Top StoriesTrending

มากกว่า ‘คาร์บอนเครดิต’ ธนาคารกรุงเทพต่อยอด ‘ป่าชุมชน’ สู่ต้นแบบ ‘ป่าหลากสี’ สร้างสวนบนภูเขา เพิ่มแลนด์มาร์กท่องเที่ยวให้ชุมชน นำร่องพื้นที่ ‘บ้านถ้ำเสือ’ เพชรบุรี

ธนาคารกรุงเทพผนึก 5 ภาคีร่วม MOU ฟื้นฟูป่าถ้ำเสือ จ.เพชรบุรี น้อมนำแนวพระราชดำริ 'ป่าเปียก' สร้างโมเดลป่าชุมชนหลากสี เพิ่มคุณค่าจากป่าและการอนุรักษ์ที่นอกจากได้คาร์บอนเครดิตแล้ว ยังต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่สร้างรายเข้าชุมชนเพิ่ม​มากขึ้น พร้อมเป็นต้นแบบให้ป่าชุมชนอื่นทั่วประเทศ

ธนาคารกรุงเทพ ผนึก 5 ภาคีเครือข่าย ร่วมพัฒนา ‘ป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ’ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี  เพื่อพัฒนาป่าชุมชนต้นแบบ​ โมเดลใหม่ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องของคาร์บอนเครดิต และการฟื้นฟูและธรรมชาติ

แต่สามารถต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติของการท่องเที่ยว ผ่านการออกแบบและจัดการพื้นที่ รวมทั้งการวางแผนการปลูกต้นไม้สีสีนต่างๆ พร้อมทั้งสร้างโป่งผีเสื้อเทียม เพื่อให้เป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของเพชรบุรี

ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ กรมป่าไม้ มูลนิธิป่าชุมชน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ ‘Bualuang Save the Earth: รักษ์ป่าถ้ำเสือ’  เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติภายในพื้นที่ ระยะเวลา 15 ปี (พ.ศ. 2568-2582)

พร้อม​น้อมนำแนวพระราชดำริ  ‘ป่าเปียก’ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ฟื้นฟูระบบนิเวศบนพื้นที่ป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือจำนวน 3 แปลง รวมพื้นที่ 1,331 ไร่ โดยผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเก็บในถังจำนวน 10 ถัง รวมความจุ 20,000 ลิตร บนพื้นที่ยอดเขาเพื่อกระจายน้ำสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผืนป่า ช่วยสร้างแนวป้องกันไฟป่าแบบเปียก รวมทั้งการสร้างฝายชะลอน้ำจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เพิ่มความชุ่มชื้นและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟป่าในระยะยาว

“ป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบที่มีความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 15 ป่าชุมชนต้นแบบของประเทศ ธนาคารกรุงเทพเล็งเห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นป่าชุมชนต้นแบบของการพัฒนาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการป่าแห่งนี้ จะสามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) พร้อมทั้งสร้างกลไกการขายคาร์บอนเครดิตกลับคืนสู่ชุมชน เพื่อเป็นทุนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่งธนาคารได้ใช้งบราว 10 ล้านบาทสำหรับการรับซื้อคาร์บอนเครดิตที่เกิดจากพื้นที่ป่าภายในโครงการ”

ต่อยอดสู่ ‘ป่าชุมชนหลากสี’ สร้างสวนบนภูเขา 

ธนาคารกรุงเทพ ยังมองเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนแห่งนี้ ให้กลายเป็น ‘ป่าชุมชนหลากสี’ สามารถตอบโจทย์และสร้างคุณค่าให้ชุมชนได้เพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงมิติเรื่องคาร์บอนเครดิต หรือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่สามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้คนในพื้นที่ได้มากขึ้น ด้วยการสร้างสรรค์การออกแบบพื้นที่ให้มีความสวยงาม ไม่ต่างจากการจัดสวน แต่เป็นการมาสร้างสวนที่อยู่บนภูเขา เพื่อช่วยต่อยอดไปสู่มิติด้านการท่องเที่ยว และยังสามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่ท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่อย่างแก่งกระจาน ในฐานะจุดเช็คอินแห่งใหม่ของเพชรบุรี เและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาในพื้นที่และสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมได้ในอีกราว 3 ปีข้างหน้า

ดร. กอบศักดิ์ อธิบาย แนวทางการพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบ ‘ป่าชุมชนหลากสี’ โดยการพัฒนาพื้นที่นำร่องราว 200 ไร่ ซึ่งอยู่บริเวณทางขึ้นจากชุมชน ไปยังพื้นที่ป่าซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาอยู่ด้านบน โดยการเปิดโครงการประกวดออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า ผ่านโครงการ ‘ประกวดออกแบบป่าชุมชนหลากสี’ เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาป่าชุมชนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มคนทั่วไป และกลุ่มนักศึกษา สามารถส่งผลงานการออกแบบร่วมนำเสนอไอเดีย

ซึ่งได้ขับเคลื่อนโครงการมาเหลือ 10 ทีม สุดท้าย จากผู้สมัครเกือบ 160 ทีม พร้อมนำผู้เข้าร่วมประกวดลงพื้นที่จริง เพื่อนำมาต่อยอดการสร้างสรรค์ไอเดียในรอบสุดท้าย เพื่อสร้างป่าชุมชนที่มีธรรมชาติ​สวยงาม และมีความหลากหลายทางชีวภาพ  รวมทั้งการออกแบบพื้นที่ระหว่างทางเดินให้เป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นแก่​พื้นที่ได้ เช่น ไอเดียการสร้างป่าไผ่ของญี่ปุ่น และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ หรือการปลูกดอกไม้ หรือต้นไม้สีสันสวยงาม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ชอบแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียล ช่วยสร้างให้พื้นที่กลายเป็นหนึ่งแลนด์มาร์กที่คนมาแก่งกระจาน หรือเพชรบุรี ต้องแวะเช็คอินในอนาคต

“ทางธนาคารจะนำผลงานที่ชนะจากโครงการ ไปทำเป็น​พิมพ์เขียวของพื้นที่ เพื่อให้คนในชุมชนนำไปใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ป่าตามไอเดียที่คัดเลือกมา รวมทั้งการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตร ​เพื่อพัฒนา​ระบบต่างๆ ในพื้นที่ เช่น ​การสร้างลำธารหรือน้ำตกเทียม โดยองค์ความรู้ของ สสน.​ (สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ) เพื่อช่วยสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีขึ้นไปบนยอดเขาแล้วปล่อนไหลมาตามเส้นทางน้ำ หรือการทำ โป่งผีเสื้อเทียม โดย วช. (สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) เพื่อดึงดูดผีเสื้อให้มาอยู่ร่วมกับดอกไม้และสวนป่าไผ่ รวมทั้ง​หน่วยประสาน​การทำงานร่วมกันกับทาง​​ชุมชนเพื่อสามารถสร้างสรรค์พื้นที่ให้ออกมาได้เหมือนกับไอเดียที่อยู่ในพิมพ์เขียว รวมท้ังการบริหารจัดการภายในพื้นที่หลังจากนำไปดำเนินการจริง เพื่อให้โครงการขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”  ​

ดร. รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  อธิบายเพิ่มเติมถึงการบริหารจัดการน้ำเพื่อปลูกป่าบนที่สูงด้วยวิธี ‘น้ำนำ’​ โดยใช้วิธีสูบน้ำเป็นทอดๆ เพื่อนำน้ำไปพักไว้บนที่สูง  พร้อมทั้ง​​การวางท่อและ​ถังน้ำความจุกว่า 20,000 ลิตร ไว้ในป่าเพื่อให้​น้ำช่วยกระจายความชื้นไปได้ทั่วพื้นที่ และเมื่อพื้นที่ป่ามี​ความชื้นสูง อุณหภูมิจะมีเสถียรภาพและช่วยดักฝนให้ตกได้ตามวงจรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นทางลัดในการปลูกป่า และช่วยให้ป่าสามารถฟื้นตัวได้ภายใน 3 ปี เทียบกับการปลูกป่าตามธรรมชาติ ที่อาจต้องใช้เวลา 20-30 ปี

ด้าน คุณศิริรัตน์ กุลวัฒน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านถ้ำเสือ อ. แก่งกระจาน กล่าวว่า การนำแทงก์น้ำขึ้นไปบนภูเขาใช้โดรนที่ขนาดใหญ่ยกแทงก์น้ำขึ้นไปไว้บนเขา  ต่อท่อใช้พลังงานโซลาร์เซลล์สูบน้ำขึ้นสู่ยอดเขา น้ำจากแทงก์จะเปิดเป็นระบบน้ำหยดตลอดเวลา  เพื่อป้องกันหนู กระรอก มากัดกัดท่อน้ำ สัตว์เหล่านี้จะมารอกินน้ำแทนที่จะมากัดท่อ นอกจากนี้ยังช่วยสัตว์ป่าหน้าแล้งให้มีน้ำกิน

“โครงการ ‘Bualuang Save the Earth: รักษ์ป่าถ้ำเสือ’ เป็นหนึ่งโครงการ Flagship ด้านความยั่งยืนของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งอยู่ภาย​ใต้โครงการ Bualuang Save the Earth หรือ บัวหลวงรักษ์โลก โดย​​ตั้งเป้าสร้างโมเดลป่าชุมชนที่มีความแตกต่าง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชุมชนในพื้นที่ได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อพัฒนารูปแบบป่าชุมชนที่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ป่าชุมชนได้มากขึ้น นอกจากการรักษาเพื่อการสร้างคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งต้นแบบหรือแรงบันดาลใจสำหรับการบริหารจัดการป่าชุมชนแห่งอื่นๆ ได้ทั่วประเทศ” ดร. กอบศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย