เป็นหนึ่งในธนาคารที่ให้ความสำคัญกับการมุ่งแก้ปัญหาภาระหนี้สินให้คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี (ttb) โดยเฉพาะในกลุ่มมนุษย์เงินเดือนซึ่งถือเป็นคนกลุ่มหลักของประเทศ ที่มีภาระความรับผิดชอบต่อครอบครัว รวมทั้งมีพฤติกรรม และมีแนวโน้มความเสี่ยงในการก่อหนี้จนสูงเกินความสามารถในการผ่อนชำระ และกลายเป็นปัญหาการมีหนี้สินเกินตัวตามมา
ประกอบกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้ตลอด Journey ของคนเป็นหนี้ได้ทุกระยะ ไม่ว่าจะเป็นปลายทางในการแก้หนี้ ทั้งการช่วยรวบหนี้ เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่ต่ำลง การมีสินเชื่อสวัสดิการเพื่อให้มีเงินก้อนในการไปจัดการหนี้ ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง หรือโครงการคุณสู้ เราช่วย สำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่เริ่มเข้าสู่จุดวิกฤต และสามารถกลับมายืนหยัดได้ใหม่อีกครั้ง
รวมทั้งการพัฒนาแพลตฟอร์มในการตรวจเช็คสุขภาพทางการเงิน เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเงินที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งโครงการที่ออกมาเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่มีวินัยทางการเงินที่ดี เพื่อการเป็นหนี้อย่างมีคุณภาพ ได้แก่ โครงการผ่อนดีมีรางวัล และสินเชื่อคนผ่อนดี ผ่านการได้รับข้อเสนอที่ดีกว่า การได้ส่วนลดดอกเบี้ย หรือมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า เป็นต้น ซึ่งเป็นการพิจารณาสินเชื่อตามแนวทาง ‘Risk-based Pricing’ เพื่อส่งเสริมคนให้มีวินัยทางการเงิน และให้ความสำคัญกับการรักษาเครดิตทางการเงิน เพื่อสามารถเข้าถึงหนี้ที่มีคุณภาพได้ ในยามที่จำเป็นต้องสร้างหนี้

เดินหน้า ‘โค้ชปลดหนี้’ เติมจิ๊กซอสำคัญในอีโคซิสเต็ม
คุณฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและศักยภาพของมนุษย์เงินเดือน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกว่า 12.5 ล้านคน หรือราว 30% ของตลาดแรงงานทั้งหมด โดยมีสาเหตุหลักจากภาระดูแลครอบครัว ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่กระทบต่อสถานะทางการเงิน (ที่มา : ttb analytics ปี 2568)
รวมทั้งอินไซต์สำคัญที่ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินที่กำลังเผชิญอยู่ได้ หรือในทางกลับกันยิ่งซ้ำเติมให้หนี้สินที่มีเพิ่มขึ้นมากไปกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น การขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดการหนี้อย่างแท้จริง การไม่สามารถวางแผนทางการเงิน รวมทั้งการไม่มีวินัยในการแก้หนี้ รวมทั้งการไม่มีที่ปรึกษา หรือไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลหนี้ตามความจริง ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข หรือทำให้ปัญหาลุกลามและมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้นได้อีก
“การมีโค้ชหรือที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อช่วยวางแผนในการแก้หนี้อย่างเป็นระบบเป็นหนึ่งจิ๊กซอที่มีความสำคัญ เพราะหลายคนที่เป็นหนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง หรือบางครั้งการให้แค่เงินก็ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริงได้ แต่ การแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนต้องทำมากกว่าการปรับลดภาระหนี้ ต้องช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีวินัยทางการเงินและสามารถบริหารจัดการการเงินได้ด้วยตนเองในระยะยาว รวมทั้งมีการติดตามและโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้จ่ายเพื่อลดภาระ และสร้างความรู้ความเข้าใจทางการเงิน เพื่อป้องกันการสร้างหนี้เพิ่มเติมโดยไม่จำเป็นในระยะยาว”
ทั้งนี้ ทีทีบี ได้เริ่มขับเคลื่อนโครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ เพื่อพัฒนาโซลูชันช่วยเหลือลูกหนี้ที่มุ่งยกระดับการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ เพื่อมุ่งให้เกิดผลลัพธ์การแก้ปัญหาหนีได้อย่างยั่งยืน ซึ่งต่อยอดโครงการจากการนำร่องช่วยแก้ปัญหาทางการเงินของพนักงานในองค์กร ที่พัฒนาโมเดลแก้หนี้ที่ผสานการปรับโครงสร้างหนี้เข้ากับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงิน ซึ่งสามารถทำให้พนักงานที่เข้าร่วมโครงการกว่า 560 เคส สัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งกลับมามีสถานะทางการเงินดีขึ้น ทั้งสภาพคล่องและกระแสเงินสดกลับมาเป็นบวกได้ภายใน 1 ปี หลังจากการได้เข้ารับการปรึกษาจากโค้ช

“ปัจจุบันทีทีบีได้สร้างโค้ชปลดหนี้จากพนักงานในองค์กรรวม 110 คน สำหรับการเป็นที่ปรึกษาให้กลุ่มพนักงานที่ต้องได้รับการแก้ปัญหาหนี้ หลังผลจากการตรวจสุขภาพทางการเงินผ่านแพลตฟอร์ม ttb financial health check ซึ่งจะทำการระบุกลุ่มพนักงานตามสี ทั้ง สีเขียว – มีสถานะทางการเงินแข็งแรง สีเหลือง – เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง สีส้ม – กำลังเผชิญภาระหนี้และสภาพคล่องติดลบ และ สีแดง – อยู่ในภาวะวิกฤตทางการเงินและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยมีกลุ่มพนักงานราว 13% ที่ต้องพบโค้ช รวมทั้งการเข้าคอร์สความรู้ทางการเงินออนไลน์ตามโปรแกรม ซึ่งโครงการมีผลลัพธ์ที่ดีและทำให้พนักงานธนาคารมีสุขภาพทางการเงินโดยรวมดีขึ้นได้”
นำมาสู่ การขยายผล ‘โค้ชปลดหนี้’ สู่องค์กรพันธมิตร โดยเริ่มนำร่องจากธุรกิจที่ใช้บัญชีเงินเดือนของ ttb โดยเริ่ม MOU กับทาง MBK เป็นรายแรก และตั้งเป้าความร่วมมือในปีแรกไว้ราว 10 องค์กร ซึ่งยังอยู่ระหว่างขั้นตอนเจรจาร่วมมือทั้งกลุ่มธุรกิจ และกลุ่มโรงพยาบาล เพื่อสามารถขยายความช่วยเหลือให้กลุ่มพนักงานเงินเดือนในวงกว้างมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างโค้ชปลดหนี้ภายในองค์กรพันธมิตรแต่ละแห่ง เพื่อสามารถดำเนินการภายในได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเป้าหมายในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ให้กลุ่มพนักงานเงินเดือนได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มพนักงานเงินเดือนเข้ารับการตรวจสุขภาพทางการเงินรวมกันแล้วกว่า 144,000 คน

“เป้าหมายสำคัญของโครงการโค้ชปลดหนี้ ยังต้ังเป้าให้เกิดการยกระดับเป็นแพลตฟอร์มกลาง เพื่อช่วยให้ความรู้และแก้หนี้ให้คนไทย ทั้งการรวมโค้ชจากกลุ่มผู้มีความรู้ทางการเงิน และสามารถเข้าถึงเพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพทางการเงิน รวมทั้งสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ภายในโปรแกรม เพื่อเป็นแนวทางในการไปใช้แก้ปัญหาหนี้ได้ในวงวกว้างและสร้างประโยชน์ในภาพรวมได้มากขึ้น”
หนุนใช้ ‘Risk-based Pricing’ ช่วยเข้าถึงหนี้อย่างมีคุณภาพ
นอกจากบทบาทในการเข้าไปช่วยแก้ปัญหาหนี้แล้ว ttb ยังมองแนวทางการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเป็นหนี้ โดยการเป็นธนาคารแรกที่ให้ความสำคัญกับการพิจารณาการให้สินเชื่อตามแนวทาง ‘Risk-based Pricing‘ หรือการพิจารณาตามพื้นฐานความเสี่ยงของแต่ละบุคคล เพื่อสามารถให้สินเชื่อได้สอดคล้องกับพฤติกรรมแต่ละบุคคลได้มากขึ้น
โดยนำร่องเกณฑ์การพิจารณาดังกล่าวผ่านโครงการสินเชื่อคนผ่อนดี ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล ทีทีบี แคชทูโก เพื่อมอบอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมแต่ละบุคคลตามข้อมูลวินัยทางการเงินและความเสี่ยงจากครดิตบูโร (บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด) โดยแนวทางใหม่นี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับดอกเบี้ยถูกลงโดยเฉลี่ย 5% ซึ่งปัจจุบันได้อนุมัตสินเชื่อให้ลูกค้าแล้วกว่า 23,000 ราย วงเงิน 4,100 ล้านบาท และช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยโดยรวมจากโครงการได้กว่า 650 ล้านบาท ซึ่งในอนาคต ธนาคารมีแผนในการนำเกณฑ์พิจารณาแบบ Risk-based Pricing ขยายผลไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนำทะเบียน ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 และกลุ่มบัตรกดเงินสดทีทีบีแฟลช ในช่วงปลายปีนี้

“ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนของทีทีบี มุ่งให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเป็นโซลูชันที่ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินให้คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การช่วยแก้ปัญหาให้คนเป็นหนี้ ด้วยการช่วยรวบหนี้จากกลุ่มดอกเบี้ยสูงอย่างสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรเครดิต มาอยู่ในกลุ่มที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าอย่างบ้านหรือรถ ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้ากว่า 3,100 ล้านบาท จากลูกค้า 77,700 บัญชี ภายใต้วงเงิน 21,500 ล้านบาท หรือการให้สินเชื่อสวัสดิการสำหรับกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่รับเงินเดือนผ่านบัญชีทีทีบี ในวงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท รวมทั้งการพัฒนาเครื่องมือตรวจเช็คสุขภาพทางการเงิน และส่งเสริมการรักษาวินัยทางการเงิน และการนำร่องออกผลิตภัณฑ์เพื่อตอบแทนให้กลุ่มที่มีวินัยการเงินที่ดี เพื่อเซ็ตมาตรฐานในการนำ Risk-based Pricing มาเป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อต่างๆ เพื่อพิจารณากลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่จะได้ดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผลมากขึ้น และช่วยลดภาระจากอัตราดอกเบี้ย อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับภาระหนี้สินในระดับสูงเช่นในปัจจุบัน”






