<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขยะบรรจุภัณฑ์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 May 2026 12:05:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ขยะบรรจุภัณฑ์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นับถอยหลัง &#8216;ยุโรป&#8217; บังคับใช้กฎหมายบรรจุภัณฑ์​ &#8216;PPWR&#8217; ดีเดย์ 12 สิงหาคม 2026 ยุติสมัย &#8216;ใช้แล้วทิ้ง&#8217;และการปรับตัวของผู้ส่งออกไทย​เพื่อยังอยู่ในซัพพลายเชนโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/expoter-adapt-for-eu-ppwr-law/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 11:48:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CE Academy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Design-for- recycling]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[Global Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[MTEC]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging and Packaging Waste Regulation]]></category>
		<category><![CDATA[PPWR]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายบรรจุภัณฑ์ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าโลก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ล.ภาสกร อาภากร]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วรมน สินสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41765</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหภาพยุโรป (EU) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกฎหมายบังคับ หากแต่เปรียบเสมือนสัญญาประชาคมต่อโลก เพื่อยุติสมัย ‘ใช้แล้วทิ้ง’ อันไร้ความรับผิดชอบและก่อปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อธิบายว่า นโยบายนี้ส่งแรงกระเพื่อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกบรรจุภัณฑ์และการบรรจุ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายของการเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม PPWR ผสานการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) และการคิดแบบวงจรชีวิต (Lifecycle Thinking)  ครอบคลุมทุกส่วนประกอบย่อยของบรรจุภัณฑ์ ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่คือ การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling)  ซึ่งมุ่งเน้นจำกัดและห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว (Single-use Packaging)  ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมและมีข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging) เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้จริงในระบบหมุนเวียน และรีไซเคิลได้เมื่อถึงจุดสิ้นสุดวงจรชีวิต การบังคับใช้ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล (Recycled Content) ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทใหม่ ก็มีความเข้มงวดและต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาปี ค.ศ. 2030 ซึ่งไม่ใช่เพียงการบรรลุคุณสมบัติการรีไซเคิลได้ แต่ต้องสามารถเก็บรวบรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/expoter-adapt-for-eu-ppwr-law/">นับถอยหลัง &#8216;ยุโรป&#8217; บังคับใช้กฎหมายบรรจุภัณฑ์​ &#8216;PPWR&#8217; ดีเดย์ 12 สิงหาคม 2026 ยุติสมัย &#8216;ใช้แล้วทิ้ง&#8217;และการปรับตัวของผู้ส่งออกไทย​เพื่อยังอยู่ในซัพพลายเชนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์</strong> หรือ <strong>Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR)</strong> เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหภาพยุโรป (EU) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกฎหมายบังคับ หากแต่เปรียบเสมือนสัญญาประชาคมต่อโลก<strong> เพื่อยุติสมัย ‘ใช้แล้วทิ้ง’</strong> อันไร้ความรับผิดชอบและก่อปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์</p>
<p><span id="more-41765"></span></p>
<p><strong>ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)</strong> <strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) </strong>อธิบายว่า นโยบายนี้ส่งแรงกระเพื่อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกบรรจุภัณฑ์และการบรรจุ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายของการเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>PPWR</strong> ผสานการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) และการคิดแบบวงจรชีวิต (Lifecycle Thinking)  ครอบคลุมทุกส่วนประกอบย่อยของบรรจุภัณฑ์ ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่คือ <strong>การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล</strong> (Design for Recycling)  ซึ่งมุ่งเน้นจำกัดและห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว (Single-use Packaging)  ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมและมีข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging) เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้จริงในระบบหมุนเวียน และรีไซเคิลได้เมื่อถึงจุดสิ้นสุดวงจรชีวิต</p>
<p>การบังคับใช้ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล (Recycled Content) ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทใหม่ ก็มีความเข้มงวดและต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาปี ค.ศ. 2030 ซึ่งไม่ใช่เพียงการบรรลุคุณสมบัติการรีไซเคิลได้ แต่ต้องสามารถเก็บรวบรวม คัดแยก และนำไปแปรรูป ให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดภัยทัดเทียมกับวัตถุดิบดั้งเดิม</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>PPWR</strong> ยังยกระดับการจำกัดและห้ามใช้สารเคมีที่น่ากังวล หรือ <strong>Restrictions on Substances of Concern (SOC)</strong> เพื่อเป็นเครื่องมือในการรับประกันว่า วัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลจะไม่ปนเปื้อนด้วยสารอันตราย และสามารถนำกลับมาใช้ได้อย่างแท้จริง ด้วยกลไกนี้จึงช่วยสร้างอุปสงค์ที่ยั่งยืนสำหรับวัตถุดิบทุติยภูมิ (secondary raw materials) และผนวกเอาการจัดการของเสียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำอีกด้วย</p>
<p><strong>PPWR จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม ค.ศ.2026</strong> <strong>และก่อให้เกิดข้อผูกพันโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง EU จำเป็นต้องทบทวนและปรับปรุงการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำ เอกสารทางเทคนิค (Technical Document) เพื่อยืนยันการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (Packaging Minimization) ตลอดจนแสดงความสอดคล้อง (Conformity) กับข้อกำหนดทางเทคนิค</p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องติดฉลากที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่ว EU เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อำนวยความสะดวกในการคัดแยกของเสียแก่ผู้บริโภค และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ Extended Producer Responsibility (EPR) อีกด้วย</p>
<p><strong>เตรียมพร้อมผู้ประกอบการปรับตัวรับ PPWR  </strong></p>
<p>ภายในงานสัมนาโครงการชุดสัมมนาเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการไทย &#8216;<strong>บรรจุภัณฑ์สินค้าส่งออก เพื่อตอบโจทย์ตลาดยุโรป ตามกฎหมาย PPWR</strong>&#8216; ครั้งที่ 2 จัดโดย  คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  ร่วมกับ สถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค (CE Academy) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41771 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/PWPR1.png" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล </strong>ผู้เชี่ยวชาญวิจัย หน่วยวิจัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยว่า <em><strong>PPWR เป็นข้อกำหนดสำหรับผู้ผลิต หรือ Manufacturer ที่จะเริ่มบังคับใช้ 12 สิงหาคม 2026 ความน่ากลัวของกฎหมายฉบับนี้ คือ หน้าที่ทั้งหมดมาอยู่ที่ผู้ผลิต ซึ่งต้องทำบรรจุภัณฑ์ให้ยั่งยืน</strong></em></p>
<p>โดยวางกลไกให้ตรวจสอบได้ รีไซเคิลได้ ลดบรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด ทำเครื่องหมายให้ผู้ใช้ปลายทางทราบถึงแนวทางปฏิบัติในการทิ้ง การจัดการหลังการใช้งานให้ไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึง จัดทำ Technical Document ออกใบสำแดงความสอดคล้อง เป็นหน้าที่ของผู้ผลิตต้องทำก่อนเอาสินค้าเข้าตลาด โดยขั้นตอนเหล่านี้ต้องเก็บเอกสารไว้ หากเป็นบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use) ต้องเก็บไว้ระยะเวลา 5 ปี และหากเป็นบรรจุภัณฑ์นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable) ต้องเก็บเอกสาร 10 ปี เพื่อตรวจสอบเอกสารย้อนหลังได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-41783 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778658736511.jpg" alt="" width="789" height="446" /></p>
<p><em>“อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้บังคับแค่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ แต่บังคับผู้เกี่ยวข้องทุกรายตลอดห่วงโซ่ที่มีส่วนทำให้บรรจุภัณฑ์เกิดขึ้น  รวมทั้ง​ผู้ผลิตสินค้าทุกอย่างที่บรรจุอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ต้องนำมาคำนวณทั้งหมด ดังนั้น Manufacturer ไม่ได้จำกัดแค่คนผลิต แต่คนจ้างก็ต้องรวมด้วย และอีก 2 ฝ่าย คือ Producer Function ที่ทำให้มีบรรจุภัณฑ์ไปวางตลาด ทำให้เกิดขยะบรรจุภัณฑ์ในอนาคต ต้องรับผิดชอบซากที่เกิดขึ้นในอนาคต และสุดท้าย คือ Surveillance Function ผู้ตรวจสอบ”</em> ดร.นุจรินทร์ กล่าว</p>
<p><strong>&#8216;ปรับตัว&#8217; เปิดโอกาสไทย สู่ซัพพลายเชนโลก</strong></p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>WTO Environmental Database</strong> พบว่า ประเทศที่ไทยส่งออกเกินครึ่ง หรือกว่า 55.42% มีมาตรการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ขณะที่ สหภาพยุโรปซึ่งอยู่อันดับที่ 4 ดูเหมือนจะสัดส่วนไม่มาก อยู่ที่ 7.68% แต่ทำไมเราจึงต้องปรับตัว ?</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-41784 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/S__84394057-1024x559.jpg" alt="" width="1024" height="559" /></p>
<p><strong>ม.ล.ภาสกร อาภากร </strong>ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพานิชย์ อธิบายว่า เมื่อเราส่งออกไปประเทศในอาเซียน เราอาจจะเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนที่ส่งออกไปยุโรป ดังนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ส่งออกเพราะครึ่งหนึ่งของตลาดส่งออกให้ความสำคัญเรื่องนี้ เราเป็นผู้ผลิตในเมืองไทย อาจมองว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่เราอาจจะเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนโลกโดยไม่รู้ตัว หรือ เราต้องปรับตัวเพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในซัพพลายเชนโลกให้ได้เพื่อเป็นโอกาสในการค้าในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41785 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659442044.jpg" alt="" width="871" height="489" /></p>
<p><strong>10 อันดับ ประเทศที่ใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องการการค้า</strong></p>
<p>อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา สัดส่วนการส่งออกของไทย 17.20%</p>
<p>อันดับ 2 จีน สัดส่วนการส่งออกของไทย 12.01%</p>
<p>อันดับ 3 ญี่ปุ่น สัดส่วนการส่งออกของไทย 8.66%</p>
<p>อันดับ 4 สหภาพยุโรป (27) สัดส่วนการส่งออกของไทย 7.68%</p>
<p>อันดับ 5 ออสเตรเลีย สัดส่วนการส่งออกของไทย 4.27%</p>
<p>อันดับ 6 เกาหลีใต้ สัดส่วนการส่งออกของไทย 2.13%</p>
<p>อันดับ 7 ไต้หวัน สัดส่วนการส่งออกของไทย 1.68%</p>
<p>อันดับ 8 แคนาดา สัดส่วนการส่งออกของไทย 0.67%</p>
<p>อันดับ 9 บราซิล สัดส่วนการส่งออกของไทย 0.64%</p>
<p>อันดับ 10 นิวซีแลนด์ สัดส่วนการส่งออกของไทย 0.49%</p>
<p><strong><u>รวม </u></strong><strong><u>55.42%  </u></strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41786 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659578165.jpg" alt="" width="873" height="486" /></p>
<p><strong>บรรจุภัณฑ์ส่งออกเพื่อตอบโจทย์ตลาดยุโรป ตามกฎหมาย </strong><strong>PPWR </strong></p>
<p><strong>ม.ล.ภาสกร </strong>กล่าวต่อไปว่า  การสร้างมูลค่าเพิ่มในการพัฒนาธุรกิจบริการให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นจุดสำคัญ เพราะตลาดโลกปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน <strong>มาตรฐานสากลให้ความสำคัญ 3 เรื่อง</strong> คือ</p>
<p><strong>1. Green &amp; Sustainability</strong> ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ESG , SDGs , Low Carbon , Circular Design , CBAM , EUDR และ PPWR</p>
<p><strong>2. Traceability &amp; Transparency</strong> ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีไม่ว่าจะทาง Supply Chain, QR Code , Blockchain , AI , Data Platform , Digital Product Passport (DPP)</p>
<p><strong>3. Human Rights &amp; Ethical Trade</strong> ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นหลักจรรยาบรรณ (Code of Conduct) และการตรวจสอบซัพพลายเออร์ (Supplier Audit) หากมาตรฐานไม่อยู่ในระดับสากลก็จะลำบาก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41787 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659652357.jpg" alt="" width="871" height="489" /></p>
<p><strong>บทบาทของกรมส่งเสริมการค้าระหว่าประเทศ </strong><strong>4 ด้าน (3P+1S)  </strong></p>
<p>&#8211; พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ (People) โดยการจัดอบรม เทรนนิ่งมาตรการต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>&#8211; สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า/บริการ (Product) มีหน่วยงานช่วยพัฒนาผู้ประกอบการด้านสินค้าบริการ นวัตกรรม การออกแบบเพื่อให้สินค้าไทยแข็งขันดได้</p>
<p>&#8211; พัฒนาช่องทางการตลาด (Place) มีงานแสดงสินค้า รูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์</p>
<p>&#8211; บริการข้อมูลทางการค้า (Service) ให้บริการข้อมูลผู้ประกอบการในเรื่องกฎระเบียบการค้าใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง</p>
<p><strong>การพัฒนาผู้ประกอบการให้ตอบโจทย์มาตรการใหม่</strong></p>
<p><strong>แม้ในปัจจุบัน กฎหมาย </strong><strong>PPWR จะยังไม่มีหน่วยงานใดที่เป็นเจ้าภาพหลัก แต่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่างร่วมมือผลักดันและส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมการบังคับใช้ PPWR ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ รวมถึงระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต </strong></p>
<p>สำหรับ <strong>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ </strong>มีโครงการพัฒนาผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรม เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักวิจัย ให้ได้ใช้นวัตกรรมจากคนไทยพัฒนาสู่มาตรฐานโลก รวมถึงการพัฒนาด้านการออกแบบ โดยดึงนักออกแบบบรรจุภัณฑ์มาพัฒนาภายใต้แนวคิดเรื่อง<strong> Circular Design</strong> และการนำวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ต่อยอดให้สินค้าด้วย Circular Economy Model และการให้รางวัลกับผู้ประกอบการดีเด่นที่ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร บรรจุภัณฑ์ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ คัดเลือกผู้ประกอบการ <strong>BCG Hero</strong> เพื่อแนะนำไปยังผู้ค้าทั่วโลกให้หันมาใช้ผู้ประกอบการไทยที่เน้นเรื่องของ BCG</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41788 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/S__84394058-1024x550.jpg" alt="" width="1024" height="550" /></p>
<p>ด้าน <strong>กระทรวงการต่างประเทศ</strong> <strong>คุณวรมน สินสุวรรณ ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป​ กระทรวงการต่างประเทศ</strong> เผยว่า ทางกระทรวงฯ ได้ใช้ 3 กลไกที่มี คือ การขับเคลื่อนเชิงนโยบายและประสานงาน ความร่วมมือกับสหภาพยุโรป (EU Engagement) และการสร้างความรับรู้และการมีส่วนร่วม (Raising Awareness) เนื่องจากไทยและ EU มีกรอบความร่วมมือหลักๆ คือ PCA (กรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน : Partnership and Cooperation Agreement) โดยหนึ่งในกรอบความร่วมมือที่สำคัญ คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน และ การเปลี่ยนผ่านสีเขียว</p>
<p>ผ่านการจัดกิจกรรมเสวนาต่างๆ เช่น การจัดการประชุมให้ภาครัฐและเอกชนได้พูดคุยกับทาง EU เพื่อรับฟังและนำไปปรับระเบียบข้อบังคับให้สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ อีกทั้ง สถานทูตไทยในกรุงบรัชเซลส์ เบลเยี่ยม ยังติดตามข้อมูล อัปเดตให้ภาคเอกชนและภาครัฐให้ปรับตัวได้เร็วมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41789 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659465940.jpg" alt="" width="868" height="479" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>ความท้าทายที่พบ</strong> คือ 1) ความท้าทายด้านข้อมูลเพื่อไปพูดคุยกับทาง EU เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพ โดยปัจจุบัน ได้ขอความร่วมมือจาก Krungsri Research ในการทำวิจัยให้</p>
<p>2) ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของ EU</p>
<p>3) กฎหมาย Packaging and Packaging Waste (PPWR) ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ความเร่งด่วนการบังคับใช้ ทำให้ใน EU เอง ก็มีหลายบริษัทเริ่มร้องเรียนกับทางคณะกรรมาธิการยุโรปเพราะไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทัน และจะส่งผลกระทบค่อนข้างมาก นี่อาจเป็นจุดหนึ่งที่อาจจะมีการขยับ เพิ่มระยะเวลาให้ไทยได้เตรียมตัวมากขึ้น</p>
<p>4) ปัจจัยอื่น ได้แก่ การเจรจาทำความตกลงทางการค้า (FTA) ไทยและ EU คาดว่าปีหน้าจะแล้วเสร็จ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนการดำเนินงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41790 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659931137.jpg" alt="" width="875" height="496" /></p>
<p><em>“ในระยะต่อไป คือ การหา National Focal Point ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือให้กับกฎหมาย PPWR โดยประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิ่งสำคัญ คือ ยังเดินหน้าในการทำเรื่อง EU Engagement ต่อไป โดยมีการจัดการประชุมกับทาง EU Delegations เพื่อหารือเรื่องการจัดทำ Technical Documentation และ Declarations of Conformity (DoC) ให้กับภาคเอกชนเพราะเป็น Pain Point สำคัญ และการดึงภาคเอกชนของ EU และภาคเอกชนยุโรปที่อยู่ในไทยมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยอีกด้วย” </em> คุณวรมน กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41791 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/S__84394056-1024x547.jpg" alt="" width="1024" height="547" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ทำความเข้าใจ &#8216;ลูกค้า&#8217; กลไกสำคัญของการปรับตัวภาคเอกชน  </strong></p>
<p>สำหรับในภาคเอกชน <strong>คุณสุพจน์ ชัยวิไล รองประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัท ไทย แทฟฟิต้า ผู้ผลิตสิ่งทอครบวงจร</strong> ในฐานะผู้ประกอบการ ที่มีประสบการณ์ในการศึกษาข้อกฎหมาย และมีประสบการณ์จริงในการผลิตสินค้าขายในยุโรป เผยว่า PPWR ต้องดูตลอดทั้งชีวิตของบรรจุภัณฑ์​ ไม่ใช่แค่วัสดุ แต่มองตั้งแต่ดีไซน์ การเก็บรวบรวมข้อมูล รวมถึงฉลากสินค้า ปลายทางรีไซเคิลได้จริงหรือไม่</p>
<p>“สิ่งที่ต้องถามตัวเอง คือ ขายในประเทศไหนใน EU เพราะแต่ละประเทศกฎหมายหลายอย่างยังแยกกันอยู่ บางทีเราทำตามกฎของ EU แต่ไม่ตรงตามประเทศที่จะส่งออกก็ไม่ได้ ดังนั้น สุดท้ายกลับมาที่ลูกค้า อันดับแรก ต้องถามลูกค้าก่อนเสมอ ถัดมา บรรจุภัณฑ์มีกี่ชั้น ทั้งภายนอก ภายใน ไม่ใช่แค่บรรจุภัณฑ์ที่อยู่บนตัวสินค้า แต่รวมทั้งการขนส่ง (Transportation) ขณะเดียวกัน วัสดุมีอะไรบ้างในแต่ละชั้น รีไซเคิลได้จริงหรือไม่ มีเอกสารพิสูจน์หรือไม่ หลักๆ คือ การเก็บข้อมูล จุดอ่อนของผู้ผลิต คือ ไม่ได้เก็บข้อมูล แต่บริษัทที่มี ISO 9000 เรื่องนี้จะค่อนข้างง่าย เพราะถูกบังคับว่าต้องมีการเก็บข้อมูล&#8221;​</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-41792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778659341916.jpg" alt="" width="868" height="485" /></p>
<p><strong>ผู้ผลิต ต้องเริ่มจากตรงไหน ? ให้คุ้มต่อการลงทุน</strong></p>
<p>ทั้งนี้ การส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ภาคธุรกิจอาจต้องใช้การลงทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดรับกับกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป <strong>คุณสุพจน์ </strong>แนะว่า การแยกผลิตภัณฑ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะ SME การปรับเปลี่ยนต้องใช้การลงทุนที่สูง ดังนั้น ต้องรู้ว่าส่วนไหนควรเปลี่ยนก่อน หรือส่วนไหนที่ไม่ต้องทำ เพราะในบางบริษัทส่งออกไปยุโรปเพียง 10% เท่านั้น</p>
<p>ถัดมา คือ การเลือกวัสดุ ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ รวมถึง &#8216;การพิมพ์&#8217; เป็นสิ่งที่คนมักมองข้าม ซึ่งปัจจุบันมีป้ายแท็กที่ระบุว่าพิมพ์จากหมึกที่ทำมาจากถั่วเหลือง รวมไปถึงการลดพื้นที่ของบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลง ไม่เพียงแค่การลดการใช้วัสดุเกินจำเป็น แต่ยังลดค่าขนส่งและอยู่ในกฎหมาย ขณะที่ เรื่องรีไซเคิล ต้องมีเอกสารอ้างอิง และสุดท้ายสำคัญที่สุด คือ การพูดคุยกับลูกค้าให้ชัดเจน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41793 size-full aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/1778660210583.jpg" alt="" width="869" height="479" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“ลูกค้าสำคัญที่สุด เพราะลูกค้าก็ต้องรอดเหมือนกัน เป็นความอยู่รอดของทั้งสองฝั่ง และอย่าลืมเรื่องของการตลาด ทำแล้วอย่าลืมนำมาทำการตลาด ต้องสื่อสารในสิ่งที่เราได้ทำ ลงทุนแล้วต้องได้ประโยชน์ให้มากที่สุด ตัวอย่างของบริษัทเองที่ทำเรื่องนี้ </em></strong><strong><em>10 ปีที่ผ่านมา เราได้ลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นกว่า 7-8% ดังนั้น อย่ากลัว เรียนรู้ คุยกับลูกค้าให้เยอะ แล้วเราจะปรับตัวได้ สุดท้ายลูกค้าก็ต้องอยู่รอดเหมือนกัน”</em></strong> คุณสุพจน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/expoter-adapt-for-eu-ppwr-law/">นับถอยหลัง &#8216;ยุโรป&#8217; บังคับใช้กฎหมายบรรจุภัณฑ์​ &#8216;PPWR&#8217; ดีเดย์ 12 สิงหาคม 2026 ยุติสมัย &#8216;ใช้แล้วทิ้ง&#8217;และการปรับตัวของผู้ส่งออกไทย​เพื่อยังอยู่ในซัพพลายเชนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 10:27:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Driving Circularity Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[Junk Shop]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Saleng]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซาเล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีชัย เจียรนัยขจร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[บพข.]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.จินตวัฒน์ ไชยชนะวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านรับซื้อของเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41627</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) และ สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า พร้อมด้วยองค์กรภาคธุรกิจในฐานะองค์กรภาคเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนงานยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อเซ็ตมาตรฐานและวางกรอบ &#8216;กลไกสำคัญสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217; ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​​ทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม  รวมถึง​เพิ่มอัตราการรีไซเคิล อันเป็นกลไกสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะของประเทศไทย บนพื้นฐาน​การจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้ง​ระดับนโยบายและการปฏิบัติเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem) ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและนายกสมาคม PPP Plastics กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการว่า ​หนึ่งในปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ ปัญหาขยะและการจัดการขยะ ถ้าหากไม่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอจะทำให้มีขยะหลุดรอด​สู่สิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึง ห่วงโซ่อาหารและชีวิตมนุษย์ &#8220;ทางออกสำคัญใน​การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในบริบทของสังคมไทย  คือ การรับและเก็บวัสดุรีไซเคิล โดยซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นหนึ่งกลไกสำคัญ​ที่ช่วยการเก็บวัสดุใช้แล้วให้กลับเข้าสู่ระบบ เพื่อเชื่อมโยงระบบรวบรวมวัสดุรีไซเคิลและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้รับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/">ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.)</strong> ร่วมกับ<strong> สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> <strong>สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics)</strong> และ <strong>สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า</strong> พร้อมด้วยองค์กรภาคธุรกิจในฐานะองค์กรภาคเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนงานยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อเซ็ตมาตรฐานและวางกรอบ <strong>&#8216;กลไกสำคัญสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-41627"></span></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​​ทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม  รวมถึง​เพิ่มอัตราการรีไซเคิล อันเป็นกลไกสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะของประเทศไทย บนพื้นฐาน​การจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้ง​ระดับนโยบายและการปฏิบัติเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41629 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ดร.วิจารย์-2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา </strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและนายกสมาคม PPP Plastics กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการว่า ​หนึ่งในปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ <strong>ปัญหาขยะและการจัดการขยะ</strong> ถ้าหากไม่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอจะทำให้มีขยะหลุดรอด​สู่สิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึง ห่วงโซ่อาหารและชีวิตมนุษย์</p>
<p><em>&#8220;ทางออกสำคัญใน​การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในบริบทของสังคมไทย  คือ การรับและเก็บวัสดุรีไซเคิล โดยซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นหนึ่งกลไกสำคัญ​ที่ช่วยการเก็บวัสดุใช้แล้วให้กลับเข้าสู่ระบบ เพื่อเชื่อมโยงระบบรวบรวมวัสดุรีไซเคิลและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้รับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) และการสนับสนุนจากองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ให้ดำเนินงานโครงการวิจัย &#8216;<strong>โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&#8217;</strong> พร้อมดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการลงทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า และการยกระดับมาตรฐาน​​ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​ทุกมิติ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรีไซเคิล ในการ​นำองค์กรความรู้​จากการฝึกอบรมนำไปใช้​ต่อยอด​การประกอบอาชีพ ในฐานะกลไกสำคัญในการนำวัสดุรีไซเคิลคุณภาพดี หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเพื่อจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p><strong>รศ.ดร.จินตวัฒน์ ไชยชนะวงศ์</strong> ที่ปรึกษาแผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียน หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.)  กล่าวว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากระบบ Linear Economy ไปสู่ระบบที่เน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านบทบาทหลัก  คือ<strong> 1) การให้ทุนวิจัยและพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ 2) การสร้าง Circular Supply Chain 3) การขับเคลื่อนมาตรฐานและกฎระเบียบ 4) การสร้างโมเดลธุรกิจใหม่</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41630 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/รศ.ดร.จินตวัฒน์-1-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>บพข.​ มุ่งเน้นการเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า ผ่าน​การขับเคลื่อน Circular Economy Ecosystem ผ่านโครงการต่างๆ เช่น</p>
<p><strong>&#8211; Smart Recycling Hub </strong>: สนับสนุนการสร้างศูนย์บริหารจัดการขยะอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีคัดแยกและเชื่อมโยงเครือข่ายจัดการวัสดุรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ</p>
<p><strong>&#8211; PMUC Zero Burn to Earn (เลิกเผา เป๋าตุง) :</strong> สร้าง Ecosystem และส่งเสริมเทคโนโลยีเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรแทนการเผาที่สร้างมลพิษ</p>
<p><strong>&#8211; การสนับสนุนกลุ่มซาเล้ง :</strong> ยกระดับมาตรฐานอาชีพและนำระบบดิจิทัลมาช่วยบริหารจัดการต้นทางขยะ เพื่อดึงกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;บพข. ​ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนทุนวิจัย แต่ทำหน้าที่เป็น <strong>&#8216;ตัวเชื่อม&#8217;  </strong>ระหว่างภาคนโยบาย ภาควิชาการ และภาคธุรกิจ โดยไม่ได้เน้นเพียงเรื่องรักษ์โลก แต่ยังเป็นการช่วย​เพิ่ม​​ความสามารถทางการแข่งขันให้ธุรกิจและประเทศไปพร้อมกัน&#8221;</em></p>
<p><strong>ตั้งเป้า ปี 2027 บรรจุภัณฑ์เป้าหมายเข้าระบบรีไซเคิล 100% </strong></p>
<p><strong>คุณทวีชัย เจียรนัยขจร</strong> ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสีย กรมควบคุมมลพิษ บรรยายพิเศษ​หัวข้อ <strong>National Framework on Building Circularity Ecosystem </strong> กล่าวว่า ​​กรอบการทำงานระดับชาติเพื่อการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน <strong>มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบให้เข้ามาเป็นเครือข่ายศูนย์รวบรวมและคัดแยกขยะ (MRF) ที่มีมาตรฐาน เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบความรับผิดชอบที่ขยายเพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) ภาคบังคับ </strong>หวังแก้ปัญหาวิกฤตขยะบรรจุภัณฑ์ที่ปัจจุบันมีจุดรั่วไหลและถูกกำจัดทิ้งสูงถึง 75% พร้อมผลักดันเป้าหมายระดับชาติในการนำบรรจุภัณฑ์เป้าหมายเข้าสู่ระบบรีไซเคิลอย่างสมบูรณ์ 100% ภายในปี 2027 เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41631 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/นายทวีชัย-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการ​เสวนาหัวข้อ &#8216;<strong>Driving Circularity Ecosystem&#8217;</strong> โดย องค์กรภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้มีความครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem)</p>
<p><strong>คุณวีระ ขวัญเลิศจิตต์</strong> ผู้อำนวยการบริหารสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวว่า ความคุ้นเคยในการใช้​ทรัพยากร​แล้ว​ทิ้ง หรือ เศรษฐกิจเชิงเส้น (Linear)​ สิ่งที่ตามมาคือจำนวนขยะที่มากมาย เมื่อขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสมจึงสั่งสมจนเป็นปัญหา นำมาสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  ด้วยการหมุนเวียน​ทรัพยากรในการใช้ให้เกิด​ประโยชน์สูงสุดเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา</p>
<p><em>&#8220;​การขับเคลื่อน Circular Economy ​มี​หลายภาคส่วนที่เกี่ยวช้อง และแต่ละภาคส่วนก็มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ หลายภาคส่วนก็มีการบริหารจัดการจากภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างเป็นระบบ ขณะที่ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าซึ่งเป็นหน่วยป้อน (Feeder) นำวัตถุดิบเข้าสู่ระบบหมุนเวียน​ ซึ่ง​มีความสำคัญ ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​จะช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจรีไซเคิลไทยมีความรู้ มีรายได้เพิ่ม และมีส่วนร่วมในระบบนิเวศอย่างมีประสิทธิภาพ”</em></p>
<p><strong>คุณพิรุณ เหมะรักษ์</strong> ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า อบจ.ระยอง เดินหน้ายกระดับ &#8216;<strong>ระยองโมเดล: พลิกวิกฤตขยะสู่ต้นแบบระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong> (Circular Economy Ecosystem) มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงทดแทน (Refuse Derived Fuel: RDF) การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF โดยการทำงานแบบบูรณาการระหว่าง ภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อลดปริมาณการฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/เสวนาหัวข้อ-Driving-Circularity-Ecosystem-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณฉัตรณพัฒน์ เทียนมงคล</strong> เลขาธิการสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า กล่าวว่า ได้ร่วมกับพันธมิตรสร้างระบบขึ้นทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าที่มีความน่าเชื่อถือ และนำสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนมายกระดับเพื่อเป็นนักจัดเก็บเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนได้จริง มีระบบบริหารจัดการทั้งด้านซอฟแวร์และการจัดการหน้างานจริง ที่สามารถขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายที่ยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการสังคม ชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างเพื่อเชื่อมโยง​ทุกฝ่ายที่สนใจ​ร่วมขับเคลื่อน​ด้วยกัน สร้างความน่าเชื่อถือในอาชีพ ผลักดันการสร้างคุณภาพชีวิตและสวัสดิการต่างๆ ให้​คนทำงาน ทำอาชีพนี้ พร้อมเกิดผู้ร่วมอุดมการณ์รายใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;วันนี้เรามีคนทิ้งมากกว่าคนเก็บหลายเท่าตัว แต่ในอนาคตอาจจะเกิดภาพคนมาสมัครขึ้นทะเบียนขอเป็นซาเล้งนักจัดเก็บขยะเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากก็ได้”</em></p>
<p><strong>Thailand Flagship: Smart Recycling Hub Project</strong></p>
<p>โครงการ <strong>Thailand Flagship : Smart Recycling Hub Project</strong> เป็นหนึ่ง Best Practice โครงการนำร่องระดับประเทศที่มุ่งยกระดับระบบการจัดการขยะและรีไซเคิลพลาสติกแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ปัญหาขยะที่ยังไม่ได้รับการคัดแยกและนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ <strong>คุณคงศักดิ์ ดอกบัว </strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพลาสติก กล่าวว่า​ โครงการนี้มุ่งพัฒนาศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนครบวงจร (Material Recover Facilities; MRF) ให้เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจหมุนเวีย และ​​​เพิ่มอัตราการคัดแยกและมูลค่าของพลาสติกรีไซเคิล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง</p>
<p><em>&#8220;<strong>สำหรับกรุงเทพมหานคร โครงการนำร่องในเขตหนองแขม ​โดยรองรับขยะประมาณ 100 ตันต่อวัน</strong> พร้อมสนับสนุนการลดการฝังกลบ ผ่านการส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งนี้ <strong>คาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะที่ไม่ได้รับการจัดการได้ประมาณ 14,600 ตันต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากขยะราว 140 ล้านบาทต่อปี</strong> อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลในรูปแบบเครือข่าย MRF เพื่อยกระดับระบบจัดการขยะของประเทศในระยะยาว”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/คุณมยุรี-อรุณวรานนท์-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณมยุรี อรุณวรานนท์</strong> ผู้จัดการโครงการเครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน หรือ PRO-Thailand Network กล่าวว่า PRO-Thailand Network เป็นกลุ่มความร่วมมือโดยสมัครใจที่นำโดยภาคอุตสาหกรรม ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 เพื่อริเริ่มการขับเคลื่อนให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ในประเทศไทย</p>
<p>โดยได้รับ​การสนับสนุนจากบริษัทสมาชิกซึ่งได้แก่ บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสไอจี คอมบิบล็อก จำกัด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p><em>&#8220;ระหว่างปี 2563 ถึง 2568 เครือข่ายฯ ได้ให้การสนับสนุนการคัดแยกและรวบรวมบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติก PET กว่า 71,500 ตัน กล่อง UHT กว่า 2,400 ตัน และซองพลาสติกประเภท flexible และ Multi-Layer Packaging: MLP กว่า 2,800 ตัน ภายใต้โครงการนำร่องส่งเสริมการเก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค โดยในปี 2568 โครงการฯ ได้ทำการทดลองรีไซเคิลซองพลาสติกประเภท flexible และ Multi-Layer Packaging: MLP ด้วยวิธี mechanical recycling เป็นครั้งแรกได้ถึง 100 ตัน​​ ภายใต้ความร่วมมือจากผู้คัดแยก ร้านรับซื้อรายย่อยและร้านรวบรวบวัสดุรีไซเคิลขนาดใหญ่กว่า 700 รายทั่วประเทศ&#8221;</em></p>
<p>เครือข่าย PRO-Thailand Network ยังเป็นหนึ่งในหน่วยงานภาคเอกชนหลักในคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ในประเทศไทย พร้อมทั้งทำงานร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง​ภาครัฐและเอกชนในการพัฒนากฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ภาพร้านรับซื้อของเก่า-1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียน </strong></p>
<p><strong>คุณอัคคภพ จันทรศรีวงศ์</strong> ฝ่ายบริหารด้านเทคโนโลยี สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ &#8216;<strong>การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียนสำหรับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&#8217;</strong> โดยระบุว่า​ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียนสำหรับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บ ค้นหา และบริหารจัดการข้อมูลสมาชิกอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และทันสมัย เพื่อช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพรวมการบริหารงานในระดับพื้นที่ได้อย่างชัดเจน พร้อมมุ่งยกระดับศักยภาพและมาตรฐานการดำเนินงาน ผ่านการบันทึกข้อมูลด้านขยะอย่างละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลขยะทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการเป็นฐานข้อมูลกลาง (Big Data) ระดับประเทศที่จะช่วยสนับสนุนการวางแผนจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป”</em></p>
<p>นอกจากนี้ โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ยังได้มีการจัดทำ <strong>คู่มือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า </strong>นำเสนอข้อมูลโดย <strong>คุณภิญญดา เจริญสิน</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  กล่าวว่า การพัฒนาคู่มือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการธุรกิจรีไซเคิลได้รับความรู้ ความเข้าใจ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เกิดการยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้กลายเป็นหนึ่งในกลไกหลักสำคัญในการนำวัสดุรีไซเคิลคุณภาพดีหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบให้เกิดการจัดการขยะอย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้นำเสนอ <strong>ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลไทยอย่างยั่งยืน</strong>​ โดยมอง​ว่า ​ผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลไทยทั้งกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเป็นฟันเฟืองกลไกที่สำคัญในระดับเชิงพื้นที่ในแต่ละท้องถิ่นของประเทศ ในการจัดเก็บและรวบรวมวัสดุรีไซเคิลนำกลับเข้าสู่ระบบการผลิต และถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><em>&#8220;การจะขับเคลื่อนกลุ่ม Informal Sector ทั้งกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นระบบและได้มาตรฐานจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าทั้งในระดับนโยบาย กฎระเบียบ มาตรการ ข้อบังคับของระดับประเทศ และระดับท้องถิ่นให้มีความสอดคล้องและรองรับต่อการทำงานระดับปฎิบัติการเชิงพื้นที่ได้จริงและเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41636 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ภาพประกอบ-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​การสร้างระบบ​ลงทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าที่เชื่อมโยงกันในระดับประเทศ ช่วยให้เกิดการรับรองสถานะและขึ้นทะเบียนวิชาชีพให้​ผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิล เพื่อมี​ระบบที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ เพื่อเข้าถึงแหล่งความรู้ แหล่งเงินทุน และเทคโนโลยีที่เอื้อประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ​อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง​การพัฒนาองค์ความรู้และความเข้าใจในการประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะแรงงานในการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพ​ ผ่าน &#8216;มาตรการจูงใจทางการเงินและภาษี&#8217; สำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ในระยะยาว เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/">ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อายิโนะโมะโต๊ะ ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยน &#8216;ซองรสดี&#8217; เป็นชั้นวางอเนกประสงค์ เพิ่ม Practice จัดการขยะบรรจุภัณฑ์​​ ​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/ajinomoto-sustainable-packaging-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Aug 2024 15:35:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3R]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Rosdee]]></category>
		<category><![CDATA[Trash Lucky]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Worth]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซองรสดี]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิฟอร์มช่วยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[รสดี]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒรธรรมองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อายิโนะโมะโต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[อุบล ม่วงทิม]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บดีมีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เกศยา ชัยชาญชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28217</guid>

					<description><![CDATA[<p>อายิโนะโมะโต๊ะ บริษัทชั้นนำของโลกในการสร้างความกินดีมีสุข ตอกย้ำความเป็นผู้นำรักษ์โลก สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในการดำเนินงาน ตามเป้าหมายสำคัญในการลดปริมาณขยะพลาสติกเป็นศูนย์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลง 50% ภายในปี 2030 บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโครงการ “เก็บดีมีสุข” ร่วมกับ Trash Lucky สตาร์ตอัปรักษ์โลก นำร่องเปลี่ยน “ซองรสดี” ​เป็นชั้นวางอเนกประสงค์ส่งมอบความยั่งยืนสู่สังคม พร้อมอัพไซเคิลขวดพลาสติกรีไซเคิลเป็น “เสื้อยูนิฟอร์มช่วยโลก” จำนวน 9,000 ตัว สำหรับพนักงานบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ สะท้อนถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ คุณเกศยา ชัยชาญชีพ กรรมการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรานำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานและการบริหารทรัพยากร ภายใต้หลักการ 3R ได้แก่ 1) Reduce การลดการใช้ทรัพยากร 2) Reuse การนำกลับมาใช้ใหม่ 3) Recycle การแปรรูปขยะให้เกิดมูลค่าใหม่ มุ่งสร้างการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดคุณค่าสูงสุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ajinomoto-sustainable-packaging-management/">อายิโนะโมะโต๊ะ ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยน &#8216;ซองรสดี&#8217; เป็นชั้นวางอเนกประสงค์ เพิ่ม Practice จัดการขยะบรรจุภัณฑ์​​ ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อายิโนะโมะโต๊ะ </strong>บริษัทชั้นนำของโลกในการสร้างความกินดีมีสุข ตอกย้ำความเป็นผู้นำรักษ์โลก สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการนำแนวคิด<strong>เศรษฐกิจหมุนเวียน</strong> (Circular Economy) มาใช้ในการดำเนินงาน ตามเป้าหมายสำคัญในการลดปริมาณขยะพลาสติกเป็นศูนย์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลง 50% ภายในปี 2030</p>
<p><span id="more-28217"></span></p>
<p><strong>บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด </strong>เปิดตัวโครงการ <strong>“เก็บดีมีสุข” </strong>ร่วมกับ Trash Lucky สตาร์ตอัปรักษ์โลก นำร่อง<strong>เปลี่ยน “ซองรสดี</strong>” ​เป็นชั้นวางอเนกประสงค์ส่งมอบความยั่งยืนสู่สังคม พร้อมอัพไซเคิลขวดพลาสติกรีไซเคิลเป็น “<strong>เสื้อยูนิฟอร์มช่วยโลก”</strong> <strong>จำนวน </strong><strong>9,000 </strong><strong>ตัว สำหรับพนักงานบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ </strong>สะท้อนถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p><strong>คุณเกศยา ชัยชาญชีพ</strong> <strong>กรรมการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “เรานำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานและการบริหารทรัพยากร ภายใต้หลักการ <strong>3R </strong><strong>ได้แก่ </strong><strong>1) Reduce </strong><strong>การลดการใช้ทรัพยากร </strong><strong>2) Reuse </strong><strong>การนำกลับมาใช้ใหม่ </strong><strong>3) Recycle </strong><strong>การแปรรูปขยะให้เกิดมูลค่าใหม่</strong> มุ่งสร้างการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดคุณค่าสูงสุด เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและเศรษฐกิจในระยะยาว สะท้อนเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นของอายิโนะโมะโต๊ะ ใน<strong>การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ</strong> พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลง 50% ภายในปี 2030 สร้างความกินดีมีสุขให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4-5.jpg" alt="" width="814" height="1000" /></p>
<p>ทั้งนี้ อายิโนะโมะโต๊ะ วางแนวทางจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ดำเนินโครงการผ่าน 2 กิจกรรมหลัก คือ</p>
<p><strong>1)</strong> <strong>การประกาศความร่วมมือกับ </strong><strong>Trash Lucky </strong><strong>สตาร์ตอัปนวัตกรรมขยะให้โชค</strong> <strong>เปิดตัวโครงการ “เก็บดีมีสุข” (</strong><strong>Waste to Worth for Well-Being)</strong> เน้นการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนานวัตกรรมการจัดการขยะและนำกลับมารีไซเคิล ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขยะแลกแต้ม เก็บดีมีสุข” ซึ่งได้เริ่มดำเนินการร่วมกับเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และชุมชนต้นแบบนำร่อง 3 แห่ง ได้แก่ ชุมชนแฟลตสิริสาสน์ ชุมชนทอผ้า และชุมชนครัวใต้ โดยให้ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง ภายใน 3 เดือน คือ พฤษภาคม-กรกฎาคม สามารถเก็บขยะบรรจุภัณฑ์สู่ระบบรีไซเคิลได้ทั้งหมด 5,401 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 4,284 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเท่ากับการปลูกต้นไม้ 476 ต้น</p>
<p>อีกทั้งยัง<strong>นำบรรจุภัณฑ์พลาสติกเหลือใช้จาก “ซองรสดี” </strong>มาผ่านกระบวนการรีไซเคิลแปรรูปให้เป็นชั้นวางอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้จริง จำนวน<br />
40 ชุด ส่งมอบให้กับโรงเรียน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนประถมนนทรี สพป.กทม. และโรงเรียนหิรัญพงษ์อนุสรณ์ สพป.ปทุมธานี เขต 2 เพื่อสนับสนุนโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาเยาวชนที่มีคุณภาพให้แก่สังคมไทยต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28222 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/5-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณอุบล ม่วงทิม</strong> <strong>ประธานชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า</strong> กล่าวในพิธีปิดโครงการเก็บดีมีสุข ระยะที่ 1 ว่า <em>“รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ หลังจากเข้าร่วมกิจกรรม พบว่าคนในชุมชนของเรามีความสนใจและเข้าใจความสำคัญของการแยกขยะในแต่ละวันมากขึ้น โครงการนี้ไม่เพียงแค่สร้างความตระหนักรู้เท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกขยะตั้งแต่เริ่มต้น เก็บขยะที่แยกได้เพื่อนำไปรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและบรรเทาภาวะโลกร้อน โดยเริ่มจากส่วนเล็ก ๆ ในชุมชนของเรา ขอบคุณอายิโนะโมะโต๊ะที่เห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้และริเริ่มโครงการ ‘เก็บดีมีสุข’ ขึ้นมา”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28220 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/3.png" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>2)</strong> <strong>เสื้อยูนิฟอร์มช่วยโลก (</strong><strong>Ajinomoto Eco-Friendly Uniforms)</strong> ที่บริษัทฯ มุ่งสร้างวัฒนธรรมสีเขียวให้องค์กร ด้วยการ<strong>นำขวดพลาสติก </strong><strong>PET</strong><strong> มาเปลี่ยนเป็นเสื้อยูนิฟอร์​ม </strong><strong>9,000</strong><strong> ตัว</strong> สำหรับพนักงานบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ ซึ่งเป็นเส้นใยผ้า &#8220;<strong>ไมโคร เอ็กซ์ตร้า รีไซเคิล</strong>&#8221; (Micro Extra recycled) ดีไซน์มินิมอล ใส่สบาย ยับยาก แห้งไว ไม่ต้องรีด​ช่วยลดการใช้พลังงานและไม่มีการใช้สารเคมีอันตรายในการผลิต โดย<strong>เสื้อยูนิฟอร์ม </strong><strong>1 </strong><strong>ตัว ทำมาจากขวดน้ำพลาสติกเฉลี่ย </strong><strong>20 </strong><strong>ขวด</strong> รวมแล้วสามารถช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้มากกว่า 180,000 ขวด ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 8,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 360 ต้น เพื่อปลูกฝังเรื่องความใส่ใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมทุกขั้นตอนสำหรับพนักงาน และสร้างการมีส่วนร่วมในวัฒนธรรมองค์กรรักษ์โลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Kept-DEE.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงการดำเนินงานของอายิโนะโมะโต๊ะที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผลักดันให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนสู่สังคมไทย</p>
<p><b> </b></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ajinomoto-sustainable-packaging-management/">อายิโนะโมะโต๊ะ ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยน &#8216;ซองรสดี&#8217; เป็นชั้นวางอเนกประสงค์ เพิ่ม Practice จัดการขยะบรรจุภัณฑ์​​ ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน เปิดตัว ECOTWIST® นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนโลก ภายใต้แบรนด์จอห์น เวสต์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/tu-launch-john-west-ecotwist-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 15:06:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ECOTWIST®]]></category>
		<category><![CDATA[John West]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[SmartStrip]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[จอห์น เวสต์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พอล รีแนน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26865</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ประกาศเปิดตัว ECOTWIST® ของแบรนด์จอห์น เวสต์ (John West) ซึ่งเป็นโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ปฏิวัติวงการออกแบบ เพื่อให้ใช้งานง่าย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และลดจำนวนขยะบรรจุภัณฑ์ให้มากที่สุด โดยจะเริ่มเปิดตัวที่สหราชอาณาจักรเป็นแห่งแรก เพราะเป็นหนึ่งในตลาดหลักของไทยยูเนี่ยน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้บริโภคชาวอังกฤษสามารถหาซื้อ John West ECOTWIST® ได้ที่ร้าน Asda ทุกสาขา และจะมีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่อื่น ๆ ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้กลุ่มบริษัทกำลังอยู่ระหว่างพิจารณานำ ECOTWIST® ไปใช้ในประเทศอื่น ๆ ต่อไป ECOTWIST® ถือเป็นการเดินหน้าสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ครั้งใหญ่สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋องของ สหราชอาณาจักร ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดย ECOTWIST® เป็นอีกก้าวสำคัญของ John West ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทูน่าคุณภาพเยี่ยม ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยลดปัญหาจากบรรจุภัณฑ์ส่วนเกินและช่วยลดขยะได้อย่างยั่งยืน นายพอล รีแนน ประธานกรรมการบริหาร ไทยยูเนี่ยน ภูมิภาคยุโรป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/tu-launch-john-west-ecotwist-packaging/">ไทยยูเนี่ยน เปิดตัว ECOTWIST® นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนโลก ภายใต้แบรนด์จอห์น เวสต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ประกาศเปิดตัว <strong>ECOTWIST®</strong> ของแบรนด์จอห์น เวสต์ (John West) ซึ่งเป็นโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ปฏิวัติวงการออกแบบ เพื่อให้ใช้งานง่าย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และลดจำนวนขยะบรรจุภัณฑ์ให้มากที่สุด</p>
<p><span id="more-26865"></span></p>
<p>โดยจะเริ่มเปิดตัวที่สหราชอาณาจักรเป็นแห่งแรก เพราะเป็นหนึ่งในตลาดหลักของไทยยูเนี่ยน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้บริโภคชาวอังกฤษสามารถหาซื้อ John West ECOTWIST® ได้ที่ร้าน Asda ทุกสาขา และจะมีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่อื่น ๆ ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้กลุ่มบริษัทกำลังอยู่ระหว่างพิจารณานำ ECOTWIST® ไปใช้ในประเทศอื่น ๆ ต่อไป</p>
<p><strong>ECOTWIST®</strong> ถือเป็นการเดินหน้าสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ครั้งใหญ่สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋องของ สหราชอาณาจักร ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดย ECOTWIST® เป็นอีกก้าวสำคัญของ John West ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทูน่าคุณภาพเยี่ยม ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยลดปัญหาจากบรรจุภัณฑ์ส่วนเกินและช่วยลดขยะได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26868 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/TU3.jpg" alt="" width="452" height="633" /></p>
<p><strong>นายพอล รีแนน ประธานกรรมการบริหาร ไทยยูเนี่ยน ภูมิภาคยุโรป</strong> กล่าวว่า &#8220;แบรนด์ John West ใช้เวลากว่า 3 ปี ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืน จนประสบความสำเร็จออกมาเป็นนวัตกรรม ECOTWIST® ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครในอุตสาหกรรม ช่วยให้การดำเนินชีวิตของผู้บริโภคสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยบรรจุลงในรูปแบบมัลติแพ็ค ที่ล้ำสมัย สะดวกต่อการใช้งาน การจัดเก็บ และนำไปรีไซเคิลได้ง่าย นอกจากนี้ การที่สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์ของเราในสหราชอาณาจักรได้ส่งผลให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของร้านค้าปลีกมากขึ้น ตลอดจน สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและแบรนด์สินค้ารายอื่น ๆ &#8221;</p>
<p><strong>ไทยยูเนี่ยนเดินหน้ากลยุทธ์ความยั่งยืน </strong><strong>SeaChange® 2030 </strong><strong>อย่างต่อเนื่อง</strong></p>
<p>ECOTWIST® ที่ใช้นวัตกรรม <strong>SmartStrip®</strong> <strong>ในการนำกระป๋องมาวางต่อกันในแนวสูง ซึ่ง</strong>อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร  มีจุดเด่นของนวัตกรรมดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>กระป๋องดีไซน์ใหม่ น้ำหนักเบา</strong>: บรรจุทูน่าคุณภาพได้ในปริมาณเท่าเดิม แต่ใช้กระป๋องขนาดเล็กและเบากว่า ลดการใช้เหล็กเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ได้กว่า 400 ตันต่อปี</li>
<li><strong>ลด</strong><strong>การใช้วัตถุดิบส่วนประกอบ / ทรัพยากร</strong>: จากขนาดกระป๋องที่ลดลง ทำให้ปริมาณน้ำมันทานตะวัน น้ำแร่ หรือน้ำเกลือภายในกระป๋องลดน้อยลง ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่นิยมบริโภค สามารถลดการใช้ทรัพยากรได้ถึง 1,500 ตันต่อปี</li>
<li><strong>ลดการ</strong><strong>ใช้</strong><strong>บรรจุภัณฑ์</strong><strong>พลาสติก</strong> shrink wrap ได้มากถึง 65 ตันต่อปี</li>
<li><strong>ลดการใช้</strong><strong>บรรจุภัณฑ์</strong><strong>กระดาษ</strong>: ได้ถึง 300 ตันต่อปี</li>
<li><strong>รีไซเคิลง่าย</strong>: ผู้บริโภคสามารถนำกระป๋องเหล็กไปรีไซเคิลได้ง่าย โดยไม่ต้องแยก SmartStrip® ออกจากกระป๋อง</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26867 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/TU2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>นายอดัม เบรนนัน ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า  &#8220;นวัตกรรม ECOTWIST® จะช่วยให้เราสามารถบรรลุ 3 พันธกิจสำคัญภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สินค้าของบริษัททั้งหมด จะต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนภายในปี 2568 และการลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42 เปอร์เซ็นต์ ตลอดห่วงโซ่อุปทานภายในปี 2573  การเปิดตัว ECOTWIST® ของแบรนด์ John West ในครั้งนี้ ยังเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก Marine Stewardship Council หรือ MSC ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจของไทยยูเนี่ยนที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋องทั้งหมดได้การรับรองจาก MSC, อยู่ในขั้นตอนการประเมินของ MSC และหรือเป็นโครงการพัฒนาการประมงปลาทูน่า (Fishery Improvement Project: FIP) เพื่อเข้าสู่การประเมินของ MSC ภายในปี 2568&#8221;</p>
<p>ผลิตภัณฑ์แบรนด์ John West จากนวัตกรรม ECOTWIST® ในกลุ่ม “No drain” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองตามมาตรฐาน MSC เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ กำหนดให้ผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรม ECOTWIST® ทั้งหมดต้องได้การรับรองตามมาตรฐาน MSC ภายในปี 2568  นอกจากนี้ John West ยังตั้งเป้าหมายที่จะให้ผลิตภัณฑ์ทูน่าทั้งหมดได้การรับรองมาตรฐาน MSC เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแบรนด์อาหารทะเลแบบกระป๋องที่ยั่งยืนของสหราชอาณาจักร ปัจจุบัน John West เป็นแบรนด์ปลาทูน่ากระป๋องชั้นนำของสหราชอาณาจักร ที่มีผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองจาก MSC มากที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม Great Britain คือ <strong>อังกฤษ สก๊อตแลนด์ และเวลส์</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/tu-launch-john-west-ecotwist-packaging/">ไทยยูเนี่ยน เปิดตัว ECOTWIST® นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนโลก ภายใต้แบรนด์จอห์น เวสต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;SWAP  Recycling&#8217; จาก &#8216;มาร์ส เพ็ทแคร์&#8217; คว้าโครงการริเริ่มระดับภูมิภาคด้าน Eco-friendly สร้างระบบนิเวศช่วยจัดการขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกวิบวับ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/swap-recycling-projejct-by-mars-petcare-won-fmcg-asia-awards-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Dec 2023 11:35:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BMA Dog Park]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[FMCG Asia Awards 2023]]></category>
		<category><![CDATA[IAMS]]></category>
		<category><![CDATA[Multilayer Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[PEDIGREE]]></category>
		<category><![CDATA[Pet Humanization]]></category>
		<category><![CDATA[SHEBA]]></category>
		<category><![CDATA[SWAP  Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[Temptations]]></category>
		<category><![CDATA[WHISKAS]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชีบา]]></category>
		<category><![CDATA[ซีซาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มาร์ส เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยรัฐ อมรฉัตร]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกวิบวับ]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ส เพ็ทแคร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิสกัส]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสุนัข]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เทมเทชันส์]]></category>
		<category><![CDATA[เพดดิกรี]]></category>
		<category><![CDATA[แลกแล้ว-ลดเลย]]></category>
		<category><![CDATA[ไอแอมส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23139</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเติบโตของเทรนด์ Pet Humanization ที่สัตว์เลี้ยงมีความสำคัญ​ไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นฐานการผลิตและผู้นำการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศเยอรมนี และสหรัฐอเมริกา เพราะอาหารสัตว์เลี้ยงไทยมีคุณภาพ และได้มาตรฐานที่ปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้เลี้ยงสัตว์ ด้านผู้ประกอบการเองก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ และการมีขนาดบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกและรองรับการขยายตัวของตลาด แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ปริมาณขยะพลาสติกจากซองบรรจุภัณฑ์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าซองบรรจุภัณฑ์เหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น (Multilayer Plastic) หรือพลาสติกวิบวับ ซึ่งรีไซเคิลได้ค่อนข้างยาก ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในการนำไปรีไซเคิล หรือบางคนก็ไม่ทราบว่าสามารถรีไซเคิลได้ ซองส่วนใหญ่จึงมักถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบ และมักจะหลุดรอดและตกค้างอยู่ในธรรมชาติเป็นจำนวนมาก บริษัท มาร์ส เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ต่างๆ อาทิ เพดดิกรี (PEDIGREE) วิสกัส (WHISKAS)  ชีบา (SHEBA) ซีซาร์ (SHEBA) ไอแอมส์ (IAMS) เทมเทชันส์ (Temptations) รวมทั้งทรายอนามัยสำหรับแมว แคทแซน (CATSAN) และยังเป็นผู้ผลิตแบรนด์อาหารสัตว์ต่างๆ อีกเกือบ 50 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/swap-recycling-projejct-by-mars-petcare-won-fmcg-asia-awards-2023/">&#8216;SWAP  Recycling&#8217; จาก &#8216;มาร์ส เพ็ทแคร์&#8217; คว้าโครงการริเริ่มระดับภูมิภาคด้าน Eco-friendly สร้างระบบนิเวศช่วยจัดการขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกวิบวับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเติบโตของเทรนด์ Pet Humanization ที่สัตว์เลี้ยงมีความสำคัญ​ไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นฐานการผลิตและผู้นำการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศเยอรมนี และสหรัฐอเมริกา เพราะอาหารสัตว์เลี้ยงไทยมีคุณภาพ และได้มาตรฐานที่ปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้เลี้ยงสัตว์</p>
<p><span id="more-23139"></span></p>
<p>ด้านผู้ประกอบการเองก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ และการมีขนาดบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกและรองรับการขยายตัวของตลาด แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ปริมาณขยะพลาสติกจากซองบรรจุภัณฑ์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าซองบรรจุภัณฑ์เหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น (Multilayer Plastic) หรือพลาสติกวิบวับ ซึ่งรีไซเคิลได้ค่อนข้างยาก ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในการนำไปรีไซเคิล หรือบางคนก็ไม่ทราบว่าสามารถรีไซเคิลได้ ซองส่วนใหญ่จึงมักถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบ และมักจะหลุดรอดและตกค้างอยู่ในธรรมชาติเป็นจำนวนมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23156 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/4-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท มาร์ส เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ต่างๆ อาทิ เพดดิกรี (PEDIGREE) วิสกัส (WHISKAS)  ชีบา (SHEBA) ซีซาร์ (SHEBA) ไอแอมส์ (IAMS) เทมเทชันส์ (Temptations) รวมทั้งทรายอนามัยสำหรับแมว แคทแซน (CATSAN) และยังเป็นผู้ผลิตแบรนด์อาหารสัตว์ต่างๆ อีกเกือบ 50 แบรนด์ สำหรับทำตลาดในอีกกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ผ่าน​วิสัยทัศน์ <strong>“A Better World for Pets”</strong> เพื่อสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่าสำหรับสัตว์เลี้ยง และมี​เป้าหมายสำคัญในการ​ขับเคลื่อน​ธุรกิจตามแนวทาง​ความยั่งยืน เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจ​มีส่วนช่วย​ลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23141 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/5-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเฉพาะการดำเนินนโยบาย EPR (Extended Producer Responsibility) ด้วยการรับผิดชอบการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ซองบรรจุอาหารสัตว์ต่างๆ ในฐานะผู้ผลิต เพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบ​​รีไซเคิลเพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์และป้องกันการเกิดเป็นขยะพลาสติกที่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม ผ่านการริเริ่มโครงการ <strong>“แลกแล้ว-ลดเลย”</strong> (SWAP  Recycling) ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีส่วนร่วมลดปริมาณขยะพลาสติก และเพิ่มปริมาณการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล โดยเฉพาะการ​ช่วยสร้างการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในการเพิ่มปริมาณการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายชั้น หรือพลาสติกวิบวับเหล่านี้ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23157 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/6-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยได้ทำการรับคืนซองบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์โดยไม่จำกัดแบรนด์ ซึ่งลูกค้าสามารถนำซอง​บรรจุภัณฑ์อาหารสุนัขและแมวมาแลกรับส่วนลดในการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงแบรนด์ต่างๆ ของบริษัทได้  ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยในปีล่าสุด มีเจ้าของสัตว์เลี้ยงกว่า 107,000 คน และร้านค้า 174 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งสามารถเรียกคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกลงได้มากกว่า 7 ตัน</p>
<p>พร้อมทั้งได้ส่งต่อ​ขยะบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ไปยังโรงงานรีไซเคิล เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างประโยชน์ได้ใหม่​และช่วย​ลดปริมาณขยะพลาสติก​ ด้วยการนำไปแปรรูปเป็นบล็อกปูพื้นรูปแมว บล็อกปูพื้นรูปอุ้งเท้าสุนัข และม้านั่งรูปกระดูก ซึ่งได้นำไปส่งมอบให้​กรุงเทพมหานคร สำหรับนำไปปรับปรุงภูมิทัศน์​สวนสาธารณะเพื่อสุนัขของ กทม. หรือ “<strong>BMA Dog Park</strong>” และสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่คืนความสุขสู่สังคม พร้อมยกระดับสวนสาธารณะสู่การเป็น Pet friendly เพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของผู้คนปัจจุบันที่นิยมเลี้ยงสัตว์เป็นอีกหนึ่งสมาชืกในครอบครัว รวมทั้งมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้แบบยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23144 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/2-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด โครงการ <strong>“แลกแล้ว-ลดเลย” </strong>ยังสามารถคว้ารางวัลระดับภูมิภาคในฐานะโครงการริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ <strong>The Eco-friendly Initiative of the Year &#8211; Thailand Award</strong> จากเวที FMCG Asia Awards 2023 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นเวทีใหญ่ของ​ภูมิภาค ที่บริษัทต่างๆ ในเอเซีย ต่างส่งผลงานด้านความยั่งยืนเข้าร่วมประกวด ​</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้เดินหน้าร่วมลงนามกับ 6 พันธมิตรคู่ค้าข้าวโพดและข้าว ในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดลพบุรี ในโครงการ  “<strong>Climate Actions For A Better Tomorrow</strong>” เพื่อเป็นต้นแบบ​การดำเนินโครงการเกษตรกรรมฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) สำหรับข้าวโพดและข้าว ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตอาหารเลี้ยงสัตว์ เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำให้ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสามารถช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกรได้ในระยะยาวด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23140 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/8-3.jpg" alt="" width="508" height="762" /></p>
<p><strong>คุณปิยรัฐ อมรฉัตร</strong> ผู้อำนวยการด้านการจัดซื้อ ภูมิภาคเอเชีย บริษัท มาร์ส เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์​​ตามแนวทาง​ความยั่งยืน ​ทั้งการใช้วัสดุที่​เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตบรรจุภัณฑ์ การซื้อวัตถุดิบที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการ​พัฒนาการวิจัยระดับโลกเกี่ยวกับความท้าทายด้านความปลอดภัยของอาหาร  พร้อมทั้งได้​จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชีย หรือ APAC Pet Center แห่งแรกในเอเชีย ที่จังหวัดชลบุรี เพื่อ​ช่วยเก็บข้อมูลคุณภาพเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินของสุนัขและแมว เพื่อนำมาใช้​​พัฒนาคุณภาพอาหารสัตว์เลี้ยง สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านโภชนาการและรสชาติที่สุนัขและแมวชื่นชอบได้มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23145 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/3-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“วิธีดำเนินธุรกิจของเราในวันนี้ จะส่งผลต่อโลกในแบบที่เราอยากให้เป็นในวันพรุ่งนี้ บริษัทจึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนแผนการสร้างความยั่งยืน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีส่วนในการขับเคลื่อนให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมได้ เพื่อนำมาซึ่งสุขภาพที่ดีของโลก รวมทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งของผู้คนและสัตว์เลี้ยง และสร้างให้เกิดสังคมแห่งการมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น”​ ​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/swap-recycling-projejct-by-mars-petcare-won-fmcg-asia-awards-2023/">&#8216;SWAP  Recycling&#8217; จาก &#8216;มาร์ส เพ็ทแคร์&#8217; คว้าโครงการริเริ่มระดับภูมิภาคด้าน Eco-friendly สร้างระบบนิเวศช่วยจัดการขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกวิบวับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TCP ประกาศเลิกใช้ PETสี พร้อม​อัพเดทแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เล็งศึกษาเชิงลึกปัญหาขวดแก้ว ​ซัพพลายขาด ราคารับซื้อสูง แต่ทำไมคนยังทิ้ง?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-update-sustainable-packaging-target/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Sep 2023 12:27:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อะลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21220</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งข้อมูลที่​น่าสนใจจากงาน TCP Sustainability Forum 2023 ซึ่งเป็นการจัดประชุมด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แนวคิด “Net Zero Transition&#8230;From Commitment to Action : การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ” เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมอง​ ประสบการณ์ รวมทั้งข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน​ และสร้างการมีส่วนร่วมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net zero ในปี 2065 ของประเทศไทย จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวถึงแนวคิดการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ตามกรอบความยั่งยืน โดยตามเป้าหมายตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิลได้ทั้ง 100% ภายในปีหน้า ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าเป็นไปได้ตามแผน โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มสามารถรีไซเคิลได้ครบแล้วทั้ง 100% ขณะที่แนวทางอื่นๆ ที่จะขับเคลื่อนเพิ่มเติมทั้งการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อใช้เทคโนโลยีให้บรรจุภัณฑ์มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น การลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยให้ใช้วัตถุดิบน้อยลง แต่มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยสามารถทำได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งกระป๋องอะลูมิเนียมที่ลดลง 10% ฝาอะลูมิเนียมลดลง 7%  ขวดแก้วลดน้ำหนักลง 21% และขวดพลาสติก PET [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-update-sustainable-packaging-target/">TCP ประกาศเลิกใช้ PETสี พร้อม​อัพเดทแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เล็งศึกษาเชิงลึกปัญหาขวดแก้ว ​ซัพพลายขาด ราคารับซื้อสูง แต่ทำไมคนยังทิ้ง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งข้อมูลที่​น่าสนใจจากงาน <strong>TCP Sustainability Forum 2023 </strong>ซึ่งเป็นการจัดประชุมด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แนวคิด <strong>“Net Zero Transition&#8230;From Commitment to Action : การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ”</strong> เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมอง​ ประสบการณ์ รวมทั้งข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน​ และสร้างการมีส่วนร่วมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net zero ในปี 2065 ของประเทศไทย จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><span id="more-21220"></span></p>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวถึงแนวคิดการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ตามกรอบความยั่งยืน โดยตามเป้าหมายตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิลได้ทั้ง 100% ภายในปีหน้า ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าเป็นไปได้ตามแผน โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มสามารถรีไซเคิลได้ครบแล้วทั้ง 100%</p>
<p>ขณะที่แนวทางอื่นๆ ที่จะขับเคลื่อนเพิ่มเติมทั้งการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อใช้เทคโนโลยีให้บรรจุภัณฑ์มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น การลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยให้ใช้วัตถุดิบน้อยลง แต่มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยสามารถทำได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งกระป๋องอะลูมิเนียมที่ลดลง 10% ฝาอะลูมิเนียมลดลง 7%  ขวดแก้วลดน้ำหนักลง 21% และขวดพลาสติก PET 9% รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนโครงการที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค (EPR) เพื่อเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ได้มากขึ้นเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21225 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Package-1.jpg" alt="" width="1200" height="553" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21226 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Package-.jpg" alt="" width="1200" height="547" /></p>
<p>ขณะเดียวกันจะเดินหน้าการเลิกใช้บรรจุภัณฑ์ขวด PET​ แบบสี ​แม้ทางการตลาดอาจจะยังมีความเชื่อว่า การใช้ขวดเครื่องดื่มพลาสติกแบบสี จะสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการตลาดได้​มากกว่าการใช้ขวดใส แต่ก็มีข้อจำกัดในการนำกลับเข้าระบบการรีไซเคิลของ PET สีที่ยุ่งยากมากกว่า ประกอบกับ​ในความเป็นจริง การตัดสินใจซื้อของลูกค้าขณะที่อยู่หน้าตู้แช่เครื่องดื่ม ​เรื่องของสีขวดไม่ได้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อมากนัก ดังนั้น เชื่อว่าความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ การทำตลาด และการสื่อสาร จะส่งผลให้ TCP ยังสามารถรักษายอดขายไม่ให้ได้รับผลกระทบมากนัก</p>
<p>&#8220;บรรจุภัณฑ์แต่ละประเภท มีจุดเด่นมีข้อดีต่างกัน และไม่สามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ขณะที่ผู้ผลิตเองก็พยายามให้มีสินค้าที่หลากหลายและตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันเครื่องดื่มของ TCP หากแยกตามประเภทของบรรจุภัณฑ์จะสามารถแบ่งสัดส่วนได้เป็น​กระป๋องอลูมิเนียม 60-65% ขวดแก้ว 30-35% และ PET ประมาณ 5% ขณะที่สัดส่วนการใช้ Recycle Content ยัง​อยู่ในกลุ่มขวดแก้วเป็นหลัก แต่มีความพร้อมที่จะเพิ่มเติมในกลุ่มอื่นๆ หากมีซัพพลายวัตถุดิบในตลาดมากพอ&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21224 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ทาง TCP ต้องกลับไปศึกษาต่อเกี่ยวกับปัญหา​ของบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ที่ในมิติของสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นปัญหาเนื่องจาก เป็นกลุ่มที่ตกค้างอยู่ในธรรมชาติค่อนข้างมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ประกอบกับในแง่ของการขนส่งเองก็มีน้ำหนักมาก ทำให้ต้องใช้พลังงานในการขนส่งมากกว่าบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ทำให้มีการสิ้นเปลืองพลังงานรวมทั้งยังสร้างคาร์บอนสูงกว่าบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ด้วย ทำให้เริ่มมีมุมมองจากนักวิชาการมองว่าไม่ควรนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มเช่นกัน</p>
<p>&#8220;ปัญหาเรื่องขวดแก้ว อาจจะต้องมีการศึกษารายละเอียดอย่างจริงจังเพราะในความเป็นจริงแล้ว ขวดแก้วสามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด และยังไม่มีประเด็นเรื่องขวดสีเหมือน PET รวมทั้งในอุตสาหกรรมหลอมแก้วเอง ก็จำเป็นต้องใช้เศษแก้วมาเป็นส่วนประกอบ ทำให้โรงงานแก้วบางแห่งถึงกับต้องตั้งบริษัทรับซื้อขวดแก้วเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ รวมทั้งยังพร้อมจ่ายในราคาที่ค่อนข้างสูง แต่กลับมีขวดกลับเข้าสู่ระบบน้อยมาก ซึ่งอาจต้องไปศึกษาแนวทางความร่วมมือด้าน EPR เพื่อสื่อสารไปถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มสัดส่วนการเก็บกลับได้ดีขึ้น และเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เราต้องกลับไปพูดคุยกับทุกภาคส่วนเพื่อเข้าใจปัญหาได้อย่างเท้จริง&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21223 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแม้จะมีกฏระเบียบจากภาครัฐมาช่วยขับเคลื่อนในเรื่องของการจัดการบรรจุภัณฑ์ในประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในมุมหนึ่งอาจจะช่วยสร้างมาตราฐานให้ทุกคนในตลาดปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันได้ เช่น เรื่องการยกเลิก PET สี หรือ EPR เพื่อกำหนดให้ผู้ผลิตมีความรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์แบรนด์ของตัวเองหลังการบริโภค แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อว่า ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งหมด เพราะในบางประเทศ แม้มีกฏหมายบังคับใช้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ สิ่งที่จำเป็นมากกว่า คือการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ธุรกิจ ภาคสังคม โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักผ่านผู้บริโภคให้เห็นความสำคัญของการแยกขยะ และทิ้งขยะให้ถูกที่ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อไม่ให้เกิดเป็นขยะตกค้าง และเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในการ​นำขยะทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-update-sustainable-packaging-target/">TCP ประกาศเลิกใช้ PETสี พร้อม​อัพเดทแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เล็งศึกษาเชิงลึกปัญหาขวดแก้ว ​ซัพพลายขาด ราคารับซื้อสูง แต่ทำไมคนยังทิ้ง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;มิเนเร่&#8217; ประกาศใช้ขวด rPET ครั้งแรกของตลาดน้ำดื่มไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลทั้งหมด ภายในปี 2025 พร้อมหนุนให้เกิด​ Closed Loop ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/minere-rpet-bottle-made-from-bottles/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jul 2023 08:08:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Closed Loop]]></category>
		<category><![CDATA[ENVICCO]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC YOUเทิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[Good for the Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Good for You]]></category>
		<category><![CDATA[Minere Bottle Made From Bottles]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Recycled Polyethylene Terephthalate]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[นริศรา บำรุงศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มิเนเร่]]></category>
		<category><![CDATA[มิเนเร่ขวดรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วริทธิ์ นามวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19923</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ โดยหน่วยธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ ประเทศไทย ชูแนวคิด “BOTTLE MADE FROM BOTTLES คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่” เปิดตัว “ขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET” (Recycled Polyethylene Terephthalate) ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลเป็นรายแรกของตลาดน้ำดื่มในประเทศไทย พร้อมการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะอาด จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย  ด้านเม็ดพลาสติกได้รับการรับรองจาก อย. สหรัฐฯ  ด้วยกระบวนการรีไซเคิลพลาสติกจากขวดที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อีกไม่จำกัดครั้ง  ปิดเส้นทางขยะพลาสติกสู่หลุมฝังกลบ แหล่งน้ำและท้องทะเล รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอน ปูทางสู่เป้าหมายของมิเนเร่ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้ทำจากพลาสติกรีไซเคิล rPET ครบ 100% ภายในปี ค.ศ. 2025 คุณวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า การเปิดตัวขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ​ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ ประเทศไทย ตามกลยุทธ์ Good for You ที่สร้างสรรค์อาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ และ Good [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/minere-rpet-bottle-made-from-bottles/">&#8216;มิเนเร่&#8217; ประกาศใช้ขวด rPET ครั้งแรกของตลาดน้ำดื่มไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลทั้งหมด ภายในปี 2025 พร้อมหนุนให้เกิด​ Closed Loop ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่</strong> โดยหน่วยธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ ประเทศไทย ชูแนวคิด <strong>“</strong><strong>BOTTLE MADE FROM BOTTLES </strong><strong>คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่”</strong> เปิดตัว “<strong>ขวดรักษ์โลก มิเนเร่ </strong><strong>rPET</strong><strong>” </strong>(Recycled Polyethylene Terephthalate) ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลเป็นรายแรกของตลาดน้ำดื่มในประเทศไทย</p>
<p><span id="more-19923"></span></p>
<p>พร้อมการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะอาด จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย  ด้านเม็ดพลาสติกได้รับการรับรองจาก อย. สหรัฐฯ  ด้วยกระบวนการรีไซเคิลพลาสติกจากขวดที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อีกไม่จำกัดครั้ง  ปิดเส้นทางขยะพลาสติกสู่หลุมฝังกลบ แหล่งน้ำและท้องทะเล รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอน ปูทางสู่เป้าหมายของมิเนเร่ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้ทำจากพลาสติกรีไซเคิล rPET ครบ 100% ภายในปี ค.ศ. 2025</p>
<p><strong>คุณวิคเตอร์ เซียห์ </strong>ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า การเปิดตัวขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ​ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ ประเทศไทย ตามกลยุทธ์ <strong>Good for You</strong> ที่สร้างสรรค์อาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ และ <strong>Good for the Planet</strong> ในการขับเคลื่อนสิ่งดีๆ เพื่อโลก​ โดยอออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้​สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2025 ​สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ระดับโลกที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19962 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Minere-BOTTLE-MADE-FROM-BOTTLES_2-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปิ่นสักก์ สุรัสวดี </strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะพลาสติกเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษมีแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก​ พร้อมตั้งเป้าหมายจะต้องไม่พบขวดพลาสติกในหลุมขยะฝังกลบ โดยสามารถนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ทั้ง 100% ภายในปี 2570 ซึ่งการ​เปิดตัวขวดรักษ์โลก rPET ของมิเนเร่​ เป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อน​ให้เกิด​วงจรปิดหรือ closed loop ของบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมผู้ผลิตน้ำดื่ม</p>
<p><strong>คุณนาริฐา วิบูลยเสข </strong>ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เผยว่า มิเนเร่เป็นแบรนด์แรกในตลาดน้ำดื่มไทยที่ใช้บรรจุภัณฑ์​จากพลาสติกรีไซเคิล หรือ rPET  เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และตอบพันธกิจระดับโลกของเนสท์เล่ ด้วยคอนเซ็ปต์ <strong>“BOTTLE MADE FROM BOTTLES คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่”</strong> โดยผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการแยก ย่อย หลอม จนเป็นขวดรักษ์โลก rPET ที่ได้มาตรฐานเรื่องความสะอาดและปลอดภัยจาก อย. ไทย และตัวเม็ดพลาสติกได้มาตรฐานจาก อย. สหรัฐฯ</p>
<p>&#8220;นอกเหนือจากการออกแบบให้ทุกส่วนของผลิตภัณฑ์แบรนด์มิเนเร่  ไม่ว่าจะเป็นขวด ฝา และฉลากสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% แล้ว ในปีนี้มิเนเร่ยังนำร่องใช้ขวดรักษ์โลก rPET เป็นรายแรกในตลาดน้ำดื่มไทย เพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนของมิเนเร่ ซึ่งหากเทียบ ขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET  กับขวดที่ผลิตจากพลาสติกผลิตใหม่ จะสามารถลดการใช้พลังงานลงได้กว่า​ 80% ​พร้อมทั้ง​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 24% ​ ซึ่งภายในปี 2566 นี้ ​กลุ่มธุรกิจน้ำดื่ม เนสท์เล่ ประเทศไทย ได้ตั้งเป้าลดปริมาณขยะพลาสติกลงมากกว่า 1,200 ตัน หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักของวาฬ 7,000 ตัว&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19956 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Minere-BOTTLE-MADE-FROM-BOTTLES_4-1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจน้ำดื่ม เนสท์เล่ ประเทศไทย ยังมีความมุ่งมั่นในการผลักดันเรื่องการจัดเก็บขวด PET ใช้แล้วอย่างถูกต้อง ผ่านการทำงานในฐานะสมาชิก <strong>“เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” หรือ “PRO-Thailand Network” </strong>โดยทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p>พร้อมทั้งเดินหน้าผนึกพันธมิตร จับมือเซเว่น อีเลฟเว่น และ GC YOUเทิร์น จัดแคมเปญ “<strong>BOTTLE MADE FROM BOTTLES </strong><strong>คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่”</strong> เชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจโลก แยกทิ้งขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นขวดรักษ์โลกมิเนเร่ rPET โดยได้ตั้งถังขยะรีไซเคิลมิเนเร่เพื่อเก็บขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้วจากผู้บริโภค ส่งต่อให้กับโรงงานรีไซเคิลเพื่อนำไปทำความสะอาด ย่อย หลอม ผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และขึ้นรูปกลายเป็นขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ที่ปลอดภัยใสสะอาด ไร้สิ่งเจือปน โดยทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพาโลกไปต่ออย่างยั่งยืนได้ เพียงนำขวดพลาสติกใช้แล้วมาหยอดถังขยะรีไซเคิลมิเนเร่ ที่เซเว่นอีเลฟเว่น 50 สาขาในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566</p>
<p>ด้าน <strong>คุณวริทธิ์ นามวงษ์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า  GC มีความมุ่งมั่นในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ เพื่อสร้างคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่าน YOUเทิร์น แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง สนับสนุนการนำพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือน ส่งกลับมาเป็นวัตถุดิบและกลับเข้าสู่วงจรการผลิตอีกครั้ง ซึ่งในโครงการนี้จะนำขวดพลาสติกใช้แล้วที่เก็บได้ทั้งหมด มาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลโดยโรงงาน ENVICCO พร้อม “คืนชีวิตให้ขวดพลาสติก” โดยวัตถุดิบทั้งหมดเป็นพลาสติกใช้แล้วในประเทศไทย 100% ผ่านกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการรีไซเคิลที่ทันสมัยตามมาตรฐานยุโรป และผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย มาผลิตเป็นขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ผู้บริโภคไทยจึงสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของขวดรักษ์โลกจากมิเนเร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19957 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Minere-BOTTLE-MADE-FROM-BOTTLES_1-1.jpg" alt="" width="1200" height="681" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>คุณนริศรา บำรุงศิริ รองผู้จัดการทั่วไปส่วนงานบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น </strong>กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับน้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ และ GC YOUเทิร์น ในการแก้ไขจัดการขยะขวดพลาสติกอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้การสนับสนุนในการให้จุดตั้งถังขยะรีไซเคิลมิเนเร่ และเก็บขวดพลาสติกที่ใช้แล้วจากผู้บริโภคที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น นำร่อง 50 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา โดยหวังว่าโครงการนี้จะส่งเสริมให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการแยกทิ้งขวด PET อย่างถูกต้องเพื่อชุบชีวิตให้ขวดสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลนำกลับมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อีก เพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น เป็นไปได้ตามปณิธานองค์กร ‘<strong>Giving and Sharing’</strong> ของซีพี ออลล์</p>
<p>“การเปิดตัวขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ใหม่ จะช่วยลดขยะบรรจุภัณฑ์  เป็นการปิดวงจรขวดพลาสติกให้สามารถรีไซเคิลนำพลาสติกกลับมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ ช่วยสร้างประโยชน์มหาศาลให้โลกของเรา เพราะจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร และยังเป็นการลดขยะพลาสติกอีกด้วย ตอกย้ำเป้าหมายของเนสท์เล่ ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของมิเนเร่ให้เป็น rPET 100% ภายในปี 2025 ผู้บริโภคทุกคนก็สามารถมีส่วนร่วมในการดูแลโลกให้ไปต่ออย่างยั่งยืนได้เพียงดื่มน้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ในขวดรักษ์โลก rPET แล้วทิ้งอย่างถูกต้อง เพื่อให้นำไปรีไซเคิลต่อได้” คุณนาริฐา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>มิเนเร่ชวนคนรุ่นใหม่มาทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกของเรา รักษ์โลกให้เต็ม 10 ง่าย ๆ เพียงเลือกซื้อขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPETผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล วางจำหน่ายแล้ว ที่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ ผู้บริโภคสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับน้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/MinereThailand" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/MinereThailand</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/minere-rpet-bottle-made-from-bottles/">&#8216;มิเนเร่&#8217; ประกาศใช้ขวด rPET ครั้งแรกของตลาดน้ำดื่มไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลทั้งหมด ภายในปี 2025 พร้อมหนุนให้เกิด​ Closed Loop ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนสท์เล่ จับมือ Qyos by Algramo นำร่องตู้รีฟิล &#8216;ไมโล -โกโก้ครันช์&#8217; ​ในอินโดนีเซีย เร่งพัฒนาการจัดการระบบพร้อมเพิ่มโซลูชันแก้ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/nestle-and-qyos-study-refill-vending-machine-in-indonesia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 06:57:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Koko Krunch]]></category>
		<category><![CDATA[Milo]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Qyos by Algramo]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Refill]]></category>
		<category><![CDATA[Single Use]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่คุณค่า]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[โกโก้ครันช์]]></category>
		<category><![CDATA[ใช้แล้วทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17725</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนสท์เล่ ร่วมมือกับ Qyos by Algramo สตาร์ทอัพ​ในอินโดนีเซีย ได้นำร่องติดต้ังเครื่องจำหน่ายไมโลและโกโก้ครั้นช์แบบรีฟิล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางช่วยลดปริมาณบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งให้ลดลง ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งของเนสท์เล่และทางการอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถนำภาชนะมาเองหรือซื้อภาชนะที่จัดเตรียมไว้ให้ และสามารถ​เติมผลิตภัณฑ์ไมโลได้ครั้งละ 100 ก. – 1 กก. ส่วนโกโก้ครั้นช์เติมได้ครั้งละ 50 ก. – 350 ก. พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านคิวอาร์โค้ด เพื่อทราบถึงส่วนผสม คุณค่าทางโภชนาการ และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์​ ​ซึ่งระบบรีฟิลได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของอินโดนีเซีย โดยยังคงความปลอดภัยและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ไว้ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพเพื่อการบริโภค ​ สำหรับเครื่องดังกล่าวจะนำไปทดลองติดตั้งไว้ในร้านค้าปลีก 2 แห่ง ในอินโดนีเซีย ได้แก่ Naga Swalyan Simatupang ทางใต้ของจาการ์ตา และที่ตลาดเกษตรกร Summarecon Mall Serpong ใน Tangerang  เป็นระยะเวลาประมาณ 4-6 เดือน เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้ไปพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบรีฟิล เพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลอง​ใช้ระบบรียูสและรีฟิลมากกว่า 20 ระบบใน 12 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/nestle-and-qyos-study-refill-vending-machine-in-indonesia/">เนสท์เล่ จับมือ Qyos by Algramo นำร่องตู้รีฟิล &#8216;ไมโล -โกโก้ครันช์&#8217; ​ในอินโดนีเซีย เร่งพัฒนาการจัดการระบบพร้อมเพิ่มโซลูชันแก้ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เนสท์เล่</strong> ร่วมมือกับ <strong>Qyos by Algramo</strong> สตาร์ทอัพ​ในอินโดนีเซีย ได้นำร่องติดต้ังเครื่องจำหน่ายไมโลและโกโก้ครั้นช์แบบรีฟิล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางช่วยลดปริมาณบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งให้ลดลง ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งของเนสท์เล่และทางการอินโดนีเซีย</p>
<p><span id="more-17725"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถนำภาชนะมาเองหรือซื้อภาชนะที่จัดเตรียมไว้ให้ และสามารถ​เติมผลิตภัณฑ์ไมโลได้ครั้งละ 100 ก. – 1 กก. ส่วนโกโก้ครั้นช์เติมได้ครั้งละ 50 ก. – 350 ก.</p>
<p>พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านคิวอาร์โค้ด เพื่อทราบถึงส่วนผสม คุณค่าทางโภชนาการ และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์​ ​ซึ่งระบบรีฟิลได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของอินโดนีเซีย โดยยังคงความปลอดภัยและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ไว้ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพเพื่อการบริโภค ​</p>
<p>สำหรับเครื่องดังกล่าวจะนำไปทดลองติดตั้งไว้ในร้านค้าปลีก 2 แห่ง ในอินโดนีเซีย ได้แก่ Naga Swalyan Simatupang ทางใต้ของจาการ์ตา และที่ตลาดเกษตรกร Summarecon Mall Serpong ใน Tangerang  เป็นระยะเวลาประมาณ 4-6 เดือน เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้ไปพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบรีฟิล เพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลอง​ใช้ระบบรียูสและรีฟิลมากกว่า 20 ระบบใน 12 ประเทศจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการปัญหาด้านขยะบรรจุภัณฑ์จากทั่วโลก โดยเฉพาะการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อศึกษาวิจัยและหาโซลูชันใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><a href="https://changemakr.asia/nestle-partners-with-qyos-to-initiate-refill-vending-machine-study-to-achieve-packaging-sustainability-development-targets/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.packaging-gateway.com/news/nestle-indonesia-refillable-trial/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/nestle-and-qyos-study-refill-vending-machine-in-indonesia/">เนสท์เล่ จับมือ Qyos by Algramo นำร่องตู้รีฟิล &#8216;ไมโล -โกโก้ครันช์&#8217; ​ในอินโดนีเซีย เร่งพัฒนาการจัดการระบบพร้อมเพิ่มโซลูชันแก้ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้บริโภคอเมริกา 66% ใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน 80% เป็นคนรุ่นใหม่ พร้อม 6 เทรนด์บรรจุภัณฑ์ที่น่าจับตามองในปี 2566</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/opportinity-of-growth-and-trend-of-sustainable-packaing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2023 05:30:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Business of Sustainability Index]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[EPA]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[the Environmental Protection Agency]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16788</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนทั่วโลกปี 2565 มีมูลค่า 252,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่า ช่วงปี 2566 &#8211; 2573 น่าจะมีการขยายตัวที่ 5.8% ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนให้มีการเติบโต คือ ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน สำหรับตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนในอเมริกาเหนือ (อเมริกาและแคนาดา) คาดว่าจะ มีมูลค่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2573 โดยความตระหนักของผู้บริโภค เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นและกฎระเบียบจากรัฐบาล น่าจะช่วยกระตุ้นให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนขยายตัวแบบก้าวกระโดด จากข้อมูลของสำนักงาน the Environmental Protection Agency (EPA) ระบุว่า สหรัฐอเมริกาสร้างขยะที่มาจากบรรจุภัณฑ์มากถึง 80 ล้านเมตริกตัน/ปี โดยอาหารและเครื่องดื่มคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของขยะบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบรับต่อแรงกดดันในการรับรู้ถึงปัญหานี้ของสาธารณชน ธุรกิจจำนวนมากในสหรัฐอเมริกาจึงได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สร้าง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านบริษัทขนาดเล็กในอุตสาหกรรมอาหารและ เครื่องดื่มก็ได้เริ่มใช้มาตรการเหล่านี้แล้วเช่นกัน โดยผู้ผลิตอาหารเป็นจำนวนมากเลือกที่ จะใช้ประโยชน์จากโอกาสดังกล่าวในการนำเสนอบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น McDonald&#8217;s ได้วางแผนที่จะใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน 100% ภายในปี 2568 ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ช่วยสร้างโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์​สีเขียวให้สามารถเข้ามาจำหน่ายและเติบโตในสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้น ด้าน Business [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/opportinity-of-growth-and-trend-of-sustainable-packaing/">ผู้บริโภคอเมริกา 66% ใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน 80% เป็นคนรุ่นใหม่ พร้อม 6 เทรนด์บรรจุภัณฑ์ที่น่าจับตามองในปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนทั่วโลกปี 2565 มีมูลค่า 252,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่า ช่วงปี 2566 &#8211; 2573 น่าจะมีการขยายตัวที่ 5.8% ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนให้มีการเติบโต คือ ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน</p>
<p><span id="more-16788"></span></p>
<p>สำหรับตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนในอเมริกาเหนือ (อเมริกาและแคนาดา) คาดว่าจะ มีมูลค่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2573 โดยความตระหนักของผู้บริโภค เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นและกฎระเบียบจากรัฐบาล น่าจะช่วยกระตุ้นให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนขยายตัวแบบก้าวกระโดด</p>
<p>จากข้อมูลของสำนักงาน <strong>the Environmental Protection Agency (EPA)</strong> ระบุว่า สหรัฐอเมริกาสร้างขยะที่มาจากบรรจุภัณฑ์มากถึง 80 ล้านเมตริกตัน/ปี โดยอาหารและเครื่องดื่มคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของขยะบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา</p>
<p>เพื่อตอบรับต่อแรงกดดันในการรับรู้ถึงปัญหานี้ของสาธารณชน ธุรกิจจำนวนมากในสหรัฐอเมริกาจึงได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สร้าง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านบริษัทขนาดเล็กในอุตสาหกรรมอาหารและ เครื่องดื่มก็ได้เริ่มใช้มาตรการเหล่านี้แล้วเช่นกัน</p>
<p>โดยผู้ผลิตอาหารเป็นจำนวนมากเลือกที่ จะใช้ประโยชน์จากโอกาสดังกล่าวในการนำเสนอบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น McDonald&#8217;s ได้วางแผนที่จะใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน 100% ภายในปี 2568 ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ช่วยสร้างโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์​สีเขียวให้สามารถเข้ามาจำหน่ายและเติบโตในสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16790 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Eco-Pack1.jpg" alt="" width="1000" height="324" /></p>
<p>ด้าน <strong>Business of Sustainability Index  </strong>​สำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จำนวน 1,000 คน พบว่า 66% ของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดนิยมใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน โดย 80% เป็นกลุ่มผู้บริโภคอายุ 18-34 ปีเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (young generation) และมีความยินดีที่จะจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ยั่งยืนเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ มีความยั่งยืนน้อยกว่า</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนในตลาด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มน่าจะมี การเติบโตอย่างมากและต่อเนื่องในอนาคตเพื่อให้รองรับกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ไป ทั้งการซื้ออาหารมาทำที่บ้านและการสั่งอาหารจากร้านอาหาร ซึ่งอิทธิพลดังกล่าวน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ ที่ทำให้กับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ในวงกว้าง ต่อไป</p>
<p><strong>จับตา 6 เทรนด์บรรจุภัณฑ์ที่น่าจับตามองในปี 2566</strong></p>
<p>1. การใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้และวัสดุมีน้ำหนักเบา เพื่อลดปริมาณทรัพยากรและ พลังงานในการผลิต เช่น กล่อง/ฉลากที่สามารถย่อยสลายได้ หรือฉลากมีการพิมพ์สองด้าน</p>
<p>2. การลดขนาดบรรจุภัณฑ์เพื่อลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองและช่วยลดการเน่าของเสียของสินค้า เพื่อให้ใช้ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16791 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Eco-Pack2.jpg" alt="" width="1000" height="288" /></p>
<p>3. การออกแบบเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม การนำกลับมาใช้ใหม่จะช่วยลดความรู้สึกผิดต่อขยะบรรจุภัณฑ์ที่เกิดจากการจับจ่ายซื้อของ บรรจุภัณฑ์แบบเติมได้ประกอบด้วยวัสดุรีไซเคิลที่สามารถนำไปปรับปรุงใหม่หรือผลิตใหม่ได้ เมื่อผู้บริโภคส่งคืนบรรจุภัณฑ์เปล่า ซึ่งทางเลือกดังกล่าวมีคุณค่าสำหรับ บริษัทมากในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดต้นทุนเมื่อใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้เนื่องจาก ธุรกิจสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง อย่างไรก็ดี ธุรกิจสามารถจูงใจผู้บริโภคด้วยโปรแกรมการเติมเงิน โปรแกรม ลดราคาเมื่อนำบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นกลับมา</p>
<p>4. บรรจุภัณฑ์ชีวภาพย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยใช้วัสดุที่ผลิตจากสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติเช่น พืช ผลไม้และสาหร่าย การใช้วัสดุเหล่านี้ช่วยลดการใช้สารเคมีเชื้อเพลิงชีวภาพและพลาสติก อันจะกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ชีวภาพเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผู้บริโภคอย่างมาก เนื่องจากผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียนซึ่งสามารถ ทดแทนได้จากการหมุนเวียนทางธรรมชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16793 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Eco-Pack4.jpg" alt="" width="1000" height="260" /></p>
<p>5. ฉลากแบบล้างออก เพื่อความสะดวกกับผู้บริโภคในการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์โดยไม่ต้องแยก ส่วนประกอบ การใช้หมึกพิมพ์และกาวชีวภาพสำหรับฉลากที่ล้างออกง่ายจะทำให้ภาชนะที่ทำจาก PET และพลาสติก ชนิดอื่นๆ สามารถรีไซเคิลได้ฉลากแบบล้างออกได้เป็นอีกหนึ่งเทรนด์หนึ่งของการติดฉลากบนบรรจุภัณฑ์ที่กำลังมา แรงในปี2566 โดยมีการนำหมึกพิมพ์ที่ทำจากถั่วเหลืองและผักซึ่งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมมาใช้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Eco-Pack3.jpg" alt="" width="1000" height="339" /></p>
<p>6. การนำวัสดุที่มาจากขยะหลังการบริโภคหรือวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภคนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่ม ประโยชน์ในการใช้งาน เช่น ขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งแล้วซึ่งเก็บมาจากพื้นที่ชายฝั่งทะเล การนำภาชนะบรรจุโพลีเอทิลีน เทเรฟทาเลตกลับมาแปรรูป (PET) ทั้งนี้ การบอกเล่าเรื่องราวและแหล่งที่มาของวัสดุจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมา ทดลองซื้อสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคจะรู้สึกว่าตนเองมีส่วนในการช่วยปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/opportinity-of-growth-and-trend-of-sustainable-packaing/">ผู้บริโภคอเมริกา 66% ใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน 80% เป็นคนรุ่นใหม่ พร้อม 6 เทรนด์บรรจุภัณฑ์ที่น่าจับตามองในปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำดื่ม &#8216;กรีนเนอรี่&#8217; เพิ่มไลน์อัพขยายฐาน ​&#8217;น้ำแร่ สปาร์คลิ่ง&#8217; ชูศักยภาพลดคาร์บอนฯ 3 เท่า ตั้งเป้ายอดปีหน้า 3 ล้านกระป๋อง เพิ่มโซลูชันลดขยะบรรจุภัณฑ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/greenery-water-expand-product-and-channel-for-eco-friendly-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2022 05:10:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Can Change The World]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[greenery water]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[กระป๋องอะลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนเนอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนบูรณ์​ สมบูรณ์​]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่มกรีนเนอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่มกรีนเนอรี่ สปาร์คลิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแร่กรีนเนอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อะลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16302</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือว่าขยับได้ตามเป้าหมายหลักในการถือกำเนิดแบรนด์ น้ำดื่มกรีนเนอรี่ (Greenery Water) ด้วยจุดประสงค์สำคัญในการเข้าไปเป็นน้ำดื่มทางเลือกเพื่อทดแทนบรรจุภัณฑ์ขวดน้ำพลาสติก ซึ่งในแต่ละปีมีการผลิตออกมาจำหน่ายถึงกว่า 6,000 ล้านขวด​ และยังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีจำนวนขยะขวดพลาสติกไหลลงสู่ทะเลไทยแต่ละปีสูงถึง 28,000 ตัน​ รวมทั้ง​ทำให้ไทยติด Top 5 ประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลสูงที่สุดของโลก ยังไม่รวมถึงขยะพลาสติกประเภทอื่นๆ ที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 4 แสนตันต่อปีเลยทีเดียว ที่ผ่านมา น้ำดื่มกรีนเนอรี่พยายามสร้างความตระหนักรู้พร้อมท้ังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในต้นทางการผลิตขยะบรรจุภัณฑ์​ โดยเฉพาะกลุ่มองค์กรที่มักจะใช้น้ำดื่มเป็นเครื่องมือสร้าง Corporate Branding ไม่ว่าจะเป็นบริษัทต่างๆ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ  เพื่อเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากน้ำดื่มขวดพลาสติก มาเป็นน้ำในบรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียมซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า ​และยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังเร่งขยายช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้มีความหลากหลาย ทั้งในรูปแบบ B2B อาทิ ร้าน Specailty Coffee  โชว์รูมรถยนต์ สวนสนุกและสวนน้ำ หรือแม้แต่การให้บริการในเรือสำราญต่างๆ รวมไปถึงการเข้าไปเป็นพันธมิตรกับงานอีเวนท์ต่างๆ ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสูง อาทิ งานในกลุ่ม Art,  Creative, Design หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/greenery-water-expand-product-and-channel-for-eco-friendly-packaging/">น้ำดื่ม &#8216;กรีนเนอรี่&#8217; เพิ่มไลน์อัพขยายฐาน ​&#8217;น้ำแร่ สปาร์คลิ่ง&#8217; ชูศักยภาพลดคาร์บอนฯ 3 เท่า ตั้งเป้ายอดปีหน้า 3 ล้านกระป๋อง เพิ่มโซลูชันลดขยะบรรจุภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือว่าขยับได้ตามเป้าหมายหลักในการถือกำเนิดแบรนด์ <strong>น้ำดื่มกรีนเนอรี่ (</strong><strong>Greenery Water)</strong> ด้วยจุดประสงค์สำคัญในการเข้าไปเป็นน้ำดื่มทางเลือกเพื่อทดแทนบรรจุภัณฑ์ขวดน้ำพลาสติก ซึ่งในแต่ละปีมีการผลิตออกมาจำหน่ายถึงกว่า 6,000 ล้านขวด​</p>
<p><span id="more-16302"></span></p>
<p>และยังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีจำนวนขยะขวดพลาสติกไหลลงสู่ทะเลไทยแต่ละปีสูงถึง 28,000 ตัน​ รวมทั้ง​ทำให้ไทยติด Top 5 ประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลสูงที่สุดของโลก ยังไม่รวมถึงขยะพลาสติกประเภทอื่นๆ ที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 4 แสนตันต่อปีเลยทีเดียว</p>
<p>ที่ผ่านมา น้ำดื่มกรีนเนอรี่พยายามสร้างความตระหนักรู้พร้อมท้ังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในต้นทางการผลิตขยะบรรจุภัณฑ์​ โดยเฉพาะกลุ่มองค์กรที่มักจะใช้น้ำดื่มเป็นเครื่องมือสร้าง Corporate Branding ไม่ว่าจะเป็นบริษัทต่างๆ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ  เพื่อเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากน้ำดื่มขวดพลาสติก มาเป็นน้ำในบรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียมซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า ​และยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้นด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเร่งขยายช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้มีความหลากหลาย ทั้งในรูปแบบ B2B อาทิ ร้าน Specailty Coffee  โชว์รูมรถยนต์ สวนสนุกและสวนน้ำ หรือแม้แต่การให้บริการในเรือสำราญต่างๆ รวมไปถึงการเข้าไปเป็นพันธมิตรกับงานอีเวนท์ต่างๆ ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสูง อาทิ งานในกลุ่ม Art,  Creative, Design หรือ Music Festival ต่างๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16305 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/5-1.jpg" alt="" width="529" height="529" /></p>
<p>ในส่วนช่องทาง B2C ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง นอกจากมีการวางจำหน่ายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตระดับบนอย่าง วิลล่ามาร์เก็ต หรือกรูเมต์ มาร์เก็ตแล้ว จะเพิ่มช่องทางขายผ่านโลตัส สาขาขนาดใหญ่  และเตรียมวางขายน้ำดื่มผ่านตู้หยอดเหรียญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่จะนำไปวางจำหน่ายในสถานที่ศึกษาหรือมหาวิทยาลัย รวมทั้งเพิ่มเติมในซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ขยะบรรจุภัณฑ์ ถือเป็นหนึ่งในวาระเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง Greene</em><em>r</em><em>y </em><em>Water</em> <em>พยายามสร้างความตระหนักผ่านกลุ่มผู้ประกอบการในการลดผลกระทบเชิงลบผ่านการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่สร้างภาระให้สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการหันมาใช้ภาชนะบรรจุที่เป็นกระป๋องอะลูมิเนียมทดแทนขวดพลาสติก ซึ่งดีต่อโลกมากกว่า เพราะสามารถรีไซเคิลได้ทั้ง </em><em>100% และยังลดการใช้ทรัพยากรใหม่ลงได้กว่า 95%  ตามแนวคิด <strong>Can Change The World</strong> ซึ่งสะท้อนว่าบรรจุภัณฑ์มีความสามารถในการเปลี่ยนมาสู่โลกที่ดีกว่าเดิมได้&#8221; <strong>คุณธนบูรณ์​ สมบูรณ์</strong>​  ประธานกรรมการบริหารแบรนด์น้ำดื่ม Greenery Water ให้ข้อมูล </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16306 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/2-2.jpg" alt="" width="573" height="573" /></p>
<p><strong>คาดยอดขายทะลุ </strong><strong>3 ล้านกระป๋อง</strong></p>
<p><strong>คุณเอช</strong><strong> &#8211; ธนบูรณ์​ สมบูรณ์</strong><span style="text-decoration: underline;">​</span>  ประธานกรรมการบริหารแบรนด์น้ำดื่ม Greenery Water  ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จเพิ่มเติมว่า ในปีนี้น่าจะทำยอดขายได้ราว 7 แสนกระป๋อง ​​โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายจากทุกช่องทางเพิ่มเติมในปีต่อไปให้ได้มากกว่า 3 ล้านกระป๋อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของกรีนเนอรี่ในการที่ได้เข้ามามีส่วนช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะบรรจุภัณฑ์ลงได้​ และต้องถือว่าทำได้สูงเกินกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ว่าจะทำยอดขายแตะ 1 ล้านกระป๋องได้ในปีหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16304 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/Cobrand-event-.jpg" alt="" width="569" height="569" /></p>
<p>นอกจากนี้ ​​ Greenery Water ยังสามารถพัฒนากระบวนการผลิตให้มีศักยภาพในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมราว 3 เท่า จากที่เคยลดการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในการรีไซเคิลอะลูมิเนียม 1 กิโลกรัม ได้ 3.71 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันสามารถลดลงได้ถึง 9.13 กิโลกรัมแล้ว ​ นอกจากนี้ยังมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการใช้กระป๋องอะลูมีเนียมรีไซเคิล (Recycle Content) ในกระบวนการผลิตให้เพิ่มมากขึ้น​ จากปัจจุบันที่ในกระบวนการผลิตมีการใช้วัตถุดิบจาก Recycle Content​ ที่ 70% ซึ่งจะเพิ่มเป็น 80% ในอนาคต</p>
<p>ขณะเดียวกันยังได้เพิ่มโปรดักต์ไลน์อัพทั้งในกลุ่มน้ำแร่ และสปาร์คลิ่ง หรือน้ำดื่มอัดก๊าซ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคได้กว้างมากขึ้น และสามารถเข้าไปทดแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งยังเพิ่มโอกาสให้สามารถเข้าไปทดแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกในปริมาณที่มากยิ่งขึ้นด้วย</p>
<p>โดยในปัจจุบันผลิตภัณฑ์น้ำดื่มกรีนเนอรี่ มี 3 ประเภท คือ <strong>น้ำดื่มกรีนเนอรี่ (Greenery Water)</strong> น้ำดื่มคุณภาพที่ผ่านการกรองด้วยระบบ RO (Reverse Osmosys) พร้อมฆ่าเชื้อด้วยโอโซนและยูวี <strong>น้ำแร่กรีนเนอรี่  (Greenery Mineral)</strong> น้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติ 100% บ้านพรรั้ง จ.ระนอง นำมาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ตามมาตรฐานสากล ให้ยังคงคุณสมบัติและรสชาติของแร่ธาตุไว้ได้อย่างครบถ้วน และ <strong>น้ำดื่มกรีนเนอรี่ สปาร์คลิ่ง</strong>  <strong>(Greenery Sparkling)</strong>  น้ำดื่มบริสุทธิ์ที่ผ่านกระบวนการเติมความซ่าอย่างพิถีพิถัน สำหรับเติมความสดชื่นให้กับร่างกายได้ตามต้องการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16303 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/ingo-.jpg" alt="" width="636" height="900" /></p>
<p>นอกจากนี้ ทาง Greenery Water ยังให้ความสำคัญในการส่งต่อคุณค่าจากการดำเนินธุรกิจไปสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้การสนับสนุนการจัดหาน้ำดื่มสะอาดแก่ถิ่นทุกกันดาร ผ่านการบริจาค 50 สตางค์ จากยอดขายทุกกระป๋อง ให้กับมูลนิธิสติ ผ่านโครงการน้ำดื่มสะอาดเพื่อน้อง ที่ทางกรีนเนอรี่ได้มีการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/greenery-water-expand-product-and-channel-for-eco-friendly-packaging/">น้ำดื่ม &#8216;กรีนเนอรี่&#8217; เพิ่มไลน์อัพขยายฐาน ​&#8217;น้ำแร่ สปาร์คลิ่ง&#8217; ชูศักยภาพลดคาร์บอนฯ 3 เท่า ตั้งเป้ายอดปีหน้า 3 ล้านกระป๋อง เพิ่มโซลูชันลดขยะบรรจุภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
