ประกาศความพร้อมเตรียมเดินหน้าจัดการ สำหรับSustainability Expo 2026 หรือ SX2026 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปีนี้เป็นการจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว
งานครั้งนี้ นับเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและการลงมือทำผ่านแนวคิดหลัก ‘พอเพียง ยั่งยืนเพื่อโลก’ (Sufficiency for Sustainability)
สำหรับงานในปีนี้ จัดภายใต้ธีม ‘ปรับ รับ เปลี่ยน’ (Resilience in Action) สะท้อนการปรับตัวในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมทั้งกำลังเผชิญอยู่ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านที่มากกว่าแค่เรื่องของการลดคาร์บอน การปรับตัว และปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือได้อย่างชาญฉลาดจึงเป็นพลังสำคัญที่จะพาทุกคนรอด และก้าวไปต่อด้วยกัน
เพราะความยั่งยืน ไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความสามารถของมนุษย์ในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ทรัพยากร สุขภาพ เพื่อรับโอกาส และความเป็นไปได้ใหม่ จากการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างคนต่างวัยที่ต่างประสบการณ์ และ เปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมเพื่อการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

คุณต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) กล่าวว่า งาน Sustainability Expo 2026 ก้าวข้ามมากกว่าแค่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจาก ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว โดยเฉพาะอุณหภูมิที่สูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นเกินกว่าเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีส และอาจจะเพิ่มขึ้นสูงมากกว่า 2.1-2.8 องศาเซลเซียส ภายในปี 2050 ทำให้ระบบของโลกเปลี่ยนแปลงไปทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น น้ำทะเลที่ร้อนขึ้น รวมทั้งภัยธรรมชาติและลมพายุที่จะรุนแรงและบ่อยครั้งขึ้น จึงจำเป็นต้องเรียนรู้การ ‘ปรับ รับ เปลี่ยน’ เพื่อรับมือกับความผันผวนและเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่ไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
“ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญ 3 ความเสี่ยงใหญ่ ทั้งจากวิกฤต Climate Change ที่ทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ความเสี่ยงจากการถดถอยและเสื่อมโทรมลงของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรน้ำ ที่กว่า 80% ของน้ำที่มนุษย์นำไปใช้และปล่อยทิ้งสู่ธรรมชาติโดยไม่มีการบำบัดอย่างถูกต้อง รวมทั้งคุณภาพของดินที่เสื่อมโทรมลงจากการใช้ปุ๋ย หรือยาฆ่าแมลงจากการดำเนินงานด้านเกษตรและอุตสาหกรรมต่างๆ และกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งความเสี่ยงด้านสังคมและเทคโนโลยี จากการเข้าสู่สังคมสูงวัย ตามสัดส่วนประชากรอายุมากกว่า 65 ปี ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า20% ของจำนวนประชากร และการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ ดังนั้น บริบทของการพัฒนาด้านความยั่งยืนจากนี้ไป คือการปรับตัว เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติที่เกิดขึ้นกับโลกในปัจจุบันนี้”
ดังนั้น การขับเคลื่อนภายในงานครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อทำให้โลกมีความยืดหยุ่นและเพิ่มความสามารถในการปรับตัว ตามแนวทาง ‘ปรับ รับ เปลี่ยน’ หรือ Resilience in Action เพื่อต่อยอดให้เกิดการนำไปปฏิบัติจริง และตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มในการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของ SX2026 ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ท้ังผู้นำระดับประเทศและระดับนานาชาติ นักคิด นักวิชาการ ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ เยาวชน ชุมชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป เพื่อ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ค้นหาโซลูชัน และเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นการลงมือทำที่เกิดขึ้นได้จริง และเชื่อมโยงบทบาทจากแต่ละภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนผ่านกิจกรรมและองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในงานครั้ง สู่การผลักดันให้เกิดการปรับตัวในมิติต่าง ๆ ผ่านการลงมือทำจริงที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ภายในงานยังได้พบกับ World-class Speakers จากหลากหลายวงการที่จะไม่ได้มาเพียงพูดถึง ‘ปัญหา’ แต่จะชวนค้นหาคำตอบว่าเราจะอยู่กับวิกฤติการณ์โลกรวนและเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไร จากเวทีต่างๆ ภายในงาน อาทิ SX Global Forum ที่เปิดตัวครั้งแรก เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่รวบรวมการประชุมเชิงนโยบาย (Policy Dialogues) , พร้อมด้วยรับฟังมุมมองเรื่องของเมืองและการปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับรางวัล The Stockholm Water Prize รางวัลระดับนานาชาติด้านการจัดการน้ำ และรับฟังนักสำรวจ National Geographic ถ่ายทอดเรื่องราวสร้างเรื่องราวเชิงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากลุ่มน้ำ Amazon สู่ลุ่มน้ำโขง เปิดประสบการณ์ผ่านนิทรรศการและโซน Interactive ที่ออกแบบให้ทุกคนได้ ‘เห็น – สัมผัส – ทดลอง – เรียนรู้’ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อโลกรวมไปถึงผลิตภัณฑ์และบริการแห่งอนาคตที่มัดรวมมาเอาใจคนทุก Gen ในงานนี้ที่เดียว
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงผ่าน IDEA LAB พื้นที่ Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ ลงมือทำ และนำมาประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตจริง ซึ่งตลอดทั้ง 10 วัน ของงาน SX2026 คุณจะได้ร่วมสนุก และตื่นตา ตื่นใจไปพร้อมกับการเรียนรู้ไอเดีย และแรงบันดาลใจ นวัตกรรม และหลากหลายประสบการณ์ให้คุณเตรียมพร้อมรับมืออย่าชาญฉลาด ผ่าน 10 Highlight Zones ดังนี้

– SX Talk Stage กว่า 60 เสวนา จากวิทยากรตัวจริงเสียงจริงที่จะมาร่วมแบ่งปันมุมมอง ประสบการณ์ และแนวคิดในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง
– SX Prologue IMMERSIVE EXPERIENCE เปิดประสาทสัมผัส ผ่านเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของโลกและธรรมชาติ ร่วมกับ National Geographic
– SX KIDS ZONE เปิดโลกการเรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ ผ่านการสำรวจ From Land to Sea เรียนรู้เรื่องราวของโลกและธรรมชาติผ่านการเล่นและจินตนาการ
– SX IDEA LAB ทดลองและลงมือทำจริง ผ่าน Workshop ที่ชวนเรียนรู้ตั้งแต่ Sustainability ไปจนถึง Survival Skills
– SX FOOD FESTIVAL อิ่มอร่อยไปกับเทศกาลอาหาร พร้อมเรื่องราวของการกินที่เชื่อมโยงกับ Climate Action
– BETTER WORLD ART & INSPIRATION เติมแรงบันดาลใจผ่านงานศิลปะและนิทรรศการที่ชวนมองโลกในมุมใหม่
– SEP INSPIRATION, BETTER ME, BETTER LIVING, & BETTER COMMUNITY ตัวอย่าง การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเพื่อปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงเรียนรู้เรื่องการใช้ชีวิต ชุมชน และโลก ผ่านเรื่องราว ไอเดีย และนวัตกรรมที่นำไปต่อยอดได้จริง
– SX MARKETPLACE ชอปของดี มีพลังเปลี่ยนโลก จากผู้ประกอบการและสินค้าที่ใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม
– SX REPARTMENT STORE เปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นคอมมูนิตี้แห่งการ “RE” ชวนส่งต่อของนอกสายตา และเลือกซื้อสินค้ามือสองคุณภาพดี เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ไปด้วยกัน
– SX Global Forum เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่รวบรวมการประชุมเชิงนโยบาย (Policy Dialogues) การเจรจาธุรกิจในรูปแบบ B2B และ B2G และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรนานาชาติทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ องค์การสหประชาชาติในประเทศไทย

งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) มีกำหนดจัดขั้นตั้งแต่วันที่ 6 – 15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ร่วมสร้างพื้นที่ความร่วมมือระดับภูมิภาค สำหรับอัปเดตเทรนด์ด้านความยั่งยืนครบทุกมิติ พร้อมความร่วมมือเพื่อเปลี่ยนความท้าทายของโลกให้เป็นพลังแห่งการลงมือทำ เพื่อสร้างอนาคตที่สมดุลและโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนไปด้วยกัน






