ไบเดน ลดกำแพงช่วยกลุ่มเปราะบางมะกัน 4.5 ล้านครัวรือน เข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน ประหยัดค่าไฟได้ปีละ 10%

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพลังงานหมุนเวียนมีบทบาทที่สำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานในอนาคต และการเข้ามาแทนที่พลังงานจากถ่านหิน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของปัญหาโลกร้อน แต่การเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนเหล่านั้น มักแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงที่คนรายได้น้อยซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ไม่สามารถเอื้อมถึงได้

ฝ่ายบริหารของรัฐบาลโจ ไบเดน จึงได้เปิดตัวแผนนโยบายใหม่เพื่อให้ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยเข้าถึงพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวได้ประกาศ 2 โครงการใหม่ ที่มีเป้าหมายขยายการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ 1. โครงการ “พลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน” และ 2. โครงการรางวัล Sunny สำหรับชุมชนพลังงานแสงอาทิตย์ที่เท่าเทียมกัน

สำหรับโครงการ “พลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน”  มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดค่าไฟให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อยในชุมชน ขณะเดียวกันยังช่วยรณรงค์ให้มีการใช้พลังงานสะอาดในวงกว้าง โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทุกครัวเรือนที่ลงทะเบียนใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้รับประโยชน์ร่วมกัน จากแผงโซลาร์ในฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้ง โดยบริษัทด้านพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยครัวเรือนที่ได้ลงทะเบียนไว้ผ่านโครงการจะได้รับเครดิตในบิลค่าไฟสำหรับการใช้พลังงานที่ผลิตมาจากโซลาร์ฟาร์มดังกล่าว

ทั้งนี้ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนของประธานาธิบดีไบเดน จะช่วยช่วยลดกำแพงและเพิ่มการเข้าถึงผู้คนในวงกว้างได้มากกว่า โดยเฉพาะผู้เช่าอาศัยและผู้ที่ไม่สามารถจ่ายค่าติดตั้งแผงโซลาร์ได้ ซึ่งมีราคาสูงถึง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตามข้อมูลจากรายงาน Pew Research Center  เผยข้อมูลการสำรวจในปี 2019 พบว่า มีครัวเรือนเพียง 6% ที่ได้ติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ และ 46% บอกว่า พวกเขาอยากติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่บ้านเช่นกัน แต่ราคากลับเป็นอุปสรรคใหญ่ ที่ทำให้ผู้คนไม่อาจเอื้อมถึง นอกจากนี้ จากการสำรวจล่าสุดของกรมพลังงานและ Lawrence Berkeley National Laboratory พบว่า มีครัวเรือนในสหรัฐฯ เพียง 14% ที่ติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ มีรายได้น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี

ด้วยเหตุนี้ กรมการเคหะและการพัฒนาเมือง จึงได้ประกาศแนวทางใหม่ที่ให้ผู้พักอาศัยในที่พักของการเคหะ สามารถลงทะเบียนใช้พลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนได้ โดยเครดิตที่พวกเขาได้รับจากการลงทะเบียนจะไม่นำไปคิดเป็นรายได้ครัวเรือน ซึ่งอาจจะกระทบสิทธิ์การได้รับความช่วยเหลือด้านค่าเช่า ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวก็คิดว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สามารถช่วยผู้คนกว่า 4.5 ล้านครัวเรือน ให้สามารถเข้าถึงโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนได้ และยังช่วยครัวเรือนเหล่านั้นประหยัดค่าไฟได้ถึง 10% ต่อปี 

หลังจากนี้ ทางทำเนียบขาวยังได้ประกาศโครงการนำร่องใหม่ เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนมาสู่ครัวเรือนที่ลงทะเบียนในโครงการความช่วยเหลือด้านพลังงานภายในบ้านที่มีรายได้ต่ำของรัฐบาลกลาง (LIHEAP) ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยจ่ายค่าไฟ และยังจัดหาเงินทุน เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาคารบ้านเรือนจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นเพื่อให้เป็นบ้านที่สามารถประหยัดพลังงานมากขึ้น 

โดยทางกรมพลังงานได้จับมือกับกรมการสุขภาพและการบริการมนุษย์ วางแผนพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริหารจัดการผู้ที่ลงทะเบียนโครงการดังกล่าวด้วย ซึ่งจะเริ่มนำร่องในโคโลราโด อิลินอยส์ นิวเจอร์ซี นิวเม็กซิโก นิวยอร์ก และ วอชิงตัน​ ดีซี โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถช่วยผู้ลงทะเบียนประหยัดค่าไฟได้ถึง 20% และภายในปี 2025 คาดว่า จะมีเม็ดเงินจากการประหยัดไฟรวมกัน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

ขณะที่การมอบรางวัลในโครงการ “รางวัล Sunny สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนที่เท่าเทียมกัน” เพื่อเพิ่มพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนให้มากขึ้น โดยจะรวบรวมเงินสะสมจำนวน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อมอบรางวัลตั้งแต่ 1,000 – 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนที่เข้าถึงครัวเรือนรายได้น้อยถึงปานกลางได้เป็นอย่างดี 

โครงการข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายพลังงานของประธานาธิบดีไบเดน เพื่อขับเคลื่อนวาระด้านพลังงานสะอาดต่อไป โดยเครดิตภาษีจำนวน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับพลังงานสะอาดซึ่งนับเป็นแผนด้านภูมิอากาศที่สำคัญของพรรคเดโมเครตไปไม่รอดหลังจากที่วุฒิสมาชิกของรัฐเวสต์เวอร์จิเนียร์อย่าง Joe Manchin ระงับการลงคะแนนเสียง

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการออกกฎหมายด้านภูมิอากาศที่ครอบคลุม ฝ่ายบริหารของไบเดนก็คงหันไปใช้กลยุทธ์ทีละส่วนเพื่อกระตุ้นพลังงานสะอาด แต่ในวันนี้ ผู้ให้การสนับสนุนด้านสภาพภูมิอากาศและสมาชิกสภานิติบัญญัติในสภาคองเกรสต่างเรียกร้องให้ไบเดนประกาศภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ ซึ่งช่วยปลดล็อกอำนาจบริหารของเขาให้มากขึ้นในการจำกัดการขุดเจาะและการลงทุนด้านเชื้อเพลิงฟอสซิล

source

Stay Connected
Latest News