ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้าโครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับศักยภาพและเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และเสริมความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทยในระยะยาว
หลังแนะนำโครงการตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และได้เริ่มเดินหน้าเปิดโครงการอย่างเป็นทางการแล้ว ปัจจุบันมี บจ. เข้าร่วมโครงการ JUMP+ รวม 143 บริษัท หรือคิดเป็น 16% จากจำนวน บจ. ทั้งหมด 868 บริษัท โดย บจ. ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดต้องทำการส่งแผนพัฒนาธุรกิจระยะยาว 3 ปี ครอบคลุมทั้งแผนงานด้านธุรกิจ แผนด้านธรรมาภิบาล และแผนจัดการก๊าซเรือนกระจก

คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ JUMP+ นับเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่สะท้อนพันธกิจ การสร้างตลาดที่น่าเชื่อถือ (Trusted Marketplace) มีสินค้าคุณภาพ มีธรรมาภิบาลที่ดี ตอบโจทย์การลงทุน รวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานข้อมูลที่ครบถ้วน พร้อม เสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) ผ่านการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับ บจ. ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities หรือเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน
คุณสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ และสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า บจ. ที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 143 บริษัท หรือคิดเป็น 16% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แบ่งเป็น บจ. ใน SET 87 บริษัท และ mai 56 บริษัท รวมมูลค่า Market Cap กว่า 2.2 ล้านล้านบาท หรือ 14% ของมูลค่า บจ. ที่อยู่ในตลาด และครอบคลุมอยู่ในหลากหลายขนาด ทั้งกลุ่ม SET 50 รวมทั้งกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กซึ่งเป็นสัดส่วนกลุ่มใหญ่ โดยได้กระจายไปทุกอุตสาหกรรม อาทิ ภาคเกษตร การเงิน อุตสาหกรรม การผลิต บริการ เทคโนโลยี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจในการให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าบริษัทเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

“โครงการ JUMP+ เป็นหนึ่งใน flagship projects ตามแผนกลยุทธ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งริเริ่มขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของตลาดทุนไทยที่ต้องการยกระดับความน่าสนใจของ บจ. และตลาดทุนไทย โดยส่งเสริมให้ บจ. มีเป้าหมายและแผนระยะยาวในการเพิ่มมูลค่าบริษัท (Corporate Value) ควบคู่ไปกับการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทที่ร่วมโครงการต้องจัดทำแผน JUMP+ กำหนดเป้าหมายและแผน 3 ปี (2569–2571) ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นแผนด้านธุรกิจ ด้านธรรมาภิบาล และแผนจัดการก๊าซเรือนกระจก”
จากการพิจารณาแผนแต่ละด้านของทั้ง 143 บริษัท ที่นำส่งเข้ามา พบข้อมูลต่อไปนี้
– แผนด้านธุรกิจ (Business) : บจ. ตั้งเป้าหมายการเติบโตด้านรายได้หรือกำไรสูงถึง 138 บริษัท หรือคิดเป็น 96% และมีแผนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเป้าหมาย 278 แผนงาน ครอบคลุมทั้งมิติการเติบโต (Growth) มิติประสิทธิภาพ (Profitability and Efficiency) และเสถียรภาพ (Financial Stability) นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนมุ่งศักยภาพในการลดต้นทุน และเพิ่มเสถียรภาพ เพื่อสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– แผนด้านธรรมาภิบาล (Governance) : ทั้ง 143 บริษัท ได้นำเสนอแผนด้านธรรมาภิบาล รวมทั้งสิ้น 272 แผนงาน มากกว่าครึ่งเป็นแผนยกระดับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน แผนยกระดับการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด และแผนยกระดับการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญด้าน Governance ขณะที่ยังมีแผนเกี่ยวกับการบริหารบุคลากรและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งความเป็นอิสระและศักยภาพในการตรวจสอบของคณะกรรมการบริษัท
– สำหรับแผนการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Plan) ได้กำหนดไว้เป็นทางเลือกแบบสมัครใจ แต่มี บจ. ถึง 80% หรือจำนวน 114 บริษัท ได้นำเสนอแผนดังกล่าวเข้ามาด้วย และมีถึง 42 บริษัท ที่ยังไม่เคยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ Climate Action Plan มาก่อน และได้เริ่มจัดทำแผนด้านการรายงานและทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อมาเข้าโครงการ ขณะที่ 72 บริษัท ได้ส่งแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ในองค์กร พร้อมตั้งเป้าหมายลด GHG Emission เฉลี่ย 12.8% ภายในปี 2571 สะท้อนถึงการให้ความความสำคัญด้าน ESG ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ

“ทุก บจ. ต้องนำเสนอแผน JUMP+ ต่อผู้ลงทุนให้ครบทุกบริษัท ซึ่งกำหนดระยะเวลาไว้ภายใน วันที่ 17 เม.ย. 2569 หลังจากนั้น แต่ละ บจ. จะต้องเข้าไปรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผน JUMP+ และสื่อสารให้ผู้ลงทุนทราบอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือสามารถสรุปผลประกอบการในแต่ละไตรมาส ซึ่งผู้ลงทุนสามารถถามคำถามกับผู้บริหารได้โดยตรงระหว่างการนำเสนอความคืบหน้าการดำเนินงาน รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวกับแผนงาน JUMP+ ของบริษัท ผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้เมนู JUMP+ หรือหากมีปัจจัยต่าง ๆ มากระทบการดำเนินงานตามแผน JUMP+ บจ. สามารถปรับเปลี่ยนเป้าหมาย แผนงาน หรือข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับแผน JUMP+ ได้ โดยต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และต้องเปิดเผยและสื่อสารข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้ลงทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กำกับดูแลการเปิดเผยข้อมูลและกำกับการซื้อขาย บจ. ในโครงการ JUMP+ ให้เป็นไปตามเกณฑ์เช่นเดียวกับ บจ. ทุกราย”
ทั้งนี้ หลังจากนำเสนอแผนแล้ว ทาง บจ. ที่เข้าร่วมโครงการจะเริ่มขับเคลื่อนการดำเนินการตามแผนงานและกลยุทธ์ที่วางไว้ เพื่อสามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ ภายใต้การสื่อสารกับกลุ่มผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และพันธมิตร จะทำหน้าที่ในการช่วยสนับสนุน บจ. ให้บรรลุเป้าหมายในแต่ละแแผนงาน เช่น กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ในการมอบเงินทุนสนับสนุนเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมาย หรือการให้รางวัลสำหรับบริษัทที่สามารถบรรลุแผนที่วางไว้ได้ โดยตั้งงบสนับสนุนตลอดโครงการ 3 ปี ไว้ราว 800 ล้านบาท รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยให้บริษัทเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ลงทุน (Corporate Visibility) เช่น กิจกรรม JUMP+ Investor Day รวมไปถึงการร่วมใน flagship event อื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ การจัดอบรมเพื่อเสริมองค์ความรู้ให้บริษัทสามารถดำเนินการตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสามารถสื่อสารกับผู้ลงทุน โดยเป็นการทำงานด้วยความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรในภาคตลาดทุน

ผู้ลงทุนและผู้สนใจดูรายชื่อ บจ. ในโครงการ JUMP+ ได้ที่ www.set.or.th/th/market/information/jump-plus/companies-list
พร้อมฟังการนำเสนอแผน JUMP+ ของบริษัท ได้ที่ https://opportunity-day.setgroup.or.th/th/jump-plus






