มุมมองของผู้บริโภคทั่วไป ‘ธุรกิจกระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์’ จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบต้นทางเพื่อผลิตเยื่อสำหรับกระดาษหรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่มาจากต้นไม้ ดังนั้น เมื่อธุรกิจยิ่งเติบโต ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จำเป็นต้องใช้ปริมาณไม้สำหรับผลิตเยื่อเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่หนึ่งในผู้นำธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ของประเทศอย่าง บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กับภารกิจในการจัดหาไม้เพื่อป้อนธุรกิจภายในประเทศกว่า 2.4 – 2.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งไม้ทั้ง 100% นั้น เป็นไปตามแนวทางในการจัดหาไม้อย่างยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงไม่กระทบพื้นที่ป่าไม้เดิมที่มีอยู่ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ประเทศไดด้วย พร้อมเป้าหมายในการฟื้นฟูธรรมชาติ ทั้งการหยุดยั้งและฟื้นฟูการสูญเสียทางธรรมชาติ ภายในปี 2030 พร้อมทั้งมุ่งสู่การฟื้นฟูตามธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ (Full Recovery) ภายในปี 2050
กลยุทธ์สำคัญของ SCGP คือ การขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง Nature Positive ควบคู่กับการบริหารจัดการป่าปลูกสำหรับนำมาเป็นวัตถุดิบ (Supply) ในธุรกิจ ตามหลักการจัดหาไม้อย่างยั่งยืน ภายใต้ มาตรฐาน FSC ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เข้ากับ Supply Chain ในธุรกิจอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการสูญเสีย แต่ขณะเดียวกันยังข่วยให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ป่า รวมไปถึงการสร้างประโยชน์ร่วมทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

4 กลยุทธ์ SCGP ขับเคลื่อน Nature Positive
กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Nature Positive ของ SCGP คือ การดำเนินงานของ บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด ซึ่งถือเป็นธุรกิจต้นน้ำสำคัญภายในเครือ และยังเป็นผู้ป้อนวัตถุดิบรายหลักให้แก่อุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษของ SCGP ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัส การผลิตกล้าไม้ การรับซื้อไม้ยูคาลิปตัสจากเกษตรกร รวมทั้งการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี ตรา ‘คู่ดิน’ ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรม การวิจัย พัฒนาพันธุ์ไม้อย่างต่อเนื่อง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ การจัดการปลูกสวนไม้อย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน FSC
คุณมหาศาล ธีรวรุฒม์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด กล่าวถึงบทบาทของสยามฟอเรสทรี ในการบริหารจัดการไม้อย่างยั่งยืนผ่าน 4 แนวทาง เพื่อส่งเสริมให้ SCGP บรรลุ Nature Positive ได้ตามเป้าหมาย ประกอบไปด้วย

1. Do Less Harm Do More Good : ลดการตัดไม้ ลดของเสีย ลดคาร์บอน พร้อมฟื้นฟูป่า เพิ่ม Biodiversity และดูแลระบบนิเวศ (Ecosystem )
2. Integrate in Business Strategy : การวางแนวคิดการฟื้นฟูธรรมชาติให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแค่อีเวนท์ หรือกิจกรรม CSR เท่านั้น เช่น การกำหนดต้นทางวัตถุดิบต้องมาจากป่ายั่งยืน ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการประเมินโอกาสและความเสี่ยงจากธรรมชาติ
3. Shift from Carbon to Nature : ยกระดับการขับเคลื่อนจากมิติ Climate หรือการลดคาร์บอน มาสู่มิติ Nature เพื่อสร้างธรรมชาติที่สมบูรณ์และเพิ่มพูนความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiversity ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับเรื่องของ Climate
4. Value Creation : การสร้างให้เกิดคุณค่าร่วมกัน พร้อมตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและผู้บริโภคที่ต่างมองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเพิ่มคุณค่าให้แบรนด์ โอกาสใหม่ทางธุรกิจจาก Nature-based Solution พร้อมทั้งช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต

มาตรฐาน FSC ธุรกิจยิ่งโต ป่าไม้ยิ่งเพิ่ม
สยามฟอเรสทรี มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจสำหรับปลูกไม้ยูคาลิปตัสเพื่อป้อนให้ SCGP ปีละ 1-2 หมื่นไร่ โดย จากปัจจุบันมีพื้นที่รวมที่ราว 9.3 หมื่นไร่ และตั้งเป้าหมายระยะยาวจะมีพื้นที่ป่าโดยรวมทั้งประเทศรวมกว่า 2 แสนไร่ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยการบริหารจัดการป่าทั้ง 100% จะเป็นไปตามมาตรฐาน FSC ซึ่งมีข้อกำหนดสำคัญให้ผู้ขอการรับรองต้องดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 10% ของพื้นที่ป่าเศรษฐกิจที่จะนำไปใช้งาน พร้อมข้อกำหนดห้ามตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้งไม่เปลี่ยนสภาพพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้เปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ประเภทอื่น ซึ่งพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของ SCGP ในปัจจุบัน มีทั้งการรักษาพื้นที่ป่าตามธรรมชาติ ไปจนถึงการส่งเสริมการดูแลป่าชุมชน ทำให้สามารถสร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว
“บริษัทเริ่มปลูกยูคาลิปตัสตามแนวทางการจัดการจัดหาไม้อย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน FSCมาตั้งแต่ปี 2551 โดยเล็งเห็นว่าเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนสู่ Nature Positive ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ พร้อมทั้งเชื่อมการเติบโตทางธุรกิจกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนได้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยปัจจุบันบริษัทมีสวนไม้ยูคาลิปตัสที่พร้อมสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ และได้รับการรับรอง FSC แล้ว จำนวน 55,369 ไร่ ควบคู่กับการส่งเสริมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศรวมแล้ว 6,212 ไร่ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐาน 10% ตามที่ได้กำหนดไว้ พร้อมเป้าหมายเพิ่มเติมพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกราว 1,000 ไร่ ตามแผนการขยายพื้นที่ป่ายูคาลิปตัสที่ตั้งไว้ราว 10,000 ไร่ต่อปี ทำให้เป็นโอกาสในการขยายพื้นที่ป่าและส่งเสริมการมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ตามธรรมชาติได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมเพิ่มพื้นที่กักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ ตอกย้ำได้ว่า การขับเคลื่อน Biodiversity มีส่วนช่วยสนับสนุนและแก้ปัญหา Climate Change ได้อีกทางหนึ่ง”

SCGP จะทำการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในแต่ละพื้นที่ทุก 2 ปี พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานด้าน Nature Positive เพื่อจัดทำฐานข้อมูลทั้งพืชและสัตว์ในแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายวิจัย นิเวศวิทยาป่าไม้ประเทศไทย ในการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้และสัตว์ป่า โดยมีเป้าหมายในการคืนความสมดุลให้แก่ธรรมชาติ ตามแนวทาง Nature Positive ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ชุมชนในบริเวณพื้นที่ป่าสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ และต่อยอดในการสร้างรายได้จากผลผลิตที่เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของป่า กลายเป็นแหล่งอาหาร พร้อมทั้งสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
นอกจากมาตรฐาน FSC แล้ว ทางสยามฟอเรสทรี และ SCGP ยังได้ดำเนินการเพื่อขยายการรับรองมาตรฐาน PEFC เพิ่มเติม รวมทั้งมีการประเมินการกักเก็บคาร์บอนด้วยเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลหรือภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งเป็นวิธีการที่ผ่านการรับรองโดยโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) เพื่อสร้างคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ และเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น EUDR (EU Deforestation-free Regulation) เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลกและเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ผนึกชุมชน เกษตรกรรายย่อย ขยายแนวร่วม
นอกจากการขับเคลื่อนป่าปลูกในส่วนของสยามฟอเรสทรีเองแล้ว SCGP ยังได้ส่งเสริมเกษตรกรสมาชิกรายย่อยผู้ปลูกยูคาลิปตัส ให้เข้าร่วมขอรับรองมาตรฐาน FSC ด้วย เพื่อปรับปรุงการปลูกไม้เชิงพาณิชย์อย่างมีมาตรฐานและยั่งยืน โดยหนึ่งในพื้นที่หลักคือ จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งมีการส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัส ปัจจุบันมีสวนไม้ที่ได้รับการรับรอง FSC จำนวน 8,174 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ 1,586 ไร่ ล่าสุดพบพรรณไม้ทั้งหมด 82 ชนิด จาก 37 วงศ์ สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่
ขณะเดียวกันยังส่งเสริม ‘โครงการยูคาริมคันคลอง’ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และสร้างรายได้ให้ชุมชนเพิ่มเติม ด้วยการนำพื้นที่ริมคลองที่ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาพัฒนาเป็นแนวปลูกยูคาลิปตัสอย่างเป็นระบบ ทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชร ครอบคลุมไปจนถึงจังหวัดใกล้เคียง สร้างรายได้เพิ่มจากพื้นที่ริมคลอง พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว และต่อยอดเป็นแหล่งรายได้ของชุมชน

คุณวีรเชษฐ์ จันทวงษ์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัววัว หมู่ที่ 8 บางวังพึง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวถึงประโยชน์ที่ชุมชนได้รับจากการดูแลและอนุรักษ์ป่าร่วมกับสยามฟอเรสทรรีว่า ชาวบ้านในชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเหมาะสม ทั้งการเป็นแหล่งอาหารในชุมชน ควบคู่กับการดูแลรักษาพื้นที่ป่าให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรายได้จากการจ้างงานคนในท้องถิ่นให้ดูแลพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีอาชีพและรายได้มั่นคงมากขึ้น อีกทั้งยังเห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างชัดเจน ทั้งความอุดมสมบูรณ์ของป่า การกลับมาของสัตว์ป่า และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชน
คุณสุพรรณ เกตุพงษ์ ผู้ใหญ่บ้านนาถัง ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวถึงการส่งเสริมโครงการยูคาริมคันคลองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากการปลูกต้นไม้ ยังทำให้คนในชุมชนได้มาร่วมแรงร่วมใจกันดูแลพื้นที่ของตัวเอง เกิดความสามัคคีและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน พื้นที่ที่เคยว่างเปล่ากลับมามีคุณค่า ทั้งช่วยดูแลดินและน้ำ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงรอบการเก็บเกี่ยว รายได้ยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นกองทุนของหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคและดูแลคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้อีกด้วย
SCGP พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการดูแลระบบนิเวศ และมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนแนวคิด Nature Positive อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้สามารถสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชน และช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและรักษาความสมดุลของธรรมชาติ อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน







