Booking.com เผยแพร่รายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2568 ซึ่งเผยแพร่เดือนเมษายน 2569 และเป็นรายงานประจำปี ครบรอบ 11 ปี ได้เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้เดินทาง เพื่อเข้าใจทัศนคติรวมถึงสิ่งที่ผู้เดินทางให้ความสำคัญในด้านผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการเดินทาง
ทั้งนี้ การจัดทำรายงานได้สำรวจผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 32,500 คน จาก 35 ประเทศทั่วโลก ในกลุ่มนักเดินทางอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีการเดินทางอย่างน้อยหนึ่งครั้งในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งกำลังวางแผนเดินทางครั้งใหม่ในปี 2569 นี้ ครอบคลุมเจนเนอเรชั่นต่างๆ ทั้ง Gen Z (18–28 ปี), Millennials (29–44 ปี), Gen X (45–60 ปี) และ Baby Boomers (61 ปีขึ้นไป)
สภาพอากาศสุดขั้ว : ความกังวลของผู้เดินทางทุกช่วงวัย
ผลสำรวจภาพรวม สะท้อนให้เห็นการให้ความสำคัญต่อการเดินทางอย่างยั่งยืนเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกและในทุกช่วงวัย โดย 85% ของผู้เดินทางทั่วโลก และ 95% ของผู้เดินทางชาวไทยทุกช่วงวัย ระบุว่า การเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้นเป็นสิ่งที่สำคัญหรือสำคัญมากสำหรับพวกเขา
พร้อมมอง ‘วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว’ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเดินทางหรือตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางและช่วงเวลาของการเดินทางของนักเดินทางทุกช่วงวัย
ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 86% ระบุว่า มีการพิจารณาเรื่องของความเสี่ยงของสภาพอากาศสุดขั้วและภัยธรรมชาติเมื่อเลือกจุดหมายปลายทาง รวมทั้ง 85% มองช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง
ขณะเดียวกัน ผู้เดินทางชาวไทย 81% รายงานว่าพวกเขาตั้งใจหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศสุดขั้ว โดย 83% พบว่าสภาพอากาศดังกล่าวทำให้พวกเขารู้สึกเครียดในการวางแผนการเดินทาง และ 69% รู้สึกว่าอากาศที่แปรปรวนบ่อยทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะเดินทางเมื่อไหร่
ที่น่าสนใจคือ ครึ่งหนึ่งของผู้เดินทางชาวไทย หรือ 50% ได้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแผนการเดินทางในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาด้วยเหตุผลเกี่ยวกับสภาพอากาศสุดขั้วหรือภัยธรรมชาติ (เช่น อุณหภูมิสูง พายุ ไฟป่า น้ำท่วม ฯลฯ)
และมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (67%) กล่าวว่าจุดหมายปลายทางบางแห่งมีอุณหภูมิสูงเกินกว่าจะเดินทางไปในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการ และมีถึง 70% ที่ต้องลบจุดหมายปลายทางเหล่านั้นออกจากรายชื่อจุดหมายปลายทางในฝันเมื่อได้ยินข่าวเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศสุดขั้วหรือภัยธรรมชาติ
ผู้เดินทางทุกวัยมองหา ‘ที่พักที่มีความยั่งยืน’
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนในกลุ่มผู้ประกอบการด้านที่พัก ยังส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกที่พักในระหว่างการเดินทางของผู้เดินทางทุกวัยอย่างมีนัยสำคัญ
โดยกว่าหนึ่งในสามของผู้เดินทางทุกวัย ต่างวางแผนที่จะเข้าพักในที่พักซึ่งได้รับการรับรองด้านความยั่งยืนในอีก 12 เดือนข้างหน้า ทั้งกลุ่ม Boomer (46%) กลุ่ม Gen X (37%) กลุ่ม Millennials (38%) และกลุ่ม Gen Z (37%)
สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการสำรวจพันธมิตรในแพลตฟอร์ม Booking.com มากกว่า 3,700 ราย จากหลายภูมิภาคทั่วโลก ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตลอดทั้งปี 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เดินทางทั่วโลกจองที่พักของพันธมิตรที่ได้การรับรองด้านความยั่งยืนรวมแล้วมากกว่า 100 ล้านห้อง
รวมทั้งยังให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น ลดการสร้างขยะ ประหยัดพลังงาน และการหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสัตว์ป่า ไปจนถึงการพิจารณาเลือกช่วงเวลาและจุดหมายปลายทางอย่างถี่ถ้วน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับการเดินทางอย่างยั่งยืนที่ผู้เดินทางตั้งใจจะนำมาใช้ ตลอดการเดินทางภายในปี 2569 ด้วย
พร้อมอินไซต์เพิ่มเติมที่น่าสนใจจากนักเดินทางท่องเที่ยวคนไทย เช่น
– 34% ของนักเดินทางชาวไทย ตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นจนเกินไป
โดย 31% จากจำนวนนี้ เลือกวางแผนเดินทางนอกช่วงฤดูท่องเที่ยว และ 23% มองหาจุดหมายปลายทางที่มีอากาศเย็นกว่า
– 47% ของผู้เดินทางที่เลือกจุดหมายอันเงียบสงบ ระบุว่า ต้องการหลีกเลี่ยงการเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จุดหมายนั้น ๆ มีผู้คนหนาแน่นจนเกินไป สอดคล้องกับความตระหนักรู้ที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการเดินทางท่องเที่ยวต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

กลุ่ม Baby Boom มีส่วนร่วมต่อการเดินทางอย่างยั่งยืนระดับสูง
ผลสำรวจ ยังสะท้อนอินไซต์ที่น่าสนใจต่อการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของกลุ่ม Baby Boomers โดยเฉพาะด้านของการลงมือปฏิบัติจริง แม้จะพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่จะแสดงถึงความตั้งใจในการสนับสนุนความยั่งยืนอย่างเข้มข้นขึ้น แต่ยังลงมือปฏิบัติจริงน้อยกว่ากลุ่ม Baby Boomers
ข้อมูลภาพรวมของผู้เดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่า 48% ของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม Boomer ระบุว่าพวกเขาต้องการที่จะเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้นในช่วง 12 เดือนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาจจะเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่า หากเปรียบเทียบกับกลุ่ม Gen X ที่มีสัดส่วน 68% , กลุ่ม Millennials สัดส่วน 76% และกลุ่ม Gen Z สัดส่วน 80%
แม้ผลสำรวจที่เกิดขึ้นสัดส่วนของกลุ่ม Boomer อาจจะออกถึงความต้องการที่น้อยกว่าช่วงวัยอื่น ๆ แต่ในด้าน Action กลับพบว่ากลุ่มคนรุ่นเก่ากลับมีแนวโน้มที่จะเน้นลงมือทำมากกว่าคนรุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านข้อมูลจากการสำรวจ อาทิ
– พฤติกรรมที่ตั้งใจทำในระหว่างทริปการเดินทางอย่างยั่งยืน ผู้เดินทางกลุ่ม Boomer (75%) ระบุว่าพวกเขาจะลดการสร้างขยะขณะเดินทาง ซึ่งสัดส่วนมากกว่ากับกลุ่ม Gen X ที่มีสัดส่วน 55% , กลุ่ม Millennials สัดส่วน 52% และกลุ่ม Gen Z ที่สัดส่วน 50%
– 63% ของกลุ่ม Boomer ตั้งใจลดการใช้พลังงาน เช่น ปิดเครื่องปรับอากาศและไฟในห้องพักเมื่อพวกเขาไม่อยู่ เทียบกับกลุ่ม Gen X สัดส่วน 57%, กลุ่ม Millennials สัดส่วน 51% และกลุ่ม Gen Z สัดส่วน 45%
– 63% ของกลุ่ม Boomer ระบุว่าพวกเขาจะอุดหนุนร้านค้าท้องถิ่นหรือโชห่วยขณะเดินทางให้มากขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X ที่สัดส่วน 41% กลุ่ม Millennials สัดส่วน 40% และกลุ่ม Gen Z สัดส่วน 35%
– กลุ่ม Generation ที่อายุมากกว่า มีแนวโน้มวางแผนเพื่อเดินทางนอกช่วงฤดูท่องเที่ยวมากกว่าเดิม โดยเรียงจากกลุ่ม Boomer (67%) กลุ่ม Gen X (44%) กลุ่ม Millennials (40%) และกลุ่ม Gen Z (35%)
ด้านกิจกรรมในระหว่างการเดินทางอย่างยั่งยืน ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ และมีแนวโน้มเข้ามามีส่วนร่วมด้วยมากกว่า มักจะเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ชุมชนพื้นเมือง และการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยมีข้อมูลสนับสนุนที่น่าสนใจ อาทิ
– เกือบหนึ่งในสามของผู้เดินทางรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่ม Gen Z (21%) และ Millennials (31%) ได้เข้าร่วมทัวร์หรือกิจกรรมที่พวกเขาได้เรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มคนหรือวัฒนธรรมพื้นเมือง เทียบกับกลุ่ม Gen X ที่สัดส่วน 25% และกลุ่ม Boomer ราว 21% ในช่วงสิบสองเดือนที่ผ่านมา
– มากกว่าหนึ่งในสี่ของกลุ่ม Gen Z (27%) และกลุ่ม Millennials (26%) ได้เข้าร่วมทัวร์หรือกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศหรือสัตว์ป่าในท้องถิ่น เมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X ที่ 20% และกลุ่ม Boomer ที่ 13%
Danielle D’Silva ผู้ดำรงตำแหน่ง Head of Sustainability ของ Booking.com กล่าวว่า รายงานด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2569 นี้แสดงให้เห็นว่า แม้ผู้เดินทางแต่ละช่วงวัยจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนในการเดินทางที่แตกต่างกัน แต่การปรับตัวรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วและหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวกลายเป็นวิถีการเดินทางใหม่ของทุกวัน
“พวกเรารู้สึกได้รับกำลังใจในหลากหลายรูปแบบจากผู้เดินทางที่กำลังเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้น และพวกเขามีแนวโน้มที่จะทำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพักในพักที่ได้การรับรองด้านความยั่งยืนจากพันธมิตรบน Booking.com มากกว่า 100 ล้านห้อง ในปี 2568 การหันมาใช้ขนส่งสาธารณะหรือการหันมาใช้รถไฟฟ้าระหว่างการเดินทาง รวมถึงการเลือกเดินทางไปยังจุดหมายที่มีอากาศเย็นกว่าหรือแออัดน้อยกว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการเดินทางดิจิทัลระดับโลก พวกเราต้องการช่วยให้ผู้เดินทางและพันธมิตรทุกคนสามารถเลือกแนวปฏิบัติที่สร้างความยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกคนได้สสนุกไปกับประโยชน์ที่ได้จาการเดินทาง และเพื่อให้จุดหมายปลายทางหลาย ๆ แห่งเป็นสถานที่ที่ทั้งผู้มาเยือนและผู้อยู่อาศัยเพลิดเพลินได้ต่อไป”






