ในฐานะประเทศที่ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนให้แก่ Brother Group รวมทั้งยังมีพนักงานมากที่สุดกว่า 130 คน ทำให้ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลงานด้านการขายและการตลาด (Sales & Marketing Company) ผลิตภัณฑ์บราเดอร์ในประเทศไทย จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบ 30 ปี และสอดคล้องกับนโยบายของกรุ้ป ที่ขับเคลื่อนมาเกินกว่า 100 ปี
ทั้งนี้ บราเดอร์ ขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG ทั้งการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาลในธุรกิจ (Governance) ด้วยความเชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคปัจจุบัน เกิดจากความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ศักยภาพของบุคลากร รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งการขับเคลื่อนพันธสัญญาสากล หรือ The Brother Group Global Charter เพื่อสะท้อนค่านิยมหรือ Core Value สำคัญขององค์กร ซึ่งได้ปรับให้สอดคล้องกับบริบทในแต่ละประเทศ ภายใต้ 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ Group Management, Group Growth และ Stakeholders เพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจและการดำเนินงานของพนักงานทุกคนทั่วโลก และสามารถส่งมอบคุณค่าจากธุรกิจให้ 6 Pillars สำคัญทั้งการเติบโตขององค์กร บุคลากร พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างครอบคลุม

คุณพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บราเดอร์เชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคปัจจุบัน เกิดจากความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ศักยภาพของบุคลากร รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงมุ่งเตรียมความพร้อมองค์กรให้มีความคล่องตัวพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงในระยะยาว และการขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ให้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ และผสานในทุกกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารทรัพยากร ไปจนถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และส่งเสริมการขายต่างๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและคุณค่าร่วมให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสามารถสร้างการเติบโตระยะยาว ควบคู่ไปกับการดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ Brother Group ได้วาง Global Target เพื่อให้ทั่วโลกร่วมกันขับเคลื่อนสู่เป้าหมายทั้งระยะกลาง (Mid-term Plan) ในปี 2030 รวมทั้งระยะยาวในปี 2050 ผ่าน 3 มิติสำคัญ ทั้งด้านการลดคาร์บอนในการดำเนินธุรกิจ (Carbon Emission Reduction) การลดใช้ทรัพยากรและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Resource Circulation) และ การส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Conservation) โดยตั้งเป้าหมายที่ต้องบรรลุได้ในแต่ละมิติ ประกอบด้วย

Carbon Emission Reduction : ตั้งเป้าการลดคาร์บอนในกระบวนการผลิต (สโคป 1,2) 65% และภายในห่วงโซ่ (สโคป 3) 28.5% จากฐานในปี 2022 และสามารถบรรลุ Carbon Neutrality จากสโคป 1,2 ภายในปี 2050
Resource Circulation : ตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ในกระบวนการผลิตลง 25% โดยเฉพาะการพัฒนาไลน์ผลิตกลุ่มพริ้นเตอร์และสแกนเนอร์ในรุ่นใหม่ ให้ใช้ปริมาณพลาสติกลดลง 17% โดยที่ยังสามารถรักษาคุณภาพและฟังก์ชันการทำงานไว้ได้อย่างมีประสิทธิทภพ ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มใหญ่ของพอร์ตราว 80% มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ ทางบริษัทแม่ยังมีความสนใจแนวคิดในการส่งเสริมกระบวนการรีไซเคิลแบบ Closed Loop จากการเก็บกลับผลิตภัณฑ์หลังการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตให้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ได้อีกครั้ง แต่จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งศักยภาพและความคุ้มทุนในกระบวนการผลิต รวมทั้งทัศนคติและความพร้อมในการจ่ายของผู้บริโภค เป็นต้น
Biodiversity Conservation : ตั้งเป้าลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการมีส่วนช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ (Net Positive) ภายในปี 2050

คุณพรภัค กล่าวเพิ่มเติมว่า บราเดอร์ทั่วโลกให้ความสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้ง 3 มิติ ที่บริษัทแม่ได้วางไว้ โดยบราเดอร์ ประเทศไทย ในฐานะ Sales Company ที่ดูแลงานด้านการขายและการตลาด ได้มุ่งส่งเสริมการลดขยะพลาสติก และลดการใช้พลังงานภายในออฟฟิศ รวมทั้งการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการมุ่งสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและประชาชนทั่วไป เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของบราเดอร์ทั่วโลก ผ่านภารกิจต่างๆ อาทิ

นอกจากนี้ บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนภายในองค์กร ทั้งการได้รับรองมาตรฐาน ISO 14001 เพื่อรับรองธุรกิจที่มีกระบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการได้รับรองมาตรฐาน Green Office ทั้งการบริหารจัดการประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ และน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งการลดขยะ และลดการปล่อนก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร โดยอยู่ระหว่างการรยกระดับมาตรฐานจากระดับ Gold ไปสู่ระดับ Platinum ในการประเมินอีกราว 2-3 ปีข้างหน้า
“การขับเคลื่อนความยั่งยืน เป็นส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ที่ดีต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ ทั้งจากการสื่อสารขององค์กร รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มการมีส่วนร่วมจากคนภายนอก รวมทั้งการสะท้อนผ่านยอดขายที่เติบโตได้ต่อเนื่องทุกปีราว 4-5% แม้ภาพรวมตลาดการพิมพ์จะหดตัวลง โดยบราเดอร์ ประเทศไทย ยังสามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน จากการตอบรับที่ดีของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตระหนักต่อแบรนด์ที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งอานิสสงส์จากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในตลาดทั้งจากภาครัฐ เอกชน รวมทั้งองค์กรต่างๆ ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”






