิจความร่วมมือมิติใหม่ สร้างสมดุลที่ดีเพื่อโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
