ข่าวดีในข่าวร้าย COVID-19 ไวรัสมรณะล้างโลก ส่งผลให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่นั้นถึงขั้นที่เรียกได้ว่าวิกฤตแล้ว จนรัฐบาลของทุกประเทศต้องใช้มาตรการรุนแรงคือสั่งห้ามประชาชนออกนอกบ้าน ให้ทำงานจากที่บ้าน ส่งผลให้พื้นที่สาธารณะ ห้างร้าน หรือแม้แต่บนท้องถนนเกือบจะร้างผู้คนไปในทันที ท่ามกลางข่าวร้าย ก็พอมีข่าวดีอยู่บ้าง  นั่นคือปริมาณการสัญจรที่ลดลงส่งผลให้การปล่อยก๊าซลดลงไปด้วย ทำให้ปริมาณมลพิษในอากาศดีขึ้นในบัดดล


The Washington Post วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม Sentinel-5P ของ European Space Agency ซึ่งสามารถวัดความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกและสารพิษอื่นๆในชั้นบรรยากาศที่ต่ำลงมา พบว่าความเข้มข้นของไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ในช่วง 1 มกราคม ถึง 12 มีนาคม 2563 มีปริมาณที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐทางตอนเหนือของอิตาลี ที่กำลังเกิดการระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 โดย NO2 ซึ่งถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการเผาไหม้ของรถยนต์ โรงผลิตพลังงาน และโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคหืดและโรคปอดติดเชื้อ ทั้งนี้ความเข้มข้นของปริมาณ NO2 ในอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั้นสะท้อนถึงจำนวนการสัญจรของรถยนต์บนท้องถนนโดยเฉพาะในประเทศที่มากกว่าครึ่งของจำนวนรถยนต์ยังเผาไหม้น้ำมันดีเซลอยู่

 

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ European Commission’s Joint Research Center พบว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตกฮวบเช่นกันในปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าปริมาณการขับรถยนต์ดีเซลที่ลดลงอย่างมาก โดยที่ภาคการคมนาคมปล่อย NO2 มากกว่า 70% ของการปล่อย NO2 ซึ่งทั้งหมดในเมืองมิลาน โดย Edoardo Marcucci หัวหน้าเจ้าหน้าที่ Transport Research Lab at Roma มหาวิทยาลัยโรม กล่าวว่า “เป็นที่เข้าใจมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อข้อมูลแสดงให้เห็นว่าความเข้มข้นที่ลดลงอย่างมากนั้นได้เกิดขึ้นที่ Lombardy ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในอิตาลี”

ด้าน Riccardo Valentini ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Tuscia กล่าวในอีเมลว่า “ขณะนี้ไม่มีใครสักคนสามารถออกจากบ้านได้ นอกเสียจาก บางอาชีพที่จำเป็น และ/หรือ ออกไปซื้ออาหาร หรือภาวะฉุกเฉินต่อสุขภาพเท่านั้น จึงส่งผลให้ปริมาณรถยนต์ที่สัญจรบนท้องถนนลดลงทั่วทุกมุมเมือง ซึ่งมีผลถึงปริมาณ NO2 ที่ลดลงไปด้วยเช่นกัน” เขาเสริมว่า สถานการณ์ที่อิตาลีกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ กำลังขยายไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคและทั่วโลก

“เราเป็นประเทศยุโรปประเทศแรกที่การแพร่ระบาดรุนแรง และตอนนี้จำนวนคนติดเชื้อกำลังเพิ่มขึ้นในสเปน ฝรั่งเศส และเยอรมนี และประเทศอื่นๆ ซึ่งผลกระทบของสภาพภูมิอากาศเป็นไปในทางที่ดีขึ้นนั้นต้องขึ้นอยู่กับมาตรการของรัฐในแต่ละประเทศที่เข้มงวดในเรื่องการกักกันด้วยเช่นกัน”

 

 

สำหรับในสหรัฐฯ ก็มีการปิดให้บริการของสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน การยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ต และเริ่มใช้นโยบาย Work-from-home ซึ่งนั่นหมายความว่าคนจำนวนหลายล้านคนจะอยู่แต่ในบ้านและไม่สัญจรโดยรถยนต์ในช่วงเวลาเร่งด่วนส่งผลให้ปริมาณมลพิษลดลงเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงครั้งนี้ยังกระตุ้นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของศตวรรษที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจช่วยให้อากาศของโลกเราสะอาดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น เพราะหลังจากที่เชื้อโรคถูกกำจัดแล้ว ผู้คนก็จะเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและอากาศก็จะกลับมาเป็นพิษเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม อิตาลีได้กลายเป็นประเทศผู้นำโลกในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 30% ระหว่างปี 2004-2008 และเมื่อปีที่แล้ว อิตาลียังได้ประกาศว่าได้วางแผนให้ประเทศอิตาลีกลายเป็นประเทศแรกที่จะบังคับให้เด็กนักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

SD Thailand ขอส่งกำลังใจให้ชาวอิตาลีและอีกหลายประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ผ่านพ้นสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปด้วยสวัสดิภาพ

CREDIT : www.washingtonpost.com/climate-environment/2020/03/13/italy-emissions-coronavirus/?arc404=true

Stay Connected
Latest News