ดีแทคสุด COOL! ดึง “หมู อาซาว่า” ออกแบบยูนิฟอร์มใหม่เน้นเนื้อผ้ารักษ์โลก

ดีแทคเปลี่ยนลุคยูนิฟอร์มใหม่ ดึง “หมู อาซสว่า” ดีไซเนอร์ขั้นเทพของเมืองไทยมาช่วยออกแบบ คอลเลคชั่น “dtac Exclusive Collection Uniform by Asava” ภายใต้หัวใจหลัก 3 ข้อ Simple and Human , Digital, Playful และเพิ่มนวัตกรรม Cool Mode ผ้าอนุรักษ์โลก ตอกย้ำองค์กรความยั่งยืน

เมื่อก่อนหลาย ๆ องค์กรจัดทำชุดยูนิฟอร์มเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันและเกิดความภาคภูมิใจในองค์กรของตัวเอง แต่ปัจจุบัน “ยูนิฟอร์ม” กลายเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร ซึ่งจะส่งผลโดยตรงมาถึงแบรนด์ด้วย

หมู อาซาว่า หรือ พลพัฒน์ อัศวะประภา แฟชั่นดีไซเนอร์ระดับท็อปของเมืองไทย และเป็นดีไซเนอร์แถวหน้าที่รับงานออกแบบยูนิฟอร์มมากที่สุดของเมืองไทย ล่าสุดได้รับความไว้วางใจจากดีแทคให้ออกแบบยูนิฟอร์มใหม่ให้กับพนักงานในคอลเล็คชั่นล่าสุด “dtac Exclusive Collection Uniform by Asava”

“ เป็นงานท้าทายมาก เพราะจะทำอย่างไรให้แฟชั่นเข้าถึงได้และดูสนุก ดูเป็นมิตร ขณะเดียวกันทุกคนในองค์กรใส่แล้วต้องมีความสุขกับคอลเลคชั่นนี้ด้วย นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ามารับบริการต้องสามารถสัมผัสได้กับการเปลี่ยนแปลงลุคในครั้งนี้” หมู อาซาว่า กล่าว
โดยดีแทคให้โจทย์ที่เป็นหัวใจหลักของการดีไซน์ให้ครอบคลุม 3 เรื่องคือ

 

 

1. Simple and Human ความจริงใจ ตรงไปตรงมา และเข้าใจง่าย เพราะฉะนั้นคอลเลคชั่นนี้จึงออกแบบมาให้ดูเข้าถึงง่ายด้วยรูปแบบเสื้อผ้าในสไตล์แคชชวลที่โดดเด่นด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถัน ในสไตล์ที่ดูไม่ไกลตัว ดูจริงใจและเป็นมิตร

2. Digital หรือความไฮบริค คือการผสมผสานทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างลงตัว เมื่อเราพูดถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร ย่อมต้องพูดถึงเรื่องของความฉับไวและความกระฉับกระเฉง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแฝงไว้ด้วยงานดีไซน์ในทุกๆองค์ประกอบ

3. Playful การดีไซน์ที่ตอบโจทย์ คำว่า Playful หรือ ความสดใส ความสนุก เสื้อผ้าทุกชิ้นสามารถใส่สลับสับเปลี่ยนกันได้หมด และอีกหนึ่งความพิเศษของคอลเล็คชั่นนี้คือ การผลิตกางเกงยีนส์ ถือเป็นองค์กรแห่งแรกๆ ในเมืองไทยที่เราผลิตให้โดยเฉพาะ ต้องยอมรับว่ายีนส์คือวัฒนธรรมของคนยุคนี้

การดีไซน์เริ่มต้นจากการวางโครงสีที่เป็นสีหลักขององค์กรนำมาปรับให้มีลุคที่สดใสและสนุกสนาน ไปจนถึงโครงเสื้อ ที่นำเสื้อเบสิคแจ๊คเกตยีนส์มาปรับให้มีความแฟชั่นขึ้นด้วยการเปลี่ยนเนื้อผ้า อีกทั้งทรงของกางเกงที่นำเอาความเป็นสปอร์ตแวร์เข้ามาผสมผสานให้มีความกระฉับกระเฉง ซึ่งภาพรวมทั้งหมดเพื่อต้องการให้ออกมาดูมีความน่าเชื่อถือ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสนุกสนานควบคู่ไปด้วย
จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้จึงถูกจัดวางมาให้ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถใส่สลับกันไปมาได้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยคอลเลคชั่นนี้ได้มีการผสมผสานในเรื่องของสี ลวดลาย โดยเฉพาะเสื้อเชิ้ตผู้ชายที่มีการเลือกใช้สิ่งที่คนคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่างลายทาง ทั้งลายเล็กลายใหญ่เข้าไว้ด้วยกันเกิดเป็นลวดลายใหม่ที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 

 

เนื่องจากดีแทคเป็นองค์กรที่ใส่ใจในเรื่องSustainableด้วย ดังนั้นโจทย์อีกข้อสำหรับคอลเลคชั่นนี้ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่งานดีไซน์เท่านั้น แต่ยังคัดสรรไปจนถึงเนื้อผ้าที่มานำมาตัดเย็บ ซึ่งใช้ผ้าที่ทอขึ้นมาเองทั้งหมดด้วยนวัตกรรม Cool Mode เป็นผ้าที่มีคุณสมบัติเวลาอยู่ในอากาศหนาวหรืออยู่ในห้องแอร์จะช่วยปกป้องให้อบอุ่น และช่วยระบายความร้อนได้ดี และยังเป็นผ้าทอเบอร์ 5 ที่ประหยัดพลังงานความร้อนในการรีด จนได้รับสองรางวัลจากกระทรวงอุตสาหกรรม

ทางด้าน อรรคพงศ์ ลินพิศาล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารลูกค้า และช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บอกเล่าถึงยูนิฟอร์มคอลเล็คชั่นล่าสุดว่า ชุดยูนิฟอร์มพนักงานหน้าร้านทั้งศูนย์บริการดีแทค และ ดีแทคเซ็นเตอร์ เป็นการแสดงถึงคาแร็คเตอร์ ที่เปรียบเสมือนกับ “หน้าตา” ของแบรนด์ดีแทค ที่ตั้งใจให้ความสำคัญกับลูกค้า และพร้อมที่จะให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ด้วยความ เรียบง่าย จริงใจ เป็นมิตร สนุกสนาน และตรงไปตรงมา

ปกติลูกค้าจะใช้เวลาในศูนย์บริการดีแทคเฉลี่ยคนละประมาณ 10-15 นาที พนักงานต้องสื่อสารกับลูกค้าให้ถูกต้องและชัดเจน ให้บริการลูกค้าได้อย่างราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา รวมถึงการดูแลลูกค้าในอนาคต เป็นการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าประทับใจ นอกจากนี้ ดีแทคยังใส่ใจในทุกองค์ประกอบในการส่งมอบบริการไปให้ลูกค้า รวมถึงบรรยากาศและการตกแต่งของร้านดูเรียบและเข้าใจได้ง่าย และมีความล้ำสมัยน่าเชื่อถือ สถานที่ตั้งของร้านที่ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและห้างสรรพสินค้าที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายสะดวกสบาย

สำหรับชุดยูนิฟอร์มพนักงานครั้งนี้มีทั้งหมด 8 ดีไซน์โดยพนักงานร้านดีแทค ช็อปจะเปลี่ยนมาสวมใส่ยูนิฟอร์มนี้พร้อมกัน 420 สาขาทั่วประเทศ

Stay Connected
Latest News

กลุ่มเซ็นทรัล ในฐานะตัวแทนหนึ่งเดียวของภาคเอกชนไทย กับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ มากว่า 7 ปี   พร้อมบริษัทในเครือ จับมือร่วมกับ UN ส่งต่อโลกที่ยั่งยืนสู่เจเนอเรชั่นถัดไป ภายใต้แคมเปญ “Central Group Love the Earth” (เซ็นทรัล กรุ๊ป เลิฟ ดิ เอิร์ธ)