ExperienceTop Stories

กลับมาแล้ว! Green Mission by Chula x GULF ปี 3 ​​ปั้นนวัตกรรมสู้โลกร้อน พร้อมต่อยอด Climate Action มุ่งแก้ปัญหาระดับพื้นที่

เมื่อโลกในปัจจุบัน กำลังเผชิญปัญหา​การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่รุนแรงและใกล้ตัวมากขึ้น ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น สภาพอากาศสุดขั้ว ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน ซึ่งได้กลายเป็นปัญหาสำคัญทั้งของโลกและในประเทศไทย ส่งผลให้การพัฒนาเมือง ไม่สามารถมองเพียงการพัฒนาเศรษฐกิจและการเติบโตโดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมได้อีกต่อไป

ประกอบกับ การดูแลและแก้ปัญหา Climate Change ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่​จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายๆ นำมาสู่การขับเคลื่อนโครงการ Green Mission by Chula x GULF ซึ่งปีนี้ได้ขับเคลื่อน เป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด ​’Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา’ เพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอไอเดียนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และ Climate Action เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับพื้นที่ พร้อมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ชุมชน เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริง ต้องเริ่มจากความเข้าใจทั้งนวัตกรรมฐานราก และบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง

วางธีม Resilient LAB เน้นมองปัญหาในระดับพื้นที่

สำหรับภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3 หรือ Green Mission by Chula x GULF ในปีนี้ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ​​ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วิศวฯ จุฬาฯ) ได้เปิดโอกาสให้น้องๆ ระดับมัธยมปลายทั่วประเทศ มาร่วมปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด ‘Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา’  ชวนทุกคนมาสวมบทนักคิด มองหาปัญหาในชุมชนหรือ ‘บ้าน’ ของเราเอง แล้วเปลี่ยนให้เป็นนวัตกรรมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปด้วยกัน โดยความพิเศษในปีนี้ จะมีการต่อยอดจากไอเดียที่เข้ารอบเพื่อนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ได้จริง

คุณธนญ ตันติสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านองค์กรสัมพันธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า GULF มีความยินดีที่ได้สานต่อโครงการ Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3 ร่วมกับคณะวิศวฯ จุฬาฯ ภายใต้แนวคิด ‘Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา’ เพื่อมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและการปรับตัว (Adaptation & Resilience) ต่อสภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในปัจจุบัน ความพิเศษในปีนี้คือ GULF ได้ยกระดับความเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการสนับสนุนทุนต่อยอดให้ 3 ทีมชนะเลิศได้ลองเปลี่ยน ‘ไอเดียบนกระดาษ’ ให้กลายเป็น ‘นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง’  เพื่อได้ลองผิดลองถูกผ่าน Sandbox Pilot Project ของตัวเอง ​​เพื่อมีส่วนในการสร้าง Green Leaders รุ่นใหม่ที่พร้อมลงมือทำจริง และเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในอนาคต

รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการ Green Mission ปี 3 มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Leadership) โดยให้เยาวชนได้ฝึกทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การวิเคราะห์ปัญหา และการคิดเชิงระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นนักคิด นักพัฒนา และผู้นำในอนาคต โครงการนี้ยังสนับสนุนให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการริเริ่มแนวคิดเพื่อการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ (Area-based Climate Action) และมุ่งเน้นให้เมืองและชุมชนเป็นองค์ประกอบหลักของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบความตกลงระหว่างประเทศ (Paris Agreement) ภายใต้ UNFCCC ที่มุ่งควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยความสำเร็จของเป้าหมายระดับชาตินี้จำเป็นต้องอาศัยการขับเคลื่อนในระดับท้องถิ่น (Local Action) อันเป็นรากฐานสำคัญทั้งในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

ศ.ดร. พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า  ความสำเร็จในการสร้างสรรค์​โครงการเพื่อความยั่งยืน มาจากความร่วมมือของ 3 ภาคส่วน ทั้งอาจารย์ที่ดูแลทีม รวมทั้งเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่เข้าใจปัญหาภายในพื้นที่ของตัวเอง และความร่วมมือกันภายในพื้นที่ เพื่อช่วยทำให้ปัญหาถูกมองเห็น และนำมาสู่การพัฒนาแนวทางเพื่อแก้ไข

“เมื่อมีการนำนวัตกรรมมาใช้พัฒนาให้บ้านดีขึ้น จะสามารถขยายอิมแพ็คไปสู่วงกว้างได้มากขึ้น ทั้งในระดับชุมชน สังคม ไปจนถึงระดับประเทศ รวมทั้งความพิเศษในปีนี้ ที่ให้ความสำคัญในการต่อยอดไอเดียไปสู่การ Action ในระดับพื้นที่ได้จริง เพื่อเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เสนอแนวคิด เพื่อการพัฒนาเมือง และชุมชนได้อย่างยั่งยืน​ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือปัญหา Climate Change ร่วมกันในอนาคต”

นายภัทร เอกแสงกุล (เฟย) นักแสดงหนุ่ม ผู้มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้ ถือเป็นการ​เปิดพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ให้กับเยาวชน สำหรับผมที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งและการเดินป่า การได้ออกไปเผชิญโลกกว้างทำให้ผมเข้าใจเลยว่า เราสามารถออกไปค้นหาความท้าทายได้ โดยที่การท่องเที่ยวนั้นต้องสร้างผลกระทบเชิงลบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด หรือเป็นการเดินทางที่ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมกลับคืนมา แนวคิด Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา จึงตอบโจทย์มาก​ เพราะช่วยให้เรากลับมามองสิ่งรอบตัวอย่างลึกซึ้งขึ้น ทั้งชุมชน เมือง และผู้คน การที่เราจะสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้ ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนมุมมองและลงมือทำจากเรื่องใกล้ตัว

“ผมอยากส่งต่อแรงบันดาลใจและขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคน กล้าที่จะเดินออกไปสังเกตปัญหาในพื้นที่ต่างๆ นำประสบการณ์เหล่านั้นกลับมาตั้งคำถาม และเปลี่ยนไอเดียของพวกเราให้เป็นพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ เพื่อดูแล ‘บ้าน’ ของเราให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงครับ”

เปิดตัวโครงการ พร้อมนำร่องรอบ Fast Track

ในช่วงเปิดตัวโครงการ ได้มีการนำร่องจัดการแข่งขันรอบ Fast Track  ผลปรากฏว่า นายคธาธร รื่นภิรมย์ จากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ และ นางสาวภิญญดา เอกพิทักษ์ดำรง จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เป็นนักเรียน 2 คนที่ทำคะแนนสูงสุด คว้าสิทธิ์ในการจัดตั้งทีมเพื่อเข้าร่วม Bootcamp สุดเข้มข้น 4 วัน 3 คืน ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดสระบุรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ไฮไลต์ของค่ายนี้ นอกจากผู้เข้าแข่งขันจะได้ระดมสมองร่วมกับเหล่าเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังได้เปิดโลกทัศน์สัมผัสนวัตกรรมผ่านการศึกษาดูงาน ณ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ และสถานีดาวเทียมไทยคม เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงมาต่อยอดไอเดียให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ก่อนจะเดินทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ที่ทุกทีมจะต้องนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในท้องถิ่นของตนเอง เพื่อชิงเงินรางวัลพร้อมใบประกาศเกียรติคุณ นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ Popular Vote by GULF สำหรับทีมขวัญใจชาวโซเชียล รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 100,000 บาท

สำหรับน้องๆ นักคิดที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ Green Mission by Chula x GULF ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 3 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Google Form หรือ QR Code