Top StoriesTrending

ประเทศไทยติด Top 10 ประเทศที่ชาวต่างชาตินิยมย้ายมาอยู่มากที่สุดในโลก ขับเคลื่อน Expat Economy เติบโต

เศรษกิจจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย หรือ Expat Economy เป็นอีกหนึ่งกลุ่มศักยภาพสูงที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเติบโตต่อเนื่องทุกปี จากการใช้จ่ายเฉลี่ยที่สูงกว่าคนไทยถึง 1.5 เท่า และโอกาสจากการที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งจุดหมายยอดนิยมติด Top10 ของกลุ่ม Expat

The 1 Insight เผยประเทศไทยได้ก้าวสู่การเป็น Global Lifestyle Hub ของภูมิภาค จากการเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติที่เข้ามาใช้ชีวิต ทำงาน และเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยข้อมูลล่าสุดจาก The 1 Expat พบว่า การใช้จ่ายจากกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติในไทย หรือกลุ่ม Expat มีการใช้จ่ายเติบโตสูง โดยมีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าคนไทยถึง 1.5 เท่า

สอดคล้องกับข้อมูลจาก Expat Insider ประจำปี 2024 ที่ระบุว่า ประเทศไทยติด Top10 ประเทศที่ชาวต่างชาตินิยมย้ายมาอยู่มากที่สุดในโลก เกิดเป็น Expat Economy เศรษกิจจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย  ซึ่งมีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่องในทุกปี

ด้านข้อมูลจาก The 1 Insight ​พบว่า ผู้บริโภคต่างชาติในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่ม Long-Stay Residents ที่ใช้ชีวิต ทำงาน หรือมีครอบครัวในไทย โดยใช้จ่ายในประเทศไทยเป็นหลักอย่างต่อเนื่อง

กลุ่ม Frequent Visitors กลุ่มผู้ที่พักพิงและใช้จ่ายในประเทศไทย เป็นประจำ ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนต่อปี และครอบคลุมอย่างน้อย 2 ไตรมาส 3-4 ครั้งต่อปี แต่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก

ทั้งนี้ การเติบโตของ Expat Economy ขับเคลื่อนหลักโดยกลุ่ม Long-Stay Residents ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้จ่ายและยอดใช้จ่ายต่อคน สะท้อนการเข้ามา ‘ใช้ชีวิต’ ในประเทศไทยระยะยาว

ขณะที่กลุ่ม Frequent Visitors  มีบทบาทสำคัญต่อภาคค้าปลีกไทยด้วยการใช้จ่ายต่อครั้งในระดับสูง แม้การเติบโตจะเริ่มทรงตัว สะท้อนว่าตลาดต่างชาติในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงนักท่องเที่ยว แต่กำลังขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้ที่เลือกใช้ชีวิตในประเทศไทยมากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อเจาะลึกลงไปในพฤติกรรมการใช้จ่ายของแต่ละสัญชาติ The 1 Insight ยังพบว่า ผู้บริโภคต่างชาติแต่ละสัญชาติมีพฤติกรรมการใช้จ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน หรือมี Shopping Fingerprint เป็นของตัวเอง

ชาวจีน : โดดเด่นในหมวด Home & DIY สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.2 เท่า และหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.4 เท่า สะท้อนการเติบโตของกลุ่มที่เข้ามาใช้ชีวิตระยะยาว รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวแบบเดินทางด้วยตนเอง (Free Individual Travelers) เพิ่มขึ้น และมีการใช้จ่ายต่อคนในระดับสูง

ชาวรัสเซีย : มีการใช้จ่ายในหมวด Kids สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.4 เท่า และ Grocery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.2 เท่า สะท้อนภาพของกลุ่มครอบครัวที่พำนักระยะยาว โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีพฤติกรรมการจับจ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าสำหรับเด็กมากกว่าของฝาก และมีความถี่ในการเดินทางเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ชาวญี่ปุ่น : มีการใช้จ่ายในหมวด Grocery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า และ Health & Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.7 เท่า รวมถึงหมวด Books & Stationery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า โดยใช้จ่ายส่วนใหญ่ในย่านสุขุมวิท ให้ความสำคัญกับสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน มากกว่าพฤติกรรมการจับจ่ายในฐานะนักท่องเที่ยว

ชาวเมียนมา : ใช้จ่ายหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.7 เท่า และ Fashion สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5 เท่า สะท้อนความนิยมของสินค้า Thai Beauty หรือ T-Beauty โดยมีการจับจ่ายทั้งในพื้นที่ชายแดนแม่สอดและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อนำไปใช้เอง ซื้อฝาก และนำกลับไปต่อยอดทางธุรกิจในเมียนมา

ชาวลาว : โดดเด่นในหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า และ Kids รวมถึง Sport สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.7 เท่า สะท้อนพฤติกรรม Cross-border Household Shopping ที่นิยมเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าสำหรับทั้งครอบครัวในศูนย์การค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความถี่ในการเดินทางข้ามพรมแดนค่อนข้างสูง

ชาวมาเลเซีย : ใช้จ่ายหมวด Fashion สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า สะท้อนพฤติกรรมการเดินทางระยะสั้นเพื่อช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น ผ่านหัวเมืองสำคัญอย่างหาดใหญ่และศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ โดยแม้มียอดใช้จ่ายต่อทริปใกล้เคียงกับผู้บริโภคชาวรัสเซีย แต่ยังมีความถี่ในการเดินทางเข้ามาใช้จ่ายต่ำกว่า สะท้อนโอกาสในการเติบโตจากการเพิ่มจำนวนทริปในอนาคต