Top StoriesTrending

บราเดอร์ ประเทศไทย ร่วมขับเคลื่อน Global Charter เร่งเป้า​ ‘ความยั่งยืน’ 2030 ลดใช้พลาสติกใหม่ 25% ลดคาร์บอนจาก​กระบวนการผลิต 65%

บราเดอร์ ประเทศไทย ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย 'ความยั่งยืน' ระดับโลก พร้อม​​แผนที่ Brother Group ต้องบรรลุในปี 2030 ทั้งการลดการใช้พลาสติกใหม่ การลดคาร์บอนทั้งจากกระบวนการผลิตและภายในห่วงโซ่ รวมทั้งการดูแลฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

ในฐานะประเทศที่ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนให้แก่  Brother Group รวมทั้งยังมีพนักงานมากที่สุดกว่า 130 คน ทำให้ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ​ผู้ดูแลงานด้านการขายและการตลาด (Sales & Marketing Company) ผลิตภัณฑ์บราเดอร์ในประเทศไทย จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบ 30 ปี และสอดคล้องกับนโยบายของกรุ้ป ที่ขับเคลื่อนมาเกินกว่า 100 ปี

ทั้งนี้ บราเดอร์ ขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG  ทั้งการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาลในธุรกิจ (Governance) ด้วยความเชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคปัจจุบัน เกิดจากความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ศักยภาพของบุคลากร รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

รวมทั้ง​การขับเคลื่อนพันธสัญญาสากล หรือ  The Brother Group Global Charter เพื่อสะท้อนค่านิยมหรือ Core Value สำคัญขององค์กร ซึ่งได้​​ปรับให้สอดคล้องกับบริบทในแต่ละประเทศ​ ภายใต้ 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ Group Management, Group Growth และ Stakeholders เพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจและการดำเนินงานของพนักงานทุกคนทั่วโลก และสามาร​ถส่งมอบคุณค่าจากธุรกิจให้ 6 Pillars สำคัญทั้งการเติบโตขององค์กร บุคลากร พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างครอบคลุม

คุณพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บราเดอร์เชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคปัจจุบัน เกิดจากความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ศักยภาพของบุคลากร รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึง​มุ่ง​เตรียมความพร้อมองค์กรให้มีความคล่องตัวพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงในระยะยาว และการขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ให้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ และผสานในทุกกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารทรัพยากร ไปจนถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และส่งเสริมการขายต่างๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและคุณค่าร่วมให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสามารถสร้างการเติบโตระยะยาว ควบคู่ไปกับการดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ Brother Group ได้วาง Global Target เพื่อให้ทั่วโลกร่วมกันขับเคลื่อนสู่เป้าหมายทั้งระยะกลาง (Mid-term Plan) ในปี 2030 รวมทั้งระยะยาวในปี 2050 ผ่าน 3 มิติสำคัญ ทั้งด้านการลดคาร์บอนในการดำเนินธุรกิจ (Carbon Emission Reduction) การลดใช้ทรัพยากรและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Resource Circulation) และ การส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Conservation) โดยตั้งเป้าหมายที่ต้องบรรลุได้ในแต่ละมิติ ประกอบด้วย

Carbon Emission Reduction : ตั้งเป้าการลดคาร์บอนในกระบวนการผลิต (สโคป 1,2)  65% และภายในห่วงโซ่ (สโคป 3) 28.5% จากฐานในปี 2022  และสามารถบรรลุ Carbon Neutrality จากสโคป 1,2 ภายในปี 2050

Resource Circulation : ตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ในกระบวนการผลิตลง 25% โดยเฉพาะการพัฒนาไลน์ผลิตกลุ่มพริ้นเตอร์และสแกนเนอร์ในรุ่นใหม่ ให้ใช้ปริมาณพลาสติกลดลง 17% โดยที่ยังสามารถรักษาคุณภาพและฟังก์ชันการทำงานไว้ได้อย่างมีประสิทธิทภพ ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มใหญ่ของพอร์ตราว 80% มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ​ทางบริษัทแม่ยังมีความสนใจ​แนวคิดในการส่งเสริมกระบวนการรีไซเคิลแบบ Closed Loop จากการเก็บกลับผลิตภัณฑ์หลังการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตให้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ได้อีกครั้ง แต่จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งศักยภาพและความคุ้มทุนในกระบวนการผลิต รวมทั้งทัศนคติและความพร้อมในการจ่ายของผู้บริโภค เป็นต้น

Biodiversity Conservation : ตั้งเป้าลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการมีส่วนช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ (Net Positive) ภายในปี 2050

คุณพรภัค กล่าวเพิ่มเติมว่า บราเดอร์ทั่วโลกให้ความสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้ง 3 มิติ ที่บริษัทแม่ได้วางไว้ โดยบราเดอร์ ประเทศไทย ในฐานะ Sales Company ที่ดูแลงานด้านการขายและการตลาด ได้มุ่งส่งเสริมการลด​ขยะพลาสติก และลดการใช้พลังงานภายในออฟฟิศ รวมทั้งการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการมุ่งสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและประชาชนทั่วไป เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของบราเดอร์ทั่วโลก ผ่านภารกิจต่างๆ อาทิ

– การทำกิจกรรมปลูกป่าโกงกาง เพื่อเพิ่มการดูดซับคาร์บอน รวมทั้งสนับสนุนรายให้แก่ชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างแนวร่วมการมีส่วนช่วยดูแลป่า ซึ่งแนวทางดังกล่าวได้ช่วยเพิ่มอัตรารอดให้ป่าเพิ่มขึ้นได้กว่า 80%
 
– กิจกรรม ‘Brother Beat Cancer Run’ เพื่อส่งเสริมสุขภาพคนไทย พร้อมนำเงินบริจาคจากโครงการสนับสนุนองค์กรเพื่อสังคมต่างๆ
 
– รวมทั้งการรับคืนตลับหมึกใช้แล้วจากผู้บริโภคเพื่อนำไปทำลายอย่างถูกต้อง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบเงินบริจาคตลับละ 1 บาท เพื่อนำไปสนับสนุนการทำประโยชน์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
 
– การนำขวดและฝาพลาสติกจากพนักงาน นำส่งไป​แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ไม้แขวนเสื้อ ก่อนส่งมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ
 
– การสนับสนุนชุมชนในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การปรับปรุงระบบไฟฟ้าและโรงอาหารของโรงเรียนวัดคลองโคน การมอบอุปกรณ์การศึกษา รวมถึงการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านการเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในกิจกรรมขององค์กร

นอกจากนี้  บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนภายในองค์กร ทั้งการได้รับรองมาตรฐาน ISO 14001 เพื่อรับรองธุรกิจที่มีกระบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการได้รับรองมาตรฐาน Green Office ทั้งการบริหารจัดการประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ และน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งการลดขยะ และลดการปล่อนก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร โดยอยู่ระหว่างการ​รยกระดับมาตรฐานจากระดับ Gold ไปสู่ระดับ Platinum ในการประเมินอีกราว 2-3 ปีข้างหน้า

“การขับเคลื่อนความยั่งยืน เป็นส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ที่ดีต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ ทั้งจากการสื่อสารขององค์กร รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มการมีส่วนร่วมจากคนภายนอก รวมทั้งการสะท้อนผ่านยอดขายที่เติบโตได้ต่อเนื่องทุกปีราว 4-5% แม้ภาพรวมตลาดการพิมพ์จะหดตัวลง โดยบราเดอร์ ประเทศไทย ยังสามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน จากการตอบรับที่ดีของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตระหนักต่อแบรนด์ที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งอานิสสงส์จากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในตลาดทั้งจากภาครัฐ เอกชน รวมทั้งองค์กรต่างๆ ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”