<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>environmemt &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/environmemt/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Jun 2022 01:33:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>environmemt &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วราวุธ ย้ำความสำเร็จ “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ดันทุกภาคส่วนร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟู คาด 5 ปี เพิ่ม 3 แสนไร่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/10-may-nation-mangrove-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 May 2022 07:22:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรฯ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วันป่าชายเลนแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11449</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในวัน “ป่าชายเลนแห่งชาติ” 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา วราวุธ รมต.กระทรวงทรัพย์ พร้อมทุกภาคส่วนเอกชน ร่วมกิจกรรม ณ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 บ้านเสม็ดงาม จ.จันทบุรี พร้อมจับมือเอกชนตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนสมบูรณ์เป็น 3 แสนไร่ ภายใน 5 – 10 ปี ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรม”วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ซึ่งจัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยมี โสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง , นิเวศน์ หาญสมุทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี , ภรณี กองอมรภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และ บุษบรรณ จีนเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/10-may-nation-mangrove-day/">วราวุธ ย้ำความสำเร็จ “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ดันทุกภาคส่วนร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟู คาด 5 ปี เพิ่ม 3 แสนไร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เนื่องในวัน “ป่าชายเลนแห่งชาติ” 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา วราวุธ รมต.กระทรวงทรัพย์ พร้อมทุกภาคส่วนเอกชน ร่วมกิจกรรม ณ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 บ้านเสม็ดงาม จ.จันทบุรี พร้อมจับมือเอกชนตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนสมบูรณ์เป็น 3 แสนไร่ ภายใน 5 – 10 ปี</span></h4>
<p><span id="more-11449"></span></p>
<p>ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรม”วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ซึ่งจัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยมี โสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง , นิเวศน์ หาญสมุทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี , ภรณี กองอมรภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และ บุษบรรณ จีนเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) ตลอดจนเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และชุมชนชายฝั่ง เข้าร่วมกิจกรรม ณ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 บ้านเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class=" wp-image-11450 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/1-2.jpg" alt="" width="479" height="319" /></p>
<p>วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงวันป่าชายเลนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2565 ว่า ปีนี้นับเป็นปีที่ 2 นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 เห็นชอบกำหนดให้วันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับป่าชายเลนเป็นครั้งแรกในวันนี้ เมื่อปี 2534 หรือ 31 ปีล่วงมาแล้ว นับตั้งแต่นั้นมาประเทศไทยได้พยายามเดินหน้าอนุรักษ์ ฟื้นฟู และให้ความสำคัญกับผืนป่าชายเลนมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน และผลการสำรวจเมื่อปี 2563 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนไร่ เมื่อเทียบกับปี 2557 แต่ความสำเร็จคงไม่หยุดแค่นั้น รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนสมบูรณ์เป็น 3 แสนไร่ ภายใน 5 – 10 ปี ซึ่งตนคาดว่าไม่ยากเกินไป เนื่องจาก กระแสสังคมต่างให้ความสำคัญกับผืนป่าชายเลน พี่น้องประชาชนแสดงเจตนารมณ์ที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรป่าชายเลนอย่างจริงจังในทุกจังหวัดชายฝั่งทะเล</p>
<p>“วันป่าชายเลนแห่งชาติ” เป็นวันที่ทุกคนต่างร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของการมีส่วนร่วมในการรักษาป่าชายเลนในปีที่ผ่านมา และร่วมกันแสดงความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าปฏิบัติการในปี ต่อไป ตนขอชื่นชมในความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง จนผืนป่าชายเลนประเทศไทยมีความสมบูรณ์และยั่งยืนอย่างทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อสานต่อนโยบายรัฐบาลและเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนเป็น 3 แสนไร่ ตนได้หารือกับ จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้หาแนวทางสร้างความท้าทายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้ได้เร็วและมากกว่าเป้าหมายที่กำหนดอีกด้วย</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-11451 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/4-1.jpg" alt="" width="518" height="345" /></p>
<p>ด้าน ศ. ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ กล่าวภายหลังการเปิดงานและมอบโล่เกียรติคุณ ว่าในเชิงวิชาการแล้วป่าชายเลนมีความสำคัญต่อระบบนิเวศสูงมาก อีกทั้ง ยังสร้างประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ตั้งแต่ในระดับนโยบายหลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่างให้ความสำคัญและยกเป็นนโยบายสำคัญ รวมถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ถ่ายนโยบายลงสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>และที่สำคัญสามารถดึงพี่น้องประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเข้มแข็งและจริงจัง และวันนี้ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับเครือข่ายชุมชนดีเด่นด้านการอนุรักษ์ป่าชายเลนกว่า 10 ชุมชน ได้เห็นถึงหัวใจที่มุ่งมั่นในการอนุรักษ์ป่าชายเลน ตนรู้สึกภูมิใจและดีใจที่ทุกคนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน และตนเชื่อมั่นว่าเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนของประเทศไทยคงไม่ยากอย่างแน่นอน และเราคงจะได้ฉลองพื้นที่ป่าที่เพิ่มขึ้นเช่นนี้ทุกปี ใน “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” 10 พฤษภาคม ของทุกปี</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-11452 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/3-2.jpg" alt="" width="490" height="326" /></p>
<p>ส่วน โสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมวันป่าชายเลนแห่งชาติในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนได้ทราบถึงความสำคัญและคุณค่าของทรัพยากรป่าชายเลน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน รวมถึงตอกย้ำความสำเร็จจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคน อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตั้งเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน 153,400 ไร่ ภายในปี 10 ปี และตั้งเป้าหมายในการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต บนเนื้อที่ อีกกว่า 3 แสนไร่ โดยในปี 2565 ได้เตรียมพื้นที่เพื่อดำเนินการโครงการ ทั้งสิ้น 34,284.13 ไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายที่กรมฯ ได้ตั้งไว้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนในการมีส่วนร่วมและดำเนินงานเฉกเช่นที่ผ่านมา กรม ทช. จะมุ่งมั่นและตั้งใจอนุรักษ์ผืนป่าชายเลนร่วมกับพี่น้องประชาชนเช่นนี้ตลอดไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11453 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/2-1.jpg" alt="" width="485" height="333" /></p>
<p>ภรณี กองอมรภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวสรุปว่า เพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ DOW จึงมุ่งมั่นส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างครบวงจรและมีส่วนร่วม เพราะป่าชายเลนเป็นป่าที่สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ดีที่สุดซึ่งจะช่วยลดปัญหาโลกร้อน และยังเป็นปราการที่สามารถดักกรองขยะไม่ให้ลงสู่ทะเล โดยได้ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการปลูกป่าชายเลนที่ DOW ดำเนินการต่อเนื่องมากกว่า 13 ปี ในประเทศไทยโดยร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และพันธมิตรด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน ริเริ่มและดำเนินโครงการ Dow &amp; Thailand Mangrove Alliance ซึ่งไม่ใช่การปลูกป่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ทั้งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การท่องเที่ยว การจัดการขยะ และผลักดันให้เกิดคาร์บอนเครดิตจากการดูแลป่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย</p>
<p><strong>ยิ่งไปกว่านั้นยังสนับสนุนให้ชุมชน เยาวชน และประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วม ความร่วมมือนี้ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโครงการที่ช่วยสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างครบวงจร</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/10-may-nation-mangrove-day/">วราวุธ ย้ำความสำเร็จ “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ดันทุกภาคส่วนร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟู คาด 5 ปี เพิ่ม 3 แสนไร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากเมล็ดพันธุ์สู่ชั้นวางสินค้า: การสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนของฟริโต-เลย์จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/04/frito-lay-seed-store-creating-sustainable/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Apr 2022 04:36:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Frito Lay]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Brand]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟริโต้ เลย์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11279</guid>

					<description><![CDATA[<p>การดำเนินธุรกิจที่มุ่งมั่นเพื่อสร้างการเติบโตและมูลค่า และการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อโลกและผู้คนถือเป็นสิ่งที่ฟริโต-เลย์ อเมริกาเหนือยึดมั่นมาโดยตลอด เราจะพาท่านผู้อ่านไปล้วงลึกแนวคิดของฟริโต-เลย์ ในการนำความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทานและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนขึ้น เรามาดูกันว่าที่ฟริโต-เลย์ เขาทำอะไรกันบ้าง การทำไร่ที่ยั่งยืน: เริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์และคุณภาพดินที่ดี เส้นทางในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนคงไม่ได้เริ่มต้นที่ร้านค้า แต่เริ่มจากดินที่ใช้ในการปลูกเมล็ดพันธุ์ สิ่งที่ฟริโต-เลย์มุ่งมั่นในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนเริ่มต้นด้วยการปลูกฝังการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกตั้งแต่การทำไร่ และวัตถุดิบหลักอย่างมันฝรั่งและข้าวโพดทั้งหมดล้วนแต่ปลูกด้วยวิธีที่ยั่งยืน ฟริโต-เลย์ยังได้นำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในการทำไร่เพื่ออนุรักษ์น้ำ โดยได้นำร่องการแก้ปัญหาน้ำด้วยการชลประทานแนวใหม่และนำมาใช้ประโยชน์กับการทำเกษตรฟื้นฟูเพื่อลดการใช้น้ำโดยการนำอุปกรณ์ฉีดน้ำที่กระแสน้ำต่ำกว่ามาแทนที่สเปรย์ฉีดน้ำและหัวฉีดที่มีอยู่เดิม ซึ่งช่วยประหยัดน้ำปริมาณกว่าล้านแกลอนต่อปี ทั้งนี้ การอนุรักษ์น้ำตั้งแต่การทำไร่ไปจนถึงโรงงานมีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัทที่ใช้น้ำสุทธิเป็นบวกภายในปี 2030 จากไร่สู่โรงงาน: ลดฟุตพริ้นท์ของโรงงานเพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวก ฟริโต-เลย์ดำเนินการเพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวกผ่านกิจกรรมการลดและการเพิ่มเติมภายในหรือรอบๆโรงผลิต เช่น การนำไฟฟ้าหมุนเวียนมาใช้ในโรงงาน สำนักงาน และศูนย์กระจายสินค้าในสหรัฐฯทั้งหมด โดยโรงผลิตของฟริโต-เลย์ใช้หลอดไฟ LED 100% และความพยายามดังกล่าวยังลดการปล่อยคาร์อนได้เกือบ 5 แสนเมตริกตันเลยทีเดียว ทางฟริโต-เลย์ใช้น้ำเป็นตัวหล่อลื่นในกระบวนการหั่นมันฝรั่งซึ่งเป็นวิธีการใหม่ที่จะช่วยเพิ่มการอนุรักษ์น้ำ โดยแนวปฏิบัตินี้ถูกนำไปใช้ในโรงงานอีกหลายแห่ง นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสเพิ่มน้ำจำนวน 56 ล้านแกลอนต่อปีโดยการช่วยฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติซานหลุยส์ผ่านการร่วมมือกับ Ducks Unlimited ภายในปี 2022 การลงทุนของฟริโต-เลย์ ในโครงการฟื้นฟูแคลิฟอร์เนียจากไฟป่าจะส่งผลให้มีการปลูกต้นไม้กว่าหนึ่งในสี่ล้านต้น ซึ่งกินพื้นที่เกือบ 300 เอเคอร์ และมีการเพิ่มน้ำอีก 138 ล้านแกลอนต่อปี จากโรงงานสู่ชั้นวางสินค้า: เคลื่อนย้ายสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ด้วยคำมั่นที่จะเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นและการบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2040 รถที่ใช้ขนส่งสินค้าจะลดการปล่อยคาร์บอนด้วยการใช้ก๊าซ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/04/frito-lay-seed-store-creating-sustainable/">จากเมล็ดพันธุ์สู่ชั้นวางสินค้า: การสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนของฟริโต-เลย์จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">การดำเนินธุรกิจที่มุ่งมั่นเพื่อสร้างการเติบโตและมูลค่า และการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อโลกและผู้คนถือเป็นสิ่งที่ฟริโต-เลย์ อเมริกาเหนือยึดมั่นมาโดยตลอด เราจะพาท่านผู้อ่านไปล้วงลึกแนวคิดของฟริโต-เลย์ ในการนำความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทานและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนขึ้น</span></h4>
<p><span id="more-11279"></span></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>เรามาดูกันว่าที่ฟริโต-เลย์ เขาทำอะไรกันบ้าง</strong></span></p>
<p><strong>การทำไร่ที่ยั่งยืน: เริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์และคุณภาพดินที่ดี</strong><br />
เส้นทางในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนคงไม่ได้เริ่มต้นที่ร้านค้า แต่เริ่มจากดินที่ใช้ในการปลูกเมล็ดพันธุ์ สิ่งที่ฟริโต-เลย์มุ่งมั่นในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนเริ่มต้นด้วยการปลูกฝังการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกตั้งแต่การทำไร่ และวัตถุดิบหลักอย่างมันฝรั่งและข้าวโพดทั้งหมดล้วนแต่ปลูกด้วยวิธีที่ยั่งยืน</p>
<p>ฟริโต-เลย์ยังได้นำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในการทำไร่เพื่ออนุรักษ์น้ำ โดยได้นำร่องการแก้ปัญหาน้ำด้วยการชลประทานแนวใหม่และนำมาใช้ประโยชน์กับการทำเกษตรฟื้นฟูเพื่อลดการใช้น้ำโดยการนำอุปกรณ์ฉีดน้ำที่กระแสน้ำต่ำกว่ามาแทนที่สเปรย์ฉีดน้ำและหัวฉีดที่มีอยู่เดิม ซึ่งช่วยประหยัดน้ำปริมาณกว่าล้านแกลอนต่อปี ทั้งนี้ การอนุรักษ์น้ำตั้งแต่การทำไร่ไปจนถึงโรงงานมีความจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัทที่ใช้น้ำสุทธิเป็นบวกภายในปี 2030</p>
<p><strong>จากไร่สู่โรงงาน: ลดฟุตพริ้นท์ของโรงงานเพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวก</strong><br />
ฟริโต-เลย์ดำเนินการเพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวกผ่านกิจกรรมการลดและการเพิ่มเติมภายในหรือรอบๆโรงผลิต เช่น การนำไฟฟ้าหมุนเวียนมาใช้ในโรงงาน สำนักงาน และศูนย์กระจายสินค้าในสหรัฐฯทั้งหมด โดยโรงผลิตของฟริโต-เลย์ใช้หลอดไฟ LED 100% และความพยายามดังกล่าวยังลดการปล่อยคาร์อนได้เกือบ 5 แสนเมตริกตันเลยทีเดียว</p>
<p>ทางฟริโต-เลย์ใช้น้ำเป็นตัวหล่อลื่นในกระบวนการหั่นมันฝรั่งซึ่งเป็นวิธีการใหม่ที่จะช่วยเพิ่มการอนุรักษ์น้ำ โดยแนวปฏิบัตินี้ถูกนำไปใช้ในโรงงานอีกหลายแห่ง นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสเพิ่มน้ำจำนวน 56 ล้านแกลอนต่อปีโดยการช่วยฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติซานหลุยส์ผ่านการร่วมมือกับ Ducks Unlimited</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11282 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/frito-lay-1.jpg" alt="" width="467" height="311" /></p>
<p>ภายในปี 2022 การลงทุนของฟริโต-เลย์ ในโครงการฟื้นฟูแคลิฟอร์เนียจากไฟป่าจะส่งผลให้มีการปลูกต้นไม้กว่าหนึ่งในสี่ล้านต้น ซึ่งกินพื้นที่เกือบ 300 เอเคอร์ และมีการเพิ่มน้ำอีก 138 ล้านแกลอนต่อปี</p>
<p><strong>จากโรงงานสู่ชั้นวางสินค้า: เคลื่อนย้ายสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น</strong><br />
ด้วยคำมั่นที่จะเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นและการบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2040 รถที่ใช้ขนส่งสินค้าจะลดการปล่อยคาร์บอนด้วยการใช้ก๊าซ CNG หมุนเวียน และใช้รถบรรทุกที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์หรือเกือบศูนย์</p>
<p>ก้าวสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนโฉมครั้งนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ Modesto ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ โดยโปรเจ็คนี้ได้ร่วมมือกับ California Climate Investments เป็นการเปลี่ยนรถเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมดด้วยเทคโนโลยีการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์หรือเกือบศูนย์ ปัจจุบันนี้ รถขนส่งที่ใช้ในโรงงานแห่งนี้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปกว่าครึ่งหนึ่ง (53%) หรือเกือบ 3,000 เมตริกตันของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปี นอกจากนี้ ยังลดการใช้รถขนส่งเครื่องยนต์ดีเซลถึง 78%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11281 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/frito-lay-2.jpg" alt="" width="455" height="303" /></p>
<p><strong>ทางเลือกเชิงบวกเพื่ออนาคตและโลกของเรา</strong><br />
บรรจุภัณฑ์นับเป็นกุญแจสำคัญของวาระด้านความยั่งยืนเลยก็ว่าได้ ที่ฟริโต-เลย์ กล่องกระดาษแข็งถูกนำมาใช้ซ้ำเกือบ 5 ครั้งต่อกล่อง เท่ากับต้นไม้ประมาณ 2.2 ล้านต้นต่อปี ซึ่งเพียงพอที่จะผลิตก๊าซออกซิเจนให้กับคนจำนวน 8.8 ล้านคน โดยการดำเนินการนี้เป็นหนึ่งในหลายๆวิธีที่ฟริโต-เลย์กำลังมองหาเพื่อประเมินรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ในปริมาณที่น้อยลงหรือไม่จำเป็นต้องใช้เลย</p>
<p>ฟริโต-เลย์มีเป้าหมายในการออกแบบให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถนำไปรีไซเคิล ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือ นำกลับมาใช้ใหม่ ให้ได้ภายในปี 2025 โดยการเปิดตัวถุงขนมย่อยสลายได้สำหรับแบรนด์ Off the Eaten Path’s (OTEP) ในปี 2021 ไม่ได้เป็นก้าวแรกของการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านนี้ แต่เป็นประตูสู่การเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง</p>
<p>ในปีนี้ ฟริโต-เลย์จะเดบิวต์บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ 100% ที่จะใช้สำหรับLay’s Classic, Lay’s BBQ, Lay’s Limon, Doritos Nacho Cheese and Cheetos Flamin’ Hot ที่ Coachella แคลิฟอร์เนีย ซึ่งถุงขนมเหล่านี้ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียนจากพืช 85% โดยการผลิตวัตถุดิบสำหรับทำฟิล์มปล่อยก๊าซเรือนกระจก 60% ซึ่งน้อยกว่าการผลิตถุงขนมแบบดั้งเดิม</p>
<p>ทางฟริโต-เลย์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อคิดถึงความสำเร็จในอนาคต การดำเนินงานที่ยั่งยืนนับเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ในฐานะบริษัทที่มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ ฟริโต-เลย์ตระหนักดีถึงผลกระทบที่บริษัทมีต่อโลกใบนี้ และจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของฟริโต-เลย์ต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีและยั่งยืน</p>
<p><strong>credit : https://www.greenbiz.com/article/seed-store-creating-sustainable-food-system</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/04/frito-lay-seed-store-creating-sustainable/">จากเมล็ดพันธุ์สู่ชั้นวางสินค้า: การสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนของฟริโต-เลย์จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ดราม่า !! นักวิทย์ฯทั่วโลกหลั่งน้ำตาประท้วงเรียกร้องรัฐให้หยุดใช้พลังงานฟอสซิล ก่อนโลกวิกฤติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/04/nasa-scientist-protest-climate-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Apr 2022 03:29:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Dr. Peter Kalmus]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Greenhouse effect]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์ประท้วง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หยุดใช้พลังงานฟอสซิล]]></category>
		<category><![CDATA[โลกวิกฤติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11225</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกต่างพาดหัวเลยก็ว่าได้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 ชีวิตจาก 25 ประเทศได้ออกมาเดินขบวนประท้วงหลังจากการตีพิมพ์รายงานฉบับใหม่ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรายงานเตือนว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการภายในปี 2025 เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เลวร้าย นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้มีชื่อว่า “Scientist Rebellion” ได้เขียนในจดหมายว่า “การดำเนินการและแผนต่างๆ (ของรัฐบาล) ยังไม่เพียงพอ และแม้แต่ภาระผูกพันเหล่านี้ก็ยังไม่บรรลุผล” โดยการประท้วงครั้งนี้ยังได้เน้นย้ำให้เห็นถึง “ความเร่งด่วนและความไม่ยุติธรรมของสภาพภูมิอากาศและวิกฤติทางนิเวศวิทยา” นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจาก NASA อย่าง Dr. Peter Kalmus เป็นหนึ่งคนที่ออกมาประท้วงในครั้งนี้ โดยเขาได้นำโซ่มาล่ามตัวเองไว้กับอาคาร JP Morgan Chase ใน Los Angeles ซึ่งเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดที่ให้เงินทุนด้านเชื้อเพลิงฟอสซิลนับตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปี 2021 เป็นจำนวนเงิน 3.82 แสนล้านดอลลาร์ และ Dr. Kalmus ยังกล่าวว่า “เราพยายามเตือนพวกคุณมาหลายทศวรรษ แต่นักวิทยาศาสตร์ของโลกก็ถูกเมินเฉย และมันต้องหยุดลง เรากำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป” Dr. Kalmus ยังเขียนแสดงความคิดเห็นในสื่อใหญ่ของอังกฤษอย่าง the Guardian ความตอนหนึ่งว่า “&#8230;ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการสูญเสียป่าไม้และปะการังและความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดน้อยลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/04/nasa-scientist-protest-climate-change/">ไม่ดราม่า !! นักวิทย์ฯทั่วโลกหลั่งน้ำตาประท้วงเรียกร้องรัฐให้หยุดใช้พลังงานฟอสซิล ก่อนโลกวิกฤติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกต่างพาดหัวเลยก็ว่าได้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 ชีวิตจาก 25 ประเทศได้ออกมาเดินขบวนประท้วงหลังจากการตีพิมพ์รายงานฉบับใหม่ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรายงานเตือนว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการภายในปี 2025 เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เลวร้าย</span></h4>
<p><span id="more-11225"></span></p>
<p>นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้มีชื่อว่า “Scientist Rebellion” ได้เขียนในจดหมายว่า “การดำเนินการและแผนต่างๆ (ของรัฐบาล) ยังไม่เพียงพอ และแม้แต่ภาระผูกพันเหล่านี้ก็ยังไม่บรรลุผล” โดยการประท้วงครั้งนี้ยังได้เน้นย้ำให้เห็นถึง “ความเร่งด่วนและความไม่ยุติธรรมของสภาพภูมิอากาศและวิกฤติทางนิเวศวิทยา”</p>
<p>นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจาก NASA อย่าง Dr. Peter Kalmus เป็นหนึ่งคนที่ออกมาประท้วงในครั้งนี้ โดยเขาได้นำโซ่มาล่ามตัวเองไว้กับอาคาร JP Morgan Chase ใน Los Angeles ซึ่งเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดที่ให้เงินทุนด้านเชื้อเพลิงฟอสซิลนับตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปี 2021 เป็นจำนวนเงิน 3.82 แสนล้านดอลลาร์ และ Dr. Kalmus ยังกล่าวว่า “เราพยายามเตือนพวกคุณมาหลายทศวรรษ แต่นักวิทยาศาสตร์ของโลกก็ถูกเมินเฉย และมันต้องหยุดลง เรากำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11228 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/59199509_303.jpg" alt="" width="506" height="284" /></p>
<p>Dr. Kalmus ยังเขียนแสดงความคิดเห็นในสื่อใหญ่ของอังกฤษอย่าง the Guardian ความตอนหนึ่งว่า “&#8230;ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการสูญเสียป่าไม้และปะการังและความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดน้อยลง แต่ผมจะยังคงต่อสู้สุดความสามารถที่ผมจะทำได้เพื่อโลกใบนี้ ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน เพราะว่ามันอาจจะเลวร้ายได้เสมอ และมันจะเลวร้ายลงเรื่อยๆจนกว่าเราจะยุติอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลและการแสวงหาผลกำไรแบบทวีคูณที่แลกมาด้วยทุกสิ่ง”</p>
<p>เขายังเสริมอีกว่า “ถึงเวลาแล้วที่เราต้องลุกขึ้นมา และรับความเสี่ยง และเสียสละเพื่อโลกที่สวยงามใบนี้ ซึ่งเป็นโลกที่ให้ชีวิต และทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา”</p>
<p>เหตุการณ์การประท้วงดังกล่าวยังเกิดขึ้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. สเปน ปานามา เยอรมนี เอกวาดอร์ และมาลาวี เป็นต้น</p>
<p>กลุ่ม Scientist Rebellion ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 โดยนักศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตในประเทศสก็อตแลนด์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่ม the Extinction Rebellion โดย the Extinction Rebellion เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ใช้ความรุนแรงและการอารยะขัดขืนเพื่อโน้มน้าวรัฐบาลให้ดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและความฉุกเฉินด้านนิเวศวิทยาด้วยความยุติธรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>credit :</strong><br />
<strong>https://www.independent.co.uk/climate-change/news/nasa-scientist-protest-extinction-rebellion-b2057563.html</strong></p>
<p><strong>https://www.smithsonianmag.com/smart-news/scientists-stage-worldwide-climate-protests-after-ipcc-report-180979913/</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/04/nasa-scientist-protest-climate-change/">ไม่ดราม่า !! นักวิทย์ฯทั่วโลกหลั่งน้ำตาประท้วงเรียกร้องรัฐให้หยุดใช้พลังงานฟอสซิล ก่อนโลกวิกฤติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกร้อนส่งผลให้น้ำทะเลอุ่นขึ้น ส่อวิกฤติจำนวนปลาแซลมอนลดลงอย่างรุนแรง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/04/salmon-alaska-climate-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2022 07:57:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[black box]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[North Pacific salmon]]></category>
		<category><![CDATA[salmon-alaska-climate-change]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาแซลมอนหายไปไหน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11167</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ฝูงปลาแซลมอนชัมเกือบล้านตัวจะแหวกว่ายไปยังแม่น้ำ Yukon ในแถบอลาสก้า ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองทางตอนเหนืออันห่างไกลมาหลายชั่วอายุคน แต่ปีที่แล้วการอพยพของปลาแซลมอนลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสิบของระดับปกติส่งผลให้รัฐต้องนำเข้าปลาแช่แข็งจากภูมิภาคอื่นๆแทน ขณะเดียวกัน ห่างออกไปทางใต้ประมาณ 400 ไมล์ในอ่าวบริสตอลที่มีการทำประมงปลาแซลมอนซอคอายที่ใหญ่ที่สุดในโลกสร้างสถิติในปีที่แล้วมีปลาแซลมอนมากกว่า 66 ล้านตัวว่ายกลับสู่แม่น้ำในลุ่มน้ำ ยอดรวมนั้นคาดว่าจะถูกทำลายสถิติอีกครั้งในปีนี้ ปลาแซลมอนในมหาสมุทรแปซิฟิกต้องเผชิญกับชะตากรรมที่แตกต่างกันอย่างมาก จึงจำเป็นต้องอพยพจากระบบแม่น้ำสายหนึ่งไปยังอีกระบบหนึ่ง ในขณะที่โลกร้อนขึ้นจากสาเหตุการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพมหาสมุทรกำลังช่วยผลักดันให้เกิดความโกลาหลและการล่มสลายของแหล่งเพาะพันธุ์ปลาแซลมอนเหล่านี้ การอยู่รอดของปลาสายพันธุ์ที่จับได้ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือเหล่านี้ที่ ส่วนใหญ่มีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของพื้นที่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก Laurie Weitkamp นักชีววิทยาการประมง เล่าให้ฟังว่า “โดยปกติแล้ว ปลาเหล่านี้ใช้เวลา 2 – 3 ปีในน้ำลึกก่อนที่จะว่ายกลับมายังพื้นที่ชายฝั่งเพื่อวางไข่ แต่ตอนนี้พวกปลาเหล่านี้เป็นจำนวนมากกำลังตายเนื่องจากคลื่นความร้อนจากทะเลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสร้างหายนะให้กับระบบนิเวศของปลาแซลมอน และเมื่อปลาแซลมอนอพยพออกจากพื้นที่ชายฝั่งไปแล้ว พวกมันก็จะว่ายเข้าสู่พื้นที่ที่ Laurie เรียกว่า กล่องดำ หรือ Black box นั่นเอง” การสำรวจวิจัยปลาแซลมอนครั้งใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ มีเป้าหมายเพื่อให้ความกระจ่างเกี่ยวกับระยะเวลาในวงจรชีวิตของปลาแซลมอน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และรัสเซียที่ได้เก็บตัวอย่างปลาแซลมอนและศึกษาสภาพมหาสมุทรในพื้นที่ประมาณหนึ่งล้านตารางไมล์ โดยนักวิจัยหวังว่าจะทำแผนที่เพื่อศึกษาวิจัยว่าปลาแซลมอนจากแม่น้ำต่างๆใช้เวลาช่วงฤดูหนาวที่ใดเมื่ออาหารมีน้อยและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น Jackie King หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของเรือวิจัยของแคนาดาชื่อ Sir John Franklin กล่าวว่า &#8220;เราเห็นอัตราการลดลงจำนวนของปลาแซลมอนอย่างรุนแรง นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/04/salmon-alaska-climate-change/">โลกร้อนส่งผลให้น้ำทะเลอุ่นขึ้น ส่อวิกฤติจำนวนปลาแซลมอนลดลงอย่างรุนแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ฝูงปลาแซลมอนชัมเกือบล้านตัวจะแหวกว่ายไปยังแม่น้ำ Yukon ในแถบอลาสก้า ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองทางตอนเหนืออันห่างไกลมาหลายชั่วอายุคน แต่ปีที่แล้วการอพยพของปลาแซลมอนลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสิบของระดับปกติส่งผลให้รัฐต้องนำเข้าปลาแช่แข็งจากภูมิภาคอื่นๆแทน</span></h4>
<p><span id="more-11167"></span></p>
<p>ขณะเดียวกัน ห่างออกไปทางใต้ประมาณ 400 ไมล์ในอ่าวบริสตอลที่มีการทำประมงปลาแซลมอนซอคอายที่ใหญ่ที่สุดในโลกสร้างสถิติในปีที่แล้วมีปลาแซลมอนมากกว่า 66 ล้านตัวว่ายกลับสู่แม่น้ำในลุ่มน้ำ ยอดรวมนั้นคาดว่าจะถูกทำลายสถิติอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>ปลาแซลมอนในมหาสมุทรแปซิฟิกต้องเผชิญกับชะตากรรมที่แตกต่างกันอย่างมาก จึงจำเป็นต้องอพยพจากระบบแม่น้ำสายหนึ่งไปยังอีกระบบหนึ่ง ในขณะที่โลกร้อนขึ้นจากสาเหตุการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพมหาสมุทรกำลังช่วยผลักดันให้เกิดความโกลาหลและการล่มสลายของแหล่งเพาะพันธุ์ปลาแซลมอนเหล่านี้ การอยู่รอดของปลาสายพันธุ์ที่จับได้ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือเหล่านี้ที่ ส่วนใหญ่มีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของพื้นที่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11171 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/Laurie-Weitkamp.jpg" alt="" width="529" height="377" /></p>
<p>Laurie Weitkamp นักชีววิทยาการประมง เล่าให้ฟังว่า “โดยปกติแล้ว ปลาเหล่านี้ใช้เวลา 2 – 3 ปีในน้ำลึกก่อนที่จะว่ายกลับมายังพื้นที่ชายฝั่งเพื่อวางไข่ แต่ตอนนี้พวกปลาเหล่านี้เป็นจำนวนมากกำลังตายเนื่องจากคลื่นความร้อนจากทะเลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสร้างหายนะให้กับระบบนิเวศของปลาแซลมอน และเมื่อปลาแซลมอนอพยพออกจากพื้นที่ชายฝั่งไปแล้ว พวกมันก็จะว่ายเข้าสู่พื้นที่ที่ Laurie เรียกว่า กล่องดำ หรือ Black box นั่นเอง”</p>
<p>การสำรวจวิจัยปลาแซลมอนครั้งใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ มีเป้าหมายเพื่อให้ความกระจ่างเกี่ยวกับระยะเวลาในวงจรชีวิตของปลาแซลมอน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และรัสเซียที่ได้เก็บตัวอย่างปลาแซลมอนและศึกษาสภาพมหาสมุทรในพื้นที่ประมาณหนึ่งล้านตารางไมล์ โดยนักวิจัยหวังว่าจะทำแผนที่เพื่อศึกษาวิจัยว่าปลาแซลมอนจากแม่น้ำต่างๆใช้เวลาช่วงฤดูหนาวที่ใดเมื่ออาหารมีน้อยและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น</p>
<p>Jackie King หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของเรือวิจัยของแคนาดาชื่อ Sir John Franklin กล่าวว่า &#8220;เราเห็นอัตราการลดลงจำนวนของปลาแซลมอนอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีอัตราการตายในมหาสมุทรที่สูงด้วย และนั่นเป็นสิ่งที่นักวิจัยประเมินได้ยากที่สุด”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11170 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/SALMON-1.jpg" alt="" width="485" height="323" /></p>
<p>ด้วยความพยายามของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่เข้าร่วมในภารกิจดังกล่าว ก็เพื่อที่จะอธิบายให้ได้ว่าปลาแซลมอนจะอยู่รอดในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ร้อนอบอ้าวได้อย่างไร เริ่มต้นในปี 2013 มวลของน้ำอุ่นผิดปกติที่ระเหยอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกินเวลา 3 ปี แผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางไมล์ และกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ &#8220;blob&#8221; ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2019</p>
<p>นอกจากปลาแซลมอนที่เผชิญกับนักล่าที่หลากหลายตลอดช่วงเวลาในวงจรชีวิตของพวกมันแล้ว การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้สร้างความเสียหายให้กับลำธารซึ่งเป็นสถานที่ฟักไข่ของปลา ไม่ใช่แค่เพียงอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่รวมถึงความแห้งแล้งที่ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังมีไฟป่าที่มีส่วนทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่ง รวมถึงโคลนถล่มในแม่น้ำ โดยสภาวะที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังเปลี่ยนแปลงชีวิตของจำนวนแพลงก์ตอนสัตว์ กุ้งเคย ปลาหมึก และปลาอื่นๆที่เป็นเหยื่อของปลาแซลมอนในมหาสมุทรอีกด้วย</p>
<p>ความร้อนยังมีส่วนเพิ่มอัตราการเผาผลาญ และการเผาผลาญที่เพิ่มขึ้นยังสามารถลดปริมาณแคลอรี่ในตัวของเหยื่อได้ส่งผลให้พวกมันมีเนื้อน้อยลง ทั้งนี้น้ำที่อุ่นขึ้นทำให้ปลาแซลมอนต้องการอาหารมากขึ้น ในบางครั้งอาจมีอาหารเหลือน้อยลงด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ขณะเดียวกัน ทะเลสาบที่อุณหภูมิน้ำกำลังอุ่นขึ้นอาจจะกำลังทำให้อาหารสำหรับปลาแซลมอนรุ่นใหม่ลดลงตามไปด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ ประชากรปลาแซลมอนยังมีแนวโน้มที่จะอพยพไปยังพื้นที่อื่นๆของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยจำนวนปลาแซลมอนชัมอลาสก้าตะวันตกที่ว่ายกลับมายังแม่น้ำ Yukon และ แม่น้ำ Kuskokwim ทุกปีก กลับมีจำนวนลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งสิ่งนี้กลายเป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11172 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/SALMON.jpg" alt="" width="489" height="570" /></p>
<p>ด้าน Ed Farley แห่งศูนย์วิทยาศาสตร์การประมงอลาสก้า กล่าวว่า “อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกที่อุ่นขึ้น ซึ่งค่อยๆเคลื่อนตัวไปยังตอนเหนือสู่ทะเลแบริ่งอาจจะกำลังสร้างความยากลำบากให้กับปลาแซลมอนชัมโดยเฉพาะช่วงแรกของวงจรชีวิต และนั่นอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกมันตายจำนวนมาก” เขาเสริมว่า “หากเป็นปลาแซลมอนวัยอ่อนและต้องใช้ชีวิตช่วงแรกอยู่ในมหาสมุทร สิ่งแรกที่มันต้องทำคือเจริญเติบโต แต่สิ่งที่เราสามารถเห็นได้ก็คือปลาแซลมอนวัยอ่อนเหล่านี้ไม่สามารถเพิ่มปริมาณไขมันในตัวมันได้ก่อนฤดูหนาว”</p>
<p>แบบจำลองสภาพภูมิอากาศยังบ่งชี้ว่าคลื่นความร้อนจากทะเลจะเกิดบ่อยขึ้นเมื่อบรรยากาศและมหาสมุทรยังคงอุ่นขึ้น โดย Farley มองว่า ปลาแซลมอนที่แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นยังเป็น “เรื่องราวของการเอาตัวรอด” โดยจำนวนปลาแซลมอนที่ลดลงอย่างรุนแรงเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยังเป็นตัว “ขับเคลื่อนการตายของปลาแซลมอนจำนวนมาก” นั่นเอง</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>Farley กล่าวทิ้งท้ายว่า “หากเราจะเข้าใจอนาคตอย่างถ่องแท้ เราต้องเข้าใจว่าสภาพภูมิอากาศกำลังจะส่งผลกระทบต่อปลาเหล่านี้อย่างไร”</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>credit : </strong></p>
<p><strong>https://thehill.com/policy/equilibrium-sustainability/600280-equilibrium-sustainability-salmon-disappearing-into-north/</strong></p>
<p><strong>https://www.washingtonpost.com/climate-environment/2022/03/28/salmon-alaska-climate-change/</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/04/salmon-alaska-climate-change/">โลกร้อนส่งผลให้น้ำทะเลอุ่นขึ้น ส่อวิกฤติจำนวนปลาแซลมอนลดลงอย่างรุนแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“วันน้ำโลก” กปน. ชวนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อโลกที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/03/world-water-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2022 06:14:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[22 march World Water Day]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Groundwater – Making the invisible visible]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กปน.วันน้ำโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วันน้ำโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์น้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11099</guid>

					<description><![CDATA[<p>22 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันน้ำโลก (World Water Day) Ffpมีจุดเริ่มต้นจากการประชุมเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา แห่งสหประชาชาติ ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เนื้อหาสำคัญเรื่องความตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำของมนุษย์ จึงมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมที่จะเป็นแผนแม่บทให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เฝ้าระวังทรัพยากรน้ำในประเทศนั้น ๆ ทุกปี ทุกประเทศทั่วโลกถือเป็น “วันน้ำโลก” ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้รณรงค์ให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องน้ำให้ประชาชนดูแลทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมทั้งให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงน้ำที่สะอาด เพื่อการอุปโภคบริโภค และในปีนี้ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดธีมของวันน้ำโลกไว้ว่า “Groundwater – Making the invisible visible” ซึ่งมีความหมายว่า “ร่วมรู้จัก อนุรักษ์ น้ำใต้ดิน” เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงแหล่งน้ำอีกหนึ่งแหล่งที่มีความสำคัญต่อทุกชีวิต คือ แหล่งน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีมากที่สุดในโลก แม้เราจะมองไม่เห็น แต่น้ำใต้ดินมีคุณค่าต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงส่งเสริมระบบนิเวศต่าง ๆ การประปานครหลวง (กปน.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่ในการผลิต จัดหา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/world-water-day/">“วันน้ำโลก” กปน. ชวนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อโลกที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;"> 22 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันน้ำโลก (World Water Day) Ffpมีจุดเริ่มต้นจากการประชุมเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา แห่งสหประชาชาติ ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เนื้อหาสำคัญเรื่องความตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำของมนุษย์ จึงมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมที่จะเป็นแผนแม่บทให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เฝ้าระวังทรัพยากรน้ำในประเทศนั้น ๆ</span></h4>
<p><span id="more-11099"></span><br />
ทุกปี ทุกประเทศทั่วโลกถือเป็น “วันน้ำโลก” ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้รณรงค์ให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องน้ำให้ประชาชนดูแลทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมทั้งให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงน้ำที่สะอาด เพื่อการอุปโภคบริโภค และในปีนี้ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดธีมของวันน้ำโลกไว้ว่า “Groundwater – Making the invisible visible” ซึ่งมีความหมายว่า “ร่วมรู้จัก อนุรักษ์ น้ำใต้ดิน” เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงแหล่งน้ำอีกหนึ่งแหล่งที่มีความสำคัญต่อทุกชีวิต คือ แหล่งน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีมากที่สุดในโลก แม้เราจะมองไม่เห็น แต่น้ำใต้ดินมีคุณค่าต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงส่งเสริมระบบนิเวศต่าง ๆ</p>
<p>การประปานครหลวง (กปน.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่ในการผลิต จัดหา และจัดส่งน้ำประปาสะอาดถึงทุกบ้านในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ แม้ว่าจะใช้น้ำจากผิวดิน คือ แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำแม่กลอง ผ่านกระบวนการผลิตตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) มาผลิตน้ำประปา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำใต้ดินก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากระบบนิเวศของน้ำถูกผลกระทบ ย่อมส่งผลถึงปริมาณและคุณภาพน้ำทั้งหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11100 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/WATER-1.jpg" alt="" width="463" height="260" /></p>
<p>ปัจจุบันนี้มีปริมาณการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปริมาณน้ำดิบมีเท่าเดิมหรือน้อยลงตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แม้ว่ารัฐบาลมีมาตรการผลักดันน้ำจืดเพื่อแก้ไขปัญหาปัญหาน้ำเค็มไม่ให้ส่งผลกระทบในช่วงฤดูแล้งนี้ แต่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน คือ การร่วมมือกันประหยัดน้ำ เพื่อให้เรามีน้ำต้นทุนน้ำดิบใช้อย่างพอเพียง ดังนั้น กปน. จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนมาร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำทั้งผิวดินและใต้ดิน เพื่อให้เรามีน้ำใช้อย่างยั่งยืนไปถึงลูกหลานของเรา</p>
<p>วิธีประหยัดน้ำ สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ ที่บ้านของเราเอง เช่น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ ปิดน้ำระหว่างถูสบู่และสระผม ใช้ฝักบัวรดน้ำแทนสายยาง รองน้ำใส่ถังเพื่อล้างรถ แทนการใช้สายยางฉีดโดยตรง และหมั่นตรวจระบบประปาภายในบ้าน หากพบรอยรั่วควรรีบซ่อมแซมทันที รวมทั้งเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่มีฉลากประหยัดน้ำของ กปน. ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราจะได้ร่วมมือกันใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและรักษาทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีใช้อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/world-water-day/">“วันน้ำโลก” กปน. ชวนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อโลกที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SWISS AIR ประกาศเป็นสายการบินแรกของโลกที่ใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานแสงอาทิตย์ในปี2023</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/03/swiss-airlines-first-use-solar-aviation-fuel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Mar 2022 14:33:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable energy]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[solar aviation fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SWISS Airline]]></category>
		<category><![CDATA[Synhelion]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11060</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลังงานทดแทน (Renewable energy) เป็นพลังงานสะอาดที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น และหลายประเทศกำลังรุดหน้าพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตพลังงานทดแทนเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค สายการบินนานาชาติสวิส (SWISS) และบริษัทแม่อย่าง Lufthansa Group เป็นหนึ่งในหลายองค์กรที่คำนึงถึงความสำคัญของการลดการปล่อยคาร์บอน จึงได้ออกมาประกาศจับมือกับสตาร์ทอัพอย่าง Synhelion SA ในการปฏิวัติวงการการบินด้วยการนำเชื้อเพลิงที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้กับเครื่องบินเป็นครั้งแรก SWISS ได้กล่าวว่า “การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ SWISS เป็นสายการบินแรกในโลกที่ใช้เชื้อเพลิง sun-to-liquid (จากแสงแดดสู่ของเหลว)” ทาง Synhelion ได้ชี้แจงถึงกระบวนการในการผลิตเชื้อเพลิงเครื่องบินจากแสงอาทิตย์ว่าเป็นการนำแสงแดดเข้มข้นมาผลิตเป็นน้ำมันก๊าดที่เป็นกลางทางคาร์บอน โดย Philippe Furler ผู้ก่อตั้งร่วมและซีอีโอของ Synhelion ยังได้กล่าวว่า “น้ำมันก๊าดจากแสงอาทิตย์ที่เป็นกลางทางคาร์บอนรุ่นต่อไปของเราเป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ทั้งประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดย Synhelion วางแผนจะสร้างโรงผลิตเชื้อเพลิงพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของโลกในประเทศเยอรมนีในปีนี้ และ SWISS จะกลายเป็นลูกค้ารายแรกและเป็นสายการบินแห่งแรกที่จะใช้น้ำมันก๊าดพลังงานแสงอาทิตย์ในการทำการบินในปี 2023 อย่างไรก็ตาม เราคงต้องจับตากันต่อว่าประสิทธิภาพของน้ำมันก๊าดพลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นอย่างไร และจะมีสายการบินไหนออกมาประกาศใช้พลังงานทดแทนเพิ่มเติมอีกหรือไม่ Credit : https://currentaffairs.adda247.com/swiss-airlines-world-first-use-solar-aviation-fuel/ https://economictimes.indiatimes.com/industry/renewables/swiss-says-it-will-be-first-airline-to-use-fuel-made-from-sunlight/articleshow/89929723.cms</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/swiss-airlines-first-use-solar-aviation-fuel/">SWISS AIR ประกาศเป็นสายการบินแรกของโลกที่ใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานแสงอาทิตย์ในปี2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">พลังงานทดแทน (Renewable energy) เป็นพลังงานสะอาดที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น และหลายประเทศกำลังรุดหน้าพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตพลังงานทดแทนเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค</span></h4>
<p><span id="more-11060"></span></p>
<p>สายการบินนานาชาติสวิส (SWISS) และบริษัทแม่อย่าง Lufthansa Group เป็นหนึ่งในหลายองค์กรที่คำนึงถึงความสำคัญของการลดการปล่อยคาร์บอน จึงได้ออกมาประกาศจับมือกับสตาร์ทอัพอย่าง Synhelion SA ในการปฏิวัติวงการการบินด้วยการนำเชื้อเพลิงที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้กับเครื่องบินเป็นครั้งแรก</p>
<p>SWISS ได้กล่าวว่า “การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ SWISS เป็นสายการบินแรกในโลกที่ใช้เชื้อเพลิง sun-to-liquid (จากแสงแดดสู่ของเหลว)”</p>
<p>ทาง Synhelion ได้ชี้แจงถึงกระบวนการในการผลิตเชื้อเพลิงเครื่องบินจากแสงอาทิตย์ว่าเป็นการนำแสงแดดเข้มข้นมาผลิตเป็นน้ำมันก๊าดที่เป็นกลางทางคาร์บอน โดย Philippe Furler ผู้ก่อตั้งร่วมและซีอีโอของ Synhelion ยังได้กล่าวว่า “น้ำมันก๊าดจากแสงอาทิตย์ที่เป็นกลางทางคาร์บอนรุ่นต่อไปของเราเป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ทั้งประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”</p>
<p>โดย Synhelion วางแผนจะสร้างโรงผลิตเชื้อเพลิงพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของโลกในประเทศเยอรมนีในปีนี้ และ SWISS จะกลายเป็นลูกค้ารายแรกและเป็นสายการบินแห่งแรกที่จะใช้น้ำมันก๊าดพลังงานแสงอาทิตย์ในการทำการบินในปี 2023</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>อย่างไรก็ตาม เราคงต้องจับตากันต่อว่าประสิทธิภาพของน้ำมันก๊าดพลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นอย่างไร และจะมีสายการบินไหนออกมาประกาศใช้พลังงานทดแทนเพิ่มเติมอีกหรือไม่</strong></span></p>
<p><strong>Credit : </strong><br />
<strong>https://currentaffairs.adda247.com/swiss-airlines-world-first-use-solar-aviation-fuel/</strong></p>
<p><strong>https://economictimes.indiatimes.com/industry/renewables/swiss-says-it-will-be-first-airline-to-use-fuel-made-from-sunlight/articleshow/89929723.cms</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/swiss-airlines-first-use-solar-aviation-fuel/">SWISS AIR ประกาศเป็นสายการบินแรกของโลกที่ใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานแสงอาทิตย์ในปี2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไฟ-ป่า-ควัน-คน-เมือง&#8230;เรื่องเล่าจาก “หน่วยเหยี่ยวไฟ” ด่านหน้าผจญไฟ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/03/wildfire-environment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Mar 2022 05:17:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[wildfire]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดปฏิบัติงานพิเศษเหยี่ยวไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11049</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ปัญหาไฟป่า เป็นปัญหาของทุกคน ทุกคนที่ยังหายใจ! ในขณะที่เราอยู่กันตรงนี้ หลายพื้นที่ยังคงดับไฟ และต้องเผชิญกับปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ล้วนเกิดจากน้ำมือมนุษย์แทบทั้งสิ้น โดยมีสาเหตุที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมื่อเกิดไฟป่าขึ้นแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รวมไปถึงพี่น้องที่อยู่ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อม ความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ลำพังกำลังเจ้าหน้าที่เพียงแค่หยิบมือเดียว คงไม่อาจยับยั้งภัยอันตรายนี้ได้” คำบอกเล่าส่วนหนึ่ง จากจันทร์เพ็ญ เกษตรสินธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ ในระหว่างพิธีส่งมอบรถและอุปกรณ์สนับสนุนชุดปฏิบัติงานพิเศษเหยี่ยวไฟ ภายใต้ภารกิจ “NISSAN NAVARA PRO-4X FIRE RESCUE TEAM กล้า&#8230;เพื่อคนแกร่ง” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่า อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์ไฟป่านับเป็นปัญหาระดับชาติที่เกิดขึ้นทุกปี คิดเป็นพื้นที่ป่าที่เสียหายปีละกว่าแสนไร่ โดยเฉพาะในภาคเหนือ และในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากสถิติปี 2564 พบว่าในจังหวัดเชียงใหม่ เกิดไฟป่าทั้งสิ้นกว่า 1,305 ครั้ง กินพื้นที่ป่าที่เสียหายกว่า 33,369 ไร่ โดยมี “ชุดปฏิบัติงานพิเศษเหยี่ยวไฟ” เป็นด่านหน้ารับภารกิจควบคุมไฟป่าภาคเหนือ ซึ่งมีบุคลากรเพียง 20 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/wildfire-environment/">ไฟ-ป่า-ควัน-คน-เมือง&#8230;เรื่องเล่าจาก “หน่วยเหยี่ยวไฟ” ด่านหน้าผจญไฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">“ปัญหาไฟป่า เป็นปัญหาของทุกคน ทุกคนที่ยังหายใจ! ในขณะที่เราอยู่กันตรงนี้ หลายพื้นที่ยังคงดับไฟ และต้องเผชิญกับปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ล้วนเกิดจากน้ำมือมนุษย์แทบทั้งสิ้น โดยมีสาเหตุที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ </span></h4>
<h4><span style="color: #993366;">แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมื่อเกิดไฟป่าขึ้นแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รวมไปถึงพี่น้องที่อยู่ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อม ความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ลำพังกำลังเจ้าหน้าที่เพียงแค่หยิบมือเดียว คงไม่อาจยับยั้งภัยอันตรายนี้ได้”</span></h4>
<p><span id="more-11049"></span></p>
<figure id="attachment_11050" aria-describedby="caption-attachment-11050" style="width: 475px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11050" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/N-6.jpg" alt="" width="475" height="316" /><figcaption id="caption-attachment-11050" class="wp-caption-text">จันทร์เพ็ญ เกษตรสินธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ (ซ้ายสุด)</figcaption></figure>
<p>คำบอกเล่าส่วนหนึ่ง จากจันทร์เพ็ญ เกษตรสินธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ ในระหว่างพิธีส่งมอบรถและอุปกรณ์สนับสนุนชุดปฏิบัติงานพิเศษเหยี่ยวไฟ ภายใต้ภารกิจ “NISSAN NAVARA PRO-4X FIRE RESCUE TEAM กล้า&#8230;เพื่อคนแกร่ง” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่า อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>สถานการณ์ไฟป่านับเป็นปัญหาระดับชาติที่เกิดขึ้นทุกปี คิดเป็นพื้นที่ป่าที่เสียหายปีละกว่าแสนไร่ โดยเฉพาะในภาคเหนือ และในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากสถิติปี 2564 พบว่าในจังหวัดเชียงใหม่ เกิดไฟป่าทั้งสิ้นกว่า 1,305 ครั้ง กินพื้นที่ป่าที่เสียหายกว่า 33,369 ไร่ โดยมี “ชุดปฏิบัติงานพิเศษเหยี่ยวไฟ” เป็นด่านหน้ารับภารกิจควบคุมไฟป่าภาคเหนือ ซึ่งมีบุคลากรเพียง 20 นาย ที่นอกเหนือจากการออกปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าซึ่งแต่ละครั้งกินพื้นที่ไม่น้อยกว่า 20 ไร่แล้ว ทุกปีทีมเหยี่ยวไฟต้องปฏิบัติหน้าที่หลากหลายและทำงานอย่างหนักทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน และปฏิบัติภารกิจประสานงานเพื่อดับไฟป่า รวมถึงการสนธิกำลังกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ต่าง ๆ ดูแลงานบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทั้งอบรมให้ความรู้แก่ชาวบ้านเรื่องไฟป่าอีกด้วย</p>
<figure id="attachment_11051" aria-describedby="caption-attachment-11051" style="width: 800px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11051 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/N-4.jpg" alt="" width="800" height="533" /><figcaption id="caption-attachment-11051" class="wp-caption-text">จิตอาสาชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟเชียงใหม่</figcaption></figure>
<p>แต่แม้จะต้องเจอกับสถานการณ์ไฟป่าที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่ออย่างรวดเร็วและไร้ทิศทางที่แน่นอน สภาพภูมิประเทศภายในป่าที่ยากลำบากต่อการเข้าถึงจุดเกิดเหตุ การเสี่ยงภัยอันตรายที่เกิดขึ้นทั้งจากเพลิงไฟ และอุบัติเหตุจากการใช้อุปกรณ์ระหว่างปฏิบัติงาน แต่ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งของทีมเหยี่ยวไฟ ก็ไม่ได้รู้สึกท้อหรือถอดใจจากภารกิจนี้ เพราะรู้ดีว่า การหยุดไฟป่าเท่ากับหยุดการทำลายทรัพยากรป่าไม้ หยุดโอกาสที่ควันพิษจะกระจายไปทำลายสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคนในชุมชนใกล้เคียง หรือแม้แต่ในเมืองที่ห่างออกไป</p>
<figure id="attachment_11052" aria-describedby="caption-attachment-11052" style="width: 545px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11052" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/N-1.jpg" alt="" width="545" height="363" /><figcaption id="caption-attachment-11052" class="wp-caption-text">ชุติพนธ์ คำตา หรือปลื้ม พนักงานดับไฟป่า ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟเชียงใหม่</figcaption></figure>
<p>ชุติพนธ์ คำตา หรือปลื้ม อายุ 24 ปี พนักงานดับไฟป่า ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟเชียงใหม่ ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ กรมป่าไม้ เล่าว่า “จุดเริ่มต้นของการมาเป็นเหยี่ยวไฟ คือ ผมสังเกตเห็นปัญหาสุขภาพของครอบครัว เพราะที่บ้านอาศัยอยู่ในจังหวัดลำพูน โดยทุกปีในช่วงหน้าไฟป่า คนในบ้านทั้งพ่อแม่ ปู่ย่า จะเริ่มเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทั้งไอ หอบ เพราะควันพิษจากไฟป่า จึงเป็นแรงผลักดันให้มาเป็นพนักงานดับเพลิงไฟป่า ซึ่งหน้าที่หลักคือ “คนนำ” เป็นคนเดินนำเคลียร์เส้นทางเข้าดับไฟในจุดเกิดเหตุ ที่ต้องมีความชำนาญด้านเส้นทาง เพราะถ้าพลาดหรือหลงก็จะทำให้ภารกิจดับไฟป่าล่าช้า ไฟลามไปพื้นที่อื่น ๆ มากขึ้นตลอดระยะเวลาที่ทำงานมากว่า 3 ปี พบว่าไฟป่าไม่เคยลดน้อยลงเลย กลับเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี และพบว่าปัจจุบันเกิดจากฝีมือของมนุษย์แทบทั้งสิ้น”</p>
<figure id="attachment_11053" aria-describedby="caption-attachment-11053" style="width: 515px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11053" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/N-2.jpg" alt="" width="515" height="343" /><figcaption id="caption-attachment-11053" class="wp-caption-text">ว่าที่ร้อยตรี วัฒนา พลอยกัลยา หรือชิ ทำหน้่าที่ &#8220;คนเป่าไฟ&#8221;กับอสวุธคู่กาย</figcaption></figure>
<p>ด้าน ว่าที่ร้อยตรี วัฒนา พลอยกัลยา หรือชิ อายุ 35 ปี หนึ่งในชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟเชียงใหม่ เปิดใจว่า “ผมมองเห็นปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นมานานหลายปี จึงตัดสินใจมาทำงานนี้ ผมรับหน้าที่เป็น “คนเป่าไฟ” มีอาวุธคู่กายคือเครื่องเป่าลมสำหรับดับไฟและเป่าใบไม้ทำแนวป้องกันไฟ ซึ่งมีอุปสรรคตรงที่เครื่องเป่าลมส่วนใหญ่ยังเป็นระบบใช้น้ำมัน ซึ่งนอกจากจะมีน้ำหนักมากแล้ว ยังเป็นอันตรายหากไม่ระวัง ซึ่งครั้งหนึ่งเพื่อนร่วมงานกำลังเป่าไล่ไฟป่า และมีเศษใบไผ่ติดไฟปลิวมาติดที่เครื่องเป่าลม ทำให้เกิดไฟลุกและไฟคลอกร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส การขาดแคลนกำลังเจ้าหน้าที่ก็เป็นอุปสรรคสำคัญ”</p>
<p>เนื่องจากสถิติในปี 2564 พบว่าเกิดเหตุไฟป่าในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือกว่า 80,000 ไร่ โดยจังหวัดเชียงใหม่เกิดไฟป่ามากที่สุดกว่า 30,000 ไร่ มีการลุกลามและกินระยะเวลานานประมาณ 4-6 เดือนต่อปี แต่หน่วยเหยี่ยวไฟมีเพียง 20 คน จึงไม่สามารถดับไฟได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์ อีกทั้งเกิดความเหนื่อยล้าสะสมและความท้อแท้ใจ ว่าทำไมเราต้องมาเป็นคนดับไฟที่เกิดจากฝีมือคนด้วยกันเอง แต่พอมองไปถึงปัญหาใหญ่ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม และคนจำนวนมากที่จะได้รับความเดือดร้อนก็ทำให้มีแรงกำลังในการทำงานอีกครั้ง”</p>
<figure id="attachment_11054" aria-describedby="caption-attachment-11054" style="width: 515px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11054" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/N-3.jpg" alt="" width="515" height="343" /><figcaption id="caption-attachment-11054" class="wp-caption-text">ภูมินันท์ บุญเรือง หรืออั๋น ทำหน้าที่ &#8220;นักตบไฟ&#8221;</figcaption></figure>
<p>อีกหนึ่งในทีมเหยี่ยวไฟ ภูมินันท์ บุญเรือง หรืออั๋น อายุ 34 ปี เล่าว่า “บทบาทหน้าที่หลักคือ<br />
“นักตบไฟ” หลังจากการเป่าไล่ไฟแล้วเราต้องตบให้ไฟดับสนิท ให้มั่นใจว่าไฟจะไม่ลุกขึ้นมาอีก นอกจากนี้ถ้าไม่ใช่ฤดูไฟป่าก็ต้องลงพื้นที่ทำแนวป้องกันไฟ พร้อมทั้งสอนชาวบ้านและเครือข่ายดับไฟเรื่องการใช้อุปกรณ์ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 2 ปี อุปสรรคใหญ่ที่พบในการทำงานคือ สภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน ประกอบกับยานพาหนะที่ใช้ในการเข้าพื้นที่ก็มีจำกัดและมีสมรรถนะไม่เพียงพอในการเข้าพื้นที่ที่ยากลำบากได้ ส่งผลให้บางครั้งไปไม่ทันการช่วยเหลือ ไฟป่าขยายวงกว้างมากขึ้น ยากต่อการดับไฟ”</p>
<p>มร. มาซาโอะ สึสึมิ รองประธานสายงานการตลาดและขาย นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสัน ประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญของภารกิจควบคุมไฟป่า ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพอากาศและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน จึงได้จัดตั้งภารกิจพิเศษ “NISSAN NAVARA PRO-4X FIRE RESCUE TEAM กล้า&#8230;เพื่อคนแกร่ง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของนิสสันที่จะช่วยสนับสนุนชุดปฏิบัติงานพิเศษเหยี่ยวไฟ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้หลังจากที่ได้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่ทีมเหยี่ยวไฟต้องเผชิญระหว่างการปฏิบัติภารกิจ เราจึงสนับสนุน นิสสัน นาวารา PRO-4X จำนวน 2 คัน สำหรับใช้เป็นยานพาหนะในการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ เพราะมั่นใจในรถกระบะที่มีสมรรถนะสูง จากเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จึงสามารถลุยไปได้ทุกพื้นที่ที่เกิดเหตุไฟป่าพร้อมการติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ และ รวมถึงยังมีฟังก์ชันที่ให้การใช้งานมากมาย ที่จะเป็นผู้ช่วยสำคัญของทีมเหยี่ยวไฟในแต่ละภารกิจ”</p>
<figure id="attachment_11056" aria-describedby="caption-attachment-11056" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11056" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/N-5.jpg" alt="" width="500" height="333" /><figcaption id="caption-attachment-11056" class="wp-caption-text">มร. มาซาโอะ สึสึมิ รองประธานสายงานการตลาดและการขาย นิสสัน ประเทศไทย</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ยังได้มอบอุปกรณ์ดับและไล่ไฟป่า เครื่องเป่าลมแบตเตอรี่ (Battery Powered Blower) จำนวน 5 ชุด ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยการใช้ระบบพลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันเบนซิน ทำให้มีน้ำหนักเบา ปลอดภัย สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยและรวดเร็วขึ้น</p>
<p><strong>ไฟป่า</strong> ปัญหาที่ไม่ได้จบอยู่แค่ในป่า แต่ก่อปัญหาต่อเนื่องมาสู่คนเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้ การรณรงค์<br />
ให้ความรู้เพื่อลดการเผาป่าอาจช่วยลดทอนปัญหา แต่การเผาป่าคงยังไม่หมดไปโดยง่ายด้วยหลายปัจจัย ดังนั้นสิ่งที่เราจะช่วยกันได้ อาจไม่ใช่การเดินเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ดับไฟ แต่คือการส่งมอบความช่วยเหลือเพื่อรักษาชีวิตคนดับไฟ #เซฟชีวิตคนดับไฟ คือหนทางที่ดีที่สุด ช่วยให้เขาทำงานได้ง่ายขึ้น ดับไฟได้เร็วขึ้น ออกจากป่ากลับมาหาคนในครอบครัวได้เร็วขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น เกิดการสูญเสียน้อยลง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/wildfire-environment/">ไฟ-ป่า-ควัน-คน-เมือง&#8230;เรื่องเล่าจาก “หน่วยเหยี่ยวไฟ” ด่านหน้าผจญไฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิทย์เซอร์เบีย สร้างแท่น LIQUID3 ใช้สาหร่ายสีเขียวสร้างโอโซน แถมดักจับคาร์บอนแทนต้นไม้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/03/serbian-scientists-liquid3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Mar 2022 04:22:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Green Concept]]></category>
		<category><![CDATA[Green Product Award]]></category>
		<category><![CDATA[LIQUID3]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11033</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองยังคงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศให้คนเมืองรู้สึกผ่อนคลายแล้ว มันยังเป็นเสมือนเครื่องฟอกอากาศทางธรรมชาติที่จะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนเพื่อบรรเทาความรุนแรงจากภาวะโลกร้อน แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่างของเมืองอาจทำให้การเพิ่มจำนวนต้นไม้เกิดอุปสรรคได้ จึงเป็นเหตุให้นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ได้เกิดไอเดียเจ๋งๆในการออกแบบ LIQUID3 หรือ แท่นปฏิกรณ์ชีวภาพที่ใช้สาหร่ายขนาดเล็กในการสังเคราะห์แสงเพื่อผลิตก๊าซออกซิเจนและกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับติดตั้งในเมืองเพื่อทดแทนต้นไม้ที่มีจำนวนน้อย LIQUID3 ถูกติดตั้งในเมืองเบลเกรด โดยแต่ละอันบรรจุน้ำทั้งสิ้น 600 ลิตร ซึ่งช่วยให้แท่นปฏิกรณ์ชีวภาพสามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่ใกล้เคียงกับต้นไม้อายุ 10 ปี จำนวน 2 ต้น หรือ พื้นที่สีเขียวขนาด 200 ตารางเมตร และสามารถทำงานได้แม้ในช่วงหน้าหนาว โดย LIQUID3 ต้องการเพียงแหล่งกำเนิดแสงที่จะช่วยให้สาหร่ายขนาดเล็กสามารถสังเคราะห์แสงได้ตามธรรมชาติเพื่อทำหน้าที่ในการดักจับคาร์บอนเช่นเดียวกับต้นไม้ในพื้นที่เมือง นอกจากนี้ LIQUID3 ได้รับการออกแบบที่สะท้อนถึงความยั่งยืน โดยผู้ออกแบบคำนึงถึงการใช้งานที่ก่อประสิทธิภาพสูงสุดต่อพื้นที่สาธารณะเพราะนอกจากจะเป็นเสมือนเครื่องฟอกอากาศทางธรรมชาติแล้ว มันยังเป็นทั้งที่นั่งที่ติดตั้งที่ชาร์จโทรศัพท์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนเดินทางเท้า และยังเป็นไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน และที่สำคัญยังมีส่วนช่วยให้คนเมืองที่เดินผ่านไปมาตระหนักถึงภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อพื้นที่เมืองมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ดี LIQUID3 ยังได้รับการยอมรับด้านการออกแบบทางปฏิกิริยาชีวภาพ (Bio-reactive design) จนได้รับรางวัล Green Concept จาก Green Product Award ในปี 2022 อีกด้วย &#160; credit :  https://www.yankodesign.com/2022/02/22/serbian-scientists-install-an-urban-photo-bioreactor-to-capture-co2-and-produce-o2-just-like-trees/</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/serbian-scientists-liquid3/">นักวิทย์เซอร์เบีย สร้างแท่น LIQUID3 ใช้สาหร่ายสีเขียวสร้างโอโซน แถมดักจับคาร์บอนแทนต้นไม้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองยังคงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศให้คนเมืองรู้สึกผ่อนคลายแล้ว มันยังเป็นเสมือนเครื่องฟอกอากาศทางธรรมชาติที่จะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนเพื่อบรรเทาความรุนแรงจากภาวะโลกร้อน</span></h4>
<p><span id="more-11033"></span></p>
<p>แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่างของเมืองอาจทำให้การเพิ่มจำนวนต้นไม้เกิดอุปสรรคได้ จึงเป็นเหตุให้นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ได้เกิดไอเดียเจ๋งๆในการออกแบบ LIQUID3 หรือ แท่นปฏิกรณ์ชีวภาพที่ใช้สาหร่ายขนาดเล็กในการสังเคราะห์แสงเพื่อผลิตก๊าซออกซิเจนและกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับติดตั้งในเมืองเพื่อทดแทนต้นไม้ที่มีจำนวนน้อย</p>
<p>LIQUID3 ถูกติดตั้งในเมืองเบลเกรด โดยแต่ละอันบรรจุน้ำทั้งสิ้น 600 ลิตร ซึ่งช่วยให้แท่นปฏิกรณ์ชีวภาพสามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่ใกล้เคียงกับต้นไม้อายุ 10 ปี จำนวน 2 ต้น หรือ พื้นที่สีเขียวขนาด 200 ตารางเมตร และสามารถทำงานได้แม้ในช่วงหน้าหนาว โดย LIQUID3 ต้องการเพียงแหล่งกำเนิดแสงที่จะช่วยให้สาหร่ายขนาดเล็กสามารถสังเคราะห์แสงได้ตามธรรมชาติเพื่อทำหน้าที่ในการดักจับคาร์บอนเช่นเดียวกับต้นไม้ในพื้นที่เมือง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="531" class="alignnone size-full wp-image-11035" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/A-1-3.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจากนี้ LIQUID3 ได้รับการออกแบบที่สะท้อนถึงความยั่งยืน โดยผู้ออกแบบคำนึงถึงการใช้งานที่ก่อประสิทธิภาพสูงสุดต่อพื้นที่สาธารณะเพราะนอกจากจะเป็นเสมือนเครื่องฟอกอากาศทางธรรมชาติแล้ว มันยังเป็นทั้งที่นั่งที่ติดตั้งที่ชาร์จโทรศัพท์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนเดินทางเท้า และยังเป็นไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน และที่สำคัญยังมีส่วนช่วยให้คนเมืองที่เดินผ่านไปมาตระหนักถึงภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อพื้นที่เมืองมากขึ้นด้วย</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>อย่างไรก็ดี LIQUID3 ยังได้รับการยอมรับด้านการออกแบบทางปฏิกิริยาชีวภาพ (Bio-reactive design) จนได้รับรางวัล Green Concept จาก Green Product Award ในปี 2022 อีกด้วย</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>credit : </strong><br />
<strong>https://www.yankodesign.com/2022/02/22/serbian-scientists-install-an-urban-photo-bioreactor-to-capture-co2-and-produce-o2-just-like-trees/</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/serbian-scientists-liquid3/">นักวิทย์เซอร์เบีย สร้างแท่น LIQUID3 ใช้สาหร่ายสีเขียวสร้างโอโซน แถมดักจับคาร์บอนแทนต้นไม้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ”ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต” ฉลองสัมพันธ์ 160 ปีไทย-เยอรมัน ต้นแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/03/%e0%b8%b4b-grim-power-forest-conservation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Mar 2022 08:14:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลองความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฮาราลด์ ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อมตะ บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยาแห่งชาติเขาใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางเดินป่าผากล้วยไม้ – น้ำตกเหวสุวัต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11024</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี จึงเกิดความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย มูลนิธิอมตะ และบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด เพื่อเปิด “เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี (ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต)” ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีมาตรฐานระดับสากลให้เกิดความยั่งยืน วันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย มูลนิธิอมตะ และบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด จัดพิธีเปิด “เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี (ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต)” เพื่อรำลึกวาระความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ในวาระครบรอบ 160 ปี ความสัมพันธ์ไทย – เยอรมัน โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/%e0%b8%b4b-grim-power-forest-conservation/">เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ”ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต” ฉลองสัมพันธ์ 160 ปีไทย-เยอรมัน ต้นแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี จึงเกิดความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย มูลนิธิอมตะ และบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด เพื่อเปิด “เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี (ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต)” ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีมาตรฐานระดับสากลให้เกิดความยั่งยืน</span></h4>
<p><span id="more-11024"></span><br />
วันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย มูลนิธิอมตะ และบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด จัดพิธีเปิด “เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี (ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต)” เพื่อรำลึกวาระความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ในวาระครบรอบ 160 ปี ความสัมพันธ์ไทย – เยอรมัน โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ เข้าร่วมพิธีเปิด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11025 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/A-1-2.jpg" alt="" width="524" height="349" /></p>
<p>โครงการนี้ เป็นความร่วมมือไตรภาคีระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย มูลนิธิอมตะ และบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด เพื่อพัฒนา &#8220;เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี (ผากล้วยไม้ – น้ำตกเหวสุวัต)&#8221; ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการให้ความรู้และเสริมสร้างประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยวในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11026 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/A-2-3.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>สำหรับเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมระหว่างสองน้ำตก เป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามลำห้วยลำตะคอง ผ่านป่าไผ่สลับกับป่าดิบ-แล้งเป็นระยะๆ ภายในเส้นทางจะได้ยินเสียงดังกึกก้อง ของน้ำตกผากล้วยไม้ในฤดูฝน แต่เมื่อน้ำลดลงในฤดูแล้ง จะได้พบเห็นร่องรอยการไหลของหินลาวาภูเขาไฟเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน รวมทั้งดอกไม้หินซึ่งเป็นพืชชนิดใหม่ของโลกที่จะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้ได้พบเห็นด้วย รวมทั้งหวายแดงอันเป็นที่มาของชื่อน้ำตกที่ผลิดอกเป็นช่อยาวสีแดงโดดเด่นบริเวณผาน้ำตกในช่วงเดือนเมษายน โดยใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11027 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/A-6-1.jpg" alt="" width="484" height="322" /></p>
<p>ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และกรรมการ บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิด “เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี (ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต)” เพื่อเฉลิมฉลองของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณะรัฐเยอรมนี ซึ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และได้มีการสานต่อความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ทางการค้า ด้านการเศรษฐกิจและวิชาการ การถ่ายทอดวิชาการและเทคโนโลยี การส่งเสริมเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ การแบ่งปันเทคโนโลยีการผลิตสาขาการเกษตรและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการจัดการทรัพยากรน้ำให้ยั่งยืน และความร่วมมือกันพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11028 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/A-3-2.jpg" alt="" width="501" height="375" /></p>
<p>ในด้านความสัมพันธ์ทางการค้า ภาคเอกชนในระยะแรกมีการค้าหลากหลาย โดย บี.กริม เป็นหนึ่งในบริษัทที่ยังคงดำเนินกิจการในไทยจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลายาวนานถึง 144 ปี เริ่มต้นจากการเข้ามาเปิดห้างขายยาตำหรับตะวันตก จนถึงปัจจุบันมีการดำเนินธุรกิจหลายหลายประเภท ทั้งด้านอุตสาหกรรม ด้านสุขภาพ ด้านไลฟ์สไตล์ ด้านคมนาคม โดยมีธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจหลัก โดยมุ่งสร้างประโยชน์ให้กับสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย</p>
<p>ด้านพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ ได้ขึ้นกล่าวในฐานะประธานพิธีเปิดงานครั้งนี้โดยยกให้เป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติว่า “จุดประสงค์หลักการพัฒนาเส้นทางครั้งนี้เป็นการบูรณาการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในอุทยาแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีมาตรฐานระดับสากล นับเป็นความสำคัญอีกด้านหนึ่งของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืน ความร่วมมือของภาคเอกชนก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้งานอนุรักษ์สำเร็จและสามารถเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้นสำหรับกิจกรรมวันนี้ที่พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาเส้นทางธรรมชาติเพื่อตระหนักเห็นความสำคัญและคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติของเมืองไทย อันจะเป็นการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่เกิดจิตสำนึกรักและหวงแหนและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ธรรมชาติ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11029 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/A-4-1.jpg" alt="" width="473" height="354" /></p>
<p>ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิด “เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันครบรอบ 160 ปี (ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต)” ในครั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำความสำคัญในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศผ่านความร่วมมือกัน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในการอนุรักษ์ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ได้ศึกษาธรรมชาติตลอดเส้นทางที่เชื่อมระหว่างสองน้ำตก</p>
<p>“การปรับปรุงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต ซึ่งเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประเทศไทย สะท้อนถึงความร่วมมือกันด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ในครั้งนี้” ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-11030 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/A-5-2.jpg" alt="" width="521" height="347" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของ บี.กริม ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตลอด 144 ปี ภายใต้ปรัชญา การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี เพื่อสร้างความศิวิไลซ์ ภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนและสังคม พร้อมให้ความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/%e0%b8%b4b-grim-power-forest-conservation/">เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ”ผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต” ฉลองสัมพันธ์ 160 ปีไทย-เยอรมัน ต้นแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cecilia ต้นแบบกระเป๋าที่ยั่งยืนใบแรกของโลก ย่อยสลายไม่เป็นขยะให้โลกใบนี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/01/plastic-free-bag/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jan 2022 05:30:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BEEN London]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Genia Mineeva]]></category>
		<category><![CDATA[leaf leather]]></category>
		<category><![CDATA[prototype plastic-free bag]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10718</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนำวัตถุดิบทางเลือกมาใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์ยังคงเป็นความท้าทายของแฟชั่นเฮ้าส์ทั้งหลายตลอดหลายปีที่ผ่านมา BEEN London เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ยังคงพยายามกับความท้าทายดังกล่าว โดยล่าสุดได้จับมือกับ Biophilica บริษัทที่มีความชำนาญในการผลิตวัตถุดิบทางเลือกจากขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อทดแทนการใช้พลาสติก ในการสร้างสรรค์ “กระเป๋าต้นแบบ” ที่ปราศจากพลาสติก และมีการปล่อยคาร์บอนเป็นลบ ทั้งยังสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รวมถึงใช้วัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น ทั้งนี้กระเป๋าใบดังกล่าวผลิตขึ้นจากหนังทางเลือกที่ได้จากใบไม้ที่เก็บจากสวนสาธารณในกรุงลอนดอน ถือเป็นกระเป๋าต้นแบบใบแรกที่ถูกผลิตขึ้นแบบทำมือโดยช่างฝีมือท้องถิ่นรุ่นสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในใน East London ทั้งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นกระเป๋าหรูที่ผลิตขึ้นจากวัสดุใหม่เอี่ยมที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาจากส่วนประกอบของต้นไม้ที่ย่อยสลายได้ทั้งหมด โดยกระเป๋าต้นแบบใบนี้ได้รับการออกแบบมาใน รุ่น Cecilia ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมของแบรนด์ที่สามารถสะพายข้างก็ได้หรือถือเป็นคลัทช์สำหรับงานกลางคืนก็สวย ด้าน Genia Mineeva ผู้ก่อตั้งแบรนด์ BEEN London ได้ให้ความเห็นว่า “กระเป๋าใบนี้อาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของแฟชั่นได้เลย แต่ปัญหาสำคัญของหนังทางเลือกในขณะนี้คือมันแทบจะไม่สามารถรีไซเคิลได้เลย เพราะมันคือ กระเป๋าทรงกลมที่สามารถย่อยสลายได้ทั้งหมด เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นแบรนด์กระเป๋ารายแรกที่ทดลองใช้ Treekind™ และแทบรอไม่ไหวที่จะเผยแพร่สู่ลูกค้าในอนาคต&#8217; &#160; credit : https://www.trendhunter.com/trends/plastic-free-bag</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/01/plastic-free-bag/">Cecilia ต้นแบบกระเป๋าที่ยั่งยืนใบแรกของโลก ย่อยสลายไม่เป็นขยะให้โลกใบนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">การนำวัตถุดิบทางเลือกมาใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์ยังคงเป็นความท้าทายของแฟชั่นเฮ้าส์ทั้งหลายตลอดหลายปีที่ผ่านมา</span></h4>
<p><span id="more-10718"></span></p>
<p>BEEN London เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ยังคงพยายามกับความท้าทายดังกล่าว โดยล่าสุดได้จับมือกับ Biophilica บริษัทที่มีความชำนาญในการผลิตวัตถุดิบทางเลือกจากขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อทดแทนการใช้พลาสติก ในการสร้างสรรค์ “กระเป๋าต้นแบบ” ที่ปราศจากพลาสติก และมีการปล่อยคาร์บอนเป็นลบ ทั้งยังสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รวมถึงใช้วัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น</p>
<p>ทั้งนี้กระเป๋าใบดังกล่าวผลิตขึ้นจากหนังทางเลือกที่ได้จากใบไม้ที่เก็บจากสวนสาธารณในกรุงลอนดอน ถือเป็นกระเป๋าต้นแบบใบแรกที่ถูกผลิตขึ้นแบบทำมือโดยช่างฝีมือท้องถิ่นรุ่นสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในใน East London</p>
<p>ทั้งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นกระเป๋าหรูที่ผลิตขึ้นจากวัสดุใหม่เอี่ยมที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาจากส่วนประกอบของต้นไม้ที่ย่อยสลายได้ทั้งหมด โดยกระเป๋าต้นแบบใบนี้ได้รับการออกแบบมาใน รุ่น Cecilia ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมของแบรนด์ที่สามารถสะพายข้างก็ได้หรือถือเป็นคลัทช์สำหรับงานกลางคืนก็สวย</p>
<p>ด้าน Genia Mineeva ผู้ก่อตั้งแบรนด์ BEEN London ได้ให้ความเห็นว่า “กระเป๋าใบนี้อาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของแฟชั่นได้เลย แต่ปัญหาสำคัญของหนังทางเลือกในขณะนี้คือมันแทบจะไม่สามารถรีไซเคิลได้เลย เพราะมันคือ กระเป๋าทรงกลมที่สามารถย่อยสลายได้ทั้งหมด เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นแบรนด์กระเป๋ารายแรกที่ทดลองใช้ Treekind™ และแทบรอไม่ไหวที่จะเผยแพร่สู่ลูกค้าในอนาคต&#8217;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>credit : https://www.trendhunter.com/trends/plastic-free-bag</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/01/plastic-free-bag/">Cecilia ต้นแบบกระเป๋าที่ยั่งยืนใบแรกของโลก ย่อยสลายไม่เป็นขยะให้โลกใบนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
